Mag-log in“ท่านหญิงหากไท่จื่อทรงทราบจะไม่น้อยใจแย่รึเจ้าคะ” “หือ เสี่ยวซีน้อยใจคำนี้ควรใช้กับข้า ไม่แน่ว่าแม้แต่ชื่อของข้าไท่จื่อก็อาจจะจำไม่ได้ เขาออกเดินทางเหนือจรดใต้รู้จักผู้คนมากมาย ข้าเป็นแค่คนที่หลงไปรู้จักกับเขาแค่นั้นไม่มีความสำคัญอันใดให้จดจำหรอก” เสี่ยวซียืนถือต้นฉางโซ่วฮวาหรือดอกไม้อายุยืน ที่ท่านหญิงคัดออกมาไว้เผื่อเลือกอีกทีดอกไม้ต้นนี้มีเพียงสองต้นเท่านั้น เสี่ยวซีเพียงยืนมองท่านหญิงเลือกต้นไม้อื่นเพิ่ม “เอาล่ะ ข้าตัดสินใจแล้ว เป็นไผ่กวนอิมกับฉางโซ่วฮวาก็แล้วกัน” เสี่ยวซีตาเบิกกว้างมองซ่งหลิงอย่างตื่นตะลึง “คุณหนูจะมอบให้ทั้งสองต้นเลยรึเจ้าคะ นี่ฉางโซ่วฮวากับไผ่กวนอิมเชียวนะเจ้าคะ” ฉางโซ่วฮวาไม่เท่าไหร่แต่ไผ่กวนอิมนี่สิ ครั้งหนึ่งฝ่าบาทเคยแอบหยิบกลับวังไปด้วย ท่านหญิงยังตามไปโวยวายเอากลับมาจนได้ “เมื่อครู่นี้ไม่ใช่นางกำนัลของฮองเฮามาแจ้งกำหนดการกลับมาและจัดงานเลี้ยงต้อนรับไท่จื่อหรอกหรือ” “ไผ่กวนอิมให้เป็นของขวัญต้อนรับการกลับมา ส่วนฉางโซ่วฮวาให้เป็นของขวัญวันเกิด” “ขะ ของขวัญวันเกิด…” เสี่ยวซีนึกไปถึงตอนที่นางกำนัลมาแจ้ง นางบอกเพียงกำหนดการและวันที่จัดงานเลี้ยงไม่ได้เอ่ยถึงวันเกิด
view moreหกปีต่อมา“ฮองเฮาเพคะ องค์ชายน้อยหนีออกไปวิ่งเล่นอีกแล้วเจ้าค่ะ” เสี่ยวซีอุ้มองค์ชายวัยสี่หนาวเข้ามาพร้อมกับเอ่ยฟ้อง“หืม หลงเอ๋อไปเล่นที่ไหนมางั้นรึ” ซ่งหลิงรับบุตรชายมาจากเสี่ยวซีองค์ชายซบลงบนไหล่ของมารดาอย่างออดอ้อน “หลงเอ๋อ เพียงแค่ไปวิ่งเล่นที่อุทยานครู่เดียวเองพะย่ะค่ะ ไม่ได้หนี”“แล้วเหตุใดองค์ชาย ถึงไม่บอกกล่าวกับบ่าวก่อนล่ะเพคะ” “นั่นสิ…” นางยกมือลูบหัวเด็กน้อยอย่างรักใคร่“หากลูกบอกท่านน้าเสี่ยวซี ท่านน้าก็จะไม่ให้ไป”“เอาล่ะ แม่จะอนุญาตให้เจ้าออกไปวิ่งเล่นได้ทุกวันในช่วงเวลาพักแต่ต้องบอกกับท่านน้าเสี่ยวซีก่อนเข้าใจรึไม่อุทยานหลวงกว้างขวางทั้งยังมีสระน้ำที่ค่อนข้างลึกอีกด้วย หากว่าเจ้าเกิดพลัดตกลงไปจะทำอย่างไร แม่รักและเป็นห่วงเจ้ามากรู้รึไม่” ฟอด นางหอมแก้มบุตรชายอย่างเอ็นดู“พะย่ะค่ะ ท่านน้าเสี่ยวซี่ ท่านแม่อนุญาตแล้วเราไปกันเถิด” พูดจบก็ดิ้นลงจากตักมารดาแล้วรีบวิ่งออกไป จนเสี่ยวซีเกือบจะตามไม่ทันซ่งหลิงยกมือลูบท้องของตนที่ตอนนี้มีอีกหนึ่งชีวิตอยู่รอวันลืมตาดูใต้หล้า นางเป็นไท่จื่อเฟยอยู่สองปี ฝ่าบาทก็สละราชสมบัติส่งมอบให้แก่ไท่จื่อ ยามนี้เขาเป็นฮ่องเต้ นางเป็นฮองเฮา แล
โจวซือเยว่ดื้อรั้นไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนถึงยอมแพ้ซ่งหลิงง่ายๆ นางเองก็เป็นคุณหนูจากจวนขุนนางชั้นสูง ฐานะไม่ได้ด้อยไปกว่าซ่งหลิงเลยสักนิด อีกฝ่ายแค่โชคดีที่ได้หมั้นหมายกับไท่จื่อก่อนเท่านั้น นางไม่กลัวที่ผ่านมานางคอยหาเรื่องซ่งหลิงอยู่ตลอด แม้จะทำอะไรไม่ได้มากนักเพราะมีฮองเฮาที่คอยช่วยเหลือซ่งหลิงอยู่ หลังจากงานพระราชสมภพของไท่จื่อที่นางถูกไล่ออกมา นางจึงไปร่วมมือกับซ่งหนิงเอ๋อที่มีความแค้นกับซ่งหลิง นางค่อยๆ ตะล่อมอีกฝ่ายไปทีละนิด วางแผนกันอย่างลับๆ วันที่นางรอคอยก็มาถึง วันงานเลี้ยงต้อนรับแม่ทัพอวิ๋น นางเลือกลงมือในวันนั้น ยาพิษเป็นซ่งหนิงเอ๋อที่หามาให้ นางซื้อคนที่โรงครัวได้อย่างแนบเนียน ซือเยว่ไม่ใช่ซ่งหนิงเอ๋อที่ทำอะไรอย่างสะเพร่าไม่รอบคอบ นางคอยระมัดระวังไม่ให้ถูกจับผิดใช้ชีวิตอย่างปกติมาตลอด “เจ้านำขนมจานนี้ไปส่งที่โต๊ะของท่านหญิงซ่ง อย่าให้โดนจับได้ล่ะ” นางปิดบังใบหน้าอย่างมิดชิด เมื่อกล่าวเสร็จก็หมุนออกไปทางด้านหลังใช้ความมืดพลางตัวเองไปยังห้องน้ำ และผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เป็นชุดที่ใส่เข้างาน ก่อนจะเดินออกมาและส่งถุงผ้าไปให้สาวใช้นำมันกลับไปเก็บที่รถม้า โจวซือเยว่มองสำรวจแล
วันเวลาดำเนินไปจนกระทั่งเข้าสู่วสันตฤดู หลิงซวนที่ตามตื้อนางมาตลอดเริ่มรับรู้แล้วว่านางใกล้จะเปิดใจให้เขาเช่นเดิมแล้ว“หลิงเอ๋อ พี่มารับเจ้าไปเที่ยวชมเทศกาลฤดูใบไม้ผลิด้วยกัน” พ้นเหมันต์มาแล้วแต่อากาศก็ยังคงเย็นอยู่ ในมือของหลิงซวนถือผ้าคลุมขนจิ้งจอกอย่างดีไว้ใส่ให้นาง ซ่งหลิงเริ่มมีรอยยิ้มกลับมาให้เขาบ้างแล้ว เขาต้องพยายามอีกนิด ไม่สิ ต่อให้ต้องพยายามไปทั้งชีวิตเขาก็จะทำเพื่อนาง“ท่านมาเร็วกว่าที่บอกหม่อมฉันไว้นะเพคะ” ซ่งหลิงยิ้มให้เขาเล็กน้อย ยืนนิ่งให้เขาใส่ผ้าคลุมให้ นางรับรู้และเห็นในสิ่งที่เขาตั้งใจทำมันมาตลอด คิดว่าหากวันใดวันหนึ่งนางยอมรับเขาเข้ามาในหัวใจอีกครั้ง ก็หวังว่าเขาจะเป็นหลิงซวนคนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงทั้งสองเที่ยวเล่นกันอย่างมีความสุข ร่วมเล่นใบ้คำ เดินเข้าไปกินร้านบะหมี่ร้านโปรด ซ่งหลิงเดินถือขนมกินไปตลอดทาง พวกเขากำลังรอชมดอกไม้ไฟที่สะพานขนาดใหญ่ใจกลางเมือง ตอนแรกหลิงซวนจะใช้วิชาตัวเบาพาไปที่นั่งชมบนหลังคาเสียด้วยซ้ำจะได้ไม่ต้องมาเบียดกับคนอื่น แต่ซ่งหลิงปฏิเสธนางอยากยืนดูตรงนี้ เขาได้แต่ตามใจนางไม่นานช่วงเวลาที่รอคอยก็มาถึง ดอกไม้ไฟงดงามตระการตาถูกจุดขึ้นทั่วทุกพ
“ไท่จื่อ ท่านช่วยขยับออกไปได้รึไม่เพคะ” นางกำลังนั่งรถม้ากับเขาเข้าไปร่วมงานเลี้ยง สามวันที่ผ่านมาไท่จื่อเอาแต่ตามติดนางยิ่งกว่าปลิง นางไล่อย่างไรก็ไม่ไป นางด่าทอเขาไปมากมายเผื่อว่าเขาจะทนไม่ไหวแล้วรีบกลับไป แต่ความจริงเขากลับยืนยิ้มหัวเราะบอกให้นางด่าว่าเขาได้อย่างเต็มที่เลยตอนนี้ก็เหมือนกัน รถม้ากว้างขวางแต่เขากลับมานั่งเบียดนางนางกัดฟันพูด เมื่อเขาคว้านางเข้าไปอยู่ในอ้อมกอด “ไท่จื่อ!”“หลิงเอ๋อ อยู่นิ่งๆ พี่หนาวได้กอดเจ้าแล้วอุ่นขึ้นเยอะเลย” วันนั้นเขาได้คำตอบชัดเจนแล้ว จึงได้กลับไปเผาถุงหอมทิ้งและเก็บผ้าเช็ดหน้าไว้อย่างดี“ท่านมันไร้ยางอายเกินไปแล้ว ปล่อยข้านะ!”“ไม่ปล่อย พี่รู้ว่าเจ้าเองก็หนาวเช่นกัน กอดกันเช่นนี้แหละดีแล้ว”ซ่งหลิงดิ้นไปมาจนเหนื่อย จึงได้ปล่อยเลยตามเลยรถม้าวิ่งฝ่าหิมะเข้าสู่วังหลวง จนไปจอดอยู่ที่หน้าประตูที่จะผ่านเข้าเขตพระราชฐานชั้นใน ไป่เฮ่อถือร่มยืนรอไท่จื่ออยู่หน้ารถม้า วันนี้เสี่ยวซีไม่สบายจึงไม่ได้มากับนางหลิงซวนพยุงนางลงมาพร้อมกับจับมือนางไว้อย่างหวงแหน ราวกับกลัวว่านางจะหนีหาย หันไปรับร่มจากองครักษ์และก้าวเดินเข้าไปข้างใน“เรารีบเดินกันเถิด อากาศเย็น
ครึ่งชั่วยามต่อมา หลิงซวนมาก็มายืนอยู่หน้าตำหนักของซ่งหลิง สาวใช้จึงรีบเข้าไปรายงานคนที่อยู่ข้างในซ่งหลิงอยู่ในอาภรณ์สีเหลืองสดใสก้าวเดินออกมาหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าพระคู่หมั้นก่อนจะยอบกายคำนับอย่างงดงาม “ถวายพระพรไท่จื่อเพคะ” หลิงซวนยืนนิ่งมองคู่หมั้นด้วยสายตาตกตะลึงปกติก็งดงามอยู่แล้ว ยามนี้ยิ่งง
ยามเฉิน“ท่านหญิงรู้สึกอย่างไรบ้างเจ้าคะ” เสี่ยวซีเอ่ยถามเสียงติดล้อเลียนซ่งหลิงส่งค้อนให้สาวใช้ หยิบน้ำแกงขึ้นดื่ม “อืม ข้ายังปวดหัวอยู่บ้าง เดี๋ยวทานข้าวเสร็จแล้วนอนพักอีกสักชั่วยามก็น่าจะหาย”“วันนี้ท่านไม่ต้องเข้าวังรึเจ้าคะ” เสี่ยวซีมองซ่งหลิงทานข้าวโดยไม่ได้เร่งรีบเช่นทุกวันก็แปลกใจ“เมื่อวา
ตำหนักบูรพา ยามห้าย (21:00 - 22.59 น.) ณ ห้องบรรทมยามนี้เต็มไปด้วยกลิ่นสุรา ไหสุราถูกวางอยู่ทั่วบริเวณยังมีที่กลิ้งตกลงมาจากบุรุษเจ้าของห้อง ตั้งแต่กลับมาจากวังหลวงเขาก็เอาแต่ร่ำสุราไม่หยุดเกากงกงขันทีที่ดูแลไท่จื่อมาตั้งแต่เด็ก ยามนี้กำลังเดินไปมาอย่างกระวนกระวายใจ มีหยุดสอบถามและบริภาษไป่เฮ่อเป
เมื่อฮองเฮาจากไปต่างฝ่ายต่างนั่งนิ่งก่อเกิดความกระอักกระอ่วนใจ ซ่งหลิงไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เลย นางอึดอัดแต่ให้จะนางเป็นฝ่ายเริ่มก็ไม่ใช่หางตาแอบชำเลืองมองบุรุษผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นคู่หมั้นภายในใจลอบพยักหน้าเห็นด้วยกับเสี่ยวซีที่บอกว่าเขาหล่อเหลา“เปิ่นไท่จื่อทราบตนเองหล่อเหลา ท่านหญิงสามารถมองเปิ่นไท





