Share

ซ่งหลิง เป็นคู่หมั้นของรัชทายาทช่างยากลำบากยิ่งนัก
ซ่งหลิง เป็นคู่หมั้นของรัชทายาทช่างยากลำบากยิ่งนัก
Penulis: ซูเล่อเหยียน

ตอนที่ 1

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-07 23:19:19

คิมหันต์ปีนี้อากาศร้อนอบอ้าวกว่าทุกปี ทำให้หนุ่มสาวเลือกที่จะอยู่เรือนมากกว่าออกมาเที่ยวเล่น ด้วยกังวลว่าแสงแดดอันร้อนแรงจะแผดเผาทำลายผิวกายที่งดงามของตน

บนชั้นสองของโรงน้ำชาที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวงปรากฎภาพหญิงสาวรูปร่างอรชรสมส่วนในอาภรณ์สีม่วงอ่อนที่ถูกตัดเย็บอย่างปราณีต ตาหงส์เฉี่ยวคมดุจเหยี่ยว จมูกเชิดรั้น ใบหน้าสง่างามสงบนิ่งจนมองอารมณ์ไม่ออก นางกำลังนั่งดื่มชาสายตาเหม่อมองท้องฟ้ากว้างด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง

“ท่านหญิงเจ้าคะ” ผู้ที่ถูกเรียกผินหน้าหันกลับมามองสาวใช้

“มีอะไรงั้นหรือ เสี่ยวซี” เสียงหวานตอบสาวใช้พร้อมรอยยิ้มบาง

นางคือบุตรีคนรองตระกูลซ่ง นามว่าซ่งหลิง นิสัยค่อนข้างที่เย็นชาแฝงด้วยความเด็ดเดี่ยว ทว่าเป็นเพียงภายนอกเท่านั้น ส่วนตำแหน่งท่านหญิงของนางได้มาจากที่ครั้งหนึ่งนางเคยช่วยอดีตไทเฮายามที่พระนางไปไหว้พระสวดมนตร์ที่อารามหลวง

“เอ่อ…ซ่งฮูหยินให้คนมาแจ้งว่าพรุ่งนี้นางจะเข้ามาพูดคุยเรื่องออกเรือนของคุณหนูใหญ่กับท่านหญิงเจ้าค่ะ” เสี่ยวซีมีหรือจะไม่ทราบจุดประสงค์ของคุณหนูใหญ่ที่มีบิดามารดารักใคร่ตามใจทะนุถนอมมาอย่างดี ต่างจากท่านหญิงของนาง

“หืม นางจะออกเรือนแล้วเกี่ยวอันใดกันกับเปิ่นจวิ้นจู่” นางย่อมทราบถึงเหตุผล บิดามารดาถึงแม้จะไม่กล่าวออกมาตามตรง แต่ความหมายก็สื่อออกมาชัดเจนว่าอยากให้นางทูลฝ่าบาทว่าให้ยกเลิกราชโองการหรือเปลี่ยนคู่หมั้นของไท่จื่อจากนางเป็นคุณหนูใหญ่แทน

“ท่านหญิง” เสี่ยวซีสงสารท่านหญิงยิ่งนัก นางที่อยู่กับท่านหญิงมาตั้งแต่เล็กทราบดีถึงความลำเอียงของคนในครอบครัวนี้

“ช่างเถิด ข้าชินชาเสียแล้ว” หญิงสาวหันกลับไปมองบรรยากาศข้างนอกเช่นเดิม

เช้าวันถัดมาในยามเฉินหมู่มวลวิหคส่งเสียงร้องขับขานกันอย่างสนุกสนานราวกับต้องการปลุกสาวงามที่นอนขี้เซาอยู่บนเตียงให้ตื่นขึ้นมารับแสงแดดยามเช้า ซ่งหลิง พลิกตัวไปมาก่อนจะลุกขึ้นบิดขี้เกียจ กระพริบตาสองสามครั้งเพื่อปรับม่านตา

“บ่าวคิดว่าท่านหญิงจะตื่นตอนที่ฮูหยินกับคุณหนูใหญ่มาแล้วซะอีก” เสี่ยวซีเอ่ยเย้าคนขี้เซา ช่วงแรกที่ท่านหญิงย้ายออกมาอยู่ที่จวนพระราชทานแห่งนี้ ยามทราบว่าสองคนนั้นจะมาที่นี่ นางก็มักจะแกล้งนอนตื่นสายให้อีกฝ่ายนั่งรอเก้อ

“อืม เสี่ยวซีถ้าเจ้าไม่พูด ข้าก็เกือบจะลืมไปแล้ว ว่าแต่พวกนางได้แจ้งหรือไม่ ว่าจะมายามใด” ซ่งหลิงเกือบจะลืมไปแล้วจริงๆ นางไม่อยากเจอหน้าพูดคุยกับผู้เป็นมารดาสักเท่าไหร่ เจอกันทีไรต้องทะเลาะกันทุกที กับพี่สาวร่วมมารดาก็เช่นกัน

“ต้นยามซื่อเจ้าค่ะ”

เสี่ยวซีประคองท่านหญิงไปที่หลังฉากกั้น เสร็จแล้วออกไปเตรียมอาภรณ์เครื่องประดับไว้ให้ เสี่ยวซีมักจะเป็นเช่นนี้ทุกครั้ง เพราะยามที่สองคนนั้นเห็นสิ่งของที่อยู่บนตัวท่านหญิงแล้วมักส่งสายตาอิจฉามาให้เสมอ มันทำให้เสี่ยวซีมีความสุขยิ่ง อาภรณ์เครื่องประดับของท่านหญิงส่วนมากมาจากวังหลวง ฝ่าบาทกับฮองเฮามักประทานมาให้อยู่บ่อยๆสองคนที่ว่าหาได้รวมฮูหยินแต่เป็นคุณหนูใหญ่กับคุณหนูสี่

ยามซื่อ

“ไม่ได้เจอกันตั้งนาน พี่หญิงรองยังคงงดงามเหมือนเดิมเลยนะเจ้าคะ” เสียงนี้เป็นของคุณหนูสี่ ซ่งเจียวจิง บุตรีที่เกิดจากฮูหยินรอง ปากเอ่ยชม แต่สายตาอิจฉาริษยานั้นปิดไม่มิด พี่สาวคนนี้อะไรก็ดีไปหมด เสียอย่างเดียวนางไม่รับความโปรดปรานจากบิดาและมารดา

ซ่งหลิงยกยิ้มมุมปาก “คุณหนูสี่เองก็เติบโตขึ้นไม่น้อย และยังคงน่ารักเหมือนเดิม” ซ่งหลิงยิ้มบางตอบกลับไปนางน่ารักหาใช่งดงาม

คุณหนูใหญ่ ซ่งหนิงเอ๋อ เห็นน้องสาวต่างมารดามีรอยยิ้มเจื่อนลงเช่นนั้น ก็เบะปากแล้วหันไปมองซ่งหลิงน้องสาวร่วมมารดาของตน สายตากวาดมองเครื่องประดับและเสื้อผ้าที่นางสวมใส่อยู่ก็กำหมัดแน่น กับน้องสาวคนนี้นางไม่ได้สนิทด้วยถึงจะเป็นพี่น้องร่วมมารดาก็ตาม ตั้งแต่จำความได้นางไม่ได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของซ่งหลิงเลยสักนิด นางที่เป็นคุณหนูใหญ่ของจวนถูกประคบประหงมเลี้ยงดูมาอย่างดี จึงมีนิสัยเย่อหยิ่ง เอาแต่ใจ นางมาทราบเรื่องที่ตนมีน้องสาวร่วมมารดาก็ตอนแปดขวบ

“น้องหญิงรอง เจ้าสบายดีหรือไม่ ข้ากับท่านแม่เห็นเจ้าอยู่ที่จวนนี้คนเดียวก็ให้กังวลใจยิ่งนัก” ซ่งหนิงเอ๋อก็เป็นสาวงามในฝันของบุรุษหลายๆ คนเช่นกัน น้ำเสียงหวานละมุนแฝงด้วยความเป็นห่วงเป็นใยถูกเอื้อนเอ่ยออกมาได้สมจริงยิ่ง

“ผิดแล้วคุณหนูใหญ่ ข้าหาได้อยู่ที่จวนนี้คนเดียวสักหน่อย ยังมีบ่าวไพร่อีกมากมายที่อยู่ที่นี่คุณหนูใหญ่กับฮูหยินอย่าได้กังวลจนเกินไป ข้าสบายดีมาก ดีกว่าอีกที่เป็นไหนๆ” ตระกูลซ่งเป็นตระกูลใหญ่มีหน้ามีตาในสังคม เป็นขุนนางฝ่ายบุ๋นที่ผู้คนนับหน้าถือตา แต่ใครเล่าจะรู้ถึงความสกปรกโสมมที่เกิดขึ้นในเรือนหลัง ตั้งแต่จำความได้นางคิดว่าตนเองเป็นบ่าวไพร่คนหนึ่งของจวนเสียด้วยซ้ำ หาใช่คุณหนูรองที่เกิดจากภรรยาเอกของขุนนางชั้นสูง หากไม่ใช่แม่นมกับเสี่ยวซีที่คอยอยู่เคียงข้างคอยดูแลปกป้อง นางอาจจะตายไปแล้วก็ได้

สีหน้าคุณหนูใหญ่ตอนนี้ไม่ต่างจากซ่งเจียวจิงก่อนหน้าสักเท่าไหร่ ออกจะดูแย่กว่าด้วยซ้ำ

“เอาล่ะ พวกเจ้าสองคนเป็นพี่น้องกัน ควรรักใคร่ปรองดองกันไว้” ฮูหยินเอกของจวนซ่ง นางมาจากตระกูลเถียนเป็นตระกูลบัณฑิต ที่มีลูกศิษย์เคารพนับถือมากมายทั่วเมืองหลวง นางปรายตามองลูกสาวคนรองที่ตนไม่เคยเหลียวแลมาตั้งแต่เกิด ความผูกพันเรียกว่าแทบไม่มีเลย

ซ่งหลิงที่กำลังยกชาขึ้นดื่มชะงักไปเล็กน้อย ในใจก็ตอบกลับไปว่า เพิ่งจะมาบอกให้พี่น้องรักใคร่กันตอนนี้มันไม่สายเกินไปหรือ นางเคยสงสัยว่ามารดาของนางนั้นมาจากตระกูลบัณฑิตจริงหรือไม่ เหตุใดถึงได้เลือกที่รักมักที่ชังเช่นนี้

ซ่งหลิงนั่งนิ่งไม่คิดจะเปิดปากถามว่าอีกฝ่ายมาทำอะไร นางยังคงนั่งละเมียดละไมดื่มด่ำกับชาที่ฮองเฮาเพิ่งส่งมาให้เมื่อวันก่อน

ซ่งหนิงเอ๋อเห็นมารดาไม่พูดอะไรออกไปสักทีก็ร้อนใจกลัวว่ามารดาจะเปลี่ยนใจ นางหมายมั่นใฝ่ฝันตำแหน่งข้างกายของไท่จื่อมานาน มันควรจะเป็นของนางไม่ใช่ของน้องสาว นางทนเห็นอีกฝ่ายได้ดีกว่านางไม่ได้ ตั้งแต่มีราชโองการหมั้นหมายประกาศออกมา นางจากที่พอมีไมตรีอยู่บ้างก็กลายเป็นเกลียดน้องสาวคนนี้ไปทันที ต่อมาจึงได้รบเร้าบิดามารดาให้ช่วยพูดกับน้องสาวว่าให้สละราชโองการนั้นให้นาง

“ซ่งหลิง เจ้าน่ารู้อยู่แล้วว่าข้ามาที่นี่ทำไม” ซ่งฮูหยินเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย

“อย่างที่บอกไปพี่สาวเจ้าถึงเวลาออกเรือนแล้ว เจ้าเองก็เพิ่งจะปักปิ่นไปไม่นานไม่สู้รอไปอีกสักปีสองปีค่อยแต่งก็ไม่เสียหาย” มารดาท่านไม่รู้สึกละอายใจบ้างเลยหรือ ซ่งหลิงคิดในใจ

“พี่สาวของเจ้าเพรียบพร้อมไปด้วยรูปโฉมและสติปัญญา มีคุณธรรม จรรยาบรรณที่ดี ราชโองการหมั้นหมายของ…”

“ท่านกำลังจะบอกว่าข้าขาดคุณสมบัติเหล่านั้นไม่คู่ควรกับไท่จื่อ ควรสละมันให้พี่สาว หรือเพราะว่าข้าเพิ่งจะพ้นวัยปักปิ่นมาไม่นานไม่ควรรีบออกเรือน พี่สาวที่เลยวัยออกเรือนมาหนึ่งปีแล้วคู่ควรเหมาะสมกว่าให้ข้ารีบมอบคู่หมั้นให้พี่สาวเสีย แล้วค่อยหาใหม่ก็ยังไม่สาย หรือจะให้พูดตรงๆ ก็คือหากข้าไม่ยอมมอบคู่หมั้นให้ พี่สาวก็จะไม่ได้ออกเรือนใช่หรือไม่”

คนที่ถูกบุตรสาวกล่าวแทรกขึ้นมาทั้งที่ตนยังพูดไม่จบนั่งนิ่งสีหน้าท่าทางล้วนบ่งบอกทุกอย่างว่าเป็นอย่างที่บุตรสาวคนรองกล่าวมา

“ซ่งฮูหยิน เปิ่นจวิ้นจู่ใช่ว่าจะไม่เคยบอก ว่าราชโองการนั้นขัดไม่ได้ ส่วนโทษของมันท่านน่าจะทราบ ท่านบอกให้เปิ่นจวิ้นจู่ไปทูลขอสละราชโองการกับฝ่าบาท เปิ่นจวิ้นจู่เองก็เคยบอกไปแล้ว นี่คือราชโองการไม่ใช่ของเล่นที่อยากจะได้ก็ได้ อยากจะทิ้งก็ทิ้ง อีกอย่างไท่จื่อเองก็ไม่ได้เป็นเดือดเป็นร้อนในเรื่องนี้ แต่ถ้าหากท่านยังยืนยันเช่นเดิม แนะนำว่าให้ท่านไปทูลกับฝ่าบาทเอง ซ่งฮูหยินท่านเข้าใจที่เปิ่นจวิ้นจู่พูดหรือไม่” ซ่งหลิงเดิมทีนางเป็นคนเรียบง่ายไม่ชอบพิธีรีตองต่างๆ ทว่าบางทีก็จำเป็นต้องใช่บรรดาศักดิ์ที่ได้มาข่มอีกฝ่าย เพื่อไล่หมู หมา กา ไก่ ออกไป

ซ่งหลิงไม่เคยเรียกอีกฝ่ายว่ามารดา ฝ่าบาทเป็นใคร เป็นฮ่องเต้ผู้ปกครองแคว้น เป็นผู้มีอำนาจสูงสุดราชโองการแต่ละอันได้มาง่ายเสียที่ไหนกัน ยิ่งถ้าออกไปแล้วก็ยิ่งยากที่จะยกเลิก ฝ่าบาทเมตตานางก็จริงแต่ก็ใช่ว่าจะทำสิ่งใดก็ได้

“เจ้า ซ่งหลิงข้าเป็นมารดาของเจ้านะ เจ้าควรที่จะทำตามคำสั่งข้า อกตัญญูไม่รู้บุญคุณผู้ให้ชีวิต” ซ่งหลิงถอนหายใจกลอกตามองบนเถียงไม่ได้ก็เอาคำว่ากตัญญู บุญคุณมากอ้าง นางเบื่อหน่ายยิ่งนัก

“ข้าขอถามท่านฮูหยิน ท่านเคยเห็นข้าเป็นบุตรหรือไม่ เคยทำหน้าที่มารดาหรือไม่ ใช่ ท่านให้ชีวิตแต่ไม่เคยดูแลเอาใจใส่ ยามนี้พอข้ามีสิ่งนั้นสิ่งนี้ท่านกลับถามหาความกตัญญูจากข้า ในใจของท่านรู้สึก…” ละอายบ้างหรือไม่ ส่วนท้ายนางกล่าวในใจ มองสบตาผู้เป็นมารดาบังเกิดเกล้า เป็นฮูหยินที่ละสายตาไปก่อน

“ซ่งหลิง นี่เจ้า…” ซ่งหนิงเอ๋อ ใช่ว่านางจะไม่รู้ถึงโทษของการขัดราชโองการ แต่นางยอมไม่ได้ที่เห็นอีกฝ่ายได้ดีกว่านาง

“เสี่ยวซี ส่งแขก!” ซ่งหลิงไม่อยากฟังเสียงกรีดร้องของพี่สาว จึงรีบตะโกนบอกให้เสี่ยวซีมาลากพวกเขาออกไป

ก่อนที่ไทเฮาจะสิ้นพระชนม์ พระนางบอกให้นางขอสิ่งใดก็ได้กับพระนางหนึ่งอย่าง ซึ่งนางเองก็รอโอกาสนี้มานานจึงไม่ลังเลที่จะบอกว่า ขอให้พระนางมอบจวนให้นางหนึ่งหลัง พระนางตอบตกลงทันที หลายคนอาจจะคิดว่ามีจวนแต่จะเอาเงินที่ไหนมาใช้จ่าย นางอยากจะบอกเหลือเกินว่า แค่ของรางวัลพระราชทานที่ช่วยชีวิตไทเฮาก็มากพอที่นางจะใช้ชีวิตอย่างสุขสบายไปได้อีกหลายปีในเมืองหลวงและตลอดชีวิตในต่างเมือง นี่ยังไม่รวมกับสิ่งของที่ฝ่าบาทและฮองเฮาชอบประทานให้นางอยู่บ่อยๆ นางไม่ทนอยู่ในจวนตระกูลซ่งที่มากด้วยอำนาจบารมีแห่งนั้นหรอก นางเกรงใจจะแย่อยู่แล้ว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ซ่งหลิง เป็นคู่หมั้นของรัชทายาทช่างยากลำบากยิ่งนัก   ตอนพิเศษ 2

    หกปีต่อมา“ฮองเฮาเพคะ องค์ชายน้อยหนีออกไปวิ่งเล่นอีกแล้วเจ้าค่ะ” เสี่ยวซีอุ้มองค์ชายวัยสี่หนาวเข้ามาพร้อมกับเอ่ยฟ้อง“หืม หลงเอ๋อไปเล่นที่ไหนมางั้นรึ” ซ่งหลิงรับบุตรชายมาจากเสี่ยวซีองค์ชายซบลงบนไหล่ของมารดาอย่างออดอ้อน “หลงเอ๋อ เพียงแค่ไปวิ่งเล่นที่อุทยานครู่เดียวเองพะย่ะค่ะ ไม่ได้หนี”“แล้วเหตุใดองค์ชาย ถึงไม่บอกกล่าวกับบ่าวก่อนล่ะเพคะ” “นั่นสิ…” นางยกมือลูบหัวเด็กน้อยอย่างรักใคร่“หากลูกบอกท่านน้าเสี่ยวซี ท่านน้าก็จะไม่ให้ไป”“เอาล่ะ แม่จะอนุญาตให้เจ้าออกไปวิ่งเล่นได้ทุกวันในช่วงเวลาพักแต่ต้องบอกกับท่านน้าเสี่ยวซีก่อนเข้าใจรึไม่อุทยานหลวงกว้างขวางทั้งยังมีสระน้ำที่ค่อนข้างลึกอีกด้วย หากว่าเจ้าเกิดพลัดตกลงไปจะทำอย่างไร แม่รักและเป็นห่วงเจ้ามากรู้รึไม่” ฟอด นางหอมแก้มบุตรชายอย่างเอ็นดู“พะย่ะค่ะ ท่านน้าเสี่ยวซี่ ท่านแม่อนุญาตแล้วเราไปกันเถิด” พูดจบก็ดิ้นลงจากตักมารดาแล้วรีบวิ่งออกไป จนเสี่ยวซีเกือบจะตามไม่ทันซ่งหลิงยกมือลูบท้องของตนที่ตอนนี้มีอีกหนึ่งชีวิตอยู่รอวันลืมตาดูใต้หล้า นางเป็นไท่จื่อเฟยอยู่สองปี ฝ่าบาทก็สละราชสมบัติส่งมอบให้แก่ไท่จื่อ ยามนี้เขาเป็นฮ่องเต้ นางเป็นฮองเฮา แล

  • ซ่งหลิง เป็นคู่หมั้นของรัชทายาทช่างยากลำบากยิ่งนัก   ตอนพิเศษ

    โจวซือเยว่ดื้อรั้นไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนถึงยอมแพ้ซ่งหลิงง่ายๆ นางเองก็เป็นคุณหนูจากจวนขุนนางชั้นสูง ฐานะไม่ได้ด้อยไปกว่าซ่งหลิงเลยสักนิด อีกฝ่ายแค่โชคดีที่ได้หมั้นหมายกับไท่จื่อก่อนเท่านั้นนางไม่กลัวที่ผ่านมานางคอยหาเรื่องซ่งหลิงอยู่ตลอด แม้จะทำอะไรไม่ได้มากนักเพราะมีฮองเฮาที่คอยช่วยเหลือซ่งหลิงอยู่หลังจากงานพระราชสมภพของไท่จื่อที่นางถูกไล่ออกมา นางจึงไปร่วมมือกับซ่งหนิงเอ๋อที่มีความแค้นกับซ่งหลิง นางค่อยๆ ตะล่อมอีกฝ่ายไปทีละนิด วางแผนกันอย่างลับๆวันที่นางรอคอยก็มาถึง วันงานเลี้ยงต้อนรับแม่ทัพอวิ๋น นางเลือกลงมือในวันนั้น ยาพิษเป็นซ่งหนิงเอ๋อที่หามาให้ นางซื้อคนที่โรงครัวได้อย่างแนบเนียน ซือเยว่ไม่ใช่ซ่งหนิงเอ๋อที่ทำอะไรอย่างสะเพร่าไม่รอบคอบ นางคอยระมัดระวังไม่ให้ถูกจับผิดใช้ชีวิตอย่างปกติมาตลอด“เจ้านำขนมจานนี้ไปส่งที่โต๊ะของท่านหญิงซ่ง อย่าให้โดนจับได้ล่ะ” นางปิดบังใบหน้าอย่างมิดชิด เมื่อกล่าวเสร็จก็หมุนออกไปทางด้านหลังใช้ความมืดพลางตัวเองไปยังห้องน้ำ และผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เป็นชุดที่ใส่เข้างาน ก่อนจะเดินออกมาและส่งถุงผ้าไปให้สาวใช้นำมันกลับไปเก็บที่รถม้าโจวซือเยว่มองสำรวจและจัดอาภรณ

  • ซ่งหลิง เป็นคู่หมั้นของรัชทายาทช่างยากลำบากยิ่งนัก   ตอนที่ 28

    วันเวลาดำเนินไปจนกระทั่งเข้าสู่วสันตฤดู หลิงซวนที่ตามตื้อนางมาตลอดเริ่มรับรู้แล้วว่านางใกล้จะเปิดใจให้เขาเช่นเดิมแล้ว“หลิงเอ๋อ พี่มารับเจ้าไปเที่ยวชมเทศกาลฤดูใบไม้ผลิด้วยกัน” พ้นเหมันต์มาแล้วแต่อากาศก็ยังคงเย็นอยู่ ในมือของหลิงซวนถือผ้าคลุมขนจิ้งจอกอย่างดีไว้ใส่ให้นาง ซ่งหลิงเริ่มมีรอยยิ้มกลับมาให้เขาบ้างแล้ว เขาต้องพยายามอีกนิด ไม่สิ ต่อให้ต้องพยายามไปทั้งชีวิตเขาก็จะทำเพื่อนาง“ท่านมาเร็วกว่าที่บอกหม่อมฉันไว้นะเพคะ” ซ่งหลิงยิ้มให้เขาเล็กน้อย ยืนนิ่งให้เขาใส่ผ้าคลุมให้ นางรับรู้และเห็นในสิ่งที่เขาตั้งใจทำมันมาตลอด คิดว่าหากวันใดวันหนึ่งนางยอมรับเขาเข้ามาในหัวใจอีกครั้ง ก็หวังว่าเขาจะเป็นหลิงซวนคนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงทั้งสองเที่ยวเล่นกันอย่างมีความสุข ร่วมเล่นใบ้คำ เดินเข้าไปกินร้านบะหมี่ร้านโปรด ซ่งหลิงเดินถือขนมกินไปตลอดทาง พวกเขากำลังรอชมดอกไม้ไฟที่สะพานขนาดใหญ่ใจกลางเมือง ตอนแรกหลิงซวนจะใช้วิชาตัวเบาพาไปที่นั่งชมบนหลังคาเสียด้วยซ้ำจะได้ไม่ต้องมาเบียดกับคนอื่น แต่ซ่งหลิงปฏิเสธนางอยากยืนดูตรงนี้ เขาได้แต่ตามใจนางไม่นานช่วงเวลาที่รอคอยก็มาถึง ดอกไม้ไฟงดงามตระการตาถูกจุดขึ้นทั่วทุกพ

  • ซ่งหลิง เป็นคู่หมั้นของรัชทายาทช่างยากลำบากยิ่งนัก   ตอนที่ 27

    “ไท่จื่อ ท่านช่วยขยับออกไปได้รึไม่เพคะ” นางกำลังนั่งรถม้ากับเขาเข้าไปร่วมงานเลี้ยง สามวันที่ผ่านมาไท่จื่อเอาแต่ตามติดนางยิ่งกว่าปลิง นางไล่อย่างไรก็ไม่ไป นางด่าทอเขาไปมากมายเผื่อว่าเขาจะทนไม่ไหวแล้วรีบกลับไป แต่ความจริงเขากลับยืนยิ้มหัวเราะบอกให้นางด่าว่าเขาได้อย่างเต็มที่เลยตอนนี้ก็เหมือนกัน รถม้ากว้างขวางแต่เขากลับมานั่งเบียดนางนางกัดฟันพูด เมื่อเขาคว้านางเข้าไปอยู่ในอ้อมกอด “ไท่จื่อ!”“หลิงเอ๋อ อยู่นิ่งๆ พี่หนาวได้กอดเจ้าแล้วอุ่นขึ้นเยอะเลย” วันนั้นเขาได้คำตอบชัดเจนแล้ว จึงได้กลับไปเผาถุงหอมทิ้งและเก็บผ้าเช็ดหน้าไว้อย่างดี“ท่านมันไร้ยางอายเกินไปแล้ว ปล่อยข้านะ!”“ไม่ปล่อย พี่รู้ว่าเจ้าเองก็หนาวเช่นกัน กอดกันเช่นนี้แหละดีแล้ว”ซ่งหลิงดิ้นไปมาจนเหนื่อย จึงได้ปล่อยเลยตามเลยรถม้าวิ่งฝ่าหิมะเข้าสู่วังหลวง จนไปจอดอยู่ที่หน้าประตูที่จะผ่านเข้าเขตพระราชฐานชั้นใน ไป่เฮ่อถือร่มยืนรอไท่จื่ออยู่หน้ารถม้า วันนี้เสี่ยวซีไม่สบายจึงไม่ได้มากับนางหลิงซวนพยุงนางลงมาพร้อมกับจับมือนางไว้อย่างหวงแหน ราวกับกลัวว่านางจะหนีหาย หันไปรับร่มจากองครักษ์และก้าวเดินเข้าไปข้างใน“เรารีบเดินกันเถิด อากาศเย็น

  • ซ่งหลิง เป็นคู่หมั้นของรัชทายาทช่างยากลำบากยิ่งนัก   ตอนที่ 26

    หลังจากวันนั้นก็ผ่านมาสิบวันแล้ว ซ่งหลิงกลับมาใช้ชีวิตปกติ แต่จะว่าปกติทั้งหมดก็ไม่ใช่ นางมีความสุขุม เย็นชามากกว่าเดิม ตอนนี้นางเข้ามาตรวจดูต้นไม้ของนางที่เก็บเข้ามาไว้ในโรงเรือน หิมะตกหนักมากเมื่อสี่วันที่ผ่านมา วันนี้ถือว่าตกเบากว่าเดิมบ่าวไพร่จึงรีบช่วยกับเก็บกวาดหิมะออกจากทางเดินซ่งหลิงไม่เห็นเขาอีกเลยนับตั้งแต่วันนั้น นางได้ยินมาว่าวันนี้กองทัพบูรพาเดินทางมาถึงเมืองหลวง เขาคงจะรีบออกไปต้อนรับอวี้เจินของกระมัง ไม่รู้ว่าวังหลวงจะจัดงานเลี้ยงต้อบรับรึไม่ หากจัดนางจะแสร้งป่วยดีหรือไม่ หึ ซ่งหลิงหัวเราะเย้ยหยันให้กับตัวเอง นางหลบหน้าวันนี้ วันหน้าก็ต้องพบเจออยู่ดี“ท่านหญิงอยู่ที่นี่เอง บ่าวหาตั้งนานเจ้าค่ะ” เสี่ยวซีเข้ามาหาซ่งหลิงที่กำลังตัดแต่งกิ่งไม้อยู่ซ่งหลิงยิ้ม “มีอะไรงั้นรึ?”“บ่าวออกไปซื้อขนมมาให้ท่าน เห็นว่าคนออกมายืนตามถนนเยอะกว่าปกติจึงได้เข้าไปสอบถามได้ความว่ากองทัพบูรพาเดินทางกลับมาจากชายแดนเจ้าค่ะ” “อ้อ ข้าได้ยินมาบ้างแล้วล่ะ” ซ่งหลิงไม่ได้ว่าอะไรเพียงรับฟัง นางไม่ได้สนใจอะไรพวกนี้อยู่แล้วเสี่ยวซีขมวดคิ้ว “ท่านหญิงได้ยินมาจากผู้ใดรึเจ้าคะ”“จากบ่าวไพร่ที่กลับมาจากต

  • ซ่งหลิง เป็นคู่หมั้นของรัชทายาทช่างยากลำบากยิ่งนัก   ตอนที่ 25

    ซ่งหลิงวิ่งกลับเข้าเรือนปิดประตูไม่ให้ใครเข้ามา นางอยากอยู่คนเดียว ที่ผ่านมานางคอยสังเกตเขาตลอด ทุกครั้งที่ไปทานอาหารด้วยกันเขาจะสั่งซี่โครงหมูผัดเปรี้ยวหวาน นางเคยขอให้เขาตักให้แต่เขาบอกว่ามันรสชาติมันไม่ถูกปากนางแน่นอน เพราะซ่งหลิงไม่ชอบรสชาติแบบนี้ นางคิดว่าเขาเองก็ใส่ใจนางมากเช่นกัน เขาว่านางชอบไม่ชอบอะไรน่าสมเพชเสียจริง ปากบอกไม่ได้เห็นนางเป็นตัวแทนของสตรีผู้นั้นแล้วที่ผ่านคืออันใด นางไม่เชื่อเขาหรอก ขอเวลางั้นรึ เขากลับมาจากชายแดนได้เกือบสี่เดือนแล้วยิ่งสตรีผู้นั้นแต่งงานมีครอบครัวแล้วยิ่งต้องหักห้ามใจและรีบตัดใจเสียเขายืดเยื้อเพื่อสิ่งใดกัน หรือยังมีความหวังว่าจะได้นางมาครอบครองก๊อกๆ“ท่านหญิงเจ้าคะ เกิดอะไรขึ้นรึเจ้าคะ” เสี่ยวซีกำลังต้มน้ำขิงอยู่ สาวใช้ที่ยกอาหารไปที่ห้องอาหารบอกว่าท่านหญิงวิ่งร้องไห้ออกมา ส่วนไท่จื่อก็มีใบหน้าที่เศร้าเสียใจและยังให้สาวใช้ห่ออาหารพวกนั้นให้เขาด้วย ก่อนจะเดินกลับออกไปซ่งหลิงร้องไห้ออกมาอยากหนักหน่วง นางไม่ได้ตอบสาวใช้ ภาพความทรงจำดีๆ ตลอดสองเดือนที่ผ่านมันกำลังทำให้นางปวดใจนางขอเวลาแค่วันนี้วันเดียว พรุ่งนี้นางจะกลับไปเข้มแข็งเช่นเดิม แม้อา

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status