LOGINบทที่ 24 ลอบทำร้าย1
จวนตระกูลตวนมู่ยังคงเป็นไปอย่างเงียบง่าย ทุกคนดำเนินชีวิตตามปกติแต่คนในเรือนฝูหลงกลับต่างออกไป ตลอดระยะเวลานับ 10 วันที่อาศัยที่จวนตระกูลตวนมู่นอกจากรักษาตัวแล้ว เขายังต้องสานสัมพันธ์กับบุตรทั้งสามและมารดาของบุตร แต่ระยะหลังมานี้เหมือนว่าเม่ยเม่ยของเขาจะหลบหน้าหลบตาเขาเสียอย่างนั้น
“เม่ยเม่ยหลบหน้าเปิ่นหวาง” ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงรู้สึกกลัดกลุ้มที่ความสัมพันธ์ไม่คืบหน้า เพราะไม่เจอหน้าสตรีที่คะนึงหามาสักระยะแล้ว
“ว่าที่ชินหวางเฟยคงจะรู้สึกได้ว่าท่านอ๋องมีความรู้สึกพิเศษให้กับนาง จึงจงใจหลบเลี่ยงการพบเจอ” เฟยเทียนวิเคราะห์ความเป็นไปได้ของสาเหตุ ซึ่งก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ นอกจากเหตุผลนั้นก็เป็นสาเหตุมาจากความรู้สึกสับสนในใจของซูเม่ยเองด้วย
“แล้วเปิ่นหวางควรทำเช่นไร” เรื่องยกทัพจับศึกเขาไม่เคยพ่ายแพ้ แต่ยามนี้รู้สึกจนปัญญาเหลือเกิน
“อ่า กระหม่อมเองก็ไม่อาจทราบได้พะยะค่ะ แต่มีคนๆหนึ่งที่สามารถตอบท่านอ๋องได้” เฟยเทียนที่ขาดประสบการณ์ไม่อาจเอ่ยตอบเจ้านายของตนได้ แต่เขากลับนึกถึงบุคคลหนึ่งที่อาศัยอยู่ในเมืองหยาง
“ใคร”
เสียงจอแจของย่านการค้าในเมืองหยางที่เจริญรุ่งเรืองจนเทียบเท่าเมืองหลวงจากการเข้ามาครอบครองตลาดการเกษตรและโอสถของตระกูลตวนมู่ ซึ่งสร้างผลงานสำคัญให้กับเจ้าเมืองหยางอย่างหม่าเนี่ยนเจินเป็นอย่างมาก
ชั้นบนสุดของโรงเตี๊ยมไป๋หลงถูกเปิดขึ้นอีกคราเมื่อเจ้าของมาเยือนด้วยตนเอง ห้องรับรองโอ่โถงถูกเปิดใช้งาน บุรุษในชุดผ้าไหมเนื้อดียังคงนั่งจิบชาด้วยท่วงท่าสง่างามไม่เปลี่ยน ส่วนบุรุษอีกผู้หนึ่งที่ถูกเชิญมามองสหายกึ่งเจ้านายด้วยแววตาค้นหา
“มองอันใดข้า” ชินอ๋องหนุ่มเมื่อเห็นแววตาสำรวจค้นหาจากสหายร่วมเรียนในวัยเยาว์ก็เอ่ยถามขึ้น
“กระหม่อม....” ชายที่นั่งตรงกันข้ามจะเอ่ยตอบคำถามนั้นก็ถูกขัดเสียก่อน
“พูดปกติเถิด วันนี้ข้ามาในฐานะสหายเท่านั้น” ชินอ๋องหนิงเฉิงกล่าวแทรกขึ้นเพราะครานี้เขามาในฐานะสหายที่จะปรึกษาปัญหาส่วนตัวเท่านั้นจึงไม่อยากมากพิธีรีตอง
“อ่า งั้นคำตอบในคำถามก็คือ...ข้ามองท่าน มองว่าคนตรงหน้าใช่ท่านตัวจริงหรือไม่”
“....” ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงถอนหายใจกับคำตอบของสหาย
“ใครใช้ให้ท่านมาถามคำถามแปลกๆ ปรึกษาปัญหาเรื่องสตรีกับข้ากันเล่า จะไม่ให้ข้าสงสัยได้เช่นไรว่าท่านใช่ตัวจริงหรือตัวปลอมกันแน่”
“หลี่ห่าวอู๋!!!!!”
“ฮ่าๆๆๆๆ ข้าไม่ล้อท่านเล่นแล้ว แต่สิ่งที่ท่านถามข้ามันค่อนข้างจะยากอยู่ไม่น้อยเพราะข้าไม่รู้ว่าสตรีที่ท่านถามถึงเป็นคนเช่นไร”
“เจ้ารู้จักนางดี” ชินอ๋องหนุ่มตอบกลับทันควัน จนหลี่ห่าวอู๋ถึงกับหรี่ตาจ้องมองสหายอย่างสนใจ
“เช่นนั้น...นางเป็นใคร เพราะสตรีที่ข้ารู้จักในเมืองหยางแห่งนี้มีไม่มากนักแทบจะนับนิ้วได้เลย” หลี่ห่าวอู๋ไล่รายชื่อสตรีที่รู้จักและยกนิ้วขึ้นมานับก็พบว่ามีไม่ถึง 10 คนด้วยซ้ำไป
“ตวนมู่ซูเม่ย” ชินอ๋องตอบเสียงเรียบ
“หา!!!!!!!” หลี่ห่าวอู๋ไม่คิดไม่ฝันว่าจะเป็นคุณหนูใหญ่ตวนมู่ที่มีความสามารถมากมายคนนั้น เพราะนางมีบุตรแล้วนั่นเอง
“....” ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงมองสีหน้าอิหลักอิเหลื่อของสหายอย่างชอบใจ
“จะเป็นนางได้เช่นไร คุณหนูใหญ่ตวนมู่เพิ่งคลอดบุตรฝาแฝดไปไม่นาน ท่านกับนาง....เป็นไปไม่ได้” แต่แล้วประโยคถัดมาของสหายสูงศักดิ์ก็ทำเอาเขาสำลักน้ำชา
“แล้วหาก...บุตรของนางเป็นบุตรของข้าเล่า”
คะ..แค่กๆๆๆ
“ท่านว่าอย่างไรนะ!!!” หลี่ห่าวอู๋ที่สำลักน้ำชาจนหน้าดำหน้าแดง ในท้ายที่สุดก็เจอเรื่องลับชวนให้หัวใจหยุดทำงาน
‘ท่านชายท่านหญิงในชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงแอบกำเนิดลับๆที่เมืองหยาง’
หลังจากฟังเรื่องราวความเป็นมาทั้งหมดจากคนสนิทของสหายที่อยู่กันครบทั้งสี่คนก็ทำให้เขาถึงกับกุมขมับกับความซับซ้อนของเรื่องราว แต่สำหรับกุนซือที่แท้จริงของกองทัพมังกรดำแห่งแคว้นซ่งแล้ว เรื่องของสตรีย่อมต้องแก้ด้วยสตรี
“จากที่คุณชายเล่ามา แม่นางคนนั้นกำลังสับสนกับสิ่งที่คุณชายกระทำและสับสนกับความรู้สึกของตนเองอยู่ ทางแก้ที่ดีที่สุดคือ...คุณชายต้องพูดความรู้สึกที่แท้จริงออกมาให้นางได้รับรู้ จะได้ไม่ต้องคาดเดากันไปมา”
หลี่ห่าวอู๋เชิญกุนซือด้านสตรีมาจากหอหมื่นบุปผาที่ว่ากันว่ารู้จักสตรีทุกซอกทุกมุมไม่มีสิ่งใดเกี่ยวกับสตรีที่แม่เล้าหงจากหอหมื่นบุปผาไม่รู้
“ขอบคุณแม่เล้าหง นี่เป็นสินน้ำใจเล็กๆน้อยๆเป็นค่าเครื่องประทินโฉมให้กับท่าน” หลี่ห่าวอู๋มอบถุงเงินที่หนักไม่น้อยให้กับแม่เล้าที่ถูกเชิญตัวมาให้คำปรึกษถึงที่
“ท่านรองเจ้าเมืองช่างรู้ใจข้าเสียจริง” มาเล้าหงที่อายุยังไม่มาก แค่ 30 ต้นๆเท่านั้นแต่กลับแต่งหน้าหนาจนแทบไม่เห็นผิวหน้าที่แท้จริง เมื่อได้รับรางวัลหนักอึ้งก็ยกพัดจีบขึ้นโบกอย่างอารมณ์ดีและลุกขึ้นทำความเครพลูกค้ากระเป๋าหนัก ก่อนจะหมุนตัวจากไป
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง3สารจากจวนตระกูลตวนมู่ถูกส่งมาวังชินอ๋องเสมอ ทั้งที่ตอนนี้ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงมีงานรัดตัว เดินทางเข้าวังหลวงเป็นว่าเล่น และอยู่พูดคุยกับพระอนุชาจนดึกดื่นเสมอ แต่สารจากเมืองหยางไม่มีฉบับไหนที่ตกหล่นในขณะเดียวกันที่รับสารก็จะมีจดหมาย 1 ฉบับถูกส่งออกไป แม้จะไม่ได้รับการตอบกลับมาเลยสักครั้ง กว่า 20 วันที่ผ่านมาเขาส่งไปถึง 3 ฉบับด้วยกันแต่ไร้วี่แววการตอบกลับมา‘เฮ้อ... นางช่างใจแข็งยิ่งนัก’ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงเปิดสารฉบับปัจจุบันที่ถูกส่งมาถึงมือเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่กว่าเขาจะได้เปิดอ่านก็ปลายยามห้าย(23.00น.) ไปแล้ว มือหนาคลี่สารที่ถูกส่งมาจากคนของเขาในจวนตระกูลตวนมู่ ก่อนจะกวาดสายตามองตัวอักษรที่เขียนมา‘เตรียมออกเดินทางไปแคว้นหนาน’ ข้อความสั้นๆที่ถูกส่งมาแทบจะไม่อยู่ในสายตาของเขาตอนนี้ เพราะมีข้อความที่เขียนด้วยตัวอักษรขนาดเล็กแต่งดงามอยู่ตรงมุมกระดาษ‘โรงน้ำชาเฟยหย่าตอบได้ทุกอย่าง ท่านต้
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง2“เรียนคุณหนูใหญ่ คุณชายหยางทิ้งจดหมายฉบับนี้ไว้จ่าหน้าซองถึงคุณหนูเจ้าค่ะ” สาวใช้จากเรือนฝูหลงเข้ามาถึงก็กล่าวรายงานตามหน้าที่ทันที“เขาไปแล้ว?” ซูเม่ยมองจดหมายที่อยู่ในมือสาวใช้ก่อนจะเอ่ยคำถามที่นางก็พอจะรู้คำตอบอยู่แล้ว“น่าจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ ภายในเรือนไม่เหลือสิ่งของของคุณชายแล้ว”“อืม วางจดหมายไว้แล้วกลับไปทำหน้าที่เดิมของเจ้า ส่วนเรือนฝูหลงปิดไว้ดังเดิมค่อยทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอ”“เจ้าค่ะ” เมื่อเสร็จหน้าที่สาวใช้สาวน้อยก็หมุนตัวยอบกายจากไปทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายส่วนซูเม่ยก็หันกลับไปยุ่งกับการทำอาหารให้เจ้าก้อนแป้งโดยไม่ได้สนใจจดหมายฉบับนั้นมากนัก จนสาวใช้คนสนิทอย่างชิงชิงอดพูดบางอย่างขึ้นมาไม่ได้“คุณหนูจะไม่เปิดดูจดหมายจริงๆหรือเจ้าคะ” ชิงชิงที่มีใจเอนเอียงไปทางคุณชายหยางที่บางคราอาจจะดูเงียบขรึม แต่ยามอยู่กับเจ้านายสาวกลับอ่อนโยนยิ่งนัก
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง1เรือนฝูหลงซูเม่ยยังคงมาตรวจดูอาการของแขกทั้งสองตามปกติ ซึ่งวันนี้ชีพจรของทั้งสองกลับเป็นปกติ พิษแมงมุมเลือดได้สลายหายไปจนหมดแล้ว ส่วนบาดแผลก็แห้งสนิทเหลือเพียงร่องรอยเล็กน้อยเท่านั้น“พิษสลายไปหมดแล้ว ส่วนบาดแผลทาโอสถในตลับนี้วันละครั้งก่อนนอนก็เพียงพอแล้ว” ซูเม่ยยื่นตลับโอสถ 2 ตลับให้ทั้งสองคน ชินอ๋องหนิงเฉิงยื่นมือมารับทั้งสองตลับไว้ด้วยตนเอง ก่อนจะมองหน้าเม่ยเม่ยของเขาให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง จดจำภาพของนางไว้ระลึกถึงยามที่คะนึงหานาง ก่อนที่เขาจะเดินทางกลับเมืองหลวงไปจัดการพวกขุนนางที่กำลังทำเรื่องล้ำเส้นกันเกินไป“เม่ยเม่ย พี่คงต้องเดินทางกลับเมืองหลวงในวันพรุ่งนี้” ชินอ๋องหนิงเฉิงพูดหย่งเชิงดูท่าทีว่านางมีความรู้สึกต่อเขาบ้างหรือไม่ หากเขาจากไป ซูเม่ยเมื่อได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย“ขอให้พี่หนิงเฉิงเดินทางปลอดภัย” ชินอ๋องหนุ่ม
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก3“ฮูหยินหม่า นี่เป็นโอสถบรรเทาอาการปวดอักเสบของบาดแผล กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร” ซูเม่ยหันไปทางฮูหยินของท่านเจ้าเมืองที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนจะมอบขวดโอสถที่นางปรุงขึ้นสำหรับท่านเจ้าเมืองโดยเฉพาะ เพื่อการสมานบาดแผลที่รวดเร็วขึ้นและไม่นานนักซูเม่ยก็ขอตัวกลับจวนโดยมีคุณชายหม่าที่อาสาไปส่งคุณหนูใหญ่ตวนมู่ด้วยตนเอง และถือโอกาสนี้ขออภัยการกระทำของเขาที่เสียมารยาทยิ่งนัก ซึ่งซูเม่ยเองก็ไม่ได้ติดใจอันใด เรียกว่านางไม่สนใจเสียยังดีกว่าส่วนคนที่หายไปตั้งแต่มาส่งซูเม่ยถึงจวนเจ้าเมือง ตอนนี้ยังสนทนากับสหายโดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังจะมีภมรตัวผู้แอบมาดอมดมดอกไม้ของเขา จนยามถึงจวนตระกูลตวนมู่จึงได้รับรายงานจากองครักษ์คนสนิทอย่างเฟยฉีที่ส่งให้คอยดูแลว่าที่หวางเฟยแต่ก็เป็นช่วงเวลาหลังจากนี้หลายชั่วยามแล้ว“มหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายเก็บหางไม่ไหวเสียแล้ว”กรอบ... เสียงจอกชาที่แตกล
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก2“เจ้ากรมการค้าฮั่วซางอย่างนั้นหรือ”“ใช่ เจ้ากรมฮั่วมาขอพบข้าที่จวนรับรองขุนนาง ยื่นข้อเสนอเลื่อนขั้นแลกเปลี่ยนกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองหยางทั้งสองฉบับ รวมถึงข้อมูลของผู้สนับสนุนแผนงานนี้ ก่อนวันที่จะถวายงานนี้แก่ฮ่องเต้เพียง 1 วันเท่านั้น”“เจ้ากรมการค้าฮั่วเป็นหนึ่งในขุนนางฝ่ายมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายจินเจ๋อฮ่าว แผนพัฒนาเศรษฐกิจนี้กระทบกับเส้นทางการค้าของตระกูลจินไม่น้อย จึงดิ้นพล่านหาทางขัดขวางทุกทางสินะ”“แต่ข้า....ไม่ตกลง รุ่งขึ้นก็รีบเข้าถวายรายงานทันที ฮ่องเต้พอพระทัยแผนงานนี้มากจึงตรัสชมเชยในท้องพระโรง ทำให้ฝ่ายนั้นทราบว่าแผนงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลตวนมู่ แต่สิ่งที่สอดแทรกไปพระองค์ไม่ได้เอ่ยถึง แต่กลับเรียกข้าไปพบเป็นการส่วนตัว เพราะอยากจะทอดพระเนตรของจริง” ท่านเจ้าเมืองหยางกล่าวด้วยความหนักใจ เพราะตระกูลตวนมู่เป็นตระกูลก่อตั้งใหม่ไม่ได
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก1กลางดึกคืนนั้นเป็นไปตามที่ซูเม่ยคาดการณ์ไว้ ท่านเจ้าเมืองหยางหม่าเนี่ยนเจินมีอาการไข้ขึ้นสูงจากพิษบาดแผลที่ฉกรรจ์หลายแผลโดยเฉพาะในช่องท้องที่มีการผ่าตัด แต่ด้วยความเชี่ยวชาญของท่านหมอตงหยางที่เป็นหมอมาค่อนชีวิตก็สามารถทำให้ไข้ที่สูงลิ่วลดต่ำลงในยามรุ่งสาง แต่คนในจวนเจ้าเมืองไม่มีผู้ใดได้หลับตานอนเลย เนื่องจากกังวลในอาการป่วยไข้ของเจ้าของจวน โดยเฉพาะฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีไม่ห่างหวังว่าจะเห็นสามีลืมตาตื่นเสียทีปลายยามเฉิน (09.00 น.) ดวงตาของชายวัยกลางคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่ด้วยต้องปรับสายตาให้ชินกับแสงจึงยังเปิดตาได้ไม่เต็มที่นักแค่ก แค่ก แค่กเสียงไอแหบแห้งเบาๆจากคนบนเตียงเรียกสายตาของฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีอยู่ตลอดเวลาให้หันไปมองด้วยความตกใจปนยินดี นางไม่รอช้ารีบลุกเข้าไปชิดเตียงโดยไม่สนใจอาการอ่อนแรงจากการพักผ่อนน้อยของตัวเอง“ท่านพี่ ท่านพี




![ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [นางร้าย]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


