หมอหญิงหัตถ์เทวะพลิกชะตาจวนแม่ทัพ

หมอหญิงหัตถ์เทวะพลิกชะตาจวนแม่ทัพ

last updateLast Updated : 2026-09-18
By:  PEACH_SHERBETUpdated just now
Language: Thai
goodnovel12goodnovel
Not enough ratings
26Chapters
11views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

(ทะลุมิติย้อนอดีต + นางเอกเก่ง + พระเอกเก่ง + รักกันมั่นคง) ศัลยแพทย์สาวทะลุมิติไปเข้าร่างคุณหนูผู้กำลังจะตายเพราะถูกพิษ เมื่อฟื้นขึ้นมานอกจากจะต้องรักษาพิษให้ตัวเอง ยังต้องหาทางรับมือกับโซ่วอ๋องจอมโหด คู่หมั้นพระราชทานจอมร้ายกาจที่พยายามจะหาเรื่องเธอ แถมยังต้องเข้าไปพัวพันกับสงครามกบฏชิงราชบัลลังก์อีก!

View More

Chapter 1

ตื่นมาก็ต้องจับมีด

ความเจ็บปวดแล่นปราดจากลำคอลงไปถึงช่องท้องราวกับมีเปลวไฟลามเลียอยู่ภายใน หลินเฟยหรง กระแอมไออย่างรุนแรง ของเหลวรสขมปร่าไหลย้อนขึ้นมาจุกอยู่ที่คอหอย กลิ่นกำยานจางๆ และกลิ่นไม้จันทน์หอมที่อบอวลอยู่ในอากาศไม่ใช่กลิ่นยาฆ่าเชื้อที่คุ้นเคยในห้องผ่าตัด

เปลือกตาหนักอึ้งราวกับมีหินถ่วง เมื่อพยายามกะพริบปรือขึ้นก็เห็นเพียงภาพเลือนรางของเพดานไม้สลักลายเมฆมงคลอันวิจิตร ไม่ใช่ฝ้าเพดานสีขาวสะอาดกับโคมไฟผ่าตัดที่เห็นเป็นประจำก่อนที่รถบรรทุกคันนั้นจะพุ่งเข้าชนรถของเธอ

“คุณหนู! คุณหนูเจ้าคะ!”  เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของเด็กสาวดังอยู่ข้างหู น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและสิ้นหวัง  “คุณหนูฟื้นแล้ว! ฮือ.......เสี่ยวถิงนึกว่าคุณหนูจะไม่ตื่นขึ้นมาอีกแล้ว!”

หลินเฟยหรงพยายามจะเอ่ยปากถามว่า ‘เธอเป็นใคร?’ และ ‘ที่นี่ที่ไหน?’ แต่สิ่งที่ออกมามีเพียงเสียงแหบพร่าและอาการไอสำลักจนตัวงอ ความทรงจำสุดท้ายของเธอคือเสียงเบรกที่ดังลั่น แสงไฟที่สาดจ้า และแรงกระแทกมหาศาลที่ทำให้ร่างของเธอลอยคว้าง ศัลยแพทย์มือหนึ่งอย่างเธอรู้ดีว่าสภาพแบบนั้นไม่น่าจะรอดชีวิตมาได้ แต่ความเจ็บปวดแสบร้อนในกายนี้กลับจริงเสียยิ่งกว่าจริง

ภาพความทรงจำที่ไม่ใช่ของเธอหลั่งไหลเข้ามาในหัวราวกับทำนบเขื่อนแตก คุณหนูใหญ่หลินเฟยหรงแห่งจวนเสนาบดีกรมโยธาธิการ ร่างกายอ่อนแอขี้โรคมาแต่กำเนิด เป็นที่รังเกียจของบิดาตนเองเพราะมารดาเสียชีวิตหลังให้กำเนิดนางได้ไม่นาน

แล้วภาพสุดท้ายของเจ้าของร่างเดิมก็ฉายชัด....นางดื่มซุปบำรุงที่ถูกส่งมาจากที่ใดไม่แน่ชัด ก่อนจะล้มลงพร้อมกับความเจ็บปวดทุรนทุราย

พิษ!

หลินเฟยหรงเบิกตากว้าง สัญชาตญาณแพทย์ทำงานฉับไวกว่าความคิด ริมฝีปากแห้งผากและเริ่มมีสีคล้ำ ลิ้นชาแข็ง ชีพจรเต้นเร็วและอ่อนแรง เหงื่อกาฬแตกพลั่กทั่วร่าง นี่คืออาการของพิษที่ออกฤทธิ์ต่อระบบประสาทและระบบไหลเวียนโลหิตอย่างรวดเร็ว หากรอให้หมอมาถึง ร่างนี้คงได้สิ้นใจเป็นครั้งที่สองอย่างแน่นอน

และในชั่วขณะนั้นเองภาพของม้วนคัมภีร์โบราณก็ปรากฏขึ้นในห้วงจินตนาการ.... มันเป็นม้วนคัมภีร์ตำราสมุนไพร ฝังเข็มและศาสตร์แห่งการเยียวยารักษาทุกแขนงสีทองส่องประกายซึ่งบรรจุความรู้เกี่ยวกับวิชาแพทย์เก่าแก่ที่สูญหายไปจากแผ่นดินนี้หลายร้อยปี ทุกตัวอักษรร้อยเรียงเป็นความรอบรู้เชี่ยวชาญไหลบ่าท่วมท้นเข้าสู่สมองของคุณหนูใหญ่แห่งจวนเสนาบดี เมื่อผนวกกับความสามารถด้านการแพทย์ในยุคศตวรรษที่ยี่สิบเอ็ดอันล้ำสมัย หลินเฟยหรงก็กลายเป็นยอดพธูแห่งวิชาแพทย์ที่ยากจะหาผู้ใดเทียบเคียง

“เสี่ยวถิง.......” นางเค้นเสียงออกมาอย่างยากลำบาก “ฟังข้า......”

“เจ้าค่ะคุณหนู! เสี่ยวถิงฟังอยู่เจ้าค่ะ!” สาวใช้รีบเช็ดน้ำตาแล้วก้มลงเงี่ยหูฟัง

“ไป......เอามีดเล็ก....เหล้าขาว.....แล้วก็......ปิ่นปักผมที่แหลมที่สุดมาให้ข้า เร็ว!”

เสี่ยวถิงหน้าซีดเผือด

“คุณหนูจะทำอะไรเจ้าคะ! อย่าคิดสั้นนะเจ้าคะ! นายท่านให้คนไปตามท่านหมอแล้ว ท่านหมอกำลังมาช่วยชีวิตคุณหนูเดี๋ยวนี้....!”

“ไม่มีเวลาแล้ว!”  หลินเฟยหรงตวาดเสียงกร้าวเท่าที่เรี่ยวแรงจะอำนวย ดวงตาที่เคยอ่อนแสงกลับฉายแววคมกล้าเด็ดเดี่ยว  “ถ้าเจ้าอยากให้ข้ารอด....ก็จงทำตามที่สั่ง!”

แววตาคู่นั้นทำให้เสี่ยวถิงตัวแข็งทื่อ มันไม่ใช่แววตาของคุณหนูผู้อ่อนแอที่นางรู้จักเลยแม้แต่น้อย เด็กสาวผงกศีรษะอย่างลนลานแล้ววิ่งไปรื้อค้นของบนโต๊ะเครื่องแป้งอย่างตื่นตระหนก นางหยิบปิ่นหยกขาวปลายแหลมกริบ มีดสั้นสำหรับตัดด้ายปักผ้า และเทเหล้าขาวจากกาที่ตั้งอยู่บนโต๊ะมาทั้งขวด

หลินเฟยหรงรับของมาด้วยมือที่สั่นเทา นางกัดฟันแน่นเพื่อข่มความเจ็บปวดพลางใช้นิ้วชี้อีกข้างเคาะที่ข้อมือเป็นจังหวะการเต้นของหัวใจอย่างรวดเร็วเพื่อประเมินสถานการณ์

เร็วเกินไป....ความดันเลือดกำลังตก!’

ในหัวมีแต่ภาพห้องผ่าตัดที่สว่างจ้า เสียงสัญญาณชีพที่ดังระรัวเตือนอันตราย และใบหน้าของผู้ป่วยที่แพทย์หญิงหลินเคยสูญเสียไปคาเตียง.... ความผิดพลาดครั้งนั้นตามหลอกหลอนเธอมาตลอดชีวิตที่แล้ว ชาตินี้ผู้ป่วยคนแรกของเธอคือตัวเธอเอง และเธอจะไม่มีวันยอมให้ประวัติศาสตร์ซ้ำรอยเด็ดขาด!

หลินเฟยหรงราดเหล้าขาวลงบนปลายปิ่นและใบมีดจนชุ่มเพื่อฆ่าเชื้อเท่าที่จะทำได้ จากนั้นก็พับแขนเสื้อข้างซ้ายขึ้น เผยให้เห็นผิวขาวซีดและเส้นเลือดสีเขียวจางๆ สายตาคมกริบของศัลยแพทย์มองหาตำแหน่งที่แม่นยำที่สุด ก่อนจะใช้ปลายปิ่นกดลงบนจุดชีพจรเหนือข้อมือเพื่อชะลอการไหลเวียนของเลือด

“คุณหนู!” เสี่ยวถิงร้องเสียงหลงเมื่อเห็นการกระทำนั้น

“เงียบนะ!”

หลินเฟยหรงสั่งเสียงเฉียบขาด นางสูดลมหายใจเข้าลึกแล้วใช้มีดสั้นกรีดลงบนแขนบริเวณเหนือข้อพับขึ้นมาเล็กน้อยอย่างรวดเร็วและแม่นยำ เลือดสีคล้ำเกือบดำทะลักออกมาทันทีพร้อมกับกลิ่นเหม็นคาวจางๆ

มันคือการระบายเลือดเสียเพื่อลดปริมาณพิษที่เข้าสู่กระแสเลือดโดยตรง เป็นวิธีปฐมพยาบาลเบื้องต้นที่เสี่ยงอันตรายอย่างยิ่งหากทำโดยผู้ที่ไม่รู้จักศาสตร์แห่งกายวิภาคอย่างแท้จริง แต่สำหรับศัลยแพทย์อย่างเธอ มันคือทางรอดเดียวในตอนนี้

เลือดสีดำไหลออกมาเรื่อยๆ จนเริ่มเปลี่ยนเป็นสีแดงสดขึ้น หลินเฟยหรงรู้สึกว่าอาการหายใจติดขัดเริ่มทุเลาลง แต่เรี่ยวแรงของนางก็ใกล้จะหมดเต็มที นางเหลือบไปเห็นกล่องเข็มเงินสำหรับงานเย็บปักที่วางอยู่ใกล้ๆ จึงรีบคว้ามาอย่างไม่ลังเล

“คุณหนู.....เลือด.....เลือดออกใหญ่แล้วเจ้าค่ะ!”

เสี่ยวถิงตัวสั่นงันงกทำอะไรไม่ถูก นางยกชายแขนเสื้อตัวเองขึ้นมากัดด้วยความขวัญเสีย

หลินเฟยหรงไม่สนใจเสียงร้องของสาวใช้ นางดึงเข็มเงินออกมาสามเล่ม ราดด้วยเหล้าขาวอีกครั้ง ก่อนจะแทงมันลงไปบนจุดชีพจรสามจุดรอบแผลกรีดด้วยความเร็วและองศาที่แม่นยำราวกับจับวาง เป็นการสกัดจุดเพื่อห้ามเลือดและป้องกันไม่ให้พิษที่ยังตกค้างไหลย้อนกลับเข้าสู่หัวใจ

ทันทีที่เข็มเล่มสุดท้ายปักลง ประตูห้องก็ถูกกระแทกเปิดออกเสียงดังโครม!

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
26 Chapters
ตื่นมาก็ต้องจับมีด
ความเจ็บปวดแล่นปราดจากลำคอลงไปถึงช่องท้องราวกับมีเปลวไฟลามเลียอยู่ภายใน ‘หลินเฟยหรง’ กระแอมไออย่างรุนแรง ของเหลวรสขมปร่าไหลย้อนขึ้นมาจุกอยู่ที่คอหอย กลิ่นกำยานจางๆ และกลิ่นไม้จันทน์หอมที่อบอวลอยู่ในอากาศไม่ใช่กลิ่นยาฆ่าเชื้อที่คุ้นเคยในห้องผ่าตัดเปลือกตาหนักอึ้งราวกับมีหินถ่วง เมื่อพยายามกะพริบปรือขึ้นก็เห็นเพียงภาพเลือนรางของเพดานไม้สลักลายเมฆมงคลอันวิจิตร ไม่ใช่ฝ้าเพดานสีขาวสะอาดกับโคมไฟผ่าตัดที่เห็นเป็นประจำก่อนที่รถบรรทุกคันนั้นจะพุ่งเข้าชนรถของเธอ“คุณหนู! คุณหนูเจ้าคะ!” เสียงร้องไห้สะอึกสะอื้นของเด็กสาวดังอยู่ข้างหู น้ำเสียงนั้นเต็มไปด้วยความตื่นตระหนกและสิ้นหวัง “คุณหนูฟื้นแล้ว! ฮือ.......เสี่ยวถิงนึกว่าคุณหนูจะไม่ตื่นขึ้นมาอีกแล้ว!”หลินเฟยหรงพยายามจะเอ่ยปากถามว่า ‘เธอเป็นใคร?’ และ ‘ที่นี่ที่ไหน?’ แต่สิ่งที่ออกมามีเพียงเสียงแหบพร่าและอาการไอสำลักจนตัวงอ ความทรงจำสุดท้ายของเธอคือเสียงเบรกที่ดังลั่น แสงไฟที่สาดจ้า และแรงกระแทกมหาศาลที่ทำให้ร่างของเธอลอยคว้าง ศัลยแพทย์มือหนึ่งอย่างเธอรู้ดีว่าสภาพแบบนั้นไม่น่าจะรอดชีวิตมาได้ แต่ความเจ็บปวดแสบร้อนในกายนี้กลับจริงเสียยิ่งกว่าจริง
last updateLast Updated : 2026-08-28
Read more
ตื่นมาก็ต้องจับมีด ( 2 )
“เกิดอะไรขึ้น! เสียงดังเอะอะโวยวายอะไรกัน!”นายท่านหลิน เสนาบดีอาวุโสเจ้าของจวนก้าวเข้ามาด้วยใบหน้าถมึงทึง ตามหลังมาด้วยหมอหลวงเสิ่นซึ่งได้รับการขอร้องไหว้วานให้มาช่วยรักษาอาการป่วยกะทันหันของคุณหนูใหญ่หลินหมอหลวงเสิ่นเดินตรงเข้ามาที่เตียง ทว่าพอเห็นสภาพของคุณหนูใหญ่เท่านั้นก็ถึงกับขมวดคิ้วนิ่วหน้า“นี่มันเรื่องอะไรกัน! เหตุใดคุณหนูใหญ่จึงทำร้ายร่างกายตนเองเช่นนี้!?”เขาเห็นแขนเสื้อที่ถลกขึ้น รอยกรีดที่น่ากลัว และเลือดที่เปรอะเปื้อนผ้าปูที่นอน ในใจก็ด่วนสรุปไปแล้วว่านี่คือการประชดประชันหรือพยายามฆ่าตัวตายของสตรีที่ไม่ได้ดั่งใจนายท่านหลินเห็นสภาพบุตรสาวก็มีสีหน้าเย็นชาขึ้นหลายส่วน“เฟยหรง! นี่เจ้าคิดจะทำอะไร!”หลินเฟยหรงไม่มีแรงจะต่อปากต่อคำ นางเพียงแค่พิงหมอนหอบหายใจอย่างอ่อนแรง พลางชี้นิ้วไปทางแขนของตนเองเป็นสัญญาณให้หมอหลวงตรวจดูหมอหลวงเสิ่นแค่นเสียงในลำคออย่างไม่พอใจ แต่ก็ยอมก้มลงไปหมายจะจับชีพจรตามหน้าที่ ทว่าวินาทีที่สายตาของเขามองเห็นเข็มเงินสามเล่มที่ปักอยู่บนแขนขาวซีดนั้น ร่างทั้งร่างของเขาก็พลันแข็งทื่อไปในทันทีดวงตาของหมอหลวงเบิกกว้างจนแทบถลนออกมาจากเบ้า มือที่กำลังจะยื่
last updateLast Updated : 2026-08-28
Read more
หล่นทับมัจจุราช
รัตติกาลมาเยือนพร้อมกับสายลมเย็นที่พัดโชยเข้ามาทางหน้าต่าง หลินเฟยหรงในชุดบุรุษสีเทาเข้มรวบผมยาวขึ้นเป็นมวยสูงอย่างทะมัดทะแมง ร่างกายที่ยังไม่ฟื้นตัวเต็มที่ทำให้การเคลื่อนไหวติดขัดอยู่บ้าง แต่นางไม่มีทางเลือกอื่น นางสำรวจลาดเลาจากหน้าต่างห้องนอนอยู่ครู่ใหญ่ เมื่อเห็นว่ายามเฝ้าเวรเดินตรวจผ่านไปแล้วจึงค่อยๆ ย่องออกจากห้องอย่างเงียบเชียบเป้าหมายของนางคือกำแพงสูงด้านหลังจวนซึ่งเป็นจุดที่ลับตาคนที่สุด นางอาศัยความมืดและความรู้จากความทรงจำของร่างเดิมหลบหลีกยามรักษาการณ์ไปตามเงาไม้ได้อย่างคล่องแคล่ว หัวใจของศัลยแพทย์มือหนึ่งในโลกเก่าไม่เคยเต้นระทึกเท่านี้มาก่อนกำแพงจวนสูงชันกว่าที่คิดไว้มาก อิฐแต่ละก้อนเย็นเฉียบและเต็มไปด้วยตะไคร่ที่ลื่นมือ หลินเฟยหรงกัดฟันแน่น นางเกาะเกี่ยวรอยแตกของอิฐและเถาวัลย์ที่เลื้อยพันอยู่บนกำแพงเพื่อพยุงร่างของตนเองขึ้นไปทีละน้อย เหงื่อเม็ดเล็กผุดพรายขึ้นบนหน้าผาก ลมหายใจเริ่มหอบกระชั้น‘อีกแค่นิดเดียว….!’นางพึมพำกับตัวเองขณะเอื้อมมือไปเกาะกิ่งไม้ใหญ่ที่ยื่นออกมาจากยอดกำแพงเพื่อใช้เป็นที่ยึดสุดท้ายแต่แล้ว....แกรก!เสียงกิ่งไม้ผุหักดังลั่นขึ้นท่ามกลางความเงียบสงั
last updateLast Updated : 2026-08-28
Read more
ปะทะคารม
สิบวันให้หลังเหตุการณ์ข้างกำแพงจวนคืนนั้น เมื่อได้หญ้าสมุนไพรน้ำค้างช่วยบรรเทาความปวดแสบปวดร้อนในทรวงอก อาการของหลินเฟยหรงก็ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แม้นร่างกายจะยังไม่กลับมาแข็งแรงสมบูรณ์เต็มร้อย แต่ก็ไม่ถึงกับต้องนอนติดเตียงตลอดวันอีกต่อไปกลิ่นไม้จันทน์หอมลอยอบอวลอยู่ในห้อง ปลายนิ้วเรียวของหลินเฟยหรงกำลังบรรจงปักเข็มเงินลงบนหุ่นผ้าที่ยัดนุ่นไว้แน่น ตรงตำแหน่งจุดฝังเข็มสำคัญต่างๆ ที่นางทำเครื่องหมายไว้ด้วยตนเอง ความรู้และความทรงจำด้านกายวิภาคศาสตร์จากชาติก่อนผสานเข้ากับตำราหมอเทวดาซึ่งติดตัวมากับร่างนี้อย่างน่าอัศจรรย์ นางขยับเข็มด้วยความเร็วและความแม่นยำที่เสี่ยวถิงซึ่งยืนมองอยู่ข้างๆ ถึงกับตาค้าง“คุณหนู.... นี่ท่านไปเรียนรู้วิชาฝังเข็มมาจากที่ใดหรือเจ้าคะ”สาวใช้เอ่ยถามด้วยความทึ่ง หลังจากเห็นคุณหนูของตนนั่งทำเช่นนี้มาหลายวันแล้วหลินเฟยหรงชะงักมือเล็กน้อย มุมปากยกขึ้นเป็นรอยยิ้มบางเบา“ก็อ่านจากตำราในห้องหนังสือของท่านพ่ออย่างไรเล่า”นางตอบปัดไปโดยไม่ได้มองหน้าคู่สนทนา ความจริงแล้วนี่คือการฝึกฟื้นฟูความรู้สึกของปลายนิ้วให้กลับมาเฉียบคมเหมือนตอนที่นางยังเป็นศัลยแพทย์ทันใดนั้น เสียง
last updateLast Updated : 2026-08-28
Read more
ปะทะคารม ( 2 )
“หม่อมฉันมีข้อเสนอที่ดีกว่าการรื้อค้นจวนให้เสียเวลามาเสนอให้ท่านอ๋องพิจารณา”นางกล่าวขึ้น ทำลายความเงียบอันน่าอึดอัดลง“ว่ามา”“แลกกับการที่ท่านอ๋องและทหารของท่านถอนกำลังออกไปจากจวนของบิดาหม่อมฉันในวันนี้ หม่อมฉันจะรักษาอาการป่วยเรื้อรังที่ทำให้ท่านอ๋องต้องเจ็บปวดทรมานทุกลมหายใจให้หายขาด”คำพูดของนางราวกับสายฟ้าที่ฟาดลงกลางโถง ทุกคนต่างตกตะลึง นายท่านหลินอ้าปากค้าง.... ส่วนจ้าวหยางเจี้ยนนั้น ดวงตาสีนิลของเขาหรี่ลงจนกลายเป็นเส้นตรง เปล่งประกายอันตรายออกมาอย่างไม่ปิดบัง“เจ้าพูดเรื่องอะไร”“ท่านอ๋องทราบดีแก่ใจ” หลินเฟยหรงไม่หลบสายตา “บาดแผลเก่าที่ท่านได้รับจากสนามรบเมื่อสามปีก่อน แม้ภายนอกจะดูหายดีแล้ว แต่ภายในกลับเน่าเปื่อย ลุกลามกัดกินอวัยวะของท่านอย่างช้าๆ ใช่หรือไม่เพคะ” นางหยุดเว้นจังหวะ ก่อนจะกล่าวต่อด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่นขึ้น“พิษประหลาดที่อาบอยู่บนคมดาบนั้นยังคงตกค้างอยู่ในร่างกาย ทำให้พระองค์มีไข้ต่ำครั่นเนื้อครั่นตัวอยู่ตลอดเวลาในยามค่ำคืน เจ็บแปลบบริเวณหน้าอกฝั่งซ้ายทุกครั้งที่หายใจเข้าลึก และที่สำคัญ แผลนั้นไม่เคยแห้งสนิท ยังคงมีของเหลวซึมออกมาเสมอ”ความเงียบเข้าปกคลุมทั
last updateLast Updated : 2026-08-28
Read more
โลหิตสีชาดที่กัดกร่อน
แสงเทียนจากโคมศิลาและตะเกียงน้ำมันส่องสว่างวูบวาบไปทั่วโถงใหญ่แห่งจวนสกุลหลิน ซึ่งบัดนี้ถูกปรับเปลี่ยนให้กลายเป็นเรือนแพทย์สนามชั่วคราวอย่างเร่งด่วน อากาศภายในห้องปิดทึบอบอวลไปด้วยกลิ่นสุราขาวเข้มข้นปะปนกับกลิ่นสมุนไพรฆ่าเชื้อที่ฉุนจนแสบจมูก หลินเฟยหรงกำลังจุ่มมีดผ่าตัดเล่มเล็กที่ถูกตีขึ้นมาเป็นพิเศษ คีมโลหะ และเข็มโค้งลงในชามกระเบื้องเคลือบที่บรรจุสุรากลั่นฤทธิ์แรงที่สุดเพื่อทำความสะอาดแสงสะท้อนจากตะเกียงจับจ้องบนใบมีดที่ถูกลับจนคมกริบ ขับเน้นให้เห็นใบหน้างามที่เรียบเฉยและเยือกเย็นของสตรีผู้อยู่หลังคมมีด ม่านตาของนางหดเล็กลง จดจ่ออยู่กับอุปกรณ์ทุกชิ้นที่ถูกคีบขึ้นมาวางเรียงบนผ้าขาวสะอาดซึ่งปูรอไว้ข้างเตียงไม้กลางโถง โซ่วอ๋อง จ้าวหยางเจี้ยนนอนพิงหมอนแพรหลายใบที่ซ้อนกันอยู่ ทรวงอกเปลือยเปล่าของเขาเผยให้เห็นมัดกล้ามเนื้อที่แข็งแกร่งสมชายชาตินักรบ หากสิ่งที่สะกดสายตายิ่งกว่าคือบาดแผลฉกรรจ์บริเวณเหนือราวนมซ้าย บัดนี้ขอบแผลกลายเป็นสีดำคล้ำและส่งกลิ่นเนื้อตายจางๆ คลุ้งปะปนกับกลิ่นสุรา ชายหนุ่มมองการกระทำของนางเงียบๆ สายตาคมปลาบดุจเหยี่ยวจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวอย่างไร้ซึ่งความหวาดกลัว มีเ
last updateLast Updated : 2026-08-31
Read more
กรงทองของคนร้อยเล่ห์
กลิ่นไหม้เกรียมของโลหะที่ถูกกัดกร่อนยังคงติดอยู่ในความทรงจำของหลินเฟยหรง แม้จะผ่านมาแล้วเจ็ดวันเจ็ดคืนเต็ม กลิ่นฉุนของสมุนไพรที่นางกำลังบดอย่างพิถีพิถันในโกร่งหยกขาวก็ไม่อาจกลบมันได้หมดจดปลายนิ้วเรียวเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่วและมั่นคง หยิบรากหญ้าจันทราเงินและเกล็ดพญาอสรพิษสาดแสงมาผสมกันในอัตราส่วนที่แม่นยำ ของเหลวสีดำข้นในชามข้างๆ คือโลหิตพิษที่นางรีดออกมาจากบาดแผลของจ้าวหยางเจี้ยนเมื่อเจ็ดวันก่อน นางใช้มันทีละหยดเพื่อทดสอบกับสมุนไพรนับร้อยชนิด นี่คือวิธีเดียวที่จะหาตัวยาถอนพิษกลืนโลหะที่ไม่มีบันทึกไว้ในตำราใดๆ ได้“คุณหนูเจ้าคะ ท่านควรจะพักผ่อนบ้างนะเจ้าคะ” เสี่ยวถิงยกถ้วยชาน้ำขิงร้อนเข้ามาวางบนโต๊ะเล็กด้านข้าง นางมองวงตาดำคล้ำใต้ตาของคุณหนูด้วยความเป็นห่วง “นับตั้งแต่รักษาโรคพิษประหลาดให้โซ่วอ๋องวันนั้น คุณหนูก็ขลุกอยู่แต่ในห้องหนังสือ หมกมุ่นกับการทดลองยานี่ทั้งวันทั้งคืน”หลินเฟยหรงไม่แม้แต่จะเงยหน้าขึ้นจากงานในมือ นางใช้เข็มเงินจุ่มตัวยาที่เพิ่งผสมเสร็จลงไปในชามโลหิตพิษอย่างระมัดระวังฟู่....เกิดฟองอากาศเล็กๆ ผุดขึ้นบนผิวของเหลวสีดำ ก่อนที่ทุกอย่างจะกลับมาสงบนิ่งอีกครั้ง ไม่ไ
last updateLast Updated : 2026-09-01
Read more
กรงทองของคนร้อยเล่ห์ ( 2 )
“ท่านอ๋อง! นี่มันไม่เหมาะสม!” หลินเฟยหรงโพล่งขึ้นมาอย่างลืมตัว “หม่อมฉันเป็นสตรีที่ยังไม่ออกเรือน เป็นถึงคู่หมั้นพระราชทานของพระองค์ การย้ายเข้าไปอยู่ในจวนอ๋องก่อนพิธีสมรสจะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงได้นะเพคะ!”“ชื่อเสียงของเจ้า หรือชีวิตของข้า สิ่งไหนสำคัญกว่ากัน” จ้าวหยางเจี้ยนย้อนถามด้วยน้ำเสียงเย็นเยียบ แววตาของเขาปราศจากร่องรอยของการหยอกเย้าล้อเล่นใดๆ “อีกอย่าง ข้าได้แจ้งเรื่องนี้ให้เสนาบดีหลินทราบแล้ว และเขาก็ไม่คัดค้าน”คำพูดสุดท้ายของเขาราวกับน้ำเย็นที่สาดใส่หน้าหญิงสาวจนชาไปหมด บิดาของนาง.... ยอมยกนางให้เขาไปง่ายๆ เช่นนี้เชียวหรือความรู้สึกขมขื่นแล่นปราดขึ้นมาในอก แต่หลินเฟยหรงสะกดมันเอาไว้ได้ทัน นางเงยหน้าขึ้นสบตากับเขาอย่างไม่ยอมแพ้ ดวงตาฉายแววท้าทายอย่างชัดเจน“หม่อมฉันจะไป” นางเอ่ยเสียงหนักแน่น “แต่มีเงื่อนไข”มุมปากของจ้าวหยางเจี้ยนยกขึ้นเล็กน้อยคล้ายจะเย้ยหยัน“เจ้าคิดว่าตัวเองอยู่ในสถานะที่จะต่อรองได้หรือ”“เสี่ยวถิงต้องไปกับหม่อมฉัน และท่านอ๋องต้องจัดหาห้องทดลองยาพร้อมด้วยสมุนไพรทุกชนิดที่หม่อมฉันต้องการให้” นางกล่าวต่อโดยไม่สนใจท่าทีของเขา “หากท่านทำไม่ได้ การรัก
last updateLast Updated : 2026-09-01
Read more
ปะทะวิชาแพทย์
หนึ่งสัปดาห์ผ่านไปนับตั้งแต่วันที่หลินเฟยหรงถูกกักบริเวณอยู่ในกรงทองของจ้าวหยางเจี้ยน ความตึงเครียดในวันแรกค่อยๆ คลายตัวลงสู่สภาวะสงบศึกชั่วคราว กิจวัตรประจำวันของนางวนเวียนอยู่กับการปรุงยาถอนพิษและล้างแผลให้เขาในห้องนอนที่เชื่อมถึงกันทุกเช้าภายในห้องนอนอันโอ่อ่าของแม่ทัพเชื้อพระวงศ์หนุ่ม กลิ่นยาและสมุนไพรเจือจางอยู่ในอากาศ หลินเฟยหรงกำลังใช้คีมคีบสำลีชุบน้ำเกลืออุ่นเช็ดรอบปากแผลที่ทรวงอกของเขาอย่างเบามือ บาดแผลที่เคยน่าสยดสยองบัดนี้ขอบแผลเริ่มสมานตัว เนื้อตายสีดำถูกกำจัดออกไปจนเกือบหมดสิ้น เหลือเพียงรอยแผลเป็นสีแดงคล้ำที่ยังดูน่ากลัวอยู่บ้างจ้าวหยางเจี้ยนนั่งพิงหัวเตียง เปลือยท่อนบน รับการรักษาโดยไม่เอ่ยปากวิพากษ์แม้แต่ถ้อยคำเดียว สายตาคมกริบของเขาไม่ได้จับจ้องที่บาดแผล แต่กลับมองดวงหน้าหมดจดของสตรีตรงหน้าไม่วางตา ปลายนิ้วของนางเคลื่อนไหวอย่างมั่นคงและนุ่มนวล ความใส่ใจในทุกรายละเอียดของนางทำให้เขารู้สึก.... วางใจอย่างน่าประหลาด“แผลของพระองค์ดีขึ้นมากแล้ว อีกไม่นานก็จะปิดสนิท” นางเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบ ขณะใช้ผ้าพันแผลผืนใหม่พันรอบอกของเขา “แต่พิษยังคงอยู่ในกระแสเลือด หม่อมฉันยังต
last updateLast Updated : 2026-09-02
Read more
ปะทะวิชาแพทย์ ( 2 )
ครู่ต่อมา เสี่ยวถิงก็กลับมาพร้อมกับหุ่นผ้าขนาดเท่าตัวคนที่หลินเฟยหรงทำขึ้นเอง บนตัวหุ่นมีเส้นสายลายจุดที่ขีดเขียนไว้ด้วยหมึกสีแดงและดำอย่างละเอียดซับซ้อน มันคือแผนภาพจำลองระบบกล้ามเนื้อและเส้นประสาทที่นางวาดขึ้นจากความทรงจำเมื่อครั้งเรียนวิชากายวิภาคศาสตร์ในชาติก่อน สร้างความประหลาดใจให้แก่ทุกคนที่ได้เห็นเป็นอย่างยิ่ง“นี่มัน.... ของวิเศษอันใดกัน”หมอเฒ่าอู๋พึมพำ จ้องมองลายเส้นประหลาดบนหุ่นตาไม่กะพริบหลินเฟยหรงไม่ตอบ นางหันไปหาองครักษ์ลิ่วเฟิง“ท่านลองยกแขนขวาขึ้นช้าๆ”องครักษ์หนุ่มทำตาม แต่เมื่อยกแขนขึ้นได้เพียงครึ่งทาง สีหน้าของเขาก็บิดเบี้ยวด้วยความเจ็บปวด“เจ็บบริเวณใดมากที่สุด” นางถามเสียงเรียบ“หัวไหล่ด้านหลังขอรับคุณหนู ราวกับมีของแหลมทิ่มแทงอยู่ตลอดเวลา”หลินเฟยหรงพยักหน้า นางเดินไปที่หุ่นผ้าแล้วใช้นิ้วชี้ไปที่จุดๆ หนึ่งบริเวณสะบักหลัง“อาการปวดของท่านไม่ได้เกิดจากเส้นลมปราณติดขัดดังที่ตำราแพทย์โบราณว่าไว้ แต่มันเกิดจากการที่กล้ามเนื้อมัดนี้” นางใช้นิ้วลากไปตามเส้นสีแดงบนหุ่น “อักเสบและกดทับ ‘เส้นสัญญาณ’ ที่เชื่อมต่อไปยังแขนของท่าน”คำว่า ‘กล้ามเนื้อ’ และ ‘เส้นสัญญาณ’ เป็นศั
last updateLast Updated : 2026-09-02
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status