LOGIN‘เธออยากสัมผัสใช้ชีวิตธรรมดาแบบนี้นานแล้ว ชีวิตที่เต็มไปด้วยสีสันและรสชาติแปลกใหม่ ไม่ใช่โลกที่เคยดับสลายพังทลาย มีแต่เศษซากปรักหักพัง’
View Moreณ. บ้านสกุลเยว่ หมู่บ้านหยวนจื่อ ชานเมืองเซี่ยงไฮ้ปี ค.ศ.1984 หญิงสาวอายุ 17 ปี นามว่าเยว่ชิงเถียนถูกป้าสะใภ้กับญาติผู้พี่ผลักล้มลงไปหัวฟาดพื้นจนสลบ
“แม่คะ มันตายหรือยังเนี่ย” เยว่เจียลี่ญาติผู้พี่ ลูกสาวลุงแท้ๆของชิงเถียนเอ่ยถามมารดาสุ่นผิงอัน
“มันนิ่งไปนานพักใหญ่แล้ว เดี๋ยวแม่เข้าไปดูเอง” ผิงอันตอบบุตรสาวก่อนเดินกล้าๆกลัวๆเข้าไปดูชิงเถียนที่นอนสลบหัวแตกเลือดไหลอยู่บนพื้นตรงลานหน้าบ้าน
หากแต่ขณะที่ผิงอันเดินเข้าไปหาชิงเถียน จู่ๆเธอก็เริ่มรู้สึกตัวมีการเคลื่อนไหวน้อยๆ ทำให้ผิงอันต้องชะงักเท้าที่กำลังก้าวไปข้างหน้าชั่วขณะ
“โอย เจ็บจัง” ชิงเถียนเอ่ยเสียงแผ่วขณะพยายามขยับเขยื้อนตัวและลุกขึ้นมา พร้อมยกมือขึ้นจับศีรษะบริเวณที่เกิดบาดแผลโดยสัญชาตญาณ
“อะไรน่ะ เลือด”
“โอ๊ยย..เจ็บ” ชิงเถียนเอ่ยขึ้นด้วยรู้สึกเจ็บแปลบตรงบริเวณบาดแผลที่เธอสัมผัสแตะต้องมัน พร้อมก้มหน้าลงมองดูเลือดที่เปรอะเปื้อนมือเธออยู่
“แม่ นังนี่ยังไม่ตายล่ะ ถ้างั้นเราพาตัวมันไปให้เถ้าแก่สือกับลูกชายเถอะ” ผิงอันกล่าวกับมารดาที่ถอยกลับมายืนมองดูท่าทีชิงเถียนเคียงข้างบุตรสาว
“พวกคุณเป็นใครกัน” ชิงเถียนสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวและได้ยินคนพูดคุยกันไม่ไกลนักจึงเงยหน้าขึ้นมาเห็นสองแม่ลูก
พร้อมกับคิ้วขมวดด้วยความสงสัย เมื่อเธอมองไปโดยรอบแล้วกลับพบเห็นสถานที่ซึ่งตนเองไม่คุ้นเคยเลยสักนิด
“อะไรกัน ที่นี่ที่ไหนน่ะ” ชิงเถียนเปรยกับตัวเอง และมองสำรวจโดยรอบอีกครั้ง
‘เราไม่ได้ อยู่ระหว่างปฏิบัติภารกิจ สำรวจบริเวณเหมืองถ่านหินเก่าอยู่งั้นเหรอ’ ชิงเถียนคิด
‘อ๊ะ อะไรน่ะ’ จู่ๆก็มีแสงสว่างแสบตาแวบขึ้นมา ทำให้เธอต้องหลับตาพร้อมเห็นภาพเรื่องราวของเด็กสาวคนหนึ่งนามว่าเยว่ชิงเถียนซึ่งมีชื่อสกุลเดียวกันกับเธอ
เด็กสาวอายุ 17 ปี ที่เพิ่งเรียนจบชั้นมัธยมปลาย เป็นเด็กกำพร้าสูญเสียพ่อแม่ซึ่งเป็นทหารกับแพทย์ทหารในการทำภารกิจช่วยเหลือกู้ภัยแผ่นดินไหวเมื่อ 2 ปีก่อน
เธอมีน้องสาวน้องชายฝาแฝดอายุ 12 ปี นามว่าเยว่ชิงหลันและเยว่ลู่จิวซึ่งกำลังเรียนอยู่ชั้นมัธยมต้นปีที่ 2
ส่วนหญิงวัยกลางคนกับหญิงสาวตรงหน้าที่ชิงเถียนเห็นคือป้าสะใภ้กับญาติผู้พี่ ภรรยาและบุตรสาวของลุงแท้ๆของเธอนามว่าเยว่ตงฉิน
หลังพ่อแม่เธอตายตงฉินลุงของชิงเถียนก็ย้ายเข้ามาอยู่ที่บ้านของเธอพร้อมกับป้าสะใภ้และบุตรสาว โดยอ้างว่าต้องการมาเป็นผู้ปกครองช่วยดูแลเธอกับน้องๆ
หากแต่เมื่อพวกเขาเข้ามาอยู่ที่บ้านของชิงเถียนเมื่อ 2 ปีก่อน ก็ทำตัวกร่างเป็นเจ้าของบ้าน ทั้งยังยึดเอาเงินชดเชยของพ่อแม่เธอไปหมด อ้างว่าเก็บไว้ส่งเสียเธอกับน้องอีกสองคน
อีกทั้งพวกเขายังใช้ชิงเถียนกับน้องๆทำงานบ้านทุกอย่าง ทั้งปัดกวาดเช็ดถู ทำความสะอาด ทำกับข้าว ซักผ้ารีดผ้าสารพัด
ทั้งยังตระหนี่แทบไม่ให้เงินชิงเถียนกับน้องๆใช้เลย ทั้งที่เงินเก็บและเงินชดเชยจากการเสียชีวิตของพ่อแม่ชิงเถียนมีอยู่ไม่น้อย
น่าจะให้พวกเธอสามพี่น้องใช้กินอยู่ได้อย่างสบายไปจนกว่าน้องชายน้องสาวเธอจะเรียนจบมหาลัยด้วยซ้ำ ยังไม่รวมทรัพย์สินที่พ่อแม่เธอเก็บสะสมและสร้างเอาไว้ให้อีกจำนวนหนึ่ง
เมื่อชิงเถียนถามถึงเงินของพ่อแม่ ต้องการแบ่งไปซื้อเสื้อผ้า รองเท้าใหม่ รวมทั้งข้าวของเครื่องใช้จำเป็นให้น้องสาวน้องชาย เพราะของเดิมเก่ามากหรือผุพังไปแล้ว
กลับถูกครอบครัวของลุงดุด่าว่าเธอยังเด็กไม่รู้จักใช้เงิน จะทำตัวฟุ่มเฟือยไปทำไม จากนั้นก็นิ่งเฉยไม่ยอมให้เงินชิงเถียนสักหยวน
ในขณะที่ผิงอันลูกสาวตัวเองที่เพิ่งจะเข้ามหาลัยกลับมีเสื้อผ้ารองเท้าใหม่ผลัดเปลี่ยน สวมใส่แทบทุกเดือน
“เถียนเอ๋อ ฉันกับป้าแกช่วยกันดูแลแกกับน้องๆมาตลอด ถึงเวลาแล้วที่แกต้องตอบแทนบุญคุณพวกเรานะ”หลังได้ยินคำพูดจากปากหลานสาวที่จู่ๆก็เฉลียวฉลาดปากกล้าขึ้นมาตงฉินก็เถียงอะไรไม่ออก สุดท้ายจึงอ้างบุญคุณขึ้นมาแทน“บุญคุณเลี้ยงดูงั้นเหรอ” ชิงเถียนเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงประชดประชันเสียดสีเต็มที่“ใช่ หลังพ่อแม่แกตายไปพวกฉันก็ช่วยกันดูแลพวกแกสามพี่น้องมาโดยตลอด ไม่ให้พวกแกต้องกลายเป็นเด็กกำพร้าเร่ร่อนยังไงล่ะ”“แกกับน้องๆของแก สมควรสำนึกในบุญคุณนี้นะ” ผิงอันพูดเอาความดีเข้าตัวอีกคน“เร่ร่อนเนี่ยนะ เข้าใจอะไรผิดหรือเปล่า”“หลังพ่อแม่ฉันเสีย พวกคุณก็ย้ายกันมาอยู่ที่บ้านที่พ่อแม่ฉันทิ้งเอาไว้ให้ฉันกับน้อง”“อ้างว่ามาดูแลเอาใจใส่พวกเรา แต่ความจริงแล้วกลับมาเพื่อผลประโยชน์ของตัวเองล้วนๆ”“ยึดเงินชดเชยการเสียชีวิตของพ่อแม่เราไป ใช้งานเราสามพี่น้องสารพัด ส่วนตัวเองกับลูกสาวใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย”“จิกหัวเราให้ทำนู่นทำนี่ทุกอย่าง เห็นเราเป็นคน
“พูดไม่ออกสินะ เพราะที่ผ่านมาครอบครัวคุณเพียงแค่เข้ามากอบโกย หวังในเงินและทรัพย์สิน รวมทั้งบ้านของพวกเราที่พ่อแม่ทิ้งเอาไว้ให้ต่างหากล่ะ” ชิงเถียนเอ่ยอย่างรู้ทัน จนผิงอันต้องอึ้งไปอีกรอบ ‘นังเด็กนี่มันฉลาดทันคนขึ้นมาตั้งแต่เมื่อไหร่กัน’ ผิงอันคิดอย่างประหลาดใจ “เกิดอะไรขึ้น ผิงอันจะทำอะไรเถียนเอ๋อน่ะ” “นั่นสิ เมื่อครู่มีเสียงเอะอะโวยวายอะไรกัน” “ได้ยินหลันเอ๋อบอกว่า ผิงอันทำร้ายเถียนเอ๋องั้นเหรอ” “เกิดเรื่องอะไรขึ้น” “แล้วนั่นหน้าผากเถียนเอ๋อทำไมถึงมีเลือดไหลซึมออกมาแบบน
หลังชิงเถียนได้ยินคำพูดที่หลุดออกมาจากปากสองแม่ลูก ซึ่งดูเหมือนร้ายกาจแต่กลับโง่เขลา จึงเอ่ยสวนกลับไปอย่างรู้แจ้ง“ที่แท้พวกคุณคิดขายฉันออกไปให้คุณชายสือ เพื่อหวังสินสอดพวกนี้เองสินะ ช่างเลวจริงๆ” ชิงเถียนเข้าใจอะไรมากขึ้น“ไม่ใช่แบบนั้นเสียหน่อยเถียนเอ๋อ..แกก็รู้นี่ว่าลุงของแกทำงานที่โรงงานทอผ้าสกุลสือพวกเราไม่ควรมีเรื่องบาดหมางใจกับคุณชายสือนะ”ผิงอันเอ่ยอ้างเหตุผลที่ฟังไม่ขึ้นเลยสักนิด“แล้วไง ลุงตงฉินทำงานให้สกุลสือจึงคิดขายหลานสาวเพื่ออนาคตตัวเองงั้นเหรอ”“ใครว่ากัน พวกเราแค่หวังดีเห็นว่าสกุลสือมั่งคั่งร่ำรวยจึงอยากให้เธอแต่งเข้าไปใช้ชีวิตอย่างสุขสบายต่างหากล่ะ” เจียลี่ช่วยพูดเสริม“สุขสบายกับผีนะสิ”“ใครๆในหมู่บ้านหยวนจื่อต่างรู้ดีว่าคุณชายสือนั่นเลวร้ายแค่ไหน ถือว่าบ้านมีฐานะร่ำรวยคอยข่มเหงรังแกคนอื่น โดยเฉพาะหญิงสาว”“ทำตัวกร่างเป็นนักเลง ข่มขู่ ทำร้าย ทั้งยังชอบลวนลามเอาเปรียบผู้หญิงรูปร่างหน้าตาดีไปทั่วบ้านทั่วเมือง”“นี่น่ะเหรอที่พวกคุณเห็นว่าเป็นคนดี ถ้าแบบนั้นก็เชิญไปแต่งเองเถอะ” ชิงเถียนสวนกลับไป
‘เธอคิดฝันมานานแล้ว ว่าอยากอยู่ในโลกยุคสมัยเก่าที่มีธรรมชาติอันงดงาม แสงแดดสาดส่องถึง อากาศที่บริสุทธิ์และแหล่งน้ำใสสะอาด’ ชิงเถียนคิดอย่างพึงพอใจ‘เห็นทีว่าเธอคงต้องจัดการกับครอบครัวร้ายกาจนี้ก่อนเป็นอันดับแรก จึงจะใช้ชีวิตที่นี่ต่อไปให้ดีได้’ในโลกก่อนหน้านี้ซึ่งเป็นยุคหลังการสิ้นโลกไปแล้วครั้งหนึ่ง เต็มไปด้วยสภาพแวดล้อมและอากาศแย่ๆ ผู้คนต้องสวมหน้ากากออกซิเจนเพื่อใช้หายใจยามออกมาภายนอกที่พักอาศัยแตกต่างจากโลกใบใหม่นี้ซึ่งยังเต็มไปด้วยอากาศบริสุทธิ์และธรรมชาติอันงดงาม นับเป็นโชคดีของเธอจริงๆ ที่มีโอกาสทะลุมิติและมาอยู่ในร่างเด็กสาวผู้นี้หากแต่กลับกลายเป็นเคราะห์ร้ายของชิงเถียนคนก่อนที่โดนสองแม่ลูกเล่นงานจนพลังงานหรือวิญญาณตามความเชื่อของยุคสมัย หลุดลอยออกจากร่างไป‘ไม่เป็นไรนะเยว่ชิงเถียนในเมื่อฉันมาอยู่ในร่างนี้แล้ว รับรองว่าฉันจะใช้มันอย่างคุ้มค่าแน่นอน’‘ที่สำคัญฉันจะเป็นคนดูแลน้องชายน้องสาวทั้งสองคนให้เธอเอง พร้อมเอาคืนครอบครัวเห็นแก่ตัวตรงหน้าด้วย’ชิงเถียนคิดพร้อมมองไปยังสองแม่

















