Share

บทที่ 2.2

last update publish date: 2026-03-19 19:11:30

“ใช่ ตอนที่เจ้าเกิดมา เจ้ากุมบางอย่างเอาไว้ในมือ หินก้อนหนึ่งมีสีดำ ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่สามารถแตะต้อง เว้นเพียงหลินกุ้ยเฟย ตอนที่นางกำลังพยายามยื้อแย่ง เจ้ากลับกลืนมันเข้าไป หินสีดำก้อนนั้นใหญ่มาก แต่เจ้ากลับกลืนเข้าไปได้ทั้งที่เจ้าเป็นเพียงเด็กทารก เพราะอย่างนี้หลินกุ้ยเฟยจึงคลุ้มคลั่ง และหาว่าเจ้าเป็น...”

“ปีศาจร้าย” เกาอู่เยี่ยเอ่ยเสียงเรียบ

“ตอนนั้นเรื่องทารกที่ตระกูลฟางนำมาสับเปลี่ยนถูกเปิดโปง ฮ่องเต้ทรงเล็งเห็นแล้วว่าเรื่องนี้ไม่อาจอยู่ในการควบคุม ตระกูลหลินไร้อิทธิพลที่จะคุ้มครองเจ้า ตระกูลฟางแข็งแกร่งจนแม้แต่ฮ่องเต้เองก็ทรงไม่แน่พระทัยว่าเจ้าจะปลอดภัยในวังหลวง”

เกาอู่เยี่ยนิ่งเงียบ เขามองราชโองการลับในมือนิ่ง ราชโองการลับที่เขียนรายละเอียดทุกอย่างเอาไว้อย่างชัดเจน

รายละเอียดที่ว่าเกาอู่เยี่ยก็คือองค์ชายใหญ่แคว้นเทียนเฉา แต่เพราะอิทธิพลของตระกูลฟาง เด็กทารกที่ตระกูลฟางนำมาเพื่อสับเปลี่ยน กลับกลายเป็นตัวแทนของเขา เพราะในคืนนั้นฟางกุ้ยเฟยเองก็มีพระประสูติการองค์ชายเช่นกัน

“เขายังมีชีวิตอยู่ดีหรือไม่ขอรับ เด็กคนนั้น องค์ชายใหญ่ตัวปลอม”

“ยังมีชีวิตอยู่”

ฟังน้ำเสียงของบิดา เกาอู่เยี่ยก็ได้แต่ถอนหายใจ เขาพอจะเดาได้ว่าอีกฝ่ายมีชีวิตอยู่อย่างไรในตำหนักเย็น องค์ชายผู้ซึ่งมีข่าวลือว่าเป็นปีศาจ ทั้งยังเป็นสาเหตุให้มารดาและตระกูลหลินต้องพังพินาศ

“ลูกเยี่ย”

“ขอรับท่านพ่อ”

“พ่อดีใจที่เจ้าไม่ได้เติบโตในวังหลวง ดีใจที่แม้เจ้าจะรู้เรื่องนี้ แต่เจ้าก็ยังเป็นบุตรชายคนเดิมของตระกูลเกา”

“ข้าไม่อาจทำให้ท่านแม่เสียใจ นางเลี้ยงดูข้า มอบความรักให้ข้าไม่น้อยไปกว่าพี่ใหญ่ ทุกคนในจวนตระกูลเกาล้วนรักและหวังดีต่อข้า”

เกาจิ้นยิ้มออกมาจางๆ แม้ใจในจะหนักอึ้ง ฮ่องเต้ทรงมีพระประสงค์จะให้เขาพาบุตรชายคนนี้ไปเข้าเฝ้า แต่จนถึงตอนนี้เกาอู่เยี่ยก็ยังไม่ใจอ่อน

ที่สำคัญฮ่องเต้เองก็ดูเหมือนไม่ทรงมีพระประสงค์จะบีบบังคับ แต่ถึงอย่างนั้นในช่วงเวลาสำคัญเช่นนี้ เขากลับอยากให้เกาอู่เยี่ยไปเข้าเฝ้าสักครั้ง

“ลูกเยี่ย”

“ท่านพ่อ หากอยากให้เข้าเข้าเฝ้า ข้ามีเรื่องหนึ่งแลกเปลี่ยน”

“อะไรหรือ”

“ข้าอยากพบเขาสักครั้ง องค์ชายใหญ่ซางหยาง เด็กคนนั้นที่ถูกจองจำแทนข้า”

เกาจิ้นมีท่าทางประหลาดใจไม่น้อย “เรื่องนี้...ให้พ่อลองหาทางดูก่อน หากฮ่องเต้ทรง...”

“ลูกไม่รีบขอรับ จนกว่าจะถึงวันออกเดินทางไปชายแดน ลูกจะรอคำตอบ”

“ได้” เกาจิ้นพยักหน้า “เช่นนั้นเรากลับออกไปข้างนอกกันเถิด แม่ของเจ้าคงกระวนกระวายแล้ว”

“ท่านแม่ตามหาลูกหรือขอรับ”

เกาอู่เยี่ยลุกขึ้นเก็บของกลับเข้าไปในหีบ จากนั้นจึงปิดเอาไว้เช่นเดิม คนทั้งสองหมุนกายเดินออกมา โดยไม่หันหลังกลับไปมองหีบใบนั้นอีก

สามวันถัดมาเกาอู่เยี่ยมาเยือนจวนตระกูลอัน ทำให้เจ้าบ้านรู้สึกประหลาดใจเป็นอย่างมาก ที่สำคัญไปกว่านั้นในมือของเขายังมีตะกร้าลูกพลับเหลืองอร่ามน่ากินติดมือมาด้วย

“พี่อู่เยี่ย” อันซุ่ยเหลียนยิ้มกว้าง

นางเดินเร็วๆ เข้าไปหยุดตรงหน้าชายหนุ่ม ใบหน้าสดใสเงยขึ้นมองเขาแวบหนึ่ง จากนั้นดวงตาก็จ้องตะกร้าลูกพลับเขม็ง “ของข้าหรือเจ้าคะ ของข้าใช่หรือไม่”

“ตัวตะกละน้อย ได้ยินว่าคราวก่อนที่ข้าส่งมากินหมดแล้ว ดังนั้นอย่าได้คิดซุกซนไปปีนต้นไม้ที่จวนอีกเล่า”

“เอ่อ”

เจ้าบ้านตระกูลอันกับฮูหยินถึงกับพูดไม่ออก พวกเขาเคยพบเกาอู่เยี่ยมาแล้วหลายครั้ง แต่ละครั้งก็หาได้สนิทสนมและพูดคุยกันมากนัก

ฟังจากบทสนทนาทั้งสองจึงกระจ่างว่าตะกร้าลูกพลับก่อนหน้านี้ ผู้ใดกันแน่ที่เป็นคนส่งมาให้อันซุ่ยเหลียน เห็นบุตรสาวของตนพูดคุยกับอีกฝ่ายอย่างคุ้นเคย สองสามีภรรยาก็อดที่จะหันไปมองหน้ากันไม่ได้

เด็กหนุ่มคนนี้แต่ไหนแต่ไรมาก็เหมือนเด็กธรรมดาทั่วไป เพียงแต่หลังจากกลับมาจากชายแดน ทั้งยังบาดเจ็บสาหัส เขาก็เปลี่ยนไปเป็นคนละคน

จากที่สดใสยิ้มแย้ม กลับกลายเป็นเก็บเนื้อเก็บตัวมากขึ้น ไปมาหาสู่สหายน้อยยิ่งกว่าน้อย

วันนี้เกาอู่เยี่ยกลับมาเยือนจวนตระกูลอัน ทั้งยังมาโดยไม่ได้แจ้งล่วงหน้า พวกเขาออกจะทำตัวไม่ถูกอยู่บ้าง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 4.3

    เตียงหลังเล็กถูกยกเข้ามาเพิ่ม แต่เบาะนวมและผ้าห่มผืนหนา นางเพิ่งแอบนำเข้ามาเปลี่ยน โต๊ะเครื่องเขียนถูกยกเข้ามาก่อนหน้านี้ แต่พู่กันและกระดาษเป็นนางที่แอบนำเข้ามาที่นี่เป็นสถานที่ซึ่งนางใช้เขียนจดหมายหาเกาอู่เยี่ย เป็นสถานที่แห่งความลับที่นางและเขามีร่วมกันอันซุ่ยเหลียนหดกายเข้าไปในผ้าห่มผืนหนา ครุ่นคิดถึงบุรุษที่ครอบครองความคำนึงของนาง นับจากวันที่นางได้เข้ามาในห้องลับแห่งนี้ครั้งแรกผิวแก้มทั้งสองข้างขึ้นสีระเรื่อ เพราะความหนาวเย็นของอากาศ ปีนี้อากาศหนาวเย็นเร็วกว่าทุกปี ดูแล้วคิดว่าหิมะอาจจะตกลงมาได้ทุกเมื่อมือเล็กแตะลงไปยังตำแหน่งกลางอก หยกมังกรเหินยังอยู่กับนางเสมอ เพราะนับจากที่เขามอบให้ นางก็พกติดตัวไม่ห่าง ทั้งยังไม่เคยให้ใครได้เห็นหรือสัมผัสสักครั้ง“พี่อู่เยี่ย ข้าจะปักปิ่นพรุ่งนี้แล้วนะเจ้าคะ”นางพึมพำด้วยรอยยิ้มที่กว้างขึ้นนึกถึงวันที่ได้สนทนากับเกาฮูหยินพลันรู้สึกเขินอาย หลังพิธีปักปิ่นล่วงเข้าสู่วัยออกเรือน แม่สื่อจากตระกูลเกาจะถูกส่งมาทาบทาม ของหมั้นหมายที่เกาฮูหยินตระเตรียมจะถูกส่งมายังจวนตระกูลอันนาง...จะกลายเป็นคู่หมายของเกาอู่เยี่ยอย่างเป็นทางการระหว่างเดินออกม

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 4.2

    เกาอู่เยี่ยยิ้มกว้างหลังจากพับจดหมายเข้าไปในอกเสื้อ เขาให้คิดถึงใบหน้าน้อยๆ ที่เงยหน้าขึ้นมองเขา ดวงตาสดใส เรียวคิ้วมุ่นลงเป็นเชิงถาม ในยามที่ไม่เข้าใจในสิ่งที่เขาพูดหนึ่งปีมาแล้วหลังจากที่เขาจากมา ทุกวันเขายังคงคิดคำนึงถึงนางอยู่เสมอ แม้ว่าการดำเนินการอย่างลับๆ จะเต็มไปด้วยความเคร่งเครียด เพราะทุกย่างก้าวนั้นเต็มไปด้วยอันตรายเรื่องการตระเตรียมไพร่พล รวมไปถึงเส้นทางการเคลื่อนทัพที่ต้องทำอย่างระมัดระวัง เนื่องจากไม่ต้องการให้คนของตระกูลฟางไหวตัวทัน“จะปักปิ่นแล้วสินะ คงจะเป็นเดือนหน้า”ด้วยจดหมายใช้เวลาเดินทางนานกว่าที่ควร ดังนั้นหากเขาคำนวณดูแล้ว อันซุ่ยเหลียนคงจะปักปิ่นเดือนหน้านี้ นึกถึงที่นางบอกว่ามีผู้อาวุโสท่านหนึ่งมอบปิ่นที่จะใช้ในวันงาน รอยยิ้มหล่อเหลาพลันกว้างขึ้นอีกเขาไหนเลยจะไม่รู้ว่าคนผู้นั้นคือผู้ใด หากไม่ใช่ฮ่องเต้องค์ปัจจุบันจะเป็นผู้ใดไปได้เล่า เพราะก่อนหน้านี้เขายังยืนยันกับอีกฝ่ายไปแล้วว่าต้องเป็นอันซุ่ยเหลียน ฐานะหรือความเหมาะสมเขาไม่แยแสทั้งสิ้น‘ชั่วชีวิตนี้กระหม่อมไม่เคยปรารถนาสิ่งใดอย่างจริงจัง ทุกอย่างกระหม่อมล้วนมีพร้อม ตระกูลเกามอบทุกอย่างตราบที่บุรุษผู้หนึ

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 4.1

    แม้จะไม่เป็นทางการ ในตอนนี้นางนับว่าเป็นคู่หมายเขา และเขาไม่ยอมให้ผู้ใดมาแย่งนางไปอย่างแน่นอน“ข้าจำไว้แล้วเจ้าค่ะ” นางพยักหน้าด้วยรอยยิ้ม “ข้าหมั้นหมายกับท่านได้จริงๆ หรือเจ้าคะ ท่าน...ไม่รังเกียจที่ข้าเป็นเด็กไม่ประสีประสาหรือ”“รังเกียจหรือ” เขาเลิกคิ้ว “ข้าชอบเจ้าถึงเพียงนี้” เขาก้มลงมองนางด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน “ไม่เพียงแค่หมั้นหมายกับเจ้าเท่านั้น แต่ข้าจะแต่งเจ้าเป็นฮูหยินอีกด้วย”“สัญญานะเจ้าคะ”“สัญญา”เกาฮูหยินไปพบสองสามีภรรยาตระกูลอันด้วยตัวเอง นางขอสนทนากับทั้งสองเงียบๆ ทั้งยังทำตามประสงค์ของบุตรชายด้วยความยินดี เนื่องจากเกาอู่เยี่ยยืนยันว่าจะหมั้นหมายอันซุ่ยเหลียนเอาไว้ หากนางผ่านการปักปิ่นเข้าสู่วัยออกเรือนคราแรกนางเพียงประหลาดใจเพราะบุตรชายผู้นี้หาได้สนใจเรื่องอิสตรีไม่ จริงอยู่เขาไม่ได้เจนจัดแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเขาไม่เคยผ่านเรื่องการมีสัมพันธ์กับอิสตรีบุรุษในกองทัพย่อมมีบ้างที่ออกไปหาความสำราญ ยิ่งเป็นนายน้อยของกองทัพด้วยแล้ว นายกองต่างๆ ไหนเลยจะไม่ช่วยกันส่งเสริมให้นายน้อยของตนเติบโตเป็นหนุ่มกระนั้นนางไหนเลยจะคิดว่ามองข้ามบางอย่างไป ก่อนหน้านี้ที่เกาอู่เยี่ยยังไม่ได้เ

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 3.4

    มือน้อยเริ่มเลื่อนต่ำลงไป แต่เกาอู่เยี่ยกลับคว้ามือของนางเอาไว้ได้ทัน“ชู่ว ไม่ได้ ยังไม่ได้ ซุ่ยเหลียนเด็กดี”เสียงของเขาเต็มไปด้วยความทรมานไม่ต่างจากนาง เหงื่อเย็นๆ ผุดขึ้น เพราะปลายนิ้วเล็กเรียวปัดไปโดนกับความแข็งขึงเกาอู่เยี่ยครางเสียงพร่า ก้มลงจุมพิตลึกล้ำเป็นการเตือนมือใหญ่เลื่อนกางเกงเด็กสาวลงต่ำ ไล้ฝ่ามือลงไปสำรวจความชุ่มชื้น ขณะที่เลื่อนริมฝีปากลงครอบครองความนุ่มนิ่มอวบหยุ่นที่เริ่มเต่งตึงข้อมือน้อยถูกพันธนาการอีกครั้ง แต่ครานี้ความต้องการของเขามีเพียงกางเกงบางๆ ขวางกั้นกับความชุ่มชื้นของนางอย่างหมิ่นเหม่ยิ่งในยามที่เขาใช้มืออีกข้างสอดเข้ากับสะโพกเล็กเนียนมือ ยกตัวนางให้ความชุ่มชื้นสัมผัสบดเบียดแนบชิด เขาก็ยิ่งส่งเสียงคำรามออกมาอย่างลืมตัวทั้งสองส่งเสียงครางพร้อมกับลมหายใจที่ติดขัด ในยามเอวสอบขยับไหวเป็นจังหวะราวกำลังร่วมรัก เขาไม่ได้สอดลึกแต่สัมผัสกลับชัดเจนกว่าเมื่อครู่ความร้อนเร่าของจังหวะทำให้ทั้งสองแทบขาดใจ แต่กลับยังคงมีบางอย่างขวางกั้น ทำให้ทุกอย่างไม่อาจเติมเต็มอันซุ่ยเหลียนส่งเสียงเว้าวอน นางยื่นหน้าขึ้นมาจุมพิตเรียกร้องให้เขาปลดปล่อยความทรมานนี้แต่เพราะร่างขอ

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 3.3

    ใบหน้างดงามแดงก่ำด้วยความรัญจวน เรือนร่างขาวผ่องใต้ร่างแกร่ง เส้นผมยาวสลวยซึ่งคลอเคลียลาดไหล่กลมมน ในยามที่เขารั้งนางขึ้นนั่งบนตักแกร่ง‘พี่อู่เยี่ย’น้ำเสียงเย้ายวนออดอ้อน ในยามที่เขาขยับกายแกร่งหนักหน่วงขึ้น“พี่อู่เยี่ย” ใบหน้าเยาว์วัยทับซ้อนกับโฉมสะคราญ ซึ่งเขามั่นใจว่านั่นคือภาพในอนาคตที่ยังไม่เกิดขึ้นเกาอู่เยี่ยหลุดการควบคุม ร่างใหญ่เอนกายไปข้างหน้าบีบให้ร่างเล็กนอนหงายลงไปกับแท่นหิน เขาไม่ไยดีหีบที่เขาใช้เก็บของสำคัญ แต่กลับปัดลงไปจนพ้นทางเสียงกระแทกส่งผลให้ร่างน้อยสะดุ้ง เพียงแต่นางไม่มีเรี่ยวแรงจะขัดขืน ร่างทั้งร่างกลืนหายเข้าไปในอ้อมกอดที่ทาบทับ ทั้งยังบีบให้นางเปิดท่อนขาเล็กออก กระทั่งกายเบื้องหน้าของทั้งสองแนบชิดล่อแหลมจุมพิตบีบบังคับทำให้อันซุ่ยเหลียนตื่นตระหนก หากแต่ร่างกายของนางกลับวูบวาบหวามไหว สัมผัสจากมือใหญ่ที่เลื่อนไปจากใบหน้าลงมายังลำคอ แผ่วเบา...แต่กลับสร้างความร้อนขุมหนึ่งขึ้นในร่างกายของนางอย่างน่าประหลาดมือใหญ่สอดเข้าไปในเรือนผม มวยผมที่เขาเพิ่งเกล้าขึ้นหลุดลุ่ย ยิ่งทำให้นางไม่หลงเหลือเค้าความอ่อนเยาว์ ใบหน้าและริมฝีปากแดงเรื่อ ทำให้เขาปรารถนาจะทำลายมากกว่

  • ซุ่ยเหลียน บุปผาในมือจอมมาร   บทที่ 3.2

    “ซุ่ยเหลียน”“เจ้าคะ”“เจ้าชอบข้าหรือไม่”“เอ๋” นางมองเขาด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยคำถาม“ข้าหมายถึง แม้ผู้อื่นจะเกลียดชังข้า ไม่เชื่อใจในตัวข้า เจ้าจะยอมอยู่ข้างข้าและเชื่อใจข้าเพียงคนเดียวหรือไม่”เด็กสาวมองเขาคล้ายยังไม่เข้าใจนัก กระนั้นใบหน้าหล่อเหลาที่เคลื่อนเข้ามาใกล้ กลับสามารถล่อลวงนางเอาไว้ได้อย่างง่ายดาย“เจ้าบอกว่าแม้ไม่มีใครกล้าหมั้นหมายกับข้า เจ้าจะหมั้นหมายกับข้าเอง จำได้หรือไม่”เด็กสาวพยักหน้าอย่างเหม่อลอย ลมหายใจอบอุ่นวนเวียนรอบใบหน้า ส่งผลให้นางหน้าร้อนเห่ออย่างไม่ทราบสาเหตุ รู้แต่เพียงว่านางหาได้รังเกียจเขาไม่หยกมังกรดำถูกคล้องลงไปเหนือศีรษะ ลากลงมาตามเส้นผมยาวสลวย กระทั่งมือใหญ่วางหยกชิ้นนั้นลงยังตำแหน่งกลางอก“พี่อู่เยี่ย” นางเงยหน้าเรียกเขาเป็นเชิงถาม“ของหมั้น” เขายิ้มให้นางด้วยดวงตาอ่อนโยน “สัญญากับข้า หากข้ายังไม่กลับมาจากชายแดน หลังปักปิ่นเจ้าจะไม่หมั้นหมายและห้ามมีใจให้ผู้ใดนอกจากข้า”“ท่านไปนานเลยหรือเจ้าคะ”“สองปี”นางมีสีหน้าผิดหวังเล็กน้อย “เช่นนั้นก็ไม่ได้มาร่วมงานปักปิ่นของข้าจริงๆ”ปิ่นปักผมหยกถูกยื่นมาให้นาง “ข้าให้ นี่เป็นของที่ข้าใช้เงินเบี้ยหวัดของตั

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status