Share

บทที่ 2.4

last update Tanggal publikasi: 2026-03-20 07:48:19

เขาพึมพำหลังตั้งสติแล้วพาเด็กสาวทั้งสองเดินเข้าไปในจวนแม่ทัพ มองดูแผ่นหลังซุกซนที่วิ่งตามกันไปด้านใน ใบหน้าหล่อเหลาเคร่งเครียด

ดูเหมือนทุกครั้งที่อันซุ่ยเหลียนแตะต้องเขา ภาพบางอย่างก็จะปรากฏขึ้น “การเข่นฆ่าในท้องพระโรงนั้นมันคืออะไรกัน”

เช่นกันกับความรู้สึกหนักอึ้งในใจ ภาพเหล่านั้นถึงกับทำให้เขากระหายที่จะพิสูจน์

เมื่อวานเพิ่งได้พบองค์ชายตัวปลอมที่เป็นตัวตายตัวแทนในวังหลวง เมื่อเช้าเขาเองก็ตัดสินใจได้ว่าอนาคตเขาควรทำสิ่งใด มาวันนี้กลับมองเห็นภาพของตนบุกเข้าไปในท้องพระโรงทอง เห็นชัดว่าภาพนั้นมิใช่เขาที่คิดไปเอง

อันซุ่ยเหลียนมองตามร่างสูงที่เดินหายลับไปในสวน ตั้งแต่มาส่งนางกับอันเฟิ่งเซียนในเรือนหลัก เกาอู่เยี่ยก็หายไปเลย นางยังอยากจะสนทนากับเขาหลายครั้ง เพราะตอนนั้นไม่ทันคิดมาก จึงโพล่งออกไปว่าจะหมั้นหมายกับเขา

ยิ่งไปกว่านั้นทันทีที่นางพูดจบเขากลับไม่ได้พูดอะไร ทั้งยังมีท่าทีเหม่อลอย นางกลัวเหลือเกินว่าเขาจะโกรธกระทั่งไม่มาเล่นกับนางอีกแล้ว ดังนั้นจึงแอบกังวลอยู่ลึกๆ

“เสี่ยวเฟิ่งเจ้าว่าพี่อู่เยี่ยจะโกรธหรือไม่”

“ไม่รู้สิ แต่แรกเขาก็ไม่ได้อยากจะหมั้นหมายหรือแต่งสตรีใดเข้าจวน เจ้าเพิ่งรู้จักกับเขา ถึงจะดูสนิทสนมแต่ถึงกับโพล่งออกมาว่าจะหมั้นหมาย ไม่แน่ว่าเขาอาจโกรธ แต่เจ้ายังไม่ปักปิ่นนี่นา ดังนั้นอ้างเรื่องนี้ก็แล้วกัน”

อันเฟิ่งเซียนมองตามสายตาของอันซุ่ยเหลียน “ไปสิ ข้ารับหน้าเอง ท่านป้าไม่สงสัยหรอก เจ้าไปบอกเขาตามนี้รับรองว่าเขาย่อมหายโกรธ”

“จริงหรือ” อันซุ่ยเหลียนมีท่าทีร่าเริงขึ้นมา นางลืมคิดไปว่าแม้อันเฟิ่งเซียนจะรู้เรื่องราวมากมาย ทั้งยังชอบออกความคิดเห็นในเรื่องต่างๆ แต่ถึงอย่างนั้นทั้งสองก็เป็นเพียงเด็กสาวที่ยังไม่ปักปิ่นทั้งคู่

เห็นร่างสูงก้าวเดินลึกเข้าไปในสวน อันซุ่ยเหลียนเร่งฝีเท้าตามจนกลายเป็นวิ่ง มองดูเกาอู่เยี่ยเดินหายลับเข้าไปยังด้านหลังน้ำตกจำลอง นางพลันหยุดหายใจหอบด้วยความลังเล

ดวงตากลมสว่างสดใส จ้องมองดูทางเดินซึ่งซุกซ่อนอยู่ ความอยากรู้อยากเห็น กลับเอาชนะความลังเลได้ในเวลาต่อมา ร่างน้อยรวบรวมความกล้า ก่อนจะก้าวตามเข้าไปทางเดินหินซึ่งทอดลึกเข้าไปเป็นอุโมงค์

ประตูอุโมงค์หินถูกเปิดทิ้งเอาไว้ ดังนั้นอันซุ่ยเหลียนจึงเดินตามเข้าไปได้ หาไม่แล้วหากเป็นในยามปกติ นางไหนเลยจะมองเห็นกลไกที่ถูกซุกซ่อนเอาไว้เป็นอย่างดี

“เจ้าแน่ใจแล้วหรือ”

“ขอรับท่านพ่อ”

เสียงสนทนาก้องออกมาจากด้านใน ทำให้อันซุ่ยเหลียนรีบแทรกตัวเข้าไปในซอกเล็กๆ นางตัวเล็กอีกทั้งด้านในก็มืดสนิท ทำให้เกาจิ้นมองไม่เห็นในยามที่ก้าวเดินใกล้เข้ามา

“องค์ชายรองซางเยว่ทรงมีตระกูลฟางหนุนหลัง ถึงจะเป็นในยามนี้เราก็ไม่อาจดูแคลนฟางกุ้ยเฟย”

“เรื่องนี้ลูกรู้ดีขอรับ”

“ลูกเยี่ย”

“ขอรับท่านพ่อ”

“หากสำเร็จ เจ้า...ต้องการบัลลังก์นี้เอาไว้หรือว่ายกให้ผู้อื่น” เกาจิ้นเอ่ยถามด้วยความกังวล

ดูเหมือนเกาอู่เยี่ยเองก็ชะงักงันไป “เรื่องนั้นให้เป็นเรื่องที่เราค่อยๆ ใคร่ครวญเถิดขอรับ” เขาเองก็ไม่รู้ดังนั้นจึงตอบไม่ได้

“เช่นนั้นก็ได้ ตอนนี้เรื่องที่เจ้าเป็นองค์ชายใหญ่แคว้นเทียนเฉายังไม่มีใครรู้ อาศัยความได้เปรียบนี้ทั้งยังมีตระกูลเกาของเราคอยช่วย ไม่ว่าอย่างไรพ่อเองก็มั่นใจว่าทุกอย่างต้องลุล่วง”

หลังจากเกาจิ้นเดินนำเกาอู่เยี่ยออกไป อันซุ่ยเหลียนก็ได้แต่หันไปมองทางเดินทอดยาวเข้าไปยังโถงหิน ด้านในยังคงมีคบเพลิงเสียบอยู่เพื่อให้ความสว่าง

ความอยากรู้อยากเห็น ทำให้นางตัดสินใจเดินหน้าเข้าไปด้านใน มากกว่าหวาดกลัวแล้วรีบออกไปจากสถานที่แห่งนี้

กลางห้องมีหีบใบหนึ่งวางอยู่ ร่างเล็กเดินเข้าไปช้าๆ ความสงสัยและบทสนทนาที่นางเองก็ไม่ใคร่จะเข้าใจ ทำให้นางยื่นมือออกไปยังหีบดังกล่าว

“หากกล้าเปิด จากวันนี้ชีวิตเจ้าจะเป็นของข้า”

เสียงนั้นทำให้นางสะดุ้งเฮือก “พี่อู่เยี่ย!!”

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 13.2 จบ

    ซุ่ยเหลียนครางเสียงสั่น รับรู้ตัวตนของเขาผ่านการรุกรานที่เกินกว่าที่นางจะจินตนาการท่อนขาแกร่งค่อยๆ เลื่อนท่อนขาอ่อนนุ่มของนางให้เปิดออก สะโพกผายถูกยกขึ้นในยามที่เขาขยับเอวสอบเข้าหานางอย่างหนักหน่วงด้วยท่วงท่าที่น่าอายนี้ กลับให้ความรู้สึกลึกล้ำ และรัดรึง กระทั่งซุ่ยเหลียนอ่อนระทวยด้วยความซาบซ่าน หญิงสาววางสองแขนลงบนเบาะนอน ยกสะโพกตอบสนองเขา อกอิ่มรับรู้การกอบกุม กระทั่งมืออีกข้างที่สอดขึ้นมายังใบหน้า มีกลิ่นเลือดอันหอมหวานที่ทำให้นางหลุดควบคุม“เร็วเข้า” เขาเร่งเสียงพร่า ดังนั้นนางจึงได้แต่อ้าปากรับเลือดเข้าไปด้วยความกระหายพร้อมๆ กันกับช่วงที่นางไล้เลียปลายลิ้นเข้ากับข้อมือจอมมาร เอวสอบของเขาก็กระทั้นเข้าหานางอย่างไร้ปรานี ความเสียวซ่านลึกล้ำ ทำให้ซุ่ยเหลียนส่งเสียงหวีดหวาน นางถูกเขาหลอมละลายด้วยความกระสัน ความร้อนรุ่มจากกายแกร่งแผดเผาจนนางไม่อาจปฏิเสธเมื่อดื่มเลือดเข้าไปเล็กน้อยนางจึงปล่อยมือ เพียงเพื่อที่จะได้หมุนกายกลับมาหา แต่ถึงอย่างนั้นจอมมารกลับสอดแขนเข้ากับเอวอ่อน บีบให้นางยกสะโพกขึ้น ไม่ยอมให้นางหันกลับมา“พี่อู่เยี่ย ข้าอยากกอดท่าน”“เปลี่ยนใจแล้วหรือ มิใช่ชอบให้ข้าทำจาก

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 13.1

    หากแต่...ข้อแลกเปลี่ยนของเขาก็เหลือเกินจริงๆ เพราะทันทีที่นางควบคุมตัวเองไม่อยู่จนปีนขึ้นไปบนร่างเขานั้น เขาไม่เพียงไม่รังเกียจ แต่กลับเริ่มถอดเสื้อผ้านางออกอย่างกระตือรือร้นข้ออ้างนะหรือ ‘กลัวชุดเปื้อนเลือด’ นางไหนเลยจะเชื่อ!!คราแรกนางกลัวว่านั่นจะเป็นการทำร้ายเขา เพราะแต่ละครั้งที่นางดื่มเลือดเขานั้น นางรู้ดีว่าจำนวนไม่น้อยเลย หากแต่เมื่อยามฟ้าสางนางที่รู้สึกผิดอยากจะสำรวจบาดแผลของเขา แต่กลับพบว่าแม้แต่ร่องรอยขีดข่วนใดๆ ที่นางทิ้งเอาไว้บนเรือนกายแกร่งก็ยังหายไปไม่ปรากฏน่าโมโหยิ่งนัก!!“ซุ่ยเหลียน”เสียงของเขาดังแว่วเข้ามา พร้อมกับร่างสูงที่นั่งลงข้างๆ “แตกหน่อแล้วนี่” รอยยิ้มหล่อเหลาของเขา ทำให้อารมณ์โกรธของนางปลิวหาย“หากผักพวกนี้กินได้ ข้าจะทำผักดองให้ท่านกิน”“ดี” เขายิ้ม “กลับกันเถิด วันนี้ข้าได้ปลามาหลายตัว”นางชะงักก่อนหรี่ตามองเขา “ท่านขี้โกงหรือไม่”“เปล่าเลย ข้าใช้เบ็ดตกปลาที่ปีศาจนกทำให้ ข้าตกปลาเก่งแล้วจริงๆ นะ” เขาบอกด้วยรอยยิ้มวันนี้เขาพูดเรื่องจริง เขาตามใจในยามที่นางบอกว่าจะพยายามใช้ชีวิตเรียบง่ายดังเช่นมนุษย์ ดังนั้นเขาจึงจับปลาและล่าสัตว์ด้วยวิธีของมนุษย์ แม้จะย

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 12.6

    ไม่นานยอดฝีมือชุดรัดกุมก็เปิดประตูเข้ามา พวกเขาผงะเล็กน้อยที่เห็นชายหนุ่มตรงหน้ายังคงนั่งดื่มชาด้วยความเยือกเย็น ที่สำคัญเบื้องหลังยอดฝีมือเหล่านั้น ยังมีหลิวซวงซวงที่หมายครอบครองในสิ่งที่นางไม่มีวันได้“มาทางไหนรีบกลับไปทางนั้น นางกำลังหลับอยู่หากกล้าทำให้นางตื่น ก็อย่าหาว่าข้าไร้ปรานี” จอมมารส่งเสียงออกมาโดยไม่ต้องขยับปาก พลังกดดันขุมหนึ่งทำให้เหล่ายอดฝีมือที่หลิวซวงซวงส่งมาไม่อาจขยับ“ท่านเป็นใคร” หลิวซวงซวงเหงื่อซึมออกมา “สตรีนางนั้นไม่มีสิ่งใดเทียบข้าได้ หากท่านต้องการสิ่งใด ข้าย่อม...”“ข้าต้องการให้เจ้าไสหัวไปก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจ หาไม่...” จอมมารลุกขึ้นยืนช้าๆ ก้าวมายังประตูหน้าซึ่งเหล่ายอดฝีมือยังไม่อาจเข้าไปด้านใน“พี่อู่เยี่ย” เสียงพึมพำดังขึ้นทำให้จอมมารสะดุ้ง เขาโบกมือคราหนึ่งประตูห้องก็ปิดลง ร่างสูงรีบก้าวเข้าไปยังหน้าเตียง“ข้าทำเสียงดังจนเจ้าตื่นหรือ”“เสียงใครหรือเจ้าคะ ข้าเหมือนได้ยินเสียงคนสนทนากัน ท่านสนทนากับผู้ใดหรือ”นางยังไม่ลืมตาแต่กลับพิงร่างเข้าหาเขา ทันทีที่กลิ่นอายของเขาใกล้เข้ามา จอมมารอมยิ้มด้วยความเอ็นดู เขามองดูท่าทีงัวเงียของนางแล้วอดที่จะลูบหลังลูบไห

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 12.5

    “แล้วท่านเล่า ท่านเป็นของผู้ใด” นางทิ้งสะโพกลงอย่างแรงกระทั่งน้ำในถังกระฉอก“ข้าเป็นของเจ้า เป็นของเจ้าเพียงผู้เดียว”“ทีหลังจะกล้าทำเช่นนี้หรือไม่”นางขยับเอวอ่อนบดเบียดหมุนวนช้าสลับเร็ว ใบหน้าแดงก่ำเพราะขนาดของเขาที่ตื่นตัวเต็มที่เต้นตุบในกาย“ไม่กล้าแล้วจ้ะ ไม่กล้ายั่วให้หึงหวงอีกแล้ว เมียจ๋า ข้ายอมแล้ว” เขากระซิบบอกนางเสียงพร่า “ซุ่ยเหลียนคนดี ได้โปรด ข้าอยากสัมผัสเจ้า ข้าจะขาดใจแล้ว”ซุ่ยเหลียนขยับเอวอ่อนยกขึ้นอีกครา แต่ครั้งนี้นางปล่อยมือเขาโดยดี ซึ่งนั่นก็ทำให้จอมมารที่หื่นกระหายกอดรัดร่างอรชรเข้าสู่อ้อมแขน เอวสอบขยับขึ้นรับจังหวะที่หญิงสาวทิ้งตัวลงยังความร้อนรุ่มแข็งขึงริมฝีปากของเขาไต่เล็มจากลำคอลงไปยังอกอิ่ม เวียนขึ้นมาหาริมฝีปากรูปกระจับ ไล้ปลายลิ้นเข้าครอบครองพัวพันอย่างลึกล้ำเสียงครางต่ำหลุดออกมา ในยามที่นางยกสะโพกขึ้นอีกครั้ง หากแต่ไม่ยอมกดลงไปหาความฮึกเหิมที่รั้งรออยู่ “ซุ่ยเหลียนได้โปรด” เขาวอนขอ“ยังจะคิดไปหาสตรีอื่นอีกหรือไม่”“ไม่กล้าแล้ว ข้าไม่กล้าแล้ว ไว้ชีวิตด้วยยอดรัก ข้าจะขาดใจแล้ว”นางยื่นหน้าลงไปจุมพิตเขา เบียดอกอิ่มเข้ากับแผ่นอกแกร่ง พร้อมๆ กันนั้นก็มอบตัว

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 12.4

    ซุ่ยเหลียนชะงัก นางมองไปยังคนที่พูดพล่ามโดยไม่สนใจจะหันมามองนาง มือน้อยทั้งสองข้างไม่อาจขยับ ทำได้เพียงจ้องมองแผ่นหลังของจอมมารนิ่ง แม้กระทั่งเสียงของตัวเองก็หาไม่พบ ไม่รู้ว่าต้องตอบประโยคนั้นเช่นไร“เจ้าว่านางเป็นเช่นไร”“นาง...งดงามมากเจ้าค่ะ”เมื่อเขาเห็นนางเป็นสาวใช้ นางก็จะทำตัวเยี่ยงสาวใช้ มือน้อยขัดถูไปตามแผ่นหลัง เขาถามมานางก็ตอบออกไป“ฟังดูน้ำเสียงของเจ้าไม่ใคร่จริงใจเลย แต่ช่างเถิดเจ้าว่านางงดงามก็คงเป็นเช่นนั้น ความจริงข้ารู้สึกถูกชะตากับนางยิ่งนัก นางจิตใจดียิ่งนัก เพิ่งได้พบกันคราแรกนางกลับต้อนรับขับสู้ข้าเป็นอย่างดี”ซุ่ยเหลียนเม้มปากแน่น ดวงตาของนางแดงก่ำเพราะกำลังสะกดอารมณ์ นางไหนเลยจะรู้ว่าดวงตาของนางบางคราก็เปลี่ยนเป็นสีแดงวาบขึ้นเลือดของจอมมารในกายอรชรพลุ่งพล่าน จนแม้กระทั่งผู้เป็นเจ้าของเองก็ยังรู้สึกได้ แต่กระนั้นเขาก็ยังกล่าวประโยคยั่วเย้าให้นางแสดงอารมณ์ความรู้สึกออกมาจอมมารหันกลับมามองนางช้าๆ คิ้วเข้มเลิกขึ้นสูง ดวงตาของเขามองไปยังหน้าต่าง “เจ้ากระหายแล้วหรือ ฟ้ายังไม่มืดเลย” มือใหญ่ยื่นออกมา “มาสิเร็วหน่อย ข้าอยากไปพบคุณหนูหลิวแล้ว...”เส้นความอดทนของซุ่ยเหล

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 12.3

    มองดูบุรุษหล่อเหลาสนทนาหยอกล้อกับสตรีงดงาม ซุ่ยเหลียนได้แต่นั่งเงียบ เสียงหัวเราะกรีดแทงหัวใจนาง กระทั่งเจ็บปวดเสียดลึกถึงก้นบึ้ง แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ยังอดทนเพราะไร้สิทธิ์ที่จะเอ่ยปาก หากเขาชอบหลิวซวงซวงผู้นี้ นางจะทำเช่นไรได้เล่าเมื่อได้ยินว่าชายหนุ่มตรงหน้าเดินทางมายังเมืองต้าซานมาเพราะลูกพลับ หลิวซวงซวงก็ให้คนยกเข้ามาตะกร้าใหญ่ ที่สำคัญนางเอาอกเอาใจด้วยการคัดของที่ดีที่สุดที่มี กระทั่งยกมาให้ชายหนุ่ม“รบกวนแม่นางหลิวแล้วจริงๆ”จอมมารแย้มยิ้มหล่อเหลา เขาหันมาสนใจซุ่ยเลียนที่นั่งข้างๆ ในที่สุด “ซุ่ยเหลียน ลูกพลับของเจ้า”“เจ้าค่ะ” นางเพียงพยักหน้ารับ จากนั้นจึงเอ่ยขอบคุณหลิวซวงซวงเสียงเบา“ไม่ทราบว่าแม่นางท่านนี้คือ...”อยากจะถามหลายครั้งก็กระดาก หลิวซวงซวงที่คิดว่าตัวเองเหนือกว่ามองข้ามซุ่ยเหลียนมาโดยตลอด มาบัดนี้กลับทำใจกล้าเอ่ยถาม“ฮูหยินของข้าเอง” จอมมารตอบออกไปด้วยรอยยิ้มกว้าง “นางเป็นคนไม่ใคร่ชอบสนทนา ข้าพานางมาที่นี่เพราะนางชอบลูกพลับมาก”เขาไม่สนใจใบหน้าที่ซีดขาวของหญิงสาวตรงหน้า กระทั่งมองข้ามใบหน้าตื่นตะลึงของคนข้างกาย มือใหญ่คว้าตะกร้าลูกพลับขึ้น จากนั้นก็ยื่นมือมากุมมือน

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 8.2

    “ตระกูลข้าถูกคุกคาม กลับไปก็รังแต่จะทำให้ทุกคนถูกปองร้าย มิสู้อยู่ในกองทัพไม่ให้ผู้ใดพบตัว เช่นนี้จึงจะปลอดภัยทุกฝ่าย”เมื่อคิดตามเขาเองก็เห็นด้วย ตอนนี้หากกลับเข้าตระกูลอัน ไม่ช้าหรือเร็วฟางกุ้ยเฟยย่อมต้องหาทางเล่นงานหญิงสาวอีกอย่างแน่นอนแม้ตระกูลเกาจะทรงอิทธิพล แต่จะอย่างไรก็คงยุ่งยากไม่น้อย หาก

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 8.1

    อันซุ่ยเหลียนคล้ายไม่เป็นตัวของตัวเอง แม้ในใจหวาดกลัว เมื่อมองเห็นแล้วว่าเท้าของอีกฝ่ายหาได้แตะพื้นไม่ สตรีตรงหน้าในยามนี้กำลังลอยตัวอยู่เหนือพื้นดิน!!ใช่นางมองไม่ผิดอย่างแน่นอน...มือน้อยยื่นออกไปรับกลุ่มแสงสีส้มอย่างไม่รู้ตัว และทันทีที่นางแตะโดน เจ้าแสงสีส้มนั้นก็ซึมเข้าไปยังใจกลางฝ่ามืออันซุ่

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 9.3

    สิ้นเสียงนั้นอันซุ่ยเหลียนพลันหลับตาลง ก่อนหมุนกายเดินกลับเข้าที่พัก ซึ่งครานี้ไม่ใช่กระโจมเช่นเคย ที่นี่คือคฤหาสน์ซึ่งตั้งอยู่ติดกับกำแพงเมืองใต้คฤหาสน์หลังนี้มีทางลับซึ่งลอดเข้าไปใต้กำแพงเมือง อีกทั้งยังทอดยาวเข้าไปยังทะเลสาบในอุทยานหลวง ทะเลสาบที่ครั้งหนึ่งนางกับฟางชิงเหลียนเคยยืนพูดคุยสนทนาอั

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 8.4

    จะว่าไปแล้วระหว่างเกาอู่เยี่ยและจอมมารแห่งซีเปียน ทั้งสองนอกจากใบหน้าแล้ว อย่างอื่นพวกเขาไม่มีสิ่งใดที่เหมือนกันเลยจอมมารแห่งซีเปียนนั้นทั้งเจ้าเล่ห์โหดเหี้ยม ดูอย่างไรนางก็มองไม่เห็นว่าเขาจะมีความจริงใจ หากแต่ให้มองหาความกลิ้งกลอกนั้น ดวงตาของเขากลับแสดงออกมาชัดเจนผิดกับเกาอู่เยี่ย ไม่ว่าเขาจะแข

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status