ซ่งหลิง เป็นคู่หมั้นของรัชทายาทช่างยากลำบากยิ่งนัก

ซ่งหลิง เป็นคู่หมั้นของรัชทายาทช่างยากลำบากยิ่งนัก

last updateTerakhir Diperbarui : 2026-02-02
Bahasa: Thai
goodnovel16goodnovel
Belum ada penilaian
30Bab
1.7KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

“ท่านหญิงหากไท่จื่อทรงทราบจะไม่น้อยใจแย่รึเจ้าคะ” “หือ เสี่ยวซีน้อยใจคำนี้ควรใช้กับข้า ไม่แน่ว่าแม้แต่ชื่อของข้าไท่จื่อก็อาจจะจำไม่ได้ เขาออกเดินทางเหนือจรดใต้รู้จักผู้คนมากมาย ข้าเป็นแค่คนที่หลงไปรู้จักกับเขาแค่นั้นไม่มีความสำคัญอันใดให้จดจำหรอก” เสี่ยวซียืนถือต้นฉางโซ่วฮวาหรือดอกไม้อายุยืน ที่ท่านหญิงคัดออกมาไว้เผื่อเลือกอีกทีดอกไม้ต้นนี้มีเพียงสองต้นเท่านั้น เสี่ยวซีเพียงยืนมองท่านหญิงเลือกต้นไม้อื่นเพิ่ม “เอาล่ะ ข้าตัดสินใจแล้ว เป็นไผ่กวนอิมกับฉางโซ่วฮวาก็แล้วกัน” เสี่ยวซีตาเบิกกว้างมองซ่งหลิงอย่างตื่นตะลึง “คุณหนูจะมอบให้ทั้งสองต้นเลยรึเจ้าคะ นี่ฉางโซ่วฮวากับไผ่กวนอิมเชียวนะเจ้าคะ” ฉางโซ่วฮวาไม่เท่าไหร่แต่ไผ่กวนอิมนี่สิ ครั้งหนึ่งฝ่าบาทเคยแอบหยิบกลับวังไปด้วย ท่านหญิงยังตามไปโวยวายเอากลับมาจนได้ “เมื่อครู่นี้ไม่ใช่นางกำนัลของฮองเฮามาแจ้งกำหนดการกลับมาและจัดงานเลี้ยงต้อนรับไท่จื่อหรอกหรือ” “ไผ่กวนอิมให้เป็นของขวัญต้อนรับการกลับมา ส่วนฉางโซ่วฮวาให้เป็นของขวัญวันเกิด” “ขะ ของขวัญวันเกิด…” เสี่ยวซีนึกไปถึงตอนที่นางกำนัลมาแจ้ง นางบอกเพียงกำหนดการและวันที่จัดงานเลี้ยงไม่ได้เอ่ยถึงวันเกิด

Lihat lebih banyak

Bab 1

ตอนที่ 1

คิมหันต์ปีนี้อากาศร้อนอบอ้าวกว่าทุกปี ทำให้หนุ่มสาวเลือกที่จะอยู่เรือนมากกว่าออกมาเที่ยวเล่น ด้วยกังวลว่าแสงแดดอันร้อนแรงจะแผดเผาทำลายผิวกายที่งดงามของตน

บนชั้นสองของโรงน้ำชาที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวงปรากฎภาพหญิงสาวรูปร่างอรชรสมส่วนในอาภรณ์สีม่วงอ่อนที่ถูกตัดเย็บอย่างปราณีต ตาหงส์เฉี่ยวคมดุจเหยี่ยว จมูกเชิดรั้น ใบหน้าสง่างามสงบนิ่งจนมองอารมณ์ไม่ออก นางกำลังนั่งดื่มชาสายตาเหม่อมองท้องฟ้ากว้างด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง

“ท่านหญิงเจ้าคะ” ผู้ที่ถูกเรียกผินหน้าหันกลับมามองสาวใช้

“มีอะไรงั้นหรือ เสี่ยวซี” เสียงหวานตอบสาวใช้พร้อมรอยยิ้มบาง

นางคือบุตรีคนรองตระกูลซ่ง นามว่าซ่งหลิง นิสัยค่อนข้างที่เย็นชาแฝงด้วยความเด็ดเดี่ยว ทว่าเป็นเพียงภายนอกเท่านั้น ส่วนตำแหน่งท่านหญิงของนางได้มาจากที่ครั้งหนึ่งนางเคยช่วยอดีตไทเฮายามที่พระนางไปไหว้พระสวดมนตร์ที่อารามหลวง

“เอ่อ…ซ่งฮูหยินให้คนมาแจ้งว่าพรุ่งนี้นางจะเข้ามาพูดคุยเรื่องออกเรือนของคุณหนูใหญ่กับท่านหญิงเจ้าค่ะ” เสี่ยวซีมีหรือจะไม่ทราบจุดประสงค์ของคุณหนูใหญ่ที่มีบิดามารดารักใคร่ตามใจทะนุถนอมมาอย่างดี ต่างจากท่านหญิงของนาง

“หืม นางจะออกเรือนแล้วเกี่ยวอันใดกันกับเปิ่นจวิ้นจู่” นางย่อมทราบถึงเหตุผล บิดามารดาถึงแม้จะไม่กล่าวออกมาตามตรง แต่ความหมายก็สื่อออกมาชัดเจนว่าอยากให้นางทูลฝ่าบาทว่าให้ยกเลิกราชโองการหรือเปลี่ยนคู่หมั้นของไท่จื่อจากนางเป็นคุณหนูใหญ่แทน

“ท่านหญิง” เสี่ยวซีสงสารท่านหญิงยิ่งนัก นางที่อยู่กับท่านหญิงมาตั้งแต่เล็กทราบดีถึงความลำเอียงของคนในครอบครัวนี้

“ช่างเถิด ข้าชินชาเสียแล้ว” หญิงสาวหันกลับไปมองบรรยากาศข้างนอกเช่นเดิม

เช้าวันถัดมาในยามเฉินหมู่มวลวิหคส่งเสียงร้องขับขานกันอย่างสนุกสนานราวกับต้องการปลุกสาวงามที่นอนขี้เซาอยู่บนเตียงให้ตื่นขึ้นมารับแสงแดดยามเช้า ซ่งหลิง พลิกตัวไปมาก่อนจะลุกขึ้นบิดขี้เกียจ กระพริบตาสองสามครั้งเพื่อปรับม่านตา

“บ่าวคิดว่าท่านหญิงจะตื่นตอนที่ฮูหยินกับคุณหนูใหญ่มาแล้วซะอีก” เสี่ยวซีเอ่ยเย้าคนขี้เซา ช่วงแรกที่ท่านหญิงย้ายออกมาอยู่ที่จวนพระราชทานแห่งนี้ ยามทราบว่าสองคนนั้นจะมาที่นี่ นางก็มักจะแกล้งนอนตื่นสายให้อีกฝ่ายนั่งรอเก้อ

“อืม เสี่ยวซีถ้าเจ้าไม่พูด ข้าก็เกือบจะลืมไปแล้ว ว่าแต่พวกนางได้แจ้งหรือไม่ ว่าจะมายามใด” ซ่งหลิงเกือบจะลืมไปแล้วจริงๆ นางไม่อยากเจอหน้าพูดคุยกับผู้เป็นมารดาสักเท่าไหร่ เจอกันทีไรต้องทะเลาะกันทุกที กับพี่สาวร่วมมารดาก็เช่นกัน

“ต้นยามซื่อเจ้าค่ะ”

เสี่ยวซีประคองท่านหญิงไปที่หลังฉากกั้น เสร็จแล้วออกไปเตรียมอาภรณ์เครื่องประดับไว้ให้ เสี่ยวซีมักจะเป็นเช่นนี้ทุกครั้ง เพราะยามที่สองคนนั้นเห็นสิ่งของที่อยู่บนตัวท่านหญิงแล้วมักส่งสายตาอิจฉามาให้เสมอ มันทำให้เสี่ยวซีมีความสุขยิ่ง อาภรณ์เครื่องประดับของท่านหญิงส่วนมากมาจากวังหลวง ฝ่าบาทกับฮองเฮามักประทานมาให้อยู่บ่อยๆสองคนที่ว่าหาได้รวมฮูหยินแต่เป็นคุณหนูใหญ่กับคุณหนูสี่

ยามซื่อ

“ไม่ได้เจอกันตั้งนาน พี่หญิงรองยังคงงดงามเหมือนเดิมเลยนะเจ้าคะ” เสียงนี้เป็นของคุณหนูสี่ ซ่งเจียวจิง บุตรีที่เกิดจากฮูหยินรอง ปากเอ่ยชม แต่สายตาอิจฉาริษยานั้นปิดไม่มิด พี่สาวคนนี้อะไรก็ดีไปหมด เสียอย่างเดียวนางไม่รับความโปรดปรานจากบิดาและมารดา

ซ่งหลิงยกยิ้มมุมปาก “คุณหนูสี่เองก็เติบโตขึ้นไม่น้อย และยังคงน่ารักเหมือนเดิม” ซ่งหลิงยิ้มบางตอบกลับไปนางน่ารักหาใช่งดงาม

คุณหนูใหญ่ ซ่งหนิงเอ๋อ เห็นน้องสาวต่างมารดามีรอยยิ้มเจื่อนลงเช่นนั้น ก็เบะปากแล้วหันไปมองซ่งหลิงน้องสาวร่วมมารดาของตน สายตากวาดมองเครื่องประดับและเสื้อผ้าที่นางสวมใส่อยู่ก็กำหมัดแน่น กับน้องสาวคนนี้นางไม่ได้สนิทด้วยถึงจะเป็นพี่น้องร่วมมารดาก็ตาม ตั้งแต่จำความได้นางไม่ได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของซ่งหลิงเลยสักนิด นางที่เป็นคุณหนูใหญ่ของจวนถูกประคบประหงมเลี้ยงดูมาอย่างดี จึงมีนิสัยเย่อหยิ่ง เอาแต่ใจ นางมาทราบเรื่องที่ตนมีน้องสาวร่วมมารดาก็ตอนแปดขวบ

“น้องหญิงรอง เจ้าสบายดีหรือไม่ ข้ากับท่านแม่เห็นเจ้าอยู่ที่จวนนี้คนเดียวก็ให้กังวลใจยิ่งนัก” ซ่งหนิงเอ๋อก็เป็นสาวงามในฝันของบุรุษหลายๆ คนเช่นกัน น้ำเสียงหวานละมุนแฝงด้วยความเป็นห่วงเป็นใยถูกเอื้อนเอ่ยออกมาได้สมจริงยิ่ง

“ผิดแล้วคุณหนูใหญ่ ข้าหาได้อยู่ที่จวนนี้คนเดียวสักหน่อย ยังมีบ่าวไพร่อีกมากมายที่อยู่ที่นี่คุณหนูใหญ่กับฮูหยินอย่าได้กังวลจนเกินไป ข้าสบายดีมาก ดีกว่าอีกที่เป็นไหนๆ” ตระกูลซ่งเป็นตระกูลใหญ่มีหน้ามีตาในสังคม เป็นขุนนางฝ่ายบุ๋นที่ผู้คนนับหน้าถือตา แต่ใครเล่าจะรู้ถึงความสกปรกโสมมที่เกิดขึ้นในเรือนหลัง ตั้งแต่จำความได้นางคิดว่าตนเองเป็นบ่าวไพร่คนหนึ่งของจวนเสียด้วยซ้ำ หาใช่คุณหนูรองที่เกิดจากภรรยาเอกของขุนนางชั้นสูง หากไม่ใช่แม่นมกับเสี่ยวซีที่คอยอยู่เคียงข้างคอยดูแลปกป้อง นางอาจจะตายไปแล้วก็ได้

สีหน้าคุณหนูใหญ่ตอนนี้ไม่ต่างจากซ่งเจียวจิงก่อนหน้าสักเท่าไหร่ ออกจะดูแย่กว่าด้วยซ้ำ

“เอาล่ะ พวกเจ้าสองคนเป็นพี่น้องกัน ควรรักใคร่ปรองดองกันไว้” ฮูหยินเอกของจวนซ่ง นางมาจากตระกูลเถียนเป็นตระกูลบัณฑิต ที่มีลูกศิษย์เคารพนับถือมากมายทั่วเมืองหลวง นางปรายตามองลูกสาวคนรองที่ตนไม่เคยเหลียวแลมาตั้งแต่เกิด ความผูกพันเรียกว่าแทบไม่มีเลย

ซ่งหลิงที่กำลังยกชาขึ้นดื่มชะงักไปเล็กน้อย ในใจก็ตอบกลับไปว่า เพิ่งจะมาบอกให้พี่น้องรักใคร่กันตอนนี้มันไม่สายเกินไปหรือ นางเคยสงสัยว่ามารดาของนางนั้นมาจากตระกูลบัณฑิตจริงหรือไม่ เหตุใดถึงได้เลือกที่รักมักที่ชังเช่นนี้

ซ่งหลิงนั่งนิ่งไม่คิดจะเปิดปากถามว่าอีกฝ่ายมาทำอะไร นางยังคงนั่งละเมียดละไมดื่มด่ำกับชาที่ฮองเฮาเพิ่งส่งมาให้เมื่อวันก่อน

ซ่งหนิงเอ๋อเห็นมารดาไม่พูดอะไรออกไปสักทีก็ร้อนใจกลัวว่ามารดาจะเปลี่ยนใจ นางหมายมั่นใฝ่ฝันตำแหน่งข้างกายของไท่จื่อมานาน มันควรจะเป็นของนางไม่ใช่ของน้องสาว นางทนเห็นอีกฝ่ายได้ดีกว่านางไม่ได้ ตั้งแต่มีราชโองการหมั้นหมายประกาศออกมา นางจากที่พอมีไมตรีอยู่บ้างก็กลายเป็นเกลียดน้องสาวคนนี้ไปทันที ต่อมาจึงได้รบเร้าบิดามารดาให้ช่วยพูดกับน้องสาวว่าให้สละราชโองการนั้นให้นาง

“ซ่งหลิง เจ้าน่ารู้อยู่แล้วว่าข้ามาที่นี่ทำไม” ซ่งฮูหยินเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย

“อย่างที่บอกไปพี่สาวเจ้าถึงเวลาออกเรือนแล้ว เจ้าเองก็เพิ่งจะปักปิ่นไปไม่นานไม่สู้รอไปอีกสักปีสองปีค่อยแต่งก็ไม่เสียหาย” มารดาท่านไม่รู้สึกละอายใจบ้างเลยหรือ ซ่งหลิงคิดในใจ

“พี่สาวของเจ้าเพรียบพร้อมไปด้วยรูปโฉมและสติปัญญา มีคุณธรรม จรรยาบรรณที่ดี ราชโองการหมั้นหมายของ…”

“ท่านกำลังจะบอกว่าข้าขาดคุณสมบัติเหล่านั้นไม่คู่ควรกับไท่จื่อ ควรสละมันให้พี่สาว หรือเพราะว่าข้าเพิ่งจะพ้นวัยปักปิ่นมาไม่นานไม่ควรรีบออกเรือน พี่สาวที่เลยวัยออกเรือนมาหนึ่งปีแล้วคู่ควรเหมาะสมกว่าให้ข้ารีบมอบคู่หมั้นให้พี่สาวเสีย แล้วค่อยหาใหม่ก็ยังไม่สาย หรือจะให้พูดตรงๆ ก็คือหากข้าไม่ยอมมอบคู่หมั้นให้ พี่สาวก็จะไม่ได้ออกเรือนใช่หรือไม่”

คนที่ถูกบุตรสาวกล่าวแทรกขึ้นมาทั้งที่ตนยังพูดไม่จบนั่งนิ่งสีหน้าท่าทางล้วนบ่งบอกทุกอย่างว่าเป็นอย่างที่บุตรสาวคนรองกล่าวมา

“ซ่งฮูหยิน เปิ่นจวิ้นจู่ใช่ว่าจะไม่เคยบอก ว่าราชโองการนั้นขัดไม่ได้ ส่วนโทษของมันท่านน่าจะทราบ ท่านบอกให้เปิ่นจวิ้นจู่ไปทูลขอสละราชโองการกับฝ่าบาท เปิ่นจวิ้นจู่เองก็เคยบอกไปแล้ว นี่คือราชโองการไม่ใช่ของเล่นที่อยากจะได้ก็ได้ อยากจะทิ้งก็ทิ้ง อีกอย่างไท่จื่อเองก็ไม่ได้เป็นเดือดเป็นร้อนในเรื่องนี้ แต่ถ้าหากท่านยังยืนยันเช่นเดิม แนะนำว่าให้ท่านไปทูลกับฝ่าบาทเอง ซ่งฮูหยินท่านเข้าใจที่เปิ่นจวิ้นจู่พูดหรือไม่” ซ่งหลิงเดิมทีนางเป็นคนเรียบง่ายไม่ชอบพิธีรีตองต่างๆ ทว่าบางทีก็จำเป็นต้องใช่บรรดาศักดิ์ที่ได้มาข่มอีกฝ่าย เพื่อไล่หมู หมา กา ไก่ ออกไป

ซ่งหลิงไม่เคยเรียกอีกฝ่ายว่ามารดา ฝ่าบาทเป็นใคร เป็นฮ่องเต้ผู้ปกครองแคว้น เป็นผู้มีอำนาจสูงสุดราชโองการแต่ละอันได้มาง่ายเสียที่ไหนกัน ยิ่งถ้าออกไปแล้วก็ยิ่งยากที่จะยกเลิก ฝ่าบาทเมตตานางก็จริงแต่ก็ใช่ว่าจะทำสิ่งใดก็ได้

“เจ้า ซ่งหลิงข้าเป็นมารดาของเจ้านะ เจ้าควรที่จะทำตามคำสั่งข้า อกตัญญูไม่รู้บุญคุณผู้ให้ชีวิต” ซ่งหลิงถอนหายใจกลอกตามองบนเถียงไม่ได้ก็เอาคำว่ากตัญญู บุญคุณมากอ้าง นางเบื่อหน่ายยิ่งนัก

“ข้าขอถามท่านฮูหยิน ท่านเคยเห็นข้าเป็นบุตรหรือไม่ เคยทำหน้าที่มารดาหรือไม่ ใช่ ท่านให้ชีวิตแต่ไม่เคยดูแลเอาใจใส่ ยามนี้พอข้ามีสิ่งนั้นสิ่งนี้ท่านกลับถามหาความกตัญญูจากข้า ในใจของท่านรู้สึก…” ละอายบ้างหรือไม่ ส่วนท้ายนางกล่าวในใจ มองสบตาผู้เป็นมารดาบังเกิดเกล้า เป็นฮูหยินที่ละสายตาไปก่อน

“ซ่งหลิง นี่เจ้า…” ซ่งหนิงเอ๋อ ใช่ว่านางจะไม่รู้ถึงโทษของการขัดราชโองการ แต่นางยอมไม่ได้ที่เห็นอีกฝ่ายได้ดีกว่านาง

“เสี่ยวซี ส่งแขก!” ซ่งหลิงไม่อยากฟังเสียงกรีดร้องของพี่สาว จึงรีบตะโกนบอกให้เสี่ยวซีมาลากพวกเขาออกไป

ก่อนที่ไทเฮาจะสิ้นพระชนม์ พระนางบอกให้นางขอสิ่งใดก็ได้กับพระนางหนึ่งอย่าง ซึ่งนางเองก็รอโอกาสนี้มานานจึงไม่ลังเลที่จะบอกว่า ขอให้พระนางมอบจวนให้นางหนึ่งหลัง พระนางตอบตกลงทันที หลายคนอาจจะคิดว่ามีจวนแต่จะเอาเงินที่ไหนมาใช้จ่าย นางอยากจะบอกเหลือเกินว่า แค่ของรางวัลพระราชทานที่ช่วยชีวิตไทเฮาก็มากพอที่นางจะใช้ชีวิตอย่างสุขสบายไปได้อีกหลายปีในเมืองหลวงและตลอดชีวิตในต่างเมือง นี่ยังไม่รวมกับสิ่งของที่ฝ่าบาทและฮองเฮาชอบประทานให้นางอยู่บ่อยๆ นางไม่ทนอยู่ในจวนตระกูลซ่งที่มากด้วยอำนาจบารมีแห่งนั้นหรอก นางเกรงใจจะแย่อยู่แล้ว

Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status