LOGINสาวน้อยหลี่ลี่หลินฝึกฝนเพื่อการร่ายรำมาหลายปี เหตุไฉนจู่ๆแม่ทัพหนุ่มก็อุ้มนางออกมาแล้วโยกย้ายส่ายสะโพกใส่นางไม่ได้หยุด เขาทำเช่นนี้กับนางได้อย่างไรกัน
View Moreแม่ทัพโยกส่ายหรือจะสู้ข้าร่ายรำ
โดย
แม่นางว่างจิงจิง
สาวน้อยหลี่ลี่หลินฝึกฝนเพื่อการร่ายรำมาหลายปี เหตุไฉนจู่ๆแม่ทัพหนุ่มก็อุ้มนางออกมาแล้วโยกย้ายส่ายสะโพกใส่นางไม่ได้หยุด เขาทำเช่นนี้กับนางได้อย่างไรกัน
เนื้อเรื่องไม่ดราม่า ไม่มีเหตุผลมากนัก
เน้นฉากฟินแซ่บของคู่พระนาง เรื่องจบแบบHappy ค่ะ
ชื่อคน ชื่อสถานที่ ไม่มีอยู่จริง สถานการณ์ต่างๆล้วนเป็นเรื่องสมมติจากจินตนาการ
--------------------------------------------
แนะนำตัวละคร
หลี่ลี่หลิน อายุ15ขวบปี นางรำในสำนักสังคีตหลวง โดนซื้อตัวมาฝึกซ้อมร่ายรำตั้งแต่เยาว์วัย
ซุนหย่งเล่อ อายุ27ขวบปี แม่ทัพใหญ่ผู้เก่งกาจชนะการศึกใหญ่น้อยมากมากมาย
เยี่ยนเสี่ยวจู เพื่อนสาวคนสนิทของหลี่ลี่หลิน
ชุ่ยเหยา อาจารย์สาวใหญ่ในสำนักสังคีตหลวง
อู๋เจียวซิน สาวน้อยซึ่งพบเจอระหว่างทาง
ซานเหวินฉี คุณชายรูปหล่อมาดดี บุตรชายของท่านเจ้าเมือง
ตอนที่หนึ่ง
อนุหลี่
ผู้คนโดยรอบจวนแม่ทัพใหญ่สกุลซุนต่างสงสัยว่าเหตุใดช่วงนี้จึงมีเสียงหัวเราะอย่างสดใสดังขึ้นในจวนอยู่ทุกวี่วัน ทั้งที่เมื่อก่อนจวนแห่งนี้มักเงียบสงบด้วยร้างผู้อยู่อาศัย มีเพียงบ่าวไพร่อยู่กันไปตามประสาเท่านั้น
แน่นอนว่าท่านเจ้าบ้านซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นถึงแม่ทัพใหญ่อันมีนามว่า’ซุนหย่งเล่อ’ย่อมไม่ใคร่ได้ใช้ชีวิตอยู่ภายในจวนแห่งนี้ ด้วยภารกิจงานการล้วนอยู่ที่ชายแดนอันห่างไกล จวนในเมืองหลวงจึงดุจโดนทิ้งร้างไร้เจ้าของอยู่เนิ่นนานหลายปี
จนเมื่อไม่นานมานี้กลับมีเสียงหญิงสาวสดใสลอยออกมาให้ได้ยิน บางคราก็จะเป็นเสียงหัวเราะกังวาน บางคราก็เป็นเสียงร้องเพลงไพเราะจนหลายผู้คนต้องหยุดฟัง
หญิงสาวนางนี้มีนามว่า’หลี่ลี่หลิน’ นางเข้ามาอาศัยอยู่ในจวนแห่งนี้ได้เกือบหนึ่งเดือนแล้ว โดยท่านแม่ทัพใหญ่เป็นผู้อุ้มนางมาในคืนหนึ่ง เพียงไม่กี่วันเขาก็ต้องเร่งเดินทางกลับไปยังชายแดนโดยทิ้งนางเอาไว้ให้อยู่ในจวนอย่างเดียวดาย
“ผิงอัน เจ้าลองดูสิว่าท่านี้ดีหรือไม่” หลี่ลี่หลินทำท่าทางร่ายรำอันอ่อนช้อยให้สาวใช้ของจวนแม่ทัพซึ่งบัดนี้กลายเป็นสาวใช้คนสนิทของนางได้ชมดู
“งดงาม ท่านี้งดงามกว่าเมื่อครู่นะเจ้าคะ” ผิงอันเอ่ยชมจากใจ ด้วยสาวน้อยหลี่ลี่หลินนางนี้ร่ายรำได้งดงามยิ่งนัก
“แล้วหากข้าหมุนตัวเช่นนี้แล้วจึงค่อยย่อตัวลงไป จะดีขึ้นหรือไม่” หญิงสาวลองหมุนตัวและทำท่าให้สาวใช้ดูอีกครา
“เช่นนี้งดงามขึ้นมากเจ้าค่ะ” สาวใช้ของนางเอ่ยด้วยรอยยิ้มชื่นชม
สองนายบ่าวซ้อมการร่ายรำพร้อมพูดคุยปรับเปลี่ยนท่าทางเพื่อให้อ่อนช้อยงดงามกันอยู่ตลอดบ่าย กว่าจะแล้วเสร็จก็ใกล้เวลาอาหารเย็นแล้ว
“อนุหลี่จะกินอาหารหรืออาบน้ำก่อนดีเจ้าคะ” สาวใช้ผิงอันเอ่ยถามขึ้น
“กินอาหารก่อนก็แล้วกัน” หญิงสาวตอบก่อนจะเดินเฉิดฉายไปยังห้องอาหารเพื่อกินมื้อเย็นโดยไม่ต้องรอผู้ใด
ตอนพิเศษสองผู้ใดว่าข้าไร้สามารถแม่ทัพหนุ่มเอ่ยตอบอย่างดุดัน ก่อนจะปลอบภรรยาสาวด้วยน้ำเสียงละมุนละไม“น้องหลินหลินไม่ต้องกังวล พวกเราเพียงร่วมรักกันฉันสามีภรรยา ไม่มีผู้ใดกล้าว่ากล่าวหรอก”เฮ้อ...สามีของนางช่างเอาแต่ใจยิ่งนัก เอาเถอะ เขาอยากทำท่วงท่าใดก็ปล่อยไปตามใจก็แล้วกัน ขอเพียงเขามีนางเพียงผู้เดียวไม่ออกนอกลู่นอกทางนั่นก็น่าจะพอใจได้แล้วหลี่ลี่หลินพยายามคิดในแง่ดีก่อนจะทำอารมณ์ให้ล่องลอยไปกับการเล้าโลมของสามีหนุ่มเมื่อเห็นว่าหญิงสาวคล้อยตามแล้ว ซุนหย่งเล่อจึงไม่รั้งรอจู่โจมอย่างหนักหน่วงโดยไม่เว้นช่วงให้หายใจ ด้วยบนหลังคาจำต้องยืนเพียงอย่างเดียว ชายหนุ่มจึงปลุกเร้าด้วยนิ้วมือจนฉ่ำแฉะก่อนจะสอดใส่แท่งกายอันแข็งแกร่งเข้าไปโยกย้ายส่ายเอวอย่างเร่าร้อน“น้องหลินหลิน เจ้าทำท่าร่ายรำไปพร้อมกันดีหรือไม่”หลี่ลี่หลินโยกย้ายส่ายร่างด้วยท่าร่ายรำไปพร้อมกับสามีหนุ่มเพื่อตอบรับอย่างเป็นจังหวะ การโยกโยนส่งพลังส่งเสียงดังไปทั่วจวน แต่ไม่มีคนรับใช้คนใดกล้าโผล่หน้าออกมา
ตอนพิเศษสองผู้ใดว่าข้าไร้สามารถในการประชุมขุนนางแต่ละวันนอกจากเรื่องข้อราชการแล้ว เรื่องที่บรรดาขุนนางใหญ่น้อยมักพูดคุยหยอกล้อกันจึงเป็นเรื่องสัพเพเหระ อย่างเช่นเรื่องหลังบ้านของผู้อื่นแม้แม่ทัพใหญ่ซุนหย่งเล่อจะไม่ใคร่ชอบเรื่องนินทาหรือสอดรู้ แต่ใช่ว่าเขาจะหลีกเลี่ยงการสอดรู้ของผู้อื่นที่มักชอบมาวุ่นวายด้วยได้“ท่านแม่ทัพใหญ่ซุน ข้าล่ะอิจฉาท่านจริงๆที่ได้ครอบครองฮูหยินที่งดงามถึงเพียงนั้น ว่าแต่ท่านเองก็อยู่ร่วมกันมาหลายเดือนแล้ว ยังไม่มีข่าวดีอีกหรือ” ขุนนางเฒ่าผู้หนึ่งเดินเข้ามาสอบถามอย่างจริงจัง“นั่นสินะ ท่านแม่ทัพใหญ่ ท่านออกจะเก่งกาจแข็งแรง พละกำลังล้นเหลือ เพียงแค่การปั้นก้อนแป้งใส่ท้องภรรยาคงไม่เหลือบ่ากว่าแรงแน่” ขุนนางหนุ่มอีกผู้หนึ่งรีบเดินเข้ามาร่วมวง“ท่านแม่ทัพของเราย่อมแข็งแกร่งยิ่งนัก เรื่องการกระแทกส่งพลังย่อมไม่มีอ่อนด้อย พวกเจ้าอย่าได้พูดมากไป รอฟังข่าวดีได้เลย” ขุนนางฝ่ายบู๊ซึ่งสนิทสนมกับซุนหย่งเล่อรีบเดินเข้ามาเอ่ยเข้าข้างชายหนุ่ม
ตอนพิเศษหนึ่งอ่อนบางเพียงร่างอู๋เจียวซินเติบโตขึ้นมาในสถานที่แห่งหนึ่งซึ่งรวบรวมเด็กน้อยวัยเยาว์มาฝึกฝนหลากหลายวิชา นางรับรู้เพียงว่าตนเองเป็นเด็กกำพร้าซึ่งถูกเก็บมาเลี้ยงดูโดยชายหนุ่มซึ่งเรียกตนเองว่า’หัวหน้า’ด้วยใบหน้าและเรือนร่างที่ดูบอบบางน่าทะนุถนอม หญิงสาวจึงได้รับการฝึกฝนวิชาตัวเบาจนช่ำชอง ส่วนวิชาต่อสู้นางฝึกเพียงไม่มากนักด้วยไม่ต้องการให้นางดูแข็งแกร่งจนเกินไปเมื่ออายุได้เพียง14 หัวหน้าก็เริ่มส่งนางออกไปเพื่อทำงานให้แก่เขา นางไม่เคยได้รับรู้สิ่งใดมากไปกว่าต้องทำตามคำสั่งเท่านั้น มิเช่นนั้นจะกลายเป็นผู้ทรยศและจะโดนไล่ล่าสังหารจนตายงานส่วนใหญ่ของนางล้วนใช้เรือนร่างและใบหน้าอ่อนแอนั้นเพื่อหลอกล่อบรรดาชายหนุ่มให้ตกอยู่ในกลลวงจนเข้าตามแผนการของพวกเขาในที่สุดอู๋เจียวซินเติบโตมาพร้อมกับชายหนุ่มหลายคนแต่ผู้ที่นางสนิทสนมด้วยจนเกิดความรักใคร่ระหว่างกันก็คือพี่จง เขาคอยช่วยเหลือนางอยู่เสมอ เขามักรับผิดแทนนางและคอยขัดขวางไม่ให้ผู้อื่นรังแกนางแน่นอนว่าหญิง
ตอนที่สามสิบเอ็ด สุขสบาย“ท่านพี่ ท่านจะกินข้าจริงหรือ” หลี่ลี่หลินร้องออกมาด้วยรู้สึกได้ว่าสามีหนุ่มแทบจะกินนางลงไปทั้งตัวแล้ว“พี่ย่อมอยากจะกินเจ้าอย่างแน่แท้” ซุนหย่งเล่อเอ่ยบอกก่อนจะก้มลงไปแหวกกลีบดอกไม้งามออกเพื่อกลืนกินส่วนกลางได้อย่างถนัดถนี่“อา...ท่านพี่ เหตุใดท่านจึงกินมูมมามเช่นนี้” หญิงสาวต่อว่า“นั่นเพราะน้องหลินหลินอร่อยมากเกินไป” ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นตอบก่อนจะก้มลงทั้งดูดทั้งกลืนโดนไม่พัก“อือ...อูววววว...” หญิงสาวร้องครางเสียงดังด้วยขณะนี้นางโดนกินทั้งบนทั้งล่างอย่างน่าหวาดเสียวซุนหย่งเล่อใช้ความเร็วหลอกล่อภรรยาสาวเพื่อให้นางได้ลอยล่องไปในความหวามไหว เขาทั้งฟอนเฟ้น รัวนิ้ว ละเลงลิ้น ดูดกลืน สลับไปมาทุกส่วนสัดจนร่างบางบิดกายดิ้นเร่าอย่างเสียวซ่าน“ข้าไม่ไหวแล้ว อู๊ยยยยย...” หลี่ลี่หลินร้องบอกก่อนจะกระตุกร่างสั่นเกร็งอย่างเนิ่นนาน“น้องหลินหลินร่ายรำให้พี่ชมแล้ว คราวนี้พี่จะโยกย้ายเพ





