LOGIN“ท่านหญิงหากไท่จื่อทรงทราบจะไม่น้อยใจแย่รึเจ้าคะ” “หือ เสี่ยวซีน้อยใจคำนี้ควรใช้กับข้า ไม่แน่ว่าแม้แต่ชื่อของข้าไท่จื่อก็อาจจะจำไม่ได้ เขาออกเดินทางเหนือจรดใต้รู้จักผู้คนมากมาย ข้าเป็นแค่คนที่หลงไปรู้จักกับเขาแค่นั้นไม่มีความสำคัญอันใดให้จดจำหรอก” เสี่ยวซียืนถือต้นฉางโซ่วฮวาหรือดอกไม้อายุยืน ที่ท่านหญิงคัดออกมาไว้เผื่อเลือกอีกทีดอกไม้ต้นนี้มีเพียงสองต้นเท่านั้น เสี่ยวซีเพียงยืนมองท่านหญิงเลือกต้นไม้อื่นเพิ่ม “เอาล่ะ ข้าตัดสินใจแล้ว เป็นไผ่กวนอิมกับฉางโซ่วฮวาก็แล้วกัน” เสี่ยวซีตาเบิกกว้างมองซ่งหลิงอย่างตื่นตะลึง “คุณหนูจะมอบให้ทั้งสองต้นเลยรึเจ้าคะ นี่ฉางโซ่วฮวากับไผ่กวนอิมเชียวนะเจ้าคะ” ฉางโซ่วฮวาไม่เท่าไหร่แต่ไผ่กวนอิมนี่สิ ครั้งหนึ่งฝ่าบาทเคยแอบหยิบกลับวังไปด้วย ท่านหญิงยังตามไปโวยวายเอากลับมาจนได้ “เมื่อครู่นี้ไม่ใช่นางกำนัลของฮองเฮามาแจ้งกำหนดการกลับมาและจัดงานเลี้ยงต้อนรับไท่จื่อหรอกหรือ” “ไผ่กวนอิมให้เป็นของขวัญต้อนรับการกลับมา ส่วนฉางโซ่วฮวาให้เป็นของขวัญวันเกิด” “ขะ ของขวัญวันเกิด…” เสี่ยวซีนึกไปถึงตอนที่นางกำนัลมาแจ้ง นางบอกเพียงกำหนดการและวันที่จัดงานเลี้ยงไม่ได้เอ่ยถึงวันเกิด
View MoreELENA
Three days. That was all the time I had left. Three days before my landlord changed the locks on our apartment. Three days before my brother's medical treatment was postponed again. Three days before everything I'd spent years trying to hold together finally collapsed. I stared at my phone. ₱847.25. That was my entire bank balance. I locked my phone and dropped it onto the tiny coffee-shop table. "This is hopeless." "Talking to your phone won't make you richer." I looked up. Mia sat across from me, pushing a cup of coffee toward me. "You look terrible." "Thank you." "You're welcome." She pulled a folded piece of paper from her handbag. "I found you a job." I unfolded it. PERSONAL ASSISTANT WANTED. Excellent salary. Immediate employment. Discretion required. Interview by invitation only. There was no company name. No website. No detailed description. Just an address. I stared at the salary. My eyes widened. "This can't be real." "Probably not." "Then why are you giving it to me?" "Because you're desperate." I sighed. "That's encouraging." Mia smiled. "Go to the interview." I looked at the address. It was in the richest part of the city. "Tonight?" "Tonight." I should have said no. Instead, I nodded. The address led me to a mansion. Not a house. A mansion. Black gates surrounded the enormous property. Security cameras were mounted along the walls. Several black SUVs sat in the driveway. Men in suits watched every movement. I stood outside the gate wondering whether I should turn around. "This is how people disappear in crime movies." Before I could leave, one of the guards approached. "Ms. Rossi?" I swallowed. "Yes." "Mr. De Luca is expecting you." The gate opened. I walked inside. Every instinct told me to run. But Noah needed his treatment. So I kept walking. Inside, the mansion was even more intimidating. Marble floors. Crystal chandeliers. Dark wood. Expensive paintings. It didn't feel like someone's home. It felt like a fortress. A man in a black suit led me down a hallway. "Who exactly am I meeting?" I asked. "Adrian De Luca." The name sounded familiar. Then it hit me. The De Luca family. I'd heard rumors. Powerful. Dangerous. Untouchable. I stopped. The man looked back. "You don't know who he is?" "I know now." He opened the doors. "He's waiting." I entered. The doors closed behind me. And then I saw him. Adrian De Luca stood beside the window. Black suit. Black hair. Cold eyes. He looked nothing like the terrifying criminal I'd imagined. He looked worse. He looked completely calm. His gaze moved over me. "You are Elena Rossi." "Yes." "You applied for the position of personal assistant." "Yes." "Sit." I sat. He opened a folder. My folder. "You graduated with honors." "Yes." "You've worked four jobs." "Yes." "You have a younger brother." I stiffened. "How do you know that?" "I know everything about people who enter my house." He closed the folder. Then pushed another document toward me. I looked down. My heart stopped. MARRIAGE AGREEMENT. I looked at him. "I'm sorry?" "Read it." "You want me to marry you?" "Yes." I laughed nervously. He didn't. "You can't be serious." "I am." "Why?" "I need a wife." "Then find one." "I already did." He pointed at me. "You." I stood. "Thank you for the interview." "Five million dollars." I stopped. "What?" "Five million dollars." My heart pounded. "For one year." He explained the arrangement. A temporary marriage. Public appearances. Living in his mansion. A perfect performance. At the end of twelve months, I would receive five million dollars. I stared at the contract. "What are the rules?" "No interfering in my business. No talking to the media. You don't leave the city without telling me." "And?" "You sleep in your room." I nodded. "And rule five?" His eyes locked onto mine. "You don't fall in love with me." I almost laughed. "That won't be a problem." I picked up the pen. I signed. Elena Rossi. The moment I finished, the doors burst open. A man rushed inside. "Boss." Adrian stood. "What happened?" "The warehouse was attacked." "How many?" "Three dead. Two injured." I felt sick. "And the woman?" The man hesitated. "She's missing." Adrian's face changed. "The woman who was supposed to marry you," the man continued. I slowly looked at Adrian. He looked at me. Fear flashed in his eyes. "From this moment on," he said, "you don't go anywhere without security." "Why?" His voice dropped. "Because whoever took my intended wife..." He paused. "...will come looking for her replacement." My blood ran cold. I'd signed the contract. And suddenly, five million dollars felt like a death sentence.หกปีต่อมา“ฮองเฮาเพคะ องค์ชายน้อยหนีออกไปวิ่งเล่นอีกแล้วเจ้าค่ะ” เสี่ยวซีอุ้มองค์ชายวัยสี่หนาวเข้ามาพร้อมกับเอ่ยฟ้อง“หืม หลงเอ๋อไปเล่นที่ไหนมางั้นรึ” ซ่งหลิงรับบุตรชายมาจากเสี่ยวซีองค์ชายซบลงบนไหล่ของมารดาอย่างออดอ้อน “หลงเอ๋อ เพียงแค่ไปวิ่งเล่นที่อุทยานครู่เดียวเองพะย่ะค่ะ ไม่ได้หนี”“แล้วเหตุใดองค์ชาย ถึงไม่บอกกล่าวกับบ่าวก่อนล่ะเพคะ” “นั่นสิ…” นางยกมือลูบหัวเด็กน้อยอย่างรักใคร่“หากลูกบอกท่านน้าเสี่ยวซี ท่านน้าก็จะไม่ให้ไป”“เอาล่ะ แม่จะอนุญาตให้เจ้าออกไปวิ่งเล่นได้ทุกวันในช่วงเวลาพักแต่ต้องบอกกับท่านน้าเสี่ยวซีก่อนเข้าใจรึไม่อุทยานหลวงกว้างขวางทั้งยังมีสระน้ำที่ค่อนข้างลึกอีกด้วย หากว่าเจ้าเกิดพลัดตกลงไปจะทำอย่างไร แม่รักและเป็นห่วงเจ้ามากรู้รึไม่” ฟอด นางหอมแก้มบุตรชายอย่างเอ็นดู“พะย่ะค่ะ ท่านน้าเสี่ยวซี่ ท่านแม่อนุญาตแล้วเราไปกันเถิด” พูดจบก็ดิ้นลงจากตักมารดาแล้วรีบวิ่งออกไป จนเสี่ยวซีเกือบจะตามไม่ทันซ่งหลิงยกมือลูบท้องของตนที่ตอนนี้มีอีกหนึ่งชีวิตอยู่รอวันลืมตาดูใต้หล้า นางเป็นไท่จื่อเฟยอยู่สองปี ฝ่าบาทก็สละราชสมบัติส่งมอบให้แก่ไท่จื่อ ยามนี้เขาเป็นฮ่องเต้ นางเป็นฮองเฮา แล
โจวซือเยว่ดื้อรั้นไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนถึงยอมแพ้ซ่งหลิงง่ายๆ นางเองก็เป็นคุณหนูจากจวนขุนนางชั้นสูง ฐานะไม่ได้ด้อยไปกว่าซ่งหลิงเลยสักนิด อีกฝ่ายแค่โชคดีที่ได้หมั้นหมายกับไท่จื่อก่อนเท่านั้น นางไม่กลัวที่ผ่านมานางคอยหาเรื่องซ่งหลิงอยู่ตลอด แม้จะทำอะไรไม่ได้มากนักเพราะมีฮองเฮาที่คอยช่วยเหลือซ่งหลิงอยู่ หลังจากงานพระราชสมภพของไท่จื่อที่นางถูกไล่ออกมา นางจึงไปร่วมมือกับซ่งหนิงเอ๋อที่มีความแค้นกับซ่งหลิง นางค่อยๆ ตะล่อมอีกฝ่ายไปทีละนิด วางแผนกันอย่างลับๆ วันที่นางรอคอยก็มาถึง วันงานเลี้ยงต้อนรับแม่ทัพอวิ๋น นางเลือกลงมือในวันนั้น ยาพิษเป็นซ่งหนิงเอ๋อที่หามาให้ นางซื้อคนที่โรงครัวได้อย่างแนบเนียน ซือเยว่ไม่ใช่ซ่งหนิงเอ๋อที่ทำอะไรอย่างสะเพร่าไม่รอบคอบ นางคอยระมัดระวังไม่ให้ถูกจับผิดใช้ชีวิตอย่างปกติมาตลอด “เจ้านำขนมจานนี้ไปส่งที่โต๊ะของท่านหญิงซ่ง อย่าให้โดนจับได้ล่ะ” นางปิดบังใบหน้าอย่างมิดชิด เมื่อกล่าวเสร็จก็หมุนออกไปทางด้านหลังใช้ความมืดพลางตัวเองไปยังห้องน้ำ และผลัดเปลี่ยนอาภรณ์เป็นชุดที่ใส่เข้างาน ก่อนจะเดินออกมาและส่งถุงผ้าไปให้สาวใช้นำมันกลับไปเก็บที่รถม้า โจวซือเยว่มองสำรวจแล
วันเวลาดำเนินไปจนกระทั่งเข้าสู่วสันตฤดู หลิงซวนที่ตามตื้อนางมาตลอดเริ่มรับรู้แล้วว่านางใกล้จะเปิดใจให้เขาเช่นเดิมแล้ว“หลิงเอ๋อ พี่มารับเจ้าไปเที่ยวชมเทศกาลฤดูใบไม้ผลิด้วยกัน” พ้นเหมันต์มาแล้วแต่อากาศก็ยังคงเย็นอยู่ ในมือของหลิงซวนถือผ้าคลุมขนจิ้งจอกอย่างดีไว้ใส่ให้นาง ซ่งหลิงเริ่มมีรอยยิ้มกลับมาให้เขาบ้างแล้ว เขาต้องพยายามอีกนิด ไม่สิ ต่อให้ต้องพยายามไปทั้งชีวิตเขาก็จะทำเพื่อนาง“ท่านมาเร็วกว่าที่บอกหม่อมฉันไว้นะเพคะ” ซ่งหลิงยิ้มให้เขาเล็กน้อย ยืนนิ่งให้เขาใส่ผ้าคลุมให้ นางรับรู้และเห็นในสิ่งที่เขาตั้งใจทำมันมาตลอด คิดว่าหากวันใดวันหนึ่งนางยอมรับเขาเข้ามาในหัวใจอีกครั้ง ก็หวังว่าเขาจะเป็นหลิงซวนคนเดิมไม่เปลี่ยนแปลงทั้งสองเที่ยวเล่นกันอย่างมีความสุข ร่วมเล่นใบ้คำ เดินเข้าไปกินร้านบะหมี่ร้านโปรด ซ่งหลิงเดินถือขนมกินไปตลอดทาง พวกเขากำลังรอชมดอกไม้ไฟที่สะพานขนาดใหญ่ใจกลางเมือง ตอนแรกหลิงซวนจะใช้วิชาตัวเบาพาไปที่นั่งชมบนหลังคาเสียด้วยซ้ำจะได้ไม่ต้องมาเบียดกับคนอื่น แต่ซ่งหลิงปฏิเสธนางอยากยืนดูตรงนี้ เขาได้แต่ตามใจนางไม่นานช่วงเวลาที่รอคอยก็มาถึง ดอกไม้ไฟงดงามตระการตาถูกจุดขึ้นทั่วทุกพ
“ไท่จื่อ ท่านช่วยขยับออกไปได้รึไม่เพคะ” นางกำลังนั่งรถม้ากับเขาเข้าไปร่วมงานเลี้ยง สามวันที่ผ่านมาไท่จื่อเอาแต่ตามติดนางยิ่งกว่าปลิง นางไล่อย่างไรก็ไม่ไป นางด่าทอเขาไปมากมายเผื่อว่าเขาจะทนไม่ไหวแล้วรีบกลับไป แต่ความจริงเขากลับยืนยิ้มหัวเราะบอกให้นางด่าว่าเขาได้อย่างเต็มที่เลยตอนนี้ก็เหมือนกัน รถม้ากว้างขวางแต่เขากลับมานั่งเบียดนางนางกัดฟันพูด เมื่อเขาคว้านางเข้าไปอยู่ในอ้อมกอด “ไท่จื่อ!”“หลิงเอ๋อ อยู่นิ่งๆ พี่หนาวได้กอดเจ้าแล้วอุ่นขึ้นเยอะเลย” วันนั้นเขาได้คำตอบชัดเจนแล้ว จึงได้กลับไปเผาถุงหอมทิ้งและเก็บผ้าเช็ดหน้าไว้อย่างดี“ท่านมันไร้ยางอายเกินไปแล้ว ปล่อยข้านะ!”“ไม่ปล่อย พี่รู้ว่าเจ้าเองก็หนาวเช่นกัน กอดกันเช่นนี้แหละดีแล้ว”ซ่งหลิงดิ้นไปมาจนเหนื่อย จึงได้ปล่อยเลยตามเลยรถม้าวิ่งฝ่าหิมะเข้าสู่วังหลวง จนไปจอดอยู่ที่หน้าประตูที่จะผ่านเข้าเขตพระราชฐานชั้นใน ไป่เฮ่อถือร่มยืนรอไท่จื่ออยู่หน้ารถม้า วันนี้เสี่ยวซีไม่สบายจึงไม่ได้มากับนางหลิงซวนพยุงนางลงมาพร้อมกับจับมือนางไว้อย่างหวงแหน ราวกับกลัวว่านางจะหนีหาย หันไปรับร่มจากองครักษ์และก้าวเดินเข้าไปข้างใน“เรารีบเดินกันเถิด อากาศเย็น
กลิ่นหอมชวนยั่วน้ำลายโชยเข้าจมูกบ่าวไพร่ไม่หยุด ต่างพากันชะเง้อคอมองไปที่โรงครัว ตั้งแต่ไท่จื่อกลับมาท่านหญิงของงพวกนางก็เข้าครัวบ่อยครั้งซ่งหลิงกำลังทำอาหารทุกอย่าง อย่างใส่ใจ เตาแรกนางทำหมูสามชั้นต้มผักดอง อีกเตานางกำลังตักซี่โครงหมูผัดเปรี้ยวหวานใส่จาน ให้สาวใช้ล้างเตรียมที่จะทำไก่ผัดเม็ดมะม่วง
สองเดือนต่อมาตลอดสองเดือนที่ผ่านมานี้ ความสัมพันธ์ของนางกับไท่จื่อมีแต่จะดีขึ้นเรื่อยๆ แม้จะยังไม่มีการเอ่ยคำว่ารักออกมา แต่ซ่งหลิงไม่รีบ เหมันต์ปีนี้เป็นไปตามที่นางคาดการว่ามันหนาวมากกว่าทุกปี เสี่ยวซีกำลังวุ่นวายอยู่กับเสื้อผ้าของนางเพราะต้องเก็บชุดที่ใส่ในฤดูคิมหันต์ลงไปในหีบให้หมดเพื่อนำชุดที่
บริเวณชานชาลาที่เชื่อมต่อออกไปออกตัวเรือนเป็นศาลาหลังเล็กตั้งอยู่ โชคดีที่ลมไม่แรง ทำให้สามารถนั่งอยู่ที่ตรงนี้ได้ ทั้งสองกำลังซึมซับบรรยากาศภายนอกและความรู้สึกระหว่างกัน ก่อเกิดความผูกพันขึ้นมาที่ละเล็กละน้อยการนั่งดื่มชากับขนมหวานในวันนี้ช่างต่างจากทุกวันเสียจริง ซ่งหลิงดูเหมือนนางจะเริ่มเปิดใจใ
เรือนรับรองไม่ไกลจากตำหนักที่จัดงานมากนัก ภายในห้องกำลังร้อนระอุจากการกระทำของคนที่อยู่ข้างใน เสียงครางหวานดังออกมาไม่ขาดสาย เนื้อกระทบกันดังลั่นห้อง ทำให้ผู้คนที่พึ่งมาถึงต่างพากันก้มหน้าด้วยความเขินอายยกเว้นฮ่องเต้และเหล่าเชื้อพระวงศ์ที่มีสีหน้าแตกต่างกันไป“นี่ หมายความว่าอย่างไร เจ้าพูด!” ฮ่องเ











