LOGINบทที่ 24 ลอบทำร้าย2
“จากคำพูดของแม่เล้าหง ก็มีความเป็นไปได้ค่อนข้างมากที่คุณหนูใหญ่ตวนมู่จะเริ่มมีความรู้สึกกับท่าน”
“นางมีใจให้ข้า” ชินอ๋องหนุ่มพึมพำออกมาด้วยสีหน้าที่อ่อนลงก่อนจะยกยิ้มเล็กน้อย สิ่งที่อยู่ภายในอกของเขาเต้นถี่รัวจนตกยกมือขึ้นมากุมเอาไว้ ดวงตาคมเหม่อลอยมองออกจากทางหน้าต่างห้องรับรองไปจนไกลลิบอันเป็นที่ตั้งของจวนตระกูลตวนมู่ราวกับจะมองให้เห็นคนที่อยู่ภายในใจ
หลี่ห่าวอู๋และองครักษ์ทั้งสี่มองท่าทางของชินอ๋องที่ตกอยู่ในภวังค์แห่งรักอย่างสยดสยอง ทั้งรอยยิ้มและแววตาของอ๋องหนุ่ม ชวนให้พวกเขาขุนลุกขนพองไปทั้งตัว แต่แล้ว......
ก๊อก ก๊อก ก๊อก
เสียงเคาะประตูดังขึ้น ทำให้ทุกคนหันไปมอง ไม่เว้นแม้แต่บุรุษที่ตกอยู่ในภวังค์แห่งรักที่รู้สึกตัวขึ้นมาจากเสียงดังกล่าว ก่อนที่ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงจะพยักหน้าให้หนึ่งในองครักษ์เป็นผู้เปิดประตู
แอด.....
ประตูถูกเปิดออก ก่อนที่จะมีบุรุษในชุดหน่วยคุ้มกันเมืองเดินเข้ามา หลี่ห่าวอู๋เมื่อเห็นตนที่เดินเข้ามาก็อดแปลกใจไม่ได้
‘หน่วยคุ้มกันของท่านเจ้าเมืองหม่าเนี่ยนเจิน’
“ท่านรองเจ้าเมือง นายท่านถูกลอบโจมตีระหว่างเดินทางกลับจากเมืองหลวงขอรับ” ชายที่แต่งกายเหมือนผ่านการต่อสู้มาอย่างหนักหน่วงเอ่ยรายงานต่อผู้ที่เขามาพบทันที
“มันเกิดอะไรขึ้น แล้วท่านเจ้าเมืองปลอดภัยหรือไม่” หลี่ห่าวอู๋เห็นสภาพของคนที่มาพบก็พอจะคาดเดาได้ว่าต้องเกิดเรื่องทำนองนี้แต่ไม่ทราบว่าจะร้ายแรงเพียงใด
“นายท่านบาดเจ็บสาหัส มีบาดแผลฉกรรจ์หลายแห่ง ยามนี้ท่านหมอตงหยางกำลังทำการรักษาอยู่ขอรับ แต่...” ผู้คุ้มกันที่ถูกส่งมาแจ้งข่าวนี้ซึ่งเป็นคำสั่งสุดท้ายของท่านเจ้าเมืองก่อนจะสิ้นสติไป ไม่อาจเอ่ยว่าเจ้านายของเขาอาจจะไม่อาจรักษาชีวิตไว้ได้
“แต่อันใด!!!!” หลี่ห่าวอู๋ที่นับถือท่านเจ้าเมืองผู้นี้เสมือนญาติผู้ใหญ่ เมื่อเห็นท่าทีเศร้าสลดของผู้คุ้มกันก็ใจหายวูบทันที แต่ก็ยังอยากฟังให้ชัดเจน
“คาดว่าจะหมดหนทางรักษาแล้วขอรับ” สิ้นประโยคนั้นทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ แต่มีผู้หนึ่งที่กล่าวขึ้นมา ทุกคนเหมือนได้ค้นพบหนทางสว่างอีกครั้ง
“เฟยเทียน แจ้งคุณหนูใหญ่ตวนมู่ให้เดินทางไปจวนเจ้าเมืองด่วน!!! ไม่... เจ้าไม่ต้องไป ข้าจะไปเอง” ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงคราแรกจะส่งองครักษ์คนสนิทที่เข้านอกออกในจวนตระกูลตวนมู่ได้ ก็เปลี่ยนใจอย่างรวดเร็ว
‘โอกาสที่จะได้พบหน้าเม่ยเม่ยเช่นนี้ไม่ได้มีมาบ่อยๆ’ หากเป็นเรื่องชีวิตคนนางไม่อาจหลบเลี่ยงเขาได้เป็นแน่ แม้จะเหมือนเอาชีวิตคนมาเป็นข้ออ้างหาผลประโยชน์ให้ตัวเองแต่ใครเขาจะสนกัน หากได้ใกล้ชิดนางต่อให้ต้องโหดร้ายเช่นไรเขาย่อมยินดีทำ
ชินอ๋องหนุ่มควบม้าอย่างเร็วจนมองแทบไม่ทันโดยไม่คำนึงถึงบาดแผลที่เพิ่งหายมาหมาดๆ จนองครักษ์ที่ตามมาห่างๆถึงกับโอดครวญกับความหาเรื่องเจ็บตัวของท่านอ๋อง
เมื่อถึงจวนตระกูลตวนมู่ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงก็พุ่งไปยังเรือนเหลียนฮวาทันที คราแรกซูเม่ยก็ตกใจกับท่าทีเคร่งเครียดของชินอ๋อง แต่เมื่อทราบเรื่องราวก็รีบหยิบกระเป๋าเครื่องมือการรักษาตามอ๋องหนุ่มไปทันที แต่พอถึงหน้าจวนกลับพบม้ามีเพียงตัวเดียว ด้วยความเร่งรีบไม่รู้ว่าเป็นความจงใจหรือไม่จงใจของท่านอ๋อง ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงคว้าตัวซูเม่ยขึ้นม้าตัวเดียวกับเขา ก่อนจะควบออกไปอย่างรวดเร็ว
ว้าย!!!!
ซูเม่ยร้องขึ้นด้วยความตกใจที่โดนบุรุษอุ้มขึ้นม้าและออกตัวโดยไม่ทันได้เตรียมความพร้อม คนของจวนตระกูลตวนมู่เองก็เคลื่อนไหวตามไปเช่นกัน
แผ่นหลังบางแนบกับแผ่นอกกว้าง ม้าวิ่งเร็วจนลมปะทะกับใบหน้าทำให้ร่างบางของซุกใบหน้าหลบแรงลม ใบหน้าซุกเข้าหาอกกว้าง จนนางได้ยินเสียงดังของหัวใจของคนที่กำลังขะมักเขม้นกับการบังคับม้า และกลิ่นกายที่นางรู้สึกคุ้นเคยเหมือนกับบุรุษผู้นั้น ซูเม่ยมองเสี้ยวหน้าของบุรุษจากมุมล่างไล่จากปลายคางขึ้นไป
‘เขาช่างรูปงาม แต่ก็คล้ายกันเหลือเกิน’
ซูเม่ยสะบัดไล่ความคิดนั้นออกไป ก่อนจะมุ่งความสนใจไปที่การรักษาคนที่กำลังบาดเจ็บสาหัส ไม่นานนักการเดินทางก็สิ้นสุดลง จวนเจ้าเมืองปรากฏในครรลองสายตาของทั้งสอง
เมื่อม้าหยุดลงเอวบางก็โดนรวบอุ้มลงมายืนบนพื้น ร่างเล็กของหญิงสาวรีบเดินเข้าไปในจวนทันที ตามด้วยชินอ๋องหนุ่มที่เดินตามไปไม่ห่าง
“ท่านเจ้าเมืองเป็นเช่นไรบ้างท่านหมอตงหยาง” ซูเม่ยมาถึงห้องรักษาคนเจ็บก็ไม่พูดพร่ำมากมาย ถามอาการจากท่านหมอที่กำลังเฝ้าดูอาการทันที ซึ่งไม่ใช่ใครที่ไหนแต่เป็นหมอที่คุ้นเคยกันดี
“คุณหนูใหญ่ตวนมู่” หลี่ห่าวอู๋กล่าวขึ้นเมื่อเห็นหญิงสาวที่เข้ามาพร้อมสหายสูงศักดิ์ของเขา แต่แล้ว.....
“แม่นางตวนมู่ ท่านไม่ใช่หมอ รบกวนท่านออกไปเถิด” บุตรชายของท่านเจ้าเมืองเมื่อเห็นเป็นแม่นางน้อยจากตระกูลตวนมู่เข้ามายุ่มย่ามการรักษาของบิดาก็ออกปากไล่ทันทีโดยไม่ไต่ถามสิ่งใด แม้แต่หลี่ห่าวอู๋พยายามจะดึงแขนเขาก็ไว้แล้วก็ตาม และไม่ทันที่รองเจ้าเมืองหยางจะได้พูดสิ่งใด
“ป้ายหยกแพทย์โอสถขั้นสูงจากสำนักแพทย์โอสถกลาง” หลี่ห่าวอู๋เมื่อเห็นสิ่งที่ปรากฏตรงหน้าก็เอ่ยขึ้น สร้างความตกตะลึงให้คนที่อยู่ในห้องรักษา และฉีกหน้าคุณชายหม่าจนยับเยิน
ซูเม่ยไม่อยากต่อคำจึงยกป้ายหยกแสดงฐานะแพทย์โอสถขั้นสูงไปตรงหน้าคุณชายหม่าผู้เป็นบุตรชายของท่านเจ้าเมืองหยาง ซึ่งป้ายหยกนี้นางขอให้สำนักแพทย์โอสถกลางทำขึ้นเพื่อปกปิดลำดับขั้นที่แท้จริงของนาง
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง3สารจากจวนตระกูลตวนมู่ถูกส่งมาวังชินอ๋องเสมอ ทั้งที่ตอนนี้ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงมีงานรัดตัว เดินทางเข้าวังหลวงเป็นว่าเล่น และอยู่พูดคุยกับพระอนุชาจนดึกดื่นเสมอ แต่สารจากเมืองหยางไม่มีฉบับไหนที่ตกหล่นในขณะเดียวกันที่รับสารก็จะมีจดหมาย 1 ฉบับถูกส่งออกไป แม้จะไม่ได้รับการตอบกลับมาเลยสักครั้ง กว่า 20 วันที่ผ่านมาเขาส่งไปถึง 3 ฉบับด้วยกันแต่ไร้วี่แววการตอบกลับมา‘เฮ้อ... นางช่างใจแข็งยิ่งนัก’ชินอ๋องโอวหยางหนิงเฉิงเปิดสารฉบับปัจจุบันที่ถูกส่งมาถึงมือเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา แต่กว่าเขาจะได้เปิดอ่านก็ปลายยามห้าย(23.00น.) ไปแล้ว มือหนาคลี่สารที่ถูกส่งมาจากคนของเขาในจวนตระกูลตวนมู่ ก่อนจะกวาดสายตามองตัวอักษรที่เขียนมา‘เตรียมออกเดินทางไปแคว้นหนาน’ ข้อความสั้นๆที่ถูกส่งมาแทบจะไม่อยู่ในสายตาของเขาตอนนี้ เพราะมีข้อความที่เขียนด้วยตัวอักษรขนาดเล็กแต่งดงามอยู่ตรงมุมกระดาษ‘โรงน้ำชาเฟยหย่าตอบได้ทุกอย่าง ท่านต้
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง2“เรียนคุณหนูใหญ่ คุณชายหยางทิ้งจดหมายฉบับนี้ไว้จ่าหน้าซองถึงคุณหนูเจ้าค่ะ” สาวใช้จากเรือนฝูหลงเข้ามาถึงก็กล่าวรายงานตามหน้าที่ทันที“เขาไปแล้ว?” ซูเม่ยมองจดหมายที่อยู่ในมือสาวใช้ก่อนจะเอ่ยคำถามที่นางก็พอจะรู้คำตอบอยู่แล้ว“น่าจะเป็นเช่นนั้นเจ้าค่ะ ภายในเรือนไม่เหลือสิ่งของของคุณชายแล้ว”“อืม วางจดหมายไว้แล้วกลับไปทำหน้าที่เดิมของเจ้า ส่วนเรือนฝูหลงปิดไว้ดังเดิมค่อยทำความสะอาดสัปดาห์ละครั้งก็เพียงพอ”“เจ้าค่ะ” เมื่อเสร็จหน้าที่สาวใช้สาวน้อยก็หมุนตัวยอบกายจากไปทำตามคำสั่งที่ได้รับมอบหมายส่วนซูเม่ยก็หันกลับไปยุ่งกับการทำอาหารให้เจ้าก้อนแป้งโดยไม่ได้สนใจจดหมายฉบับนั้นมากนัก จนสาวใช้คนสนิทอย่างชิงชิงอดพูดบางอย่างขึ้นมาไม่ได้“คุณหนูจะไม่เปิดดูจดหมายจริงๆหรือเจ้าคะ” ชิงชิงที่มีใจเอนเอียงไปทางคุณชายหยางที่บางคราอาจจะดูเงียบขรึม แต่ยามอยู่กับเจ้านายสาวกลับอ่อนโยนยิ่งนัก
บทที่ 26 กลับเมืองหลวง1เรือนฝูหลงซูเม่ยยังคงมาตรวจดูอาการของแขกทั้งสองตามปกติ ซึ่งวันนี้ชีพจรของทั้งสองกลับเป็นปกติ พิษแมงมุมเลือดได้สลายหายไปจนหมดแล้ว ส่วนบาดแผลก็แห้งสนิทเหลือเพียงร่องรอยเล็กน้อยเท่านั้น“พิษสลายไปหมดแล้ว ส่วนบาดแผลทาโอสถในตลับนี้วันละครั้งก่อนนอนก็เพียงพอแล้ว” ซูเม่ยยื่นตลับโอสถ 2 ตลับให้ทั้งสองคน ชินอ๋องหนิงเฉิงยื่นมือมารับทั้งสองตลับไว้ด้วยตนเอง ก่อนจะมองหน้าเม่ยเม่ยของเขาให้ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง จดจำภาพของนางไว้ระลึกถึงยามที่คะนึงหานาง ก่อนที่เขาจะเดินทางกลับเมืองหลวงไปจัดการพวกขุนนางที่กำลังทำเรื่องล้ำเส้นกันเกินไป“เม่ยเม่ย พี่คงต้องเดินทางกลับเมืองหลวงในวันพรุ่งนี้” ชินอ๋องหนิงเฉิงพูดหย่งเชิงดูท่าทีว่านางมีความรู้สึกต่อเขาบ้างหรือไม่ หากเขาจากไป ซูเม่ยเมื่อได้ยินดังนั้นก็ชะงักไปเล็กน้อย“ขอให้พี่หนิงเฉิงเดินทางปลอดภัย” ชินอ๋องหนุ่ม
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก3“ฮูหยินหม่า นี่เป็นโอสถบรรเทาอาการปวดอักเสบของบาดแผล กินครั้งละ 1 เม็ด วันละ 3 ครั้งหลังอาหาร” ซูเม่ยหันไปทางฮูหยินของท่านเจ้าเมืองที่ยืนอยู่ไม่ไกล ก่อนจะมอบขวดโอสถที่นางปรุงขึ้นสำหรับท่านเจ้าเมืองโดยเฉพาะ เพื่อการสมานบาดแผลที่รวดเร็วขึ้นและไม่นานนักซูเม่ยก็ขอตัวกลับจวนโดยมีคุณชายหม่าที่อาสาไปส่งคุณหนูใหญ่ตวนมู่ด้วยตนเอง และถือโอกาสนี้ขออภัยการกระทำของเขาที่เสียมารยาทยิ่งนัก ซึ่งซูเม่ยเองก็ไม่ได้ติดใจอันใด เรียกว่านางไม่สนใจเสียยังดีกว่าส่วนคนที่หายไปตั้งแต่มาส่งซูเม่ยถึงจวนเจ้าเมือง ตอนนี้ยังสนทนากับสหายโดยที่ไม่รู้เลยว่ากำลังจะมีภมรตัวผู้แอบมาดอมดมดอกไม้ของเขา จนยามถึงจวนตระกูลตวนมู่จึงได้รับรายงานจากองครักษ์คนสนิทอย่างเฟยฉีที่ส่งให้คอยดูแลว่าที่หวางเฟยแต่ก็เป็นช่วงเวลาหลังจากนี้หลายชั่วยามแล้ว“มหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายเก็บหางไม่ไหวเสียแล้ว”กรอบ... เสียงจอกชาที่แตกล
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก2“เจ้ากรมการค้าฮั่วซางอย่างนั้นหรือ”“ใช่ เจ้ากรมฮั่วมาขอพบข้าที่จวนรับรองขุนนาง ยื่นข้อเสนอเลื่อนขั้นแลกเปลี่ยนกับแผนพัฒนาเศรษฐกิจของเมืองหยางทั้งสองฉบับ รวมถึงข้อมูลของผู้สนับสนุนแผนงานนี้ ก่อนวันที่จะถวายงานนี้แก่ฮ่องเต้เพียง 1 วันเท่านั้น”“เจ้ากรมการค้าฮั่วเป็นหนึ่งในขุนนางฝ่ายมหาเสนาบดีฝ่ายซ้ายจินเจ๋อฮ่าว แผนพัฒนาเศรษฐกิจนี้กระทบกับเส้นทางการค้าของตระกูลจินไม่น้อย จึงดิ้นพล่านหาทางขัดขวางทุกทางสินะ”“แต่ข้า....ไม่ตกลง รุ่งขึ้นก็รีบเข้าถวายรายงานทันที ฮ่องเต้พอพระทัยแผนงานนี้มากจึงตรัสชมเชยในท้องพระโรง ทำให้ฝ่ายนั้นทราบว่าแผนงานนี้ได้รับการสนับสนุนจากตระกูลตวนมู่ แต่สิ่งที่สอดแทรกไปพระองค์ไม่ได้เอ่ยถึง แต่กลับเรียกข้าไปพบเป็นการส่วนตัว เพราะอยากจะทอดพระเนตรของจริง” ท่านเจ้าเมืองหยางกล่าวด้วยความหนักใจ เพราะตระกูลตวนมู่เป็นตระกูลก่อตั้งใหม่ไม่ได
บทที่ 25 ปลอดภัยและเรื่องในราชสำนัก1กลางดึกคืนนั้นเป็นไปตามที่ซูเม่ยคาดการณ์ไว้ ท่านเจ้าเมืองหยางหม่าเนี่ยนเจินมีอาการไข้ขึ้นสูงจากพิษบาดแผลที่ฉกรรจ์หลายแผลโดยเฉพาะในช่องท้องที่มีการผ่าตัด แต่ด้วยความเชี่ยวชาญของท่านหมอตงหยางที่เป็นหมอมาค่อนชีวิตก็สามารถทำให้ไข้ที่สูงลิ่วลดต่ำลงในยามรุ่งสาง แต่คนในจวนเจ้าเมืองไม่มีผู้ใดได้หลับตานอนเลย เนื่องจากกังวลในอาการป่วยไข้ของเจ้าของจวน โดยเฉพาะฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีไม่ห่างหวังว่าจะเห็นสามีลืมตาตื่นเสียทีปลายยามเฉิน (09.00 น.) ดวงตาของชายวัยกลางคนที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงค่อยๆเปิดขึ้นอย่างช้าๆ แต่ด้วยต้องปรับสายตาให้ชินกับแสงจึงยังเปิดตาได้ไม่เต็มที่นักแค่ก แค่ก แค่กเสียงไอแหบแห้งเบาๆจากคนบนเตียงเรียกสายตาของฮูหยินหม่าที่เฝ้าสามีอยู่ตลอดเวลาให้หันไปมองด้วยความตกใจปนยินดี นางไม่รอช้ารีบลุกเข้าไปชิดเตียงโดยไม่สนใจอาการอ่อนแรงจากการพักผ่อนน้อยของตัวเอง“ท่านพี่ ท่านพี







