Share

ตอนที่ 2

last update Last Updated: 2026-01-07 23:20:13

สามวันต่อมาซ่งหลิงได้รับเทียบเชิญงานเลี้ยงน้ำชาจากฮองเฮา นางถอนหายใจออกมาเบาๆ งานน่าเบื่อนี่อีกแล้วนางไม่รู้ว่ามีสิ่งใดน่าสนุก เหตุใดเหล่าเชื้อพระวงศ์และขุนนางชั้นสูงถึงได้ชอบกันนัก นางไม่อยากไปแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ เอ๊ะ แกล้งป่วยดีหรือไม่ ฉับพลันภาพผู้คนยกโขยงกันมายามที่นางป่วยไข้ครานั้นแล่นเข้ามาในหัวสมอง ซ่งหลิงส่ายหน้าพัลวัน นางไม่เอาแล้ว วุ่นวายยิ่งนัก

“ท่านหญิง ฮองเฮาส่งช่างตัดเย็บมาเจ้าค่ะ” ซ่งหลิงกรอกตาไปมาพร้อมกับพยักหน้า

ความรักใคร่เอ็นดูอันเกินกว่าเหตุนี้ นางไม่รู้จะทำอย่างไร เคยเอาแต่ใจ ดื้อด้าน อวดเบ่งอำนาจบารมี ซ่งหลิงทำมาหมดแล้ว ทว่ามันไม่ทำให้ความรักใคร่เอ็นดูในตัวนางลดน้อยลงกลับมีแต่จะเพิ่มขึ้น

เสี่ยวซีได้แต่ส่งยิ้มให้กำลังใจไปให้คนที่อยากจะปฏิเสธก็ปฏิเสธไม่ได้

“คารวะท่านหญิงเจ้าค่ะ” หัวหน้าช่างตัดเย็บยอบกายคำนับนางอย่างนอบน้อมเป็นเพราะนางเป็นที่รักใคร่เอ็นดูของฮองเฮาทั้งยังเป็นพระคู่หมั้นของไท่จื่อ พวกนางจึงไม่อาจเสียมารยาท

“ทุกท่านอย่าได้มากพิธี เรามาเริ่มกันเลยเถอะ” ซ่งหลิงรีบลุกขึ้นกางแขนรออีกฝ่าย รีบวัดแล้วรีบกลับไปเสีย

“เจ้าค่ะ”

พวกนางทำงานกันอย่างรวดเร็ว ซ่งหลิงถูกจับหมุนไปหมุนมา จนรู้สึกเวียนหัวเล็กน้อย หลังจากวัดตัวเสร็จก็ให้ซ่งหลิงเลือกสีผ้า สีที่นางโปรดปรานมีอยู่ไม่กี่สี ในฤดูคิมหันต์นี้ควรเลือกสีอ่อนสักหน่อย นางจึงเลือกสีฟ้าอ่อนที่ดูจะสะดุดตานางแต่แรกเห็นแล้ว

“วันนี้มารบกวนท่านหญิงนานแล้วเช่นนั้นพวกเราคงต้องขอตัวกลับก่อน ส่วนชุดจะตัดเสร็จภายในเจ็ดไม่เกินนี้เจ้าค่ะ”

“รบกวนทุกท่านแล้ว และก็ขอบคุณมากเช่นกัน วันนี้ทุกท่านคงเหนื่อยกันมามากแล้ว ข้าจะให้เสี่ยวซีไปส่งทุกท่านที่หน้าจวน” พูดเสร็จนางก็ส่งสายตาพยักหน้าให้สาวใช้ แล้วหันมาฉีกยิ้มหวานให้กับพวกนางที่ยืนรอบอกลาซ่งหลิง

“ทุกท่านเชิญทางนี้เจ้าค่ะ” เสี่ยวซีรีบเข้ามาเชิญทุกคนออกไป เพราะเจ้านายดูเหมือนจะอดทนไม่ไหวแล้ว

ฟุ่ว~

เสียงถอนหายใจดังขึ้นทันทีที่พวกนางออกไปหมด ซ่งหลิงทิ้งตัวลงบนตั่งอย่างหมดแรง

ผู้ใดบอกว่ามียศฐานบรรดาศักดิ์แล้วสุขสบาย ผู้ใดบอกว่าได้ใกล้ชิดกับเชื้อพระวงศ์ดีอย่างนั้นดีอย่างนี้ ไหนจะคู่หมั้นของนางที่เป็นไท่จื่ออีก นานมากแล้วที่นางไม่ได้พบเขา ซ่งหลิงอยากจะร้องไห้ รับมือกับบิดามารดาของเขาว่ายากแล้วยังต้องมารับมือกับบุตรชายที่ตอนนี้ไม่ทราบว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไรบ้างอยู่ที่ชายแดน ซ่งหลิงอ่าซ่งหลิง นี่มันเวรกรรมอะไรของเจ้ากัน

“ท่านหญิงเหตุใดถึงทำสีหน้าเช่นนั้นล่ะเจ้าคะ” เสี่ยวซีเดินเข้าพร้อมน้ำชาชุดใหม่

“เสี่ยวซี ข้าเหนื่อยทั้งยังเบื่อหน่ายยิ่งนัก ข้าอยากถอนหมั้นแต่ว่าความเมตตาของพระนางทำข้าลำบากใจ”

“ท่านหญิงไม่ลองกราบทูลฝ่าบาทดูล่ะเจ้าคะ” เสี่ยวซีแม้ไม่อยากให้ท่านหญิงยกเลิกการหมั้นหมายที่ดีเช่นนี้ แต่นางก็เคารพการตัดสินใจของท่านหญิง

“เสี่ยวซีใช่ว่าข้าไม่เคยกราบทูล แต่พระองค์ไม่เห็นด้วย ทั้งยังบอกอีกว่าไม่มีทางที่จะยกเลิกเด็ดขาด” ซ่งหลิงยังจำบรรยากาศเยียบเย็นวันนั้นได้ดี จึงได้แต่ก้มหน้ายอมรับ

“เช่นนั้น ท่านหญิงคงได้แต่ทำใจแล้วเจ้าค่ะ”

“เราพักเรื่องนี้ไว้ก่อนดีหรือไม่เจ้าคะ วันนี้บ่าวออกไปซื้อขนมร้านโปรดมาให้ท่านหญิงด้วย ไม่สู้เราออกไปนั่งเล่นที่ศาลาริมสระน้ำด้านหลังดีกว่านะเจ้าคะ” เวลาท่านหญิงอารมณ์ไม่ดี หรือเครียดกับเรื่องใด เสี่ยวซีมักจะใช้ขนมมาหลอกล่ออีกฝ่ายเสมอ

“จริงหรือเสี่ยวซี ยังเป็นเจ้าที่รู้ใจข้าที่สุด” และมันได้ผลทุกครั้ง

หญิงสาวไม่รอสาวใช้เดินตัวปลิวออกไปทันที เสี่ยวซีได้แต่ส่ายหน้าพร้อมรอยยิ้ม แล้วรีบตามนางออกไป

จวนตระกูลซ่ง

“ท่านแม่งานเลี้ยงน้ำชาของฮองเฮาข้าต้องโดดเด่นที่สุดนะเจ้าคะ” นางไม่มีทางยอมถอยให้น้องสาวนอกคอกอยู่เหนือตนแน่ ไท่จื่อต้องเป็นของนาง

“หนิงเอ๋อของแม่ งดงามที่สุดแล้ว” ถึงจะพูดออกไปเช่นนั้น แต่ในหัวกลับปรากฎใบหน้าลูกสาวคนรองแทน นางไม่คิดว่าลูกสาวที่นางทิ้งไว้ที่ท้ายจวนจะเติบโตมาได้งดงามถึงเพียงนี้

ขนาดฮองเฮาที่เมื่อตอนยังสาวถูกกล่าวขานว่าเป็นหญิงงามอันดับหนึ่ง ยังด้อยกว่าหนึ่งขั้น

เรื่องนี้เป็นไทเฮากล่าวขึ้นมาซึ่งฮองเฮาเองก็ยอมรับความพ่ายแพ้ให้กับความงามของซ่งหลิง

“ท่านแม่ข้าเลือกผ้าสีเหลืองนี่เจ้าค่ะ”

ซ่งหนิงเอ๋อนึกภาพยามที่สวมใส่เสื้อผ้าสีเหลืองสดใสนี้แล้วบุรุษมองนางด้วยสายตาหลงใหล สตรีมองด้วยความชื่นชม ส่วนซ่งหลิงมองนางด้วยสายตาอิจฉา แค่คิดนางก็มีความสุขแล้ว

ซ่งฮูหยินมองบุตรสาวคนโตด้วยสายตาอ่านยาก เรื่องเปลี่ยนตัวคู่หมั้นของไท่จื่อหากยังคงดันทุรังต่อไปคงไม่ดีแน่

“แม่นมซุนท่านนำผ้าไปให้คนที่เหลือเลือกเถอะ” แม่นมซุนอยู่กับซ่งฮูหยินมาตั้งแต่หกขวบ เป็นบ่าวคนสนิท คอยปลอบโยนจิตใจซ่งฮูหยินตลอดมา ทุกๆ ปัญหาล้วนมีแม่นมซุนผู้นี้คอยเคียงข้างเสมอ

“เจ้าค่ะ”

เมื่อแม่นมซุนออกไปแล้ว ในห้องนี้จึงเหลือแค่สองคน

“หนิงเอ๋อ แม่คิดว่าพระคู่หมั้นของไท่จื่อคงยากจะเปลี่ยนแปลง ไม่สู้เจ้าลองมองหาบุตรชายจากจวนขุนนางใหญ่ หรือจะเป็นองค์ชายท่านอ๋องสักคนก็ได้ เป็นอย่างไร” หนิงเอ๋อตอนนี้ไปไกลมากแล้ว นิสัยของนางกู่ไม่กลับแล้ว นางเป็นคนเลี้ยงบุตรสาวให้เป็นเช่นนี้เอง จึงได้แต่ทำใจ

นางตามใจลูกก็จริงแต่เรื่องนี้มันค่อนข้างใหญ่ ใช่ว่าจะเปลี่ยนก็เปลี่ยนกันได้ง่ายๆ อย่างที่บุตรสาวคนรองบอก อีกอย่างมันอาจส่งผลกระทบต่อหน้าการงานของสามี

นางมองหน้าสีหน้าบุตรสาวที่กำลังแดงก่ำด้วยความโกรธก็ทอดถอนใจ

“ท่านแม่ ท่านไม่รักข้าแล้วหรือเจ้าคะ ซ่งหลิงนางมีดีอะไร ฝ่าบาทถึงได้หมั้นหมายนางให้กับไท่จื่อที่เพรียบพร้อมเช่นนั้น”

งานเลี้ยงเมื่อครานั้นเขาได้ขโมยหัวนางไปแล้ว นางไม่สามารถมอบใจดวงนี้ให้ใครได้อีก นางได้แต่เฝ้ารอวันที่จะได้พบเจอเขาอีกครั้ง

ซ่งหนิงเอ๋อไม่รู้เลยว่าฝันลมๆ แล้งๆ ของนางจะไม่มีวันเป็นจริง ตั้งแต่ซ่งหลิงได้รับราชโองการหมั้นหมายมาจนถึงทุกวันนี้ยังไม่มีสตรีนางใดมาสั่นคลอนสถานะของนางได้เลยสักคน ไท่จื่อเองก็ไม่เคยรู้จักซ่งหนิงเอ๋อเลยด้วยซ้ำ เป็นนางที่คิดไปเองทั้งสิ้น

“เจ้าหุบปากเดี๋ยวนี้เลยนะ อย่าไปพูดให้ใครได้ยินเชียว เจ้ากำลังสงสัยการตัดสินพระทัยของฝ่าบาทรึ เจ้ามีกี่หัวให้ตัดกัน! หรือคิดจะลากคนทั้งตระกูลให้ไปตายหรืออย่างไร!”

ซ่งฮูหยินที่นานครั้งจะขึ้นเสียงใส่บุตรสาวคนโต พูดจบก็โบกมือไล่บุตรสาวออกไป นางไม่อยากให้วุ่นวายไปมากกว่านี้

ซ่งหนิงเอ๋อได้แต่อ้าปากค้างเถียงสิ่งใดไม่ออก ก่อนจะเดินกระทืบเท้าออกไปด้วยความไม่พอใจ

เมืองยวี่ซิ่ว

“เจินเอ๋อ รอพี่นานหรือไม่” ชายหนุ่มรูปงาม รีบเดินเข้ามาหาหญิงสาวที่นั่งรออยู่ก่อนแล้วด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน

“พี่หลิงซวน ข้าเองก็เพิ่งมาถึงเช่นกันเจ้าค่ะ” ใบหน้าสวยหวาน แย้มรอยยิ้มงดงามให้กับผู้มาใหม่

“เอ๊ะ ว่าแต่พี่หลิงซวนมาจากค่ายทหารเห็นพี่อวิ๋นเซียวรึไม่เจ้าคะ” ใบหน้าหล่อเหลาค่อยๆ หุบรอยยิ้มลงเหลือเพียงรอยยิ้มบางเบาประดับที่มุมปากเมื่อนางเอ่ยถามถึงสหายของเขา ทั้งยังชะเง้อคอมองหา

“เจินเอ๋อ วันนี้อวิ๋นเซียวติดราชการด่วนมาไม่ได้เเล้ว” สาวงามสีหน้าหม่นหมองลงถนัดตา ก่อนจะกลับมาแย้มยิ้มเมื่อรู้ว่าตนเสียมารยาทกับคนตรงหน้า

“เช่นนี้นี่เอง งั้นเรามาสั่งอาหารกันดีหรือไม่เจ้าคะ” นางกลับมาสดใสเช่นเดิม

ชายหนุ่มเมื่อเห็นรอยยิ้มของนางกลับมาเหมือนเดิมก็ปัดเรื่องก่อนหน้าทิ้งไปอย่างไม่ลังเล

ต่อให้มันเป็นความหวังอันน้อยนิด แต่อย่างน้อยมันก็คือความหวังเขาอยากจะพยายามมันให้เต็มที่ จนกว่าความหวังสุดท้ายสิ้นสุดลง

อวิ๋นเซียวที่ว่ามีราชการด่วนตอนนี้กลับนั่งอยู่บริเวณมุมหนึ่งของเหลาอาหาร ไม่ไกลจากที่สองคนนั้นนั่งอยู่ อวิ๋นเซียวเขานั่งอยู่ไม่นานก็ลุกขึ้นเดินจากไป

“ท่านแม่ทัพขอรับ ฮูหยินให้มาตามไปพบขอรับ” เฮ้อ มารดาของเขาคงไม่พ้นหาสตรีมาให้เขาเลือกอีกแล้ว

เขาพยักหน้ารับ แล้วควบม้าตรงกลับจวนอวิ๋น

จวนอวิ๋น

“อาเซียวลูกแม่ นี่เจ้ามาดูนี่เร็วเข้า” อวิ๋นฮูหยินเห็นลูกชายก็รีบเข้าไปจับจูงมือมาดูภาพวาดสาวงาม

“นี่ คนนี้งามหรือไม่ แม้ว่านางจะไม่ได้เป็นบุตรหลานขุนนาง เป็นเพียงบุตรีพ่อค้าจากสกุลหลี แต่ด้วยรูปโฉมก็งดงามใช่ได้เลยลูกรัก เจ้าก็ทราบว่าจวนเราไม่แบ่งชนชั้นฐานะกับผู้ที่จะมาเป็นสะใภ้”

“ท่านแม่…” คนเป็นแม่ไหนเลยจะไม่รู้ว่าลูกของตนมีนิสัยเช่นไร รักชอบใครเพียงสังเกตก็ทราบแล้ว

“อาเซียว แม่เคารพการตัดสินใจของเจ้า แต่พอจะส่งแม่สื่อไปสู่ขอนางเจ้ากลับบอกแม่ว่าอย่างไร ยังไม่พร้อมบ้างล่ะอ้างเหตุผลนั่นนี่ สุดท้ายเพื่อสหายของเจ้าผู้นั้น สหายของเจ้าชอบแม่นางอวี้แล้วอย่างไร ความรู้สึกที่แสดงออกมาทั้งของเจ้าและนางต่างก็ชัดเจน หากเป็นสหายที่จริงใจต่อกันจริง อาเซียว เรื่องนี้เขาจะต้องแยกแยะได้ ดึงดันไปก็ไม่เป็นผล ความรักมันเกิดจากคนสองคน ความรู้สึกมันบังคับกันได้ที่ไหน เชื่อแม่” ผู้เป็นมารดาคาดหวังกับคำตอบของบุตรชายเป็นอย่างมาก แม่สื่อนางเตรียมพร้อมไว้ตลอดเวลา นางอยากอุ้มหลานจะแย่แล้ว

“เผื่อเจ้าลืมปีนี้นางสิบแปดแล้ว อีกสองปีนางก็จะกลายเป็นสาวเทื้อ หากเจ้ายัง…”

“ขอรับท่านแม่” เขาตัดสินใจแล้วว่าจะไม่รั้งรออีกต่อไป หวังเพียงว่าสหายจะเข้าใจ

“เจ้า เจ้าหมายความว่า…” เห็นบุตรชายพยักหน้า อวิ๋นฮูหยินก็รีบจัดแจงสาวใช้ส่วนหนึ่งไปดูสินสอด อีกส่วนไปเตรียมรถม้า และให้สาวใช้คนสนิทไปตามแม่สื่อมา นางจะไปจวนอวี้เดี๋ยวนี้ เกิดลูกชายเปลี่ยนใจขึ้นมาไม่ดีแน่

หนุ่มสาวหน้าตางดงามหล่อเหลาเดินเคียงข้างกันในตลาด ย่อมตกเป็นที่สนใจของผู้คน บ้างก็ชื่นชม บ้างก็ริษยา ซึ่งนับเป็นเรื่องปกติธรรมดา

“เจินเอ๋อ เจ้าไม่อยากได้สิ่งใดเลยหรือ” เสียงทุ้มเอ่ยถามหญิงงามข้างกาย

“พี่หลิงซวน เจินเอ๋อไม่อยากได้สิ่งใดจริงๆ เจ้าค่ะ ช่วงนี้ไม่มีงานสำคัญอะไรจึงยังไม่มีสิ่งใดที่ต้องซื้อเจ้าค่ะ”

หลิงซวนพยักหน้าลอบมองจดจำใบหน้าและรอยยิ้มของนางเงียบๆ เขาอยากจะเก็บมันไว้ว่าครั้งหนึ่งมันเคยเป็นช่วงเวลาที่ดีและเขาก็มีความสุขมาก

“ขออภัยเจ้าค่ะ คุณหนูเจ้าคะจวนอวิ๋นส่งแม่สื่อมาที่จวนของเราเจ้าค่ะ ฮูหยินให้บ่าวมาตามคุณหนูกลับไปเจ้าค่ะ”

“จริงรึ! เช่นนั้นพี่หลิงซวนข้าขอตัวกลับก่อนนะเจ้าคะ” อวี้เจินยิ้มกว้างดวงตาเป็นประกาย นี่คือสิ่งที่นางรอคอยมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา

หญิงสาวหันหลังเดินตามสาวใช้กลับไปด้วยความปิติยินดี รอยยิ้มที่ออกมาจากใจจริงนั้นประดับอยู่บนใบหน้างามไม่คลาย หลิงซวนเหม่อมองตามหลังนาง มุมปากขยับยิ้ม ทว่านัยน์ตากลับเศร้าหมอง เจินเอ๋อพี่ขอให้เจ้าโชคดี

“คุณชาย…” คนสนิทเข้ามาเอ่ยเรียกสติ เพราะคุณชายของเขายืนอยู่ตรงนี้นานแล้ว

“กลับจวนกันเถิด บอกคนของเราเตรียมตัวให้พร้อม พรุ่งนี้เช้าเราจะออกเดินทางกลับเมืองหลวง” พูดเสร็จเขาก็หันกลับไปมองทางที่นางจากไปอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจหันหลังกลับมาเดินนำคนสนิทกลับจวน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ซ่งหลิง เป็นคู่หมั้นของรัชทายาทช่างยากลำบากยิ่งนัก   ตอนที่ 8

    “ฮองเฮาเพคะ…” นางกำนัลคนสนิทวิ่งเข้ามาเข้าทำให้อดีตสาวงามอันดับหนึ่งหันกลับมองพร้อมขมวดคิ้ว “มีอะไรเกิดขึ้นงั้นรึ เจ้าถึงได้วิ่งเข้ามาโดยไม่สนใจมารยาทเช่นนี้”“ขออภัยฮองเฮาเพคะ ตะ แต่ว่าไท่จื่อเพคะ ไท่จื่ออยู่ที่โถงรับรองด้านหน้าเพคะ”“ก็แค่ไท่จื่อ…”“จะ เจ้าว่าอย่างไรนะ” ฮองเฮาสาวเท้าออกจากห้องบรรทมอย่างรวดเร็วเมื่อเข้าห้องโถงรับรอง นางก้าวช้าลง เบื้องหน้าปรากฎบุรุษหนุ่มหน้าตาหล่อเหลากำลังจิบชาอยู่ เขามีความคล้ายฮ่องเต้แปดส่วน ใจของมารดาเต้นเร็วรัวเพราะนานมากแล้วที่ไม่ได้พบลูกชายจึงเกิดอาการประหม่าเล็กน้อย“หลิงซวน…”หลิงซวนเงยหน้าขึ้นมามองก็เห็นมารดากำลังร้องไห้ เขาจึงรีบลุกขึ้นไปคุกเข่าเบื้องหน้านาง“เสด็จแม่ ทำให้ท่านรอนานลูกอกตัญญูแล้ว” เขาก้มศีรษะจรดพื้นคำนับมารดา“ฮึก…ลูกแม่ เจ้ารีบลุกขึ้นแม่ไม่เคยโกรธเจ้า” นางเคารพการตัดสินใจของลูกชาย และพร้อมที่จะสนับสนุนเขาเสมอ “แม่ขอกอดเจ้าได้รึไม่” หลิงซวนไม่ได้ตอบกลับเป็นคำพูด แต่ใช้การกระทำแทน เขาเป็นฝ่ายเข้าไปโอบกอดมารดาและนั่นยิ่งทำให้พระนางร้องไห้หนักกว่าเดิม อ้อมกอดของมารดาอบอุ่นเสมอ เขาคิดในใจผ่านไปราวครึ่งเค่อพระนางถึงหยุดร้องแล

  • ซ่งหลิง เป็นคู่หมั้นของรัชทายาทช่างยากลำบากยิ่งนัก   ตอนที่ 7

    ตำหนักเทียนซวินที่ประทับของฮ่องเต้“ถวายบังคมเสด็จพ่อพะย่ะค่ะ”“หือ ไท่จื่อเจ้าจำทางกลับบ้านได้แล้วรึ ยังจำได้ด้วยรึว่าเราเป็นพ่อของเจ้า แล้วดูสภาพของเจ้าสิเหตุใดถึงเป็นเช่นนี้…” ฮ่องเต้กวาดสายตามองโอรสของตนที่ไม่ได้พบกันนาน ก็ส่ายหน้าแต่ก็ไม่วายเอ่ยเย้า “อ้อ เป็นเพราะแม่นางอวี้สินะไม่ใช่สิ ตอนนี้นางแต่งให้แม่ทัพอวิ๋นแล้ว ควรเรียกว่าฮูหยินน้อยหรือฮูหยินแม่ทัพอวิ๋นสินะ”เซียวหลิงซวนเขาเพียงนั่งนิ่งไม่สนใจคำพูดของบิดา แม้ดูเหมือนว่าเขาไม่สนใจต่อสิ่งรอบข้าง ทว่าหางตาของเขาลอบชำเลืองมองสำรวจบิดาว่ามีส่วนใดสึกหรอไปแล้วบ้าง ครั้นเห็นว่ายังอยู่ดีจึงละสายตากลับมาสังเกตภายในตำหนักแทนนานมากแล้วที่เขาไม่ได้กลับเมืองหลวง ตอนนั้นที่เขาตัดสินใจขอบิดาออกไปตรวจดูชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นจริงส่วนหนึ่ง อีกส่วนก็คือเขาอยากที่จะมีอิสระทำในสิ่งที่ตนอย่างจะทำก่อนที่จะไม่ได้ทำมัน เขาเป็นไท่จื่อวันข้างหน้าก็ต้องขึ้นเป็นฮ่องเต้ ต้องอยู่แต่ในวังหลวงไม่สามารถออกไปไหนได้ตามอำเภอใจ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมายอมรับว่าเป็นเขาเองที่บ่ายเบี่ยงไม่ยอมกลับเมืองหลวงสักทีความจริงเขาควรกลับมาตั้งแต่สามสี่ปีก่อน แต่เป็นเ

  • ซ่งหลิง เป็นคู่หมั้นของรัชทายาทช่างยากลำบากยิ่งนัก   ตอนที่ 6

    “หลิงเอ๋อ ไม่เข้าใจตรงไหนให้ถามเปิ่นกงมาได้เลย” ฮองเฮาเห็นซ่งหลิงนั่งจ้องใบรายการอาหารรวมไปถึงสิ่งของอื่นๆ ที่จะใช้ในงานงานเลี้ยง ก็คิดว่านางคงมีบางอย่างที่ไม่เข้าใจสามวันแล้วที่นางต้องมานั่งทำเรื่องยุ่งยากเช่นนี้ วันแรกเป็นงานเลี้ยงต้อนรับการมาของรัชทายาทเซียวหลิงซวนจัดที่ตำหนักกลาง ส่วนงานที่สองเป็นงานพระราชสมภพจัดที่ตำหนักบูรพา ฮองเฮาทรงเรียกนางมาเพื่องานที่สองโดยเฉพาะ พระนางบอกว่าควรเรียนรู้เอาไว้เพราะวันหน้ายังมีงานอีกมากมายให้จัดการในฐานะพระชายาและว่าที่ฮองเฮาของแคว้นเป่ย พระนางช่างคิดการณ์ไกลนัก!“หม่อมฉันไม่เข้าใจทุกตรงเลยเพคะ ไม่สู้ฮองเฮาหาคนอื่นมาทำแทนหม่อมดีรึไม่เพคะ” ซ่งหลิงฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันครบทุกซี่ ในใจก็ร้องว่ารีบตอบรับเร็วเข้าเพคะ นางอยากกลับไปนอนจะแย่แล้ว“หลิงเอ๋อว่าที่ลูกสะใภ้ของแม่ ฟังแม่ดีๆ นะ ไม่ ได้! ไม่ มี ทาง! วันสำคัญเช่นนี้จะปล่อยให้คนอื่นทำแทนได้อย่างไร หืม” คิดว่าข้าตีความหมายของเจ้าไม่ได้หรืออย่างไร คนอื่นที่เจ้าหมายถึงย่อมไม่ใช่กรมพิธีการ แต่เป็นคุณหนูจากจวนขุนนาง หึ ฝันไปเถอะ! ฮองเฮาได้แต่คิดในใจโดนตอบกลับเช่นนี้ซ่งหลิงได้แต่ยิ้มเจื่อน “ไม่แน่นะเพ

  • ซ่งหลิง เป็นคู่หมั้นของรัชทายาทช่างยากลำบากยิ่งนัก   ตอนที่ 5

    “ท่านหญิงปักผ้าคลุมขนจิ้งจอกให้ไท่จื่อดีหรือไม่เจ้าคะ ” ซ่งหลิงถูกเสี่ยวซีลากออกมาเลือกหาของขวัญให้กับคนผู้นั้น นางยังไม่เห็นความสำคัญของมันสักนิด คนเขามีทุกอย่างแล้ว ยังจะต้องนำอะไรไปให้เขาอีก“ซีเอ๋อวังหลวงไม่ขาดแคลนผ้าไหมชั้นดี ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องการเย็กปักต่างๆ พวกเขามีความประณีตมากกว่าข้านัก หาอย่างอื่นเถิด” ซ่งหลิงพูดเสียงเหนื่อยหลังจากวิ่งเข้าออกจนครบทุกร้านแล้วก็ยังไม่ได้สิ่งใดกลับมา ซ่งหลิงจึงคิดว่านางจะยอมสละต้นไม้ที่นางปลูกให้กับเขาสักต้นก็แล้วกัน ถึงแม้มันจะไม่มีมูลค่ามากมาย แต่มันกลับมีคุณค่าทางจิตใจเพราะซ่งหลิงเอาใจใส่ดูแลพวกมันเป็นอย่างดีศาลากลางน้ำอุทยานวังหลวง“หืม เจ้าว่าอย่างไรนะ ซ่งหลิงน่ะหรือจะยอมมอบต้นไม้ดอกไม้พวกนั้นให้ใครง่ายๆ” ขนาดพระนางเคยเอ่ยขอสักต้น ซ่งหลิงยังแยกเขี้ยวใส่นาง ซ้ำยังหลบหน้าหลบตาไปหลายวัน ยังมีครั้งหนึ่งฝ่าบาทแอบหยิบต้นไม้นางติดมือกลับวังมาด้วย ซ่งหลิงนางยังตามมาโวยวายอย่างไม่นึกเกรงกลัว แล้วนี่จะให้นางเชื่อได้อย่างไรว่าอีกฝ่ายจะยอมมอบต้นไม้เหล่านั้นให้กับคู่หมั้น“จริงเพคะฮองเฮา หม่อมฉันไปแจ้งเกี่ยวกับกำหนดการกลับมาของไท่จื่อแก่ท่านหญิ

  • ซ่งหลิง เป็นคู่หมั้นของรัชทายาทช่างยากลำบากยิ่งนัก   ตอนที่ 4

    ตุบ! เพล้ง!ซ่งหนิงเอ๋อกลับจวนมาด้วยอารมณ์คุกรุ่น มาถึงเรือนของตนก็นำความโกรธไปลงที่ชุดน้ำชาแจกันที่วางอยู่บนโต๊ะ มือสวยกำเข้าหากันแน่น ดวงตาแดงก่ำแฝงด้วยความร้ายกาจ“ซ่ง หลิง หากข้าไม่ได้เจ้าก็อย่าได้หวังว่าจะอยู่อย่างมีความสุข” นางเคยมีเคยได้ทุกอย่าง ทำไมคู่หมั้นของน้องสาวนางจะแย่งมาไม่ได้ นางเจอเขาก่อน ในเมื่อเจ้าไม่ยอมก็อย่าว่าข้าใจร้ายก็แล้วกัน ถีบตัวเองขึ้นมาจากโคลนตมได้ก็สามารถกลับไปอยู่เช่นเดิมได้เช่นกัน ข้าจะทำให้เจ้าเงยหน้าขึ้นมาไม่ได้อีกเลย ซ่งหลิงน้องรัก!“คุณหนู…” สาวใช้คนสนิททำใจกล้าเดินเข้ามาเอ่ยเรียกเสียงเบาซ่งหนิงเอ๋อปรับเปลี่ยนแววตามาเป็นอ่อนโยน ยืดหลังตรงหันมาส่งยิ้มให้สาวใช้ “ข้าไม่เป็นไร เจ้าช่วยเก็บกวาดให้ทีข้าคงจะเหนื่อยเกินไปมือไม้จึงได้อ่อนแรงเช่นนี้”“เจ้าค่ะ” สาวใช้มองสิ่งของที่แตกกระจายอยู่บนพื้น นี่แน่ใจว่ามือไม้อ่อนแรง!เช้าวันถัดมาซ่งหลิงค่อนข้างอารมณ์ดี เมื่อคืนนางนั่งขบคิดหาวิธีอยู่ค่อนคืน จนได้ข้อสรุปว่ารอไท่จื่อกลับมาแล้วค่อยไปพูดคุยกับเขา นางเคยพูดคุยกับเขาอยู่บ้างในตอนนั้นก่อนที่เขาจะไปชายแดน ซ่งหลิงจำหน้าเขาได้แค่เลือนลางหากมีไท่จื่อมาช่วยยืนยันว

  • ซ่งหลิง เป็นคู่หมั้นของรัชทายาทช่างยากลำบากยิ่งนัก   ตอนที่ 3

    งานเลี้ยงน้ำชาซ่งหลิงนั่งมองดูการเสแสร้งเข้าหากัน รอยยิ้มประดับใบหน้าแต่กลับส่งไปไม่ถึงดวงตา นางเบะปากเล็กน้อย เมื่อไหร่ฮองเฮาจะเสด็จมาก็ไม่รู้ นางปั้นหน้ายิ้มจนปวดกรามไปหมดแล้ว“คารวะท่านหญิงเจ้าค่ะ” มาอีกแล้ว ซ่งหลิงฉีกยิ้มการละครให้พวกนาง“วันนี้อากาศค่อนข้างที่จะร้อนไปสักนิดพวกเจ้าว่าหรือไม่” อืม นางไม่รู้จะพูดคุยเรื่องอะไร ลมฟ้าอากาศนี่แหละง่ายสุด“เจ้าค่ะ อากาศร้อนเช่นนี้มาหลายวันคาดว่าอีกไม่เกินสองราตรีฝนน่าจะตกนะเจ้าคะ” นางคือบุตรสาวเจ้ากรมการคลังเจียงชุนฮวา“หือ คุณหนูเจียงทราบได้อย่างไร” ซ่งหลิงไม่คิดว่าได้ยินคำตอบที่แตกต่างจากคนอื่นก่อนหน้า เพราะนางใช้วิธีนี้ถึงได้ไม่ใครอยู่คุยกับนาง“พี่รองของข้ามักจะออกไปทำการค้ากับท่านลุงสามอยู่บ่อยๆ ซึ่งแต่ละแคว้นจะมีสภาพอากาศแตกต่างกันไป หลังจากกลับมาข้ามักจะไปขอให้พี่รองเล่าเรื่องต่างๆ ให้ฟังเสมอเจ้าค่ะ” ท่าทีและคำพูดของนางมีความเป็นธรรมชาติไม่ได้เสแสร้งเหมือนคนอื่น“เป็นเช่นนี้เอง นอกจากได้ทำการค้าแล้วยังได้ท่องเที่ยวไปด้วย” พวกนางนั่งคุยได้ไม่นานก็แยกย้ายกันกลับไปประจำ เพราะขันทีเข้ามาแจ้งว่าฮองเฮาใกล้เสด็จมาแล้วระหว่างนั่งรอก็มีล

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status