Share

บทที่ 1.4

last update publish date: 2026-03-18 06:36:58

คิดได้ดังนั้นเขาก็ถอนหายใจออกมา ดวงตาคมเหลือบมองลูกพลับครึ่งซีกที่นางทำตกไว้ ก่อนจะก้มลงไปหยิบขึ้นมา

“ต้นพลับต้นนี้ข้าปลูกเอง ปีนี้ออกลูกดกทั้งยังมีรสหวานกรอบ ลูกนี้สุกเกินไปไม่อร่อยหรอก”

กล่าวจบก็เงยหน้าขึ้น ก่อนจะเก็บลูกใหม่ที่น่าอร่อยกว่ามาจากต้นส่งให้นาง

อันซุ่ยเหลียนกะพริบตามองเขาด้วยความงุนงง แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังใช้มือหนึ่งยื่นออกไปรับ เขาเลื่อนมือหนีราวเพิ่งนึกขึ้นได้ว่ามืออีกข้างของนางต้องเกาะกิ่งไม้เพื่อช่วยทรงตัว

เมื่อบิลูกพลับออกเป็นสองส่วน จึงส่งคืนให้นางส่วนหนึ่ง เขาถือเอาไว้ส่วนหนึ่ง

“อร่อยหรือไม่” เขาถามเมื่อเห็นนางกินด้วยท่าทางน่าอร่อยยิ่ง

“เจ้าค่ะ” นางพยักหน้ารับ

“จะเก็บไปฝากพี่สาวเจ้าในห้องหอหรือ”

“เจ้าค่ะ” นางยังคงพยักหน้ารับเช่นเคย

“เช่นนั้นลงมาเถิด ข้าจะเก็บให้”

เขายื่นสองมือไปข้างหน้า เป็นการบอกว่าจะช่วยพานางลงมาจากต้นพลับ ซึ่งแน่นอนว่าอันซุ่ยเหลียนยื่นสองมือไปหาเขาอย่างไว้เนื้อเชื่อใจ

ทันทีที่สองมือของเขาสอดเข้าไปใต้ท่อนแขนเล็ก ความร้อนขุมหนึ่งแล่นผ่านปลายนิ้ว อาการวูบไหวไปทั่วทั้งร่าง ทำให้เกาอู่เยี่ยขมวดคิ้ว เขายังไม่วางนางลงทันที แต่กลับยกค้างเอาไว้ครู่หนึ่ง

ภาพความทรงจำเลือนรางปรากฏขึ้น ก่อนที่ทุกอย่างจะเลือนหายวับไป เป็นภาพการต่อสู้ฉากหนึ่ง ทั้งยังเป็นการต่อสู้ที่ไม่ใคร่จะยุติธรรมนัก เนื่องจากบุรุษชุดสีดำผู้นั้นถูกเหล่าบุรุษชุดสีขาวรุมทำร้าย

เมื่อเพ่งมองใบหน้านั้น เขากลับพบว่านั่นคือใบหน้าของเขาเอง!!!

“นี่คืออะไร...” เขาพึมพำออกมาเสียงเบา

กลิ่นอายบางอย่างทำให้เลือดในกายของเขาพลุ่งพล่าน ความร้อนขุมจากผิวกายใต้แพรพรรณนุ่มมือ วิ่งผ่านเข้าไปในกายเขา ทำให้เขากระวนกระวายแปลกๆ

“คุณชายรอง”

เสียงแผ่วๆ ของนางทำให้เขารู้สึกตัว กระทั่งรีบวางนางลงบนพื้น พร้อมกับพูดกลบเกลื่อน “เจ้ามิใช่อายุสิบสี่แล้วหรอกหรือ”

เจ้าร่างน้อยในมือให้ความรู้สึกราวกับไร้น้ำหนัก กระทั่งเขาไม่ต้องออกแรงมากก็สามารถยกนางตัวลอยขึ้น เขามองนางขึ้นๆ ลงๆ รอบหนึ่ง กระทั่งสายตาไปหยุดที่ซาลาเปาสองข้างอีกครั้ง

“เหตุใดตัวไม่สูงขึ้นเลย” ก้มลงมองคนที่สูงแค่หน้าอกเขาถึงกับถอนหายใจอีกครั้ง

“ข้าจะปักปิ่นปีหน้าเจ้าค่ะ ยังมีเวลาสูงขึ้นอีกตั้งปีหนึ่ง”

เขาอดที่จะหัวเราะออกมาไม่ได้ ปลายนิ้วที่ยังคงหลงเหลือสัมผัสนุ่มนิ่ม ทำให้เขามองสบตานางด้วยดวงตาพิจารณา

มือใหญ่ยื่นออกไปช่วยนางปัดๆ เส้นผมที่ยุ่งเหยิง ภาพเดิมๆ ยังคงปรากฏขึ้นทุกครั้งที่เขาแตะต้องนาง

“เจ้าชื่ออะไร”

“ซุ่ยเหลียนเจ้าค่ะ อันซุ่ยเหลียน”

“ข้าจะช่วยเจ้าเก็บลูกพลับ แล้วก็...เจ้าคงต้องทำอะไรบางอย่างกับผมเจ้าแล้ว”

อันซุ่ยเหลียนกะพริบตามองเขา ก่อนจะยกมือขึ้นลูบมวยผมที่หลุดลุ่ยยุ่งเหยิง ใบหน้าน้อยๆ เกิดเค้าของความยุ่งยาก นางมองไปยังทิศทางที่สหายตัวน้อยทั้งสองคนเดินจากไป

“ข้าช่วยเจ้าก็แล้วกัน”

นางหันขวับกลับมามองเขา ด้วยไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน “ท่านหรือเจ้าคะ”

“ข้าดูไม่น่าเชื่อถือถึงเพียงนั้นเลยหรือ”

เขาเอ่ยกลั้วหัวเราะ ในใจรู้สึกชอบดวงตางดงามส่องประกายแห่งความบริสุทธิ์ที่ยากจะได้เห็น

ได้ยินมาว่าตระกูลอันหวงแหนบุตรสาวคนเล็กยิ่งกว่าสิ่งใด เห็นทีเรื่องนี้คงจะไม่ใช่เป็นเพียงข่าวลือ เพราะจนป่านนี้เขาเองก็เพิ่งเคยได้พบนาง ทั้งที่บ้านของทั้งสองก็อยู่ฝั่งตรงกันข้าม

หากไม่ใช่เพราะเพิ่งเกี่ยวดองกัน และอันซุ่ยเหลียนแอบตามสหายตัวน้อยเข้ามา เห็นทีเขาเองที่ไม่ใคร่จะสนใจคนรอบข้าง คงไม่มีโอกาสได้เข้าถึงตัวนางเป็นแน่ ยิ่งเป็นหลังปักปิ่นก็ยิ่งยากเข้าไปใหญ่

“นั่งตรงนั้นก็แล้วกัน”

เกาอู่เยี่ยชี้มือไปยังหินก้อนหนึ่งซึ่งอยู่ไม่ไกลจากต้นพลับ เขายิ้มกว้างเมื่อมองเห็นนางพยักหน้าโดยดี

เมื่อนั่งลงชายหนุ่มยังไม่ทันได้ตบลงยังที่นั่งข้างๆ ทั้งนี้ก็เพื่อให้นางปีนขึ้นมานั่ง อันซุ่ยเหลียนกลับทำให้เขาสะดุ้ง

นางถึงกับปีนขึ้นมานั่งบนตักของเขาเสียอย่างนั้น!!!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 4.3

    เตียงหลังเล็กถูกยกเข้ามาเพิ่ม แต่เบาะนวมและผ้าห่มผืนหนา นางเพิ่งแอบนำเข้ามาเปลี่ยน โต๊ะเครื่องเขียนถูกยกเข้ามาก่อนหน้านี้ แต่พู่กันและกระดาษเป็นนางที่แอบนำเข้ามาที่นี่เป็นสถานที่ซึ่งนางใช้เขียนจดหมายหาเกาอู่เยี่ย เป็นสถานที่แห่งความลับที่นางและเขามีร่วมกันอันซุ่ยเหลียนหดกายเข้าไปในผ้าห่มผืนหนา ครุ่นคิดถึงบุรุษที่ครอบครองความคำนึงของนาง นับจากวันที่นางได้เข้ามาในห้องลับแห่งนี้ครั้งแรกผิวแก้มทั้งสองข้างขึ้นสีระเรื่อ เพราะความหนาวเย็นของอากาศ ปีนี้อากาศหนาวเย็นเร็วกว่าทุกปี ดูแล้วคิดว่าหิมะอาจจะตกลงมาได้ทุกเมื่อมือเล็กแตะลงไปยังตำแหน่งกลางอก หยกมังกรเหินยังอยู่กับนางเสมอ เพราะนับจากที่เขามอบให้ นางก็พกติดตัวไม่ห่าง ทั้งยังไม่เคยให้ใครได้เห็นหรือสัมผัสสักครั้ง“พี่อู่เยี่ย ข้าจะปักปิ่นพรุ่งนี้แล้วนะเจ้าคะ”นางพึมพำด้วยรอยยิ้มที่กว้างขึ้นนึกถึงวันที่ได้สนทนากับเกาฮูหยินพลันรู้สึกเขินอาย หลังพิธีปักปิ่นล่วงเข้าสู่วัยออกเรือน แม่สื่อจากตระกูลเกาจะถูกส่งมาทาบทาม ของหมั้นหมายที่เกาฮูหยินตระเตรียมจะถูกส่งมายังจวนตระกูลอันนาง...จะกลายเป็นคู่หมายของเกาอู่เยี่ยอย่างเป็นทางการระหว่างเดินออกม

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 4.2

    เกาอู่เยี่ยยิ้มกว้างหลังจากพับจดหมายเข้าไปในอกเสื้อ เขาให้คิดถึงใบหน้าน้อยๆ ที่เงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาสดใส เรียวคิ้วมุ่นลงเป็นเชิงถาม ในยามที่ไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูดหนึ่งปีมาแล้วหลังจากที่เขาจากมา ทุกวันเขายังคงคิดคำนึงถึงนางอยู่เสมอ แม้ว่าการดำเนินการอย่างลับๆ จะเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด เพราะทุกย่างก้าวนั้นเต็มไปด้วยอันตรายเรื่องการตระเตรียมไพร่พล รวมไปถึงเส้นทางการเคลื่อนทัพที่ต้องทำอย่างระมัดระวัง เนื่องจากไม่ต้องการให้คนของตระกูลฟางไหวตัวทัน“จะปักปิ่นแล้วสินะ คงจะเป็นเดือนหน้า”ด้วยจดหมายใช้เวลาเดินทางนานกว่าที่ควร ดังนั้นหากเขาคำนวณดูแล้ว อันซุ่ยเหลียนคงจะปักปิ่นเดือนหน้านี้ นึกถึงที่นางบอกว่ามีผู้อาวุโสท่านหนึ่งมอบปิ่นที่จะใช้ในวันงาน รอยยิ้มหล่อเหลาพลันกว้างขึ้นอีกเขาไหนเลยจะไม่รู้ว่าคนผู้นั้นคือผู้ใด หากไม่ใช่ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันจะเป็นผู้ใดไปได้เล่า เพราะก่อนหน้านี้เขายังยืนยันกับอีกฝ่ายไปแล้วว่าต้องเป็นอันซุ่ยเหลียน ฐานะหรือความเหมาะสมเขาไม่แยแสทั้งสิ้น‘ชั่วชีวิตนี้กระหม่อมไม่เคยปรารถนาสิ่งใดอย่างจริงจัง ทุกอย่างกระหม่อมล้วนมีพร้อม ตระกูลเกามอบทุกอย่างตราบที่บุรุษผู้หนึ

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 4.1

    แม้จะไม่เป็นทางการ ในตอนนี้นางนับว่าเป็นคู่หมายเขา และเขาไม่ยอมให้ผู้ใดมาแย่งนางไปอย่างแน่นอน“ข้าจำไว้แล้วเจ้าค่ะ” นางพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “ข้าหมั้นหมายกับท่านได้จริงๆ หรือเจ้าคะ ท่าน...ไม่รังเกียจที่ข้าเป็นเด็กไม่ประสีประสาหรือ”“รังเกียจหรือ” เขาเลิกคิ้ว “ข้าชอบเจ้าถึงเพียงนี้” เขาก้มลงมองนางด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน “ไม่เพียงแค่หมั้นหมายกับเจ้าเท่านั้น แต่ข้าจะแต่งเจ้าเป็นฮูหยินอีกด้วย”“สัญญานะเจ้าคะ”“สัญญา”เกาฮูหยินไปพบสองสามีภรรยาตระกูลอันด้วยตัวเอง นางขอสนทนากับทั้งสองเงียบๆ ทั้งยังทำตามประสงค์ของบุตรชายด้วยความยินดี เนื่องจากเกาอู่เยี่ยยืนยันว่าจะหมั้นหมายอันซุ่ยเหลียนเอาไว้ หากนางผ่านการปักปิ่นเข้าสู่วัยออกเรือนคราแรกนางเพียงประหลาดใจเพราะบุตรชายผู้นี้หาได้สนใจเรื่องอิสตรีไม่ จริงอยู่เขาไม่ได้เจนจัดแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่เคยผ่านเรื่องการมีสัมพันธ์กับอิสตรีบุรุษในกองทัพย่อมมีบ้างที่ออกไปหาความสำราญ ยิ่งเป็นนายน้อยของกองทัพด้วยแล้ว นายกองต่างๆ ไหนเลยจะไม่ช่วยกันส่งเสริมให้นายน้อยของตนเติบโตเป็นหนุ่มกระนั้นนางไหนเลยจะคิดว่ามองข้ามบางอย่างไป ก่อนหน้านี้ที่เกาอู่เยี่ยยังไม่ได้เ

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 3.4

    มือน้อยเริ่มเลื่อนต่ำลงไป แต่เกาอู่เยี่ยกลับคว้ามือของนางเอาไว้ได้ทัน“ชู่ว ไม่ได้ ยังไม่ได้ ซุ่ยเหลียนเด็กดี”เสียงของเขาเต็มไปด้วยความทรมานไม่ต่างจากนาง เหงื่อเย็นๆ ผุดขึ้น เพราะปลายนิ้วเล็กเรียวปัดไปโดนกับความแข็งขึงเกาอู่เยี่ยครางเสียงพร่า ก้มลงจุมพิตลึกล้ำเป็นการเตือนมือใหญ่เลื่อนกางเกงเด็กสาวลงต่ำ ไล้ฝ่ามือลงไปสำรวจความชุ่มชื้น ขณะที่เลื่อนริมฝีปากลงครอบครองความนุ่มนิ่มอวบหยุ่นที่เริ่มเต่งตึงข้อมือน้อยถูกพันธนาการอีกครั้ง แต่ครานี้ความต้องการของเขามีเพียงกางเกงบางๆ ขวางกั้นกับความชุ่มชื้นของนางอย่างหมิ่นเหม่ยิ่งในยามที่เขาใช้มืออีกข้างสอดเข้ากับสะโพกเล็กเนียนมือ ยกตัวนางให้ความชุ่มชื้นสัมผัสบดเบียดแนบชิด เขาก็ยิ่งส่งเสียงคำรามออกมาอย่างลืมตัวทั้งสองส่งเสียงครางพร้อมกับลมหายใจที่ติดขัด ในยามเอวสอบขยับไหวเป็นจังหวะราวกำลังร่วมรัก เขาไม่ได้สอดลึกแต่สัมผัสกลับชัดเจนกว่าเมื่อครู่ความร้อนเร่าของจังหวะทำให้ทั้งสองแทบขาดใจ แต่กลับยังคงมีบางอย่างขวางกั้น ทำให้ทุกอย่างไม่อาจเติมเต็มอันซุ่ยเหลียนส่งเสียงเว้าวอน นางยื่นหน้าขึ้นมาจุมพิตเรียกร้องให้เขาปลดปล่อยความทรมานนี้แต่เพราะร่างขอ

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 3.3

    ใบหน้างดงามแดงก่ำด้วยความรัญจวน เรือนร่างขาวผ่องใต้ร่างแกร่ง เส้นผมยาวสลวยซึ่งคลอเคลียลาดไหล่กลมมน ในยามที่เขารั้งนางขึ้นนั่งบนตักแกร่ง‘พี่อู่เยี่ย’น้ำเสียงเย้ายวนออดอ้อน ในยามที่เขาขยับกายแกร่งหนักหน่วงขึ้น“พี่อู่เยี่ย” ใบหน้าเยาว์วัยทับซ้อนกับโฉมสะคราญ ซึ่งเขามั่นใจว่านั่นคือภาพในอนาคตที่ยังไม่เกิดขึ้นเกาอู่เยี่ยหลุดการควบคุม ร่างใหญ่เอนกายไปข้างหน้าบีบให้ร่างเล็กนอนหงายลงไปกับแท่นหิน เขาไม่ไยดีหีบที่เขาใช้เก็บของสำคัญ แต่กลับปัดลงไปจนพ้นทางเสียงกระแทกส่งผลให้ร่างน้อยสะดุ้ง เพียงแต่นางไม่มีเรี่ยวแรงจะขัดขืน ร่างทั้งร่างกลืนหายเข้าไปในอ้อมกอดที่ทาบทับ ทั้งยังบีบให้นางเปิดท่อนขาเล็กออก กระทั่งกายเบื้องหน้าของทั้งสองแนบชิดล่อแหลมจุมพิตบีบบังคับทำให้อันซุ่ยเหลียนตื่นตระหนก หากแต่ร่างกายของนางกลับวูบวาบหวามไหว สัมผัสจากมือใหญ่ที่เลื่อนไปจากใบหน้าลงมายังลำคอ แผ่วเบา...แต่กลับสร้างความร้อนขุมหนึ่งขึ้นในร่างกายของนางอย่างน่าประหลาดมือใหญ่สอดเข้าไปในเรือนผม มวยผมที่เขาเพิ่งเกล้าขึ้นหลุดลุ่ย ยิ่งทำให้นางไม่หลงเหลือเค้าความอ่อนเยาว์ ใบหน้าและริมฝีปากแดงเรื่อ ทำให้เขาปรารถนาจะทำลายมากกว่

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 3.2

    “ซุ่ยเหลียน”“เจ้าคะ”“เจ้าชอบข้าหรือไม่”“เอ๋” นางมองเขาด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยคำถาม“ข้าหมายถึง แม้ผู้อื่นจะเกลียดชังข้า ไม่เชื่อใจในตัวข้า เจ้าจะยอมอยู่ข้างข้าและเชื่อใจข้าเพียงคนเดียวหรือไม่”เด็กสาวมองเขาคล้ายยังไม่เข้าใจนัก กระนั้นใบหน้าหล่อเหลาที่เคลื่อนเข้ามาใกล้ กลับสามารถล่อลวงนางเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย“เจ้าบอกว่าแม้ไม่มีใครกล้าหมั้นหมายกับข้า เจ้าจะหมั้นหมายกับข้าเอง จำได้หรือไม่”เด็กสาวพยักหน้าอย่างเหม่อลอย ลมหายใจอบอุ่นวนเวียนรอบใบหน้า ส่งผลให้นางหน้าร้อนเห่ออย่างไม่ทราบสาเหตุ รู้แต่เพียงว่านางหาได้รังเกียจเขาไม่หยกมังกรดำถูกคล้องลงไปเหนือศีรษะ ลากลงมาตามเส้นผมยาวสลวย กระทั่งมือใหญ่วางหยกชิ้นนั้นลงยังตำแหน่งกลางอก“พี่อู่เยี่ย” นางเงยหน้าเรียกเขาเป็นเชิงถาม“ของหมั้น” เขายิ้มให้นางด้วยดวงตาอ่อนโยน “สัญญากับข้า หากข้ายังไม่กลับมาจากชายแดน หลังปักปิ่นเจ้าจะไม่หมั้นหมายและห้ามมีใจให้ผู้ใดนอกจากข้า”“ท่านไปนานเลยหรือเจ้าคะ”“สองปี”นางมีสีหน้าผิดหวังเล็กน้อย “เช่นนั้นก็ไม่ได้มาร่วมงานปักปิ่นของข้าจริงๆ”ปิ่นปักผมหยกถูกยื่นมาให้นาง “ข้าให้ นี่เป็นของที่ข้าใช้เงินเบี้ยหวัดของตั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status