Share

บทที่ 8

last update Tanggal publikasi: 2025-07-12 03:45:06

หลังจากกินข้าวเสร็จเสี่ยวหนานก็เตรียมตัวจะออกไปที่ร้าน เป็นอีกครั้งที่แม่โจวแบ่งอาหารทะเลสด ๆ ที่ได้มา ให้เธอนำไปให้พ่อแม่ และยังมีอาหารที่ทำร้อน ๆ ส่วนหนึ่งที่เธอแบ่งเอาไว้ เพื่อจะเอาไปให้พวกท่าน

จักรยานคันเดิมถูกปั่นไปตามเนิน ไม่นานก็ถึงบ้านซูทันเวลาก่อนที่พ่อกับพี่ชายและน้องชายของเธอจะออกไปทำงาน

"จื่ออัน มาเอากับข้าวพวกนี้ไปกินเร็วเข้า ของสดพวกนี้เอาไว้ให้แม่ทำกับข้าวนะ"

จื่ออันเห็นพี่สาวปั่นจักรยานมาจอดที่หน้าบ้านก็รีบวิ่งเข้าไปหาอย่างรวดเร็ว

"พี่เสี่ยวหนาน พี่ไม่เข้ามาในบ้านก่อนเหรอครับ"

"ไม่ล่ะ พี่มีธุระต้องรีบไปจัดการแต่เช้า ทุกอย่างเข้าที่เข้าทางเมื่อไหร่พี่จะบอกอีกที พี่ไปนะ พี่ใหญ่ พ่อ แม่ หนูไปก่อนนะคะ"

เธอกล่าวเสียงใสแล้วโบกมือลาทุกคนแล้วปั่นจักรยานออกไปเลย

"ระวังตัวด้วยนะลูก" เสียงแม่ซูตะโกนไล่หลังลูกสาว

จักรยานของเสี่ยวหนานแล่นผ่านถนนลูกรังที่เต็มไปด้วยผู้คนสัญจรไปมาในช่วงเช้า กลิ่นเค็มของทะเลลอยปะปนมากับกลิ่นหมึกแห้งที่ตากอยู่ริมรั้ว

ไม่นานก็มาถึงท่าเรือเมืองเยี่ยนเทียน ที่ห่างจากหมู่บ้านเพียง 2 กิโลเท่านั้น เมื่อมาถึงหน้าร้าน เสี่ยวหนานหยิบกุญแจออกจากกระเป๋าผ้า ใช้แรงหมุนดอกกุญแจจนมีเสียง "แกร๊ก"

ประตูเหล็กที่ขึ้นสนิมเล็กน้อยถูกดันออกช้า ๆ เธอเข็นจักรยานเข้าไปเก็บในมุมหนึ่งของร้านก่อนจะปิดประตูอย่างมิดชิด

ไฟในร้านถูกเปิดให้สว่าง เผยให้เห็นร้านที่ถูกทำความสะอาดไปบ้างแล้ว จากฝีมือของคนงานที่หวังหยุนฮวาส่งมาจัดการหลังจากทำสัญญาเช่าเสร็จ

เสี่ยวหนานเริ่มหยิบโต๊ะ เก้าอี้ ชั้นวางของ ถ้วยชาม หม้อ กระทะ และเครื่องครัวทั้งหมดออกมาจัดเรียงตามผังที่เธอวางไว้ในใจ ทุกอย่างถูกจัดลงอย่างมีระเบียบเหมือนเธอไม่ได้แค่ตกแต่งร้าน

เธอไม่ได้เพียงจัดร้าน แต่กำลังคืนชีพร้านเก่าจากกาลเวลาที่เธอจากมา ในเมื่อเธอไม่อาจกลับไปที่นั่นได้ เธอก็จะยกร้านนั้นมาไว้ที่นี่

"ยังขาดอะไรอยู่น๊า..." เสี่ยวหนานพึมพำขณะมองรอบร้าน ดวงตาหลุบต่ำแล้วสว่างวาบเมื่อคิดออก

เธอรีบเอารูปอาหารต่าง ๆ ที่อยู่ในร้าน ในมิติ มาติดผนังร้าน พร้อมกับนาฬิกาแขวนสีทองและป้ายอักษรมงคลที่พ่อเขียนให้

福满堂 (ความสุขสมบูรณ์ล้นเรือน) มาติดไว้เหนือเคาน์เตอร์

กระถางดอกไม้เล็ก ๆ ถูกจัดวางตามมุมต่าง ๆ ของร้าน ความเขียวขจีของพวกมันทำให้ร้านดูสดชื่นขึ้นทันตา

เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น เสี่ยวหนานยืนนิ่งมองไปรอบร้าน ริมฝีปากโค้งขึ้นเป็นรอยยิ้มที่แฝงไปด้วยความสงสัย เธอนึกอยากเห็นว่าเอาสิ่งของจากร้านออกมามากมาย ป่านนี้ร้านที่อยู่ในมิติคงว่าเปล่าแล้ว

"พาฉันเข้าไปในมิติ..."

ทันใดนั้นเธอก็เข้ามาอยู่ในร้านเดิม ที่อยู่ภายในมิติ แต่ที่น่าตกใจก็คือข้าวของทุกอย่างยังคงครบครันเหมือนเดิม แต่ก็มีเรื่องให้เธอตกใจยิ่งกว่า...

ชาร้อนแก้วนั้นยังวางอยู่บนโต๊ะ เสี่ยวหนานเบิกตากว้างเพราะเธอจำได้ชัดเจนนั่นคือชาที่เธอชงไว้ก่อนหัวใจวายเสียชีวิต

เธอก้าวไปช้า ๆ แล้วยื่นมือแตะขอบแก้ว...

"ร้อน...?"

เธออึ้งไปเมื่อไอร้อนจากแก้วลอยแตะปลายนิ้ว และขนมที่วางข้าง ๆ ก็ยังส่งกลิ่นหอมอ่อน ๆ

"เหมือนเพิ่งชง...เหมือนเพิ่งทำใหม่...หรือว่า..."

ความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัวเธอ...

"มิตินี้...คงสภาพของสิ่งของได้อย่างนั้นเหรอ?"

เธอมองไปรอบ ๆ ร้านอีกครั้ง ทุกอย่างยังอยู่ครบ แม้แต่ถ้วยจาน โต๊ะเก้าอี้ที่เธอขนออกมาตั้งร้านก็ยังอยู่ในมิติ

"แล้วของที่เรายกออกไปล่ะ... ทำไมยังมีที่นี่?"

ปริศนานี้เริ่มก่อตัวขึ้นมาในใจเธอ เสี่ยวหนานเม้มปากแน่น ก่อนจะพึมพำกับตัวเองว่า

"ต้องพิสูจน์..."

เธอออกจากมิติทันที แล้วรีบเปิดร้านเอาจักรยานออกไป แล้วรีบปิดประตูล็อกร้าน

"ป้ากู้คะ ฉันเอาโคล่าเย็น ๆ 3 ขวดค่ะ"

หญิงสูงวัยที่กำลังนั่งถือพัดอยู่ในร้านรีบวางมือแล้วไปหยิบของให้เสี่ยวหนานอย่างรวดเร็ว

"ได้ ๆ วันนี้มาคนเดียวเหรอเสี่ยวหนาน?"

"ใช่ค่ะป้า พี่สือซานเพิ่งกลับจากหาปลาก็เลยพักอยู่ น่าจะเป็นช่วงบ่ายแก่ ๆ ถึงจะขนของเข้ามา"

เสี่ยวหนานตอบพร้อมรอยยิ้มบาง ๆ เธอไม่อยากให้สงสัยว่าของในร้านเธอมากจากไหน จึงหลีกเลี่ยงด้วยการบอกว่าจะขนของเข้ามาช่วงค่ำแทน เพราะตอนนั้นจะไม่ค่อยมีคนอยู่

"ดี ๆ รีบมาขายด้วยกันนะ คนงานที่มาส่งของขึ้นเรือหาข้าวกินแถวนี้ไม่ได้เลย ถ้าเสี่ยวหนานมาขาย ป้าว่าต้องขายดีแน่ ๆ"

"นี่เงินค่าของค่ะ ฉันขอตัวกลับบ้านก่อนนะคะป้า จัดเตรียมของเสร็จฉันจะรีบมาเปิดร้านขายของเป็นเพื่อนค่ะ"

"จ้า ป้าจะรอนะ"

เสี่ยวหนานปั่นจักรยานกลับบ้านอย่างรวดเร็ว พอถึงกลางทางเธอก็หาที่แวะหลบสายตาคนแล้วเอาโคล่าเข้าไปไว้ในมิติ 1 ขวด เธอจะพิสูจน์... ว่าเมื่อเธอเข้าไปอีกครั้ง โคล่าขวดนี้จะยังคงเย็นเหมือนเดิมหรือไม่

และหากใช่ มิตินี้อาจไม่ใช่แค่คลังเก็บของ...แต่อาจกลายเป็นขุมทรัพย์ ที่จะเปลี่ยนโชคชะตาของเธอ...และสือซานไปตลอดกาล

ระหว่างทางกลับบ้าน เสี่ยวหนานยังแอบเอาเนื้อหมูกับผักแบ่งออกมาเป็นสองชุดแล้วแวะไปบ้านซูเพื่อเอาของเหล่านั้นไปให้ พอไปถึงก็พบว่าประตูปิดอยู่ เธอเคาะเบา ๆ สองครั้งแล้วเปิดเข้าไป

"มาทำไม แม่ไม่อยู่..."

อี้หลันพูดขึ้นทันทีที่เห็นเสี่ยวหนานเดินเข้ามาในบ้าน ถึงใบหน้าของเธอจะเรียบเฉยแต่ในดวงตามีแววระแวดระวังอยู่ตลอด เสียงนั้นไม่แข็งกระด้างเหมือนเคย คล้ายพูดเพื่อให้รู้ ไม่ใช่เพื่อขับไล่

"ฉันไปเดินดูของที่ตลาด ก็เลยเอาผักกับเนื้อหมูมาฝากค่ะพี่สะใภ้"

เสี่ยวหนานแปลกใจนิดหน่อย เธอจึงตอบกลับพร้อมกับยื่นถุงข้าวของให้กับคนตรงหน้า อี้หลันนิ่งไปครู่หนึ่ง แต่ก็ยื่นมือมารับของอย่างเก้ ๆ กัง ๆ

"ขะ…ขอบใจ" เสียงตอบเบาและติดสะอึกอย่างไม่คุ้นชินกับการได้รับน้ำใจ

"ไม่เป็นไรค่ะ ฉันขอตัวก่อนนะ"

แล้วเธอก็หมุนตัวเดินกลับไปโดยไม่กล่าวอะไรอีก ทิ้งให้พี่สะใภ้ยืนมองถุงในมือเหมือนคนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่เงียบ ๆ

เวลาล่วงเลยไปจนเกือบบ่ายโมง เสี่ยวหนานกลับมาถึงบ้าน ก็พบว่าสือซานกำลังชะเง้อคอมองออกมาจากหน้าประตู เขายิ้มออกเมื่อเห็นเธอเดินมา พร้อมกับเด็กหญิงตัวน้อยที่วิ่งโผเข้าใส่

"แม่! แม่กลับมาแล้ว~"

"หน่วนหน่วน หนูกับพ่อออกมารอแม่เหรอ?"

"ใช่ค่ะ หน่วนหน่วนเห็นพ่อยืนอยู่หน้าประตูนานแล้วก็เลยมาอยู่เป็นเพื่อน ว่าแต่..วันนี้แม่ทำอะไรให้หน่วนหน่วนกินน้า~"

เสี่ยวหนานหัวเราะออกมาเบา ๆ แล้วลูบหัวลูกน้อย ก่อนจะช้อนตาขึ้นมองสามีอย่างล้อเลียน

"วันนี้เราจะทำหมูตุ๋นผักดองกันจ้ะ แล้วก็มีซุปหอยนางรมกับปลาหมึกผัดน้ำดำด้วยนะจ๊ะ แม่ทำเสร็จแล้วหน่วนหน่วนต้องกินเยอะ ๆ นะ"

"ว้าวววว~ ได้เลยค่า ของที่แม่ทำต้องอร่อยมากแน่ ๆ"

หน่วนหน่วนกระโดดตัวลอยแล้วปรบมือรัว สือซานที่ยืนฟังอยู่นานรีบเดินเข้ามารับตะกร้าจากภรรยา

"ให้พี่ช่วยอะไรบ้างหนานหนาน?"

เธอยิ้มแล้วพยักหน้า

"ช่วยล้างผักก็พอค่ะ เดี๋ยวที่เหลือฉันจัดการเอง"

เสียงตะหลิวกระทบกระทะยังคงดังกังวานในห้องครัวเล็ก ๆ ที่อบอวลด้วยกลิ่นหอมของหมูตุ๋นผักดอง ซุปหอยนางรม และปลาหมึกผัดน้ำดำ น้ำซุปเดือดปุด ๆ

ระหว่างที่หม้อเคี่ยวได้ที่ เสี่ยวหนานก็เล่าเรื่องในวันนี้ให้สือซานฟัง ตั้งแต่การจัดร้านจนถึงแวะไปบ้านพี่สะใภ้ แม้จะเล่าอย่างเรียบง่าย แต่ในน้ำเสียงของเธอมีประกายแห่งความภูมิใจที่ไม่อาจซ่อนได้

กลิ่นหอมคล้ายจะปลุกวิญญาณหิวโหยของทั้งครอบครัวให้ตื่นขึ้นมาอย่างพร้อมเพรียง โดยเฉพาะหนูน้อยหน่วนหน่วนที่ยืนชะโงกหน้ามองหม้อใบโตตาแป๋ว ปากเล็ก ๆ พึมพำเบา ๆ ว่า..

"แม่จ๋า ท้องของหน่วนหน่วนร้องจ๊อก ๆ เลย"

เสี่ยวหนานหัวเราะเบา ๆ พลางเอื้อมมือมาลูบผมลูกสาวตัวน้อย

"เสร็จแล้วจ้ะเสร็จแล้ว ช่วยแม่จัดโต๊ะก่อนนะ แล้วไปเรียกคุณปู่คุณย่ามากินข้าว"

"ได้เลยค่า"

หนูน้อยตอบอย่างขันแข็ง ก่อนจะวิ่งถือตะเกียบกับถ้วยชามอย่างทะมัดทะแมง ไปวางเรียงลงบนโต๊ะไม้ที่อยู่กลางบ้าน สือซานที่ยืนเช็ดมืออยู่ข้าง ๆ เห็นแล้วก็อดอมยิ้มตามไม่ได้ เขาเอื้อมมาช่วยภรรยาเปิดฝาหม้อกลิ่นหอมจนคิ้วกระตุก

"โห... กลิ่นนี่มัน... เหมือนกินในภัตตาคารเลยนะเสี่ยวหนาน"

"อาหารที่ฉันทำซะอย่าง มันต้องอร่อยอยู่แล้ว"

ไม่นานนัก อาหารก็พร้อมเสิร์ฟ หมูตุ๋นผักดองที่ตุ๋นจนนุ่มละลาย ซุปหอยนางรมกลมกล่อม และปลาหมึกผัดน้ำดำรสเข้มข้นกับข้าวสวยร้อน ๆ ถูกจัดขึ้นโต๊ะเรียบร้อย

ทั้งครอบครัวนั่งล้อมวงอย่างพร้อมเพรียง แล้วเริ่มดื่มด่ำกับรสชาติอาหารตรงหน้า

"อื้อหืออ หมูนุ่มมากเลยแม่จ๋า หน่วนหน่วนเคี้ยวนิดเดียวก็หายไปเลย!"

เสียงเคี้ยวดังกรุ๊บกรั๊บดังให้ได้ยิน ก่อนที่ดวงตาของหน่วนหน่วนจะเปล่งประกายออกมา

"ใช่เลย…รสชาติแบบนี้ ถ้าไปอยู่ในร้านนะ พี่ว่า... ต้องขายดีแน่ ๆ"

สือซานเอ่ยเสริมทันที เขารีบวางตะเกียบแล้วยกนิ้วโป้งให้ภรรยา

"จริงเหรอคะ?"

"จริงสิ! แม่จ๋าทำอร่อยที่สุดเลย หน่วนหน่วนอยากกินทุกวัน!" หน่วนหน่วนรีบเสริม

"ถ้างั้นหน่วนหน่วนต้องเป็นผู้ช่วยคอยชิมให้แม่ดีไหม?"

"ดีค่า ต่อไปหน่วนหน่วนคงอ้วนเป็นลูกหมูแน่ ๆ เลย ฮะ ฮะ ฮะ"

สือซานมองภรรยาด้วยแววตาอบอุ่น ขยับมือมาวางทับมือของเธอเบา ๆ ภาพของลูกหลานที่มีรอยยิ้มแต่งแต้มบนใบหน้า ตั้งแต่มีเสี่ยวหนานเข้ามา ภายในบ้านก็ดุอบอุ่นเต็มไปด้วยความสุข พลอยทำให้ผู้เฒ่าทั้งสองสุขใจตามไปด้วย

ไป๋ลี่เหยายืนอยู่ในเงากำแพงของแดดยามบ่าย มือเรียวกำชายกระโปรงไว้แน่นจนเล็บฝังลงเนื้อ แต่เธอไม่รู้สึกเจ็บเลยสักนิด

เสียงหัวเราะ เสียงพูดคุย เสียงช้อนกระทบชามจากหลังรั้วอิฐดังลอดออกมาราวกับจงใจเย้ยหยัน

เสียงเล็ก ๆ ของเด็กหญิงที่เธอไม่อยากได้ยินนัก ร้องเรียกหาแม่ด้วยความสุขปนเสียงขำขัน พร้อมเสียงหัวเราะของสือซานที่ทำให้เธอปวดใจที่สุด

"เขาควรเป็นของฉัน..ไม่ใช่แก นังเสี่ยวหนาน!"

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 95

    ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในบ้าน หน่วนหน่วน หยวนเปา หยวนเป่ย ต่างก็วิ่งตรงไปยังห้องนอนของตัวเองอย่างกระตือรือร้น ไม่นานนัก พวกเขาก็ปรากฏตัวอีกครั้งพร้อมกับข้าวของพะรุงพะรัง ทั้งตุ๊กตาตัวโปรด ของเล่นชิ้นโปรด สมุดวาดรูป สมุดเขียน และดินสอสีสารพัดสีสัน แต่ละคนขนออกมาจากห้องของตัวเอง แล้วนำมากองรวมกันที่ห้อ

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 94

    หน่วนหน่วน เห็นอุปกรณ์ไฟฟ้าในห้อง ก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ เธอจึงเดินเข้ามาใกล้ ๆ แล้วเตือนสองพ่อลูกด้วยความเป็นห่วง "คุณลุงคะ น้องอิงลั่ว ถ้าจะใช้กระทะไฟฟ้าหรือกาน้ำร้อน ห้ามใช้ช้อนที่ทำจากสเตนเลสหรือเหล็กลงไปสัมผัสโดยตรงเด็ดขาดนะคะ ให้ใช้กระบวยที่มีด้ามจับแบบนี้แทน ไม่อย่างนั้นไฟจะดูดเอาได้ ไฟดูดน

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 93

    เธอเริ่มแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นและเป็นกันเองเซ่าเวินเงยหน้าขึ้นมองเสี่ยวหนานด้วยความเกรงใจ เขาวางตะเกียบลงแล้วตอบด้วยน้ำเสียงที่ยังคงสั่นเครือ "ผม...ผมชื่อเซ่าเวินครับ นี่ลูกสาวของผม เซ่าอิงลั่ว พวกเราเป็นคนกว่างโจวครับ" เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะเล่าเรื่องราวที่ผ่านมาให้เสี่ยวหนานฟังด้วยความเจ็บ

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 92

    ในระหว่างนั้น เสี่ยวเปากับอันเจ๋อ ก็ช่วยกันยกถาดอาหารที่แม่ตักให้มาวางไว้ที่โต๊ะ อาหารร้อน ๆ กลิ่นหอมฟุ้งเต็มโต๊ะไปหมด ส่วน เสี่ยวเป่ย ก็รีบไปหยิบน้ำอัดลมที่เพิ่งซื้อมาพร้อมกับนมอีก 4 กล่อง รวมถึงขนมปังที่แม่เตรียมไว้ให้เป็นขนมของพวกเขา เสี่ยวเป่ยก็แบ่งส่วนหนึ่งมาวางไว้ให้ด้วยพอหน่วนหน่วนพาสองพ่อลู

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 91

    ห้าปีต่อมาห้าปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันคือปี ค.ศ. 1988 ซูจื่ออัน เรียนจบจากมหาวิทยาลัยชิงหัวมาได้สักพักใหญ่แล้ว ด้วยความรู้และความสามารถที่ร่ำเรียนมา เขาได้เข้ามาช่วยงานในโรงงานของพี่สาวอย่างเต็มตัว โรงงานแห่งใหม่ ของ ซูเสี่ยวหนาน กำลังเริ่มก่อสร้างบนที่ดินที่เธอซื้อสะสมไว้ ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลที่

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 90

    สายตาของพนักงานสาวมองผ่านเพียงแค่วูบเดียว ก็ทำให้กิริยาของพนักงานเปลี่ยนไปในทันใด เธอกะพริบตาถี่ รีบยกมือขึ้นประสานพร้อมโค้งตัวเล็กน้อย"เชิญคุณลูกค้าทางนี้เลยนะคะ ห้องพิเศษของเราพร้อมแล้วค่ะ!"พนักงานผายมืออย่างนอบน้อม แล้วเดินนำแขกกลุ่มใหญ่ผ่านโถงกลางร้านเข้าไปยังห้องส่วนตัวที่จัดไว้โดยเฉพาะสำหรับ

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 82

    "ก็ต้องขอบคุณฝีมือการบริหารของคุณหยูค่ะ" เสี่ยวหนานหัวเราะเบาๆ "ไม่หรอก ต้องขอบคุณสูตรลับเฉพาะของคุณต่างหาก! ไม่แค่นั้นนะ ตอนนี้ยังมีคู่ค้าอีกหลายรายที่เริ่มสนใจต้องการซื้อแฟรนไชส์บะหมี่ปูคลุกซอสไปเปิดเองอีกด้วย ผมว่าคุณต้องเตรียมตัวให้พร้อมนะ"มิสเตอร์หยูกล่าวด้วยความชื่นชม เสี่ยวหนานพยักหน้ารับ เ

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 81

    ที่โรงพยาบาล ทันทีที่รถของสือซานจอดสนิทที่ทางเข้าห้องฉุกเฉิน บุรุษพยาบาลก็รีบเอารถเข็นมารับร่างของคนป่วย แล้วพาเสี่ยวหนานเข้าไปยังห้องฉุกเฉินอย่างรวดเร็ว ทีมแพทย์และพยาบาลเข้ามารับช่วงต่อทันที พวกเขาพยุงร่างของเสี่ยวหนานขึ้นนอนบนเตียงเข็น และพาเธอเข้าไปในห้องตรวจ หลังจากเก็บรถเสร็จสือซานก็รีบมายืน

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 77

    พอรถไฟมาถึงสถานีรถไฟกว่างโจว จื่ออันและพี่ชายกับพี่สะใภ้ต้องเปลี่ยนขบวนรถไฟเพื่อเดินทางต่อไปยังปักกิ่ง พวกเขาเดินตามป้ายบอกทางไปยังชานชาลาสำหรับรถไฟสาย กว่างโจว - ปักกิ่ง ซึ่งเป็นเส้นทางรถไฟสายหลักที่ยาวนานจื่อเหิงที่เป็นคนประหยัดและไม่ชอบใช้เงินฟุ่มเฟือย ถึงแม้จะรู้สึกเสียดายเงินที่ต้องจ่ายค่าตู้พ

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 76

    หลายสัปดาห์ต่อมา การสอบเกาเข่าผ่านพ้นไปด้วยดี ซูจื่ออัน ได้คะแนนสอบมากถึง 748 คะแนน ถือว่าสูงสุดในเมืองเยี่ยนเทียนแถมยังได้ประกาศนียบัตรจากการแข่งขันระดับมณฑล จนได้รับหนังสือเชิญเข้าเรียนที่มหาวิทยาลัยหลายแห่ง วันนี้เป็นวันที่จื่ออันจะต้องเดินทาง เขาเลือกแล้วว่าจะเรียนที่ มหาวิทยาลัยชิงหัว ครั้งนี้

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status