หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย

หวนคืนอีกคราในคราบนางร้าย

last updateآخر تحديث : 2026-06-25
بواسطة:  เต้าหู้ยิ้มتم تحديثه الآن
لغة: Thai
goodnovel16goodnovel
10
1 تصنيف. 1 review
209فصول
6.4Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

นางเคยโง่เขลาจนต้องสูญเสียบุตรในครรภ์ไป เพราะบุรุษที่เคยให้สัญญาว่าจะรักและไม่ทอดทิ้งนาง หวนคืนอีกครา นางกลับมาพร้อมกับความแค้น คนที่เคยทำร้ายนาง จะต้องตายด้วยน้ำมือของนางเท่านั้น !

عرض المزيد

الفصل الأول

บทที่ 1 ตำหนักเย็น

อาภรณ์มงคลสีแดงฉานกองแผ่บนพื้นดิน ดุจดั่งดอกบัวโลหิตที่กำลังผลิบาน งดงามพิศวงทว่ารวดร้าว ทำให้สตรีที่เรือนผมขาวโพลนดุจหิมะผู้นั้นโดดเด่นสะดุดตาเป็นพิเศษ

โฉมหน้านางงามล้ำเป็นยิ่งนัก ผิวนวลผ่องดุจจันทร์เพ็ญ คิ้วโก่งงามดุจขุนเขา นัยน์ตากระจ่างใสราวหมู่ดารา ทว่า…สิ่งที่โดดเด่นเป็นพิเศษคือดวงตาคู่ที่เคยเปี่ยมด้วยความสุขสมหวังใสซื่อบริสุทธิ์ บัดนี้…กลับฉายแววความเจ็บปวดรวดร้าวที่ฝังลึกถึงกระดูก

พระราชโองการสีเหลืองเข้มร่วงหล่นอยู่ข้างกายนาง อักษรที่จารึกเปรอะเปื้อนไปด้วยโลหิตและน้ำตาของสตรีผู้นั้น ปรากฏให้เห็นถ้อยคำทุกตัวอักษรอย่างชัดเจน

“ฮ่องเต้มีพระราชโองการว่า ‘ลั่วซื่อชิงหวง’ เนรคุณฟ้า ทรยศต่อพระเมตตา ไม่ซื่อสัตย์ ไม่บริสุทธิ์ ต้องด้วยความผิดแห่งเจ็ดสถานอันควรขับไล่ นับเป็นสตรีที่โหดเหี้ยมอำมหิตยิ่ง บัดนี้…ระลึกถึงความดีความชอบในอดีต จึงยกเว้นโทษตายให้ ริบตำแหน่งฐานันดรศักดิ์ เนรเทศเข้าตำหนักเย็น ให้สำนึกตนปรับปรุงแก้ไขความประพฤติ”

ในฤดูเหมันต์ อากาศหนาวเหน็บอย่างยิ่ง ความเย็นยะเยือกกัดกินกระดูกซึมซาบจากภายนอก ทยอยคืบคลานไปตามอวัยวะทั้งสี่ แผ่ซ่านเข้าสู่รูขุมขนทุกอณู และรินรดเข้าสู่จิตใจ ลั่วชิงหวงรู้สึกราวกับตนเองถูกกักขังอยู่ในอุโมงค์น้ำแข็ง ที่ไร้ซึ่งแสงสว่าง ไร้ซึ่งความอบอุ่นแม้เพียงเสี้ยว

บุตรีสายตรงของท่านแม่ทัพใหญ่ ครั้งเมื่อได้รับการสถาปนาเป็นฮองเฮา ช่างสง่างามน่าเกรงขามเพียงใด ไม่รู้ว่าความสุขสงบอ่อนโยนนั้น ได้แปรเปลี่ยนเป็นโศกนาฏกรรมที่โหดร้ายที่สุดตั้งแต่เมื่อใด สวามีของนางที่เคยสาบานต่อนางว่าจะไม่มีวันทรยศหักหลัง ทว่า…ในวันอภิเษกสมรสกลับใช้ข้อหาไม่ซื่อสัตย์ ไม่บริสุทธิ์ปลดนางออกจากตำแหน่ง เนรเทศนางเข้าตำหนักเย็น ทั้งยังอภิเษกกับน้องสาวต่างมารดาของนางแทน

รอยยิ้มที่เปี่ยมด้วยความรวดร้าวแฝงอยู่บนใบหน้า มือขาวผ่องลูบไล้เส้นผมที่เปลี่ยนเป็นสีขาวโพลน ในปีนั้น...นางยอมเสี่ยงชีวิตเพื่อช่วยเขาถอนพิษ นางตัดสินใจอย่างเด็ดเดี่ยวว่าจะต้องตาย และยอมให้เขาร่วมรักเพื่อถ่ายพิษจากร่างเขามาสู่ร่างนาง แม้จะโชคดีที่รักษาชีวิตไว้ได้ แต่…นางก็ต้องมีผมขาวโพลน ในคืนนั้น สวามีของนางยังเคยจับเส้นผมของนาง สาบานต่อฟ้าดิน ว่าชีวิตนี้จะไม่ทรยศหักหลังนาง แต่ทว่า...สิ่งที่เรียกว่าไม่ทรยศหักหลัง คือการที่เขาใช้ข้อหาไม่ซื่อสัตย์ ไม่บริสุทธิ์ปลดนางเช่นนี้หรือ ?

นางไม่ซื่อสัตย์ ไม่บริสุทธิ์งั้นหรือ ?! นางมิได้เป็นหญิงสาวพรหมจรรย์จริง แต่นั่น…ก็เพราะนางต้องช่วยเขาถอนพิษ และคนที่ทำลายพรหมจรรย์ของนางก็คือตัวเขาเองมิใช่หรือ ?! บัดนี้…เขาถึงกับกล่าวหานางว่าไม่ซื่อสัตย์ ไม่บริสุทธิ์ได้อย่างไร ?!

“ฮ่องเต้เสด็จ” เสียงประกาศของขันทีที่แฝงไว้ด้วยความดูแคลนในตำหนักเย็นนั้น ดังก้องชัดเจน

ดุจดังคนจมน้ำที่คว้าได้ไม้แพ ดวงตาที่เคยหม่นหมองของลั่วชิงหวงกลับสว่างไสวขึ้นทันที นางพยายามดิ้นรนลุกขึ้นยืน ในที่สุดเขาก็ยังจำความรักเก่า ๆ ได้ใช่หรือไม่ ? ในที่สุด เขาก็ยังมาพบนางใช่หรือไม่ ?!

“ไยพี่หญิงถึงได้นั่งอยู่บนพื้นเช่นนี้เล่า ? นี่ฤดูหนาวแล้วนะเจ้าคะ ระวังจะหนาวจนล้มป่วยนะเจ้าคะ”

เสียงหวานหยดย้อยชวนหลงใหลของ ‘ลั่วชิงเฉิง’ ดังเข้าสู่โสตประสาทของลั่วชิงหวง กลิ่นเครื่องหอมและแป้งผัดหน้าคละคลุ้งทำให้นางต้องเงยหน้าขึ้นมอง สิ่งที่ปรากฏแก่สายตานั้นคือแสงสีแดงฉาน สวามีของนางและน้องสาวต่างมารดาของนาง สวมใส่อาภรณ์มงคลสีแดงเข้ม อาภรณ์มงคลบนกายลั่วชิงเฉิงนั้นกลับวิจิตรงดงามกว่าของนางเสียอีก เห็นชัดว่าพวกเขาเตรียมการทุกอย่างไว้ล่วงหน้าแล้ว

เหตุใดพวกเขาจึงกระทำต่อนางเช่นนี้ ?! ลั่วชิงหวงผู้นี้ผิดบาปต่อพวกเขาในด้านใดกันแน่ ?! นางมอบทั้งกายและใจให้แก่ ‘จวินเฉียนหลิง’ ไม่เสียดายแม้กระทั่งชีวิตเพื่อช่วยชีวิตเขา ทว่า…สิ่งที่ได้กลับคืนมาคือการทอดทิ้งอย่างเลือดเย็น นางปกป้องดูแลลั่วชิงเฉิงอย่างเต็มที่ ยอมรับโทษทัณฑ์แทนนางครั้งแล้วครั้งเล่า ทว่า…สิ่งที่ได้กลับคืนมาคือการที่นางชักดาบมาแย่งชิงคนรักนางไป

“ฝ่าบาท หม่อมฉันกลัวเหลือเกิน” ลั่วชิงเฉิงเห็นแววตาเปี่ยมด้วยความแค้นของลั่วชิงหวง จึงแสดงท่าทีอ่อนแอหลบอยู่ด้านหลังจวินเฉียนหลิง ทำราวกับว่าตนเองกำลังหวาดผวาจนตัวสั่นเทา จวินเฉียนหลิงโอบกอดลั่วชิงเฉิงไว้ในอ้อมแขน ปลอบโยนอย่างอ่อนโยนว่า

“อย่าได้หวาดกลัวไปเลยชิงเฉิง มีข้าอยู่ตรงนี้แล้ว สตรีใจอำมหิตผู้นี้ไม่กล้าทำอันตรายเจ้าหรอก”

ลั่วชิงเฉิงซบอยู่กับอกจวินเฉียนหลิง เหลือบมองลั่วชิงหวงอย่างยั่วยุ ในแววตาเปี่ยมด้วยความปิติยินดีและความท้าทาย

“สตรีใจอำมหิตงั้นหรือ ?!” เมื่อลั่วชิงหวงได้ยินคำกล่าวของจวินเฉียนหลิง ในที่สุด นางก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา

ผู้ใดกันที่เคยโอบกอดนางแล้วกล่าวว่านางคือสตรีที่งดงามและจิตใจดีงามที่สุดในใต้หล้า ? บัดนี้…นางกลับกลายเป็นสตรีใจอำมหิตไปเสียแล้วหรือ ? นางอยากถามเหลือเกินว่า นางไปอำมหิตในด้านใดกัน ?

จวินเฉียนหลิงทอดสายตาเย็นชาไปยังลั่วชิงหวง ในแววตาเต็มไปด้วยความดูแคลนและความเหยียดหยาม พร้อมกับเผยรอยยิ้มเย็นยะเยือกโหดเหี้ยมออกมา

“มิใช่เช่นนั้นหรือ ?! เจ้าคิดว่าเรื่องที่เจ้าทารุณกรรมชิงเฉิงในจวนเสนาบดีตลอดหลายปี เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้หรือ ?”

ลั่วชิงหวงมองจวินเฉียนหลิงอย่างไม่เชื่อสายตา ดวงตาที่เคยอ่อนโยนดุจสายน้ำนั้น บัดนี้…กลับไร้ซึ่งความอ่อนโยนใด ๆ เหลืออยู่เลย มีแต่การดูถูกเยาะเย้ยอันไม่มีที่สิ้นสุด นางทารุณกรรมลั่วชิงเฉิงงั้นหรือ ?! นางเกือบจะหัวเราะออกมาเสียงดังด้วยความขบขัน ตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยได้ยินเรื่องที่ตลกถึงเพียงนี้มาก่อน

ลั่วชิงหวงอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา นางหัวเราะจนเสียงแหบแห้ง หัวเราะจนน้ำตาไหลออกมาเป็นสาย บิดาของนางซึ่งเป็นท่านแม่ทัพใหญ่ ต้องออกไปทำศึกสงครามภายนอกทุกปี จวนแม่ทัพใหญ่จึงตกอยู่ภายใต้การดูแลของอนุรอง แม้แต่นางที่เป็นบุตรีสายตรงยังมิอาจหลีกเลี่ยงจากการถูกรังแกได้ ลั่วชิงเฉิงซึ่งเป็นบุตรีอนุ สถานะย่อมต่ำต้อยกว่าเป็นธรรมดา

ทว่า...นางปฏิบัติต่อลั่วชิงเฉิงด้วยความรักและปกป้องดูแลมาโดยตลอด ถึงขั้นยอมขัดแย้งกับอนุรองแทนนางซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่…สุดท้าย สิ่งที่ได้กลับมาคือความแค้นชิงชังไม่พอ ยังแย่งชิงสวามีของนางไป ทั้งยังกล่าวหานางว่าเป็นสตรีใจอำมหิตที่ทารุณกรรมลั่วชิงเฉิงอีกด้วย น่าขันสิ้นดี!

จวินเฉียนหลิงมองลั่วชิงหวงจากที่สูง ดวงตาไร้ความสงสาร ก่อนจะพ่นถ้อยคำสองคำออกมาอย่างเย็นชาว่า

“สตรีวิปลาส!”

“ข้าคือสตรีวิปลาสงั้นหรือ ?!” ลั่วชิงหวงพลันตะโกนขึ้นพร้อมกับเพิ่มเสียงให้ดังขึ้น เพราะลุกขึ้นเร็วเกินไป นางจึงเซถลาไปหลายก้าว มองจวินเฉียนหลิงด้วยความเจ็บปวดสุดแสน และกล่าวประชดประชันว่า

“เมื่อก่อน ผู้ใดกันที่สาบานต่อฟ้าดินต่อหน้าสตรีวิปลาสผู้นี้ ว่าจะไม่มีวันทรยศหักหลังข้าไปชั่วชีวิต! จวินเฉียนหลิง! ท่านเคยกล่าวไว้ว่า หากผิดคำสาบานนี้ จะต้องถูกฟ้าผ่าดินทลาย!”

ลั่วชิงหวงใช้พละกำลังทั้งหมดที่มีตะโกนก้องถ้อยคำฟ้าผ่าดินทลาย ดังเข้าสู่โสตประสาทของจวินเฉียนหลิง ทำให้สีหน้าของเขาสั่นไหว แต่…สุดท้ายก็แปรเปลี่ยนเป็นความเหี้ยมโหดที่ล้ำลึกกว่าเดิม จวินเฉียนหลิงทอดสายตาที่เยียบเย็นและดุดันไปยังลั่วชิงหวง มุมปากของเขาเผยรอยยิ้มที่อำมหิตเหี้ยมเกรียมกล่าวว่า

“ลั่วชิงหวง เจ้าอาลัยอาวรณ์ในตัวข้าถึงเพียงนี้เชียวหรือ ? ในเมื่อเป็นเช่นนั้น คืนนี้…ข้าจะอยู่ร่วมกับเจ้า ณ ที่แห่งนี้”

แววตาของลั่วชิงหวงฉายแววประหลาดใจ นางมองจวินเฉียนหลิงด้วยความตกตะลึง ทว่า…จวินเฉียนหลิงกลับโค้งริมฝีปากอย่างอำมหิตและกล่าวว่า

“ร่างกายของเจ้าใกล้จะดับสิ้นแล้ว ข้าเกรงว่าชั่วชีวิตนี้จะไม่มีโอกาสได้พบกันอีก คืนนี้…ข้าจะค้างแรมกับชิงเฉิง ณ ที่แห่งนี้ ส่วนเจ้า…จงทำหน้าที่เฝ้ายามให้ข้าเสีย จงทะนุถนอมโอกาสครั้งนี้ไว้ให้ดี นี่เป็นโอกาสสุดท้ายที่เจ้าจะได้เห็นเรือนกายของข้า”

ลั่วชิงเฉิงได้ยินดังนั้น ความอาฆาตมาดร้ายปรากฏขึ้นในแววตา แต่…กลับแสดงท่าทีลังเลกล่าวว่า

“จะดีหรือเพคะ ? เกรงว่าพี่หญิงจะไม่ยินดี”

“ไม่เป็นไร ข้าเห็นว่าพี่หญิงของเจ้ายินดีเป็นอย่างยิ่ง” จวินเฉียนหลิงยิ้มมุมปาก กล่าวพลางเอื้อมมือโอบกอดเอวอันบอบบางของลั่วชิงเฉิง และเดินตรงไปข้างหน้า

ลั่วชิงหวงยืนมองจวินเฉียนหลิงที่โอบกอดลั่วชิงเฉิงเดินผ่านหน้านางไป นางมองดูพวกเขาขึ้นไปบนเตียงของนาง ลั่วชิงเฉิงยังเหลือบมองเตียงอย่างรังเกียจแล้วกล่าวว่า

“เตียงในตำหนักเย็นนี้สกปรกเสียจริง พี่หญิงหลับนอนได้อย่างไรกัน”

นางยืนอยู่กับที่ ไม่ไหวติงราวกับรูปปั้นที่ถูกผนึก ดวงตาสีดำสนิทที่เคยมีประกายแห่งชีวิต บัดนี้…กลับเหลือเพียงความว่างเปล่าที่เงียบสงัด

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى

المراجعات

You Euro
You Euro
กี่ตอนจบคะ
2026-04-28 13:09:27
0
0
209 فصول
บทที่ 1 ตำหนักเย็น
อาภรณ์มงคลสีแดงฉานกองแผ่บนพื้นดิน ดุจดั่งดอกบัวโลหิตที่กำลังผลิบาน งดงามพิศวงทว่ารวดร้าว ทำให้สตรีที่เรือนผมขาวโพลนดุจหิมะผู้นั้นโดดเด่นสะดุดตาเป็นพิเศษโฉมหน้านางงามล้ำเป็นยิ่งนัก ผิวนวลผ่องดุจจันทร์เพ็ญ คิ้วโก่งงามดุจขุนเขา นัยน์ตากระจ่างใสราวหมู่ดารา ทว่า…สิ่งที่โดดเด่นเป็นพิเศษคือดวงตาคู่ที่เคยเปี่ยมด้วยความสุขสมหวังใสซื่อบริสุทธิ์ บัดนี้…กลับฉายแววความเจ็บปวดรวดร้าวที่ฝังลึกถึงกระดูกพระราชโองการสีเหลืองเข้มร่วงหล่นอยู่ข้างกายนาง อักษรที่จารึกเปรอะเปื้อนไปด้วยโลหิตและน้ำตาของสตรีผู้นั้น ปรากฏให้เห็นถ้อยคำทุกตัวอักษรอย่างชัดเจน“ฮ่องเต้มีพระราชโองการว่า ‘ลั่วซื่อชิงหวง’ เนรคุณฟ้า ทรยศต่อพระเมตตา ไม่ซื่อสัตย์ ไม่บริสุทธิ์ ต้องด้วยความผิดแห่งเจ็ดสถานอันควรขับไล่ นับเป็นสตรีที่โหดเหี้ยมอำมหิตยิ่ง บัดนี้…ระลึกถึงความดีความชอบในอดีต จึงยกเว้นโทษตายให้ ริบตำแหน่งฐานันดรศักดิ์ เนรเทศเข้าตำหนักเย็น ให้สำนึกตนปรับปรุงแก้ไขความประพฤติ”ในฤดูเหมันต์ อากาศหนาวเหน็บอย่างยิ่ง ความเย็นยะเยือกกัดกินกระดูกซึมซาบจากภายนอก ทยอยคืบคลานไปตามอวัยวะทั้งสี่ แผ่ซ่านเข้าสู่รูขุมขนทุกอณู และรินรดเข้าสู่จิตใ
اقرأ المزيد
บทที่ 2 สูญเสียบุตรในครรภ์
“เป็นอย่างไร ?! ยังไม่รีบมาอีก! อยากให้ข้าเชื้อเชิญเจ้าด้วยตนเองอีกหรือ ?!” จวินเฉียนหลิงกอดลั่วชิงเฉิงไว้แน่น“ดูเหมือนว่าอดีตฮองเฮาคิดจะเหิมเกริมล่วงเกินเบื้องบนแล้วกระมัง ? เช่นนั้น…ข้าก็ไม่รังเกียจที่จะเรียกคนมาประหารทั้งจวนแม่ทัพใหญ่ ให้มาฝังพร้อมกับเจ้า”นัยน์ตาที่เคยว่างเปล่าของลั่วชิงหวง เมื่อได้ยินประโยคที่ว่าประหารทั้งจวนแม่ทัพใหญ่ ให้มาฝังพร้อมกับเจ้า พลันปรากฏแววแห่งความแค้นขึ้นทันที นางก้าวเดินไปข้างเตียงทีละก้าว เล็บมือจิกลงบนฝ่ามืออย่างแรงจนเกือบทะลุ แล้วคุกเข่าลงลั่วชิงเฉิงเหลือบมองลั่วชิงหวงด้วยความยินดี จวินเฉียนหลิงเองก็กวาดตามองลั่วชิงหวงอย่างไม่ใส่ใจ จากนั้น…ก็ปฏิบัติต่อลั่วชิงหวงราวกับนางเป็นเพียงสิ่งของไร้ชีวิต และเริ่มอภิรมย์สมสู่กับลั่วชิงเฉิงอย่างดูดดื่ม เสียงหอบกระเส่าของบุรุษผสานกับเสียงครวญครางของสตรีดังไม่ขาดสายข้างหูลั่วชิงหวง นางบังคับให้ตนเองต้องลืมตาจ้องมองภาพทั้งหมดที่เกิดขึ้นเบื้องหน้า ดวงตาสีดำสนิทค่อย ๆ รวบรวมความแค้นทีละน้อย ทีละน้อยลั่วชิงเฉิง นี่คือการตอบแทนที่นางมอบให้ใช่หรือไม่ ?! นางจำได้ว่าปีนั้น เพื่อไม่ให้ลั่วชิงเฉิงต้องรับโทษ นางถูกอนุ
اقرأ المزيد
บทที่ 3 จากไปกับคำสาบาน
นี่คือบิดาที่เคยทะนุถนอมนางมาตั้งแต่เล็กจนโตหรือ ?! นี่คือผลลัพธ์ของการรอคอยและความยึดมั่นของนางใช่หรือไม่ ?! น่าขันยิ่ง! และแสงสว่างสุดท้ายของนาง บุตรในครรภ์ก็ทอดทิ้งนางไปอีกคนแล้ว นางจะมีชีวิตอยู่ไปเพื่อสิ่งใดกัน ? สามเดือนที่นางอดทนแบกรับความอัปยศ เพื่อแลกกับความอับอายและความเจ็บปวดที่มากกว่าเดิมเท่านั้นหรือ ?แววตาของลั่วชิงหวงฉายประกายแห่งความเด็ดเดี่ยวและสิ้นหวัง นางลุกขึ้นยืนอย่างโซเซ คิดจะหาทางตายให้พ้นไป ทว่า…กลับถูกเงาร่างที่คุ้นเคยรั้งเอาไว้“หวงเอ๋อร์ เจ้าจะทำอะไร ?!” เสียงนั้นทั้งร้อนรนและเจ็บปวดใจ ดวงตาของลั่วชิงหวงพร่ามัว นางเงยหน้าขึ้น บุรุษที่อยู่ตรงหน้ามีใบหน้าที่หล่อเหลาและสง่างามเหนือใคร นี่มิใช่ ‘ลั่วอวิ๋นจื่อ’ พี่ชายแท้ ๆ ของนางหรอกหรือ ?!“ท่านพี่” ลั่วชิงหวงเมื่อเห็นลั่วอวิ๋นจื่อ ราวกับได้พบที่พึ่งพิง นางโผเข้ากอดลั่วอวิ๋นจื่อและร้องไห้ราวกับห่าฝน นางเพิ่งแท้งบุตร ร่างกายอ่อนแอ ลั่วชิงหวงร้องไห้จนแทบจะหมดสติลั่วอวิ๋นจื่อโอบกอดน้องสาวไว้แน่น ในดวงตาเต็มไปด้วยความเจ็บปวด ฝ่ามือของเขากำแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน“หวงเอ๋อร์ อย่าทำเรื่องโง่เขลาอีกเลย รอข้านะ ข้าจะต้องช่
اقرأ المزيد
บทที่ 4 ลั่วชิงหวงคนใหม่
ผลสุดท้ายคือ อนุรองไม่สั่งลงโทษลั่วชิงเฉิง ส่วนนางก็ป่วยไข้ติดต่อกันสองวันสองคืน เกือบจะเอาชีวิตไม่รอด พอกลับมาคิดดูแล้ว ช่างน่าขันยิ่ง นางปฏิบัติต่อลั่วชิงเฉิงด้วยความจริงใจ สุดท้าย…นางได้สิ่งใดกลับมากันเล่า คือการถูกลั่วชิงเฉิงวางแผน หลอกลวง และใช้ประโยชน์ ลั่วชิงเฉิงมีจิตใจที่อำมหิตน่ากลัว สู้รบปรบมือกับอนุรองที่เย่อหยิ่งจองหองได้ น่าขันยิ่งกว่านั้น คือนางยังโง่งมคิดจะปกป้องลั่วชิงเฉิงอีกปีที่สามสิบสามแห่งแคว้นจิ่น เป็นปีที่นางได้รู้จักกับ จวินเฉียนหลิง และเป็นจุดเริ่มต้นของฝันร้ายชั่วชีวิตของนาง บัดนี้…สวรรค์ได้นำพานางกลับมายังช่วงเวลาก่อนที่ฝันร้ายจะเริ่มขึ้น นางจะต้องถนอมโอกาสนี้ไว้ให้ดี เพื่อทวงคืนทุกสิ่งทุกอย่างที่พวกเขาติดค้างนางไว้ปีที่สามสิบสามแห่งแคว้นจิ่น เซียงหลิงยังคงมีชีวิตอยู่อย่างปลอดภัยเคียงข้างนาง พี่ชายก็เพิ่งกลับมาจากการประจำชายแดน แม้กระทั่งฮ่องเต้ที่เคยรักใคร่นางก็ยังมีชีวิตอยู่ดี ผู้คนที่รักใคร่นาง ยังมีลมหายใจอยู่ครบถ้วน นางจะต้องทะนุถนอมพวกเขาให้ดีที่สุด“คุณหนูเจ้าคะ คุณหนูสามมาแล้วเจ้าค่ะ” สาวใช้ในชุดสีม่วงเดินเข้ามา โดยมีลั่วชิงเฉิงในชุดสีชมพูอ่อนเดินตา
اقرأ المزيد
บทที่ 5 หาเรื่องจับผิด
เซียงหลิงถูกลั่วชิงหวงดึงมือมากุมไว้ จึงทำตัวไม่ถูก นัยน์ตาที่ใสสะอาดมองลั่วชิงหวง ดูราวกับกำลังทำความเข้าใจความหมายในคำพูดของลั่วชิงหวง นางมองลั่วชิงหวงอย่างสับสน นับตั้งแต่ฟื้นไข้ขึ้นมา คุณหนูดูเปลี่ยนไปมาก หากจะกล่าวว่าคุณหนูในอดีตคือดอกไม้ที่งดงามบานสะพรั่งภายใต้แสงอาทิตย์ คุณหนูในยามนี้ ก็เปรียบเสมือนดอกไม้ที่ผ่านประสบการณ์ลมฝนมาแล้ว ยิ่งงดงามน่าดึงดูดใจมากกว่าเดิม“ถ้าเจ้าไม่อยากติดตามข้า ข้าก็จะไม่โทษเจ้า” ลั่วชิงหวงสังเกตเห็นความสับสนของเซียงหลิง จึงกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ นางไม่คิดจะบังคับ หากเซียงหลิงไม่อยากติดตามนาง นางก็จะจัดการชีวิตในภายภาคหน้าให้เซียงหลิงอย่างดีงาม ถือเป็นการตอบแทนความจงรักภักดีที่เซียงหลิงมีต่อนางเมื่อได้ยินลั่วชิงหวงกล่าวเช่นนั้น เซียงหลิงจึงได้สติรีบคุกเข่าลง กล่าวด้วยความจริงใจและแน่วแน่ว่า“ไม่เจ้าค่ะ บ่าวเต็มใจ ไม่ว่าคุณหนูจะเปลี่ยนแปลงไปเป็นเช่นไร ก็ยังคงเป็นนายของบ่าว บ่าวเป็นห่วงเพียงว่า คุณหนูจะใจดีเกินไปจนถูกผู้อื่นรังแก ไฉนเลยจะคิดว่าคุณหนูใจคออำมหิตได้เล่า”“ดี” ลั่วชิงหวงตอบรับเบา ๆ ดวงตาที่ดำสนิทดูสงบนิ่ง แต่…กลับแฝงไว้ด้วยพายุคลื่นลูกใ
اقرأ المزيد
บทที่ 6 บทลงโทษ
จางม่าม้าไม่สนใจว่าเหตุใดลั่วชิงหวงจึงผิดปกติเช่นนี้ ในเมื่อมีโอกาส นางย่อมต้องใช้ประโยชน์ให้เต็มที่ จัดการลั่วชิงหวงไม่ได้ ก็จัดการสาวใช้ข้างกายนางเสีย ถือเป็นการสร้างบารมีให้หวังโยวรั่ว เมื่อหันหลังกลับไปตนเองย่อมได้ผลประโยชน์ดีงาม นางจึงกล่าวโทษอย่างหนักหน่วงเมื่อได้ยินคำพูดของจางม่าม้า มือของเซียงหลิงที่ประคองลั่วชิงหวงอยู่ก็สั่นเทา ลั่วชิงหวงเอียงศีรษะมองเซียงหลิง เห็นใบหน้าเล็ก ๆ ของเซียงหลิงซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว ทว่า…ในดวงตาของนางกลับไม่มีความหมายของการตำหนิต่อเซียงหลิงแม้แต่น้อย ในใจก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกขมขื่น เซียงหลิงโง่เขลาจริง ๆลั่วชิงหวงดันมือเซียงหลิงที่กำลังประคองนางออก แล้วเดินไปหยุดอยู่ตรงหน้าหวังโยวรั่วอย่างช้า ๆ แต่ละก้าวที่นางย่างเดินนั้นเชื่องช้าเหลือเกิน ราวกับจะล้มลงได้ทุกเมื่อ แต่…ร่างที่ผอมบางนั้นกลับแผ่ความสง่างามและบารมีที่สูงส่งจนผู้อื่นมิอาจต้านทานได้ออกมา มุมปากของนางเผยรอยยิ้มจาง ๆ แล้วกล่าวว่า“จางม่าม้ากล่าวถูกต้องแล้ว ผู้ที่ไม่เข้าใจมารยาท ดูหมิ่นกฎระเบียบของจวนแม่ทัพใหญ่ สมควรถูกลงโทษอย่างหนักโดยไม่มีการละเว้น อี๋เหนียงเห็นด้วยหรือไม่เจ้าคะ ?”ห
اقرأ المزيد
บทที่ 7 โรงเตี๊ยมฟางเซียวจวี
ทว่า…นางไม่เคยรู้เลยว่า การที่นางถูกรังแกเหมือนในอดีต ท่านพ่อล้วนแล้วแต่รู้เห็นเป็นใจ แท้จริงแล้ว คนที่ท่านพ่อรักที่สุดก็คืออนุรอง มิใช่ท่านแม่ยอดหญิงงามคู่แฝดแห่งแคว้นจิ่นในปีนั้นกลับมาแล้วรึ ? ก็ดี นางไม่ได้พบท่านพ่อที่แสนดีของนางมานานแล้ว“แค่ก ๆ” ลั่วชิงหวงไอออกมาเบา ๆ ดวงตาของนางฉายแววเย็นชาวูบหนึ่ง ไข้หวัดนี้ มิใช่เพียงแค่การโบยสามสิบไม้ก็สามารถลบล้างไปได้ หนี้ของนาง...จะทวงคืนอย่างช้า ๆต้นไม้ในสวนเริ่มเผยให้เห็นหน่ออ่อน เมื่อมองจากที่ไกล ๆ ก็ไม่เห็นความแห้งแล้งซีดเซียวอีกแล้ว แต่…กลับมีสีเขียวสดชื่นเพิ่มเข้ามาหลายส่วน ลั่วชิงหวงสวมเสื้อคลุมสีขาวดุจหิมะ ยืนอยู่ริมหน้าต่าง ร่างที่ผอมบางดูอ่อนแอเป็นพิเศษในสายลม ราวกับจะล้มลงได้ทุกเมื่อ แต่กระนั้นนางก็ยังคงยืนอยู่อย่างสงบนิ่ง ราวกับมีพลังงานที่มองไม่เห็นบางอย่างค้ำจุนนางไว้ ทำให้นางดูแน่วแน่และมั่นคงขนตาที่ยาวเหยียดทอดต่ำลง ในดวงตาที่ดำสนิทราวกับซ่อนเร้นความลึกล้ำไว้มากมาย นิ้วมือที่เรียวยาวขาวผ่องยื่นออกไป ค่อย ๆ เปิดบานหน้าต่างออก ลมกระโชกแรงพลันพัดเข้ามา ทำให้นางไอขึ้นมาอีกครั้ง“คุณหนู กำลังทำอะไรอยู่หรือเจ้าคะ ?” เซียงหลิงที
اقرأ المزيد
บทที่ 8 บุรุษชุดขาว
และตอนนั้นเอง นางก็ได้พบกับเขา บุรุษชุดขาวที่สวมหน้ากากเงินครึ่งซีก เขาบอกว่าเขาเป็นเจ้าของโรงเตี๊ยมฟางเซียงจวี เขาบอกว่าผู้ที่กินเสร็จแล้วคิดหนีจะต้องถูกตัดมือ เขามองใบหน้าที่ซีดเผือดของนางแล้วหัวเราะออกมา ถามเย้าแหย่นางว่าควรทำอย่างไรดี นางจึงรีบอธิบายอย่างลนลานว่านางเป็นคุณหนูจากจวนแม่ทัพใหญ่ นางลืมนำเงินมา นางจะกลับไปเอาเงินมาให้เขา หรือจะให้เขาตามนางกลับไปที่จวนก็ได้ทว่า…บุรุษชุดขาวผู้นั้นไม่มีทีท่าว่าจะปล่อยนางไป เขายืนกรานให้นางจ่ายเงินที่นี่เดี๋ยวนั้น ในตอนนั้น นางรู้สึกว่า ทำไมคนผู้นี้ถึงได้เจ้าเล่ห์นัก จึงอดไม่ได้ที่จะเสียมารยาท แล้วด่าออกไปว่า“เจ้าคนพาล!” ได้ยินนางด่า บุรุษชุดขาวก็ไม่ถือสา รอยยิ้มเย้าแหย่ยิ่งเข้มข้นขึ้น สุดท้าย…เขาก็สะบัดพัดพับอย่างสง่างาม แล้วกล่าวว่า“เจ้าไปเถิด จำไว้ว่าเจ้าติดค้างบุญคุณข้าอยู่ หวงเอ๋อร์ ~”นางมองเขากึ่งเชื่อกึ่งไม่เชื่อ เขาแค่ยิ้ม นางกลัวว่าเขาจะเปลี่ยนใจ จึงค่อย ๆ เดินจากไป แล้วรีบวิ่งกลับไปจวนแม่ทัพใหญ่ปิดประตูห้อง แก้มทั้งสองข้างของนางร้อนผิดปกติ นางก็ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอะไร เป็นเพราะวิ่งเร็วเกินไป หรือเป็นเพราะถูกบุรุษชุดขาวผู้นั้นเ
اقرأ المزيد
บทที่ 9 ย้ำเตือนสถานะ
ส่วนเหตุผลที่ทำเช่นนั้น ย่อมไม่ใช่เพราะความตั้งใจทำลายชื่อเสียงของตัวเอง แต่…เพื่อดึงดูดความสนใจของท่านพ่อและฮ่องเต้ เพื่อให้นางสามารถอธิบายเหตุผลที่นางมากินอาหาร และเหตุผลที่นางไม่มีเงินจ่ายค่าอาหารได้อย่างชัดเจน หากนางคิดไว้ไม่ผิด ท่านพ่อและพี่ใหญ่คงจะกลับมาถึงในวันพรุ่งนี้“เจ้าไปเถิด จำไว้ว่าเจ้าติดหนี้บุญคุณข้าอยู่ หวงเอ๋อร์” คุณชายหลิวจิ่งพับพัด แล้วยื่นหน้าเข้ามาใกล้หูลั่วชิงหวง กล่าวด้วยรอยยิ้มที่ยั่วยวน หัวใจของลั่วชิงหวงสั่นไหวอย่างรุนแรง การสนทนากับสถานการณ์นี้ไม่เหมือนกับครั้งก่อน แต่…คำพูดนั้น กลับเหมือนกันทุกประการ ทว่า…บัดนี้ นางได้มองเห็นความจริงของสิ่งที่เรียกว่าความรักแล้ว นางจะไม่มีทางหวั่นไหวกับผู้ใดอีกสวรรค์ให้โอกาสนางกลับมาเกิดใหม่ สิ่งที่นางจะต้องทำคือจดจำบทเรียนในครั้งก่อนให้ดี และทวงคืนความเจ็บปวดที่ผู้อื่นเคยทำไว้กับนาง ลั่วชิงหวงไม่ได้เอ่ยตอบ นางพยักหน้าแล้วพาเซียงหลิงเดินจากไป เมื่อกลับมาถึงจวนแม่ทัพใหญ่ เซียงหลิงก็ยกมือขึ้นลูบหน้าอกของตนเอง พลางถอนหายใจโล่งอกแล้วกล่าวว่า“เมื่อครู่นี้ตกใจแทบตายเจ้าค่ะคุณหนู” ลั่วชิงหวงเห็นท่าทางของเซียงหลิงก็อดไม่ได้ที่จะ
اقرأ المزيد
บทที่ 10 สี่คุณชายแห่งเมืองหลวง
ลั่วชิงหวงมองดูจางม่าม้าและซ่งม่าม้ากรูกันเข้าไปในห้องของนางโดยไม่แสดงท่าทีขัดขวางใด ๆ ภายนอกดูราวกับตกใจกลัว ทว่า…ไม่มีใครเห็น ประกายแห่งการวางแผนและความเจ้าเล่ห์ที่ซ่อนอยู่ในส่วนลึกของดวงตานาง อยากค้นก็ค้นไปเถิด นางกลัวว่าหวังโยวรั่วจะไม่มาค้นห้องของนางต่างหากเล่า หากไม่ค้นห้องของนาง จะหาข้อหาดูหมิ่นกฎระเบียบของจวนแม่ทัพใหญ่มาลงโทษหวังโยวรั่วได้อย่างไรหากไม่ค้นห้องของนาง จะพิสูจน์ได้อย่างไรว่านางมีเงินมากมายขนาดนี้ และเงินที่ถูกตัดทอนไปนั้นหายไปไหน ? หากไม่ค้นห้องของนาง จะทำให้ทุกคนรู้ได้อย่างไรว่าคุณหนูสายตรงอย่างนางต้องใช้ชีวิตลำบากอย่างไรจางม่าม้าและซ่งม่าม้ากรูกันเข้าไป รื้อค้นห้องของลั่วชิงหวงจนข้าวของกระจัดกระจาย เซียงหลิงเห็นเสื้อผ้าและเครื่องประดับของคุณหนูถูกพวกนางจงใจทำแตกหักเสียหาย ก็อดไม่ได้ที่จะกัดริมฝีปาก คิดจะเดินเข้าไปห้าม“อดทนไว้” ลั่วชิงหวงเห็นการกระทำของเซียงหลิง นางเอียงหน้าเล็กน้อย แล้วกระซิบบอกเพียงคำเดียวเซียงหลิงได้ยินคำพูดของลั่วชิงหวง ก็พยายามระงับความอยากที่จะพุ่งเข้าไปห้ามไว้ได้ ในเวลาไม่นาน จางม่าม้าและซ่งม่าม้าก็รวบรวมเงินทั้งหมดที่อยู่ในห้องของลั่ว
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status