Masuk“เพราะรักจึงยอมจนตัวตาย ชาตินี้เกิดใหม่ขอไม่รักใครนอกจากตัวเอง ดังนั้นหย่าให้ฉันซ่ะ!! ท่านนายพล”
Lihat lebih banyakบทนำ
ซูหลี่เหมยหญิงสาวจากชนบท เมื่อสามเดือนก่อนเกิดการปฏิวัติเธอได้ช่วยเหลือชายคนหนึ่งได้รับบาดเจ็บมาที่บ้าน รักษาจนร่างกายของเขาแข็งแรง เขามีชื่อว่าเฟิ่งเจี้ยนเฉินร่างกายบึกบึนแข็งแรง เขารู้สึกขอบคุณซูหลี่เหมยที่ช่วยชีวิตของเขา ทั้งสองก่อเกิดความรักซูหลี่เหมยสวยทั้งใบหน้าและจิตใจทำให้เฟิ่งเจี้ยนเฉินตกหลุกรักเธอ
เขาบอกเธอว่าเขาเป็นทหารที่ต่อสู้จนได้รับบาดเจ็บเธอเหมือนแสงสว่างที่มอบชีวิตใหม่ให้แก่เขา เขาจึงขอเธอแต่งงาน หลี่เหมยหญิงสาวอ่อนต่อโลกยอมแต่งงานกับเขา วันหนึ่งเขาได้กลับค่ายทหารมีรถยนต์คันใหญ่มารับ หลี่เหมยเศร้าใจคิดว่าเขาทิ้งเธอเสียแล้ว แต่เมื่อผ่านไปไม่นานเขาได้กลับมาหาเธออีกครั้งพร้อมการเปลี่ยนแปลงที่เธอไม่คาดคิด
เจี้ยนเฉินพาหลี่เหมยกลับมณฑลของเขาทั้งสองตกลงจะใช้ชีวิตเป็นคู่สามีภรรยา ทางครอบครัวของหลี่เหมยไม่ได้ขัดขวางคิดว่าลูกสาวของตัวเองไปอยู่ที่มณฑลเจริญจะได้มีชีวิตที่ดีแถมสามียังเป็นทหารมีเงินเดือนไม่ทำให้เธอต้องทุกข์ยากแน่ ๆ ครั้นเมื่อรถยนต์เคลื่อนตัวมาถึงบ้านหลังใหญ่หลี่เหมยพึ่งรู้ว่าแท้ที่จริงแล้วสามีของเธอคือท่านนายพลใหญ่ เธอมีความสุขมาก ๆ คิดว่านี่คือสิ่งที่ตอบแทนความดีของเธอให้เธอได้พบเจอแต่ความสุข ทว่าเมื่อสองเท้าก้าวลงจากรถยนต์ความคิดทั้งหมดก็จบสิ้นลงเมื่อแม่สามีไม่ยอมรับลูกสะใภ้ชนบท แถมยังเตรียมหาหญิงสาวที่จะแต่งงานกับลูกชายของเธอเอาไว้แล้ว เจี้ยนเฉินดึงกายของหลี่เหมยเอามากอดแน่นพร้อมบอกแม่ว่าเขากับหลี่เหมยแต่งงานและอยู่กินกันเป็นสามีภรรยาแล้วไม่มีทางที่จะแต่งกันหญิงอื่น แม่สามีใจอ่อนเมื่อพูดไปอย่างไรเจี้ยนเฉินยังดึงดันคำเดิม
ตลอดสามเดือนที่เธออยู่ที่นี่ต่อหน้าสามีแม่ของเขาช่างดีเมื่อสามีออกไปกรมทหารแม่สามีกลับต่อว่าใช้งานเธอสารพัดดูถูกเหยียดหยาม จนกระทั่งทำให้เธอแท้งเพราะเธอไม่ได้บอกทุกคนว่าตอนนี้เธอกำลังท้องได้สองเดือนแล้ว แทนที่แม่สามีกับหญิงที่เธอต้องการมาเป็นสะใภ้จะรู้สึกกลัวและเสียใจกลับดีใจสะใจ วางแผนโกหกใส่ความหลี่เหมยว่าเธอไม่อยากจะท้องลูกของเจี้ยนเฉินไม่บอกกับทุกคนแถมยังทำแท้ง วันที่เธอแท้งเป็นวันเดียวกับที่เจี้ยนเฉินกลับมา แม่ของเขาเป่าหูแทนที่เขาจะเชื่อใจหลี่เหมยกลับเชื่อคำพูดของแม่ ต่อว่าและขับไล่หลี่เหมยออกจากบ้าน ร่างกายของเธออ่อนแอและตกเลือดก้าวเท้าออกไปได้ไม่ไกลจากบ้านตระกูลเฟิ่งสติของเธอดับวูบ น้ำตาร่วงรินเจ็บปวดทั้งใจและกาย ภาวนาขอร้องอ้อนวอนต่อสวรรค์หากชาติหน้ามีจริงเธอไม่ขอรักชายคนนี้อีกเลย และไม่ขอข้องเกี่ยวกับเขาเด็ดขาด
**นิยายเรื่องนี้แต่งตามความเข้าใจของนักเขียนเท่านั้นไม่ได้อ้างอิงตามประวัติศาสตร์โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน
**สงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537**
กรุ้งกริ้ง กรุ้งกริ้ง เสียงสายลมพัดเข้ามาทางหน้าต่างกระทบกระพรวนที่แขวนไว้ในห้อง ร่างบางลืมเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นอย่างช้า ๆ แสงแดดกระทบดวงตาจนเธอต้องใช้มือปกปิดดวงตาพลางลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เธอกวาดสายตาไปรอบ ๆ ห้องต้องตกใจรีบลุกพรวดขึ้นมาจับหน้าท้องมองดูระหว่างขาด้วยหัวใจเต้นแรงระรัว
“นี่มันเรื่องอะไรกัน ฉันตายไปแล้วไม่ใช่หรือไง ! ทำไมถึงมานอนอยู่บนเตียนในบ้านตระกูลเฟิ่งอีกละหรือว่าฝันไป ไม่มีทาง” ร่างเล็กรีบลุกจากเตียงไปดูปฏิทินแทบไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเอง นี่คือวันที่เธอแท้งและสามีของเธอกำลังกลับมาในวันนี้‘หรือว่าฉันจะย้อนเวลากลับมาแก้ไขอดีต สวรรค์คงสงสารฉัน ลูก! ตอนนี้ฉันยังมีลูกอยู่ในท้อง เมื่อครั้งที่แล้วแม่ไม่สามารถปกป้องลูกได้แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป ฉันจะทำทุกวิถีทางให้เราทั้งสองแม่ลูกรอดพ้นจากเนื้อมือแม่สามีใจร้ายกับหญิงโฉดชายชั่วอย่างเฟิ่งเจี้ยนเฉิน เขาไม่แม้จะฟังคำพุดของฉันสักครั้งเชื่อแต่คำพูดไม่เป็นความจริงจากแม่ของเขา เอาล่ะในเมื่อฉันย้อนกลับมาได้ฉันจะไม่สนใจความรักหรืออะไรทั้งนั้น ฉันจะทำเพื่อตัวเองและลูกของฉัน ฉันจะออกจากบ้านตระกูลเฟิ่ง หางานเลี้ยงลูกด้วยตัวของฉันเองหญิงสาวชนบทอ่อนแอจะไม่มีอีกต่อไป’
ซูหลี่เหมยลูบท้องน้อย ๆ ของตนเองพลางครุ่นคิดความเครียดแค้นที่มีต่อคนรตระกูลเฟิ่งรวมทั้งเสี่ยวลี่หญิงสาวที่อยากได้เฟิ่งเจี้ยนเฉินจนตัวสั่น ต่อจากนี้เธอจะเป็นคนหลีกทางให้ทั้งสองครองรักกันให้แม่สามีสมใจ ไม่อยากจะข้องเกี่ยวกับเฟิ่งเจี้ยนเฉินอีก
ปัง ปัง!! เสียงเคาะปูดังขึ้นไม่ต้องคิดก็พอรู้ว่าใครที่มาเคาะประตูตั้งแต่เช้าตรู่ขนาดนี้
“นังหลี่เหมยตะวันขึ้นโด่งขนาดนี้ยังไม่ตื่นอีกรึไง ขี้เกียจตัวเป็นขน คิดว่าตัวเองมาอยู่ที่นี่จะได้เป็นคุณหญิงภรรยานายพลอย่างสุขสบายหรือไง ออกมาทำหน้าที่ตัวเองสักที” เสียงตวาดต่อทอด้านนอกจากหญิงชราร่างท้วมยืนค้ำเอวใบหน้าแสดงออกว่าไม่ถูกชะตาและไม่พอใจกับหลี่เหม่ย เธอเดินเปิดประตูออกมาจ้องมองเขม็ง หากเป็นเมื่อก่อนคงจะรีบออกมาก้มหัวให้กับแม่สามีและรีบไปทำอาหารเช้าซักผ้าของตนเพื่อให้แม่สามีเอ็นดู แต่ตอนนี้จะไม่ทีทางเป็นอย่างนั้นอีกแน่นอน
“รู้ตัวว่าหิวก็ทำเองสิ มือเท้าก็มือทำไมต้องคอยคนอื่นด้วย สาวใช้ในบ้านมีตั้งหลายคนอยากกินอะไรเพียงเอ่ยปากคนพวกนั้นก็ทำให้ทุกอย่าง ฉันเป็นภรรยาของเฟิ่งเจี้ยนเฉินไม่ใช่สาวใช้ของตระกูลเฟิ่งเสียหน่อย พูดจบหรือยังฉันจะกลับไปนอนต่อ” แม่เฟิ่งเบิกตาโพลงโตไม่คิดว่าหญิงสาวที่เคยหวาดกลัวและทำตามที่เธอพูดไม่ว่าจะใช้อะไรหรือรังแกอะไรเธอก็ไม่เคยบ่นแต่มาวันนี้เธอกลับเปลี่ยนไปน้ำเสียงแข็งกร้าวดวงตาไม่มีแม้แต่ความหวาดกลัว
“นังหลี่เหมยแกรู้ตัวหรือไม่ว่าพูดอะไรออกมา ในที่สุดธาตุแท้ของแกก็เปิดเผยแล้วสินะ ว่าแล้ว ๆ ฉันดูคนไม่ผิดทำไมลูกชายของฉันถึงดูไม่ออกว่าแกนั่นร้ายขนาดไหน ”
“ฉันรู้ตัวดีว่าตัวเองเป็นคนอย่างไร ฉันจะดีกับคนที่ดีกับฉันแต่ถ้าใครร้ายมาฉันก็ร้ายกลับ เอามือออกจากประตูเสียทีคนจะนอน” หลี่เหมยไม่อยากจะต่อปากต่อคำกับหญิงที่เหี้ยมโหดไร้ความยุติธรรม เธอต้องวางแผนเอาคืนเรื่องที่แม่เฟิ่งทำร้ายลูกในท้องเมื่อชาติที่แล้วความแค้นยังคงเต็มอกเฝ้ารอวันเอาคืน ก่อนที่เธอจะหย่ากับเฟิ่งเจี้ยนเฉินขอแก้แค้นในส่วนที่เธอเคยถูกรังแกจากเฟิ่งซินหนานแม่สามีตัวดีคนนี้เสียก่อน
“มันชักจะเกินไปแล้วนะนังหลี่เหมยที่นี่คือบ้านตระกูลเฟิ่งและฉันก็ใหญ่ที่สุดในบ้านแกไม่มีสิทธิ์มาสั่งให้ฉันทำอะไรหรือไม่ทำอะไร ออกมาจากห้องไปทำงานเดี๋ยวนี้” เฟิ่งซินหนานใช้มือดันประตูให้เปิดกว้างมากกว่าเดิม มีหรือที่หลี่เหมยจะยอมเธอใช้มือดันอกของแม่เฟิ่งก่อนปิดประตูลงกลอนทันที
“น่ารำคาญจริง ๆ” หลี่เหมยเดินกลับเข้าในห้องปล่อยให้แม่เฟิ่งทุบประตูต่อว่าเธอด้วยความโมโห ตอนนี้เธอยังไม่ได้อยากจะรับมใอจากใครจะต้องคิดหาทางเพื่อจะออกไปจากบ้านหลังนี้ให้เร็วที่สุด ความปลอดภัยของลูกในท้องสำคัญกว่าสิ่งใด
‘ฉันจะต้องหาทางหย่าโดยไม่ให้เฟิ่งเจี้ยนเฉินรู้ว่าฉันกำลังท้องลูกของเขาไม่อย่างนั้นเขาคงไม่มีทางยอมหย่าให้ฉันแน่ ๆ วันนี้เขาจะกลับมาช่วงเย็น ระหว่างนี้ฉันจะต้องหาทางรับมือจากเฟิ่งซินหนาน ฉันคิดออกแล้วจะทำอย่างไรถึงเขาจะยอมหย่า ในเมื่อพยายามทำให้เอ็นดูแต่กลับไม่แยแสและรังเกียจกันฉันจะเอาเรื่องที่ผ่านมาบอกกับเจี้ยนเฉินพร้อมบอกว่าฉันไม่สามารถทนอยู่ในบ้านหลังนี้ได้อีกต่อไป ใช่แล้วไม่ว่าอย่างไรเขาก็ต้องยอมฉันแน่นอน’ หลี่เหมยคิดในใจก่อนจะเดินไปอาบน้ำแต่งตัวเพื่อออกจากห้องไปหาอะไรลงท้อง
“นังหลี่เหมยมันร้ายกาจจริง ๆ ฉันจะทำยังไงกับมันดี เฟิ่งเจี้ยนเฉินก็เหมือนกันทำไมไม่เชื่อแม่ เพียงแค่แลตามองก็มองออกว่าผู้หญิงคนนี้ต้องการเข้ามาเพื่อหวังสมบัติของตระกูลเฟิ่ง คนมาจากชนบทอย่างไรก็เป็นคนไม่ดีมักโลภ แถมวันนี้ยังมีท่าทีเปลี่ยนไปอีกเธอคงเริ่มจะแข็งข้อกับฉันแล้ววสินะ วันนี้เจี้ยนเฉินกลับมาฉันจะบอกเรื่องนี้กับเขาทุกอย่างเพื่อขับไล่นังหลี่เหมยออกจากบ้าน” เฟิ่งซินหนานนั่งบ่นอยู่ที่เก้าอี้อย่างเจ็บใจหลังจากที่เธอไปเรียกหลี่เหมยแต่กลับถูกเธอตอกหน้ากลับมา ในใจของเธอร้อนรุ่มด้วยความเกลียดไม่มีทางดีกับผู้หญิงชนบทอย่างนี้แน่นอน
“คุณป้าคะทำไมสีหน้าถึงเป็นแบบนั้นไม่สบายตรงไหนหรือเปล่าคะ หรือมีเรื่องให้คิดมาก”หญิงสาวหน้าตาสะสวยเดินเข้ามาในบ้านท่าทางสง่างามนอบน้อมคำพูดคำจาอ่อนหวานทำให้ใบหน้าของเฟิ่งซินหนานพลันเปลี่ยนสี เป็นรอยยิ้มคลี้เต็มดวงหน้า
“เสี่ยวลี่ป้ากำลังคิดถึงหนูพอดี ที่ป้านั่งเครียดเพราะนังสะใภ้ตัวดีคนนั้นนะสิ มันเผยธาตุแท้ความร้ายกาจของมันออกมาแล้ว จากที่เคยนอบน้อมยอมทำตามทุกอย่างกลับแข็งข้อไม่สนใจคำพูดของฉัน คอยดูเถอะเมื่อไหร่ที่เฟิ่งเจี้ยนเฉินกลับมาป้าจะขับไล่มันออกจากบ้านเอง”
“ทำไมกันคะ พี่หลี่เหมยนะหรือคะที่ร้ายกาจ เธออาจจะแค่เหนื่อยก็ได้ เดี๋ยวฉันจะไปคุยกับเธอให้นะคะ ยิ่งวันนี้พี่เฟิ่งเจี้ยนเฉินกลับมาถ้ารู้ว่าคุณป้ากับพี่หลี่เหม่ยไม่ถูกกันจะเป็นเขาเองที่ทำใจลำบาก”
“โธ่ ๆ หนูเสี่ยวลี่ช่างเป็นคนจิตใจงามจริงๆ เข้าอกเข้าใจคนอื่นทำไมถึงไม่เป็นหนูที่มาเป็นลูกสะใภ้ตระกูลเฟิ่ง เฮ้อ ! สวรรค์ไม่ยุติธรรมเลยให้ฉันต้องมาเจอกับสะใภ้ปีศาจอย่างนังหลี่เหม่ย”
“คุณป้าใจเย็น ๆ นะคะ ฉันจะไปคุยกับพี่หลี่เหมยให้เองทุกอย่างอาจจะดีขึ้นก็ได้ค่ะ ” เสี่ยวลี่จับมือของหญิงชราที่อยู่ตรงหน้าปลอบใจยิ้มบางๆ ให้ซินหนานคลายความกังวลในใจ
ตอนที่ 26 ตะวันขึ้นใหม่ในทุก ๆ เช้าบ้านตระกูลเฟิ่ง หลังจากหย่ากับหลี่เหมยสามวัน เขาก็ได้เขาพิธีแต่งงานกับเสี่ยวลี่อย่างเรียบง่าย ตอนนี้เสี่ยวลี่เผยธาตุแท้ให้ทุกคนในบ้านได้เห็น จนแม่เฟิ่งเอือมระอาสาวใช้พากันลาออกกันทีละคน จนตอนนี้ในบ้านเปลี่ยนสาวใช้หลายสิบคนภายในเวลาไม่ถึง 1 เดือน ในแต่ละวันมีแต่เรื่องวุ่นวายทำให้แม่เฟิ่งแทบไม่มีความสุขไม่ยิ้มแย้มแจ่มใสเหมือนเมื่อก่อน ทุกข์ระทมจนแทบกินไม่ได้นอนไม่หลับ เจี้ยนเฉินลาออกจากตำแหน่งนายพลวัน ๆ เอาแต่คลุกตัวอยู่ในห้อง ดื่มเหล้าจนกลายเป็นคนติดเหล้าและพร่ำเพ้อคิดถึงแต่หลี่เหมยทุก ๆ วัน“นี่คงเป็นเวรกรรมที่ฉันได้ทำกับหลี่เหมยสินะ บ้านตระกูลเฟิ่งที่เคยร่ำรวยรุ่งเรือง กลายเป็นบ้านที่มีเรื่องวุ่นวายไม่มีความสุข มีเงินมากเท่าไหร่ก็ถูกเสี่ยวลี่ผลาญไปจนเกือบจะหมด เป็นเพราะฉันแท้ ๆ คำพูดของหลี่เหมยที่บอกฉันไม่มีสิ่งไหนเลยที่เธอพูดผิด ตอนนี้ฉันสำนึกแล้ว ฉันไม่น่าเลย ไม่น่าละทิ้งเพชรเพื่อคว้าก้อนกรวดเข้าบ้านเลย”“บ่นอะไรอยู่คนเดียวคะ คุณแม่ฉันสั่งโต๊ะกินข้าวมาใหม่ไม่นานคงเข้ามาส่ง คุณแม่จัดการจ่ายให้ด้วยนะคะ ตัวเก่ามันโบราณเกินไปไม่เข้ายุคสมัย ฉันเอาออ
ตอนที่ 25 ชีวิตใหม่หัวใจของหลี่เหมยเต้นแรงระรัว สองเท้าก้าวเข้ามาในศาลกว้างใหญ่ พร้อมกับทนายคนเมื่อวานวันนี้มีป้าหลินมาคอยยืนเคียงข้างเธอเพื่อเป็นพยานฟ้องหย่าในครั้งนี้ด้วย ไม่นานคนตระกูลเฟิ่งก็เดินเข้ามาด้านใน หลี่เหมยไม่มองแม้เพียงหางตา เมื่อทุกฝ่ายมาครบผู้พิพากษาก็เดินเข้ามาในห้องโถงขนาดใหญ่ เอ่ยคำเปิดศาลและฟังทนายของแต่ละฝั่ง โดยให้ฝ่ายหลี่เหมยเป็นคนร้องทุกข์ก่อน และให้ฝ่ายของเจี้ยนเฉินแย้งคำพูดของทนายทว่าฝ่ายของเจี้ยนเฉินน้อมรับทุกคำขอของหลี่เหมยทุกอย่างไม่ว่าเธอต้องการเรียกร้องอะไร จนกระทั่งทนายเอ่ยฟ้องชู้ของสามี เสี่ยวลี่ร้อนรนด้วยความตกใจ เพราะไม่ใช่เงินจำนวนน้อย ๆ ที่หลี่เหมยเป็นคนเรียกร้อง“ศาลที่เคารพฉันขอแย้งค่ะ เรื่องการฟ้องหย่าใช่ว่าฉันจะเต็มใจเรื่องที่ฉันนอนกับเฟิ่งเจี้ยนเฉินและเราพึ่งจะพลาดนอนด้วยกันเพียงแค่ครั้งเดียว ทำไมถึงได้เรียกร้องมากมายขนาดนี้ อีกอย่างฉันเองก็เป็นผู้ถูกกระทำ เพราะเฟิ่งเจี้ยนเฉินนะคะ”“เสี่ยวลี่เธอพูดเรื่องอะไร ต้องการอับอายไปถึงเมื่อไหร่แค่นี้ยังอายไม่พอหรือไง” แม่เฟิ่งกุมขมับปวดหัวกับสิ่งที่เสี่ยวลี่พูดออกไปต่อหน้าทุกคนอย่างไม่อายปากแม้
ตอนที่ 24 ฟ้องหย่า บ้านตระกูลเฟิ่ง ตั้งแต่เกิดเรื่องแม่เฟิ่งก็เปลี่ยนไปจากเดิม เธอไปหาหลี่เหมยที่โรงพยาบาลแต่ไม่กล้าเข้าไปเยี่ยมเพียงแค่ถามอาการจากพยาบาลเท่านั้น ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายเธอจัดการจ่ายให้หลี่เหมยทั้งหมดและฝากให้พยาบาลดูแลเธอเป็นอย่างดี ใบหน้าของแม่เฟิ่งหม่นหมองจนเห็นได้ชัด เธอกำลังกลับบ้านหลังจากจ่ายเงินค่ารักษาตัวของหลี่เหมย เสียงเรียกดังขึ้นจากด้านหลังต้องหยุดเท้าชะงักหันไปมอง“คุณนายมาทำอะไรที่นี่คะ หรือว่ามาเยี่ยมคุณหลี่เหมย”ป้าหลินกำลังเดินกลับจากซื้อของใช้ให้หลี่เหมยเห็นด้านหลังคุ้นๆ เหมือนคุณผู้หญิงคิดว่าตัวเองตาฝาดจึงรีบสาวเท้าเดินเร็วกว่าเดิมจึงได้รู้ว่าเป็นคุณนายจริง ๆ “ฉันไม่ได้มาเยี่ยมหลี่เหมยหรอก จะเอาหน้าที่ไหนเข้าไปหาเธอกันแล้วนี่เธอก็มาเยี่ยมหลี่เหมยสินะ”“ใช่ค่ะ อย่างนั้นฉันขอตัวนะคะ” ป้าหลินไม่ได้ถามอะไรต่อเห็นใบหน้าซูมโทรมของนายหญิงเธอคงมีเรื่องให้คิดมากมาย แต่อย่างไรก็ไม่มากเท่าคุณหลี่เหมยที่พบเจอตอนนี้แน่นอน เธอไม่มีความสงสัยและเห็นใจสักนิดเพราะทุกอย่างเป็นผลจากการกระทำของตัวคุณนายเอง แอ้ด ! เสียงประตูเปิดเข้ามาด้านใน หมี่เหมยเปลี่ยน
ตอนที่ 23 ไม่อาจรักษาไว้เวลาผ่านไปพักใหญ่ในห้องฉุกเฉินวุ่นวายพยาบาลเดินไปเดินมา ใจของเจี้ยนเฉินเองไม่สงบสุขกระวนกระวายเป็นห่วงหลี่เหมยจับใจ จนกระทั่งคุณหมอเดินออกมาจากห้องฉุกเฉินเข้ารีบเข้าไปถามทันที“คุณหมอครับภรรยาของผมเป็นอย่างไรบ้าง ลูกของผมยังปลอดภัยดีใช่มั้ยครับ”“ต้องขอโทษด้วยนะครับ ทางเราไม่สามารถช่วยเหลือเด็กได้ เพราะร่างกายได้รับการกระแทกอย่างรุนแรงอีกทั้งจิตใจของคุณหลี่เหมยก็ได้รับการกระทบกระเทือน เราทำเต็มที่แล้วตอนนี้คุณหลี่เหมยพ้นขีดอันตรายต้องนอนให้เลือดและดูอาการอีกสักระยะครับ” สิ้นคำพูดของหมอเหมือนแสงสว่างที่เคยเจิดจ้ามืดสนิท หูของเจี้ยนเฉินอื้ออึงไปหมด ร่างกายไร้เรี่ยวแรงจนหม่าถงยืนอยู่ใกล้ ๆ ต้องมาประคองให้นั่งลงที่เก้าอี้“หม่าถงฉันได้ยินผิดไปใช่มั้ย? บอกฉันทีว่าฉันได้ยินผิดไป หรือว่านี่คือความฝัน มันเป็นฝันร้ายช่วยปลุกฉันให้ตื่นเสียที”“ผมเสียใจด้วยนะครับ” หม่าถงตอบกลับด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาย้ำให้เจี้ยนเฉินรู้สิ่งที่เขาได้ยินมันคือความจริงมิใช่ฝันร้าย ป้าหลินเดินทางมาที่โรงพยาบาลรู้อาการของหลี่เหมยตอนนี้จึงอาสาที่จะอยู่เฝ้าหลี่เหมยเอง อย่างไรต้องมีคนคอยดูแลยิ่











