LOGINเปมิกา หรือ น้ำหวาน ไม่เคยคิดเลยว่าตัวเองจะกลายเป็น ‘ผู้หญิงลับๆ’ ของใครสักคน แต่ชีวิตก็เล่นตลกกับเธอเมื่อได้พัวพันกับ ทิวา หรือ ธีร์ เจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ ทุกอย่างเริ่มต้นจากคืนที่เขาและเธอเผลอใจให้กัน มันควรจะเป็นแค่ความผิดพลาด... แต่ธีร์กลับยื่นข้อเสนอให้เธอเป็น ‘คนของเขา’ อย่างลับๆ ไม่มีสถานะ ไม่มีความผูกพัน เขาจะดูแลเธออย่างดี ตราบใดที่เธอรักษาข้อตกลงนี้ไว้ เปมิกาไม่ได้โง่ เธอรู้ว่าเธอเป็นแค่เงาในชีวิตของเขา แต่ความอบอุ่นเพียงเสี้ยวหนึ่งที่เขามอบให้ กลับทำให้เธอถอนตัวไม่ขึ้น เธอบอกตัวเองว่ามันเป็นเพียงผลประโยชน์ที่เธอได้รับ แต่หัวใจกลับไม่เคยเชื่อฟัง เธอต้องทนเห็นเขาเดินควงผู้หญิงคนอื่น ต้องแสร้งทำเป็นไม่รู้จักเขาเมื่อต้องพบกันในที่ทำงาน และต้องเก็บซ่อนทุกความรู้สึกเอาไว้ในเงามืด แต่ทุกอย่างเริ่มสั่นคลอน เมื่อหัวใจของเธอเจ็บปวดเกินจะรับไหว น้ำหวานตัดสินใจจะเดินจากไป ทว่าทิวากลับไม่ยอมปล่อย “เธอจะไปไหนไม่ได้” เสียงทุ้มเย็นชาของเขาสั่นสะเทือนหัวใจเธอ “ฉันยังไม่ได้บอกให้เธอไป”
View Moreหลังจากที่เธอเดินจากมา ทิวายังคงยืนอยู่ที่เดิม ดวงตาคมกริบจ้องมองแผ่นหลังของเธอจนลับสายตา
แม้ว่าเธอจะพูดออกมาชัดเจนว่า ‘เธอจะไม่กลับไปอยู่กับเขาอีกต่อไปแล้ว’
แต่เขารู้ตัวเองดีว่า...
เขาเองก็ไม่ได้อยู่ที่เดิมเหมือนกัน
เดือนที่ผ่านมา เขาพยายามบอกตัวเองว่าเธอเป็นแค่ผู้หญิงที่เคยผ่านเข้ามาในชีวิต
เป็นเพียงเงาที่เขาสร้างขึ้นมาเอง แต่ความจริงก็คือ...
เขาไม่เคยลืมเธอได้เลย
ทิวากำมือแน่น ดวงตาฉายแววเด็ดเดี่ยว
"ฉันจะไม่ยอมให้เธอหนีฉันไปอีก"
เขาตามหาเธอจนเจอแล้ว และครั้งนี้... ไม่ว่าเธอจะพยายามผลักไสเขายังไง เขาก็จะไม่มีวันยอมปล่อยเธอไปอีกเป็นครั้งที่สอง
เสียงคลื่นซัดสาดกระทบชายหาด ท่ามกลางบรรยากาศอ้างว้าง
เปมิกาก้าวเดินไปข้างหน้าโดยไม่คิดจะหันกลับมา แม้ลมหายใจจะหนักอึ้ง แต่เธอต้องไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุด
หมับ!
แรงกระชากจากด้านหลังทำให้ร่างบางเซถอยหลัง ก่อนจะถูกบีบแขนแน่นจนเจ็บ
"คิดจะหนีไปไหน น้ำหวาน?"
เสียงทุ้มต่ำกดลงต่ำ น่ากลัว และเย็นเยียบจนเธอขนลุก
เปมิกาหันมองเจ้าของเสียง ดวงตาของเธอเบิกกว้างเล็กน้อยเมื่อพบว่าคนที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอไม่ใช่ใครอื่น...
"คุณธีร์! ปล่อยหวานนะหวานเจ็บ"
เขายืนอยู่ตรงนั้น ใกล้จนเธอสัมผัสได้ถึงไออุ่นจากร่างสูง ดวงตาคู่นั้นจ้องมองเธอราวกับจะกลืนกิน
“ปล่อยหวานเถอะค่ะ” เธอเอ่ยเสียงสั่น พยายามสะบัดแขนออกจากการเกาะกุม
แต่ทิวาไม่ยอมปล่อย กลับบีบแน่นขึ้น ราวกับจะย้ำเตือนว่าเธอไม่มีสิทธิ์เดินหนีเขาไปแบบนี้ ถ้าเขาไม่อนุญาต
"เธอคิดว่าเธอเป็นใครกัน ถึงกล้าหันหลังให้ฉันแบบนี้?" เสียงของเขาเย็นชา แต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยเพลิงโทสะ
“ใช่เมื่อก่อนหวานอาจจะเป็นคนของคุณ ตอนนี้ไม่ใช่แล้วนี่คะ” เธอเชิดหน้าขึ้น แม้ภายในใจจะสั่นสะท้าน
"และตอนนี้หวานเลือกที่จะเป็นอิสระจากคุณ ปล่อยหวานไปเถอะนะคะคุณธีร์ หวานขอร้อง"
"อิสระ?เหรอ" ทิวาแค่นหัวเราะ "เธอคิดว่าเธอจะหนีพ้นฉันง่ายๆ งั้นเหรอ?"
เปมิกากัดริมฝีปาก เธอรู้ว่าเขาเป็นคนไม่ยอมแพ้อะไรง่ายๆ แต่เธอเองก็ไม่มีวันยอมให้เขาควบคุมชีวิตของเธออีกต่อไป
“หวานไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับคุณแล้ว คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่งกับหวานนะ”
"ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องงั้นเหรอ?"
ดวงตาคมกริบหรี่ลง มองเธอราวกับจะมองทะลุทุกซอกทุกมุม
"เธอแน่ใจเหรอ ว่าไม่มีอะไรที่ควรบอกฉัน?"
หัวใจของเปมิกากระตุกวูบ...
เปมิกากำมือแน่น ซ่อนอาการสั่นไหวที่กำลังปั่นป่วนอยู่ภายในใจ
เธอเงยหน้าสบตากับเขา แม้จะหวาดหวั่น แต่เธอก็ต้องเข้มแข็งให้ถึงที่สุด
"หวานไม่มีอะไรจะบอกคุณ" เธอตอบเสียงเรียบ แม้หัวใจจะเต้นแรงจนแทบหลุดออกมาจากอก
ดวงตาของทิวาหรี่ลง ลึกซึ้ง ราวกับต้องการอ่านทุกความคิดของเธอให้ทะลุปรุโปร่ง
"แน่ใจ?" เขาย้ำคำถาม ดวงตาคมกริบจ้องเธอเขม็ง
เปมิกากลืนน้ำลายลงคอฝืดๆ หัวใจเธอปวดร้าวราวถูกบีบอย่างแรง
เธออยากจะตะโกนบอกเขาว่าเธอรักเขา อยากให้เขารู้ว่ากำลังจะมีชีวิตใหม่ก่อตัวขึ้นในท้องของเธอ
เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของเขา... แต่เธอก็รู้ดี ว่ามันไม่มีประโยชน์อะไรเลย เขาไม่เคยรักเธอ
เธอเองก็ไม่อยากอ้อนวอนขอให้เขารัก ไม่อยากเป็นตัวเลือก ไม่อยากถูกมองเป็นเพียงผู้หญิงที่เขา "ซื้อด้วยเงิน"
"หวานแน่ใจ หวานไม่มีอะไรจะคุยกับคุณอีก"
เธอตอบเสียงหนักแน่นแม้หัวใจแทบแตกสลาย...
ทิวาเพ่งมองใบหน้าที่แสนดื้อรั้นของเธอ มันเต็มไปด้วยร่องรอยของความเจ็บปวด แต่เขากลับรู้สึกว่ามันไม่ใช่เพียงแค่นั้น
เธอกำลังซ่อนบางอย่างจากเขา...
"เธอหนีอะไรอยู่กันแน่ น้ำหวาน?"
เสียงของเขาแผ่วเบา แต่บาดลึกจนเธออยากร้องไห้
"หวานไม่ได้หนี หวานแค่... ปลดปล่อยตัวเองเป็นอิสระจากคุณ"
"อิสระจากอะไร? จากฉัน?"
เธอพยักหน้า ก่อนจะเม้มปากแน่น พยายามกลั้นน้ำตาไว้สุดกำลัง
ทิวามองเธออย่างไม่เชื่อสายตา เขาไม่เคยคิดว่าเธอจะกล้าปล่อยมือจากเขาจริงๆ
แต่เมื่อมองเข้าไปในดวงตาคู่นั้น เขาเห็นความแน่วแน่ที่ไม่เคยเห็นมาก่อน
เธอตั้งใจจะไปจากเขาจริงๆ ...หรือนี่
หัวใจของทิวาบีบรัดแน่น รู้สึกเหมือนสูญเสียบางสิ่งที่สำคัญที่สุดไปโดยไม่อาจห้ามได้
แต่ทำไม... เธอถึงดูเจ็บปวดขนาดนี้ ถ้าหากเธออยากจะเป็นอิสระจากเขาจริงๆ?
เธอกำลังซ่อนอะไรจากเขากันแน่...
เปมิกากำมือแน่น ซ่อนอาการสั่นไหวที่กำลังปั่นป่วนอยู่ภายในใจ
เธอเงยหน้าสบตากับเขา แม้จะหวาดหวั่น แต่เธอก็ต้องเข้มแข็งให้ถึงที่สุด
เธอกำลังซ่อนอะไรจากเขากันแน่...
เธอบอกเขาว่าอีกไม่นานเขาก็จะหมั้นกับพิณลดาแล้ว หรือไม่ก็อาจจะหมั้นกับอรณิชา เธอทั้งคู่เป็นคู่ควงของทิวา
ดวงตาของทิวาวาววับขึ้นทันทีที่ได้ยินคำพูดนั้น คิ้วเข้มขมวดมุ่นราวกับไม่เข้าใจว่าเธอกำลังพูดเรื่องอะไร
"เธอหมายความว่ายังไง?ใครบอกเธอว่าฉันจะหมั้น" เสียงของเขาแข็งกระด้างขึ้นกว่าที่ตั้งใจ
เปมิกายิ้มบางๆ ที่ไม่ได้เต็มไปด้วยความสุข แต่มันเต็มไปด้วยความปวดร้าว
"อีกไม่นานคุณก็ต้องหมั้นกับคุณพิณลดา หรือไม่ก็คุณอรณิชาใช่ไหมล่ะ? พวกเธอทั้งคู่เป็นผู้หญิงที่เหมาะสมกับคุณ ฐานะดี สวย เข้าสังคมได้อย่างสมบูรณ์แบบ..."
เธอหยุดพูดไปชั่วขณะ สูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะเอ่ยต่อ
"หวานเองก็แค่ส่วนเกิน ไม่มีเหตุผลอะไรที่คุณต้องมาตามหาหวานอีก"
ทิวาเม้มริมฝีปากแน่น แววตาแข็งกร้าวราวกับพายุที่กำลังโหมกระหน่ำ
"เธอคิดเองเออเองไปหมดเลยสินะ?น้ำหวาน"
"หวานคิดตามความเป็นจริงต่างหาก"
เธอไม่รอให้เขาได้พูดอะไรต่อ รีบหมุนตัวเดินหนีไปทันที
เพราะกลัวว่าอีกไม่นานหัวใจของเธอจะไม่สามารถต้านทานต่อความเจ็บปวดนี้ได้
แต่ทิวาไม่ยอมปล่อยให้เธอไปง่ายๆ มือหนาคว้าแขนเธอไว้แน่น รั้งเธอกลับมาเผชิญหน้ากับเขาอีกครั้ง
"ฉันไม่เคยคิดจะหมั้นกับใคร" เขาเอ่ยช้าๆ ชัดถ้อยชัดคำ ดวงตาคมกริบฉายแววเอาเรื่อง
เปมิกาหัวเราะออกมาเบาๆ อย่างไม่เชื่อ
"งั้นเหรอ? แต่ข่าวของคุณกับพวกเธอออกจะชัดเจน ทุกคนก็เห็นว่าคุณเหมาะสมกันดี"
"แล้วเธอล่ะ?" ทิวาถามกลับเสียงเข้ม "ฉันยังไม่ได้อนุญาตให้เธอหายไปจากชีวิตฉันเลย"
เปมิกาสะอึก หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างห้ามไม่อยู่
"หวานไม่ใช่สิ่งของที่คุณจะเป็นคนตัดสินใจได้ว่าหวานควรอยู่หรือไป"
เธอพยายามดึงแขนออกจากมือเขา แต่แรงของทิวามากเกินไป
"ฉันไม่เคยคิดว่าเธอเป็นสิ่งของ แต่เธอก็ไม่เคยถามฉันเลย ว่าฉันต้องการอะไร"
น้ำเสียงของเขาติดจะหงุดหงิด แต่ก็แฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่เปมิกาไม่กล้าแปลความหมาย
เธอเงยหน้ามองเขา หัวใจของเธอสั่นไหว ทิวาในตอนนี้แตกต่างจากเดิม...
ไม่ใช่ชายเย็นชาที่เคยมองเธอเป็นเพียงที่พักพิงยามเหงาอีกต่อไป
แต่ถึงอย่างนั้น... เธอจะหวังอะไรได้อีก?ล่ะ
เธอไม่มีทางให้ลูกของเธอเติบโตมาโดยต้องรับรู้ว่าเป็นแค่ผลพวงของความสัมพันธ์ที่ไม่มีชื่อเรียก!
เปมิกาหลุบตาลง หลบเลี่ยงสายตาของเขา ก่อนจะตัดสินใจพูดในสิ่งที่คิดว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุดสำหรับทุกคน
"ไม่ว่าคุณธีร์จะต้องการอะไร... มันไม่มีความหมายอีกแล้วค่ะ"
ดวงตาของทิวาแข็งกร้าวขึ้น เมื่อได้ยินคำพูดนั้น
"เธอกำลังปิดบังอะไรจากฉัน เปมิกา?"
เธอเงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะค่อยๆ สะบัดมือเขาออกและถอยหลังไปก้าวหนึ่ง
"ขอให้คุณโชคดีนะคะ คุณธีร์..."
จากนั้นเธอก็หมุนตัวเดินจากไป
ทิวามองแผ่นหลังของเธอค่อยๆ ห่างออกไป ความรู้สึกบางอย่างตะโกนก้องในหัวใจของเขา
เขาจะปล่อยให้เธอหายไปแบบนี้ไม่ได้!
ทิวากำโทรศัพท์ไว้แน่น มองตำแหน่งที่ปรากฏบนหน้าจอ ถ้าเขาไม่แอบติดไอคราวไว้กับมือถือของเปมิกาป่านนี้เขาคงตามหาเธอให้วุ่นวายกว่านี้แน่เขาเดินตามสัญญาณมาจนถึงริมแม่น้ำเจ้าพระยา และสิ่งที่เห็นตรงหน้าทำให้เขาต้องหยุดชะงักเปมิกานั่งนิ่ง ดวงตาเหม่อลอย น้ำตาค่อยๆ ไหลลงมาช้าๆโดยที่เธอเองก็ไม่รู้ตัว มือบางวางอยู่บนหน้าท้องของตัวเองอย่างอ่อนโยน ภาพนั้นเหมือนมีดกรีดลงกลางใจของเขาเธอเจ็บขนาดนี้เลยเหรอเขาเคยคิดว่าเธอเป็นแค่ส่วนหนึ่งของชีวิตเขา เป็นผู้หญิงที่เขาดูแลแต่ไม่เคยคิดว่าจะต้องเป็นทั้งหมดของกันและกันแต่วันนี้ แค่เห็นน้ำตาของเธอ มันกลับทำให้เขารู้สึกเหมือนกำลังเสียสิ่งที่สำคัญที่สุดไปทิวากำหมัดแน่นก่อนจะก้าวเข้าไปใกล้ แล้วเอ่ยเสียงเรียบแต่หนักแน่น"หวาน ลุกขึ้นซะ ฉันจะพาเธอกลับบ้าน"หญิงสาวสะดุ้ง เงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างตกใจ"บ้าน" เธอหัวเราะออกมาเบาๆ เสียงสั่นเครือ "บ้านไหนล่ะคะ"ดวงตาคมเข้มของเขาวูบไหวไปชั่วขณะ แต่เพียงเสี้ยววินาทีนั้น เขาก็เดินเข้ามากระชากข้อมือเธอให้ลุกขึ้น"บ้านของฉัน &
หลายวันต่อมาเปมิกานั่งแต่งตัวอยู่หน้ากระจก ใบหน้าของเธอสดใสขึ้นกว่าเดิมหลังจากช่วงที่ผ่านมาอารมณ์ของเธอค่อนข้างแปรปรวนเพราะฮอร์โมนคนท้องวันนี้เธอนัดกับ เมรี และ กานดา สองเพื่อนสนิทที่เธอไม่ได้เจอมานาน ตั้งแต่ย้ายมาอยู่ที่เพนท์เฮาส์ของทิวา"หวานขอไปหาเพื่อนนะคะ" เธอบอกกับเขาขณะหยิบกระเป๋ามาสะพายทิวาเงยหน้าขึ้นจากเอกสาร มองเธอด้วยสายตาจับผิด "ไปไหน""ไปกินข้าวกับเมย์กับกานต์ นัดกันที่ห้างฯค่ะ"ทิวาขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะถามเสียงเข้ม "แล้วเธอแน่ใจนะ ว่าจะไปเองได้"เปมิกาถอนหายใจ เธอรู้ว่าเขาเป็นห่วง แต่บางทีเธอก็อยากมีพื้นที่ของตัวเองบ้าง"หวานท้อง ไม่ได้พิการนะคุณธีร์ เดินได้ กินข้าวเองได้""แต่เธอขี้เกียจเดินไม่ใช่เหรอ" ทิวายกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างกวนๆเปมิกาเบ้ปาก "งั้นคุณไปส่งหวานก็ได้ แต่ไม่ต้องมานั่งเฝ้านะ!นะ"ชายหนุ่มยิ้มมุมปากอย่างรู้ทัน เธอคิดจริงๆ เหรอว่าเขาจะปล่อยให้เธอไปไหนมาไหนโดยไม่มีเขาอยู่ใกล้ๆ?"โอเคฉันไปส่ง" เขาพูดสั้นๆ ก่อนจะลุกขึ้นคว้ากุญแจรถเปมิกาส่ายหน้าเบาๆ พลางพึมพำ "ท
ทิวาไม่ปล่อยให้เปมิกาหายไปจากชีวิตเขาอีกต่อไปหลังจากที่เธอพยายามเดินหนี เขาก็ก้าวเข้าไปกระชากข้อมือเล็กของเธอไว้แน่น ดวงตาคมเข้มเต็มไปด้วยความแน่วแน่"พอได้แล้วน้ำหวาน! ฉันจะไม่ยอมให้เธอเดินหนีไปไหนอีก""ปล่อยหวานค่ะคุณธีร์!" เปมิกาพยายามดิ้น แต่แรงของเธอไม่มีทางสู้เขาได้ทิวาไม่พูดพร่ำทำเพลง เขาอุ้มเธอขึ้นพาดบ่าอย่างง่ายดาย แม้เธอจะทุบไหล่เขาหนักแค่ไหน เขาก็ไม่สะทกสะท้าน"คุณธีร์! คุณจะทำอะไร!" เธอกรีดร้อง ขณะที่เขาพาเธอเดินตรงไปที่รถของเขา"พาเธอกลับบ้าน""บ้านของคุณไม่ใช่บ้านของหวาน!""งั้นฉันจะทำให้มันเป็นบ้านของเธอเอง" เขาตอบเสียงเรียบ แต่หนักแน่นเธอถูกพาไปขึ้นรถโดยไม่มีโอกาสขัดขืน เขาขับรถออกจากหัวหินมุ่งตรงกลับกรุงเทพฯตลอดทางเธอเงียบไม่พูดอะไรอีก ส่วนทิวาก็ไม่คิดจะปล่อยเธอไปง่ายๆเมื่อมาถึงคอนโดสุดหรูที่เขาพักอยู่ เขาจับมือเธอพาขึ้นไปยังชั้นสูงสุด เพนท์เฮ้าส์ส่วนตัวของเขา"คุณธีร์ หวานไม่อยากอยู่ที่นี่..." เธอพยายามขอร้อง แต่เขาไม่สนใจ"แต่เธอจะต้องอยู่" เขาตัดบทเสียงเข้ม ก่อนจ
กลางดึกคืนนั้นหลังจากที่เขาแยกจากอรณิชา ทิวากลับมาที่คอนโดเช่นเคยเขาเปิดประตูเข้ามา เห็นเปมิกานั่งอยู่ที่โซฟาเหมือนทุกครั้ง แต่ครั้งนี้เธอไม่ได้ลุกขึ้นมาต้อนรับ ไม่ได้ยิ้มให้เหมือนที่เคยเป็นเขาขมวดคิ้วก่อนจะเดินเข้ามาใกล้ “เป็นอะไรหรือเปล่าน้ำหวาน”เปมิกาเงยหน้าขึ้นสบตาเขา ดวงตาของเธอไม่ได้แดงช้ำ ไม่ได้มีน้ำตาเหมือนที่เขาคิด แต่มันกลับเต็มไปด้วยความว่างเปล่า“คุณกลับไปหาคนที่เหมาะสมกับคุณแล้วนี่คะ” เธอพูดเสียงเรียบ “คุณไม่จำเป็นต้องมาที่นี่อีกก็ได้นะคะ”ทิวาชะงักไปชั่วครู่ก่อนจะหัวเราะเบาๆ“หวานเธอเริ่มคิดมากอีกแล้วนะ”เปมิกายิ้มบางๆ “ค่ะ หวานคิดมากคิดมากเกินไป”เขามองเธอด้วยสายตาอ่านไม่ออก ก่อนจะก้าวเข้ามาใกล้ เอื้อมมือจะจับเธอ แต่เปมิกาถอยห่าง“คืนนี้หวานอยากอยู่คนเดียว” เธอกล่าวเสียงเบา “คุณธีร์กลับไปเถอะค่ะ”ทิวาหรี่ตาลง เขาไม่ชอบสิ่งที่เธอกำลังทำ ไม่ชอบที่เธอกำลังเปลี่ยนไป“เปมิกา” เขาเรียกชื่อเธอช้าๆ ด้วย





