Share

บทที่ 2.1

last update publish date: 2026-03-19 19:11:26

ทันทีที่แสงสว่างจากคบเพลิงส่องเข้าไปตามทางเดินทอดยาว ความมืดก็ถูกปัดเป่าหลงเหลือเพียงความเงียบงันวังเวง

เสียงฝีเท้าก้าวเข้าไปทีละก้าวๆ ของเกาอู่เยี่ย ดังก้องไปทั่วทั้งทางเดิน หัวใจอันเต้นรัวและความเจ็บปวดจากเรื่องราวในอดีต ไม่อาจทำร้ายเข้าได้อีกแล้ว นับตั้งแต่ได้รู้ความจริงเมื่อหลายปีก่อน

คราแรกแม้ไม่อาจยอมรับ หากแต่เวลาก็ค่อยๆ เยียวยา ทั้งยังทำให้เขาได้สติ

กลางห้องลับอับชื้นมีแท่นหินตั้งอยู่ บนนั้นมีหีบใบหนึ่งวางอยู่ด้านบน หีบซึ่งเก็บความลับเกี่ยวกับตัวเขา

คบเพลิงถูกเสียบเข้ากับข้างผนัง ร่างสูงเดินไปหยุดยังหน้าหีบเหล็ก กระทั่งเกาอู่เยี่ยเปิดหีบใบนั้นออกมา ใบหน้าของชายหนุ่มก็ยังคงเรียบเฉย

สิบเจ็ดปีแล้วหลังจากเกิดเรื่องที่ตำหนักซู่เฟิน คนตายล้วนถูกลืมเลือน ผู้ที่รอดชีวิตหรือก็ไร้ซึ่งผู้จดจำ ความทุกข์ทรมานที่ได้รับ ความทรงจำเลือนรางที่ล้วนอยากลืมให้สิ้น

ราชโองการลับที่ถูกซุกซ่อนในหีบถูกเปิดออก เกาอู่เยี่ยกวาดสายตาอ่านด้วยใบหน้าเรียบเฉย นับตั้งแต่อายุสิบเอ็ดเขาก็ติดตามเกาจิ้น เกาป๋อหยาง และเกาหย่งหานไปชายแดน

สงครามทำให้ตระกูลเกาซึ่งเป็นตระกูลแม่ทัพไม่อาจหลีกเลี่ยงการสูญเสีย เกาป๋อหยางสิ้นใจกลางสนามรบ ตัวเขาเองก็เกือบจะเอาชีวิตไม่รอด และนั่นทำให้เขาได้รู้ความลับเกี่ยวกับชาติตระกูลของตัวเอง

ราชโองการลับนี้ เขาได้มาไว้ในครอบครองนับจากนั้น หากแต่...เขาพยายามแสร้งทำเป็นลืมเลือนเสมอมา ทั้งยังบอกตัวเองว่าเขาเป็นคนตระกูลเกา

เสียงฝีเท้าที่ดังขึ้นด้านหลังทำให้ชายหนุ่มชะงัก “ท่านพ่อ”

“นึกแล้วว่าเจ้าต้องอยู่ที่นี่” เกาจิ้นถอนหายใจออกมาเสียงเบา

นับตั้งแต่บุตรชายของเขาอายุได้หกขวบ ไม่ว่าเกิดอะไรขึ้นก็ล้วนมาซ่อนตัวอยู่ที่นี่ กระนั้นหลังจากล่วงรู้ความลับของชาติกำเนิดตัวเอง เกาอู่เยี่ยกลับใช้ที่นี่เก็บของสำคัญ และไม่ก้าวเข้ามาในนี้อีกเลยจนถึงตอนนี้

เขาเดินมาหยุดข้างๆ บุตรชายที่เขาเลี้ยงดูมาตลอดระยะเวลาสิบเจ็บปีมานี้

เรื่องราวในอดีตหากเลือกได้เขาย่อมไม่อยากให้ลงเอยเช่นนี้ หากเลือกได้...เขาย่อมอยากให้เกาอู่เยี่ยเป็นบุตรชายที่แท้จริงของเขากับฮูหยิน

มือใหญ่ที่เริ่มมีรอยเหี่ยวย่นหยิบผ้าผืนหนึ่งในหีบขึ้นมา “สิบเจ็ดปีก่อน จำได้ว่าในวันนั้นฟ้าผ่าลงมาเหนือตำหนักซู่เฟิน ไฟลุกโหมรุนแรง ท่ามกลางงานเลี้ยงฉลองเพราะพระสนมทั้งสองต่างก็มีพระประสูติการในค่ำคืนเดียวกัน”

เกาอู่เยี่ยฟังบิดาซึ่งเลี้ยงดูสั่งสอนเขามาเป็นอย่างดีด้วยท่าทีสงบ

“คืนนั้นฝนตกหนักฟ้าร้องคำราม หลินกุ้ยเฟยหลังมีพระประสูติการกลับเอาแต่กรีดร้องโวยวาย นางอาละวาดทำลายข้าวของทั้งยังพยายามทำร้ายโอรสของตัวเอง”

“ท่านแม่เคยบอกข้าแล้วขอรับ นางอยู่ในเหตุการณ์ด้วย” เกาอู่เยี่ยพึมพำ “นางบอกว่ามารดาที่ให้กำเนิดบอกว่าข้าเป็นปีศาจร้าย”

เกาจิ้นตบลงบนไหล่ของบุตรชาย “เจ้าเป็นบุตรชายของข้า”

“ข้ายินดีที่ท่านพ่อตัดสินใจพาข้าออกมา เพียงแต่...” เกาอู่เยี่ยมองดูผ้าในมือของเกาจิ้น ผ้าผืนดังกล่าวก็คือผ้าที่ใช้ห่อหุ้มเด็กทารกในวันที่เขาเกิด

“หากไม่ใช่เพราะอีกตำหนักวางแผนร้าย เรื่องคงไม่ง่ายถึงเพียงนี้” เกาจิ้นถอนหายใจออกมา

หลินกุ้ยเฟยมีพระประสูติการองค์ชาย แต่กลับคลุ้มคลั่งกระทั่งทำให้เกิดเพลิงไหม้ ผู้คนต่างก็ลือกันไปต่างๆ นานาว่าเป็นเพราะฟ้าผ่า และแน่นอนองค์ชายน้อยย่อมได้รับผลกระทบ

หากแต่อีกตำหนัก ฟางกุ้ยเฟยเองก็เตรียมแผนสลับตัวทารก หากไม่ใช่โอรส...คนตระกูลฟางก็เตรียมเด็กแรกเกิด ทั้งยังเป็นชายเอาไว้สับเปลี่ยน เรื่องนี้มีหรือโอรสสวรรค์จะไม่ระแคะระคาย

“ท่านพ่อ”

“ว่าอย่างไร”

“ทำไมวันนั้นท่านจึงพาข้าออกมาได้ง่ายดายถึงเพียงนี้ขอรับ”

เกาจิ้นถอนหายใจออกมาคราหนึ่ง เรื่องนี้เกาอู่เยี่ยเคยถามเขาหลายครั้ง แต่เขากลับยังไม่เคยให้คำตอบ “เจ้าอายุสิบเจ็ดแล้ว อีกทั้งเดือนหน้าก็จะตามพ่อไปชายแดน”

เกาอู่เยี่ยหันไปสบตากับบิดา “ขอรับ”

“มีคนไม่มากที่รู้เรื่องนี้ เพราะในคืนที่เจ้าเกิดมีสิ่งหนึ่งติดตัวเจ้ามาด้วย”

เกาอู่เยี่ยขมวดคิ้วมองบิดา “ท่านพ่อหมายถึงมีของบางอย่าง...”

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 13.2 จบ

    ซุ่ยเหลียนครางเสียงสั่น รับรู้ตัวตนของเขาผ่านการรุกรานที่เกินกว่าที่นางจะจินตนาการท่อนขาแกร่งค่อยๆ เลื่อนท่อนขาอ่อนนุ่มของนางให้เปิดออก สะโพกผายถูกยกขึ้นในยามที่เขาขยับเอวสอบเข้าหานางอย่างหนักหน่วงด้วยท่วงท่าที่น่าอายนี้ กลับให้ความรู้สึกลึกล้ำ และรัดรึง กระทั่งซุ่ยเหลียนอ่อนระทวยด้วยความซาบซ่าน หญิงสาววางสองแขนลงบนเบาะนอน ยกสะโพกตอบสนองเขา อกอิ่มรับรู้การกอบกุม กระทั่งมืออีกข้างที่สอดขึ้นมายังใบหน้า มีกลิ่นเลือดอันหอมหวานที่ทำให้นางหลุดควบคุม“เร็วเข้า” เขาเร่งเสียงพร่า ดังนั้นนางจึงได้แต่อ้าปากรับเลือดเข้าไปด้วยความกระหายพร้อมๆ กันกับช่วงที่นางไล้เลียปลายลิ้นเข้ากับข้อมือจอมมาร เอวสอบของเขาก็กระทั้นเข้าหานางอย่างไร้ปรานี ความเสียวซ่านลึกล้ำ ทำให้ซุ่ยเหลียนส่งเสียงหวีดหวาน นางถูกเขาหลอมละลายด้วยความกระสัน ความร้อนรุ่มจากกายแกร่งแผดเผาจนนางไม่อาจปฏิเสธเมื่อดื่มเลือดเข้าไปเล็กน้อยนางจึงปล่อยมือ เพียงเพื่อที่จะได้หมุนกายกลับมาหา แต่ถึงอย่างนั้นจอมมารกลับสอดแขนเข้ากับเอวอ่อน บีบให้นางยกสะโพกขึ้น ไม่ยอมให้นางหันกลับมา“พี่อู่เยี่ย ข้าอยากกอดท่าน”“เปลี่ยนใจแล้วหรือ มิใช่ชอบให้ข้าทำจาก

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 13.1

    หากแต่...ข้อแลกเปลี่ยนของเขาก็เหลือเกินจริงๆ เพราะทันทีที่นางควบคุมตัวเองไม่อยู่จนปีนขึ้นไปบนร่างเขานั้น เขาไม่เพียงไม่รังเกียจ แต่กลับเริ่มถอดเสื้อผ้านางออกอย่างกระตือรือร้นข้ออ้างนะหรือ ‘กลัวชุดเปื้อนเลือด’ นางไหนเลยจะเชื่อ!!คราแรกนางกลัวว่านั่นจะเป็นการทำร้ายเขา เพราะแต่ละครั้งที่นางดื่มเลือดเขานั้น นางรู้ดีว่าจำนวนไม่น้อยเลย หากแต่เมื่อยามฟ้าสางนางที่รู้สึกผิดอยากจะสำรวจบาดแผลของเขา แต่กลับพบว่าแม้แต่ร่องรอยขีดข่วนใดๆ ที่นางทิ้งเอาไว้บนเรือนกายแกร่งก็ยังหายไปไม่ปรากฏน่าโมโหยิ่งนัก!!“ซุ่ยเหลียน”เสียงของเขาดังแว่วเข้ามา พร้อมกับร่างสูงที่นั่งลงข้างๆ “แตกหน่อแล้วนี่” รอยยิ้มหล่อเหลาของเขา ทำให้อารมณ์โกรธของนางปลิวหาย“หากผักพวกนี้กินได้ ข้าจะทำผักดองให้ท่านกิน”“ดี” เขายิ้ม “กลับกันเถิด วันนี้ข้าได้ปลามาหลายตัว”นางชะงักก่อนหรี่ตามองเขา “ท่านขี้โกงหรือไม่”“เปล่าเลย ข้าใช้เบ็ดตกปลาที่ปีศาจนกทำให้ ข้าตกปลาเก่งแล้วจริงๆ นะ” เขาบอกด้วยรอยยิ้มวันนี้เขาพูดเรื่องจริง เขาตามใจในยามที่นางบอกว่าจะพยายามใช้ชีวิตเรียบง่ายดังเช่นมนุษย์ ดังนั้นเขาจึงจับปลาและล่าสัตว์ด้วยวิธีของมนุษย์ แม้จะย

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 12.6

    ไม่นานยอดฝีมือชุดรัดกุมก็เปิดประตูเข้ามา พวกเขาผงะเล็กน้อยที่เห็นชายหนุ่มตรงหน้ายังคงนั่งดื่มชาด้วยความเยือกเย็น ที่สำคัญเบื้องหลังยอดฝีมือเหล่านั้น ยังมีหลิวซวงซวงที่หมายครอบครองในสิ่งที่นางไม่มีวันได้“มาทางไหนรีบกลับไปทางนั้น นางกำลังหลับอยู่หากกล้าทำให้นางตื่น ก็อย่าหาว่าข้าไร้ปรานี” จอมมารส่งเสียงออกมาโดยไม่ต้องขยับปาก พลังกดดันขุมหนึ่งทำให้เหล่ายอดฝีมือที่หลิวซวงซวงส่งมาไม่อาจขยับ“ท่านเป็นใคร” หลิวซวงซวงเหงื่อซึมออกมา “สตรีนางนั้นไม่มีสิ่งใดเทียบข้าได้ หากท่านต้องการสิ่งใด ข้าย่อม...”“ข้าต้องการให้เจ้าไสหัวไปก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจ หาไม่...” จอมมารลุกขึ้นยืนช้าๆ ก้าวมายังประตูหน้าซึ่งเหล่ายอดฝีมือยังไม่อาจเข้าไปด้านใน“พี่อู่เยี่ย” เสียงพึมพำดังขึ้นทำให้จอมมารสะดุ้ง เขาโบกมือคราหนึ่งประตูห้องก็ปิดลง ร่างสูงรีบก้าวเข้าไปยังหน้าเตียง“ข้าทำเสียงดังจนเจ้าตื่นหรือ”“เสียงใครหรือเจ้าคะ ข้าเหมือนได้ยินเสียงคนสนทนากัน ท่านสนทนากับผู้ใดหรือ”นางยังไม่ลืมตาแต่กลับพิงร่างเข้าหาเขา ทันทีที่กลิ่นอายของเขาใกล้เข้ามา จอมมารอมยิ้มด้วยความเอ็นดู เขามองดูท่าทีงัวเงียของนางแล้วอดที่จะลูบหลังลูบไห

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 12.5

    “แล้วท่านเล่า ท่านเป็นของผู้ใด” นางทิ้งสะโพกลงอย่างแรงกระทั่งน้ำในถังกระฉอก“ข้าเป็นของเจ้า เป็นของเจ้าเพียงผู้เดียว”“ทีหลังจะกล้าทำเช่นนี้หรือไม่”นางขยับเอวอ่อนบดเบียดหมุนวนช้าสลับเร็ว ใบหน้าแดงก่ำเพราะขนาดของเขาที่ตื่นตัวเต็มที่เต้นตุบในกาย“ไม่กล้าแล้วจ้ะ ไม่กล้ายั่วให้หึงหวงอีกแล้ว เมียจ๋า ข้ายอมแล้ว” เขากระซิบบอกนางเสียงพร่า “ซุ่ยเหลียนคนดี ได้โปรด ข้าอยากสัมผัสเจ้า ข้าจะขาดใจแล้ว”ซุ่ยเหลียนขยับเอวอ่อนยกขึ้นอีกครา แต่ครั้งนี้นางปล่อยมือเขาโดยดี ซึ่งนั่นก็ทำให้จอมมารที่หื่นกระหายกอดรัดร่างอรชรเข้าสู่อ้อมแขน เอวสอบขยับขึ้นรับจังหวะที่หญิงสาวทิ้งตัวลงยังความร้อนรุ่มแข็งขึงริมฝีปากของเขาไต่เล็มจากลำคอลงไปยังอกอิ่ม เวียนขึ้นมาหาริมฝีปากรูปกระจับ ไล้ปลายลิ้นเข้าครอบครองพัวพันอย่างลึกล้ำเสียงครางต่ำหลุดออกมา ในยามที่นางยกสะโพกขึ้นอีกครั้ง หากแต่ไม่ยอมกดลงไปหาความฮึกเหิมที่รั้งรออยู่ “ซุ่ยเหลียนได้โปรด” เขาวอนขอ“ยังจะคิดไปหาสตรีอื่นอีกหรือไม่”“ไม่กล้าแล้ว ข้าไม่กล้าแล้ว ไว้ชีวิตด้วยยอดรัก ข้าจะขาดใจแล้ว”นางยื่นหน้าลงไปจุมพิตเขา เบียดอกอิ่มเข้ากับแผ่นอกแกร่ง พร้อมๆ กันนั้นก็มอบตัว

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 12.4

    ซุ่ยเหลียนชะงัก นางมองไปยังคนที่พูดพล่ามโดยไม่สนใจจะหันมามองนาง มือน้อยทั้งสองข้างไม่อาจขยับ ทำได้เพียงจ้องมองแผ่นหลังของจอมมารนิ่ง แม้กระทั่งเสียงของตัวเองก็หาไม่พบ ไม่รู้ว่าต้องตอบประโยคนั้นเช่นไร“เจ้าว่านางเป็นเช่นไร”“นาง...งดงามมากเจ้าค่ะ”เมื่อเขาเห็นนางเป็นสาวใช้ นางก็จะทำตัวเยี่ยงสาวใช้ มือน้อยขัดถูไปตามแผ่นหลัง เขาถามมานางก็ตอบออกไป“ฟังดูน้ำเสียงของเจ้าไม่ใคร่จริงใจเลย แต่ช่างเถิดเจ้าว่านางงดงามก็คงเป็นเช่นนั้น ความจริงข้ารู้สึกถูกชะตากับนางยิ่งนัก นางจิตใจดียิ่งนัก เพิ่งได้พบกันคราแรกนางกลับต้อนรับขับสู้ข้าเป็นอย่างดี”ซุ่ยเหลียนเม้มปากแน่น ดวงตาของนางแดงก่ำเพราะกำลังสะกดอารมณ์ นางไหนเลยจะรู้ว่าดวงตาของนางบางคราก็เปลี่ยนเป็นสีแดงวาบขึ้นเลือดของจอมมารในกายอรชรพลุ่งพล่าน จนแม้กระทั่งผู้เป็นเจ้าของเองก็ยังรู้สึกได้ แต่กระนั้นเขาก็ยังกล่าวประโยคยั่วเย้าให้นางแสดงอารมณ์ความรู้สึกออกมาจอมมารหันกลับมามองนางช้าๆ คิ้วเข้มเลิกขึ้นสูง ดวงตาของเขามองไปยังหน้าต่าง “เจ้ากระหายแล้วหรือ ฟ้ายังไม่มืดเลย” มือใหญ่ยื่นออกมา “มาสิเร็วหน่อย ข้าอยากไปพบคุณหนูหลิวแล้ว...”เส้นความอดทนของซุ่ยเหล

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 12.3

    มองดูบุรุษหล่อเหลาสนทนาหยอกล้อกับสตรีงดงาม ซุ่ยเหลียนได้แต่นั่งเงียบ เสียงหัวเราะกรีดแทงหัวใจนาง กระทั่งเจ็บปวดเสียดลึกถึงก้นบึ้ง แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ยังอดทนเพราะไร้สิทธิ์ที่จะเอ่ยปาก หากเขาชอบหลิวซวงซวงผู้นี้ นางจะทำเช่นไรได้เล่าเมื่อได้ยินว่าชายหนุ่มตรงหน้าเดินทางมายังเมืองต้าซานมาเพราะลูกพลับ หลิวซวงซวงก็ให้คนยกเข้ามาตะกร้าใหญ่ ที่สำคัญนางเอาอกเอาใจด้วยการคัดของที่ดีที่สุดที่มี กระทั่งยกมาให้ชายหนุ่ม“รบกวนแม่นางหลิวแล้วจริงๆ”จอมมารแย้มยิ้มหล่อเหลา เขาหันมาสนใจซุ่ยเลียนที่นั่งข้างๆ ในที่สุด “ซุ่ยเหลียน ลูกพลับของเจ้า”“เจ้าค่ะ” นางเพียงพยักหน้ารับ จากนั้นจึงเอ่ยขอบคุณหลิวซวงซวงเสียงเบา“ไม่ทราบว่าแม่นางท่านนี้คือ...”อยากจะถามหลายครั้งก็กระดาก หลิวซวงซวงที่คิดว่าตัวเองเหนือกว่ามองข้ามซุ่ยเหลียนมาโดยตลอด มาบัดนี้กลับทำใจกล้าเอ่ยถาม“ฮูหยินของข้าเอง” จอมมารตอบออกไปด้วยรอยยิ้มกว้าง “นางเป็นคนไม่ใคร่ชอบสนทนา ข้าพานางมาที่นี่เพราะนางชอบลูกพลับมาก”เขาไม่สนใจใบหน้าที่ซีดขาวของหญิงสาวตรงหน้า กระทั่งมองข้ามใบหน้าตื่นตะลึงของคนข้างกาย มือใหญ่คว้าตะกร้าลูกพลับขึ้น จากนั้นก็ยื่นมือมากุมมือน

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 2.2

    “ใช่ ตอนที่เจ้าเกิดมา เจ้ากุมบางอย่างเอาไว้ในมือ หินก้อนหนึ่งมีสีดำ ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่สามารถแตะต้อง เว้นเพียงหลินกุ้ยเฟย ตอนที่นางกำลังพยายามยื้อแย่ง เจ้ากลับกลืนมันเข้าไป หินสีดำก้อนนั้นใหญ่มาก แต่เจ้ากลับกลืนเข้าไปได้ทั้งที่เจ้าเป็นเพียงเด็กทารก เพราะอย่างนี้หลินกุ้ยเฟยจึงคลุ้มคลั่ง และหาว่าเจ้าเป็

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 1.5

    เกาอู่เยี่ยอ้าปากค้างมองการกระทำของอีกฝ่าย กลิ่นหอมเย้ายวนจากเจ้าร่างนิ่ม ส่งผลให้ลมหายใจของเขาเริ่มติดขัด เขาพบว่ากลิ่นอายของนาง ทำให้ความชั่วร้ายบางอย่างในร่างของตนตื่นตัว“เจ้าทำอะไร”ไม่วายมองไปโดยรอบ เนื่องจากเกรงว่าจะมีบ่าวไพร่ในจวนผ่านมาเห็น“ก็ท่านบอกจะม้วนมวยผมให้ข้าใหม่”“ก็...ใช่ แต่ไม่ต

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 1.4

    คิดได้ดังนั้นเขาก็ถอนหายใจออกมา ดวงตาคมเหลือบมองลูกพลับครึ่งซีกที่นางทำตกไว้ ก่อนจะก้มลงไปหยิบขึ้นมา“ต้นพลับต้นนี้ข้าปลูกเอง ปีนี้ออกลูกดกทั้งยังมีรสหวานกรอบ ลูกนี้สุกเกินไปไม่อร่อยหรอก”กล่าวจบก็เงยหน้าขึ้น ก่อนจะเก็บลูกใหม่ที่น่าอร่อยกว่ามาจากต้นส่งให้นางอันซุ่ยเหลียนกะพริบตามองเขาด้วยความงุนงง

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 1.3

    คิดได้ดังนั้นเขาก็ถอนหายใจออกมา ดวงตาคมเหลือบมองลูกพลับครึ่งซีกที่นางทำตกไว้ ก่อนจะก้มลงไปหยิบขึ้นมา“ต้นพลับต้นนี้ข้าปลูกเอง ปีนี้ออกลูกดกทั้งยังมีรสหวานกรอบ ลูกนี้สุกเกินไปไม่อร่อยหรอก”กล่าวจบก็เงยหน้าขึ้น ก่อนจะเก็บลูกใหม่ที่น่าอร่อยกว่ามาจากต้นส่งให้นางอันซุ่ยเหลียนกะพริบตามองเขาด้วยความงุนงง

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status