Share

บทที่ 4

last update Terakhir Diperbarui: 2024-12-04 20:42:51

EP.4

"ขอบคุณสำหรับที่พักและข้าวฟรีค่ะ" ฉันบอกแล้วยิ้มให้คนหน้านิ่งก่อนจะเดินไปหยิบของตัวเอง "เสื้อผ้าพี่ถ้าเนยซักแล้วจะเอามาคืนนะ"

"อืม" เขาตอบแค่นั้นแล้วก้มหน้าเล่นมือถืออยู่ตรงโซฟาต่อ 

"เนยไปแล้ว ลาก่อนค่ะ" ฉันบอกก่อนจะหมุนตัวกลับมาทางประตู

"เดี๋ยว" เสียงของพี่นธีดังขึ้นอีกครั้ง

"คะ"

"ห้องตรงข้ามว่าง เผื่อเธออยากย้าย" เขาบอกโดยที่ไม่ได้มองมาทางฉัน

"เนยจ่ายไม่ไหวหรอกค่ะ ว่าจะลองหาไกล ๆ  มหา'ลัยดูห้องราคาถูกคงมี"ฉันยิ้มบาง  ๆ   แล้วมองใบหน้าด้านข้างของเขา 

ทำไมเหมือนจะอ่านความคิดฉันออกอย่างนั้นแหละ เพราะฉันก็คิดอยู่ว่าจะทำยังไงดีกับเรื่องย้ายหอ คงอยู่ที่เดิมไม่ได้อีกแล้ว

"ค่าเช่าพันกว่า" เขาบอกเสียงเรียบ

ฉันทำตาโตเมื่อได้ยินประโยคนั้น คอนโดนี้ฉันเคยได้ยินจากญานินว่าค่าเช่าเจ็ดพันขึ้นและนั่นแค่ห้องที่แทบจะไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกใด ๆ 

เมื่อกี้หูฉันแว่วหรือเขากำลังอำเล่น

"ห้องพี่ค่าเช่าหมื่นกว่า ห้องตรงข้ามพันกว่ามันคงมีอะไรซักอย่างมั้ยคะ" ฉันพูดแล้วกลืนน้ำลายลงคออย่างกลัว ๆ 

"ยังไม่มีใครตาย" เขาปรายตามามองฉันเหมือนอยากจะพูดว่า 'อย่ามาคิดไร้สาระ'

"ทำไมมันถูกล่ะคะ"

"เจ้าของห้องรวยแล้ว" เขาบอกแล้วหันกลับไปมองมือถือเหมือนเดิม "อยู่ต่างประเทศ"

"พันกว่าจริงเนยจะย้ายมาวันนี้เลย" ฉันพูดทีเล่นทีจริงแต่สีหน้าพี่นธีกลับจริงจังยิ่งกว่าอะไรแล้วหันมาบอกฉัน

"ก็ไปเก็บของ" 

"หา!?"

"ฉันไม่ชอบการพูดซ้ำ" เขาหยัดตัวลุกขึ้นแล้วเดินไปหยิบกุญแจ "จะไปส่ง"

"..." 

เป็นการย้ายหอที่ปุ๊บปั๊บและเร็วยิ่งกว่าความคิดของฉันอีก ไม่ถึงสิบนาทีฉันก็มายืนอยู่หน้าห้องตัวเองโดยที่มันยังคงเปิดแง้มไว้เพราะเมื่อคืนเอาแต่หนีไอ้ผู้ชายคนนั้นจนลืม กุญแจยังเสียบคาอยู่ตรงประตู

แต่ห้องฉันมันไม่มีของมีค่าอะไรให้ต้องเป็นห่วงหรอก แพงสุดก็แค่คอมพิวเตอร์โน๊ตบุ๊กที่ใช้มาตั้งแต่ขึ้นมอปลาย

ฉันเพิ่งจะเดินไปบอกเจ้าของหอว่าจะย้ายออกจากห้อง ทีแรกป้าก็โวยวายใหญ่แต่พอฉันบอกว่าไม่รับค่าประกันห้องคืนแกก็เงียบไปและปัดมือไล่ฉันอย่างเสียอารมณ์

"พี่นั่งรอในห้องก่อนก็ได้ค่ะ แล้ว...เนยจะติดต่อเจ้าของห้องยังไง กุญแจห้อง สัญญาเช่าล่ะ"

"เขียนทีหลัง" เขาเบียดตัวเข้าไปในห้องกวาดสายตามองห้องนอนขนาดย่อมของฉันแล้วเดินไปหยุดอยู่ปลายเตียงก่อนจะหย่อนตัวนั่งลง

"เนยจะรีบเก็บค่ะ หรือว่าพี่จะกลับก่อนก็ได้เพราะเนยคงใช้เวลา" ฉันบอกแล้วเดินไปหยุดอยู่ตรงตู้เสื้อผ้าอย่างชั่งใจ

ยังคงคิดว่ามันไม่ใช่ความจริง ฉันอาจจะฝันไป

เพี๊ยะ

"โอ้ย~..." ฉันลูบแก้มตัวเองปอย ๆ  หลังจากที่ตบดูเพื่อทดสอบว่ามันคือความจริงไม่ใช่ความฝัน คอนโดหรูค่าเช่าพันกว่าเนี่ยนะ พี่นธีคงไม่แกล้งหลอกให้ขนของเล่นใช่มั้ย

"ทำอะไร" เขาขมวดคิ้วยุ่งเมื่อฉันหันไปมอง 

"เปล่าค่ะ" ยิ้มแห้ง

"เป็นโรคจิตเหรอ ชอบทำร้ายตัวเอง" นี่คงเป็นประโยคที่ยาวที่สุดในรอบสองวันที่เราคุยกันมา แต่มันยังเป็นคำพูดที่ไม่ค่อยน่าฟังเหมือนเดิม

แต่คำพูดเมื่อกี้มันหมายความว่ายังไงกันนะ ทำอย่างกับเขารู้ว่าฉันเคยทำร้ายตัวเองอย่างนั้นแหละ หรือว่า เขาคือ คนที่ช่วยชีวิตวันนั้น

"พี่นธีไม่มีแฟนเหรอ" ฉันเปลี่ยนเรื่องคุยแล้วเริ่มเก็บเสื้อผ้าของตัวเอง 

ที่จริงของในห้องฉันมันไม่ได้มีอะไรหรอกเพราะฉันมาเรียนที่นี่มีเพียงกระเป๋าเดินทางใบเดียวเท่านั้น

"ไม่" เขาตอบแค่นั้นและฉันก็ไม่ได้หันไปมองว่าเขาทำสีหน้าแบบไหน

"ทำไมล่ะคะ พี่น่าจะมีคนชอบเยอะ เพื่อนเนยยังชอบเลย สาว ๆ  อักษรมีแต่คนกรี๊ด" เพื่อนที่ว่าฉันหมายถึงยัยใบเฟิร์นที่มันปลื้มพี่นธี พอรู้ว่าเป็นพี่ชายยัยนินแทบจะเป็นลมล้มพับ "หรือมีคนที่ชอบแล้ว"

"ไม่อยากมี ไม่ชอบผูกมัด" เขาตอบแล้วทิ้งตัวลงนอนบนที่นอนสีหวานแหววของฉันพร้อมกับหลับตาลงแล้วพูดออกมาอีกประโยค "ไม่อยากวุ่นวาย"

"..." ฉันเงียบแล้วแอบมองเขาที่หลับตาเอาแขนวางพาดบนหน้าผากของตัวเอง "แปลว่าอยากมีแบบไม่ผูกมัดถูกมั้ย"

"..." เขาไม่ตอบหลับตาอยู่แบบนั้นจนฉันคิดว่าเขาคงอยากพักผ่อนจึงปล่อยให้เขานอนไปไม่กล้ารบกวนอีกจนกระทั่งเก็บของเสร็จ

"เรียบร้อยแล้วค่ะ" ฉันบอกพี่นธีแต่เขากลับไม่ขยับตัวเลยแม้แต่น้อย หรือปล่อยให้หลับไปก่อน ที่เขาง่วงแบบนี้ก็เป็นเพราะฉันที่มัวแต่ถ่วงเวลาทั้งคืน

ฉันทรุดตัวลงนั่งกับพื้นข้างเตียงเพราะเตียงนี้มีขนาดแค่สามฟุตครึ่งทำให้เขาคนเดียวนอนแทบจะเต็มพื้นที 

พี่นธีขยับพลิกตัวนอนหันมาทางฉันที่กำลังจ้องหน้าเขาอยู่อย่างใช้ความคิด ทำให้มองเห็นใบหน้าหล่อเหล่าชัดเจนในระยะไม่ถึงเมตร

นี่คงเป็นระยะที่ใกล้ที่สุดที่ได้มองหน้าเขาตั้งแต่รู้จักกันมา เขาดูดีกว่าตอนนั้นที่ฉันแอบปลื้มอีก

ทำไมอยู่ ๆ  พี่นธีถึงดีกับฉันนะ หรือมันก็แค่ความบังเอิญที่ทำให้เขามาเจอฉันในสถานการณ์ตกอับแบบนี้ แล้วทำไมเขาถึงทำเหมือนกับรู้ว่าฉันกำลังหนีอะไรอยู่เลยล่ะ

"..." เพราะมัวแต่จ้องเขาอยู่นานและคิดอะไรเรื่อยเปื่อยจนไม่รู้ตัวว่าเจ้าของใบหน้าหล่อเหลานั้นกำลังลืมตาขึ้นมามองอยู่ รู้ตัวอีกทีเขาก็พูดออกมาเล่นเอาฉันตกใจหลุดจากความคิดฟุ้งซ่าน "มองอะไร"

"คะ! ปะ...เปล่าค่ะ เห็นยุงกำลังเกาะหน้าพี่" ว่าแล้วฉันก็แกล้งตบไปที่แก้มเขาทันที

เพี๊ยะ

"...!" พี่นธีขมวดคิ้วแล้วยกมือขึ้นมาลูบแก้มตัวเองก่อนจะหยัดตัวลุกขึ้นจากที่นอนหันกลับมามองฉันอย่างเอาเรื่อง

"มันบินไปแล้ว ไม่ทันค่ะ" ว่าแล้วฉันก็รีบลุกขึ้นแล้วเดินไปที่กระเป๋าของตัวเอง "เนยเก็บของเสร็จแล้ว ไปกันเถอะ"

รังสีอัมหิตที่ส่งผ่านมาทางสายตาทำให้ฉันต้องรีบหาทางหนีทันที เขาจะโกรธฉันมั้ยเนี่ย คนฉลาดอย่างพี่นธีต้องไม่เชื่อแน่ว่าเมื่อกี้นี้ฉันตบยุง

ตอนนี้นั่งนิ่งมองฉันเหมือนอยากจะกระทืบด้วยหรือเปล่านะ ฉันไม่กล้าหันไปมองเลย

"..." เขานั่งเงียบอยู่นานแต่สุดท้ายก็ยอมลุกจากเตียงแล้วเดินมาหยิบกระเป๋าใบใหญ่ของฉันไปเงียบ ๆ   

เมื่อเห็นเขาเดินนำไปแล้วจึงรีบถือกระเป๋าอีกใบและดึงผ้าปูที่นอน หมอนมาไว้ในอ้อมแขน เดินไปหยิบกระเป๋าโน้ตบุ๊คแล้วรีบวิ่งตามเขาออกไปอย่างทุลักทุเล

เหตุผลที่ของใช้ฉันมีแค่นี้ก็เพราะหลังจากเหตุการณ์ในคืนนั้นเมื่อหลายเดือนก่อน ฉันก็ตื่นขึ้นมาในโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่งโดยที่ไม่มีใครอยู่ข้างกายและไม่ได้รับรู้เลยว่าคนที่เข้ามาช่วยฉันในวันนั้นเป็นใคร

โชคดีที่เขาหยิบมือถือและสัมภาระที่เป็นกระเป๋าเดินทางของฉันมาไว้ให้ด้วย ถามพยาบาลและหมอก็บอกไม่ได้ว่าใครคือคนช่วยเอาไว้

เกิดเป็นความรู้สึกบางอย่างติดค้างอยู่ที่ไม่ได้ขอบคุณเขาแล้วยังไม่รู้ตัวตนของเขาอีกจนถึงวันนี้ ทำได้แค่ขอบคุณเขาในใจทุกครั้งที่นึกถึงเรื่องวันขึ้นมา ถ้าเขาไม่เข้ามาช่วยไว้ฉันคงไม่มีชีวิตรอดมายืนอยู่ตรงนี้ได้...

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Komen (1)
goodnovel comment avatar
Sawarost Sontijai
ดีนะที่มีพี่นธีคอยช่วย เชื่อเถอะว่าเรื่องที่เกิดขึ้นอ่ะ เป็นพี่นธีช่วยเอาไว้
LIHAT SEMUA KOMENTAR

Bab terbaru

  • ซ่อนรัก (เซตวิศวะ)   ตอนพิเศษ

    Special lตอนนี้ฉันอยู่ปีสองส่วนพี่นธีก็อยู่ปีสี่แล้วจึงวุ่นวายกับการทำโปรเจ็กต์ แต่ถึงอย่างนั้นเราก็ยังต้องเจอกันทุกวันนอนด้วยกันทุกคืนเพราะถือว่าเราคือชีวิตประจำวันของอีกฝ่ายไปแล้วพี่นธียังคงเป็นคนน่ารักของฉันเหมือนเดิมไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง นอกเสียจากเรื่องที่เขาพูดมากขึ้นและเปิดเผยสิ่งที่คิดในใจมากกว่าเดิมหลายเท่า"ปุยนุ่น มากินข้าว.." ฉันเรียกปุยนุ่นด้วยการเทอาหารเม็ดใส่ถ้วยของมัน พอได้ยินเสียงมันก็รีบวิ่งมาทันที ก่อนจะค่อย ๆ ละเมียดละไมกินอาหารในถ้วยที่มันเป็นเจ้าของแต่เพียงผู้เดียวอย่างสบายใจเมี้ยว ~ ครืด ~ ครืด ~"คะ" (ยังไม่ได้กินข้าวใช่ไหม) เสียงของพี่นธีดังขึ้นมาจากปลายสาย พอหันไปมองนาฬิกาก็เป็นเวลาเกือบทุ่ม เขาคงกำลังจะกลับเพราะทุกวันที่เขาทำงานในคณะกับเพื่อนตัวเองมักจะกลับห้องเวลานี้ตลอด"ยังค่ะ เนยรอกินกับพี่"(โอเคครับจะรีบกลับ) แล้วเขาก็กดวางสายไปปล่อยให้ฉันยิ้มกับโทรศัพท์มือถือของตัวเองอยู่คนเดียว น่าแปลกที่เจอกันทุกวันแต่ก็ยังมีความสุขที่แฟนตัวเองโทร.หาและพูดคุยด้วยประโยคทั่วไปครืด ~ ครืด ~พอพี่นธีวางสายไปญานินก็โทร.เข้ามาต่อ ช่วงนี้มันดูกังวลเรื่องแฟนตัวเอง คิด

  • ซ่อนรัก (เซตวิศวะ)   บทที่ 49

    EP.49"ง้อแค่เนี้ย !" เขาพูดเสียงสูงด้วยความไม่พอใจแต่ก็ขยับตัวมาคร่อมฉันไว้บนเตียง"แค่นี้อะไร เนยง้อตั้งแต่ออกจากบ้าน""..." เขาทำหน้ามุ่ยแล้วก็ค่อย ๆ คลี่ยิ้มออกมาก่อนจะเลื่อนใบหน้าลงมาพูดใกล้จนรู้สึกถึงลมหายใจที่พ่นรดลงมาบนแก้ม "พูดแล้วนะว่าจะมานอนกับพี่""อะไรกัน พี่นธีบอกแล้วนะว่าไม่ต้องมา""เมื่อกี้แค่ประชด" ยอมรับว่าตัวเองประชดอีก"ลงไปกินข้าวได้แล้วผู้ใหญ่รอเรานะ" ฉันพยายามเบี่ยงตัวลุกขึ้นแต่อีกคนก็ล็อกไว้อย่างเดิม แล้วยังเอาจมูกมาคลอเคลียแก้มและลงไปซุกไซ้ซอกคออีก "อื้อ... พี่นธี เดี๋ยวคนอื่นจะสงสัย""คิดถึง" เขาไม่ฟังที่ฉันพูดเลยสักนิดเดียวเลื่อนใบหน้าขึ้นมาแล้วระดมจูบฉันอีกยกใหญ่ จากที่ทีแรกขัดขืนก็ต้องคล้อยตามจูบตอบเขาไป จนผ่านไปเกือบห้านาทีก็ได้ยินเสียงญานินโวยวายอยู่ข้างนอกฉันจึงรีบดันตัวพี่นธีออกทันทีคราวนี้เขายอมแต่โดยดี คงพอใจแล้วแหละ"แม่บอกให้ลงไปกินข้าว..." ยัยนินลากเสียงยาวแล้วเคาะห้องเบา ๆ เราสองคนจึงรีบลุกจากเตียงแล้วเปิดประตูออกจากห้อง "โอ๊ย ! อะไรของพี่เนี่ย !""..." พอเดินออกไปพี่นธีก็เอามือผลักหัวน้องตัวเองจนเซแล้วเดินเบี่ยงตัวออกไปเหมือนไม่พอใจที่ญานินมาข

  • ซ่อนรัก (เซตวิศวะ)   บทที่ 48

    EP.48"ฉันเกลียดผัวแก" พอใบเฟิร์นพูดจบฉันก็หันไปคาดโทษพี่นธีเพราะเขาชอบพูดให้คนอื่นรู้สึกแย่อยู่นั่นแหละ"แค่ล้อเล่นเอง" พี่นธีบอกใบเฟิร์นแล้วก็ทำหน้านิ่งแต่สุดท้ายก็อมยิ้มออกมา ยัยนั่นถึงได้โล่งใจเพราะคงคิดว่าจะได้เกลียดพี่นธีจริง ๆ คราวนี้"เนยแค่ใส่อันนี้ถ่ายรูป เดี๋ยวจะสวมตัวนี้ทับแล้วค่ะ" ฉันบอกพี่นธีก่อนจะหยิบเสื้อว่ายน้ำแขนยาวมาสวมทับ จนพี่นธีพอใจแล้วยอมยิ้มออกมา"ไปเล่นเครื่องเล่นกันเถอะ" ใบเฟิร์นชวนแล้วเดินนำเราไป ตอนนี้ญานินเลิกบ้าแล้ว จริง ๆ มันก็คงจะแค่แกล้งเล่นนั่นแหละ ยัยนินไม่ใช่คนที่จะงี่เง่าเป็นเด็กแบบนั้น"อันนี้เนยไม่เล่นนะ เนยกลัว" ฉันบอกแล้วก้าวถอยหลังมองเครื่องเล่นขนาดใหญ่ที่ดูหวาดเสียวนั่น"มาทั้งทีเล่นเถอะ" ว่าแล้วยัยใบเฟิร์นก็ลากแขนฉันขึ้นไปด้านบนสุดก่อนจะบังคับนั่งห่วงที่นั่งกันได้สี่คน รับรู้ได้ว่าหัวใจมันเต้นแรงแทบจะหลุดออก"ถ้าฉันหัวใจวายตายแกรับผิดชอบนะ" ฉันพูดแล้วจับมือพี่นธีกับมือยัยใบเฟิร์นอีกฝั่งไว้แน่น"แกไม่ตายหรอก คิดไว้ว่าถ้าตายพี่นธีจะมีเมียใหม่แกก็ไม่ตายแล้ว" ยัยใบเฟิร์นพูดจบพี่นธีก็หัวเราะออกมาเบา ๆ "พี่ !! ปล่อยเลยค่ะ""กรี๊ด !!" ฉันกรีดร้อง

  • ซ่อนรัก (เซตวิศวะ)   บทที่ 47

    EP.47"พี่ไม่ได้อยากกินเบียร์" เจ้าของใบหน้าหล่อเหลาพูดพร้อมกับดึงฉันลงไปนั่งคร่อมท่าเดิมแต่ครั้งนี้เราเปลือยเปล่าทั้งคู่ "อยากกินนมเมียมากกว่า"ฉันขำออกมากับคนหน้านิ่งที่ตอนนี้มีรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ผุดขึ้นมาแล้วยังคำพูดที่ดูไม่เหมาะกับพี่นธีอีก"ได้ค่ะเดี๋ยวเนยป้อนให้" ฉันขยับตัวขึ้นแล้วป้อนนมให้เขา สายตาพี่นธีเหมือนจะระทึกกับสิ่งที่ฉันทำไม่น้อย"อื้อ ~""อื้ม ~ เนย..." เสียงครางดังในลำคอเล็ดลอดออกมา ขณะที่เจ้าตัวเอาแต่ดูดเลียจนอกอวบคู่งามของฉันเต็มไปด้วยน้ำลายมันวาวทั้งสองข้าง เขาใช้มือประคองมันเข้าปากสลับไปมาอีกข้างบีบขยำฟ้อนเฟ้นเบามือจนเรียกความต้องการจากฉันมากขึ้นเรื่อย ๆฉันขยับมือไปกำรอบแกนกายใหญ่บีบเบา ๆ นวดคลายเป็นจังหวะแล้วชักรูดขึ้นลงจนพี่นธีต้องผละริมฝีปากออกครางเบา ๆ"เนย... พี่จะตายแล้ว ซี้ด ขยับมา" เขารีบเร่งเร้าฉันจึงตอบสนองด้วยกายจับแกนกายจ่อกับช่องทางรักที่เปียกชื้นแล้วขยับตัวนั่งลงจนมันเลื่อนเข้ามาสุดความยาว สร้างความเสียววาบหวามตรงช่วงท้องน้อย ภายในบีบรัดตัวตนของเขาอย่างพอใจ"เนยจะทำให้พี่มีความสุขนะคะ" ฉันยิ้มแล้วดันแผงอกของคนตัวโตกว่าจนเขาทิ้งตัวพิงกับโซฟา เรียกร้อยย

  • ซ่อนรัก (เซตวิศวะ)   บทที่ 46

    EP.46หลายเดือนต่อมา"พี่นธี... กับข้าวพร้อมแล้ว" ฉันเดินไปหาคนที่กำลังแต่งตัวด้วยชุดนักศึกษาอยู่ตรงกระจก ก่อนจะหยิบเอาเน็กไทที่มีเข็มกลัดมหาวิทยาลัยติดสวมให้เขาอย่างเอาใจ ไม่บ่อยนักที่จะได้เห็นเขาแต่งตัวด้วยชุดนักศึกษาถูกระเบียบแบบนี้"ขอบคุณครับ" คนพี่พูดเพราะแล้วส่งยิ้มเล็ก ๆ มาให้"วันนี้สอบเสร็จกี่โมงคะ" "สอบวิชาเดียว เที่ยงก็กลับมาแล้ว เนยสอบถึงสี่โมงใช่ไหมเดี๋ยวพี่ไปรับ" เขาพูดแล้วโน้มลงมาจุ๊บแก้มฉันพร้อมกับรอยยิ้ม เป็นรอยยิ้มที่มีแค่ฉันเท่านั้นที่จะเห็นมันบ่อย ๆ"ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวเนยมากับเฟิร์นก็ได้"เขาเปลี่ยนสรรพนามเรียกฉันแล้วด้วย แทนตัวเองว่าพี่จนฟังดูอบอุ่นและใกล้ชิดกันมากขึ้น บางทีอากาศดี ๆ อารมณ์ดี ๆ ก็เรียกฉันว่าน้องเนยอีกต่างหาก น่ารักใช่ไหมล่ะพี่นธีไม่เคยขอฉันเป็นแฟนและเขาไม่เคยบอกรักฉัน มันอาจจะดูน่าน้อยใจเมื่อใครต้องเจอแบบนี้แต่ฉันว่ามันก็ไม่ได้สำคัญเท่ากับการกระทำที่อีกฝ่ายมีให้เขาดีกับฉันทุกอย่างจนฉันลืมไปแล้วว่าเขาเคยร้ายกับฉันครั้งหนึ่ง'อันนี้ของนิเนย กินไม่ได้เดี๋ยวตื่นมางอนกูอีก กูง้อไม่เก่งนะไอ้คิว มึงวางลงเลย''เดี๋ยวกูถามเมียก่อนว่าให้ไปไหม''จะมีใค

  • ซ่อนรัก (เซตวิศวะ)   บทที่ 45

    EP.45หลายวันต่อมาหลังจากวันนั้นฉันก็อยู่เฝ้าพ่อตัวเองอีกสองวันจนหมออนุญาตให้ออกจากโรงพยาบาล พี่นธีบอกให้พ่อฉันไปพักอยู่คอนโดมิเนียมที่แม่ของเขาซื้อเอาไว้ปล่อยเช่าเพราะเป็นห่วงความปลอดภัย เนื่องจากคู่กรณีของเราเป็นคนที่ค่อนข้างมีอิทธิพลพ่อของพี่นธีรู้จักกับพ่อฉันแค่ไม่ได้สนิทกันแต่ก็พอที่จะช่วยเหลือกันได้ ยิ่งตอนนี้พวกท่านคิดว่าฉันกับพี่นธีคบกันอยู่ด้วยพ่อแม่ของพี่นธีรู้จักฉันดีเพราะฉันคบกับญานินมานานและแวะเวียนไปที่บ้านบ่อย ๆ เรื่องของเราจึงไม่เป็นคำถามสำหรับพวกท่านนัก"พ่อแกหายดีแล้วใช่ไหม" ใบเฟิร์นถามขึ้นมาตอนที่ฉันกำลังเข้าห้องเรียนและหย่อนสะโพกลงนั่งเก้าอี้"อืม ดีแล้ว""เรื่องคดีล่ะ" ฉันเล่าเรื่องทั้งหมดให้ใบเฟิร์นฟังแล้ว ส่วนญานินไม่ต้องเล่ายัยนั่นก็รู้"เรื่องนั้นพี่นธีจัดการ ฉันไม่ค่อยรู้เรื่องพวกนี้เลย" ฉันบอกไปตามจริงเพราะไอ้ที่พี่นธีพูดเป็นฉาก ๆ ไม่เข้าสมองฉันเลย"มีผัวดีก็ดีไป" ใบเฟิร์นพูดออกมาอย่างขำ ๆ สักพักญานินก็มา และตามหลังด้วยอาจารย์บทสนทนาจึงจบลง"ไปกินคณะบริหารไหม มีคนบอกให้ไปลองชิมร้านก๋วยเตี๋ยวขลุกขลิก" ญานินเอ่ยแล้วรีบเก็บของตัวเอง "คนที่ว่านั่นพี่ทศกัณฐ์

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status