ซ่งหลิง เป็นคู่หมั้นของรัชทายาทช่างยากลำบากยิ่งนัก

ซ่งหลิง เป็นคู่หมั้นของรัชทายาทช่างยากลำบากยิ่งนัก

last updateLast Updated : 2026-01-12
Language: Thai
goodnovel16goodnovel
Not enough ratings
8Chapters
7views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

“ท่านหญิงหากไท่จื่อทรงทราบจะไม่น้อยใจแย่รึเจ้าคะ” “หือ เสี่ยวซีน้อยใจคำนี้ควรใช้กับข้า ไม่แน่ว่าแม้แต่ชื่อของข้าไท่จื่อก็อาจจะจำไม่ได้ เขาออกเดินทางเหนือจรดใต้รู้จักผู้คนมากมาย ข้าเป็นแค่คนที่หลงไปรู้จักกับเขาแค่นั้นไม่มีความสำคัญอันใดให้จดจำหรอก” เสี่ยวซียืนถือต้นฉางโซ่วฮวาหรือดอกไม้อายุยืน ที่ท่านหญิงคัดออกมาไว้เผื่อเลือกอีกทีดอกไม้ต้นนี้มีเพียงสองต้นเท่านั้น เสี่ยวซีเพียงยืนมองท่านหญิงเลือกต้นไม้อื่นเพิ่ม “เอาล่ะ ข้าตัดสินใจแล้ว เป็นไผ่กวนอิมกับฉางโซ่วฮวาก็แล้วกัน” เสี่ยวซีตาเบิกกว้างมองซ่งหลิงอย่างตื่นตะลึง “คุณหนูจะมอบให้ทั้งสองต้นเลยรึเจ้าคะ นี่ฉางโซ่วฮวากับไผ่กวนอิมเชียวนะเจ้าคะ” ฉางโซ่วฮวาไม่เท่าไหร่แต่ไผ่กวนอิมนี่สิ ครั้งหนึ่งฝ่าบาทเคยแอบหยิบกลับวังไปด้วย ท่านหญิงยังตามไปโวยวายเอากลับมาจนได้ “เมื่อครู่นี้ไม่ใช่นางกำนัลของฮองเฮามาแจ้งกำหนดการกลับมาและจัดงานเลี้ยงต้อนรับไท่จื่อหรอกหรือ” “ไผ่กวนอิมให้เป็นของขวัญต้อนรับการกลับมา ส่วนฉางโซ่วฮวาให้เป็นของขวัญวันเกิด” “ขะ ของขวัญวันเกิด…” เสี่ยวซีนึกไปถึงตอนที่นางกำนัลมาแจ้ง นางบอกเพียงกำหนดการและวันที่จัดงานเลี้ยงไม่ได้เอ่ยถึงวันเกิด

View More

Chapter 1

ตอนที่ 1

คิมหันต์ปีนี้อากาศร้อนอบอ้าวกว่าทุกปี ทำให้หนุ่มสาวเลือกที่จะอยู่เรือนมากกว่าออกมาเที่ยวเล่น ด้วยกังวลว่าแสงแดดอันร้อนแรงจะแผดเผาทำลายผิวกายที่งดงามของตน

บนชั้นสองของโรงน้ำชาที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวงปรากฎภาพหญิงสาวรูปร่างอรชรสมส่วนในอาภรณ์สีม่วงอ่อนที่ถูกตัดเย็บอย่างปราณีต ตาหงส์เฉี่ยวคมดุจเหยี่ยว จมูกเชิดรั้น ใบหน้าสง่างามสงบนิ่งจนมองอารมณ์ไม่ออก นางกำลังนั่งดื่มชาสายตาเหม่อมองท้องฟ้ากว้างด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง

“ท่านหญิงเจ้าคะ” ผู้ที่ถูกเรียกผินหน้าหันกลับมามองสาวใช้

“มีอะไรงั้นหรือ เสี่ยวซี” เสียงหวานตอบสาวใช้พร้อมรอยยิ้มบาง

นางคือบุตรีคนรองตระกูลซ่ง นามว่าซ่งหลิง นิสัยค่อนข้างที่เย็นชาแฝงด้วยความเด็ดเดี่ยว ทว่าเป็นเพียงภายนอกเท่านั้น ส่วนตำแหน่งท่านหญิงของนางได้มาจากที่ครั้งหนึ่งนางเคยช่วยอดีตไทเฮายามที่พระนางไปไหว้พระสวดมนตร์ที่อารามหลวง

“เอ่อ…ซ่งฮูหยินให้คนมาแจ้งว่าพรุ่งนี้นางจะเข้ามาพูดคุยเรื่องออกเรือนของคุณหนูใหญ่กับท่านหญิงเจ้าค่ะ” เสี่ยวซีมีหรือจะไม่ทราบจุดประสงค์ของคุณหนูใหญ่ที่มีบิดามารดารักใคร่ตามใจทะนุถนอมมาอย่างดี ต่างจากท่านหญิงของนาง

“หืม นางจะออกเรือนแล้วเกี่ยวอันใดกันกับเปิ่นจวิ้นจู่” นางย่อมทราบถึงเหตุผล บิดามารดาถึงแม้จะไม่กล่าวออกมาตามตรง แต่ความหมายก็สื่อออกมาชัดเจนว่าอยากให้นางทูลฝ่าบาทว่าให้ยกเลิกราชโองการหรือเปลี่ยนคู่หมั้นของไท่จื่อจากนางเป็นคุณหนูใหญ่แทน

“ท่านหญิง” เสี่ยวซีสงสารท่านหญิงยิ่งนัก นางที่อยู่กับท่านหญิงมาตั้งแต่เล็กทราบดีถึงความลำเอียงของคนในครอบครัวนี้

“ช่างเถิด ข้าชินชาเสียแล้ว” หญิงสาวหันกลับไปมองบรรยากาศข้างนอกเช่นเดิม

เช้าวันถัดมาในยามเฉินหมู่มวลวิหคส่งเสียงร้องขับขานกันอย่างสนุกสนานราวกับต้องการปลุกสาวงามที่นอนขี้เซาอยู่บนเตียงให้ตื่นขึ้นมารับแสงแดดยามเช้า ซ่งหลิง พลิกตัวไปมาก่อนจะลุกขึ้นบิดขี้เกียจ กระพริบตาสองสามครั้งเพื่อปรับม่านตา

“บ่าวคิดว่าท่านหญิงจะตื่นตอนที่ฮูหยินกับคุณหนูใหญ่มาแล้วซะอีก” เสี่ยวซีเอ่ยเย้าคนขี้เซา ช่วงแรกที่ท่านหญิงย้ายออกมาอยู่ที่จวนพระราชทานแห่งนี้ ยามทราบว่าสองคนนั้นจะมาที่นี่ นางก็มักจะแกล้งนอนตื่นสายให้อีกฝ่ายนั่งรอเก้อ

“อืม เสี่ยวซีถ้าเจ้าไม่พูด ข้าก็เกือบจะลืมไปแล้ว ว่าแต่พวกนางได้แจ้งหรือไม่ ว่าจะมายามใด” ซ่งหลิงเกือบจะลืมไปแล้วจริงๆ นางไม่อยากเจอหน้าพูดคุยกับผู้เป็นมารดาสักเท่าไหร่ เจอกันทีไรต้องทะเลาะกันทุกที กับพี่สาวร่วมมารดาก็เช่นกัน

“ต้นยามซื่อเจ้าค่ะ”

เสี่ยวซีประคองท่านหญิงไปที่หลังฉากกั้น เสร็จแล้วออกไปเตรียมอาภรณ์เครื่องประดับไว้ให้ เสี่ยวซีมักจะเป็นเช่นนี้ทุกครั้ง เพราะยามที่สองคนนั้นเห็นสิ่งของที่อยู่บนตัวท่านหญิงแล้วมักส่งสายตาอิจฉามาให้เสมอ มันทำให้เสี่ยวซีมีความสุขยิ่ง อาภรณ์เครื่องประดับของท่านหญิงส่วนมากมาจากวังหลวง ฝ่าบาทกับฮองเฮามักประทานมาให้อยู่บ่อยๆสองคนที่ว่าหาได้รวมฮูหยินแต่เป็นคุณหนูใหญ่กับคุณหนูสี่

ยามซื่อ

“ไม่ได้เจอกันตั้งนาน พี่หญิงรองยังคงงดงามเหมือนเดิมเลยนะเจ้าคะ” เสียงนี้เป็นของคุณหนูสี่ ซ่งเจียวจิง บุตรีที่เกิดจากฮูหยินรอง ปากเอ่ยชม แต่สายตาอิจฉาริษยานั้นปิดไม่มิด พี่สาวคนนี้อะไรก็ดีไปหมด เสียอย่างเดียวนางไม่รับความโปรดปรานจากบิดาและมารดา

ซ่งหลิงยกยิ้มมุมปาก “คุณหนูสี่เองก็เติบโตขึ้นไม่น้อย และยังคงน่ารักเหมือนเดิม” ซ่งหลิงยิ้มบางตอบกลับไปนางน่ารักหาใช่งดงาม

คุณหนูใหญ่ ซ่งหนิงเอ๋อ เห็นน้องสาวต่างมารดามีรอยยิ้มเจื่อนลงเช่นนั้น ก็เบะปากแล้วหันไปมองซ่งหลิงน้องสาวร่วมมารดาของตน สายตากวาดมองเครื่องประดับและเสื้อผ้าที่นางสวมใส่อยู่ก็กำหมัดแน่น กับน้องสาวคนนี้นางไม่ได้สนิทด้วยถึงจะเป็นพี่น้องร่วมมารดาก็ตาม ตั้งแต่จำความได้นางไม่ได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของซ่งหลิงเลยสักนิด นางที่เป็นคุณหนูใหญ่ของจวนถูกประคบประหงมเลี้ยงดูมาอย่างดี จึงมีนิสัยเย่อหยิ่ง เอาแต่ใจ นางมาทราบเรื่องที่ตนมีน้องสาวร่วมมารดาก็ตอนแปดขวบ

“น้องหญิงรอง เจ้าสบายดีหรือไม่ ข้ากับท่านแม่เห็นเจ้าอยู่ที่จวนนี้คนเดียวก็ให้กังวลใจยิ่งนัก” ซ่งหนิงเอ๋อก็เป็นสาวงามในฝันของบุรุษหลายๆ คนเช่นกัน น้ำเสียงหวานละมุนแฝงด้วยความเป็นห่วงเป็นใยถูกเอื้อนเอ่ยออกมาได้สมจริงยิ่ง

“ผิดแล้วคุณหนูใหญ่ ข้าหาได้อยู่ที่จวนนี้คนเดียวสักหน่อย ยังมีบ่าวไพร่อีกมากมายที่อยู่ที่นี่คุณหนูใหญ่กับฮูหยินอย่าได้กังวลจนเกินไป ข้าสบายดีมาก ดีกว่าอีกที่เป็นไหนๆ” ตระกูลซ่งเป็นตระกูลใหญ่มีหน้ามีตาในสังคม เป็นขุนนางฝ่ายบุ๋นที่ผู้คนนับหน้าถือตา แต่ใครเล่าจะรู้ถึงความสกปรกโสมมที่เกิดขึ้นในเรือนหลัง ตั้งแต่จำความได้นางคิดว่าตนเองเป็นบ่าวไพร่คนหนึ่งของจวนเสียด้วยซ้ำ หาใช่คุณหนูรองที่เกิดจากภรรยาเอกของขุนนางชั้นสูง หากไม่ใช่แม่นมกับเสี่ยวซีที่คอยอยู่เคียงข้างคอยดูแลปกป้อง นางอาจจะตายไปแล้วก็ได้

สีหน้าคุณหนูใหญ่ตอนนี้ไม่ต่างจากซ่งเจียวจิงก่อนหน้าสักเท่าไหร่ ออกจะดูแย่กว่าด้วยซ้ำ

“เอาล่ะ พวกเจ้าสองคนเป็นพี่น้องกัน ควรรักใคร่ปรองดองกันไว้” ฮูหยินเอกของจวนซ่ง นางมาจากตระกูลเถียนเป็นตระกูลบัณฑิต ที่มีลูกศิษย์เคารพนับถือมากมายทั่วเมืองหลวง นางปรายตามองลูกสาวคนรองที่ตนไม่เคยเหลียวแลมาตั้งแต่เกิด ความผูกพันเรียกว่าแทบไม่มีเลย

ซ่งหลิงที่กำลังยกชาขึ้นดื่มชะงักไปเล็กน้อย ในใจก็ตอบกลับไปว่า เพิ่งจะมาบอกให้พี่น้องรักใคร่กันตอนนี้มันไม่สายเกินไปหรือ นางเคยสงสัยว่ามารดาของนางนั้นมาจากตระกูลบัณฑิตจริงหรือไม่ เหตุใดถึงได้เลือกที่รักมักที่ชังเช่นนี้

ซ่งหลิงนั่งนิ่งไม่คิดจะเปิดปากถามว่าอีกฝ่ายมาทำอะไร นางยังคงนั่งละเมียดละไมดื่มด่ำกับชาที่ฮองเฮาเพิ่งส่งมาให้เมื่อวันก่อน

ซ่งหนิงเอ๋อเห็นมารดาไม่พูดอะไรออกไปสักทีก็ร้อนใจกลัวว่ามารดาจะเปลี่ยนใจ นางหมายมั่นใฝ่ฝันตำแหน่งข้างกายของไท่จื่อมานาน มันควรจะเป็นของนางไม่ใช่ของน้องสาว นางทนเห็นอีกฝ่ายได้ดีกว่านางไม่ได้ ตั้งแต่มีราชโองการหมั้นหมายประกาศออกมา นางจากที่พอมีไมตรีอยู่บ้างก็กลายเป็นเกลียดน้องสาวคนนี้ไปทันที ต่อมาจึงได้รบเร้าบิดามารดาให้ช่วยพูดกับน้องสาวว่าให้สละราชโองการนั้นให้นาง

“ซ่งหลิง เจ้าน่ารู้อยู่แล้วว่าข้ามาที่นี่ทำไม” ซ่งฮูหยินเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย

“อย่างที่บอกไปพี่สาวเจ้าถึงเวลาออกเรือนแล้ว เจ้าเองก็เพิ่งจะปักปิ่นไปไม่นานไม่สู้รอไปอีกสักปีสองปีค่อยแต่งก็ไม่เสียหาย” มารดาท่านไม่รู้สึกละอายใจบ้างเลยหรือ ซ่งหลิงคิดในใจ

“พี่สาวของเจ้าเพรียบพร้อมไปด้วยรูปโฉมและสติปัญญา มีคุณธรรม จรรยาบรรณที่ดี ราชโองการหมั้นหมายของ…”

“ท่านกำลังจะบอกว่าข้าขาดคุณสมบัติเหล่านั้นไม่คู่ควรกับไท่จื่อ ควรสละมันให้พี่สาว หรือเพราะว่าข้าเพิ่งจะพ้นวัยปักปิ่นมาไม่นานไม่ควรรีบออกเรือน พี่สาวที่เลยวัยออกเรือนมาหนึ่งปีแล้วคู่ควรเหมาะสมกว่าให้ข้ารีบมอบคู่หมั้นให้พี่สาวเสีย แล้วค่อยหาใหม่ก็ยังไม่สาย หรือจะให้พูดตรงๆ ก็คือหากข้าไม่ยอมมอบคู่หมั้นให้ พี่สาวก็จะไม่ได้ออกเรือนใช่หรือไม่”

คนที่ถูกบุตรสาวกล่าวแทรกขึ้นมาทั้งที่ตนยังพูดไม่จบนั่งนิ่งสีหน้าท่าทางล้วนบ่งบอกทุกอย่างว่าเป็นอย่างที่บุตรสาวคนรองกล่าวมา

“ซ่งฮูหยิน เปิ่นจวิ้นจู่ใช่ว่าจะไม่เคยบอก ว่าราชโองการนั้นขัดไม่ได้ ส่วนโทษของมันท่านน่าจะทราบ ท่านบอกให้เปิ่นจวิ้นจู่ไปทูลขอสละราชโองการกับฝ่าบาท เปิ่นจวิ้นจู่เองก็เคยบอกไปแล้ว นี่คือราชโองการไม่ใช่ของเล่นที่อยากจะได้ก็ได้ อยากจะทิ้งก็ทิ้ง อีกอย่างไท่จื่อเองก็ไม่ได้เป็นเดือดเป็นร้อนในเรื่องนี้ แต่ถ้าหากท่านยังยืนยันเช่นเดิม แนะนำว่าให้ท่านไปทูลกับฝ่าบาทเอง ซ่งฮูหยินท่านเข้าใจที่เปิ่นจวิ้นจู่พูดหรือไม่” ซ่งหลิงเดิมทีนางเป็นคนเรียบง่ายไม่ชอบพิธีรีตองต่างๆ ทว่าบางทีก็จำเป็นต้องใช่บรรดาศักดิ์ที่ได้มาข่มอีกฝ่าย เพื่อไล่หมู หมา กา ไก่ ออกไป

ซ่งหลิงไม่เคยเรียกอีกฝ่ายว่ามารดา ฝ่าบาทเป็นใคร เป็นฮ่องเต้ผู้ปกครองแคว้น เป็นผู้มีอำนาจสูงสุดราชโองการแต่ละอันได้มาง่ายเสียที่ไหนกัน ยิ่งถ้าออกไปแล้วก็ยิ่งยากที่จะยกเลิก ฝ่าบาทเมตตานางก็จริงแต่ก็ใช่ว่าจะทำสิ่งใดก็ได้

“เจ้า ซ่งหลิงข้าเป็นมารดาของเจ้านะ เจ้าควรที่จะทำตามคำสั่งข้า อกตัญญูไม่รู้บุญคุณผู้ให้ชีวิต” ซ่งหลิงถอนหายใจกลอกตามองบนเถียงไม่ได้ก็เอาคำว่ากตัญญู บุญคุณมากอ้าง นางเบื่อหน่ายยิ่งนัก

“ข้าขอถามท่านฮูหยิน ท่านเคยเห็นข้าเป็นบุตรหรือไม่ เคยทำหน้าที่มารดาหรือไม่ ใช่ ท่านให้ชีวิตแต่ไม่เคยดูแลเอาใจใส่ ยามนี้พอข้ามีสิ่งนั้นสิ่งนี้ท่านกลับถามหาความกตัญญูจากข้า ในใจของท่านรู้สึก…” ละอายบ้างหรือไม่ ส่วนท้ายนางกล่าวในใจ มองสบตาผู้เป็นมารดาบังเกิดเกล้า เป็นฮูหยินที่ละสายตาไปก่อน

“ซ่งหลิง นี่เจ้า…” ซ่งหนิงเอ๋อ ใช่ว่านางจะไม่รู้ถึงโทษของการขัดราชโองการ แต่นางยอมไม่ได้ที่เห็นอีกฝ่ายได้ดีกว่านาง

“เสี่ยวซี ส่งแขก!” ซ่งหลิงไม่อยากฟังเสียงกรีดร้องของพี่สาว จึงรีบตะโกนบอกให้เสี่ยวซีมาลากพวกเขาออกไป

ก่อนที่ไทเฮาจะสิ้นพระชนม์ พระนางบอกให้นางขอสิ่งใดก็ได้กับพระนางหนึ่งอย่าง ซึ่งนางเองก็รอโอกาสนี้มานานจึงไม่ลังเลที่จะบอกว่า ขอให้พระนางมอบจวนให้นางหนึ่งหลัง พระนางตอบตกลงทันที หลายคนอาจจะคิดว่ามีจวนแต่จะเอาเงินที่ไหนมาใช้จ่าย นางอยากจะบอกเหลือเกินว่า แค่ของรางวัลพระราชทานที่ช่วยชีวิตไทเฮาก็มากพอที่นางจะใช้ชีวิตอย่างสุขสบายไปได้อีกหลายปีในเมืองหลวงและตลอดชีวิตในต่างเมือง นี่ยังไม่รวมกับสิ่งของที่ฝ่าบาทและฮองเฮาชอบประทานให้นางอยู่บ่อยๆ นางไม่ทนอยู่ในจวนตระกูลซ่งที่มากด้วยอำนาจบารมีแห่งนั้นหรอก นางเกรงใจจะแย่อยู่แล้ว

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
8 Chapters
ตอนที่ 1
คิมหันต์ปีนี้อากาศร้อนอบอ้าวกว่าทุกปี ทำให้หนุ่มสาวเลือกที่จะอยู่เรือนมากกว่าออกมาเที่ยวเล่น ด้วยกังวลว่าแสงแดดอันร้อนแรงจะแผดเผาทำลายผิวกายที่งดงามของตนบนชั้นสองของโรงน้ำชาที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวงปรากฎภาพหญิงสาวรูปร่างอรชรสมส่วนในอาภรณ์สีม่วงอ่อนที่ถูกตัดเย็บอย่างปราณีต ตาหงส์เฉี่ยวคมดุจเหยี่ยว จมูกเชิดรั้น ใบหน้าสง่างามสงบนิ่งจนมองอารมณ์ไม่ออก นางกำลังนั่งดื่มชาสายตาเหม่อมองท้องฟ้ากว้างด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง“ท่านหญิงเจ้าคะ” ผู้ที่ถูกเรียกผินหน้าหันกลับมามองสาวใช้“มีอะไรงั้นหรือ เสี่ยวซี” เสียงหวานตอบสาวใช้พร้อมรอยยิ้มบางนางคือบุตรีคนรองตระกูลซ่ง นามว่าซ่งหลิง นิสัยค่อนข้างที่เย็นชาแฝงด้วยความเด็ดเดี่ยว ทว่าเป็นเพียงภายนอกเท่านั้น ส่วนตำแหน่งท่านหญิงของนางได้มาจากที่ครั้งหนึ่งนางเคยช่วยอดีตไทเฮายามที่พระนางไปไหว้พระสวดมนตร์ที่อารามหลวง“เอ่อ…ซ่งฮูหยินให้คนมาแจ้งว่าพรุ่งนี้นางจะเข้ามาพูดคุยเรื่องออกเรือนของคุณหนูใหญ่กับท่านหญิงเจ้าค่ะ” เสี่ยวซีมีหรือจะไม่ทราบจุดประสงค์ของคุณหนูใหญ่ที่มีบิดามารดารักใคร่ตามใจทะนุถนอมมาอย่างดี ต่างจากท่านหญิงของนาง“หืม นางจะออกเรือนแล้วเกี่ยวอันใดกัน
last updateLast Updated : 2026-01-07
Read more
ตอนที่ 2
สามวันต่อมาซ่งหลิงได้รับเทียบเชิญงานเลี้ยงน้ำชาจากฮองเฮา นางถอนหายใจออกมาเบาๆ งานน่าเบื่อนี่อีกแล้วนางไม่รู้ว่ามีสิ่งใดน่าสนุก เหตุใดเหล่าเชื้อพระวงศ์และขุนนางชั้นสูงถึงได้ชอบกันนัก นางไม่อยากไปแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ เอ๊ะ แกล้งป่วยดีหรือไม่ ฉับพลันภาพผู้คนยกโขยงกันมายามที่นางป่วยไข้ครานั้นแล่นเข้ามาในหัวสมอง ซ่งหลิงส่ายหน้าพัลวัน นางไม่เอาแล้ว วุ่นวายยิ่งนัก“ท่านหญิง ฮองเฮาส่งช่างตัดเย็บมาเจ้าค่ะ” ซ่งหลิงกรอกตาไปมาพร้อมกับพยักหน้าความรักใคร่เอ็นดูอันเกินกว่าเหตุนี้ นางไม่รู้จะทำอย่างไร เคยเอาแต่ใจ ดื้อด้าน อวดเบ่งอำนาจบารมี ซ่งหลิงทำมาหมดแล้ว ทว่ามันไม่ทำให้ความรักใคร่เอ็นดูในตัวนางลดน้อยลงกลับมีแต่จะเพิ่มขึ้นเสี่ยวซีได้แต่ส่งยิ้มให้กำลังใจไปให้คนที่อยากจะปฏิเสธก็ปฏิเสธไม่ได้“คารวะท่านหญิงเจ้าค่ะ” หัวหน้าช่างตัดเย็บยอบกายคำนับนางอย่างนอบน้อมเป็นเพราะนางเป็นที่รักใคร่เอ็นดูของฮองเฮาทั้งยังเป็นพระคู่หมั้นของไท่จื่อ พวกนางจึงไม่อาจเสียมารยาท“ทุกท่านอย่าได้มากพิธี เรามาเริ่มกันเลยเถอะ” ซ่งหลิงรีบลุกขึ้นกางแขนรออีกฝ่าย รีบวัดแล้วรีบกลับไปเสีย“เจ้าค่ะ” พวกนางทำงานกันอย่างรวดเร็ว ซ่งหลิงถู
last updateLast Updated : 2026-01-07
Read more
ตอนที่ 3
งานเลี้ยงน้ำชาซ่งหลิงนั่งมองดูการเสแสร้งเข้าหากัน รอยยิ้มประดับใบหน้าแต่กลับส่งไปไม่ถึงดวงตา นางเบะปากเล็กน้อย เมื่อไหร่ฮองเฮาจะเสด็จมาก็ไม่รู้ นางปั้นหน้ายิ้มจนปวดกรามไปหมดแล้ว“คารวะท่านหญิงเจ้าค่ะ” มาอีกแล้ว ซ่งหลิงฉีกยิ้มการละครให้พวกนาง“วันนี้อากาศค่อนข้างที่จะร้อนไปสักนิดพวกเจ้าว่าหรือไม่” อืม นางไม่รู้จะพูดคุยเรื่องอะไร ลมฟ้าอากาศนี่แหละง่ายสุด“เจ้าค่ะ อากาศร้อนเช่นนี้มาหลายวันคาดว่าอีกไม่เกินสองราตรีฝนน่าจะตกนะเจ้าคะ” นางคือบุตรสาวเจ้ากรมการคลังเจียงชุนฮวา“หือ คุณหนูเจียงทราบได้อย่างไร” ซ่งหลิงไม่คิดว่าได้ยินคำตอบที่แตกต่างจากคนอื่นก่อนหน้า เพราะนางใช้วิธีนี้ถึงได้ไม่ใครอยู่คุยกับนาง“พี่รองของข้ามักจะออกไปทำการค้ากับท่านลุงสามอยู่บ่อยๆ ซึ่งแต่ละแคว้นจะมีสภาพอากาศแตกต่างกันไป หลังจากกลับมาข้ามักจะไปขอให้พี่รองเล่าเรื่องต่างๆ ให้ฟังเสมอเจ้าค่ะ” ท่าทีและคำพูดของนางมีความเป็นธรรมชาติไม่ได้เสแสร้งเหมือนคนอื่น“เป็นเช่นนี้เอง นอกจากได้ทำการค้าแล้วยังได้ท่องเที่ยวไปด้วย” พวกนางนั่งคุยได้ไม่นานก็แยกย้ายกันกลับไปประจำ เพราะขันทีเข้ามาแจ้งว่าฮองเฮาใกล้เสด็จมาแล้วระหว่างนั่งรอก็มีล
last updateLast Updated : 2026-01-07
Read more
ตอนที่ 4
ตุบ! เพล้ง!ซ่งหนิงเอ๋อกลับจวนมาด้วยอารมณ์คุกรุ่น มาถึงเรือนของตนก็นำความโกรธไปลงที่ชุดน้ำชาแจกันที่วางอยู่บนโต๊ะ มือสวยกำเข้าหากันแน่น ดวงตาแดงก่ำแฝงด้วยความร้ายกาจ“ซ่ง หลิง หากข้าไม่ได้เจ้าก็อย่าได้หวังว่าจะอยู่อย่างมีความสุข” นางเคยมีเคยได้ทุกอย่าง ทำไมคู่หมั้นของน้องสาวนางจะแย่งมาไม่ได้ นางเจอเขาก่อน ในเมื่อเจ้าไม่ยอมก็อย่าว่าข้าใจร้ายก็แล้วกัน ถีบตัวเองขึ้นมาจากโคลนตมได้ก็สามารถกลับไปอยู่เช่นเดิมได้เช่นกัน ข้าจะทำให้เจ้าเงยหน้าขึ้นมาไม่ได้อีกเลย ซ่งหลิงน้องรัก!“คุณหนู…” สาวใช้คนสนิททำใจกล้าเดินเข้ามาเอ่ยเรียกเสียงเบาซ่งหนิงเอ๋อปรับเปลี่ยนแววตามาเป็นอ่อนโยน ยืดหลังตรงหันมาส่งยิ้มให้สาวใช้ “ข้าไม่เป็นไร เจ้าช่วยเก็บกวาดให้ทีข้าคงจะเหนื่อยเกินไปมือไม้จึงได้อ่อนแรงเช่นนี้”“เจ้าค่ะ” สาวใช้มองสิ่งของที่แตกกระจายอยู่บนพื้น นี่แน่ใจว่ามือไม้อ่อนแรง!เช้าวันถัดมาซ่งหลิงค่อนข้างอารมณ์ดี เมื่อคืนนางนั่งขบคิดหาวิธีอยู่ค่อนคืน จนได้ข้อสรุปว่ารอไท่จื่อกลับมาแล้วค่อยไปพูดคุยกับเขา นางเคยพูดคุยกับเขาอยู่บ้างในตอนนั้นก่อนที่เขาจะไปชายแดน ซ่งหลิงจำหน้าเขาได้แค่เลือนลางหากมีไท่จื่อมาช่วยยืนยันว
last updateLast Updated : 2026-01-07
Read more
ตอนที่ 5
“ท่านหญิงปักผ้าคลุมขนจิ้งจอกให้ไท่จื่อดีหรือไม่เจ้าคะ ” ซ่งหลิงถูกเสี่ยวซีลากออกมาเลือกหาของขวัญให้กับคนผู้นั้น นางยังไม่เห็นความสำคัญของมันสักนิด คนเขามีทุกอย่างแล้ว ยังจะต้องนำอะไรไปให้เขาอีก“ซีเอ๋อวังหลวงไม่ขาดแคลนผ้าไหมชั้นดี ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องการเย็กปักต่างๆ พวกเขามีความประณีตมากกว่าข้านัก หาอย่างอื่นเถิด” ซ่งหลิงพูดเสียงเหนื่อยหลังจากวิ่งเข้าออกจนครบทุกร้านแล้วก็ยังไม่ได้สิ่งใดกลับมา ซ่งหลิงจึงคิดว่านางจะยอมสละต้นไม้ที่นางปลูกให้กับเขาสักต้นก็แล้วกัน ถึงแม้มันจะไม่มีมูลค่ามากมาย แต่มันกลับมีคุณค่าทางจิตใจเพราะซ่งหลิงเอาใจใส่ดูแลพวกมันเป็นอย่างดีศาลากลางน้ำอุทยานวังหลวง“หืม เจ้าว่าอย่างไรนะ ซ่งหลิงน่ะหรือจะยอมมอบต้นไม้ดอกไม้พวกนั้นให้ใครง่ายๆ” ขนาดพระนางเคยเอ่ยขอสักต้น ซ่งหลิงยังแยกเขี้ยวใส่นาง ซ้ำยังหลบหน้าหลบตาไปหลายวัน ยังมีครั้งหนึ่งฝ่าบาทแอบหยิบต้นไม้นางติดมือกลับวังมาด้วย ซ่งหลิงนางยังตามมาโวยวายอย่างไม่นึกเกรงกลัว แล้วนี่จะให้นางเชื่อได้อย่างไรว่าอีกฝ่ายจะยอมมอบต้นไม้เหล่านั้นให้กับคู่หมั้น“จริงเพคะฮองเฮา หม่อมฉันไปแจ้งเกี่ยวกับกำหนดการกลับมาของไท่จื่อแก่ท่านหญิ
last updateLast Updated : 2026-01-07
Read more
ตอนที่ 6
“หลิงเอ๋อ ไม่เข้าใจตรงไหนให้ถามเปิ่นกงมาได้เลย” ฮองเฮาเห็นซ่งหลิงนั่งจ้องใบรายการอาหารรวมไปถึงสิ่งของอื่นๆ ที่จะใช้ในงานงานเลี้ยง ก็คิดว่านางคงมีบางอย่างที่ไม่เข้าใจสามวันแล้วที่นางต้องมานั่งทำเรื่องยุ่งยากเช่นนี้ วันแรกเป็นงานเลี้ยงต้อนรับการมาของรัชทายาทเซียวหลิงซวนจัดที่ตำหนักกลาง ส่วนงานที่สองเป็นงานพระราชสมภพจัดที่ตำหนักบูรพา ฮองเฮาทรงเรียกนางมาเพื่องานที่สองโดยเฉพาะ พระนางบอกว่าควรเรียนรู้เอาไว้เพราะวันหน้ายังมีงานอีกมากมายให้จัดการในฐานะพระชายาและว่าที่ฮองเฮาของแคว้นเป่ย พระนางช่างคิดการณ์ไกลนัก!“หม่อมฉันไม่เข้าใจทุกตรงเลยเพคะ ไม่สู้ฮองเฮาหาคนอื่นมาทำแทนหม่อมดีรึไม่เพคะ” ซ่งหลิงฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันครบทุกซี่ ในใจก็ร้องว่ารีบตอบรับเร็วเข้าเพคะ นางอยากกลับไปนอนจะแย่แล้ว“หลิงเอ๋อว่าที่ลูกสะใภ้ของแม่ ฟังแม่ดีๆ นะ ไม่ ได้! ไม่ มี ทาง! วันสำคัญเช่นนี้จะปล่อยให้คนอื่นทำแทนได้อย่างไร หืม” คิดว่าข้าตีความหมายของเจ้าไม่ได้หรืออย่างไร คนอื่นที่เจ้าหมายถึงย่อมไม่ใช่กรมพิธีการ แต่เป็นคุณหนูจากจวนขุนนาง หึ ฝันไปเถอะ! ฮองเฮาได้แต่คิดในใจโดนตอบกลับเช่นนี้ซ่งหลิงได้แต่ยิ้มเจื่อน “ไม่แน่นะเพ
last updateLast Updated : 2026-01-08
Read more
ตอนที่ 7
ตำหนักเทียนซวินที่ประทับของฮ่องเต้“ถวายบังคมเสด็จพ่อพะย่ะค่ะ”“หือ ไท่จื่อเจ้าจำทางกลับบ้านได้แล้วรึ ยังจำได้ด้วยรึว่าเราเป็นพ่อของเจ้า แล้วดูสภาพของเจ้าสิเหตุใดถึงเป็นเช่นนี้…” ฮ่องเต้กวาดสายตามองโอรสของตนที่ไม่ได้พบกันนาน ก็ส่ายหน้าแต่ก็ไม่วายเอ่ยเย้า “อ้อ เป็นเพราะแม่นางอวี้สินะไม่ใช่สิ ตอนนี้นางแต่งให้แม่ทัพอวิ๋นแล้ว ควรเรียกว่าฮูหยินน้อยหรือฮูหยินแม่ทัพอวิ๋นสินะ”เซียวหลิงซวนเขาเพียงนั่งนิ่งไม่สนใจคำพูดของบิดา แม้ดูเหมือนว่าเขาไม่สนใจต่อสิ่งรอบข้าง ทว่าหางตาของเขาลอบชำเลืองมองสำรวจบิดาว่ามีส่วนใดสึกหรอไปแล้วบ้าง ครั้นเห็นว่ายังอยู่ดีจึงละสายตากลับมาสังเกตภายในตำหนักแทนนานมากแล้วที่เขาไม่ได้กลับเมืองหลวง ตอนนั้นที่เขาตัดสินใจขอบิดาออกไปตรวจดูชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นจริงส่วนหนึ่ง อีกส่วนก็คือเขาอยากที่จะมีอิสระทำในสิ่งที่ตนอย่างจะทำก่อนที่จะไม่ได้ทำมัน เขาเป็นไท่จื่อวันข้างหน้าก็ต้องขึ้นเป็นฮ่องเต้ ต้องอยู่แต่ในวังหลวงไม่สามารถออกไปไหนได้ตามอำเภอใจ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมายอมรับว่าเป็นเขาเองที่บ่ายเบี่ยงไม่ยอมกลับเมืองหลวงสักทีความจริงเขาควรกลับมาตั้งแต่สามสี่ปีก่อน แต่เป็นเ
last updateLast Updated : 2026-01-10
Read more
ตอนที่ 8
“ฮองเฮาเพคะ…” นางกำนัลคนสนิทวิ่งเข้ามาเข้าทำให้อดีตสาวงามอันดับหนึ่งหันกลับมองพร้อมขมวดคิ้ว “มีอะไรเกิดขึ้นงั้นรึ เจ้าถึงได้วิ่งเข้ามาโดยไม่สนใจมารยาทเช่นนี้”“ขออภัยฮองเฮาเพคะ ตะ แต่ว่าไท่จื่อเพคะ ไท่จื่ออยู่ที่โถงรับรองด้านหน้าเพคะ”“ก็แค่ไท่จื่อ…”“จะ เจ้าว่าอย่างไรนะ” ฮองเฮาสาวเท้าออกจากห้องบรรทมอย่างรวดเร็วเมื่อเข้าห้องโถงรับรอง นางก้าวช้าลง เบื้องหน้าปรากฎบุรุษหนุ่มหน้าตาหล่อเหลากำลังจิบชาอยู่ เขามีความคล้ายฮ่องเต้แปดส่วน ใจของมารดาเต้นเร็วรัวเพราะนานมากแล้วที่ไม่ได้พบลูกชายจึงเกิดอาการประหม่าเล็กน้อย“หลิงซวน…”หลิงซวนเงยหน้าขึ้นมามองก็เห็นมารดากำลังร้องไห้ เขาจึงรีบลุกขึ้นไปคุกเข่าเบื้องหน้านาง“เสด็จแม่ ทำให้ท่านรอนานลูกอกตัญญูแล้ว” เขาก้มศีรษะจรดพื้นคำนับมารดา“ฮึก…ลูกแม่ เจ้ารีบลุกขึ้นแม่ไม่เคยโกรธเจ้า” นางเคารพการตัดสินใจของลูกชาย และพร้อมที่จะสนับสนุนเขาเสมอ “แม่ขอกอดเจ้าได้รึไม่” หลิงซวนไม่ได้ตอบกลับเป็นคำพูด แต่ใช้การกระทำแทน เขาเป็นฝ่ายเข้าไปโอบกอดมารดาและนั่นยิ่งทำให้พระนางร้องไห้หนักกว่าเดิม อ้อมกอดของมารดาอบอุ่นเสมอ เขาคิดในใจผ่านไปราวครึ่งเค่อพระนางถึงหยุดร้องแล
last updateLast Updated : 2026-01-12
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status