บุปผาข้ามภพ วิชาหมอจากแดนไกล

บุปผาข้ามภพ วิชาหมอจากแดนไกล

last updateHuling Na-update : 2025-10-23
By:  MumiOngoing
Language: Thai
goodnovel4goodnovel
Hindi Sapat ang Ratings
27Mga Kabanata
259views
Basahin
Idagdag sa library

Share:  

Iulat
Buod
katalogo
I-scan ang code para mabasa sa App

ซูอี้เหม่ย หญิงสาวยุคปัจจุบันที่สิ้นใจเพราะอุบัติเหตุรถชนกลางถนนใหญ่ ทุกคนต่างคิดว่าเธอคงไม่รอดแน่ แต่เมื่อสติเลือนรางค่อยๆ กลับมา เธอกลับพบว่าตนเองกำลังนอนอยู่บนแคร่ไม้เก่าๆ ริมลำธารในหมู่บ้านโบราณ! ร่างกายที่เธอสวมอยู่ไม่ใช่ของเธอ หากแต่เป็น "ซูอี้เหม่ย" อีกคนหนึ่ง—บุตรสาวชาวบ้านผู้งามล่มเมือง แต่ต้องทนอยู่ใต้การกดขี่ของแม่เลี้ยงใจร้ายและบิดาที่ไร้ความรับผิดชอบ แม่เลี้ยงคนนั้น…ยังดันมีใบหน้าเหมือนเจ้านายหญิงผู้กดขี่เธอในชาติก่อนอีกด้วย! คืนแรกที่ลืมตาตื่น เธอถูกชายแปลกหน้าร่างสูงใหญ่ช่วยขึ้นมาจากลำธาร เนื้อตัวเปียกปอนและอ่อนแรงจนไม่อาจขัดขืน ความใกล้ชิดและสายตาคมลึกล้ำของเขาทำให้หัวใจเธอสั่นสะท้าน แต่แทนที่จะยอมจำนนต่อโชคชะตา ซูอี้เหม่ยกลับสาบานกับตนเองว่า—คราวนี้นางจะไม่ใช่ผู้ถูกกระทำอีกต่อไป นับแต่นี้ไป หญิงงามผู้นี้จะใช้สมองและเสน่ห์อันร้ายกาจ ทวงคืนศักดิ์ศรีของตนเอง และแก้แค้นแทนเจ้าของร่างเดิมที่ต้องทนทุกข์ทรมาน

view more

Kabanata 1

บทที่ 1ลำธารแห่งชะตาลิขิต

สายลมยามรุ่งสางพัดผ่านยอดไผ่เป็นเสียงกระซิบแผ่วเบา กลิ่นหอมชื้นจากหญ้าเขียวและกลีบดอกไม้ป่าที่ร่วงหล่นลงบนผืนน้ำลำธารทำให้บรรยากาศในหมู่บ้านโบราณแห่งนี้สงบงามราวกับภาพวาด เสียงนกร้องขับขานรับแสงแรกของอรุณดังก้องประสานกับเสียงน้ำไหลเป็นท่วงทำนองธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ราวกับทุกสิ่งกำลังร่วมกันขับกล่อมบทเพลงต้อนรับชีวิตใหม่

ท่ามกลางหมอกบางที่ลอยละล่องเหนือสายน้ำ เกิดประกายระยิบระยับเมื่อกระทบกับแสงอาทิตย์สีทอง ราวกับมีผู้หว่านผงเพชรลงมาจากฟากฟ้า สะท้อนสายตาของผู้ใดที่ได้พบเห็นให้ต้องหยุดหายใจชั่วขณะ

ริมลำธารนั้น มีหญิงสาวผู้หนึ่งค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้น ร่างกายเปียกโชกด้วยหยดน้ำที่เกาะทั่วเนื้อผ้า เส้นผมดำยาวสลวยชุ่มน้ำแนบไปตามแผ่นหลังขาวนวลราวหยกขัดเนียน ใบหน้างดงามราวเทพธิดายามนี้กลับเต็มไปด้วยความสับสนและหวาดหวั่น

“ที่นี่…ที่ไหนกัน?” เสียงในใจของนางสั่นพร่า ริมฝีปากซีดเผือดพึมพำโดยไม่รู้ตัว พลางยกมือขึ้นลูบหน้าผากที่ยังมึนงง ความทรงจำสุดท้ายของ ซูอี้เหม่ย คือเสียงเบรกดังลั่นก่อนที่ร่างเธอจะล้มกระแทกลงสู่พื้นถนนที่เต็มไปด้วยแสงไฟและผู้คนในโลกยุคปัจจุบัน กลิ่นยางมะตอย เสียงไซเรน และเลือดอุ่นที่ไหลอาบยังติดตรึงในความรู้สึก แต่เหตุใดตอนนี้กลับได้กลิ่นดินชื้นหอมสดชื่น ได้ยินเสียงน้ำใสไหลริน และสัมผัสลมเย็นอ่อนโยนราวกับสวรรค์?

นางสะบัดศีรษะเบาๆ พลันสายตาคมงดงามเบิกกว้างเมื่อสะท้อนเงาของตนในผิวน้ำ — ร่างกายที่เธอเห็นไม่ใช่เธออีกต่อไป! เครื่องแต่งกายที่สวมใส่เป็นชุดจีนโบราณปักลายดอกโบตั๋นด้วยเส้นด้ายทองละเอียดงดงาม ผิวกายขาวผ่องละเอียดราวหิมะ และที่สำคัญ ใบหน้านั้น แม้จะคล้ายตนเอง แต่กลับดูอ่อนหวาน อ่อนเยาว์ และสง่างามยิ่งกว่าที่เคยเป็นมาในโลกเดิม

หัวใจพลันเต้นแรงราวกลองศึก นางกัดริมฝีปากเบาๆ ความคิดมากมายประดังเข้ามาไม่หยุด

“นี่…ฉันทะลุมิติมางั้นหรือ? หรือว่าฉันตายไปแล้วจริงๆ …แล้วฟื้นขึ้นมาในร่างของใครบางคน?”

ความสงสัยถาโถมไม่ต่างจากคลื่นทะเล ยิ่งมองเงาในผิวน้ำยิ่งรู้สึกแปลกแยก แต่ในความแปลกแยกนั้นกลับแฝงเสน่ห์บางอย่างที่ทำให้นางอดไม่ได้ที่จะยื่นมือแตะผิวน้ำเบื้องหน้า น้ำเย็นเฉียบไหลรินผ่านปลายนิ้วราวกับยืนยันว่าทุกสิ่งตรงหน้ามิใช่ความฝัน

เสียงหัวเราะแผ่วจากหมู่บ้านดังแว่วมา เด็กๆ วิ่งไล่จับกันบนทุ่งหญ้าเขียว เสียงเรียกขายของจากพ่อค้าแม่ค้าดังขึ้นจากถนนสายเล็กที่ทอดผ่านกลางหมู่บ้าน ชีวิตในที่แห่งนี้ช่างสงบเรียบง่าย งดงามเหมือนบทกวี แต่ในความสงบกลับแฝงเงาลึกลับบางอย่างที่มองไม่เห็น ทว่ากลับทำให้หัวใจของนางเต้นไม่เป็นจังหวะ

ซูอี้เหม่ยพยายามพยุงร่างที่อ่อนแรงขึ้นยืน เสื้อผ้าเปียกแนบไปกับสัดส่วนงดงาม เผยให้เห็นเส้นโค้งเว้าที่สมบูรณ์แบบกว่าร่างเดิมของตน นางกวาดตามองรอบๆ เห็นเพียงภูเขาเขียวทอดยาวเป็นแนวฉากหลัง บ้านไม้หลังเล็กเรียงราย เสียงไก่ขันแว่วมาไกลๆ ราวกับประกาศว่า “นี่คือเช้าวันใหม่ของชีวิตเธอ”

หัวใจที่ยังสับสนพลันหวนคิดถึงใบหน้าของหญิงคนหนึ่ง…ใบหน้าที่ทั้งคุ้นเคยและชิงชังในเวลาเดียวกัน หญิงคนนั้นคือหัวหน้าฝ่ายผู้กดขี่ทำร้ายเธอในชาติก่อน และบัดนี้ ใบหน้านั้นกลับไปตรงกับแม่เลี้ยงใจร้ายที่ชาวบ้านเอ่ยถึงเมื่อคืนอย่างน่าประหลาดยิ่ง ราวกับโชคชะตาบิดเบือนเส้นทางให้เธอได้กลับมาพบศัตรูในร่างใหม่

ดวงตาของซูอี้เหม่ยสั่นไหวเพียงชั่วขณะ ก่อนค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นความเย็นชาและมุ่งมั่น นางยกมือกำแน่น กัดฟันกร้าว

“ถ้าโชคชะตายอมให้ฉันเริ่มต้นใหม่ในร่างนี้ ฉันจะไม่ยอมเป็นคนอ่อนแออีกแล้ว… ต่อให้ต้องเผชิญกับความเกลียดชังหรืออุปสรรค ฉันก็จะเป็นฝ่ายกำหนดชะตาของตนเอง!”

เสียงในใจสะท้อนก้องไม่ต่างจากคำสาบาน แววตาที่เคยพร่ามัวเพราะความสับสนค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นประกายเด็ดเดี่ยว เปล่งประกายดุจอัญมณีใต้แสงตะวันเช้า

สายลมพัดปลายผมดำของนางให้พลิ้วไสว ดอกหญ้าข้างลำธารเอนโอนราวกับค้อมศีรษะยอมรับการเกิดใหม่ของนาง ทุกสิ่งในธรรมชาติเหมือนจะเป็นพยานแห่งชะตาใหม่ หญิงสาวที่เพิ่งลืมตาขึ้นจากความตาย มิใช่เพียงหญิงงามธรรมดาอีกต่อไป หากแต่คือ หญิงงามผู้ท้าทายโชคชะตา

ก้าวแรกของซูอี้เหม่ยบนดินโบราณแห่งนี้ คือก้าวที่สะท้านไปทั่วหัวใจของนาง ราวกับโลกทั้งใบกำลังจับตามองความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้น…

 

Palawakin
Susunod na Kabanata
I-download

Pinakabagong kabanata

Higit pang Kabanata
Walang Komento
27 Kabanata
บทที่ 1ลำธารแห่งชะตาลิขิต
สายลมยามรุ่งสางพัดผ่านยอดไผ่เป็นเสียงกระซิบแผ่วเบา กลิ่นหอมชื้นจากหญ้าเขียวและกลีบดอกไม้ป่าที่ร่วงหล่นลงบนผืนน้ำลำธารทำให้บรรยากาศในหมู่บ้านโบราณแห่งนี้สงบงามราวกับภาพวาด เสียงนกร้องขับขานรับแสงแรกของอรุณดังก้องประสานกับเสียงน้ำไหลเป็นท่วงทำนองธรรมชาติที่บริสุทธิ์ ราวกับทุกสิ่งกำลังร่วมกันขับกล่อมบทเพลงต้อนรับชีวิตใหม่ท่ามกลางหมอกบางที่ลอยละล่องเหนือสายน้ำ เกิดประกายระยิบระยับเมื่อกระทบกับแสงอาทิตย์สีทอง ราวกับมีผู้หว่านผงเพชรลงมาจากฟากฟ้า สะท้อนสายตาของผู้ใดที่ได้พบเห็นให้ต้องหยุดหายใจชั่วขณะริมลำธารนั้น มีหญิงสาวผู้หนึ่งค่อยๆ ลืมตาตื่นขึ้น ร่างกายเปียกโชกด้วยหยดน้ำที่เกาะทั่วเนื้อผ้า เส้นผมดำยาวสลวยชุ่มน้ำแนบไปตามแผ่นหลังขาวนวลราวหยกขัดเนียน ใบหน้างดงามราวเทพธิดายามนี้กลับเต็มไปด้วยความสับสนและหวาดหวั่น“ที่นี่…ที่ไหนกัน?” เสียงในใจของนางสั่นพร่า ริมฝีปากซีดเผือดพึมพำโดยไม่รู้ตัว พลางยกมือขึ้นลูบหน้าผากที่ยังมึนงง ความทรงจำสุดท้ายของ ซูอี้เหม่ย คือเสียงเบรกดังลั่นก่อนที่ร่างเธอจะล้มกระแทกลงสู่พื้นถนนที่เต็มไปด้วยแสงไฟและผู้คนในโลกยุคปัจจุบัน กลิ่นยางมะตอย เสียงไซเรน และเลือดอุ่นที่
last updateHuling Na-update : 2025-09-07
Magbasa pa
บทที่ 2 ชายลึกลับแห่งลำธารหมอก
เสียงน้ำจากลำธารยังคงไหลรินเป็นสายยาวราวกับไม่รู้จักสิ้นสุด สายน้ำใสราวกระจกสะท้อนเงาไม้ใหญ่ที่ทอดกิ่งก้านลงมาปกคลุม ความชื้นเย็นยามเช้าซึมเข้าสู่ผิวกายของซูอี้เหม่ยจนทำให้นางสั่นสะท้านเล็กน้อย ร่างกายนี้แม้จะงดงามดุจหยก แต่กลับอ่อนแรงและบอบบางเหมือนกลีบดอกไม้ที่เพิ่งผ่านพายุฝนมา ในห้วงความคิดของนางยังคงสับสนปั่นป่วน — โลกใบนี้คือที่ใดกันแน่? เหตุใดนางจึงมาอยู่ในร่างของสตรีผู้นี้ได้?หมอกเช้าลอยคลอเคลียทั่วหุบเขา แสงอาทิตย์แรกเพียงเล็กน้อยสาดผ่านม่านหมอกลงมา คล้ายกับสวรรค์ตั้งใจปกปิดความจริงบางอย่างไม่ให้นางล่วงรู้ ทว่าในยามที่นางกำลังครุ่นคิดถึงชะตากรรมของตน เสียงกีบม้ากลับดังแทรกขึ้นมา เสียงนั้นไม่ใช่เพียงการเดินผ่านธรรมดา หากแต่เป็นจังหวะหนักแน่นที่บ่งบอกถึงความแข็งแกร่งและความมั่นใจ กีบม้ากระทบพื้นหินกรวด ก้องสะท้อนไปทั่วหุบเขาเหมือนเสียงระฆังเตือนล่วงหน้าให้ระวังภัยซูอี้เหม่ยหายใจสะดุด นางเหลือบมองไปทางทิศเสียงนั้น และเพียงอึดใจเดียว เงาร่างดำทะมึนก็ค่อย ๆ ปรากฏออกมาจากม่านหมอก ม้าสีดำสนิท สูงสง่าดุจอสูรแห่งรัตติกาล กีบเหล็กของมันกระทบพื้นหญ้าเป็นประกายสะท้อนแดดยามเช้า บนหลังม้าน
last updateHuling Na-update : 2025-09-07
Magbasa pa
บทที่ 3 บ้านที่ไม่ใช่บ้าน
เสียงกีบม้าค่อยๆ เลือนหายไปพร้อมเงาของชายลึกลับผู้จากไป ทิ้งไว้เพียงกลิ่นอายแปลกประหลาดที่ยังวนเวียนอยู่ในใจ ราวกับเงาแห่งโชคชะตาที่ไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่าแต่กลับกดทับลงบนหัวใจของซูอี้เหม่ยอย่างเงียบงันนางสูดลมหายใจลึก พยายามสงบความปั่นป่วนในอก ก่อนก้าวเดินกลับเข้าสู่หมู่บ้านเล็กริมภูเขา ที่ซึ่งชีวิตภายนอกยังคงดำเนินไปอย่างปกติ บ้านไม้เรียงรายอยู่สองฝั่งถนนดินแดง กลิ่นหอมของฟืนและอาหารพื้นบ้านลอยตามลมมา เด็กๆ วิ่งเล่นเสียงดังเจี๊ยวจ๊าว ผู้เฒ่านั่งสานตะกร้าใต้ร่มไม้ บรรยากาศดูอบอุ่นราวหมู่บ้านเล็กที่ห่างไกลความวุ่นวายของโลกภายนอกแต่สำหรับซูอี้เหม่ย…ที่นี่กลับเต็มไปด้วยความอึดอัดเหมือนกำลังถูกล่ามด้วยโซ่ล่องหน บรรยากาศแสนสงบนี้ไม่อาจกลบกลิ่นอายมืดดำที่คลี่คลุมหัวใจของเธอยิ่งกว่านั้น หมู่บ้านแห่งนี้แม้จะเป็นเพียงชนบท แต่กลับมีจุดศูนย์กลางที่ผู้คนต่างให้ความเกรงใจ นั่นคือ คฤหาสน์ไม้หลังใหญ่ของตระกูลซู ครอบครัวของนางเอง — ตระกูลพ่อค้าใหญ่ที่ร่ำรวยจากการค้าขายสมุนไพร ข้าวสาร และผ้าแพรไหม เส้นทางการค้าลากยาวไปถึงหลายเมืองรอบนอกชาวบ้านต่างพูดกันว่า “ตราบใดที่ยังอยู่ใต้ร่มเงาตระกูลซู ก็ไม่
last updateHuling Na-update : 2025-09-07
Magbasa pa
บทที่ 4 เริ่มต้น
ภายในเรือนใหญ่แห่งตระกูลซู กลิ่นชาดำยังคงกรุ่นกระจายอยู่ทั่วโถงไม้โอ่อ่า แสงแดดยามสายลอดผ่านหน้าต่างไม้ฉลุลาย ละลายเป็นลายเงาลงบนพื้นสะอาดมันวาว ราวกับเส้นทองที่ร่ายรำอยู่ใต้แสงอาทิตย์ บรรยากาศโดยรอบแม้ดูสงบสุข ทว่าแท้จริงกลับเต็มไปด้วยความกดดันที่อัดแน่นจนแทบหายใจไม่ทั่วท้องบนตั่งสูงด้านในสุด สวี่ซินเหมยนั่งประทับอยู่ นางสวมอาภรณ์ผ้าแพรสีชมพูอ่อน ปักลายดอกเหมยระยับแวววาว ผิวพรรณที่ทาด้วยแป้งหอมราคาแพงดูราวกับเครื่องเคลือบงดงาม หากแต่แววตาและสีหน้ากลับกรีดเฉือนดุจมีดคม นางยกพัดหยกขึ้นปิดริมฝีปาก แต่สายตากลับจับจ้องไปยังสตรีอีกผู้หนึ่งที่ยืนตรงกลางโถง“ซูอี้เหม่ย!” น้ำเสียงแหลมสูงก้องสะท้อนทั่วห้องโถง “เจ้าหายไปทั้งคืน กลับมาพร้อมเสื้อผ้าเปียกปอน สภาพน่ารังเกียจเช่นนั้น กล้าทำให้ตระกูลนี้ขายหน้าได้อย่างไร!”ริมฝีปากบางภายใต้พัดหยกขยับสั่นสะท้านด้วยโทสะ เสียงพูดเต็มไปด้วยการกล่าวโทษและการกดข่ม ราวกับต้องการตอกย้ำให้ทุกคนจำได้ว่านางคือภรรยาหลวงผู้ครอบครองอำนาจสูงสุดในเรือนบิดาของซูอี้เหม่ยนั่งอยู่ข้างๆ เพียงก้มหน้าดื่มชาเงียบๆ มือที่ถือถ้วยชาแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน แต่กลับไม่เปล่งเสียงออก
last updateHuling Na-update : 2025-09-07
Magbasa pa
บทที่ 5 ขโมยของก่อนจากไป
แสงอาทิตย์ยามบ่ายคล้อยสาดส่องลงบนลานดินหน้าบ้าน เงาของต้นไผ่เอนลู่ตามแรงลมทอดลงบนพื้นราวกับเส้นหมึกที่จิตรกรผู้ชำนาญขีดเขียน ซูอี้เหม่ยก้าวออกจากเรือนด้วยจังหวะมั่นคง แม้หัวใจยังเต้นแรงเพราะการปะทะกับแม่เลี้ยงเมื่อครู่ แต่บนใบหน้างดงามกลับฉายรอยยิ้มเย็นเฉียบนางไม่คิดจะทนฟังคำด่าทอและการเหยียดหยามอีกต่อไป — ชีวิตนี้ นางมิได้เกิดมาเพื่อเป็นเครื่องรองรับความโกรธแค้นหรือเป็นตัวตลกให้ใครหยามเหยียด“บ้านหลังนี้…ไม่ใช่ที่สำหรับฉันอีกแล้ว” เสียงในใจดังขึ้นแน่วแน่แต่ก่อนที่ก้าวเท้าออกไปให้ไกลกว่านี้ สายตาคมกริบของซูอี้เหม่ยหันกลับไปยังเรือนใหญ่ที่เพิ่งเดินออกมา แววตาเจือรอยเยาะเย้ย — นางจะไม่จากไปด้วยมือเปล่าเด็ดขาด ตลอดเวลาที่ผ่านมา สวี่ซินเหมยกดขี่นางทั้งกายและใจ ใช้อำนาจเหยียบย่ำอย่างไร้ปรานี วันนี้…นางจะคืนให้สมกับสิ่งที่นางได้รับเมื่อท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนสีเป็นส้มแดง ซูอี้เหม่ยกลับลอบเดินวกเข้าเรือนหลวงอีกครั้ง เงาต้นไผ่ทอดยาวบังท่อนร่างบอบบางของนางไว้แนบสนิท ความเงียบยามพลบค่ำช่วยปกปิดการเคลื่อนไหว ทุกก้าวย่างของนางนุ่มนวลราวกับแมวป่าที่คุ้นเคยกับความมืดซูอี้เหม่ยรู้ดี — ห้องเก็บของล้ำค
last updateHuling Na-update : 2025-09-07
Magbasa pa
บทที่ 6 ก้าวแรกสู่เมืองหลวง
แสงอรุณแห่งวันใหม่ค่อย ๆ แผ่วลงจากฟากฟ้า ราวกับผืนผ้าที่ถูกกางออกด้วยสีทองอ่อน สาดแสงไปทั่วท้องทุ่งและภูเขาซึ่งทอดตัวอยู่ห่างไกล สายหมอกบางเบาลอยคลอเหนือทุ่งหญ้าและแปลงนาข้าวที่เพิ่งชุ่มด้วยหยาดฝนเมื่อคืน กลิ่นดินชื้นกับดอกหญ้าผสมน้ำค้างหอมกรุ่นอยู่ในอากาศ—เช้าวันนี้ไม่เหมือนวันไหน ๆ สำหรับหญิงสาวผู้หนึ่งซูอี้เหม่ยเดินบนเส้นทางดินแดงที่คดเคี้ยวออกจากหมู่บ้านเล็ก ๆ ห่อผ้าสีซีดพาดไหล่บรรจุเพียงเสื้อผ้าหยาบสองสามชุด หนังสือเก่าขาดแหว่ง และหยกชิ้นเล็กของมารดาแท้ ๆ —ทั้งหมดที่นางเลือกจะพก นอกเหนือจากนั้นคือสิ่งที่นางซ่อนไว้อย่างแยบยล: แหวนทองหนึ่งวง สร้อยหยกหนึ่งเส้น และผ้าไหมปักพับเล็ก ๆ ที่ลอบหยิบมาจากหีบของสวี่ซินเหมยเมื่อคืน นางไม่คิดหนีมือเปล่าอีกต่อไป“ฉันไม่ใช่หญิงสาวที่ถูกกดขี่อีกต่อไป” นางกล่าวในใจ พลางย้ำเท้าให้มั่น “นับจากนี้ เส้นทางเป็นของฉัน”แสงแดดไล้ขอบผ้าโพกศีรษะเรียบ ๆ ของนาง ขณะลมเช้าไหวปลายผมสีดำให้สะบัดเบา เส้นทางยาวไกลและไม่อาจคาดเดา แต่ในดวงตากลับมีแววแน่วแน่ โลกใบนี้โหดร้ายก็จริง แต่มันก็ซ่อนโอกาสไว้—และนางจะคว้ามันหลายชั่วยามผ่านไป เมืองหลวงค่อย ๆ โผล่พ้นหมอกเช้า
last updateHuling Na-update : 2025-10-23
Magbasa pa
บทที่7 เงินตราจากปัญญา
เสียงจอแจของผู้คนยังกรอกหูไม่ขาดสาย กลิ่นควันธูปจากศาลเจ้าเจือกับไอทอดกระทะและชาใบแรกของวัน ลอยคลุมถนนหินกรวดให้กลายเป็นม่านบาง ๆ แห่งชีวิตชีวา ซูอี้เหม่ยยกห่อผ้าเบา ๆ ในมือ—ข้างในมีเพียงของใช้เล็กน้อย เงินรางวัลจากร้านโอสถก้อนหนึ่ง และที่สำคัญที่สุดคือ “ทุนเงียบ” ที่นางพกมาจากเรือนเดิม: เงินกับของล้ำค่าบางชิ้นที่ชิงมาจากหีบของสวี่ซินเหมยเมื่อคืนก่อน นั่นไม่ใช่เพียงทรัพย์สิน แต่คือการชดเชยปีเดือนแห่งการถูกกดขี่ และจะถูกแปรเปลี่ยนเป็นรากฐานชีวิตใหม่ของนางในเมืองหลวงนางเดินลึกเข้าไปในย่านการค้าเก่า เลือกตรอกที่มีร่มไผ่ทอดเงาในยามสายและมีลมโกรกในยามบ่าย ตรงหัวมุมมีศาลาไม้เล็ก ๆ สำหรับวางถังน้ำของคนหาบ—ตรงนี้คนผ่านทั้งวัน แต่ไม่คับคั่งจนเข็นแผงลำบาก นางยิ้มบางกับตัวเอง: “ทำเลดี—ไม่โดนร้านใหญ่กลบ และไม่หลบสายตาจนไร้ลูกค้า”เงินที่ได้มาจากการต่อรองแหวนทองกับโรงรับจำนำเมื่อวาน นางกันไว้ส่วนหนึ่งสำหรับค่าเช่าโรงเตี๊ยมและอาหารสามวัน ถัดมา นางล้วงถุงผ้าเล็กจากแขนเสื้อ—เงินที่ชิงจากแม่เลี้ยงยังเหลือพอสมควร นางตั้งใจแน่วแน่: จะไม่ปล่อยให้มันรั่วไหลไปกับความฟุ้งเฟ้อแม้แต่เหรียญเดียว ทุกตำลึงต้องง
last updateHuling Na-update : 2025-10-23
Magbasa pa
บทที่8 เมล็ดพันธุ์แห่งศัตรู
ตลาดกลางเมืองยังคงคึกคักอย่างไม่ลดละ แม้แสงบ่ายจะสาดลงจนถนนลู่อิฐแดงร้อนระอุ กลิ่นสมุนไพรแห้งจากร้านค้าต่าง ๆ ลอยปะทะควันน้ำมันจากกระทะทอด เสียงเข็นล้อเกวียนเสียดกับหินกรวดดังครูดคราด คนเดินสวนกันแน่นราวสายน้ำไหลไม่หยุด ซูอี้เหม่ยก้าวอย่างมั่นคง ห่อผ้าเล็กในมือเบาเกือบไร้น้ำหนัก ทว่าในอกกลับหนักแน่นไปด้วยความสำเร็จ—เหรียญเงินจากการช่วยแก้ตำรับยาของหมอเฒ่าคล้ายเมล็ดพันธุ์เมล็ดแรกที่ฝังลงในดินของเมืองหลวงเสียงชมของชายชราหน้าเตียนจากร้านโอสถ— “คุณหนูซูฉลาดนัก” —กระจายไปตามตรอก ลอยผ่านป้ายไม้ ลอดชายคากระเบื้องแตก และซึมสู่หูของผู้คน มันเป็นประกายไฟเล็ก ๆ ที่ติดง่ายในเมืองซึ่งหิวเรื่องเล่าเท่า ๆ กับหิวข้าว เหรียญเงินอุ่นมือทำให้นางยิ้มบาง แต่ในรอยยิ้มนั้นยังมีแววรู้เท่าทัน—คำชื่นชมย่อมนำเงาริษยามาเป็นของแถมเสียงหัวเราะแหลมของหลี่หรงหรงเมื่อครู่ยังคุกรุ่นในอากาศ ทว่าหลังแม่ทัพหนุ่มปรากฏตัวและฝูงชนตีความถ้อยคำ “ไม่ใช่คนของโลกนี้” ว่าเป็นเพียงคำชมเกินเปรียบ นางก็เลิกค้างคาใจ—เรื่องภายในใจปล่อยให้เป็นของนางเอง ส่วนเรื่องภายนอก…นางจะบริหารด้วยฝีมือซูอี้เหม่ยแหวกฝูงชนไปยังเงาไผ่ตรงหัวมุมตรอก
last updateHuling Na-update : 2025-10-23
Magbasa pa
บทที่9 เชิญชวนที่ไม่อาจปฏิเสธ
เสียงซอจีนยังคงบรรเลงเคล้ากับขลุ่ย ท่วงทำนองแผ่วก้องล่องลอยไปทั่วหอประชุมใหญ่ ดุจสายลมแห่งรัตติกาลที่พัดผ่านดอกเหมยบานสะพรั่งบนจิตรกรรมฝาผนัง ผ้าแพรแดงสดทอดยาวเหนือเสาหินสูงสง่า โคมกระดาษพันดวงเปล่งแสงนวลอาบผู้คนราวกับต้องมนตร์แขกเหรื่อมากหน้าหลายตานั่งเรียงราย ทั้งขุนนางผู้ใหญ่ ศิษย์บัณฑิต แม่ทัพนายกอง และเหล่าผู้มีเกียรติ ล้วนรวมตัวกันเพื่อร่วมงานเลี้ยงที่กล่าวขานไปทั่วเมืองหลวง—งานเลี้ยงแห่งแม่ทัพหลงเทียนอวี่บนแท่นสูงสุด บุรุษผู้เป็นเจ้าของค่ำคืนนี้นั่งในอิริยาบถสง่างาม ดวงตาคมส่องประกายเย็นเฉียบ ร่างสูงใหญ่ในชุดดำปักมังกรทองชวนให้ทุกคนไม่กล้าเงยหน้ามองนาน รัศมีแห่งอำนาจที่เขาแผ่ออกมาราวภูผาสูง—หนักแน่น มั่นคง ยากที่ใครจะทัดทานทว่าในค่ำคืนนี้ มิใช่เพียงแม่ทัพหนุ่มผู้เป็นที่สนใจ หากยังมีหญิงสาวผู้หนึ่งก้าวเข้าสู่หอประชุมอย่างเงียบสงบ—ซูอี้เหม่ยนางสวมชุดแพรขาวปักโบตั๋นแดง ผ้าคลุมบางสีงาช้างปิดครึ่งใบหน้า แฝงไว้ทั้งความลึกลับและการป้องกัน เพราะนางรู้ดีกว่า “ความงามคือดาบสองคม” การเผยโฉมคือการเชื้อเชิญทั้งโอกาสและภัยพิบัติ นางจึงเลือกปิดบัง แม้ทุกย่างก้าวกลับยิ่งดึงดูดสายตาของผู้คน
last updateHuling Na-update : 2025-10-23
Magbasa pa
บทที่10 สับเปลี่ยนพานผลไม้
เสียงพิณสายขับขานเป็นท่วงทำนองอันเนิบนุ่ม ขลุ่ยผสานแว่วกังวานดังประหนึ่งสายลมแห่งรัตติกาลพลิ้วพัดเหนือท้องคีตกาล หอประชุมใหญ่ของจวนแม่ทัพ ณ ค่ำคืนนี้ จึงเสมือนแดนสวรรค์ที่ประดับด้วยหมู่ดารา โคมไฟกระดาษรูปดอกเหมยลอยระยับแสงนวล แพรแดงสดประดับประดาทั่วท้องโถง ผ้าไหมเนื้อดีจากแดนไกลโบกไสวรับลมเย็นยามราตรี แขกเหรื่อทั้งหลายต่างประดับเครื่องแต่งกายอันงามวิจิตร ก้าวเดินอย่างสง่าดุจเทพสวรรค์มาชุมนุมสุราหอมกรุ่นถูกกรอกลงถ้วยหยก เสียงหัวเราะสนทนาไหลลื่นไม่ต่างจากธารา แต่ภายใต้บรรยากาศครึกครื้นนั้นกลับแฝงเค้าเงาแห่งการชิงไหวชิงพริบหรงหรง—องค์หญิงผู้สูงศักดิ์ หลานแท้ของฮ่องเฮา นั่งอยู่ท่ามกลางหมู่สตรีผู้สูงส่ง ผ้าไหมชมพูอ่อนปักลายเหมยบานด้วยเส้นทองวาววับประดับร่างอรชร นางถือกำพัดงดงามแนบในมือตลอดเวลา เบื้องหน้าเผยเพียงรอยยิ้มอ่อนหวาน หากเบื้องหลังสายตากลับเฉียบคมดั่งคมมีดความงามของนางไม่ด้อยไปกว่าผู้ใด แต่ยามอยู่เคียงข้างซูอี้เหม่ยกลับถูกกลบรัศมีจนแทบไร้ตัวตน หรงหรงหายใจติดขัดในอก คล้ายเปลวเพลิงริษยากำลังเผาผลาญหัวใจให้มอดไหม้นางครุ่นคิดพลางกระซิบสั่งบ่าวผู้ภักดี บ่าวชายก้มหน้ารับคำโดยไม่เอื้
last updateHuling Na-update : 2025-10-23
Magbasa pa
Galugarin at basahin ang magagandang nobela
Libreng basahin ang magagandang nobela sa GoodNovel app. I-download ang mga librong gusto mo at basahin kahit saan at anumang oras.
Libreng basahin ang mga aklat sa app
I-scan ang code para mabasa sa App
DMCA.com Protection Status