ซ่งหลิง เป็นคู่หมั้นของรัชทายาทช่างยากลำบากยิ่งนัก

ซ่งหลิง เป็นคู่หมั้นของรัชทายาทช่างยากลำบากยิ่งนัก

last update최신 업데이트 : 2026-02-02
언어: Thai
goodnovel16goodnovel
순위 평가에 충분하지 않습니다.
30챕터
1.8K조회수
읽기
보관함에 추가

공유:  

보고서
개요
장르
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.

“ท่านหญิงหากไท่จื่อทรงทราบจะไม่น้อยใจแย่รึเจ้าคะ” “หือ เสี่ยวซีน้อยใจคำนี้ควรใช้กับข้า ไม่แน่ว่าแม้แต่ชื่อของข้าไท่จื่อก็อาจจะจำไม่ได้ เขาออกเดินทางเหนือจรดใต้รู้จักผู้คนมากมาย ข้าเป็นแค่คนที่หลงไปรู้จักกับเขาแค่นั้นไม่มีความสำคัญอันใดให้จดจำหรอก” เสี่ยวซียืนถือต้นฉางโซ่วฮวาหรือดอกไม้อายุยืน ที่ท่านหญิงคัดออกมาไว้เผื่อเลือกอีกทีดอกไม้ต้นนี้มีเพียงสองต้นเท่านั้น เสี่ยวซีเพียงยืนมองท่านหญิงเลือกต้นไม้อื่นเพิ่ม “เอาล่ะ ข้าตัดสินใจแล้ว เป็นไผ่กวนอิมกับฉางโซ่วฮวาก็แล้วกัน” เสี่ยวซีตาเบิกกว้างมองซ่งหลิงอย่างตื่นตะลึง “คุณหนูจะมอบให้ทั้งสองต้นเลยรึเจ้าคะ นี่ฉางโซ่วฮวากับไผ่กวนอิมเชียวนะเจ้าคะ” ฉางโซ่วฮวาไม่เท่าไหร่แต่ไผ่กวนอิมนี่สิ ครั้งหนึ่งฝ่าบาทเคยแอบหยิบกลับวังไปด้วย ท่านหญิงยังตามไปโวยวายเอากลับมาจนได้ “เมื่อครู่นี้ไม่ใช่นางกำนัลของฮองเฮามาแจ้งกำหนดการกลับมาและจัดงานเลี้ยงต้อนรับไท่จื่อหรอกหรือ” “ไผ่กวนอิมให้เป็นของขวัญต้อนรับการกลับมา ส่วนฉางโซ่วฮวาให้เป็นของขวัญวันเกิด” “ขะ ของขวัญวันเกิด…” เสี่ยวซีนึกไปถึงตอนที่นางกำนัลมาแจ้ง นางบอกเพียงกำหนดการและวันที่จัดงานเลี้ยงไม่ได้เอ่ยถึงวันเกิด

더 보기

1화

ตอนที่ 1

Desa Kabut Hitam merupakan sebuah desa yang terletak di kaki pegunungan Tiga Jari. Alamnya yang asri dan sejuk membuat siapapun akan betah dan tidak akan pernah mau meninggalkan desa ini jika sudah melewati atau memasukinya. Saat terang desa ini sangat menyejukkan mata dengan penduduknya yang ramah tamah menyambut setiap pendatang yang singgah di desa ini tanpa ada rasa curiga sedikitpun.

Gunung ini disebut Tiga Jari karena konon menurut cerita ini adalah Tiga Jari yang tersisa dari Raksasa terakhir yang pernah hidup pada masanya yang dikalahkan oleh Pendekar Naga pada masa itu dan dibekukan dengan jurus terkuat yaitu Jurus Naga Pembeku Jiwa.

Jaman dahulu kala, desa ini banyak hidup makhluk-makhluk yang sangat berbahaya. Selain raksasa yang setinggi gunung, di desa ini juga hidup kawanan peri yang cantik, juga makhluk-makhluk eksotik yang sudah punah karena dikalahkan salah satu perguruan silat saat itu yang menganggap makhluk-makhluk ini berbahaya terutama makhluk yang disebut Naga.

Jalan menuju desa ini juga tidak mudah karena harus melalui jalan sempit di tepian pegunungan, jika salah melangkah maka akan jatuh ke dasar lembah yang tak berdasar. Lembah ini dinamakan Lembah Naga yang selalu diselimuti Kabut merah jadi tidak ada yang pernah melihat dasar lembah ini. Konon menurut cerita masih ada penunggu Naga yang hidup di dasar lembah ini selama ratusan ribu tahun dan belum tersentuh tangan manusia sama sekali.

Desa Kabut Hitam hanya merupakan salah satu desa dari ratusan desa yang tersebar dalam wilayah Kamandaria yang dipimpin oleh Raja Lalim bernama Wangsaria. Menurut cerita, raja ini merupakan keturunan naga terakhir yang pernah hidup di Bumi Karimun. Namun ini hanya cerita yang diklaim sepihak oleh Sang Raja lalim yang belum diketahui kebenarannya. Siapapun yang meragukan darah naganya akan dieksekusi pada saat itu juga, jadi lambat laun tidak ada lagi yang meragukannnya.

Konon menurut cerita, nenek moyang bangsa Kamandaria hidup berdampingan dengan makhluk yang disebut naga. Menurut cerita, naga di wilayah ini dapat merubah wujud menjadi manusia saat terang dan kembali menjadi naga saat malam. Jadi yang disebut keturunan naga adalah anak yang terlahir dari perkawinan naga berwujud manusia dengan manusia normal pada jaman itu.

Anak yang terlahir berwujud manusia yang merupakan keturunan naga akan mewarisi ilmu Sembilan Naga yang terdiri dari 9 Jurus sakti. Jika berhasil mempelajari keseluruhan ilmu ini maka anak ini nantinya akan menjadi pelindung dan pembela kawasan ini yang terkenal dengan nama Pendekar Naga.

Pendekar Naga inilah yang berhak klaim tahta Kamandaria untuk menjadi penguasa tunggal yang akan memerintah Kerajaan yang damai karena sepanjang Anak Naga menjadi Raja maka Naga-naga yang bersembunyi tidak akan menampakan dirinya kecuali dalam wujud manusia.

Namun lama kelamaan cerita ini hanya menjadi dongeng pengantar tidur yang sering diceritakan tapi sudah memudar kebenarannya. Tidak ada lagi yang tahu pasti kemana hilangnya ilmu 9 Naga tersebut. Ada yang bilang ilmu ini masih tersimpan dalam kitab yang tersembunyi di dasar Lembah Naga, ada juga yang klaim kalau kitab ini terbakar saat perang saudara antara manusia naga dengan manusia normal yang tidak sudi lagi hidup berdampingan dengan naga pada saat itu, bahkan ada yang bilang kitab ini disimpan keturunan Raja yang memerintah Kamandaria.

Desa kabut Hitam sendiri merupakan desa yang paling misterius karena jika malam, daerah ini akan diselimuti kabut hitam. Siapapun yang masih keluar malam-malam konon akan ditelan oleh kabut hitam ini. Jadi setelah senja menjelang semua penduduk desa segera mengurung diri dalam rumah masing-masing sehingga desa ini bagaikan desa mati jika malam menjelang.

펼치기
다음 화 보기
다운로드

최신 챕터

더보기
댓글 없음
30 챕터
ตอนที่ 1
คิมหันต์ปีนี้อากาศร้อนอบอ้าวกว่าทุกปี ทำให้หนุ่มสาวเลือกที่จะอยู่เรือนมากกว่าออกมาเที่ยวเล่น ด้วยกังวลว่าแสงแดดอันร้อนแรงจะแผดเผาทำลายผิวกายที่งดงามของตนบนชั้นสองของโรงน้ำชาที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองหลวงปรากฎภาพหญิงสาวรูปร่างอรชรสมส่วนในอาภรณ์สีม่วงอ่อนที่ถูกตัดเย็บอย่างปราณีต ตาหงส์เฉี่ยวคมดุจเหยี่ยว จมูกเชิดรั้น ใบหน้าสง่างามสงบนิ่งจนมองอารมณ์ไม่ออก นางกำลังนั่งดื่มชาสายตาเหม่อมองท้องฟ้ากว้างด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง“ท่านหญิงเจ้าคะ” ผู้ที่ถูกเรียกผินหน้าหันกลับมามองสาวใช้“มีอะไรงั้นหรือ เสี่ยวซี” เสียงหวานตอบสาวใช้พร้อมรอยยิ้มบางนางคือบุตรีคนรองตระกูลซ่ง นามว่าซ่งหลิง นิสัยค่อนข้างที่เย็นชาแฝงด้วยความเด็ดเดี่ยว ทว่าเป็นเพียงภายนอกเท่านั้น ส่วนตำแหน่งท่านหญิงของนางได้มาจากที่ครั้งหนึ่งนางเคยช่วยอดีตไทเฮายามที่พระนางไปไหว้พระสวดมนตร์ที่อารามหลวง“เอ่อ…ซ่งฮูหยินให้คนมาแจ้งว่าพรุ่งนี้นางจะเข้ามาพูดคุยเรื่องออกเรือนของคุณหนูใหญ่กับท่านหญิงเจ้าค่ะ” เสี่ยวซีมีหรือจะไม่ทราบจุดประสงค์ของคุณหนูใหญ่ที่มีบิดามารดารักใคร่ตามใจทะนุถนอมมาอย่างดี ต่างจากท่านหญิงของนาง“หืม นางจะออกเรือนแล้วเกี่ยวอันใดกัน
더 보기
ตอนที่ 2
สามวันต่อมาซ่งหลิงได้รับเทียบเชิญงานเลี้ยงน้ำชาจากฮองเฮา นางถอนหายใจออกมาเบาๆ งานน่าเบื่อนี่อีกแล้วนางไม่รู้ว่ามีสิ่งใดน่าสนุก เหตุใดเหล่าเชื้อพระวงศ์และขุนนางชั้นสูงถึงได้ชอบกันนัก นางไม่อยากไปแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ เอ๊ะ แกล้งป่วยดีหรือไม่ ฉับพลันภาพผู้คนยกโขยงกันมายามที่นางป่วยไข้ครานั้นแล่นเข้ามาในหัวสมอง ซ่งหลิงส่ายหน้าพัลวัน นางไม่เอาแล้ว วุ่นวายยิ่งนัก“ท่านหญิง ฮองเฮาส่งช่างตัดเย็บมาเจ้าค่ะ” ซ่งหลิงกรอกตาไปมาพร้อมกับพยักหน้าความรักใคร่เอ็นดูอันเกินกว่าเหตุนี้ นางไม่รู้จะทำอย่างไร เคยเอาแต่ใจ ดื้อด้าน อวดเบ่งอำนาจบารมี ซ่งหลิงทำมาหมดแล้ว ทว่ามันไม่ทำให้ความรักใคร่เอ็นดูในตัวนางลดน้อยลงกลับมีแต่จะเพิ่มขึ้นเสี่ยวซีได้แต่ส่งยิ้มให้กำลังใจไปให้คนที่อยากจะปฏิเสธก็ปฏิเสธไม่ได้“คารวะท่านหญิงเจ้าค่ะ” หัวหน้าช่างตัดเย็บยอบกายคำนับนางอย่างนอบน้อมเป็นเพราะนางเป็นที่รักใคร่เอ็นดูของฮองเฮาทั้งยังเป็นพระคู่หมั้นของไท่จื่อ พวกนางจึงไม่อาจเสียมารยาท“ทุกท่านอย่าได้มากพิธี เรามาเริ่มกันเลยเถอะ” ซ่งหลิงรีบลุกขึ้นกางแขนรออีกฝ่าย รีบวัดแล้วรีบกลับไปเสีย“เจ้าค่ะ” พวกนางทำงานกันอย่างรวดเร็ว ซ่งหลิงถู
더 보기
ตอนที่ 3
งานเลี้ยงน้ำชาซ่งหลิงนั่งมองดูการเสแสร้งเข้าหากัน รอยยิ้มประดับใบหน้าแต่กลับส่งไปไม่ถึงดวงตา นางเบะปากเล็กน้อย เมื่อไหร่ฮองเฮาจะเสด็จมาก็ไม่รู้ นางปั้นหน้ายิ้มจนปวดกรามไปหมดแล้ว“คารวะท่านหญิงเจ้าค่ะ” มาอีกแล้ว ซ่งหลิงฉีกยิ้มการละครให้พวกนาง“วันนี้อากาศค่อนข้างที่จะร้อนไปสักนิดพวกเจ้าว่าหรือไม่” อืม นางไม่รู้จะพูดคุยเรื่องอะไร ลมฟ้าอากาศนี่แหละง่ายสุด“เจ้าค่ะ อากาศร้อนเช่นนี้มาหลายวันคาดว่าอีกไม่เกินสองราตรีฝนน่าจะตกนะเจ้าคะ” นางคือบุตรสาวเจ้ากรมการคลังเจียงชุนฮวา“หือ คุณหนูเจียงทราบได้อย่างไร” ซ่งหลิงไม่คิดว่าได้ยินคำตอบที่แตกต่างจากคนอื่นก่อนหน้า เพราะนางใช้วิธีนี้ถึงได้ไม่ใครอยู่คุยกับนาง“พี่รองของข้ามักจะออกไปทำการค้ากับท่านลุงสามอยู่บ่อยๆ ซึ่งแต่ละแคว้นจะมีสภาพอากาศแตกต่างกันไป หลังจากกลับมาข้ามักจะไปขอให้พี่รองเล่าเรื่องต่างๆ ให้ฟังเสมอเจ้าค่ะ” ท่าทีและคำพูดของนางมีความเป็นธรรมชาติไม่ได้เสแสร้งเหมือนคนอื่น“เป็นเช่นนี้เอง นอกจากได้ทำการค้าแล้วยังได้ท่องเที่ยวไปด้วย” พวกนางนั่งคุยได้ไม่นานก็แยกย้ายกันกลับไปประจำ เพราะขันทีเข้ามาแจ้งว่าฮองเฮาใกล้เสด็จมาแล้วระหว่างนั่งรอก็มีล
더 보기
ตอนที่ 4
ตุบ! เพล้ง!ซ่งหนิงเอ๋อกลับจวนมาด้วยอารมณ์คุกรุ่น มาถึงเรือนของตนก็นำความโกรธไปลงที่ชุดน้ำชาแจกันที่วางอยู่บนโต๊ะ มือสวยกำเข้าหากันแน่น ดวงตาแดงก่ำแฝงด้วยความร้ายกาจ“ซ่ง หลิง หากข้าไม่ได้เจ้าก็อย่าได้หวังว่าจะอยู่อย่างมีความสุข” นางเคยมีเคยได้ทุกอย่าง ทำไมคู่หมั้นของน้องสาวนางจะแย่งมาไม่ได้ นางเจอเขาก่อน ในเมื่อเจ้าไม่ยอมก็อย่าว่าข้าใจร้ายก็แล้วกัน ถีบตัวเองขึ้นมาจากโคลนตมได้ก็สามารถกลับไปอยู่เช่นเดิมได้เช่นกัน ข้าจะทำให้เจ้าเงยหน้าขึ้นมาไม่ได้อีกเลย ซ่งหลิงน้องรัก!“คุณหนู…” สาวใช้คนสนิททำใจกล้าเดินเข้ามาเอ่ยเรียกเสียงเบาซ่งหนิงเอ๋อปรับเปลี่ยนแววตามาเป็นอ่อนโยน ยืดหลังตรงหันมาส่งยิ้มให้สาวใช้ “ข้าไม่เป็นไร เจ้าช่วยเก็บกวาดให้ทีข้าคงจะเหนื่อยเกินไปมือไม้จึงได้อ่อนแรงเช่นนี้”“เจ้าค่ะ” สาวใช้มองสิ่งของที่แตกกระจายอยู่บนพื้น นี่แน่ใจว่ามือไม้อ่อนแรง!เช้าวันถัดมาซ่งหลิงค่อนข้างอารมณ์ดี เมื่อคืนนางนั่งขบคิดหาวิธีอยู่ค่อนคืน จนได้ข้อสรุปว่ารอไท่จื่อกลับมาแล้วค่อยไปพูดคุยกับเขา นางเคยพูดคุยกับเขาอยู่บ้างในตอนนั้นก่อนที่เขาจะไปชายแดน ซ่งหลิงจำหน้าเขาได้แค่เลือนลางหากมีไท่จื่อมาช่วยยืนยันว
더 보기
ตอนที่ 5
“ท่านหญิงปักผ้าคลุมขนจิ้งจอกให้ไท่จื่อดีหรือไม่เจ้าคะ ” ซ่งหลิงถูกเสี่ยวซีลากออกมาเลือกหาของขวัญให้กับคนผู้นั้น นางยังไม่เห็นความสำคัญของมันสักนิด คนเขามีทุกอย่างแล้ว ยังจะต้องนำอะไรไปให้เขาอีก“ซีเอ๋อวังหลวงไม่ขาดแคลนผ้าไหมชั้นดี ยิ่งไม่ต้องพูดถึงเรื่องการเย็กปักต่างๆ พวกเขามีความประณีตมากกว่าข้านัก หาอย่างอื่นเถิด” ซ่งหลิงพูดเสียงเหนื่อยหลังจากวิ่งเข้าออกจนครบทุกร้านแล้วก็ยังไม่ได้สิ่งใดกลับมา ซ่งหลิงจึงคิดว่านางจะยอมสละต้นไม้ที่นางปลูกให้กับเขาสักต้นก็แล้วกัน ถึงแม้มันจะไม่มีมูลค่ามากมาย แต่มันกลับมีคุณค่าทางจิตใจเพราะซ่งหลิงเอาใจใส่ดูแลพวกมันเป็นอย่างดีศาลากลางน้ำอุทยานวังหลวง“หืม เจ้าว่าอย่างไรนะ ซ่งหลิงน่ะหรือจะยอมมอบต้นไม้ดอกไม้พวกนั้นให้ใครง่ายๆ” ขนาดพระนางเคยเอ่ยขอสักต้น ซ่งหลิงยังแยกเขี้ยวใส่นาง ซ้ำยังหลบหน้าหลบตาไปหลายวัน ยังมีครั้งหนึ่งฝ่าบาทแอบหยิบต้นไม้นางติดมือกลับวังมาด้วย ซ่งหลิงนางยังตามมาโวยวายอย่างไม่นึกเกรงกลัว แล้วนี่จะให้นางเชื่อได้อย่างไรว่าอีกฝ่ายจะยอมมอบต้นไม้เหล่านั้นให้กับคู่หมั้น“จริงเพคะฮองเฮา หม่อมฉันไปแจ้งเกี่ยวกับกำหนดการกลับมาของไท่จื่อแก่ท่านหญิ
더 보기
ตอนที่ 6
“หลิงเอ๋อ ไม่เข้าใจตรงไหนให้ถามเปิ่นกงมาได้เลย” ฮองเฮาเห็นซ่งหลิงนั่งจ้องใบรายการอาหารรวมไปถึงสิ่งของอื่นๆ ที่จะใช้ในงานงานเลี้ยง ก็คิดว่านางคงมีบางอย่างที่ไม่เข้าใจสามวันแล้วที่นางต้องมานั่งทำเรื่องยุ่งยากเช่นนี้ วันแรกเป็นงานเลี้ยงต้อนรับการมาของรัชทายาทเซียวหลิงซวนจัดที่ตำหนักกลาง ส่วนงานที่สองเป็นงานพระราชสมภพจัดที่ตำหนักบูรพา ฮองเฮาทรงเรียกนางมาเพื่องานที่สองโดยเฉพาะ พระนางบอกว่าควรเรียนรู้เอาไว้เพราะวันหน้ายังมีงานอีกมากมายให้จัดการในฐานะพระชายาและว่าที่ฮองเฮาของแคว้นเป่ย พระนางช่างคิดการณ์ไกลนัก!“หม่อมฉันไม่เข้าใจทุกตรงเลยเพคะ ไม่สู้ฮองเฮาหาคนอื่นมาทำแทนหม่อมดีรึไม่เพคะ” ซ่งหลิงฉีกยิ้มกว้างจนเห็นฟันครบทุกซี่ ในใจก็ร้องว่ารีบตอบรับเร็วเข้าเพคะ นางอยากกลับไปนอนจะแย่แล้ว“หลิงเอ๋อว่าที่ลูกสะใภ้ของแม่ ฟังแม่ดีๆ นะ ไม่ ได้! ไม่ มี ทาง! วันสำคัญเช่นนี้จะปล่อยให้คนอื่นทำแทนได้อย่างไร หืม” คิดว่าข้าตีความหมายของเจ้าไม่ได้หรืออย่างไร คนอื่นที่เจ้าหมายถึงย่อมไม่ใช่กรมพิธีการ แต่เป็นคุณหนูจากจวนขุนนาง หึ ฝันไปเถอะ! ฮองเฮาได้แต่คิดในใจโดนตอบกลับเช่นนี้ซ่งหลิงได้แต่ยิ้มเจื่อน “ไม่แน่นะเพ
더 보기
ตอนที่ 7
ตำหนักเทียนซวินที่ประทับของฮ่องเต้“ถวายบังคมเสด็จพ่อพะย่ะค่ะ”“หือ ไท่จื่อเจ้าจำทางกลับบ้านได้แล้วรึ ยังจำได้ด้วยรึว่าเราเป็นพ่อของเจ้า แล้วดูสภาพของเจ้าสิเหตุใดถึงเป็นเช่นนี้…” ฮ่องเต้กวาดสายตามองโอรสของตนที่ไม่ได้พบกันนาน ก็ส่ายหน้าแต่ก็ไม่วายเอ่ยเย้า “อ้อ เป็นเพราะแม่นางอวี้สินะไม่ใช่สิ ตอนนี้นางแต่งให้แม่ทัพอวิ๋นแล้ว ควรเรียกว่าฮูหยินน้อยหรือฮูหยินแม่ทัพอวิ๋นสินะ”เซียวหลิงซวนเขาเพียงนั่งนิ่งไม่สนใจคำพูดของบิดา แม้ดูเหมือนว่าเขาไม่สนใจต่อสิ่งรอบข้าง ทว่าหางตาของเขาลอบชำเลืองมองสำรวจบิดาว่ามีส่วนใดสึกหรอไปแล้วบ้าง ครั้นเห็นว่ายังอยู่ดีจึงละสายตากลับมาสังเกตภายในตำหนักแทนนานมากแล้วที่เขาไม่ได้กลับเมืองหลวง ตอนนั้นที่เขาตัดสินใจขอบิดาออกไปตรวจดูชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนเป็นจริงส่วนหนึ่ง อีกส่วนก็คือเขาอยากที่จะมีอิสระทำในสิ่งที่ตนอย่างจะทำก่อนที่จะไม่ได้ทำมัน เขาเป็นไท่จื่อวันข้างหน้าก็ต้องขึ้นเป็นฮ่องเต้ ต้องอยู่แต่ในวังหลวงไม่สามารถออกไปไหนได้ตามอำเภอใจ ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมายอมรับว่าเป็นเขาเองที่บ่ายเบี่ยงไม่ยอมกลับเมืองหลวงสักทีความจริงเขาควรกลับมาตั้งแต่สามสี่ปีก่อน แต่เป็นเ
더 보기
ตอนที่ 8
“ฮองเฮาเพคะ…” นางกำนัลคนสนิทวิ่งเข้ามาเข้าทำให้อดีตสาวงามอันดับหนึ่งหันกลับมองพร้อมขมวดคิ้ว “มีอะไรเกิดขึ้นงั้นรึ เจ้าถึงได้วิ่งเข้ามาโดยไม่สนใจมารยาทเช่นนี้”“ขออภัยฮองเฮาเพคะ ตะ แต่ว่าไท่จื่อเพคะ ไท่จื่ออยู่ที่โถงรับรองด้านหน้าเพคะ”“ก็แค่ไท่จื่อ…”“จะ เจ้าว่าอย่างไรนะ” ฮองเฮาสาวเท้าออกจากห้องบรรทมอย่างรวดเร็วเมื่อเข้าห้องโถงรับรอง นางก้าวช้าลง เบื้องหน้าปรากฎบุรุษหนุ่มหน้าตาหล่อเหลากำลังจิบชาอยู่ เขามีความคล้ายฮ่องเต้แปดส่วน ใจของมารดาเต้นเร็วรัวเพราะนานมากแล้วที่ไม่ได้พบลูกชายจึงเกิดอาการประหม่าเล็กน้อย“หลิงซวน…”หลิงซวนเงยหน้าขึ้นมามองก็เห็นมารดากำลังร้องไห้ เขาจึงรีบลุกขึ้นไปคุกเข่าเบื้องหน้านาง“เสด็จแม่ ทำให้ท่านรอนานลูกอกตัญญูแล้ว” เขาก้มศีรษะจรดพื้นคำนับมารดา“ฮึก…ลูกแม่ เจ้ารีบลุกขึ้นแม่ไม่เคยโกรธเจ้า” นางเคารพการตัดสินใจของลูกชาย และพร้อมที่จะสนับสนุนเขาเสมอ “แม่ขอกอดเจ้าได้รึไม่” หลิงซวนไม่ได้ตอบกลับเป็นคำพูด แต่ใช้การกระทำแทน เขาเป็นฝ่ายเข้าไปโอบกอดมารดาและนั่นยิ่งทำให้พระนางร้องไห้หนักกว่าเดิม อ้อมกอดของมารดาอบอุ่นเสมอ เขาคิดในใจผ่านไปราวครึ่งเค่อพระนางถึงหยุดร้องแล
더 보기
ตอนที่ 9
เมื่อฮองเฮาจากไปต่างฝ่ายต่างนั่งนิ่งก่อเกิดความกระอักกระอ่วนใจ ซ่งหลิงไม่ชอบบรรยากาศแบบนี้เลย นางอึดอัดแต่ให้จะนางเป็นฝ่ายเริ่มก็ไม่ใช่หางตาแอบชำเลืองมองบุรุษผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นคู่หมั้นภายในใจลอบพยักหน้าเห็นด้วยกับเสี่ยวซีที่บอกว่าเขาหล่อเหลา“เปิ่นไท่จื่อทราบตนเองหล่อเหลา ท่านหญิงสามารถมองเปิ่นไท่จื่อตรงๆ ได้ไม่เห็นจำเป็นต้องแอบมองเลยนิ่ ในเมื่อเราเป็นคู่หมั้นกัน”ซ่งหลิงสะดุ้งเมื่อถูกเขาจับได้ แต่นางไม่ยอมรับหรอก “ทำให้ไท่จื่อเข้าใจผิดแล้ว หม่อมฉันมองจานขนมกำลังคิดอยู่ว่าจะให้นางกำนัลไปนำมาเพิ่มหรือว่าไม่ต้องดี เพราะเราจะกลับกันเเล้วต่างหากล่ะเพคะ”“หืม เสด็จแม่ไม่ใช่บอกให้เราพูดคุยทำความรู้จักกันหรอกรึ เหตุใดท่านหญิงจึงได้รีบกลับนักเล่ามีงานด่วนหรือว่าเขินอายเปิ่นไท่จื่อ” หลงตัวเอง! ไม่คิดว่าไท่จื่อแห่งแคว้นผู้มีปัญญาเป็นเลิศ เพรียบพร้อมไปด้วยทุกสิ่งอย่างจะกลายเป็นคนหลงตัวเองเช่นนี้“หม่อมฉันทราบมาว่าไท่จื่อเพิ่งจะเสด็จกลับมาถึงได้ไม่นาน จึงไม่อยากที่จะรบกวนเวลาพักผ่อน ไม่สู้เราค่อยหาเวลาพูดคุยกันใหม่เป็นอย่างไรเพคะ” หลิงซวนมองนางที่เอาแต่นั่งก้มหน้าก็ยกยิ้ม “หลิงเอ๋อเป็นห่วงเปิ
더 보기
ตอนที่ 10
ตำหนักบูรพา ยามห้าย (21:00 - 22.59 น.) ณ ห้องบรรทมยามนี้เต็มไปด้วยกลิ่นสุรา ไหสุราถูกวางอยู่ทั่วบริเวณยังมีที่กลิ้งตกลงมาจากบุรุษเจ้าของห้อง ตั้งแต่กลับมาจากวังหลวงเขาก็เอาแต่ร่ำสุราไม่หยุดเกากงกงขันทีที่ดูแลไท่จื่อมาตั้งแต่เด็ก ยามนี้กำลังเดินไปมาอย่างกระวนกระวายใจ มีหยุดสอบถามและบริภาษไป่เฮ่อเป็นบางครั้ง“เจ้าเหตุใดไท่จื่อของข้าถึงเป็นเช่นนี้ไปได้”“กงกงท่านถามคำถามนี้กับข้ามานับครั้งไม่ถ้วนแล้วนะขอรับ ท่านก็รู้ว่าไม่มีใครห้ามไท่จื่อได้ อีกอย่างฝ่าบาทก็พระราชทานสุราเหล่านั้นมาให้ไท่จื่อโดยเฉพาะ ใครจะกล้าห้ามเล่า”เกากงกงจนด้วยคำพูดเนื่องจากมันเป็นความจริง สุราเป็นฝ่าบาทประทานมาให้ด้วยตนเอง ยังกำชับอีกด้วยให้ไท่จื่อดื่มมันซะให้พอเพล้ง! ตุบ!“ไป่เฮ่อเอา อึก เหล้ามาให้เปิ่น อึก ไท่จื่อ”เสียงของคนเมาตะโกนร้องขอสุรามาเป็นระยะๆ หนึ่งขันที หนึ่งองครักษ์ได้แต่ยืนมองอยู่ด้านด้วยเป็นห่วง“โถ ไท่จื่อของบ่าว” หลิงซวนในตอนนี้กำลังนั่งอยู่ท่ามกลางไหสุรามากมาย ดวงตาเหม่อมองเพดานพลางขบคิดเรื่องต่างๆ หลิงซวนเจ้าจะยอมถูกทิ้งอีกงั้นรึ ไม่ใช่เคยบอกว่ามีผิดหวังก็ต้องมีสมหวังหรอกหรือ อวี้เจินนางมีคน
더 보기
좋은 소설을 무료로 찾아 읽어보세요
GoodNovel 앱에서 수많은 인기 소설을 무료로 즐기세요! 마음에 드는 작품을 다운로드하고, 언제 어디서나 편하게 읽을 수 있습니다
앱에서 작품을 무료로 읽어보세요
앱에서 읽으려면 QR 코드를 스캔하세요.
DMCA.com Protection Status