Beranda / ระบบ / ซูเมี่ยวจิน / อันตรายบนภูเขา

Share

อันตรายบนภูเขา

Penulis: 橙花
last update Terakhir Diperbarui: 2025-10-07 08:16:12

ซูเมี่ยวจินใช้ความเร็วเพิ่มขึ้นเพื่อเดินขึ้นเขาฝั่งตะวันออก ครึ่งชั่วโมงต่อมา เสียงของระบบก็ดังขึ้นอย่างตื่นเต้น

[เจ้านาย อีกหนึ่งกิโลเมตรข้างหน้ามีเสือลายพาดกลอนตัวใหญ่ครับ]

[ฮะ! ทำไมนายไม่บอกให้เร็วกว่านี้เล่า ตอนนี้ฉันจะหนีก็สายไปแล้ว บัดซบ!!!]

[อ้าว ก็เจ้านายบอกให้ผมค้นหาสัตว์ใหญ่ไม่ใช่หรือครับ]

[พอเลย! ฉันจะสำรวจแถวนี้ก่อนว่ามีกับดักสัตว์ไหม ถ้ามีจะได้ล่อมันเข้ามาติดกับ]

[ครับ ๆ เจ้านายระวังโสมจะเสียหายด้วยนะครับ]

[รู้แล้วน่า! ฉันจะวางตะกร้าซ่อนไว้แถวนี้ก่อน นายอย่าลืมเตือนฉันล่ะ]

[ทราบแล้วครับเจ้านาย ระวังตัวด้วยนะครับ]

ซูเมี่ยวจินหาที่ซ่อนตะกร้าโสมของเธอเสร็จ เธอเดินมองโดยรอบบริเวณก็ไม่เห็นว่าจะมีกับดักสัตว์อยู่เลย ซูเมี่ยวจินได้แต่ชักมีดพร้าออกมาและตัดสินใจเดินต่อไปยังสถานที่ที่ระบบบอกว่ามีเสือลายพาดกลอนอยู่ ตั้งแต่ร่างกายเธอหายดี ซูเมี่ยวจินก็ไม่ได้ต่อสู้มานานแล้ว วันนี้เธอต้องรับศึกหนักจากเจ้าเสือตัวใหญ่ ซูเมี่ยวจินยอมเสี่ยงที่จะล่ามัน เพราะหากล่าได้ เงินจากการขายมันจะเพิ่มขึ้นอีกมากโข

โฮก!!!!

เสียงคำรามของเสือตัวเขื่องดังมาเมื่อมันเห็นมนุษย์ร่างบาง ซูเมี่ยวจินรอดูท่าทีของมันก่อนจะลงมือ หากว่ามันไม่คิดจะทำร้ายเธอ เธออาจจะเดินกลับไปเอาตะกร้าโสมและรีบไปที่ลำธารตามนัดแทน น่าเสียดายที่เสือตัวนั้นกำลังหิวพอดี มันวิ่งตรงเข้าหาซูเมี่ยวจินด้วยความเร็วสูงสุด

ซูเมี่ยวจินเตรียมรับมืออย่างรวดเร็ว เมื่อเสือพุ่งเข้ามาในระยะต่อสู้ เธอก็กระโจนเข้าใส่พร้อมกัดแกว่งมีดพร้าใส่ร่างของเสือร้ายด้วยความรุนแรงและรวดเร็วไม่ต่างจากเสือตัวนั้นที่ใช้อุ้งเท้าตบเข้าที่ร่างของเธอ ดีที่ซูเมี่ยวจินหลบทันแต่ก็ยังถูกกรงเล็บของมันฉีกเสื้อหนังจนเสียหายอีก

“ไอ้เสือบ้า! แกรู้ไหมว่าเสื้อตัวนี้ราคาเท่าไหร่ บังอาจทำเสื้อฉันเสียหาย ตายซะ!”

ซูเมี่ยวจินใช้ความคล่องแคล่วและว่องไวของเธอหลบหลีกกรงเล็บเสือ เธอยังฟาดฟันมีดพร้าที่คมกริบไปยังจุดตายของเสือร้ายหลายครั้ง น่าเสียดายที่หนังของมันนั้นหนามาก ซูเมี่ยวจินได้แต่ต้องจัดการจุดอ่อนของมันที่ใบหน้าซึ่งเป็นเป้าหมายขนาดเล็ก เธอจำเป็นต้องใช้สมาธิและความแม่นยำจัดการ ไม่อย่างนั้นเธอจะต้องได้รับบาดเจ็บอีกครั้งแน่ ถ้าครั้งนี้เธอบาดเจ็บอีก ฉางเล่ยคงไม่ยอมให้เธอขึ้นเขากับเขาอีกต่อไป

หนึ่งคนหนึ่งเสือโรมรันพันตูกันอยู่นานเกือบหนึ่งชั่วโมง ซูเมี่ยวจินได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยจากกรงเล็บของมัน แต่เสือตัวนั้นกลับกำลังบาดเจ็บสาหัส มันกำลังหาจังหวะที่จะหนีออกจากการต่อสู้ครั้งนี้ หลังจากที่ทำอย่างไรก็ไม่อาจสร้างบาดแผลขนาดใหญ่ให้มนุษย์ตรงหน้า มันไม่คิดว่ามนุษย์ร่างบางคนนี้จะมีความสามารถในการต่อสู้มากกว่ามันเสียอีก

“คิดจะหนีเหรอ! ฝันไปเถอะ!” ซูเมี่ยวจินกระโจนเข้าใส่เสือที่กำลังอ่อนล้าอีกครั้ง

มีดพร้าถูกฟันลงกลางกระโหลกศรีษะของเสือตัวเขื่องอย่างแรง มันได้แต่ร้องเสียงดังออกมาอย่างเจ็บปวด ซูเมี่ยวจินเมื่อเห็นร่างของเสือตรงหน้าทรุดลง เธอรีบฟันมีดเข้าที่คอของมันจนเลือดสาดกระเซ็นไปทั่ว เสือร้ายกระเสือกกระสนอยู่ไม่นานก็แน่นิ่งไปเพราะเสียเลือดมาก

“แฮ่กๆ บ้าเอ้ย! บาดเจ็บอีกจนได้ ฉางเล่ยต้องไม่ให้ฉันขึ้นเขาอีกแน่”

ซูเมี่ยวจินบ่นป้อย ๆ ขณะที่กำลังจัดการกลบเลือดเสือและหาไม้แถวนั้นมามัดเสือเอาไว้เพื่อลากมันไปยังลำธารเพื่อทำความสะอาด ไม่อย่างนั้นสัตว์ตัวอื่นคงตามรอยเลือดมาแน่

[เจ้านายเก่งมากเลยครับ อย่าลืมไปเอาตะกร้าโสมนะครับเจ้านาย]

[อืม… รอฉันจัดการเสือตัวนี้ก่อน นี่มันกี่โมงแล้วเนี่ย]

[ใกล้ถึงเวลานัดกับคุณฉางเล่ยแล้วครับเจ้านาย]

[บ้าจริง! ฉันต้องเร่งมือแล้ว]

ซูเมี่ยวจินถึงแม้จะบาดเจ็บหลายแห่ง แต่ก็เป็นเพียงบาดแผลภายนอก เธอไม่สนใจเลือดที่ไหลออกจากร่างเลยแม้แต่น้อย ตอนนี้เธอมัดเสือเอาไว้กับไม้ขนาดย่อมท่อนหนึ่งอย่างแน่นหนา จากนั้นจึงลากมันไปยังใต้ต้นไม้ที่เธอซ่อนตะกร้าโสมเอาไว้ก่อนหน้านี้อย่างทุลักทุเลเล็กน้อย เนื่องจากสภาพภูมิประเทศบนภูเขาไม่เอื้อให้เธอลากมันไปมาได้ง่ายนัก อีกทั้งขนาดตัวของมันก็ใหญ่มากจริง ๆ หากเป็นคนอื่นที่เจอเสือตัวนี้ ป่านนี้เขาคงกลายเป็นร่างไร้วิญญาณไปนานแล้ว

ฉางเล่ยตอนนี้มาถึงริมลำธารสักพักแล้ว เขามองหาร่างบางของซูเมี่ยวจินก็ไม่เห็นแม้แต่เงา ฉางเล่ยขมวดคิ้วมุ่นอย่างกังวล

“เธอไปถึงไหนกันนะ ทำไมป่านนี้แล้วยังไม่มาอีก” ฉางเล่ยบ่นอยู่คนเดียว

ส่วนคนที่เขากำลังบ่นถึงนั้น ตอนนี้เธอกำลังลากเสือตัวใหญ่มาทางทิศตะวันตกบริเวณลำธารที่นัดกับฉางเล่ยเอาไว้ ซูเมี่ยวจินกัดฟันเร่งความเร็วที่คิดว่าเร็วที่สุดแล้ว แต่จนใจที่เสือตัวนี้หนักเอาการ ทำให้กว่าเธอจะเดินทางมาถึงริมลำธารที่นัดกับฉางเล่ยเอาไว้ก็ใช้เวลากว่าหนึ่งชั่วโมงเลยทีเดียว

“คุณ! นี่คุณบาดเจ็บอีกแล้วเหรอ” ฉางเล่ยที่คอยมองตลอดว่าเมื่อไหร่ซูเมี่ยวจินจะมาถึง เขารีบลุกขึ้นและวิ่งเข้าไปหาเธออย่างเป็นห่วง เมื่อเห็นเธอลากเสือตัวใหญ่มาพร้อมกับรอยเลือดที่ติดอยู่บนเสื้อของซูเมี่ยวจิน

“ฉันไม่เป็นอะไรมากหรอกค่ะ นี่เลือดของเสือตัวนี้ต่างหาก” ซูเมี่ยวจินไม่อยากให้ฉางเล่ยเป็นห่วงจึงบอกไปอย่างนั้น

“ทีหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะครับ ถ้าเจอเสือต้องรีบหนีรู้หรือเปล่า หากคุณเป็นอะไรไปผมจะบอกครอบครัวยังไง” ฉางเล่ยที่รับเสือจากมือเล็กของซูเมี่ยวจินมาแล้วลากไปที่ริมลำธารเพื่อล้างคราบเลือดออกแทนเธอ

“ฉันรู้ค่ะ ตอนเจอมันก็จวนตัวแล้ว เลยต้องสู้เพื่อให้รอดนี่แหละ” ซูเมี่ยวจินเดินไปล้างเนื้อล้างตัวไม่ไกลจากบริเวณที่ฉางเล่ยล้างเลือดเสือนัก

“คุณล้างตัวเสร็จก็ไปกินข้าวก่อนนะครับ ผมวางเอาไว้ให้ที่ใต้ต้นไม้แล้ว เดี๋ยวทำความสะอาดเสือตัวนี้เสร็จผมจะตามไป” ฉางเล่ยชี้บอกทางให้ซูเมี่ยวจินและล้างเลือดของเสือต่ออย่างขะมักเขม้น

“ตกลงค่ะ คุณก็รีบมานะ เราจะได้ลงเขาก่อนฟ้ามืด ฉันอยากรีบเอาเสือตัวนี้ไปขายในอำเภอด้วย” ซูเมี่ยวจินรู้ดีว่าหากชาวบ้านรู้เข้าจะต้องมีคนมาพูดมากความกับบ้านฉางอีกแน่ เธอจึงอยากรีบนำเสือไปขายเสียก่อน

“เรื่องนั้นคุณไม่ต้องห่วง ผมจะรีบพาคุณลงเขาและเข้าอำเภอกันวันนี้เลย”

ฉางเล่ยเองก็รู้นิสัยคนในหมู่บ้านดี เมื่อก่อนตอนเขาล่าหมูป่าได้ คนพวกนั้นก็มาเอาเปรียบบ้านพวกเขาโดยใช้เงินเล็กน้อยซื้อเนื้อหมูของพวกเขาไป หลังจากนั้นเป็นต้นมา ฉางเล่ยก็ไม่คิดจะนำสัตว์ใหญ่ที่ล่าได้กลับบ้านอีกเลย

หนึ่งชั่วโมงต่อมา ฉางเล่ยกับซูเมี่ยวจินช่วยกันลากแผ่นไม้ที่มีเสือตัวเขื่องวางอยู่ลงจากภูเขา ระหว่างเดินอย่างไม่เร็วไม่ช้าอยู่นั้น ซูเมี่ยวจินที่กลัวว่าจะไปถึงอำเภอค่ำเกินไปก็เอ่ยขึ้น

“เรารีบไปกันเถอะฉางเล่ย ฉันกลัวว่าจะไปถึงอำเภอค่ำเกินไป”

“ตกลง ผมกลัวว่าคุณจะเหนื่อยเลยไม่อยากเดินเร็วนัก”

“ฉันหายเหนื่อยแล้ว คุณไม่ต้องเป็นห่วงมากนักหรอก บอกแล้วไงว่าฉันเป็นครูสอนการต่อสู้น่ะ” ซูเมี่ยวจินตบอกอวบใหญ่ปุ ๆ อย่างมั่นใจ

“อืม… ผมรู้ครับ แต่คุณก็ยังบาดเจ็บอยู่ดี” ฉางเล่ยไม่กล้ามองหน้าอกหน้าใจของสาวสวยข้าง ๆ เขาได้แต่เสมองไปด้านหน้าเพื่อระวังไม่ให้สะดุดอะไรจนลงเขาช้า

ด้วยความแข็งแกร่งของร่างกายคนทั้งคู่ พวกเขาลงเขาในเวลาเพียงครึ่งชั่วโมงเท่านั้น ฉางเล่ยยังคงอ้อมทางผ่านหมู่บ้านไปยังที่ลับตาคนเพื่อเข้าอำเภอ ซูเมี่ยวจินจดจำเส้นทางนี้เอาไว้ เผื่อวันข้างหน้าเธอจะได้ล่าสัตว์ป่าแล้วเข้าอำเภอด้วยตัวเองได้ ทั้งสองเร่งฝีเท้าเมื่อผ่านหมู่บ้านไปเจอถนนเรียบ ๆ

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ซูเมี่ยวจิน   ผลการประชุม

    ตระกูลอ้ายเสนอให้ทุกคนลงทุนเงินตระกูลละหนึ่งร้อยล้านหยวนสำหรับการซื้อเครื่องมือทางการแพทย์อันทันสมัยจากต่างชาติ อาคารของโรงพยาบาลในพื้นที่สิบไร่จะแยกเป็นสามอาคาร คืออาคารผู้ป่วยนอก อาคารผู้ป่วยในและอาคารของผู้ป่วยวิกฤต ภายในโรงพยาบาลยังมีการสร้างศูนย์สุขภาพและห้องพักของบุคลากรทางการแพทย์อีกสามอาคาร ลานจอดรถขนาดใหญ่สำหรับรถรับส่งของทางโรงพยาบาลที่ตระกูลอ้ายคิดขึ้น เขาอยากให้ผู้ป่วยธรรมดาสามารถเข้าถึงการรักษาของโรงพยาบาลได้สะดวก จึงคิดระบบขนส่งฟรีให้กับคนในเมืองหลวง โดยกำหนดเส้นทางขนส่งหลักมากถึงสิบเส้นทาง หากโครงการนี้สำเร็จ วงการแพทย์คงตื่นตัวขึ้นมากเกี่ยวกับการรักษาพยาบาลและให้บริการทางการแพทย์ตระกูลชุ่ยนำเสนอข้อมูลของโรงเรียนเอกชนก็มีอาคารเรียนมากถึงเจ็ดอาคารรวมโรงยิมส่วนกลางสำหรับการแข่งขันกีฬาในร่มด้วย สนามฟุตบอลขนาดมาตรฐานและลู่วิ่งก็มีขนาดใหญ่ไม่แพ้กัน โรงเรียนแห่งนี้จะสอนตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงชั้นมัธยมปลาย หอพักขนาดใหญ่สามอาคาร อาคารละสามสิบชั้นจะช่วยให้นักเรียนที่มีบ้านไกลเรียนได้อย่างสะดวก ระบบการศึกษาจะส่งเสริมให้นักเรียนมี

  • ซูเมี่ยวจิน   โครงการใหม่

    “ผมคิดว่าที่ดินผืนใหญ่ขนาดนี้ควรทำเป็นตลาดค้าส่งดีไหม” คังฟู่ลองเสนอ“ตลาดค้าส่งก็ไม่ห่างจากที่นี่นี่นา ผมว่าคิดอย่างอื่นเถอะ” โจวหนานเซิงบอก“ในเมื่อทุกคนยังคิดไม่ออกว่าจะทำอะไร เราลองปรึกษาคนในบริษัทก่อนไหม แล้วค่อยนัดประชุมกันอีกทีหนึ่ง” ชุ่ยถงไม่อยากเสียเวลามากเกินไป เพราะอากาศเริ่มร้อน“ตกลง” คนอื่น ๆ พยักหน้าตกลงทันทีก่อนแยกย้ายกัน คังฟู่ชวนทุกคนไปกินข้าวร่วมกันแล้ว แต่ซูเมี่ยวจินบอกว่าเธอยังมีงานต้องทำ พวกเขาเลยต้องขอตัวกลับระหว่างทางกลับบริษัท ฉางเล่ยเองก็คิดไม่ตกว่าจะทำอะไรกับที่ดินผืนใหญ่ขนาดนี้ดี หลายเดือนแล้วที่เขาคิดวนไปวนมาก็ยังไม่มีความคิดดี ๆ เลย“ภรรยา คุณคิดว่าพวกเขาจะทำอะไรกับที่ดินผืนนี้ครับ” ฉางเล่ยถามอย่างอดไม่ได้“ฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกันค่ะ เราเองก็ต้องเรียกจางชวงซินกับหลิวซื่อหย่วน

  • ซูเมี่ยวจิน   พิธีเปิดโครงการ

    หนึ่งร้อยวันต่อมาโครงการโรงแรมบ่อน้ำพุร้อนและห้างสรรพสินค้าสร้างเสร็จตามกำหนดการเมื่อหนึ่งสัปดาห์ก่อน ด้วยพนักงานของบริษัทที่รับเข้ามาของซูเมี่ยวจินและความร่วมมือจากสี่ตระกูลใหญ่ ทำให้วันนี้พวกเขาจัดเตรียมพิธีเปิดได้อย่างยิ่งใหญ่ อีกทั้งอาคารพาณิชย์ คอนโดมิเนียมหรูและบ้านจัดสรรเองก็กำลังก่อสร้างไปได้มากกว่า 70% แล้ว อีกไม่นานพวกเขาก็สามารถเปิดขายได้ทั้งหมดวันนี้แขกร่ำรวยและสื่อจากสำนักข่าวต่าง ๆ มารวมตัวกันเป็นจำนวนมากที่หน้าโรงแรมปิงก่วนเพื่อร่วมพิธีเปิดตามบัตรเชิญจากตระกูลคัง ตระกูลฉางมีซูเมี่ยวจิน ฉางเล่ย และพี่ชายทั้งสี่มาเข้าร่วมพิธีด้วย ก่อนหน้านี้พวกพี่ชายของฉางเล่ยได้ทำความรู้จักคนจากตระกูลคังและชุ่ยเอาไว้แล้ว เพราะซูเมี่ยวจินให้พวกเขาดูแลงานในโรงแรมและห้างสรรพสินค้า พวกเขาจึงสร้างความสัมพันธ์กับสองตระกูลเพื่อความสะดวกในการทำงานบรรยากาศก่อนพิธีเปิดงานจะเริ่มขึ้นยังคงเป็นไปด้วยดี เพราะบอดี้การ์ดของซูเมี่ยวจินมาทำหน้าที่ได้อย่างดีเยี่ยม เหล่าเศรษฐีในงานที

  • ซูเมี่ยวจิน   สินทรัพย์ใหม่

    รถยนต์สามคันขับตามกันไป บอดี้การ์ดสองคนที่พักในอาคารบ้านใหญ่ฉางติดตามซูเมี่ยวจินกับฉางเล่ยมาด้วย ส่วนเลขาทั้งสองแยกย้ายกันนั่งรถบริษัทไปกับหัวหน้าหน่วยแต่ละคนพร้อมกับบอดี้การ์ดเช่นกันทหารที่ซูเมี่ยวจินรับมาทั้งหมดยังไม่มีอาวุธส่วนตัว เธอต้องทำเรื่องขอซื้ออาวุธจากทางการก่อนจึงจะให้พวกเขาพกพาได้ เรื่องนี้โจวอู่หมิงบอกพ่อของเขาให้แล้วเช่นกัน ซึ่งการทำเรื่องเหล่านี้ต้องใช้เวลานานพอสมควร“เข้าไปดูบ้านในซอยตรงข้ามโครงการก่อนนะ” ซูเมี่ยวจินสั่งการบอดี้การ์ดที่ขับรถ“ครับ นายหญิง” บอดี้การ์ดทั้งหมดได้รับคำสั่งให้เรียกซูเมี่ยวจินว่านายหญิงรถสามคันขับตามกันเข้าไปในซอยก่อนถึงโครงการฝั่งตรงข้ามเล็กน้อย ถนนเส้นนี้ยังเป็นถนนสองเลนสวนกันเท่านั้น หากในอนาคตรัฐบาลต้องการสร้างถนนใหม่ บ้านต้นซอยทั้งหมดจะถูกเวนคืนในราคาสูง ซูเมี่ยวจินไม่ได้หวังว่าจะได้บ้านต้นซอยแต่แรก เธอแค่อยากซื้อที่ดินเพิ่มแถวนี้เท่านั้นภายในซอยเงีย

  • ซูเมี่ยวจิน   เลือกบอดี้การ์ด

    หลี่จุนพาเจ้านายทั้งสองไปธนาคารในเวลาต่อมา ซูเมี่ยวจินใช้เงินจากบัญชีส่วนตัวซื้อรถกันกระสุน เธอจะรอให้รถคันใหม่มาถึงจึงจะนำรถคันเก่าไปซ่อมและเก็บไว้ให้พ่อกับแม่สามีใช้ในอนาคตก่อนมื้อเย็น ซูเมี่ยวจินโทรหาโจวอู่หมิงเพื่อสอบถามเรื่องบอดี้การ์ดที่เธอขอเอาไว้ก่อนกลับจากเถิงซง“พี่สะใภ้ไม่ต้องกังวลนะครับ คุณพ่อเรียกคนที่ลาออกเตรียมไว้ให้พี่สะใภ้เลือกห้าสิบคนเลยนะครับ แต่ละคนฝีมือดีกันทั้งนั้น เพียงแต่พวกเขาลาออกไปดูแลครอบครัวเมื่อหลายปีก่อน พอคนในครอบครัวเสียชีวิต พวกเขาจึงไม่มีเป้าหมายอีก ถ้าจะกลับมารับใช้ชาติก็ไม่สามารถทำได้ พวกเขาเลยสมัครใจที่จะมาทำงานให้กับตระกูลของผมน่ะครับ” โจวอู่หมิงบอกรายละเอียดคนที่พ่อของเขาหามาให้เธอฟัง“อืม… เข้าใจแล้วค่ะ ถ้าพวกเขาหน่วยก้านดี ฉันอาจจะรับเอาไว้ทั้งหมดเลยก็ได้”“ขอบคุณพี่สะใภ้มากครับ ผมจะโทรบอกพ่อให้พาคนพวกนั้นไปพบพี่สะใภ้พรุ่งนี้ดีไหมครับ” โจวอู่หมิงบอกอย่างดีใจ เขาหวังว่า

  • ซูเมี่ยวจิน   ความคืบหน้า

    สองวันต่อมาหลังพักผ่อนเต็มที่แล้ว ฉางเล่ยกับซูเมี่ยวจินก็กลับเข้าบริษัท พวกเขาได้รับรายงานเกี่ยวกับโครงการจากลูกพี่ลูกน้องทั้งสี่ทันทีที่เข้าไป“โครงการสร้างโรงแรมของเราทำไปได้ประมาณ 30% แล้วครับ ทุกอย่างเป็นไปตามแผนงานที่ตระกูลคังส่งให้เราครับ” ฉางหลิวซิงบอกเป็นคนแรก“โครงการสร้างห้างสรรพสินค้าเองก็เช่นเดียวกันครับ ตระกูลคังน่าจะเกณฑ์คนมาจากเมืองต่าง ๆ เลยทำให้โครงการทั้งสองสามารถทำควบคู่กันไปได้” ฉางหลิวหยางบอกต่อจากพี่ชายพร้อมรอยยิ้ม“คอนโดมิเนียมที่พี่ชายดูแลยังทำได้ไม่ถึงไหนเลยครับ คงเพราะจำนวนคนไม่เพียงพอจึงทำให้พวกเขาทำได้แค่ปรับพื้นที่รอตอกเสาเข็มอาคารหลังแรกเท่านั้น” ฉางหลิวหย่งรายงานโครงการที่เขารับผิดชอบอยู่“หมู่บ้านเราก็ยังไม่เริ่มการก่อสร้างเหมือนกันครับ คนงานเพิ่งปรับพื้นที่และนำดินมาถมที่ดินเพิ่มเติมอยู่ครับ” ฉางหลิวเติ้งบอกเป็นคนสุดท้าย

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status