Masukเขาพึมพำหลังตั้งสติแล้วพาเด็กสาวทั้งสองเดินเข้าไปในจวนแม่ทัพ มองดูแผ่นหลังซุกซนที่วิ่งตามกันไปด้านใน ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งเครียด
ดูเหมือนทุกครั้งที่อันซุ่ยเหลียนแตะต้องเขา ภาพบางอย่างก็จะปรากฏขึ้น “การเข่นฆ่าในท้องพระโรงนั้นมันคืออะไรกัน”
เช่นกันกับความรู้สึกหนักอึ้งในใจ ภาพเหล่านั้นถึงกับทำให้เขากระหายที่จะพิสูจน์
เมื่อวานเพิ่งได้พบองค์ชายตัวปลอมที่เป็นตัวตายตัวแทนในวังหลวง เมื่อเช้าเขาเองก็ตัดสินใจได้ว่าอนาคตเขาควรทำสิ่งใด มาวันนี้กลับมองเห็นภาพของตนบุกเข้าไปในท้องพระโรงทอง เห็นชัดว่าภาพนั้นมิใช่เขาที่คิดไปเอง
อันซุ่ยเหลียนมองตามร่างสูงที่เดินหายลับไปในสวน ตั้งแต่มาส่งนางกับอันเฟิ่งเซียนในเรือนหลัก เกาอู่เยี่ยก็หายไปเลย นางยังอยากจะสนทนากับเขาหลายครั้ง เพราะตอนนั้นไม่ทันคิดมาก จึงโพล่งออกไปว่าจะหมั้นหมายกับเขา
ยิ่งไปกว่านั้นทันทีที่นางพูดจบเขากลับไม่ได้พูดอะไร ทั้งยังมีท่าทีเหม่อลอย นางกลัวเหลือเกินว่าเขาจะโกรธกระทั่งไม่มาเล่นกับนางอีกแล้ว ดังนั้นจึงแอบกังวลอยู่ลึกๆ
“เสี่ยวเฟิ่งเจ้าว่าพี่อู่เยี่ยจะโกรธหรือไม่”
“ไม่รู้สิ แต่แรกเขาก็ไม่ได้อยากจะหมั้นหมายหรือแต่งสตรีใดเข้าจวน เจ้าเพิ่งรู้จักกับเขา ถึงจะดูสนิทสนมแต่ถึงกับโพล่งออกมาว่าจะหมั้นหมาย ไม่แน่ว่าเขาอาจโกรธ แต่เจ้ายังไม่ปักปิ่นนี่นา ดังนั้นอ้างเรื่องนี้ก็แล้วกัน”
อันเฟิ่งเซียนมองตามสายตาของอันซุ่ยเหลียน “ไปสิ ข้ารับหน้าเอง ท่านป้าไม่สงสัยหรอก เจ้าไปบอกเขาตามนี้รับรองว่าเขาย่อมหายโกรธ”
“จริงหรือ” อันซุ่ยเหลียนมีท่าทีร่าเริงขึ้นมา นางลืมคิดไปว่าแม้อันเฟิ่งเซียนจะรู้เรื่องราวมากมาย ทั้งยังชอบออกความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ แต่ถึงอย่างนั้นทั้งสองก็เป็นเพียงเด็กสาวที่ยังไม่ปักปิ่นทั้งคู่
เห็นร่างสูงก้าวเดินลึกเข้าไปในสวน อันซุ่ยเหลียนเร่งฝีเท้าตามจนกลายเป็นวิ่ง มองดูเกาอู่เยี่ยเดินหายลับเข้าไปยังด้านหลังน้ำตกจำลอง นางพลันหยุดหายใจหอบด้วยความลังเล
ดวงตากลมสว่างสดใส จ้องมองดูทางเดินซึ่งซุกซ่อนอยู่ ความอยากรู้อยากเห็น กลับเอาชนะความลังเลได้ในเวลาต่อมา ร่างน้อยรวบรวมความกล้า ก่อนจะก้าวตามเข้าไปทางเดินหินซึ่งทอดลึกเข้าไปเป็นอุโมงค์
ประตูอุโมงค์หินถูกเปิดทิ้งเอาไว้ ดังนั้นอันซุ่ยเหลียนจึงเดินตามเข้าไปได้ หาไม่แล้วหากเป็นในยามปกติ นางไหนเลยจะมองเห็นกลไกที่ถูกซุกซ่อนเอาไว้เป็นอย่างดี
“เจ้าแน่ใจแล้วหรือ”
“ขอรับท่านพ่อ”
เสียงสนทนาก้องออกมาจากด้านใน ทำให้อันซุ่ยเหลียนรีบแทรกตัวเข้าไปในซอกเล็กๆ นางตัวเล็กอีกทั้งด้านในก็มืดสนิท ทำให้เกาจิ้นมองไม่เห็นในยามที่ก้าวเดินใกล้เข้ามา
“องค์ชายรองซางเยว่ทรงมีตระกูลฟางหนุนหลัง ถึงจะเป็นในยามนี้เราก็ไม่อาจดูแคลนฟางกุ้ยเฟย”
“เรื่องนี้ลูกรู้ดีขอรับ”
“ลูกเยี่ย”
“ขอรับท่านพ่อ”
“หากสำเร็จ เจ้า...ต้องการบัลลังก์นี้เอาไว้หรือว่ายกให้ผู้อื่น” เกาจิ้นเอ่ยถามด้วยความกังวล
ดูเหมือนเกาอู่เยี่ยเองก็ชะงักงันไป “เรื่องนั้นให้เป็นเรื่องที่เราค่อยๆ ใคร่ครวญเถิดขอรับ” เขาเองก็ไม่รู้ดังนั้นจึงตอบไม่ได้
“เช่นนั้นก็ได้ ตอนนี้เรื่องที่เจ้าเป็นองค์ชายใหญ่แคว้นเทียนเฉายังไม่มีใครรู้ อาศัยความได้เปรียบนี้ทั้งยังมีตระกูลเกาของเราคอยช่วย ไม่ว่าอย่างไรพ่อเองก็มั่นใจว่าทุกอย่างต้องลุล่วง”
หลังจากเกาจิ้นเดินนำเกาอู่เยี่ยออกไป อันซุ่ยเหลียนก็ได้แต่หันไปมองทางเดินทอดยาวเข้าไปยังโถงหิน ด้านในยังคงมีคบเพลิงเสียบอยู่เพื่อให้ความสว่าง
ความอยากรู้อยากเห็น ทำให้นางตัดสินใจเดินหน้าเข้าไปด้านใน มากกว่าหวาดกลัวแล้วรีบออกไปจากสถานที่แห่งนี้
กลางห้องมีหีบใบหนึ่งวางอยู่ ร่างเล็กเดินเข้าไปช้าๆ ความสงสัยและบทสนทนาที่นางเองก็ไม่ใคร่จะเข้าใจ ทำให้นางยื่นมือออกไปยังหีบดังกล่าว
“หากกล้าเปิด จากวันนี้ชีวิตเจ้าจะเป็นของข้า”
เสียงนั้นทำให้นางสะดุ้งเฮือก “พี่อู่เยี่ย!!”
ซุ่ยเหลียนครางเสียงสั่น รับรู้ตัวตนของเขาผ่านการรุกรานที่เกินกว่าที่นางจะจินตนาการท่อนขาแกร่งค่อยๆ เลื่อนท่อนขาอ่อนนุ่มของนางให้เปิดออก สะโพกผายถูกยกขึ้นในยามที่เขาขยับเอวสอบเข้าหานางอย่างหนักหน่วงด้วยท่วงท่าที่น่าอายนี้ กลับให้ความรู้สึกลึกล้ำ และรัดรึง กระทั่งซุ่ยเหลียนอ่อนระทวยด้วยความซาบซ่าน หญิงสาววางสองแขนลงบนเบาะนอน ยกสะโพกตอบสนองเขา อกอิ่มรับรู้การกอบกุม กระทั่งมืออีกข้างที่สอดขึ้นมายังใบหน้า มีกลิ่นเลือดอันหอมหวานที่ทำให้นางหลุดควบคุม“เร็วเข้า” เขาเร่งเสียงพร่า ดังนั้นนางจึงได้แต่อ้าปากรับเลือดเข้าไปด้วยความกระหายพร้อมๆ กันกับช่วงที่นางไล้เลียปลายลิ้นเข้ากับข้อมือจอมมาร เอวสอบของเขาก็กระทั้นเข้าหานางอย่างไร้ปรานี ความเสียวซ่านลึกล้ำ ทำให้ซุ่ยเหลียนส่งเสียงหวีดหวาน นางถูกเขาหลอมละลายด้วยความกระสัน ความร้อนรุ่มจากกายแกร่งแผดเผาจนนางไม่อาจปฏิเสธเมื่อดื่มเลือดเข้าไปเล็กน้อยนางจึงปล่อยมือ เพียงเพื่อที่จะได้หมุนกายกลับมาหา แต่ถึงอย่างนั้นจอมมารกลับสอดแขนเข้ากับเอวอ่อน บีบให้นางยกสะโพกขึ้น ไม่ยอมให้นางหันกลับมา“พี่อู่เยี่ย ข้าอยากกอดท่าน”“เปลี่ยนใจแล้วหรือ มิใช่ชอบให้ข้าทำจาก
หากแต่...ข้อแลกเปลี่ยนของเขาก็เหลือเกินจริงๆ เพราะทันทีที่นางควบคุมตัวเองไม่อยู่จนปีนขึ้นไปบนร่างเขานั้น เขาไม่เพียงไม่รังเกียจ แต่กลับเริ่มถอดเสื้อผ้านางออกอย่างกระตือรือร้นข้ออ้างนะหรือ ‘กลัวชุดเปื้อนเลือด’ นางไหนเลยจะเชื่อ!!คราแรกนางกลัวว่านั่นจะเป็นการทำร้ายเขา เพราะแต่ละครั้งที่นางดื่มเลือดเขานั้น นางรู้ดีว่าจำนวนไม่น้อยเลย หากแต่เมื่อยามฟ้าสางนางที่รู้สึกผิดอยากจะสำรวจบาดแผลของเขา แต่กลับพบว่าแม้แต่ร่องรอยขีดข่วนใดๆ ที่นางทิ้งเอาไว้บนเรือนกายแกร่งก็ยังหายไปไม่ปรากฏน่าโมโหยิ่งนัก!!“ซุ่ยเหลียน”เสียงของเขาดังแว่วเข้ามา พร้อมกับร่างสูงที่นั่งลงข้างๆ “แตกหน่อแล้วนี่” รอยยิ้มหล่อเหลาของเขา ทำให้อารมณ์โกรธของนางปลิวหาย“หากผักพวกนี้กินได้ ข้าจะทำผักดองให้ท่านกิน”“ดี” เขายิ้ม “กลับกันเถิด วันนี้ข้าได้ปลามาหลายตัว”นางชะงักก่อนหรี่ตามองเขา “ท่านขี้โกงหรือไม่”“เปล่าเลย ข้าใช้เบ็ดตกปลาที่ปีศาจนกทำให้ ข้าตกปลาเก่งแล้วจริงๆ นะ” เขาบอกด้วยรอยยิ้มวันนี้เขาพูดเรื่องจริง เขาตามใจในยามที่นางบอกว่าจะพยายามใช้ชีวิตเรียบง่ายดังเช่นมนุษย์ ดังนั้นเขาจึงจับปลาและล่าสัตว์ด้วยวิธีของมนุษย์ แม้จะย
ไม่นานยอดฝีมือชุดรัดกุมก็เปิดประตูเข้ามา พวกเขาผงะเล็กน้อยที่เห็นชายหนุ่มตรงหน้ายังคงนั่งดื่มชาด้วยความเยือกเย็น ที่สำคัญเบื้องหลังยอดฝีมือเหล่านั้น ยังมีหลิวซวงซวงที่หมายครอบครองในสิ่งที่นางไม่มีวันได้“มาทางไหนรีบกลับไปทางนั้น นางกำลังหลับอยู่หากกล้าทำให้นางตื่น ก็อย่าหาว่าข้าไร้ปรานี” จอมมารส่งเสียงออกมาโดยไม่ต้องขยับปาก พลังกดดันขุมหนึ่งทำให้เหล่ายอดฝีมือที่หลิวซวงซวงส่งมาไม่อาจขยับ“ท่านเป็นใคร” หลิวซวงซวงเหงื่อซึมออกมา “สตรีนางนั้นไม่มีสิ่งใดเทียบข้าได้ หากท่านต้องการสิ่งใด ข้าย่อม...”“ข้าต้องการให้เจ้าไสหัวไปก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจ หาไม่...” จอมมารลุกขึ้นยืนช้าๆ ก้าวมายังประตูหน้าซึ่งเหล่ายอดฝีมือยังไม่อาจเข้าไปด้านใน“พี่อู่เยี่ย” เสียงพึมพำดังขึ้นทำให้จอมมารสะดุ้ง เขาโบกมือคราหนึ่งประตูห้องก็ปิดลง ร่างสูงรีบก้าวเข้าไปยังหน้าเตียง“ข้าทำเสียงดังจนเจ้าตื่นหรือ”“เสียงใครหรือเจ้าคะ ข้าเหมือนได้ยินเสียงคนสนทนากัน ท่านสนทนากับผู้ใดหรือ”นางยังไม่ลืมตาแต่กลับพิงร่างเข้าหาเขา ทันทีที่กลิ่นอายของเขาใกล้เข้ามา จอมมารอมยิ้มด้วยความเอ็นดู เขามองดูท่าทีงัวเงียของนางแล้วอดที่จะลูบหลังลูบไห
“แล้วท่านเล่า ท่านเป็นของผู้ใด” นางทิ้งสะโพกลงอย่างแรงกระทั่งน้ำในถังกระฉอก“ข้าเป็นของเจ้า เป็นของเจ้าเพียงผู้เดียว”“ทีหลังจะกล้าทำเช่นนี้หรือไม่”นางขยับเอวอ่อนบดเบียดหมุนวนช้าสลับเร็ว ใบหน้าแดงก่ำเพราะขนาดของเขาที่ตื่นตัวเต็มที่เต้นตุบในกาย“ไม่กล้าแล้วจ้ะ ไม่กล้ายั่วให้หึงหวงอีกแล้ว เมียจ๋า ข้ายอมแล้ว” เขากระซิบบอกนางเสียงพร่า “ซุ่ยเหลียนคนดี ได้โปรด ข้าอยากสัมผัสเจ้า ข้าจะขาดใจแล้ว”ซุ่ยเหลียนขยับเอวอ่อนยกขึ้นอีกครา แต่ครั้งนี้นางปล่อยมือเขาโดยดี ซึ่งนั่นก็ทำให้จอมมารที่หื่นกระหายกอดรัดร่างอรชรเข้าสู่อ้อมแขน เอวสอบขยับขึ้นรับจังหวะที่หญิงสาวทิ้งตัวลงยังความร้อนรุ่มแข็งขึงริมฝีปากของเขาไต่เล็มจากลำคอลงไปยังอกอิ่ม เวียนขึ้นมาหาริมฝีปากรูปกระจับ ไล้ปลายลิ้นเข้าครอบครองพัวพันอย่างลึกล้ำเสียงครางต่ำหลุดออกมา ในยามที่นางยกสะโพกขึ้นอีกครั้ง หากแต่ไม่ยอมกดลงไปหาความฮึกเหิมที่รั้งรออยู่ “ซุ่ยเหลียนได้โปรด” เขาวอนขอ“ยังจะคิดไปหาสตรีอื่นอีกหรือไม่”“ไม่กล้าแล้ว ข้าไม่กล้าแล้ว ไว้ชีวิตด้วยยอดรัก ข้าจะขาดใจแล้ว”นางยื่นหน้าลงไปจุมพิตเขา เบียดอกอิ่มเข้ากับแผ่นอกแกร่ง พร้อมๆ กันนั้นก็มอบตัว
ซุ่ยเหลียนชะงัก นางมองไปยังคนที่พูดพล่ามโดยไม่สนใจจะหันมามองนาง มือน้อยทั้งสองข้างไม่อาจขยับ ทำได้เพียงจ้องมองแผ่นหลังของจอมมารนิ่ง แม้กระทั่งเสียงของตัวเองก็หาไม่พบ ไม่รู้ว่าต้องตอบประโยคนั้นเช่นไร“เจ้าว่านางเป็นเช่นไร”“นาง...งดงามมากเจ้าค่ะ”เมื่อเขาเห็นนางเป็นสาวใช้ นางก็จะทำตัวเยี่ยงสาวใช้ มือน้อยขัดถูไปตามแผ่นหลัง เขาถามมานางก็ตอบออกไป“ฟังดูน้ำเสียงของเจ้าไม่ใคร่จริงใจเลย แต่ช่างเถิดเจ้าว่านางงดงามก็คงเป็นเช่นนั้น ความจริงข้ารู้สึกถูกชะตากับนางยิ่งนัก นางจิตใจดียิ่งนัก เพิ่งได้พบกันคราแรกนางกลับต้อนรับขับสู้ข้าเป็นอย่างดี”ซุ่ยเหลียนเม้มปากแน่น ดวงตาของนางแดงก่ำเพราะกำลังสะกดอารมณ์ นางไหนเลยจะรู้ว่าดวงตาของนางบางคราก็เปลี่ยนเป็นสีแดงวาบขึ้นเลือดของจอมมารในกายอรชรพลุ่งพล่าน จนแม้กระทั่งผู้เป็นเจ้าของเองก็ยังรู้สึกได้ แต่กระนั้นเขาก็ยังกล่าวประโยคยั่วเย้าให้นางแสดงอารมณ์ความรู้สึกออกมาจอมมารหันกลับมามองนางช้าๆ คิ้วเข้มเลิกขึ้นสูง ดวงตาของเขามองไปยังหน้าต่าง “เจ้ากระหายแล้วหรือ ฟ้ายังไม่มืดเลย” มือใหญ่ยื่นออกมา “มาสิเร็วหน่อย ข้าอยากไปพบคุณหนูหลิวแล้ว...”เส้นความอดทนของซุ่ยเหล
มองดูบุรุษหล่อเหลาสนทนาหยอกล้อกับสตรีงดงาม ซุ่ยเหลียนได้แต่นั่งเงียบ เสียงหัวเราะกรีดแทงหัวใจนาง กระทั่งเจ็บปวดเสียดลึกถึงก้นบึ้ง แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ยังอดทนเพราะไร้สิทธิ์ที่จะเอ่ยปาก หากเขาชอบหลิวซวงซวงผู้นี้ นางจะทำเช่นไรได้เล่าเมื่อได้ยินว่าชายหนุ่มตรงหน้าเดินทางมายังเมืองต้าซานมาเพราะลูกพลับ หลิวซวงซวงก็ให้คนยกเข้ามาตะกร้าใหญ่ ที่สำคัญนางเอาอกเอาใจด้วยการคัดของที่ดีที่สุดที่มี กระทั่งยกมาให้ชายหนุ่ม“รบกวนแม่นางหลิวแล้วจริงๆ”จอมมารแย้มยิ้มหล่อเหลา เขาหันมาสนใจซุ่ยเลียนที่นั่งข้างๆ ในที่สุด “ซุ่ยเหลียน ลูกพลับของเจ้า”“เจ้าค่ะ” นางเพียงพยักหน้ารับ จากนั้นจึงเอ่ยขอบคุณหลิวซวงซวงเสียงเบา“ไม่ทราบว่าแม่นางท่านนี้คือ...”อยากจะถามหลายครั้งก็กระดาก หลิวซวงซวงที่คิดว่าตัวเองเหนือกว่ามองข้ามซุ่ยเหลียนมาโดยตลอด มาบัดนี้กลับทำใจกล้าเอ่ยถาม“ฮูหยินของข้าเอง” จอมมารตอบออกไปด้วยรอยยิ้มกว้าง “นางเป็นคนไม่ใคร่ชอบสนทนา ข้าพานางมาที่นี่เพราะนางชอบลูกพลับมาก”เขาไม่สนใจใบหน้าที่ซีดขาวของหญิงสาวตรงหน้า กระทั่งมองข้ามใบหน้าตื่นตะลึงของคนข้างกาย มือใหญ่คว้าตะกร้าลูกพลับขึ้น จากนั้นก็ยื่นมือมากุมมือน
มือน้อยเริ่มเลื่อนต่ำลงไป แต่เกาอู่เยี่ยกลับคว้ามือของนางเอาไว้ได้ทัน“ชู่ว ไม่ได้ ยังไม่ได้ ซุ่ยเหลียนเด็กดี”เสียงของเขาเต็มไปด้วยความทรมานไม่ต่างจากนาง เหงื่อเย็นๆ ผุดขึ้น เพราะปลายนิ้วเล็กเรียวปัดไปโดนกับความแข็งขึงเกาอู่เยี่ยครางเสียงพร่า ก้มลงจุมพิตลึกล้ำเป็นการเตือนมือใหญ่เลื่อนกางเกงเด็กสา
“ท่านลุงกับท่านป้าหาต้องคิดมาก ข้าเพียงมาเยี่ยมเยียนเท่านั้น หลายวันก่อนมีโอกาสได้พบตัวตะกละน้อยตัวนี้ เห็นนางชอบลูกพลับ ข้าจึงเก็บมาฝาก”“ลำบากคุณชายรองจริงๆ ที่ต้องมาที่นี่ อย่างไรเสียวันนี้เสี่ยวเฟิ่งกับเหลียนเอ๋อร์ของเราก็ต้องไปที่จวนแม่ทัพอยู่แล้ว วันนี้เกาฮูหยินรับปากว่าจะทำขนมอร่อยๆ ให้พวกนา
“ใช่ ตอนที่เจ้าเกิดมา เจ้ากุมบางอย่างเอาไว้ในมือ หินก้อนหนึ่งมีสีดำ ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่สามารถแตะต้อง เว้นเพียงหลินกุ้ยเฟย ตอนที่นางกำลังพยายามยื้อแย่ง เจ้ากลับกลืนมันเข้าไป หินสีดำก้อนนั้นใหญ่มาก แต่เจ้ากลับกลืนเข้าไปได้ทั้งที่เจ้าเป็นเพียงเด็กทารก เพราะอย่างนี้หลินกุ้ยเฟยจึงคลุ้มคลั่ง และหาว่าเจ้าเป็
ใบหน้างดงามแดงก่ำด้วยความรัญจวน เรือนร่างขาวผ่องใต้ร่างแกร่ง เส้นผมยาวสลวยซึ่งคลอเคลียลาดไหล่กลมมน ในยามที่เขารั้งนางขึ้นนั่งบนตักแกร่ง‘พี่อู่เยี่ย’น้ำเสียงเย้ายวนออดอ้อน ในยามที่เขาขยับกายแกร่งหนักหน่วงขึ้น“พี่อู่เยี่ย” ใบหน้าเยาว์วัยทับซ้อนกับโฉมสะคราญ ซึ่งเขามั่นใจว่านั่นคือภาพในอนาคตที่ยังไม







