แชร์

บทที่ 1.5

ผู้เขียน: หรงเย่า / นาย่า
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-18 06:37:02

เกาอู่เยี่ยอ้าปากค้างมองการกระทำของอีกฝ่าย กลิ่นหอมเย้ายวนจากเจ้าร่างนิ่ม ส่งผลให้ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัด เขาพบว่ากลิ่นอายของนาง ทำให้ความชั่วร้ายบางอย่างในร่างของตนตื่นตัว

“เจ้าทำอะไร”

ไม่วายมองไปโดยรอบ เนื่องจากเกรงว่าจะมีบ่าวไพร่ในจวนผ่านมาเห็น

“ก็ท่านบอกจะม้วนมวยผมให้ข้าใหม่”

“ก็...ใช่ แต่ไม่ต้องถึงกับนั่งบนตักเช่นนี้กระมัง”

“ท่านแม่กับแม่นมก็ให้ข้านั่งเช่นนี้ทุกครั้ง”

นางกะพริบตามองเขาราวกำลังไม่เข้าใจ รู้สึกว่าตัวนางเองสามารถไว้ใจเขาได้ นับจากที่เขาใจดีช่วยพานางลงมาจากต้นพลับ

“เจ้าตัวนุ่มนิ่มแสนอันตราย” เกาอู่เยี่ยพึมพำ

“เจ้าคะ” อันซุ่ยเหลียนเงยหน้าขึ้นมองเขาเป็นเชิงถาม

“ไม่มีอะไรนั่งนิ่งๆ”

นางขยับเพื่อหาท่าทีสบายตัว แต่กลับได้ยินเสียงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ของชายหนุ่ม

“ดูเหมือนจวนสกุลอันจะไม่มีบุตรชายสินะ”

เขาพยายามดึงความสนใจของตัวเองไปที่เรือนผมนุ่มสวย บอกตัวเองให้มองข้ามสะโพกนิ่มซึ่งกำลังถูไถไปมากับหน้าขา ในยามที่เด็กสาวแกว่งเท้าทั้งสองข้างไปมาบนตัก

แม้อันซุ่ยเหลียนนับว่ายังไม่ปักปิ่น แต่เรือนร่างของนางที่อยู่ภายใต้เสื้อผ้า ทุกอย่างกลับอวบอิ่มและเริ่มมีน้ำมีนวล

เกาอู่เยี่ยสบถกับตัวเองในใจ เขาเร่งมือม้วนมวยซาลาเปาก้อนแรกขึ้นอย่างทุลักทุเล กระทั่งสายตาเผลอมองไปยังสาบเสื้อ ซึ่งกระเพื่อมขึ้นลงไปตามจังหวะหายใจ

ภายใต้เสื้อตัวหลวมนั้นเขาให้สงสัยว่าอีกหนึ่งปีข้างหน้า เด็กสาวซึ่งมีกลิ่นกายละมุนจะงดงามขึ้นเพียงใด และหากวันหนึ่งเขาได้ไล้มือเข้าไปยังใต้สาบเสื้อนั้นสักครา...

“สองหรือสามได้หรือไม่เจ้าคะ”

“อะไรนะ!” เขาเสียงดังขึ้นอย่างลืมตัว

“ลูกพลับ ท่านเก็บให้ข้าเพิ่มอีกสักสองหรือสามลูกได้หรือไม่เจ้าคะ ข้าอยากเอากลับไปฝากท่านพ่อ ท่านแม่ ยังมีแม่นมด้วย”

เกาอู่เยี่ยกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก เขาก่นด่าตัวเอง ก่อนจะรีบจัดการกับซาลาเปาก้อนที่สอง “ข้าจะให้บ่าวไพร่เก็บใส่ตะกร้าส่งไปที่จวนตระกูลอันก็แล้วกัน”

กล่าวจบก็ใช้สองมือยกเอวเล็กขึ้น ความรู้สึกเช่นเดิมยังคงวูบวาบยังปลายนิ้ว ราวกับเขาสามารถสัมผัสผิวเนื้อของนางโดยตรง

“ซุ่ยเหลียน ต่อไปหากมีบุรุษอื่นเข้าใกล้เจ้า เจ้าอย่าได้ปล่อยให้เขาถูกเนื้อต้องตัวเจ้า”

นางขมวดคิ้วเงยหน้ามองเขาราวยังไม่เข้าใจ “แต่...ท่านไม่ใช่คนอื่น ไม่ใช่หรือเจ้าคะ” นางมีท่าทีลังเล

“ท่านแม่บอกว่าพี่เซียนเอ๋อร์แต่งให้พี่ใหญ่หย่งหาน เขาลูบศีรษะข้า ทั้งยังบอกว่านับจากนี้ไม่ใช่คนอื่นไกล พวกเราล้วนเป็นคนกันเอง ท่านเป็นน้องชายของพี่ใหญ่หย่งหาน ก็ไม่นับว่าเป็นคนอื่น”

เกาอู่เยี่ยยกมือขึ้นนวดหว่างคิ้ว “ข้าหมายถึงผู้อื่นที่ไม่ใช่เราสองตระกูล”

“อ๋อ เจ้าค่ะ ข้าเข้าใจ” นางพยักหน้าพร้อมกับแบมือออกไป “ลูกพลับ”

มองรอยยิ้มกว้างจนเห็นไรฟันนั้น เกาอู่เยี่ยก็ยิ่งใจเต้นรัว กลิ่นกายของนางทำให้เขาไม่อาจสงบ ดวงตาของนางทำให้ความชั่วร้ายในใจของเขาปะทุ

มือใหญ่สั่นเทาเล็กน้อย ในยามที่ความคิดทั้งดีและเลวกำลังขัดแย้งกัน

เอื้อมมือขึ้นไปไม่กี่ครั้ง ลูกพลับลูกใหญ่หวานฉ่ำสามลูกก็ถูกส่งให้มือน้อย รอยยิ้มหล่อเหลาเผยออกมา ในยามที่บอกให้นางรีบไป

กระนั้นดวงตาเคร่งเครียดกลับทำให้เด็กสาวสงสัย “ท่านเป็นอะไรไปหรือเจ้าคะ”

“เจ้ารีบไปเถิด ข้าเพียง...เหนื่อย”

เขากำมือแน่นเมื่อความคิดชั่วร้ายปรากฏขึ้นแวบหนึ่ง ทันทีที่มองไปยังน้ำตกจำลอง ตรงนั้นมีสถานที่ลับซึ่งเขาเป็นคนสร้างขึ้น ทั้งนี้ก็เพื่อซุกซ่อนความลับเกี่ยวกับตัวเขาเอาไว้

เขาถึงกับกำลังคิดจะลากนางเข้าไปในนั้น!!!

“พี่อู่เยี่ย” เด็กสาวหันกลับมามองเขาทั้งยังยิ้มกว้าง “ขอบคุณท่านมากนะเจ้าคะ ท่านใจดีมากเลย”

เสียงปีศาจชั่วร้ายในตัวเขาคำรามลั่น...

เกาอู่เยี่ยนั่งหน้าซีดขาว เหงื่อซึมออกมาจากไรผมและฝ่ามือใหญ่ที่กำแน่น เขาฝืนยิ้มให้นางจากนั้นก็มองดูนางค่อยๆ เดินลับไปจากสวนของจวนแม่ทัพ

เสียงคำรามเบาๆ ในลำคอดังขึ้น ร่างเกร็งจึงค่อยๆ ผ่อนคลาย

“ข้านะหรือใจดี...” เขาพึมพำอย่างเหม่อลอย

สายตาคมมองไปยังน้ำตกจำลอง สายลมที่พัดแผ่วเข้ามาเอื่อยๆ แมกไม้ในสวนปลิวไสว

ร่างสูงที่นั่งนิ่งลุกขึ้นจากนั้นจึงเดินตรงไปยังน้ำตกจำลอง กดมือเข้าไปยังรอยบุ๋มของแนวหินเหนือน้ำตก

ไม่นานประตูลับบานหนึ่งก็เลื่อนเปิด พร้อมกับความลับมากมายที่เขาซุกซ่อนเอาไว้ตลอดหลายปีที่ผ่าน

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 13.2 จบ

    ซุ่ยเหลียนครางเสียงสั่น รับรู้ตัวตนของเขาผ่านการรุกรานที่เกินกว่าที่นางจะจินตนาการท่อนขาแกร่งค่อยๆ เลื่อนท่อนขาอ่อนนุ่มของนางให้เปิดออก สะโพกผายถูกยกขึ้นในยามที่เขาขยับเอวสอบเข้าหานางอย่างหนักหน่วงด้วยท่วงท่าที่น่าอายนี้ กลับให้ความรู้สึกลึกล้ำ และรัดรึง กระทั่งซุ่ยเหลียนอ่อนระทวยด้วยความซาบซ่าน หญิงสาววางสองแขนลงบนเบาะนอน ยกสะโพกตอบสนองเขา อกอิ่มรับรู้การกอบกุม กระทั่งมืออีกข้างที่สอดขึ้นมายังใบหน้า มีกลิ่นเลือดอันหอมหวานที่ทำให้นางหลุดควบคุม“เร็วเข้า” เขาเร่งเสียงพร่า ดังนั้นนางจึงได้แต่อ้าปากรับเลือดเข้าไปด้วยความกระหายพร้อมๆ กันกับช่วงที่นางไล้เลียปลายลิ้นเข้ากับข้อมือจอมมาร เอวสอบของเขาก็กระทั้นเข้าหานางอย่างไร้ปรานี ความเสียวซ่านลึกล้ำ ทำให้ซุ่ยเหลียนส่งเสียงหวีดหวาน นางถูกเขาหลอมละลายด้วยความกระสัน ความร้อนรุ่มจากกายแกร่งแผดเผาจนนางไม่อาจปฏิเสธเมื่อดื่มเลือดเข้าไปเล็กน้อยนางจึงปล่อยมือ เพียงเพื่อที่จะได้หมุนกายกลับมาหา แต่ถึงอย่างนั้นจอมมารกลับสอดแขนเข้ากับเอวอ่อน บีบให้นางยกสะโพกขึ้น ไม่ยอมให้นางหันกลับมา“พี่อู่เยี่ย ข้าอยากกอดท่าน”“เปลี่ยนใจแล้วหรือ มิใช่ชอบให้ข้าทำจาก

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 13.1

    หากแต่...ข้อแลกเปลี่ยนของเขาก็เหลือเกินจริงๆ เพราะทันทีที่นางควบคุมตัวเองไม่อยู่จนปีนขึ้นไปบนร่างเขานั้น เขาไม่เพียงไม่รังเกียจ แต่กลับเริ่มถอดเสื้อผ้านางออกอย่างกระตือรือร้นข้ออ้างนะหรือ ‘กลัวชุดเปื้อนเลือด’ นางไหนเลยจะเชื่อ!!คราแรกนางกลัวว่านั่นจะเป็นการทำร้ายเขา เพราะแต่ละครั้งที่นางดื่มเลือดเขานั้น นางรู้ดีว่าจำนวนไม่น้อยเลย หากแต่เมื่อยามฟ้าสางนางที่รู้สึกผิดอยากจะสำรวจบาดแผลของเขา แต่กลับพบว่าแม้แต่ร่องรอยขีดข่วนใดๆ ที่นางทิ้งเอาไว้บนเรือนกายแกร่งก็ยังหายไปไม่ปรากฏน่าโมโหยิ่งนัก!!“ซุ่ยเหลียน”เสียงของเขาดังแว่วเข้ามา พร้อมกับร่างสูงที่นั่งลงข้างๆ “แตกหน่อแล้วนี่” รอยยิ้มหล่อเหลาของเขา ทำให้อารมณ์โกรธของนางปลิวหาย“หากผักพวกนี้กินได้ ข้าจะทำผักดองให้ท่านกิน”“ดี” เขายิ้ม “กลับกันเถิด วันนี้ข้าได้ปลามาหลายตัว”นางชะงักก่อนหรี่ตามองเขา “ท่านขี้โกงหรือไม่”“เปล่าเลย ข้าใช้เบ็ดตกปลาที่ปีศาจนกทำให้ ข้าตกปลาเก่งแล้วจริงๆ นะ” เขาบอกด้วยรอยยิ้มวันนี้เขาพูดเรื่องจริง เขาตามใจในยามที่นางบอกว่าจะพยายามใช้ชีวิตเรียบง่ายดังเช่นมนุษย์ ดังนั้นเขาจึงจับปลาและล่าสัตว์ด้วยวิธีของมนุษย์ แม้จะย

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 12.6

    ไม่นานยอดฝีมือชุดรัดกุมก็เปิดประตูเข้ามา พวกเขาผงะเล็กน้อยที่เห็นชายหนุ่มตรงหน้ายังคงนั่งดื่มชาด้วยความเยือกเย็น ที่สำคัญเบื้องหลังยอดฝีมือเหล่านั้น ยังมีหลิวซวงซวงที่หมายครอบครองในสิ่งที่นางไม่มีวันได้“มาทางไหนรีบกลับไปทางนั้น นางกำลังหลับอยู่หากกล้าทำให้นางตื่น ก็อย่าหาว่าข้าไร้ปรานี” จอมมารส่งเสียงออกมาโดยไม่ต้องขยับปาก พลังกดดันขุมหนึ่งทำให้เหล่ายอดฝีมือที่หลิวซวงซวงส่งมาไม่อาจขยับ“ท่านเป็นใคร” หลิวซวงซวงเหงื่อซึมออกมา “สตรีนางนั้นไม่มีสิ่งใดเทียบข้าได้ หากท่านต้องการสิ่งใด ข้าย่อม...”“ข้าต้องการให้เจ้าไสหัวไปก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจ หาไม่...” จอมมารลุกขึ้นยืนช้าๆ ก้าวมายังประตูหน้าซึ่งเหล่ายอดฝีมือยังไม่อาจเข้าไปด้านใน“พี่อู่เยี่ย” เสียงพึมพำดังขึ้นทำให้จอมมารสะดุ้ง เขาโบกมือคราหนึ่งประตูห้องก็ปิดลง ร่างสูงรีบก้าวเข้าไปยังหน้าเตียง“ข้าทำเสียงดังจนเจ้าตื่นหรือ”“เสียงใครหรือเจ้าคะ ข้าเหมือนได้ยินเสียงคนสนทนากัน ท่านสนทนากับผู้ใดหรือ”นางยังไม่ลืมตาแต่กลับพิงร่างเข้าหาเขา ทันทีที่กลิ่นอายของเขาใกล้เข้ามา จอมมารอมยิ้มด้วยความเอ็นดู เขามองดูท่าทีงัวเงียของนางแล้วอดที่จะลูบหลังลูบไห

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 12.5

    “แล้วท่านเล่า ท่านเป็นของผู้ใด” นางทิ้งสะโพกลงอย่างแรงกระทั่งน้ำในถังกระฉอก“ข้าเป็นของเจ้า เป็นของเจ้าเพียงผู้เดียว”“ทีหลังจะกล้าทำเช่นนี้หรือไม่”นางขยับเอวอ่อนบดเบียดหมุนวนช้าสลับเร็ว ใบหน้าแดงก่ำเพราะขนาดของเขาที่ตื่นตัวเต็มที่เต้นตุบในกาย“ไม่กล้าแล้วจ้ะ ไม่กล้ายั่วให้หึงหวงอีกแล้ว เมียจ๋า ข้ายอมแล้ว” เขากระซิบบอกนางเสียงพร่า “ซุ่ยเหลียนคนดี ได้โปรด ข้าอยากสัมผัสเจ้า ข้าจะขาดใจแล้ว”ซุ่ยเหลียนขยับเอวอ่อนยกขึ้นอีกครา แต่ครั้งนี้นางปล่อยมือเขาโดยดี ซึ่งนั่นก็ทำให้จอมมารที่หื่นกระหายกอดรัดร่างอรชรเข้าสู่อ้อมแขน เอวสอบขยับขึ้นรับจังหวะที่หญิงสาวทิ้งตัวลงยังความร้อนรุ่มแข็งขึงริมฝีปากของเขาไต่เล็มจากลำคอลงไปยังอกอิ่ม เวียนขึ้นมาหาริมฝีปากรูปกระจับ ไล้ปลายลิ้นเข้าครอบครองพัวพันอย่างลึกล้ำเสียงครางต่ำหลุดออกมา ในยามที่นางยกสะโพกขึ้นอีกครั้ง หากแต่ไม่ยอมกดลงไปหาความฮึกเหิมที่รั้งรออยู่ “ซุ่ยเหลียนได้โปรด” เขาวอนขอ“ยังจะคิดไปหาสตรีอื่นอีกหรือไม่”“ไม่กล้าแล้ว ข้าไม่กล้าแล้ว ไว้ชีวิตด้วยยอดรัก ข้าจะขาดใจแล้ว”นางยื่นหน้าลงไปจุมพิตเขา เบียดอกอิ่มเข้ากับแผ่นอกแกร่ง พร้อมๆ กันนั้นก็มอบตัว

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 12.4

    ซุ่ยเหลียนชะงัก นางมองไปยังคนที่พูดพล่ามโดยไม่สนใจจะหันมามองนาง มือน้อยทั้งสองข้างไม่อาจขยับ ทำได้เพียงจ้องมองแผ่นหลังของจอมมารนิ่ง แม้กระทั่งเสียงของตัวเองก็หาไม่พบ ไม่รู้ว่าต้องตอบประโยคนั้นเช่นไร“เจ้าว่านางเป็นเช่นไร”“นาง...งดงามมากเจ้าค่ะ”เมื่อเขาเห็นนางเป็นสาวใช้ นางก็จะทำตัวเยี่ยงสาวใช้ มือน้อยขัดถูไปตามแผ่นหลัง เขาถามมานางก็ตอบออกไป“ฟังดูน้ำเสียงของเจ้าไม่ใคร่จริงใจเลย แต่ช่างเถิดเจ้าว่านางงดงามก็คงเป็นเช่นนั้น ความจริงข้ารู้สึกถูกชะตากับนางยิ่งนัก นางจิตใจดียิ่งนัก เพิ่งได้พบกันคราแรกนางกลับต้อนรับขับสู้ข้าเป็นอย่างดี”ซุ่ยเหลียนเม้มปากแน่น ดวงตาของนางแดงก่ำเพราะกำลังสะกดอารมณ์ นางไหนเลยจะรู้ว่าดวงตาของนางบางคราก็เปลี่ยนเป็นสีแดงวาบขึ้นเลือดของจอมมารในกายอรชรพลุ่งพล่าน จนแม้กระทั่งผู้เป็นเจ้าของเองก็ยังรู้สึกได้ แต่กระนั้นเขาก็ยังกล่าวประโยคยั่วเย้าให้นางแสดงอารมณ์ความรู้สึกออกมาจอมมารหันกลับมามองนางช้าๆ คิ้วเข้มเลิกขึ้นสูง ดวงตาของเขามองไปยังหน้าต่าง “เจ้ากระหายแล้วหรือ ฟ้ายังไม่มืดเลย” มือใหญ่ยื่นออกมา “มาสิเร็วหน่อย ข้าอยากไปพบคุณหนูหลิวแล้ว...”เส้นความอดทนของซุ่ยเหล

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 12.3

    มองดูบุรุษหล่อเหลาสนทนาหยอกล้อกับสตรีงดงาม ซุ่ยเหลียนได้แต่นั่งเงียบ เสียงหัวเราะกรีดแทงหัวใจนาง กระทั่งเจ็บปวดเสียดลึกถึงก้นบึ้ง แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ยังอดทนเพราะไร้สิทธิ์ที่จะเอ่ยปาก หากเขาชอบหลิวซวงซวงผู้นี้ นางจะทำเช่นไรได้เล่าเมื่อได้ยินว่าชายหนุ่มตรงหน้าเดินทางมายังเมืองต้าซานมาเพราะลูกพลับ หลิวซวงซวงก็ให้คนยกเข้ามาตะกร้าใหญ่ ที่สำคัญนางเอาอกเอาใจด้วยการคัดของที่ดีที่สุดที่มี กระทั่งยกมาให้ชายหนุ่ม“รบกวนแม่นางหลิวแล้วจริงๆ”จอมมารแย้มยิ้มหล่อเหลา เขาหันมาสนใจซุ่ยเลียนที่นั่งข้างๆ ในที่สุด “ซุ่ยเหลียน ลูกพลับของเจ้า”“เจ้าค่ะ” นางเพียงพยักหน้ารับ จากนั้นจึงเอ่ยขอบคุณหลิวซวงซวงเสียงเบา“ไม่ทราบว่าแม่นางท่านนี้คือ...”อยากจะถามหลายครั้งก็กระดาก หลิวซวงซวงที่คิดว่าตัวเองเหนือกว่ามองข้ามซุ่ยเหลียนมาโดยตลอด มาบัดนี้กลับทำใจกล้าเอ่ยถาม“ฮูหยินของข้าเอง” จอมมารตอบออกไปด้วยรอยยิ้มกว้าง “นางเป็นคนไม่ใคร่ชอบสนทนา ข้าพานางมาที่นี่เพราะนางชอบลูกพลับมาก”เขาไม่สนใจใบหน้าที่ซีดขาวของหญิงสาวตรงหน้า กระทั่งมองข้ามใบหน้าตื่นตะลึงของคนข้างกาย มือใหญ่คว้าตะกร้าลูกพลับขึ้น จากนั้นก็ยื่นมือมากุมมือน

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 4.2

    เกาอู่เยี่ยยิ้มกว้างหลังจากพับจดหมายเข้าไปในอกเสื้อ เขาให้คิดถึงใบหน้าน้อยๆ ที่เงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาสดใส เรียวคิ้วมุ่นลงเป็นเชิงถาม ในยามที่ไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูดหนึ่งปีมาแล้วหลังจากที่เขาจากมา ทุกวันเขายังคงคิดคำนึงถึงนางอยู่เสมอ แม้ว่าการดำเนินการอย่างลับๆ จะเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด เพราะทุ

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 3.4

    มือน้อยเริ่มเลื่อนต่ำลงไป แต่เกาอู่เยี่ยกลับคว้ามือของนางเอาไว้ได้ทัน“ชู่ว ไม่ได้ ยังไม่ได้ ซุ่ยเหลียนเด็กดี”เสียงของเขาเต็มไปด้วยความทรมานไม่ต่างจากนาง เหงื่อเย็นๆ ผุดขึ้น เพราะปลายนิ้วเล็กเรียวปัดไปโดนกับความแข็งขึงเกาอู่เยี่ยครางเสียงพร่า ก้มลงจุมพิตลึกล้ำเป็นการเตือนมือใหญ่เลื่อนกางเกงเด็กสา

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 3.3

    ใบหน้างดงามแดงก่ำด้วยความรัญจวน เรือนร่างขาวผ่องใต้ร่างแกร่ง เส้นผมยาวสลวยซึ่งคลอเคลียลาดไหล่กลมมน ในยามที่เขารั้งนางขึ้นนั่งบนตักแกร่ง‘พี่อู่เยี่ย’น้ำเสียงเย้ายวนออดอ้อน ในยามที่เขาขยับกายแกร่งหนักหน่วงขึ้น“พี่อู่เยี่ย” ใบหน้าเยาว์วัยทับซ้อนกับโฉมสะคราญ ซึ่งเขามั่นใจว่านั่นคือภาพในอนาคตที่ยังไม

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 2.4

    เขาพึมพำหลังตั้งสติแล้วพาเด็กสาวทั้งสองเดินเข้าไปในจวนแม่ทัพ มองดูแผ่นหลังซุกซนที่วิ่งตามกันไปด้านใน ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งเครียดดูเหมือนทุกครั้งที่อันซุ่ยเหลียนแตะต้องเขา ภาพบางอย่างก็จะปรากฏขึ้น “การเข่นฆ่าในท้องพระโรงนั้นมันคืออะไรกัน”เช่นกันกับความรู้สึกหนักอึ้งในใจ ภาพเหล่านั้นถึงกับทำให้เขากระ

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status