Partager

บทที่ 9

last update Date de publication: 2025-07-12 03:47:20

แต่ทุกอย่างที่เธอเห็น… ทุกอย่างที่เธอได้กลิ่น… ไม่ใช่ของเธอ

"มันควรเป็นฉัน…ลูกสาวหัวหน้าสมาคมชาวประมงกับลูกชายไต้ก๋ง คนทั้งหมู่บ้านก็รู้ว่าเหมาะกันที่สุด! แล้วผู้หญิงหน้าโง่อย่างหล่อน มีอะไรดีไปกว่าฉันบ้าง? ควรเป็นฉันที่ได้นั่งอยู่ข้างเขา"

เธอกัดฟันแน่น น้ำเสียงในลำคอกลายเป็นเงาตะคอกที่ไม่สามารถเปล่งออกมาดัง ๆ ได้

"แกรอก่อนเถอะนังเสี่ยวหนาน…ฉันต้องแย่งพี่สือซานกลับมาให้ได้ ต่อให้ต้องใช้วิธีไหนฉันก็จะเอาพี่สือซานกลับมาเป็นของฉันให้ได้"

มืออีกข้างหนึ่งกำพัดไม้ไผ่แน่นจนปลายพัดแหลมจิกบาดฝ่ามือ แต่เธอกลับแค่นหัวเราะออกมาเบา ๆ อย่างเยือกเย็นราวกับไม่รู้สึกเจ็บปวด

"วันหนึ่งเขาก็ต้องคุกเข่าลง ตราบใดที่ยังหากินจากท้องทะเล เขาก็ต้องอยู่ใต้อำนาจของพ่อฉัน… แล้วตอนนั้นแหละ ฉันจะเป็นคนยื่นเงื่อนไขให้เขาทิ้งแก..นังเสี่ยวหนาน"

ไป๋ลี่เหยาหันหลังเดินกลับออกไป เธอเลือกที่จะใช้อำนาจของผู้เป็นพ่อเพื่อกดขี่บังคับให้อีกฝ่ายยอมจำนน และทำตามความต้องการของเธอ

จากนางเอกของเรื่องค่อย ๆ ใช้วิธีสกปรกเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการ เธอไม่รู้เลยว่าการกระทำเหล่านี้มันจะค่อย ๆ หล่อหลอมให้เธอกลายเป็นตัวร้ายในที่สุด

วันต่อมา

วันนี้เสี่ยวหนานตื่นแต่เช้าเอาปลาที่เหลือเมื่อวานมาทำเป็นปลานึ่งซีอิ๊วเห็ดหอมและกับข้าวอีกสองอย่าง หลังจากกินข้าวล้างจานเสร็จแล้วเธอกว่าจะออกไปที่ร้านอีกสักครั้ง จึงห่ออาหารไปให้บ้านเดิมด้วย เธอใช้เวลาคุยธุระกับครอบครัวไม่นานก็กลับออกมา

พอออกจากบ้านซูมาที่จักรยานเธอไม่ทันได้ระวัง เสียงฝีเท้าเร่งร้อนจากด้านหลังก็ทำให้เธอต้องชะงัก แล้วพลิกตัวกลับไปมอง เงาร่างหนึ่งในชุดเสื้อเชิ้ตขาวสะอาดกับกางเกงผ้าฝ้ายสีกรมเดินเข้ามาใกล้

"เสี่ยวหนาน...เป็นเธอจริง ๆ ด้วย"

เสียงคุ้นหูนั้นทำให้ดวงตาเธอเบิกกว้าง หัวใจเต้นสะท้านวูบหนึ่งก่อนจะเย็นชาในวินาทีต่อมา

"หานเจา?"

ชายหนุ่มยิ้มกว้าง สายตาคุ้นเคยของเขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ ถึงแม่กับน้องสาวจะบอกว่าเธอเปลี่ยนไป แต่เขายังมั่นใจในตัวเอง เพียงเขาพูดไม่กี่คำเธอก็ต้องมาคุกเข่าอยู่ตรงหน้าเขาแน่นอน

"ไม่เจอกันนาน เธอดูดีขึ้นนะ ฉันกลับมาจัดการเรื่องทะเบียนบ้าน แต่ไม่คิดเลยว่าจะได้เจอเธอกลางทางแบบนี้ สวรรค์...ช่างเป็นใจจริง ๆ"

เสี่ยวหนานขยับตะกร้าขึ้นเล็กน้อย น้ำเสียงไร้แววหวั่นไหว

"เป็นใจกับผีสิ! ยิ่งเห็นยิ่งเหม็นขี้หน้า ไสหัวไปให้พ้นทาง ฉันจะไปธุระ ซวยจริง ๆ ต้องมาเจอตั่วเฮียแต่เช้า!"

ท่าทางและคำพูดของเสี่ยวหนานทำให้หานเจาแปลกใจไม่น้อย แต่เขาก็ไม่หลีกทางเพราะคิดว่าเธอแค่โกรธเขาอยู่

"เอาเถอะ!...ฉันจะไม่ถือสาคำพูดของเธอ ฉันรู้...ถ้าฉันพูดแค่ไม่กี่คำ เธอก็คงคุกเข่าร้องไห้ ขอให้ฉันกลับไปหาใช่ไหมล่ะ?"

"..."

"เอาอย่างนี้ดีไหม? ถ้าเธอเอาของที่ขนมากลับไปให้แม่กับน้องฉันเหมือนเดิม กลับไปอยู่รับใช้แม่ฉันที่บ้านหาน รับรองว่าฉันจะให้เธอเป็นเมียลับ ๆ ที่นี่ ส่วนเยว่ชิงเหมยเธอเป็นคุณหนูสูงศักดิ์ คงไม่กลับมาที่นี่หรอก"

"..."

"รับรองว่าถ้าเธออยู่ที่นี่เงียบ ๆ ฉันจะกลับมาหาเธอปีละครั้ง เป็นยังไง...เอาอย่างที่ฉันพูดดีไหม? นี่ฉันก็เมตตาเธอมากแล้วนะ"

เสี่ยวหนานหัวเราะออกมาอย่างขบขัน ก่อนจะสบตาเขาตรง ๆ รอยยิ้มบนใบหน้าผุดขึ้นอย่างเย้ยหยัน

"ถุย! ตั้งแต่เกิดมาฉันยังไม่เคยเห็นใครหลงตัวเองขนาดนี้มาก่อน พูดเหมือนฉันเป็นคนไม่มีสมอง ไอ้หน้าปลวก! สามีฉันหล่อกว่ารวยกว่านายตั้งกี่เท่า เรื่องอะไรฉันจะลดคุณค่าของตัวเองไปเป็นคนรับใช้ให้แม่กับน้องของนาย สมองนะ มีก็ใช้บ้างนะ อย่างถนัดแต่ใช้วิธีขึ้นเตียงเป็นทางลัด!"

คำพูดนั้นทำเอาหานเจาถึงกับนิ่งไป ดวงตาที่เคยมั่นใจเปลี่ยนเป็นเครียดขุ่น เค้าหน้าเขาแดงจัดทั้งโกรธทั้งอับอายเพราะไม่คิดว่าเสี่ยวหนานจะเปลี่ยนไปเป็นคนที่ปากร้ายได้ขนาดนี้

"เธอกล้าพูดกับฉันแบบนี้เหรอ? เธอ!..เธอ!..เธอมั..."

"กล้าไม่กล้าก็พูดไปแล้ว! ติดอ่างรึไงจะพูดอะไรก็ไม่พูดออกมาซะที ถ้าไม่อยากขายขี้หน้ากว่านี้ก็ไสหัวไปซะ น่ารำคาญ!"

หานเจาโกรธจนหน้าแดง เขาจ้องเธอเขม็งร่างกายสั่นเทิ้มเพราะความโมโห

"เธอจะเสียใจที่พูดแบบนี้เสี่ยวหนาน ฉันจะทำให้เธอกลับมาคุกเข่าขอโทษฉัน!"

เสี่ยวหนานไม่แม้แต่จะชายตามองเขาอีก เธอผลักเขาออกแล้วปั่นจักรผ่านเขาไปอย่างสง่างาม ขณะที่หานเจาได้แค่กำหมัดแน่น สายตาเขาแดงก่ำ หัวใจพลุ่งพล่านด้วยโทสะและความอัปยศที่เขาไม่เคยคาดฝันว่าจะได้รับจากผู้หญิงที่เขาเคยคิดว่าอยู่ใต้อุ้งมือ

หลังจากเธอลับสายตาไป หานเจาก็สบถเสียงเบา ๆ ก่อนจะสะดุ้งเมื่อเสียงหัวเราะเย้ยหยันดังขึ้นจากกำแพงข้างบ้าน

"ผู้หญิงแบบนั้นจะมีใครชอบ ถึงฉันไม่เคยทำอะไรเธอแต่ใครจะเชื่อ พูดแล้วก็เสียดาย...รู้อย่างนี้ฉันคงทำให้เธอเสียความบริสุทธิ์ไปนานแล้ว"

ไป๋ลี่เหยาในชุดกระโปรงผ้าไหมสีแดงเพลิงเดินอ้อมกำแพงออกมาด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยแผนร้าย

"ถ้าอย่างนั้นเรามาก็มาทำให้เธอตกเป็นของพี่ซะสิ พี่หานเจา!" ไป๋ลี่เหยาเลิกคิ้ว ยิ้มเย็นอย่างมีเลศนัย

"ไป๋ลี่เหยา! เธอหมายความว่า...?" หานเจาเลิกคิ้วด้วยความสงสัย ไม่รู้ว่าหญิงสาวคนนี้มาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่

หญิงสาวบอกแผนการให้หานเจาฟัง โดยหารู้ไม่ว่าด้านหลังกำแพงมีจื่ออันในชุดเสื้อกั๊กสีหม่นกำลังยืนนิ่งตาเบิกโพลง เขาฟังทุกอย่างชัดถ้อยชัดคำ จากนั้นเขาก็แอบตามทั้งคู่ไปที่ท้ายหมู่บ้าน ซึ่งเป็นที่กบดานของวัยรุ่นกลุ่มหนึ่ง

"ยานี่แหละ รับรองว่าสลบไสล ไม่รู้ตัว ไม่รู้จักความอายด้วยซ้ำ"

เสียงของวัยรุ่นคนหนึ่งในกลุ่มชายฉกรรจ์ดังขึ้น ตอนนี้หานเจากับไป๋ลี่เหยากำลังซื้อของบางอย่างจากพวกเขา

จื่ออันเม้มริมฝีปากแน่น เขาตัดสินใจรวบรวมเงินเก็บที่มีอยู่ทั้งหมด 4 หยวนแลกยาเจ้าปัญหานั่นมา หลังจากที่หานเจากับไป๋ลี่เหยากลับไปแล้ว

จากนั้นเขารีบวิ่งปรู๊ดตรงไปยังร้านข้าวแกงของพี่สาว

"พี่เสี่ยวหนาน..พะ..พี่ต้องฟังผมก่อน"

"อะไรจื่ออัน แล้วทำไมต้องวิ่งจนเหนื่อยหอบขนาดนั้น"

เสี่ยวหนานกำลังจัดวางข้าวของอยู่ เงยหน้าขึ้นมาพร้อมเสียงหอบของน้องชาย

"คือแบบนี้พี่ หานเจากับไป๋ลี่เหยา..."

จื่ออันเริ่มเล่าแผนการของหานเจากับไป๋ลี่เหยาให้พี่สาวฟังอย่างละเอียดตามที่เขาได้ยินมา พร้อมกับส่งซองกระดาษสีน้ำตาลที่มีผงยาอยู่ให้กับพี่สาว

"ให้มาไม่ให้กลับเสียมารยาท เงินนี่พี่คืนให้ค่ายา ส่วนที่เหลือเอาไปจ้างคนสักสองสามคนมาทะเลาะกันหน้าร้านตอนที่ฉันส่งสัญญาณ อย่าให้พลาดนะ"

เสี่ยวหนานเอาเงินใส่มือให้น้องชาย 20 หยวน แล้วให้น้องชายไปจัดการตามที่เธอสั่ง จากนั้นเธอก็เดินไปซื้อน้ำแดงจากร้านป้ากู้แล้วเอามาผสมยาเอาไว้ เธอไม่ลืมที่จะซื้อน้ำแข็งมาแช่ให้น้ำนั้นเย็นชื่นใจอยู่ตลอดเวลา

ไม่ทันเที่ยงดี หานเจากับไป๋ลี่เหยาก็มาถึงร้าน ทั้งคู่แสร้งทำตัวเป็นแขกผู้มาดี หานเจาถือขวดโคล่าเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มจอมปลอม

"มาทำไม!" เสี่ยวหนานเริ่มเปิดประเด็นทันที

"เมื่อเช้าฉันอาจจะล่วงเกินไปบ้าง เสี่ยวหนาน เรามาเริ่มต้นใหม่กันเถอะนะ กลับมาเป็นพี่น้องที่ดีเหมือนเดิมเถอะ" หานเจากล่าว

"ฉันแค่จะมาร่วมแสดงความยินดีกับเธอและพี่สือซานเท่านั้นเอง เจอพี่หานเจากลางทางก็เลยมาพร้อมกัน" ไป๋ลี่เหยาเสริมขึ้น

เสี่ยวหนานยิ้มบาง รับขวดโคล่ามาอย่างเชื่องช้า

"ก็ได้ ถือว่าลืม ๆ ไปละกัน"

เธอยกขวดขึ้นกระดก แล้วส่งสัญญาณให้จื่ออันผ่านสายตา

ทันใดนั้น เสียงตะโกนโวยวายดังลั่นจากหน้าร้าน กลุ่มคนงานแกล้งทะเลาะกันถึงขั้นเกือบฟาดปาก

หานเจาและไป๋ลี่เหยาหันไปดูอย่างตกใจ เสี่ยวหนานเลยใช้จังหวะนั้นรีบเทโคล่าครึ่งขวดลงถังขยะ ก่อนจะยกขึ้นดื่มต่อราวกับไม่เกิดอะไรขึ้น

"อ๊าา ชื่นใจจริง ๆ อ่ะนี่..น้ำแดงพวกนี้ฉันตอบแทนพวกเธอทั้งสองคน"

ทั้งหานเจาและไป๋ลี่เหยารับมาดื่มด้วยใบหน้ายินดี พวกเขาไม่ได้ยินดีที่เสี่ยวหนานยอมเริ่มต้นใหม่ แต่พวกเขายินดีที่เสี่ยวหนานดื่มโคล่าขวดนั้นเข้าไปจนเกือบหมดต่างหาก

"ฉันเพิ่งเห็นทำเลดีที่อยู่ไม่ไกลจากที่นี่ อยากให้เธอไปดูด้วยกันไหม?" หลังจากนั้นไม่นาน ไป๋ลี่เหยาก็พูดขึ้น

"ใช่ ๆ ไปแป๊บเดียวเองนะ เดี๋ยวคนอื่นแย่งก่อนจะเสียดาย" หานเจาช่วยเสริม

"ได้สิ ๆ เดี๋ยวฉันปิดร้านก่อน"

เสี่ยวหนานแกล้งทำหน้าแปลกใจแต่ก็ยอมเออออไปกับพวกเขา ระหว่างทางที่เดินไป เสี่ยวหนานเริ่มแสดงอาการเบลอสะลึมสะลือ

"ทะ..ทำไมฉัน ทำไมฉันถึงเวียนหัวแบบนี้นะ พวกเราใกล้ถึงรึยัง ฉันร้อน ทำไมวันนี้ถึงร้อนจัง"

"มา ฉันจะช่วยประคองเอง"

หานเจาวางแขนเธอพาดบ่า พอพ้นระยะสายตาผู้คน เขาจึงแบกเธอขึ้นหลัง ส่วนไป๋ลี่เหยาคอยช่วยเปิดทาง

บ้านร้างหลังเก่าที่อยู่นอกหมู่บ้านไม่ไกลนักเริ่มโผล่ให้เห็นตรงหน้า แต่ก่อนถึงไม่กี่ก้าว หานเจาและไป๋ลี่เหยาไม่รู้ก็คือ… สิ่งที่กำลังแล่นวนอยู่ในเส้นเลือดของพวกเขา ไม่ได้ทำให้เสี่ยวหนานหมดสติตามแผน

กลับเป็นพวกเขาเองที่เริ่มหน้าแดง หายใจแรง ร่างกายรุ่มร้อน สติพร่าเบลอ มือไม้เริ่มลูบไล้กันเองเหมือนสัตว์ป่าไร้สติ

"อะไรกัน... ทำไมมันร้อน... ร้อนวูบวาบไปหมด"

"ฉันก็รู้สึกเหมือนกัน..."

เสี่ยวหนานค่อย ๆ ลืมตา ยิ้มเย็นอย่างพอใจเมื่อได้เป็นผู้ควบคุมเกม พอเธอถูกวางลงในบ้านร้าง สองคนนั้นก็ร้อนรนจนอยู่ไม่ติด เธอจึงผลักทั้งสองคนลงบนเตียงเก่าในบ้านร้าง แล้วรีบวิ่งออกมาล็อกประตูจากด้านนอกด้วยกลอนเหล็ก

พลั๊ก!

"สะ..เสี่ยวหนานเธอ อ๊าา ร้อน ไม่ไหวแล้ว"

"ช่วยฉันด้วย พี่หานเจา ฉันร้อน"

จากนั้นเธอเดินอ้อมบ้านไปยังหน้าต่างไม้ผุที่มีลูกกรงซ้อนอีกชั้น แอบมองผ่านช่องแสงเห็นสองร่างดิ้นพล่าน ส่งเสียงครางเพ้อพกไร้สติ

"เราแอบดูแบบนี้จะดีเหรอพี่เสี่ยวหนาน?" จื่ออันที่เห็นพี่สาวออกมาจากบ้านก็รีบตามพี่สาวมาแอบดูติด ๆ

"ดีสิ! ได้เวลาที่ต้องเอาคืนแล้ว คนพวกนี้อยากสาดโคลนใส่พี่ พี่ก็จะเอาโคลนป้ายหน้ามัน!"

เสี่ยวหนานหัวเราะเบา ๆ แววตาเย็นชาดั่งน้ำแข็งจนจื่ออันรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัว

"นั่นอะไรพี่เสี่ยวหนาน หน้าตามันเหมือน...."

"นี่เรียกว่ากล้องโพลารอยด์ ถ่ายปุ๊บก็จะมีรูปออกมาปั๊บแบบนี้"

แชะ! แชะ! แชะ!

เสี่ยวหนานยิ้มหวานแล้วง้างกล้องโพลารอยด์ถ่ายรูปออกมาอย่างทะนุถนอม จื่ออันเพิ่งเคยได้เห็นก็ตาลุกวาวด้วยความตื่นเต้น

"ว้าว..มันสุดยอดมากพี่เสี่ยวหนาน..แต่รูปพวกนี้..ผมว่ามันน่าอนาจไปหน่อย"

จื่ออันมองรูปของหานเจากับเสี่ยวหนานที่กำลังเริงรักกันอยู่ในบ้านร้างก็ได้แต่ส่ายหัว

"ใจเย็นไว้น้องชาย รูปพวกนี้แหละที่จะช่วยให้เราได้เงินคืน"

เมื่อนึกถึงเงิน 600 หยวนที่เธอเสียไปเพราะหานเจา เธอก็อยากจะได้มันกลับมาคืนให้กับพ่อแม่ เพราะทั้งหมดนั้นคือน้ำพักน้ำแรงของพวกท่านที่หามาอย่างยากลำบาก

"พี่ว่ายังไง ผมก็ว่ายังงั้น!"

"งั้นเรากลับบ้านกันเถอะ"

เธอหัวเราะคิกกับน้องชาย พอภาพแห้งก็เก็บใส่กระเป๋าแล้วพากันกลับบ้านทันที

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 95

    ทันทีที่ก้าวเท้าเข้ามาในบ้าน หน่วนหน่วน หยวนเปา หยวนเป่ย ต่างก็วิ่งตรงไปยังห้องนอนของตัวเองอย่างกระตือรือร้น ไม่นานนัก พวกเขาก็ปรากฏตัวอีกครั้งพร้อมกับข้าวของพะรุงพะรัง ทั้งตุ๊กตาตัวโปรด ของเล่นชิ้นโปรด สมุดวาดรูป สมุดเขียน และดินสอสีสารพัดสีสัน แต่ละคนขนออกมาจากห้องของตัวเอง แล้วนำมากองรวมกันที่ห้อ

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 94

    หน่วนหน่วน เห็นอุปกรณ์ไฟฟ้าในห้อง ก็อดที่จะเป็นห่วงไม่ได้ เธอจึงเดินเข้ามาใกล้ ๆ แล้วเตือนสองพ่อลูกด้วยความเป็นห่วง "คุณลุงคะ น้องอิงลั่ว ถ้าจะใช้กระทะไฟฟ้าหรือกาน้ำร้อน ห้ามใช้ช้อนที่ทำจากสเตนเลสหรือเหล็กลงไปสัมผัสโดยตรงเด็ดขาดนะคะ ให้ใช้กระบวยที่มีด้ามจับแบบนี้แทน ไม่อย่างนั้นไฟจะดูดเอาได้ ไฟดูดน

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 93

    เธอเริ่มแนะนำตัวด้วยน้ำเสียงที่อบอุ่นและเป็นกันเองเซ่าเวินเงยหน้าขึ้นมองเสี่ยวหนานด้วยความเกรงใจ เขาวางตะเกียบลงแล้วตอบด้วยน้ำเสียงที่ยังคงสั่นเครือ "ผม...ผมชื่อเซ่าเวินครับ นี่ลูกสาวของผม เซ่าอิงลั่ว พวกเราเป็นคนกว่างโจวครับ" เขาถอนหายใจยาว ก่อนจะเล่าเรื่องราวที่ผ่านมาให้เสี่ยวหนานฟังด้วยความเจ็บ

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 92

    ในระหว่างนั้น เสี่ยวเปากับอันเจ๋อ ก็ช่วยกันยกถาดอาหารที่แม่ตักให้มาวางไว้ที่โต๊ะ อาหารร้อน ๆ กลิ่นหอมฟุ้งเต็มโต๊ะไปหมด ส่วน เสี่ยวเป่ย ก็รีบไปหยิบน้ำอัดลมที่เพิ่งซื้อมาพร้อมกับนมอีก 4 กล่อง รวมถึงขนมปังที่แม่เตรียมไว้ให้เป็นขนมของพวกเขา เสี่ยวเป่ยก็แบ่งส่วนหนึ่งมาวางไว้ให้ด้วยพอหน่วนหน่วนพาสองพ่อลู

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 91

    ห้าปีต่อมาห้าปีผ่านไปอย่างรวดเร็ว ปัจจุบันคือปี ค.ศ. 1988 ซูจื่ออัน เรียนจบจากมหาวิทยาลัยชิงหัวมาได้สักพักใหญ่แล้ว ด้วยความรู้และความสามารถที่ร่ำเรียนมา เขาได้เข้ามาช่วยงานในโรงงานของพี่สาวอย่างเต็มตัว โรงงานแห่งใหม่ ของ ซูเสี่ยวหนาน กำลังเริ่มก่อสร้างบนที่ดินที่เธอซื้อสะสมไว้ ซึ่งตั้งอยู่ในทำเลที่

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 90

    สายตาของพนักงานสาวมองผ่านเพียงแค่วูบเดียว ก็ทำให้กิริยาของพนักงานเปลี่ยนไปในทันใด เธอกะพริบตาถี่ รีบยกมือขึ้นประสานพร้อมโค้งตัวเล็กน้อย"เชิญคุณลูกค้าทางนี้เลยนะคะ ห้องพิเศษของเราพร้อมแล้วค่ะ!"พนักงานผายมืออย่างนอบน้อม แล้วเดินนำแขกกลุ่มใหญ่ผ่านโถงกลางร้านเข้าไปยังห้องส่วนตัวที่จัดไว้โดยเฉพาะสำหรับ

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 75

    "ปักกิ่ง! ปักกิ่งเลยเหรอลูก! นั่นมันไกลแค่ไหนรู้ไหม!" แม่ซูอุทานเสียงหลงจนตะเกียบในมือแทบร่วง"รู้ครับแม่... ประมาณสองพันกิโลเมตร" จื่ออันตอบเสียงอ่อยลงเล็กน้อยเมื่อเห็นสีหน้าเป็นกังวลของมารดา"สองพันกิโลเมตร! แม่เจ้า! นั่นมันคนละฟากของแผ่นดินเลยนะ! แล้วลูกจะไปอยู่ยังไงตัวคนเดียว เกิดไม่สบายขึ้นมาใ

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 74

    เสียงปรบมือดังกึกก้องไปทั่วห้องโถงขนาดใหญ่ของศูนย์ประชุมในเมืองเซินเจิ้น เมื่อพิธีกรประกาศผลรางวัลสาขาวิศวกรรมเครื่องกล"อันดับหนึ่งในสาขาวิศวกรรมเครื่องกล ได้แก่ ซูจื่ออัน จากเมืองเยี่ยนเทียน!"จื่ออันยืนขึ้นด้วยสีหน้าตกตะลึงและตื่นเต้น เขาหันไปมองทุกคนในครอบครัวและครูฟ่านที่ยิ้มกว้างพยักหน้าให้กำล

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 73

    "ลูกคนนี้มันไม่ธรรมดาจริง ๆ นะ" พ่อซูหันไปพูดกับพ่อโจวที่นั่งข้างกัน เสียงเขาไม่ดังแต่หนักแน่นในยามที่เอ่ยชมลูกชายคนเล็ก"ใช่ ๆ ลูกคนเล็กของฉัน เขาไม่เคยทำให้ผิดหวังเลย ดูสิ! อายุแค่สิบหกปียังคิดทำเครื่องอะไรแบบนั้นได้" แม่ซูที่นั่งอีกฝั่งของพ่อ พยักหน้าอย่างรวดเร็ว "เด็กสมัยนี้ไม่เหมือนเมื่อก่อนนะ

  • ซูเสี่ยวหนานสะใภ้ไต้ก๋ง ยุค80   บทที่ 71

    "ครับครู ขอบคุณครับ""ขอบคุณที่นึกถึงจื่ออันะคะครูฟ่าน" เป็นเสี่ยวหนานที่รีบลุกแล้วเดินมาส่งครูฟ่านพร้อมกับคนอื่น"จื่ออันเป็นเด็กที่มีพรสวรรค์ ผมแค่ทำตามหน้าที่ของครู แค่ส่งให้เขาเดินไปถึงปลายทางได้ ก็ดีแล้วครับ"วันต่อมาโรงตีเหล็กของเถ้าแก่ก้วนดูมีชีวิตชีวาเสียยิ่งกว่าแดดยามสาย เปลวไฟจากเตาหลอมแผ

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status