แชร์

บทที่ 2.3

ผู้เขียน: หรงเย่า / นาย่า
last update วันที่เผยแพร่: 2026-03-20 07:48:15

“ท่านลุงกับท่านป้าหาต้องคิดมาก ข้าเพียงมาเยี่ยมเยียนเท่านั้น หลายวันก่อนมีโอกาสได้พบตัวตะกละน้อยตัวนี้ เห็นนางชอบลูกพลับ ข้าจึงเก็บมาฝาก”

“ลำบากคุณชายรองจริงๆ ที่ต้องมาที่นี่ อย่างไรเสียวันนี้เสี่ยวเฟิ่งกับเหลียนเอ๋อร์ของเราก็ต้องไปที่จวนแม่ทัพอยู่แล้ว วันนี้เกาฮูหยินรับปากว่าจะทำขนมอร่อยๆ ให้พวกนางทั้งสอง”

อันฮูหยินแย้มยิ้มอย่างอ่อนโยน ยิ่งในยามที่ลูบศีรษะเล็กของบุตรสาว

ชายหนุ่มเลิกคิ้ว “เช่นนั้นดีเลย ให้พวกนางไปพร้อมกันกับข้าก็แล้วกัน ข้าจะดูแลให้เป็นอย่างดี”

“จะเป็นการรบกวนหรือไม่ เด็กสองคนนี้ซุกซนแก่นแก้ว ท่านอาจรำคาญเอาง่ายๆ”

“วางใจเถิด ข้าเองก็รับมือกับเสี่ยวซุ่นอยู่เสมอ” เมื่อเอ่ยถึงเกาหยางซุ่น คุณชายเล็กจวนแม่ทัพ ผู้อาวุโสกว่าก็หัวเราะออกมา

เกาหยางซุ่น อันเฟิ่งเซียนและอันซุ่ยเหลียนนั้น เป็นสหายที่สนิมสนทกันมาตั้งแต่จำความได้ ดังนั้นสองจวนซาบซึ้งถึงความซุกซนของเด็กทั้งสามคนเป็นอย่างดี

อันเฟิ่งเซียนเงยหน้ามองเกาอู่เยี่ย แม้ในดวงตาจะยังมีความหวาดหวั่น แต่ยังปะปนเอาไว้ด้วยความอยากรู้อยากเห็นตามประสาเด็ก

“ท่านไม่เห็นเหมือนที่ข้าได้ยินเลย”

“เจ้าได้ยินมาว่าอย่างไรเล่า” เกาอู่เยี่ยเดินนำเด็กทั้งสามออกมาจากจวนตระกูลอัน

“หลายเรื่อง เอาเป็นว่าท่านไม่เหมือน”

เกาอู่เยี่ยหัวเราะออกมาเสียงเบา ส่งผลให้ใบหน้าหล่อเหลาดูน่าเข้าใกล้มากยิ่งขึ้น “หวังว่านั่นจะเป็นคำชม”

“เป็นคำชมเจ้าค่ะ” อันซุ่ยเหลียนยืนยัน นางเงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มจากนั้นก็พยักหน้าอย่างแข็งขัน “ข้าเคยบอกท่านแล้วท่านใจดีกว่าที่ข้ากับเสี่ยวเฟิ่งเคยได้ยินมา”

“เจ้าค่ะ ข้าได้ยินมาว่าท่านเป็นคนเย็นชา ฆ่าศัตรูได้ตาไม่กะพริบ สตรีใดได้แต่งให้ท่านอาจถูกแช่แข็งได้ เพราะดวงตาเย็นชาของท่านเป็นแน่”

“อันนี้ข้าเพิ่งเคยได้ยิน” อันซุ่ยเหลียนมุ่นคิ้วมองอันเฟิ่งเซียน

“เอ่อ” คนที่เพิ่งกุเรื่องขึ้นชะงักตามองชายหนุ่มหล่อเหลาตาปริบๆ “เรื่องนี้ข้าก็เพิ่งเคยได้ยินมา”

“เสี่ยวเฟิ่ง ข้าจะไม่เชื่อเจ้าอีกแล้ว” อันซุ่ยเหลียนถลึงตาใส่อีกฝ่าย “เจ้าพูดมาสิบเรื่อง ข้าเชื่อได้กี่มากน้อยกัน”

อีกฝ่ายไม่เพียงไม่ปฏิเสธ แต่กลับหัวเราะออกมาเสียงแห้ง “ก็ข้าได้ยินมาอีกทีนี่นา อีกอย่างวันนั้นท่านเป็นคนไล่แม่สื่อออกไปจากจวนเองนี่นา”

อันซุ่ยเหลียนชะงัก นางมองเกาอู่เยี่ยด้วยความหวัง เนื่องจากเห็นกับตาเช่นกันกับอันเฟิ่งเซียน เห็นสภาพน่าอนาถใจของแม่สื่อและคนติดตามวันนั้น นางเองก็อดเห็นใจไม่ได้

“ข้าอายุยังน้อย ต้องรีบแต่งไปไหนกันเล่า”

“แต่ข้าได้ยินมาว่าก่อนไปชายแดน เกาฮูหยินอยากให้ท่านหมั้นหมายนี่เจ้าคะ หากยังเป็นเช่นนี้สตรีใดจะกล้าหมั้นหมายกับท่านเล่า ท่านน่ากลัวออกปานนี้”

อันซุ่ยเหลียนได้ยินดังนั้นก็ขมวดคิ้ว “พี่อู่เยี่ยไม่น่ากลัว หากสตรีเหล่านั้นไม่กล้าหมั้นหมาย เช่นนั้นพี่อู่เยี่ยข้าหมั้นหมายกับท่านเอง!” ประโยคหลังที่เอ่ยยังเงยหน้ามองชายหนุ่มด้วยดวงตามุ่งมั่น

เกาอู่เยี่ยเลิกคิ้วมองเด็กสามตรงหน้า นางไม่พูดเปล่ายังคว้ามือของเขาไปกุมไว้ และทันทีที่มือเล็กจ้อยนั้นสัมผัสมือเขา ความร้อนสายหนึ่งก็พุ่งปราดไปทั้งกายแกร่ง

คิ้วเข้มขมวดมุ่น ดวงตาคมเหม่อมองใบหน้าเล็กของอันซุ่ยเหลียน ภาพการเข่นฆ่าที่เขาไม่คุ้นเคยกลับปรากฏขึ้น บรรยากาศรอบด้านกลับกลายเป็นห้องโถงในท้องพระโรงทองวังหลวง

“พี่อู่เยี่ย”

เสียงนั้นเรียกสติเขากลับมา ชายหนุ่มก้มลงสบตากับอันซุ่ยเหลียน

ใบหน้าของโฉมสะคราญนางหนึ่ง แวบเข้ามาในความคิด ดวงตาคุ้นเคยนั้นเขาจดจำได้แม่น เพราะบัดนี้นางกำลังเงยหน้าขึ้นสบตากับเขา

ใช่แล้ว ดูเหมือนโฉมสะคราญผู้นั้น อาจจะเป็นอันซุ่ยเหลียน หากแต่...เป็นตัวนางในอนาคต

“ภาพเหล่านี้...”

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 13.2 จบ

    ซุ่ยเหลียนครางเสียงสั่น รับรู้ตัวตนของเขาผ่านการรุกรานที่เกินกว่าที่นางจะจินตนาการท่อนขาแกร่งค่อยๆ เลื่อนท่อนขาอ่อนนุ่มของนางให้เปิดออก สะโพกผายถูกยกขึ้นในยามที่เขาขยับเอวสอบเข้าหานางอย่างหนักหน่วงด้วยท่วงท่าที่น่าอายนี้ กลับให้ความรู้สึกลึกล้ำ และรัดรึง กระทั่งซุ่ยเหลียนอ่อนระทวยด้วยความซาบซ่าน หญิงสาววางสองแขนลงบนเบาะนอน ยกสะโพกตอบสนองเขา อกอิ่มรับรู้การกอบกุม กระทั่งมืออีกข้างที่สอดขึ้นมายังใบหน้า มีกลิ่นเลือดอันหอมหวานที่ทำให้นางหลุดควบคุม“เร็วเข้า” เขาเร่งเสียงพร่า ดังนั้นนางจึงได้แต่อ้าปากรับเลือดเข้าไปด้วยความกระหายพร้อมๆ กันกับช่วงที่นางไล้เลียปลายลิ้นเข้ากับข้อมือจอมมาร เอวสอบของเขาก็กระทั้นเข้าหานางอย่างไร้ปรานี ความเสียวซ่านลึกล้ำ ทำให้ซุ่ยเหลียนส่งเสียงหวีดหวาน นางถูกเขาหลอมละลายด้วยความกระสัน ความร้อนรุ่มจากกายแกร่งแผดเผาจนนางไม่อาจปฏิเสธเมื่อดื่มเลือดเข้าไปเล็กน้อยนางจึงปล่อยมือ เพียงเพื่อที่จะได้หมุนกายกลับมาหา แต่ถึงอย่างนั้นจอมมารกลับสอดแขนเข้ากับเอวอ่อน บีบให้นางยกสะโพกขึ้น ไม่ยอมให้นางหันกลับมา“พี่อู่เยี่ย ข้าอยากกอดท่าน”“เปลี่ยนใจแล้วหรือ มิใช่ชอบให้ข้าทำจาก

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 13.1

    หากแต่...ข้อแลกเปลี่ยนของเขาก็เหลือเกินจริงๆ เพราะทันทีที่นางควบคุมตัวเองไม่อยู่จนปีนขึ้นไปบนร่างเขานั้น เขาไม่เพียงไม่รังเกียจ แต่กลับเริ่มถอดเสื้อผ้านางออกอย่างกระตือรือร้นข้ออ้างนะหรือ ‘กลัวชุดเปื้อนเลือด’ นางไหนเลยจะเชื่อ!!คราแรกนางกลัวว่านั่นจะเป็นการทำร้ายเขา เพราะแต่ละครั้งที่นางดื่มเลือดเขานั้น นางรู้ดีว่าจำนวนไม่น้อยเลย หากแต่เมื่อยามฟ้าสางนางที่รู้สึกผิดอยากจะสำรวจบาดแผลของเขา แต่กลับพบว่าแม้แต่ร่องรอยขีดข่วนใดๆ ที่นางทิ้งเอาไว้บนเรือนกายแกร่งก็ยังหายไปไม่ปรากฏน่าโมโหยิ่งนัก!!“ซุ่ยเหลียน”เสียงของเขาดังแว่วเข้ามา พร้อมกับร่างสูงที่นั่งลงข้างๆ “แตกหน่อแล้วนี่” รอยยิ้มหล่อเหลาของเขา ทำให้อารมณ์โกรธของนางปลิวหาย“หากผักพวกนี้กินได้ ข้าจะทำผักดองให้ท่านกิน”“ดี” เขายิ้ม “กลับกันเถิด วันนี้ข้าได้ปลามาหลายตัว”นางชะงักก่อนหรี่ตามองเขา “ท่านขี้โกงหรือไม่”“เปล่าเลย ข้าใช้เบ็ดตกปลาที่ปีศาจนกทำให้ ข้าตกปลาเก่งแล้วจริงๆ นะ” เขาบอกด้วยรอยยิ้มวันนี้เขาพูดเรื่องจริง เขาตามใจในยามที่นางบอกว่าจะพยายามใช้ชีวิตเรียบง่ายดังเช่นมนุษย์ ดังนั้นเขาจึงจับปลาและล่าสัตว์ด้วยวิธีของมนุษย์ แม้จะย

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 12.6

    ไม่นานยอดฝีมือชุดรัดกุมก็เปิดประตูเข้ามา พวกเขาผงะเล็กน้อยที่เห็นชายหนุ่มตรงหน้ายังคงนั่งดื่มชาด้วยความเยือกเย็น ที่สำคัญเบื้องหลังยอดฝีมือเหล่านั้น ยังมีหลิวซวงซวงที่หมายครอบครองในสิ่งที่นางไม่มีวันได้“มาทางไหนรีบกลับไปทางนั้น นางกำลังหลับอยู่หากกล้าทำให้นางตื่น ก็อย่าหาว่าข้าไร้ปรานี” จอมมารส่งเสียงออกมาโดยไม่ต้องขยับปาก พลังกดดันขุมหนึ่งทำให้เหล่ายอดฝีมือที่หลิวซวงซวงส่งมาไม่อาจขยับ“ท่านเป็นใคร” หลิวซวงซวงเหงื่อซึมออกมา “สตรีนางนั้นไม่มีสิ่งใดเทียบข้าได้ หากท่านต้องการสิ่งใด ข้าย่อม...”“ข้าต้องการให้เจ้าไสหัวไปก่อนที่ข้าจะเปลี่ยนใจ หาไม่...” จอมมารลุกขึ้นยืนช้าๆ ก้าวมายังประตูหน้าซึ่งเหล่ายอดฝีมือยังไม่อาจเข้าไปด้านใน“พี่อู่เยี่ย” เสียงพึมพำดังขึ้นทำให้จอมมารสะดุ้ง เขาโบกมือคราหนึ่งประตูห้องก็ปิดลง ร่างสูงรีบก้าวเข้าไปยังหน้าเตียง“ข้าทำเสียงดังจนเจ้าตื่นหรือ”“เสียงใครหรือเจ้าคะ ข้าเหมือนได้ยินเสียงคนสนทนากัน ท่านสนทนากับผู้ใดหรือ”นางยังไม่ลืมตาแต่กลับพิงร่างเข้าหาเขา ทันทีที่กลิ่นอายของเขาใกล้เข้ามา จอมมารอมยิ้มด้วยความเอ็นดู เขามองดูท่าทีงัวเงียของนางแล้วอดที่จะลูบหลังลูบไห

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 12.5

    “แล้วท่านเล่า ท่านเป็นของผู้ใด” นางทิ้งสะโพกลงอย่างแรงกระทั่งน้ำในถังกระฉอก“ข้าเป็นของเจ้า เป็นของเจ้าเพียงผู้เดียว”“ทีหลังจะกล้าทำเช่นนี้หรือไม่”นางขยับเอวอ่อนบดเบียดหมุนวนช้าสลับเร็ว ใบหน้าแดงก่ำเพราะขนาดของเขาที่ตื่นตัวเต็มที่เต้นตุบในกาย“ไม่กล้าแล้วจ้ะ ไม่กล้ายั่วให้หึงหวงอีกแล้ว เมียจ๋า ข้ายอมแล้ว” เขากระซิบบอกนางเสียงพร่า “ซุ่ยเหลียนคนดี ได้โปรด ข้าอยากสัมผัสเจ้า ข้าจะขาดใจแล้ว”ซุ่ยเหลียนขยับเอวอ่อนยกขึ้นอีกครา แต่ครั้งนี้นางปล่อยมือเขาโดยดี ซึ่งนั่นก็ทำให้จอมมารที่หื่นกระหายกอดรัดร่างอรชรเข้าสู่อ้อมแขน เอวสอบขยับขึ้นรับจังหวะที่หญิงสาวทิ้งตัวลงยังความร้อนรุ่มแข็งขึงริมฝีปากของเขาไต่เล็มจากลำคอลงไปยังอกอิ่ม เวียนขึ้นมาหาริมฝีปากรูปกระจับ ไล้ปลายลิ้นเข้าครอบครองพัวพันอย่างลึกล้ำเสียงครางต่ำหลุดออกมา ในยามที่นางยกสะโพกขึ้นอีกครั้ง หากแต่ไม่ยอมกดลงไปหาความฮึกเหิมที่รั้งรออยู่ “ซุ่ยเหลียนได้โปรด” เขาวอนขอ“ยังจะคิดไปหาสตรีอื่นอีกหรือไม่”“ไม่กล้าแล้ว ข้าไม่กล้าแล้ว ไว้ชีวิตด้วยยอดรัก ข้าจะขาดใจแล้ว”นางยื่นหน้าลงไปจุมพิตเขา เบียดอกอิ่มเข้ากับแผ่นอกแกร่ง พร้อมๆ กันนั้นก็มอบตัว

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 12.4

    ซุ่ยเหลียนชะงัก นางมองไปยังคนที่พูดพล่ามโดยไม่สนใจจะหันมามองนาง มือน้อยทั้งสองข้างไม่อาจขยับ ทำได้เพียงจ้องมองแผ่นหลังของจอมมารนิ่ง แม้กระทั่งเสียงของตัวเองก็หาไม่พบ ไม่รู้ว่าต้องตอบประโยคนั้นเช่นไร“เจ้าว่านางเป็นเช่นไร”“นาง...งดงามมากเจ้าค่ะ”เมื่อเขาเห็นนางเป็นสาวใช้ นางก็จะทำตัวเยี่ยงสาวใช้ มือน้อยขัดถูไปตามแผ่นหลัง เขาถามมานางก็ตอบออกไป“ฟังดูน้ำเสียงของเจ้าไม่ใคร่จริงใจเลย แต่ช่างเถิดเจ้าว่านางงดงามก็คงเป็นเช่นนั้น ความจริงข้ารู้สึกถูกชะตากับนางยิ่งนัก นางจิตใจดียิ่งนัก เพิ่งได้พบกันคราแรกนางกลับต้อนรับขับสู้ข้าเป็นอย่างดี”ซุ่ยเหลียนเม้มปากแน่น ดวงตาของนางแดงก่ำเพราะกำลังสะกดอารมณ์ นางไหนเลยจะรู้ว่าดวงตาของนางบางคราก็เปลี่ยนเป็นสีแดงวาบขึ้นเลือดของจอมมารในกายอรชรพลุ่งพล่าน จนแม้กระทั่งผู้เป็นเจ้าของเองก็ยังรู้สึกได้ แต่กระนั้นเขาก็ยังกล่าวประโยคยั่วเย้าให้นางแสดงอารมณ์ความรู้สึกออกมาจอมมารหันกลับมามองนางช้าๆ คิ้วเข้มเลิกขึ้นสูง ดวงตาของเขามองไปยังหน้าต่าง “เจ้ากระหายแล้วหรือ ฟ้ายังไม่มืดเลย” มือใหญ่ยื่นออกมา “มาสิเร็วหน่อย ข้าอยากไปพบคุณหนูหลิวแล้ว...”เส้นความอดทนของซุ่ยเหล

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 12.3

    มองดูบุรุษหล่อเหลาสนทนาหยอกล้อกับสตรีงดงาม ซุ่ยเหลียนได้แต่นั่งเงียบ เสียงหัวเราะกรีดแทงหัวใจนาง กระทั่งเจ็บปวดเสียดลึกถึงก้นบึ้ง แต่ถึงอย่างนั้นนางก็ยังอดทนเพราะไร้สิทธิ์ที่จะเอ่ยปาก หากเขาชอบหลิวซวงซวงผู้นี้ นางจะทำเช่นไรได้เล่าเมื่อได้ยินว่าชายหนุ่มตรงหน้าเดินทางมายังเมืองต้าซานมาเพราะลูกพลับ หลิวซวงซวงก็ให้คนยกเข้ามาตะกร้าใหญ่ ที่สำคัญนางเอาอกเอาใจด้วยการคัดของที่ดีที่สุดที่มี กระทั่งยกมาให้ชายหนุ่ม“รบกวนแม่นางหลิวแล้วจริงๆ”จอมมารแย้มยิ้มหล่อเหลา เขาหันมาสนใจซุ่ยเลียนที่นั่งข้างๆ ในที่สุด “ซุ่ยเหลียน ลูกพลับของเจ้า”“เจ้าค่ะ” นางเพียงพยักหน้ารับ จากนั้นจึงเอ่ยขอบคุณหลิวซวงซวงเสียงเบา“ไม่ทราบว่าแม่นางท่านนี้คือ...”อยากจะถามหลายครั้งก็กระดาก หลิวซวงซวงที่คิดว่าตัวเองเหนือกว่ามองข้ามซุ่ยเหลียนมาโดยตลอด มาบัดนี้กลับทำใจกล้าเอ่ยถาม“ฮูหยินของข้าเอง” จอมมารตอบออกไปด้วยรอยยิ้มกว้าง “นางเป็นคนไม่ใคร่ชอบสนทนา ข้าพานางมาที่นี่เพราะนางชอบลูกพลับมาก”เขาไม่สนใจใบหน้าที่ซีดขาวของหญิงสาวตรงหน้า กระทั่งมองข้ามใบหน้าตื่นตะลึงของคนข้างกาย มือใหญ่คว้าตะกร้าลูกพลับขึ้น จากนั้นก็ยื่นมือมากุมมือน

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 9.6

    มือเล็กยกขึ้นลูบไล้ใบหน้าหล่อเหลาช้าๆ เขาจุมพิตลงไปยังกลางฝ่ามือ จากนั้นจึงก้มลงจุมพิตริมฝีปากแดงเรื่อ แก่นกายร้อนรุ่มยังคงขยับรุนแรงทำให้กายสาวสะท้านไหวภาพหนึ่งในนิมิตทำให้เขาไม่อาจหยุด มือใหญ่สอดเข้าไปรั้งหญิงสาวขึ้น กระทั่งจัดท่าให้นางนั่งคร่อมลงไปครอบครองบนความต้องการของเขาที่ยังคงร้อนรุ่ม“อ๊

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 9.3

    สิ้นเสียงนั้นอันซุ่ยเหลียนพลันหลับตาลง ก่อนหมุนกายเดินกลับเข้าที่พัก ซึ่งครานี้ไม่ใช่กระโจมเช่นเคย ที่นี่คือคฤหาสน์ซึ่งตั้งอยู่ติดกับกำแพงเมืองใต้คฤหาสน์หลังนี้มีทางลับซึ่งลอดเข้าไปใต้กำแพงเมือง อีกทั้งยังทอดยาวเข้าไปยังทะเลสาบในอุทยานหลวง ทะเลสาบที่ครั้งหนึ่งนางกับฟางชิงเหลียนเคยยืนพูดคุยสนทนาอั

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 8.4

    จะว่าไปแล้วระหว่างเกาอู่เยี่ยและจอมมารแห่งซีเปียน ทั้งสองนอกจากใบหน้าแล้ว อย่างอื่นพวกเขาไม่มีสิ่งใดที่เหมือนกันเลยจอมมารแห่งซีเปียนนั้นทั้งเจ้าเล่ห์โหดเหี้ยม ดูอย่างไรนางก็มองไม่เห็นว่าเขาจะมีความจริงใจ หากแต่ให้มองหาความกลิ้งกลอกนั้น ดวงตาของเขากลับแสดงออกมาชัดเจนผิดกับเกาอู่เยี่ย ไม่ว่าเขาจะแข

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 8.2

    “ตระกูลข้าถูกคุกคาม กลับไปก็รังแต่จะทำให้ทุกคนถูกปองร้าย มิสู้อยู่ในกองทัพไม่ให้ผู้ใดพบตัว เช่นนี้จึงจะปลอดภัยทุกฝ่าย”เมื่อคิดตามเขาเองก็เห็นด้วย ตอนนี้หากกลับเข้าตระกูลอัน ไม่ช้าหรือเร็วฟางกุ้ยเฟยย่อมต้องหาทางเล่นงานหญิงสาวอีกอย่างแน่นอนแม้ตระกูลเกาจะทรงอิทธิพล แต่จะอย่างไรก็คงยุ่งยากไม่น้อย หาก

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status