ซือซือฮองเฮาพันโฉม

ซือซือฮองเฮาพันโฉม

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-18
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
Belum ada penilaian
247Bab
601Dibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

ซือซือนักแปลงโฉมรับจ้างหมิงฮ่องเต้เพื่อปลอมตัวเป็นฮองเฮาเข้าไปสืบคดีลอบฆาตกรรมองค์ชายผู้เป็นพระโอรสองค์สุดท้าย นางคิดจะกอบโกยสร้างรายได้แต่กลับต้องพัวพันกับฮ่องเต้จนถอนตัวไม่ขึ้น

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1 ข้าจะไปเที่ยววังหลวง

         สตรีใบหน้ากลมแป้นในอาภรณ์สีส้มที่นั่งจิบน้ำชาอยู่ตรงหน้า ฟังเรื่องที่พระชายาหานซูลี่[1]เล่าด้วยความสนใจ “เจ้าว่า คนในชุดดำผู้นั้นฝีมือร้ายกาจ ซ้ำยังมีรูปร่างบอบบางคล้ายสตรีเช่นนั้นหรือ ”

         “ใช่! ข้าคิดว่านั้นคือสตรีแน่นอน ทว่าพลังฝีมือของนางข้ากลับไม่สามารถต้านทานได้เกินแปดกระบวนท่า ข้าเองก็ไม่เคยเห็นวิทยายุทธ์ของนางมาก่อน”

พระชายาหานซูลี่นึกทบทวนถึงตอนที่ตนในชุดนินจาแฝงกายเข้าไปในวังท่านอ๋องสี่ในเมืองฉู่จิ้งเพื่อค้นหาตรามังกรคู่ให้กับท่านอ๋องเก้าพระสวามี ในจังหวะที่นางขโมยของสำคัญได้แล้วกลับเจอจอมยุทธ์ชุดดำที่ร้ายกาจผู้หนึ่ง

         หงซือซือใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง “เอาเถอะ ข้าจะลองสืบหาดู ยุทธภพนี้ต้องมีผู้  รู้จักวิทยายุทธ์ของนางแน่”

นางรู้ว่าฝีมือของสหายรักที่เป็นสตรีนินจาหนึ่งเดียวของแคว้นเว่ยผู้นี้แม้จะไม่ดีเลิศทว่าก็ยากจะหาผู้ต่อกร หากสหายเอ่ยปากเช่นนี้ นางก็เห็นว่าคนผู้นั้นควรค่าแก่การสืบหา

ใบหน้ากลมแป้นของหงซือซือหันไปมองนางกำนัลสองคนที่อุ้มเด็กน้อยฝาแฝดเข้ามา “ลูกๆ ของเจ้าตื่นแล้ว ข้าจะได้เล่นกับเด็กๆ เสียที อุตส่าห์แต่งตัวมารอตั้งนาน”

         “ซือซือ มาแล้ว!” เด็กหญิงยื่นมือกลมป้อมมาหา     หงซือซือจึงยื่นนิ้วไปให้เจ้าตัวเล็กจับไว้

         “ถิงเอ๋อร์ จำข้าได้ด้วย เจ้าน่ารักมาก” นางยิ้มกว้างให้เด็กน้อย ก่อนจะรับจากนางกำนัลมาอุ้ม

         ‘เจ้าเด็กคนนี้ ข้าอุตส่าห์แปลงโฉมเสียขี้ริ้วก็ยังจำได้อีก นับว่าร้ายกาจเสียจริง’

         ไท่เอ๋อร์เด็กชายตัวน้อยเห็นเช่นนั้นก็เบะปาก “ซือซือ ข้าด้วย!”

         หงซือซือหันมาทำตาโต “ไท่เอ๋อร์ก็จำข้าได้หรือนี่  คราวหน้าคงต้องหาของเล่นมาฝากพวกเจ้าเสียแล้ว”

         พระชายาอมยิ้ม “หากเจ้าต้องเสียเงินเพียงเพราะถูกทักทาย ต่อไปลูกข้าพูดเก่งแล้วคงปอกลอกเจ้าหมดตัวเป็นแน่”

         “เจ้าอย่าลืมสิว่ากิจการของข้ายามนี้เจริญรุ่งเรืองเพียงใด สำนักคุ้มภัยหงส์ไฟยามนี้มีสาขาในแคว้นเว่ย แคว้นหมิง และแคว้นผิง เหลือเพียงแคว้นจินกับแคว้นเหลียนที่ยังหาคนไว้ใจดูแลให้ไม่ได้ ของเล่นราคาไม่เท่าไหร่ ข้ามีปัญญาซื้อให้ลูกเจ้าได้เป็นร้อยชิ้นเทียว”

         “เอาเถอะๆ ข้ารู้ว่าคุณหนูหงเป็นคหบดีผู้หนึ่งแล้ว แต่ของเล่นที่ท่านอ๋องหามาก็มิใช่น้อย อย่าเอามามากนักจะดีกว่า ข้าอยากให้ลูกๆ รู้จักคุณค่าของสิ่งที่มีอยู่”    

พระชายาหานซูลี่อดีตองค์หญิงแห่งแคว้นเว่ย เมื่อแคว้นของนางแพ้สงครามนางจึงได้เห็นความลำบากยากจน นางทำกิจการทั้งปลูกผักและเลี้ยงสัตว์ที่หลังวังอินทรี แม้พระสวามีจะให้เงินนางจำนวนมากเพื่อให้นางหยุดทำงาน แต่นางก็ยังยืนยันว่าการหาเงินได้ด้วยตนเองจะทำให้นางกล้าส่งเงินเหล่านั้นกลับไปช่วยบ้านเมืองของตนเอง

         “อืม...เจ้ายังคงหลักการประหยัดและใช้เงินอย่างมีเหตุผลอยู่เช่นเดิม มิใช่ท่านอ๋องเก้ายกคลังสมบัติในวังนี้ให้เจ้าไปแล้วหรือ  เหตุใดจึงยังงกอยู่ ”

         พระชายาไม่สนใจสิ่งที่สหายยั่วเย้า “เจ้ามิเคยสิ้นแผ่นดิน เจ้าคงไม่เข้าใจ”

         “ลี่เอ๋อร์ แม้ครอบครัวข้าจะเดินทางไปได้ทุกดินแดน แต่เจ้าอย่าลืมสิว่า พวกเราล้วนไม่เคยเปิดเผยใบหน้าจริงได้สักครั้ง เอาเข้าจริงๆ ข้ายังไม่รู้การที่เจ้ากลายเป็นเจ้าหญิงของเมืองขึ้น กับข้าที่ไม่รู้จะยึดแผ่นดินใดเป็นบ้านเกิดดี ผู้ใดน่าสงสารกว่ากัน ”

         พระชายาหานได้ยินเช่นนั้นก็พยักหน้า “บางที เราสองคนอาจจะมีความทุกข์ใจกันคนละอย่าง ว่าแต่ท่านพ่อของเจ้ามิเคยบอกบ้างหรือว่าบ้านเกิดที่แท้จริงของเจ้าอยู่เมืองใดกันแน่ ”

         “ครอบครัวข้าไม่มีแม้กระทั่งสุสานบรรพชน เจ้าว่าแปลกหรือไม่  ทว่าท่านพ่อกับท่านแม่เคยพาข้าไปไหว้ป้ายหลุมศพคนผู้หนึ่งซึ่งไม่จารึกนาม ท่านพ่อบอกแต่เพียงว่านี่คือท่านปู่ เมื่อข้าถามชื่อท่านพ่อก็ไม่ยอมบอก”

         เจ้าของวังได้ยินสหายเล่าเรื่องน่าสนใจเช่นนั้นก็รีบเรียกให้แม่นมกับนางกำนัลมารับบุตรและธิดาของตนไปอาบน้ำและรับประทานอาหาร แล้วดึงเจ้าของสำนักคุ้มภัยชื่อดังเข้าไปในห้องทรงอักษรของพระสวามี

“ข้าเคยได้ยินว่า ท่านพี่มีหนังสืออยู่เล่มหนึ่งที่เล่าถึงความลับในยุทธภพ เจ้าเคยคิดหรือไม่ว่าบางทีท่านพ่อของเจ้าอาจจะเป็นจอมยุทธ์ที่หายสาบสูญไป”

         พระชายาค้นหาอยู่ครู่หนึ่งหยิบหนังสือเล่มหนาออกมา “นี่ไง! ตำราที่ว่า เจ้ามาดูเร็ว!”

         “เรื่องลับในยุทธภพ”

         “ใช่! เรื่องเล่าในยุทธภพในยุคก่อนหน้านี้มีนักประพันธ์ที่โด่งดังคือ มารใหญ่มี่อี้ และเรื่องเล่าในยุคนี้ก็ต้องเป็นมารน้อยมี่มี่เป็นผู้เขียนไว้ เจ้ารีบเปิดหาเร็วเข้า” หง        ซือซือไล่นิ้วไปตามสารบัญ เมื่อเปิดไปหน้าที่บันทึกไว้ว่า “บทแปลงพันโฉม” นางก็ตะลึงไปครู่หนึ่ง

         “ท่านอ๋องเก้าไปหาหนังสือนี้มาจากที่ใดกัน  บันทึกเรื่องของท่านพ่อกับอาจารย์ของท่านไว้ด้วย ขนาดข้าก็ยังไม่เคยรู้เรื่องพวกนี้มาก่อน”

         “ตรอกคนโฉดไงเล่า  เจ้าไม่เคยไปหรือ  คราวนั้นข้ายังเห็นเจ้ามีผงเหม็นสาบของเจ้าผีไร้หลุมอยู่เลย มิได้ซื้อจากตรอกนั่นหรือไร”

         สายตาของหงซือซือยังไม่ละไปจากหนังสือเล่มนั้น “ข้าพบเจ้าผีไร้หลุมเพราะตกลงขนของให้มันต่างหากเล่า  จึงได้ซื้อยานั้นโดยบังเอิญ” นางเงยหน้าขึ้นดูสหาย “เจ้าผีไร้หลุม[2]คิดจะไปเปิดกิจการที่แคว้นจิน จึงมาจ้างข้าให้เริ่มขนส่งยาประหลาดของมันไปส่งลูกค้าน่ะสิ”

         “อ้อ!” พระชายาก้มมองดูหน้าที่หงซือซือเปิดค้างไว้ “หากในนี้เขียนไว้ว่าบิดาของเจ้าอาจจะเป็นเชื้อพระวงศ์ แล้วเกิดข้อสันนิษฐานนี้เป็นจริง เจ้าไม่คิดบ้างหรือว่าบิดาของเจ้าอาจจะเคยเผชิญเคราะห์กรรมบางอย่างจนต้องปกปิดตนเองเร่ร่อนอยู่เช่นนี้”

         นินจาสาวกับเจ้าของสำนักคุ้มภัยสบตากัน สัญชาตญาณของนักสืบในตัวพวกนางเริ่มคุกรุ่นอีกครั้ง “ซือซือ ข้าว่าเรื่องนี้ต้องน่าสนใจอย่างแน่นอน”

         “หากข้ากลับไปสอบถามท่านพ่อ เห็นทีท่านคงจะไม่เปิดปากเป็นแน่”

         “พี่อี้เทียนเล่า  พี่ชายของเจ้าฉลาดปานนั้น เป็นไปได้หรือที่เขาจะไม่นึกสงสัยความเป็นมาของครอบครัวตนเอง”

         “ข้าจะลองถามพี่อี้เทียนดู แต่หากไม่ได้เรื่อง เห็นทีข้าจะต้องไปเที่ยววังหลวงสักหน่อย น่าจะพอได้เบาะแสมาบ้าง”

         “เจ้าจะเข้าวังหลวงอีกแล้วหรือ”

         “จะตกใจทำไมกัน ทำยังกับข้าไม่เคยเข้าไป”

หงซือซือนึกถึงคราวที่เข้าไปพร้อมกับหานซูลี่ ครั้งนั้นที่คับขันเป็นเพราะนางทั้งสองต้องเข้าไปขโมยตรากระเรียนทองคำ ทว่าเกือบพลาดท่าเสียทีถูกฮ่องเต้ผู้มีสายตาคมกริบจับได้

นางนึกถึงมังกรขาวเจ้าเล่ห์ตัวนั้น รูปลักษณ์ของเขางามสง่าสมกับเป็นผู้อยู่เหนือคนทั้งปวง ใบหน้าเขาแม้จะไม่  คมคายเท่าท่านอ๋องเก้า ทว่ากลับดูหล่อร้ายจนบาดใจสตรีเช่นกัน

         “เจ้าคงมิได้ติดใจสิ่งใดวังหลวงหรอกนะ” หานซูลี่เอ่ยเย้า

[1] พระชายาหานซู่ลี่ นางเอกจากเรื่อง “ท่านอ๋องกับชายาหมี” (ภาค 4)

[2] ผีไร้หลุม กล่าวถึงครั้งแรกในเรื่อง “ท่านอ๋องอย่าคิดหนี” (ภาค1)

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
247 Bab
บทที่ 1 ข้าจะไปเที่ยววังหลวง
สตรีใบหน้ากลมแป้นในอาภรณ์สีส้มที่นั่งจิบน้ำชาอยู่ตรงหน้า ฟังเรื่องที่พระชายาหานซูลี่[1]เล่าด้วยความสนใจ “เจ้าว่า คนในชุดดำผู้นั้นฝีมือร้ายกาจ ซ้ำยังมีรูปร่างบอบบางคล้ายสตรีเช่นนั้นหรือ ” “ใช่! ข้าคิดว่านั้นคือสตรีแน่นอน ทว่าพลังฝีมือของนางข้ากลับไม่สามารถต้านทานได้เกินแปดกระบวนท่า ข้าเองก็ไม่เคยเห็นวิทยายุทธ์ของนางมาก่อน”พระชายาหานซูลี่นึกทบทวนถึงตอนที่ตนในชุดนินจาแฝงกายเข้าไปในวังท่านอ๋องสี่ในเมืองฉู่จิ้งเพื่อค้นหาตรามังกรคู่ให้กับท่านอ๋องเก้าพระสวามี ในจังหวะที่นางขโมยของสำคัญได้แล้วกลับเจอจอมยุทธ์ชุดดำที่ร้ายกาจผู้หนึ่ง หงซือซือใคร่ครวญอยู่ครู่หนึ่ง “เอาเถอะ ข้าจะลองสืบหาดู ยุทธภพนี้ต้องมีผู้ รู้จักวิทยายุทธ์ของนางแน่”นางรู้ว่าฝีมือของสหายรักที่เป็นสตรีนินจาหนึ่งเดียวของแคว้นเว่ยผู้นี้แม้จะไม่ดีเลิศทว่าก็ยากจะหาผู้ต่อกร หากสหายเอ่ยปากเช่นนี้ นางก็เห็นว่าคนผู้นั้นควรค่าแก่การสืบหาใบหน้ากลมแป้นของหงซือซือหันไปมองนางกำนัลสองคนที่อุ้มเด็กน้อยฝาแฝดเข้ามา “ลูกๆ ของเจ้าตื่นแล้ว ข้าจะได้เล่นกับเด็กๆ เสียที อุตส่าห์แต่งตัวมารอตั้งนาน” “ซือซือ มาแล้ว!”
Baca selengkapnya
บทที่ 2 มังกรขาวจอมเจ้าเล่ห์
“เจ้าพูดเพ้ออันใด ” สายตาเหม่อลอยของเจ้าสำนักหงทำให้พระชายาหานที่ผ่านการมีความรักและครอบครัวถึงกับถอนหายใจเบาๆ “ข้าว่าเจ้าเห็นคนน่าสนใจใช่หรือไม่” “อืม! เอ๊ย! ที่ไหนได้ คนเจ้าเล่ห์ ซ้ำยังหมกมุ่นในกามแบบนั้นมีหรือข้าจะสนใจ” นางเผลอพูดออกมารัวๆครั้นเห็นเพื่อนหัวเราะคิกคัก หงซือซือก็หน้าเสีย “ที่แท้เจ้าก็สนใจมังกรขาวเจ้าเล่ห์นี่เอง” พระชายาหานซูลี่พยักหน้าล้อเลียนสหายรักหากท่านอ๋องเก้าสวามีของนางเป็นจิ้งจอกขาว ฮ่องเต้ก็สมควรเป็นสัตว์ร้ายตัวนั้น “ข้าแค่แปลกใจที่เขาสังเกตความแตกต่างของข้ากับคนที่ข้าแปลงเป็นพวกเขาต่างหากเล่า” หงซือซือรีบหันมาทำหน้าตาขึงขัง แล้วเล่าเหตุการณ์ที่ฮ่องเต้ดูจะสงสัยในตัวนางขณะที่แปลงเป็นไป๋เพ่ยเจินนางกำนัลวังอดีตฮองเฮาผู้ล่วงลับ “สมแล้วกับที่เป็นพี่ชายของจิ้งจอกขาว ข้าเคยได้ยินว่ามังกรตัวนี้ร้ายกาจนัก สามารถพลิกโอกาสล้มรัชทายาทจนขึ้นครองราชย์ได้” “ใช่! เรื่องนี้ถูกซุบซิบกัน เห็นทีข้าต้องไปฟังข้อมูลเพิ่มเติมที่โรงเตี๊ยมยุทธภพเสียแล้ว”หงซือซือเพิ่งนึกขึ้นได้ว่านางมิได้ไปเยือนโรงเตี๊ยมยุทธภพมาเสียนาน เ
Baca selengkapnya
บทที่ 3 โรงเตี๊ยมยุทธภพ
ทะเลสาบเซินหลันเซ่อกว้างใหญ่เดินทางจากเมืองหลวงหนึ่งวันเต็มๆ ก็ไปถึง รถม้าสองคันแล่นตามกันมาจอดที่ท่าเรือเล็ก โรงเตี๊ยมริมท่าเรือมีลูกค้ามาเยือนไม่ขาดสาย เถ้าแก่เดินออกมาต้อนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้มแจ่มใส “พวกท่านต้องการห้องพักพี่ห้องขอรับ!” “เราต้องการเรือสามลำ” “ไม่พักก่อนหรือขอรับ ยามนี้หมอกยังหนาอยู่ หากพวกท่านคิดจะเข้าโรงเตี๊ยมยุทธภพอาจจะยากลำบากไปสักหน่อย” “ไม่เป็นไร เจ้าบอกค่าเช่าเรือมาเลย” “เช่ายามนี้ราคาไม่แพงแต่ต้องมีค่าประกันเรือด้วย หากพวกท่านไม่สามารถเอาเรือมาคืนข้าได้ ค่าประกันนี้เป็นอันว่ากลายเป็นราคาซื้อขาด” อ๋องเก้าตกลงหยิบเงินมาจ่ายค่าเรือนสามลำแล้วหันไปพยักหน้าให้ตงชางกับหนานเฉิงองครักษ์ประจำตัวตามเถ้าแก่โรงเตี๊ยมออกสำรวจเรือให้เรียบร้อยส่วนหงซือซือนำเอาหัวหน้าสวีซึ่งเป็นผู้ดูแลสำนักคุ้มภัยหงส์ไฟสาขาเมืองหมิงมาด้วย การจะเข้าไปโรงเตี๊ยมยุทธภพได้ต้องมีคู่หูที่เป็นยอดฝีมือช่วยกันฝ่าค่ายกลจึงจะทำสำเร็จโดยง่าย “พร้อมแล้วพวกเราก็ไปกันเลย”หงซือซือคึกคักกว่าทุกคน วันนี้นางแปลงโฉมเป็นบุรุษและให้ทุกคนเรียก
Baca selengkapnya
บทที่ 4 ฮ่องเต้มาทำไมกัน
ครั้นทุกคนอิ่มหนำสำราญกันแล้ว หงซือซือก็ชวนทุกคนไปนั่งดื่มที่ระเบียงกว้างที่ยื่นลงไปในน้ำ“อีกไม่นานหมอกคงจะสลายแล้ว ยามนี้คงไม่มีใครคิดจะเข้ามาอีกหรอกเพราะค่ายกลจะน่ากลัวยิ่งกว่าค่ายกลหมอกแล้ว” ตงชางขอตัวไปส่งเสื้อผ้าให้เสี่ยวเอ้อเอาไปซักให้ใหม่ โรงเตี๊ยมแห่งนี้มักมีผู้พลาดพลั้งตกน้ำไปเป็นประจำทำให้บริการซักรีดได้รับความนิยมอย่างมากจอมยุทธ์ฉู่เจ้าของโรงเตี๊ยมยังหัวก้าวหน้าทำร้านขายเสื้อผ้าให้ลูกค้าได้ซื้อหาด้วยเพราะจอมยุทธ์ส่วนใหญ่มักจะเดินทางโดยไม่พกเสื้อผ้าไปด้วย พวกเขาเพียงแต่แบกกระบี่หรือดาบคู่ใจเท่านั้น ที่สำคัญร้านนี้ยังรับซื้อเสื้อผ้าเก่าของพวกเขาด้วยพระชายารู้เรื่องนี้จึงไม่ยอมให้พระสวามีเตรียมเสื้อผ้ามาด้วย นางตั้งใจจะมาซื้อเสื้อผ้าที่ร้านในโรงเตี๊ยมใส่เพราะได้ยินหงซือซือบอกว่าเสื้อผ้าที่ร้านนี้ปักลวดลายแปลกตาใช้เนื้อผ้าดีทนทานต่อการถูกคมอาวุธ“สุราที่นี่ก็เลิศรส เพราะจอมยุทธ์ฉู่ให้เถ้าแก่ขี้เมาแห่งตรอกคนโฉดหามาให้โดยเฉพาะไม่มีจำหน่ายที่อื่น” ท่านอ๋องเก้าที่มาเยือนโรงเตี๊ยมแห่งนี้หลายครั้งหันไปยืนยันกับภรรยาหานซูลี่ได้ยินก็ยิ้มกว้างรีบลากสามีไปยังระเบียง
Baca selengkapnya
บทที่ 5 จับผิดผู้แปลงโฉม
“พวกเขาเป็นชู้รักตัดแขนเสื้อที่รักใคร่กันอย่างยิ่ง ท่ามกลางไอน้ำบดบังนั้นเจ้าเมืองฉางเฉิงอุ้มร่างทาสชายที่กำยำไปยังเตียงนอนและเริ่มต้นบทรักอีกครา ทำเอาฮูหยินใจสลายจนสาวใช้ต้องช่วยกันหามร่างของนางกลับเรือนไป”กลองเริ่มรัวถี่กว่าเดิม เมื่อเล่ามาถึงตรงนี้ผู้ฟังทั้งหลายต่างส่งเสียงฮือฮาวิพากษ์วิจารณ์เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นดังลั่น นักเล่านิรนามเคาะไม้ทรงสี่เหลี่ยมกับพื้นโต๊ะปัง! ปัง! ปัง! “หลังจากได้สติขึ้นมาอีกคราหนึ่ง ฮูหยินก็รีบไปปรึกษาพี่สาวของตนที่แต่งงานกับคหบดีเมืองฉางเฉิง พี่สาวคนนั้นเป็นผู้มีสติปัญญาจึงเตือนน้องสาวให้ไตร่ตรองให้รอบคอบ เมื่อสองพี่น้องคุยกันแล้วจึงตั้งข้อสงสัยว่า บางทีคนผู้นี้อาจมิใช่เจ้าเมืองฉางเฉิงตัวจริง ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นปีศาจแปลงกายมา พวกเขาจึงออกไปตามหานักพรตที่มีชื่อเสียงให้ช่วยเขียนยันต์ให้” นักเล่านิรนามกวาดสายตาไปทั่วบริเวณระเบียงกว้าง“ก็อย่างที่พวกท่านคิด ในเมื่อคนผู้นี้มิใช่ปีศาจ ยันต์วิเศษพวกนั้นจะช่วยอันใดได้ โชคดีที่คราวนั้น มารใหญ่มี่อี้ได้เดินทางผ่านไปยังเมืองฉางเฉิงพอดี เขาได้ยินชาวบ้านซุบซิบนินทากันเรื่องเจ้าเมือ
Baca selengkapnya
บทที่ 6 เจ้าเป็นน้องชายข้าแล้ว
พลันมือใหญ่นั้นคว้าข้อมือน้อยเอาไว้ “เจ้าจะทิ้งข้าไปแบบนี้เลยหรือ จอมยุทธ์หงกว่าข้าจะได้ออกจากเรือนอันยุ่งเหยิงมาหาที่เมาแสนสงบได้ช่างยากเย็น ซ้ำยังคุยกับผู้รู้ใจ ช่างหากได้ยากยิ่งนัก” หงซือซือทำหน้าเลิ่กลั่ก นางกลายเป็นผู้รู้ใจเจ้ามังกรขาวตัวนี้ไปเมื่อใดกัน มีแต่เขาที่พูดๆ ส่วนนางทำเพียงรินสุราให้และนั่งจิบเป็นเพื่อน“เอ่อ...แต่ข้าเริ่มเหนื่อยแล้ว ท่านดูสิพี่สามข้างนอกน้ำค้างแรงนัก” “เอ้า! เช่นนั้นข้าจะตามไปดื่มกับเจ้าที่ห้องก็แล้วกัน”เขาไม่เปิดโอกาสให้นางได้ปฏิเสธหันไปสั่งให้เสี่ยวเอ้อยกกาสุราขึ้นไปส่งที่ห้องนอนของนาง ส่วนตนเองกอดคอจอมยุทธ์หนุ่มน้อยบังคับให้พาไปยังห้องนอนโดยไว“เจ้าอย่าปฏิเสธข้าเลยน่า ข้าหามานานแล้วเพื่อนดื่มที่คอแข็งเช่นเจ้านี่ หากเจ้าเก้าไม่ทิ้งข้าไปดูแลเมียเสียก่อนก็ยังจะพอมีน้องชายคอยดื่มเป็นเพื่อน เจ้าคิดดูสิว่าเป็นข้า น่าสงสารแค่ไหน ทั้งใต้หล้านี่จะขอดื่มสุรากับผู้ใดล้วนยากเย็น” จอมยุทธ์หงไม่อาจบอกปัดเขาได้ ร่างใหญ่ที่กอดคอนางอยู่คล้ายก้าวเท้านำนางเสียด้วยซ้ำ‘ดีที่ไม่รู้ว่าข้าเป็นสตรี นี่หากลวนลามข้าเช่นนี้พี่อี้เทียนเห็นเ
Baca selengkapnya
บทที่ 7 ร่วมเตียงกับฮ่องเต้
เมื่อเมากันจนลิ้นเริ่มแข็งจนพูดจาอ้อแอ้ทั้งคู่แล้ว คุณชายสามเป็นฝ่ายกึ่งโอบกึ่งลากเอาจอมยุทธ์หงขึ้นเตียงนอน“ปาย...น้องโหง...เจ้านอนข้างใน ส่วนข้าจานอนข้างนอนเตียงเอง” “เอือม...เอิ๊ก....เอื๊อก..ดะ...ด้ายยยยยย ตามใจพี่สาม” หงซือซือร้องอ้อแอ้ ครึ่งตัวนางอยู่บนเตียงแต่ขายังชี้โด่เด่เมื่อพี่สามหันมาเห็นก็ช่วยถอดรองเท้าให้นางก่อนจะรวบขาของนางเข้าด้วยกันแล้วเลื่อนเข้าไปเตียงด้านใน คุณชายร่างใหญ่ยังพอมีสติรื้อเอาผ้าห่มปลายเตียงมาห่มให้หนุ่มน้อยที่เขาอุ้มขึ้นเตียงได้สำเร็จ แล้วหันไปดับตะเกียงก่อนจะเคลื่อนกายเข้าไปนอนข้างร่างบาง ท่านอ๋องเก้าเดินลงมาดูที่ระเบียงใหญ่ด้วยความเป็นห่วงพี่ชายกับเพื่อนของภรรยาทว่ากลับไม่เห็นผู้ใด สอบถามเสี่ยวเอ้อจึงได้ความว่าคนทั้งหมดขึ้นไปห้องนอนกันแล้ว“อืม...เช่นนั้นข้าก็สบายใจจะได้เข้านอนเสียที” อากาศยามดึกโดยปกติก็หนาวอยู่แล้ว ยิ่งอยู่กลางเกาะแก่งของทะเลสาบกว้างยิ่งเย็นกว่าปกติ‘มือข้าหนาวเย็นมาก ไม่มีที่ใดอุ่นเลยหรือไร ผ้าห่มก็บางเหลือเกิน’ นางคว้านมือไปรอบๆ พลันไปปะทะกับซอกหนึ่งที่อบอุ่นยิ่ง เมื่อยื่นมือไปแนบแล้วผ้าแถบนั้น
Baca selengkapnya
บทที่ 8 ท่านอาพันหน้า
หงซือซือและพระชายาหานนั่งเคียงคู่กันชมการประลองอย่างตื่นตาตื่นใจ “ข้าไม่เคยเลยว่าการประลองของเหล่าจอมยุทธ์ที่นี่จะตื่นเต้นราวกับการประลองเจ้ายุทธภพ” หานซูลี่แทบจะปรบมืออยู่ตลอดเวลาจนจอมยุทธ์หงนึกรำคาญต้องจับมือของนางลง “เจ้าก็พอก่อนเถิดอย่าเอาแต่ปรบมืออยู่เลย นั่งดูเงียบๆ จะได้ไม่รบกวนพวกเขาประลองฝีมือ” “ใช่ๆ ข้าลืมไป ก็ข้าไม่เคยเห็นคนประลองด้วยวิทยายุทธ์ล้ำเลิศเพียงนี้นี่นา” “เมื่อกี้เจ้าพูดยังกับเคยไปดูการประลองชิงตำแหน่งเจ้ายุทธภพ” “เคยที่ไหนกันเล่า ข้ามาเมืองหมิงตอนไหนเจ้าก็รู้อยู่ จากนั้นก็วุ่นวายแค่เรื่องหาเงินกับสามี ตอนนี้ยังมาลูก ฝาแฝดอีก จะเอายามไหนไปดูกัน” พวกนางมัวแต่ต่อปากต่อคำ ไม่นานนักผลแพ้ชนะก็ปรากฏ ขณะที่ผู้ชนะกำลังยกมือขึ้นคารวะรอบตัวเพื่อขอบคุณผู้ชมรายรอบ พลันร่างหนึ่งก็ทะยานเข้ามากลางวง ยกมือคารวะผู้ชนะเมื่อครู่เป็นเชิงท้าทาย “เจ้าดูแม่นางผู้นี้สิ นางช่างงดงามซ้ำยังองอาจยิ่ง” เมื่อสตรีผู้นั้นผินหน้ามาทางที่ทั้งสองนั่งอยู่ “นางท่าจะอายุน้อยกว่าเราสองคนเสียอีก” หานซูลี่เอ่ยความตื่นเต้น
Baca selengkapnya
บทที่ 9 ร่องรอยของนักฆ่า
“พี่สามเมื่อเช้าคนที่เดินหน้าห้องนอนข้าเอ่ยถึงคนของสำนักมืออสูร” อ๋องเก้าสีหน้าเคร่งเครียด “พวกมันปรากฏตัวที่แคว้นหมิงอีกแล้วหรือ” คนเป็นพี่ชายหน้าตาขึงขัง “เห็นว่ามีผู้วิชากระบี่แบบเดียวกับพวกมัน ไม่รู้ว่าจะใช้พวกเดียวกันหรือไม่” “เหตุใดจึงคิดว่าอาจมิใช่พวกเดียวกัน” “นางเป็นสตรีสูงวัย” “หือ” ฮ่องเต้ขมวดคิ้วตามพระอนุชา “ยังไม่เคยเห็นนักฆ่าของสำนักมืออสูรที่เป็นสตรีมาก่อน” “ข้าจึงสงสัยว่านางอาจจะเป็นคนที่รู้ตื้นลึกหนาบางของพวกมันดี แต่อาจจะมิใช่พวกมัน”ท่านอ๋องเก้าผู้ได้รับมอบหมายให้จัดการตามทำลายสำนักมืออสูรซึ่งมีนักฆ่าอันดับหนึ่งอยู่ในสังกัดมากมายและเคยบุกเข้ามาลอบสังหารฮ่องเต้ถึงสองครั้ง เคยลอบสังหารชินอ๋องพระเชษฐาของอ๋องเกาเอง รวมถึงเคยบุกเข้าไปสังหารคนในวังจีของท่านฝู่กั๋วกงที่เป็นเชื้อพระวงศ์ผู้หนึ่งด้วย “เพราะเหตุใด” “นางมิได้มีเจตนาฆ่าผู้ใด เพียงลงมือช่วยคนที่ถูกทำร้ายเท่านั้น” “คนของสำนักมืออสูรครั้งสุดท้ายก็หมายจะสังหารคนในวังจีของฝู่กั๋วกงเมื่อครั้งคิดแย่งชิงตรามังกรคู่ของห้าตระกูล จากน
Baca selengkapnya
บทที่ 10 สัญญาของหมูโง่
เมื่อเห็นร่างสูงของบุรุษหนุ่มทั้งสองที่เดินเคียงคู่กันมา หงซือซือก็หน้าเปลี่ยนสี เรื่องเมื่อคืนนางรู้ว่าคุณชายสามและนางเมามากจึงได้แต่ก่นด่าตนเองในใจ‘ซือซือเอ๋ย! เจ้านี่มันช่างงี่เง่าสิ้นดี ดันปล่อยตัวเองให้เละเทะจนขึ้นเตียงกับมังกรขาวเจ้าเล่ห์ นี่หากเขานึกออก ข้าจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน’ “น้องหง เจ้าอยู่นี่เอง! พวกเจ้ามิได้ไปดูการประลองดอกหรือ” ท่านน้าของนางว่องไวกว่าที่คิด ทันทีที่ได้ยินเสียงฝีเท้าของบุรุษสองคนเข้ามาใกล้นางก็เร้นกายจากไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้หงซือซือกับหานซูลี่อยู่รับหน้า “พวกเราดูแล้ว แต่เพราะเกรงว่าจะมิได้ชมทิวทัศน์ให้เต็มที่ก็เลยชวนกันออกมาเดินเล่นแถวนี้เจ้าค่ะ” “จริงสินะ พรุ่งนี้พวกเราก็ต้องเดินทางกลับแต่เช้า” อ๋องเก้าหันไปมองพี่ชาย “แล้วท่านเล่าพี่สาม คิดจะอยู่สักกี่วัน ” “ข้าเองก็คิดจะกลับพรุ่งนี้เช่นกันอาจจะเป็นยามบ่ายเพราะข้านัดกับคนผู้หนึ่งเอาไว้” สีหน้าของคุณชายสามดูเป็นงานเป็นการเมื่อเอ่ยถึงนัดหมายหงซือซือแอบสงสัยว่าคนที่เขานัดหมายเอาไว้น่าจะเป็นคนสำคัญผู้หนึ่งในยุทธภพ เห็นทีนางคงต้องทิ้งหัวหน้า สวีเอาไว้ท
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status