เข้าสู่ระบบเช้าวันรุ่งขึ้นศุภิสราตัดสินใจไม่ฉีดน้ำหอมแม้แต่หยดเดียว หญิงสาวมองตัวเองในกระจกด้วยความรู้สึกไม่มั่นใจนัก เพราะปกติเธอมักจะเพิ่มความมั่นใจด้วยกลิ่นหอมที่เป็นเอกลักษณ์ แต่เพื่อตัดปัญหาและคำถากถางจากเจ้านายหนุ่ม เธอจึงยอมทิ้งความชอบส่วนตัวนั้นไป
“ซื้อมาตั้งแพงยังจะมาว่าอีก จมูกตัวเองมีปัญหาแต่มาโทษน้ำหอมของเรา” หญิงสาวบ่นขณะหยิบน้ำหอมขึ้นมาดมแล้วตัดใจวางลงที่เดิมก่อนจะออกจากห้อง
หญิงสาวออกจากคอนโดแล้วขึ้นรถไฟฟ้ามายังบริษัท ตลอดการเดินทางเธอไม่อยากอยู่ใกล้คนอื่นเท่าไหร่เพราะไม่มั่นใจเลยที่วันนี้ไม่ได้ฉีดน้ำหอมก่อนออกมา
ศุภิสรามาถึงที่ทำงานก่อนเวลา เธอเปิดคอมพิวเตอร์ทั้งของตนเองและโต๊ะของจุฬาลักษณ์ก่อนจะเริ่มทำงาน
“สวัสดีค่ะพี่จุ๋ม ถืออะไรมาเยอะแยะเลยค่ะ มาค่ะเดี๋ยวพายช่วย” หญิงสาวทักทายรุ่นพี่ก่อนจะเดินไปรับของในมือ
“สวัสดีจ้ะ พายช่วยเอาขนมไปใส่ตู้ให้พี่หน่อยนะ”
“ค่ะพี่จุ๋ม” หญิงสาวรับขนมและเดินเอาไปใส่ตู้เย็นก่อนจะกลับมาพร้อมกับน้ำดื่มและส่งให้รุ่นพี่
“ขอบใจนะ เดี๋ยวถ้าบอสมาพี่ฝากพายเอาขนมที่พี่ซื้อมาไปเสิร์ฟพร้อมกาแฟด้วยนะ พี่เห็นว่าช่วงนี้บอสหงุดหงิดบ่อยได้กินขนมอร่อย ๆ น่าจะดีขึ้น”
“ค่ะพี่จุ๋ม”
หญิงสาวนั่งทำงานต่อจนกระทั่งพัทธดนย์เข้ามาทำงาน เธอรีบไปเตรียมขนมและกาแฟก่อนจะเข้าในห้องทำงานของพัทธดนย์
ชายหนุ่มที่กำลังก้มหน้าอ่านเอกสารเงยหน้าขึ้นมองพลางทำสีหน้าไม่ค่อยพอใจเท่าไหร่
“กาแฟกับขนมค่ะบอส พี่จุ๋มบอกว่าร้านนี้อร่อยมากค่ะ”
“ผมฝากขอบคุณเธอด้วย คุณจุ๋มเธอทำงานดียังเอาใจใส่ แต่กับคุณ....”
“ฉันทำไมคะ” หญิงสาวสงสัยกับคำพูดของเขา เธอจ้องอย่างต้องการคำตอบ
“เมื่อวานผมสั่งคุณว่าอย่าใส่น้ำหอมราคาถูกมาอีก แต่ดูเหมือนคุณจะไม่ฟังคำสั่งของผมเลยนะพาย” พัทธดนย์พูดขึ้นด้วย น้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหงุดหงิดเพราะเขายังได้กลิ่นที่คุ้นเคย
“ขอโทษนะคะบอส บอสไม่สบายหรือเปล่าคะ”
“ผมสบายดี แต่ตอนนี้จะเริ่มปวดหัวก็เพราะกลิ่นน้ำหอมของคุณนั่นแหละ”
“แต่วันนี้ฉันไม่ได้ใช้น้ำหอมเลยค่ะ” ศุภิสรารีบบอก
พัทธดนย์เงยหน้าขึ้น ดวงตาคมกริบจ้องมองเธออย่างจ้องจับผิด เพราะเขายังคงได้กลิ่นที่มันติดอยู่ในความทรงจำ กลิ่นที่ทำให้เขานึกถึงเรื่องในคืนนั้น เรื่องที่เขากำลังพยายามลืม แต่มันกลับยิ่งชัดเจนเมื่อเธอยืนอยู่ตรงนี้
ชายหนุ่มรู้สึกเหมือนกำลังจะบ้า เขาต้องการจะลบภาพคืนนั้นทิ้งไปให้หมด แต่ทุกครั้งที่เธอเข้าใกล้ ร่างกายของเขากลับทรยศด้วยการจดจำทุกอย่างได้แม่นยำ และนั่นทำให้เขารู้สึกเสียหน้าและโมโหตัวเองจนต้องพาลใส่คนตรงหน้า
“ถ้าไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมก็คงเพราะกลิ่นตัวคุณนั่นแหละ มันเหม็นชวนให้ผมสะอิดสะเอียนยิ่งกว่าน้ำหอมราคาถูกนั่นเสียอีก ผมว่าคุณถอยออกไปห่าง ๆ ผม อย่าเข้ามาใกล้เกินหนึ่งเมตรดีกว่านะ”
ศุภิสรารู้สึกเหมือนถูกตบหน้าซ้ำแล้วซ้ำเล่าด้วยถ้อยคำที่โหดร้ายที่สุดเท่าที่ผู้หญิงคนหนึ่งจะได้รับ ความน้อยใจทำให้ขอบตาร้อนผ่าว เธอทำตามที่เขาบอกแล้วแต่เขากลับบอกว่ากลิ่นตัวเธอเหม็นและสะอิดสะเอียน
“ขอโทษค่ะบอส ต่อไปฉันจะระวังไม่ให้เข้าใกล้คุณเกินความจำเป็น” เธอพยายามบังคับเสียงไม่ให้สั่น ก่อนจะรีบถอยห่างออกมาแล้วเดินออกจากห้องไปอย่างเงียบเชียบที่สุด
หญิงสาวรีบเดินออกจากห้องละตรงไปยังห้องน้ำทันที
น้ำตาแห่งความเสียใจและน้อยใจไหลพรากเพราะไม่คิดมาก่อนว่าจะได้ยินคำพูดดูถูกจากคนที่ได้ชื่อว่าเป็นเจ้านาย จากที่คิดว่าจะทำงานกับเขาได้อย่างไม่มีปัญหาอะไรแต่กลับกลายเป็นว่าเขากำลังทำให้เธอรู้สึกว่าตนเองเป็นคนน่ารังเกียจ
“รู้งี้คืนนั้นไม่ช่วยก็ดี คนอะไรไม่รู้จักบุญคุณ” หญิงสาวบ่นกับตัวเองก่อนจะออกจากห้องน้ำและกลับมาที่โต๊ะทำงาน
“พาย เป็นอะไรหรือบอสว่าเรื่องน้ำหอมอีก”
“วันนี้พายไม่ได้ฉีดน้ำหอมมาเลยสักนิด แต่เขาก็ยังบ่นและยังสั่งให้พายอยู่ห่างเขาหนึ่งเมตรด้วยนะคะ เขาบอกว่าเหม็นด้วยค่ะ”
“บอสเป็นอะไรกันนะ หรือว่าจมูกจะมีปัญหาจริง ๆ พี่คงต้องเตือนบอสให้ไปตรวจแล้วล่ะ”
“อย่าเลยค่ะพี่จุ๋ม ตอ่ไปนี้พายจะไม่เข้าใกล้บอสก็แล้วกันค่ะ”
“แต่พายต้องออกไปทำงานกับบอสนะ”
“แต่ช่วงนี้ไม่มีงานที่ข้างนอก พายว่าปล่อยเขาไปเถอะค่ะ”
“พี่เห็นใจพายนะ แต่ไม่รู้จะช่วยยังไงแต่เรื่องกลิ่นพายอย่าคิดมากนะ พี่ไม่ได้กลิ่นเลย”
ตลอดทั้งวันศุภิสราไม่ได้เข้าไปในห้องของพัทธดนย์อีกเลยไม่ใช่เพราะกลัวคำสั่งของเขาแต่เธอกำลังคิดหาทางเอาคืนกับเรื่องนี้ให้ได้เพียงแต่ว่าตอนนี้หญิงสาวยังคิดไม่ออกว่าจะทำยังไง
.......
หลังเลิกงานศุภิสราทิ้งตัวลงบนโซฟาที่คอนโดด้วยความเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดต่อสายหามริษาเพื่อปรับทุกข์และหาทางเอาคืนเขาเรื่องที่ว่าตัวเธอเหม็น
“มัดหมี่ฉันไม่ไหวแล้วว่ะ” เสียงของศุภิสราเริ่มสั่นเครือทันทีที่เพื่อนรับสาย
“พาย เป็นอะไรใครทำอะไรแก” มริษาถามด้วยความเป็นห่วง
“ฉันถามอะไรแกหน่อยสิมัดหมี่”
“ว่ามาสิ”
“ตอนแกอยู่ใกล้ฉันแกได้กลิ่นตัวฉันไหม”
“ไม่นะตัวแกหอมจะตายขนาดแกไม่ใช้น้ำหอมฉันก็อยากรู้สึกว่าตัวแกหอมมาก ๆ นึกยังไงถามฉันแบบนี้ล่ะ”
“บอสว่าฉันตัวเหม็น”
“เป็นไปได้ยังไง เล่ามาสิ”
“เมื่อวานเขาว่าฉันฉีดน้ำหอมราคาถูก รสนิยมต่ำ เขาได้กลิ่นปวดหัว วันนี้ฉันก็เลยไม่ได้ฉีดน้ำหอมไปแต่แกเชื่อไหม วันนี้เขาบอกว่าตัวฉันเหม็นเขาบอกว่ากลิ่นตัวฉันมันน่าสะอิดสะเอียน”
“นี่มันจะมากไปแล้วนะ พูดจาไม่ให้เกียรติกันเลย แล้วแกไปนอนกับเขาแค่คืนเดียว มันผิดร้ายแรงขนาดที่เขาต้องมาดูถูกแกขนาดนี้เลยเหรอพาย”
“เขาคงอยากลืมเรื่องคืนนั้นมากจนแค้นที่เห็นหน้าฉันละมั้งมัดหมี่” ศุภิสราสะอื้นไห้
“ฉันว่าเขาไม่ได้เกลียดน้ำหอมหรอก ฉันว่ามันทำให้เขานึกถึงเรื่องคืนนั้นมากกว่า เขาเลยพยายามทำลายความมั่นใจของแก พยายามทำให้แกรู้สึกด้อยค่าหรือนี่อาจเป็นการบีบให้แกลาออกทางอ้อมกันนะ ฉันคิดว่าบอสแกน่าจะหาเรื่องแก่แล้วล่ะ”
“ฉันก็คิดว่าอย่างนั้นแหละ”
“แกจะเอายังไงลาออกเลยดีไหม”
“ถ้าลาออกก็เข้าทางเขาสิ คนอย่างฉันไม่ได้ทำผิดอะไรจะลาออกทำไม เรื่องงานฉันก็รับผิดชอบอย่างเต็มที่ รู้งี้คืนนั้นฉันไม่น่าช่วยเขาเลย คนอะไรไม่รู้จักสำนึกบุญคุณเลยที่ ฉันจะต้องหาทางแก้เผ็ดเรื่องนี้ให้ได้แล้ว”
“แกจะทำยังไงเขาเป็นบอสแกนะ”
“ก็เพราะฉันไม่รู้จะทำยังไงนี่แหละก็เธอเลยโทรมาปรึกษาแก แกว่าเอายังไงดีล่ะ”
“เขาไม่อยากอยู่ใกล้ฉันว่าแกก็อยู่ใกล้ ๆ ไปเลยดูซิเขาจะทำยังไง”
“แต่ช่วงนี้ฉันไม่มีงานต้องออกไปทำข้างนอกกับเขาก็คงใกล้ชิดได้ไม่”
“มันจะยากอะไร แกเข้าออกห้องบอสเป็นประจำอยู่แล้วนี่เวลาเอาแฟ้มไปวางก็เข้าไปใกล้ ๆ สิ อ้อ!....อย่าลืมใส่น้ำหอมไปด้วยนะดูสิเขาจะทนได้แค่ไหน”
“แล้วถ้าเกิดเขาปวดหัวไม่สบายขึ้นมาจริง ๆ ล่ะ”
“ถ้าเขาจะปวดหัวก็ต้องปวดหัวไปนานแล้ว”
“เขาคงหาทางไล่ฉันออกเพราะกลัวฉันเอาเรื่องนั้นไปบอกคนอื่น ฉันก็จะขู่เขากลับบ้างถ้าเขายังว่าฉันตัวเหม็นหรือไม่ให้เกียรติกันแบบนี้ฉันจะบอกทุกคนเลยว่าคืนนั้นเกิดอะไรขึ้น”
“แค่ขู่ใช่ไหม คงคิดทำจริงนะ”
“อือ ใครจะกล้าเอาเรื่องน่าอายของตัวเองไปบอกคนอื่นล่ะ ตอนนี้ฉันสบายใจมากเลยล่ะมัดหมี่อยากให้ถึงพรุ่งนี้เร็ว ๆ จังเลย อยากจะเห็นหน้าเขาเวลาที่ฉันเข้าไปอยู่ใกล้” เมื่อคิดวิธีเอาคืนเจ้านายแล้วศุภิสราก็คุยกับเพื่อนอีกสักพักก่อนจะวางสาย
หลังจากคืนที่แสนเร่าร้อนและคำสัญญาว่าจะพิสูจน์ตัวเอง ชีวิตการทำงานในบริษัทของพัทธดนย์และศุภิสราก็ยังเหมือนเดิมในสายตาของคนอื่น แต่ความรู้สึกของทั้งสองคนนั้นเปลี่ยนไป ในสายตาคนนอก แต่บอสหนุ่มอย่างพัทธดนย์กลับหาเศษหาเลยกับความใกล้ชิดอยู่บ่อยครั้งในบ่ายวันหนึ่งที่พายุฝนตั้งเค้า พัทธดนย์กดเรียกผู้ช่วยส่วนตัวเข้าพบในห้องทำงานใหญ่ที่กั้นด้วยกระจกทึบแสงจากภายนอก“บอสมีเอกสารด่วนอะไรหรือเปล่าคะ พายกำลังสรุปยอดขายไตรมาสที่สองอยู่พอดี” หญิงสาวเดินเข้ามาด้วยท่าทางกระฉับกระเฉงและเป็นมืออาชีพทำให้เธอดูมีเสน่ห์จนพัทธดนย์ไม่อาจละสายตาได้“เปล่า” เขาเดินไปล็อกประตูห้องทำงานเบาๆ ก่อนจะเดินมาหยุดตรงหน้าเธอ“แล้วเรียกพายมามีอะไรคะ”“คิดถึง” เขากอดแล้วหอมแก้มทั้งสองข้าง“บอสคะ นี่ในที่ทำงานนะคะ เดี๋ยวพี่จุ๋มเข้ามาเห็น” หญิงสาวรีบผลักเขาออก“ผมล็อกประตูแล้วนะ” เขาเดินประชิดจนเธอถอนไปติดกับโต๊ะทำงานเธอพิงเข้ากับโต๊ะทำงานกว้าง ขณะที่พัทธดนย์เท้าแขนลงบนโต๊ะกักเธอไว้จนแนบชิด แล้วเขาโน้มใบหน้าลงมาจนชิด ปลายจมูกโด่งคลอเคลียที่พวงแก้มใส“สามเดือนนี่มันนานเหมือนสามปีเลยนะครับพาย เมื่อไหร่จะครบกำหนดเสียที ผมอยากป
คำพูดของของเขาทำให้ใบหน้าสวยนั้นแดงซ่าน พัทธดนย์ก้มจูบบดเบียดกับริมฝีปากคนช่างยั่ว สะโพกก็บดเบียดหมุนวนให้ร่องอ่อนนุ่มโอบรัด สองมือนวดเฟ้นอกอิ่มเพิ่มความเสียวซ่าน ริมฝีปากจูบพรมมาตามลำคอระหงลงมาหยอกล้อไปกับเม็ดทับทิมสีสวยทั้งสองข้างสลับไปมา จนหญิงสาวครางกระเส่าขึ้นมาอีกครั้ง“อ้าห์....ดีมากพายรัดแบบนั้นเก่งมาก ขอเอาแรงหน่อยนะ”“อื้อ....พายตามใจบอส”เสียงหวานตอบไปตามความรู้สึกเพราะตอนนี้ร่างกายของเธอกำลังร้อนรุ่มจนแทบทนไหวไม่ว่าเขาจะพาไปในทิศทางใดเธอก็พร้อมจะตามเขาไปทุกที่อย่างไม่มีข้อแม้เขาถาโถมเข้าหาเธออย่างไม่ยั้งเสียงเนื้อกระทบกันประสานเสียงครางหวาน ความร้อนจากการเสียดสีทำให้หญิงสาวได้แต่ครางกระเส่าและดิ้นพล่าน“ตรงนั้น อื้อ....บอสขา....พายเสียว”ท่าทางของหญิงสาวและแรงตอดรัดทำให้พัทธดนย์รู้ว่าตอนนี้เธอกำลังจะไปแตะขอบสวรรค์เขาเร่งจังหวะสะโพกให้เร็วขึ้นแรงขึ้น เสียงหวานกรีดร้องยาว พร้อมทั้งร่างที่กระตุกถี่เขาก้มลงมากอดเธอนั้นไว้ขณะที่สะโพกก็ยังคงขยับอย่างไม่มีหยุดพัก“มีความสุขไหม”“พายมีความสุขมากที่สุดค่ะบอส”พัทธดนย์มองใบของหญิงสาวที่แดงระเรื่อลมหายใจเธอยังหอบเหนื่อยแต่เขาก็ไม่อา
ความร้อนรุ่มและไฟปรารถนาหน้ากระจกเงาบานใหญ่ทวีความรุนแรงจนยากจะควบคุมได้ พัทธดนย์หมุนร่างเปลือยเปล่าให้หันกลับมาเผชิญหน้า สายตาคมกริบประสานเข้ากับดวงตาคู่สวยที่ฉ่ำปรือด้วยแรงอารมณ์“รู้แล้วใช่ไหมว่าทำไมผมถึงรักและหลงพายมากขนาดนี้”พูดจบพัทธดนย์ก็อุ้มร่างเปลือยเปล่าแล้วตรงไปยังเตียงกว้าง เมื่อแผ่นหลังเนียนสัมผัสกับเตียงที่เย็นจนหญิงสาวสะดุ้งน้อย ก่อนที่พัทธดนย์คร่อมทับลงมาดับความเย็นด้วยความร้อนรุ่มจากอารมณ์และความต้องการที่อัดแน่น“ผมคิดถึงพายมากนะ คิดถึงกลิ่นหอม ๆ คิดถึงจูบหวาน ๆ ของพายทุกคืน มันทรมานมากที่ต้องนอนคนเดียว”“พายก็คิดถึงบอสค่ะ”“ชอบจังเวลาที่พายมองผมแบบนี้”“แบบไหนคะ”“ก็แบบที่ทำให้ผมอยากกินพายไปทั้งตัว”“พายก็รอให้บอสกินพายเหมือนกันค่ะ ““เดี๋ยวนี้แฟนผมยั่วเก่ง คงต้องให้รางวัลกันหน่อยแล้วล่ะ”พูดจบพัทธดนย์ก็โน้มลงมาบดจูบที่ริมฝีปากบางอย่างหนักหน่วง รสจูบนั้นเต็มไปด้วยความรัก ความโหยหาและความเป็นเจ้าของที่เขามีต่อผู้หญิงคนนี้เพียงคนเดียว ศุภิสราเปิดรับปลายลิ้นให้เข้ามาหยอกล้อเกี่ยวกระหวัดด้วยความเต็มใจจูบเร่าร้อนเนิ่นนานจนแทบขาดอากาศด้วยกันทั้งคู่ พัทธดนย์ก็โน้มใบหน้าล
หลังทานอาหารแล้วพัทธดนย์ก็ขับรถออกจากบ้านหลังใหญ่ ตอนนี้ในห้องรับแขกจึงเหลือแค่คุณอุดมกับภรรยาแค่สองคน“คุณอุดมคะ คุณคิดเหมือนที่ฉันคิดหรือเปล่า” คุณศิริพรถามสามีหลังจากลูกชายขับรถออกจากบ้านไปแล้ว“คิดเรื่องอะไรล่ะดูลูกก็สบายดีงานก็กำลังไปได้สวยแฟนก็มีแล้ว”“ก็เรื่องแฟนของลูกนั่นล่ะค่ะ”“ผมว่าอย่าคิดจะสืบเลย ครั้งนี้ท่าทางของลูกจริงจังมากเราอย่าเข้าไปยุ่งเลยนะ ปล่อยให้เขาคิดตัดสินใจเองเถอะ” เขารีบห้ามเพราะอยากให้ลูกชายตัดสินใจเรื่องนี้เอง“ฉันก็ไม่คิดจะไปยุ่งหรอกค่ะ แต่ฉันแค่คิดว่าผู้หญิงที่ลูกพูดถึงน่าจะหมายถึงหนูพายนะ คุณคิดเหมือนฉันไหม”“หนูพายน่ะเหรอ จะเป็นไปได้ยังไงลูกเราไม่เคยคบคนในบริษัทนะ ผมว่าคุณเดาผิดแล้ว”“แต่ฉันว่าครั้งนี้ฉันเดาถูกนะ เห็นสายตาที่ลูกเรามองหนูพายไหมล่ะ ใครเขาจะมองลูกน้องด้วยสายตาแบบนั้นกัน”“ถ้าเป็นหนูพายจริงก็ดีนะ ผมทำงานกับเธอมาหลายปีก็รู้สึกว่าเด็กคนนี้ขยัน ทำงานเก่งเข้ากับเพื่อนร่วมงานได้ นิสัยก็น่ารัก ถึงเธอจะไม่ได้มาจากครอบครัวนักธุรกิจแต่ก็มีความสามารถ ลูกชายเราไปต่างประเทศตั้งหลายวันงานที่บริษัทก็ยังดำเนินต่อไปได้จะหาผู้หญิงที่ดีพร้อมแบบนี้ได้ที่ไหนล
“ตื่นเต้นเหรอครับพาย” พัทธดนย์ถามวระหว่างรถเคลื่อนเข้ามาในบริเวณบ้านของเขาและเห็นท่าทางของศุภิสราดูแปลกไปจากที่นั่งคุยกับเขามาตลอดทางก็ดูเงียบผิดปกติ“ค่ะ พายรู้สึกตื่นเต้นมาก บอสคะเราจะไม่ถูกจับได้ใช่ไหมคะ”“เรียกบอสอีกแล้ว”“พายว่าเรียกแบบนี้ดีกว่าค่ะ พายกลัวจะเผลอเรียกชื่อคุณต่อหน้าคนอื่นต่อไปนี้จะเรียกคุณว่าบอสนะคะ”“แต่คุณต้องแทนตัวเองว่าพายนะ พบกันครึ่งทางดีไหม“ก็ได้ค่ะบอส””“ไม่ใช่ครั้งแรกซักหน่อยที่พายบ้านมาที่นี่”“ก็จริงค่ะ แต่พายไม่เคยมาพร้อมกับบอสเลยสักครั้ง คุณท่านสองคนต้องสงสัยแน่ ๆ”“อย่าคิดมากเลยน่า ความจริงยังไงก็คือความจริงเราอาจจะปิดพ่อกับแม่ไม่ได้ตลอดไปหรอกนะ”“พบอสพูดเหมือนอยากจะบอกความจริงท่านเลย”“ผมไม่บอกหรอกน่าพายเชื่อใจผมนะ” เขาพูดให้เธอมั่นใจก่อนจะเปิดประตูลงจากรถ“สวัสดีค่ะคุณดนย์ อ้าว....คุณพายสวัสดีค่ะวันนี้มากับคุณดนย์เหรอคะ”ศุภิสรายิ้มและพยักหน้า เธอคุ้นเคยดีกับเด็กรับใช้ของที่บ้านหลังนี้เพราะทำงานกับคุณอุดมมาหลายปีและมีโอกาสมาที่นี่อยู่บ่อย ๆ ตอนที่เป็นผู้ช่วยของเขา“ฉันซื้อของฝากมาในรถเดี๋ยวเอาไปวางไว้ในห้องรับแขกนะ”“ได้ค่ะคุณดนย์”“เด็กรับใช้เดินไ
“ตื่นแล้วเหรอคะหิวหรือยังพายทำข้าวต้มกุ้งเสร็จพอดีเลยค่ะ” เธอหันมาถามเมื่อพัทธดนย์เดินออกมาจากห้องนอน“เพิ่งรู้นะว่าแฟนของผมก็ทำกับข้าวเป็นด้วยกลิ่นหอมเชียว” เขายิ้มแล้วเดินมากอดหญิงสาวที่ทำข้าวต้มเสร็จพอดี“จะกินเลยมั้ยคะ”“รอซักสิบนาทีได้ไหม เดี๋ยวผมลงไปเอากระเป๋าก่อนว่าจะอาบน้ำก่อนกินข้าว”“ให้พายลงไปช่วยถือไหมคะ”“ไม่เป็นไรครับ พายรออยู่นี่นะเดี๋ยวผมมา”ชายหนุ่มรีบลงไปเอากระเป๋าเดินทางรวมถึงของฝากที่รถก็จะกลับขึ้นมาอาบน้ำเลยนั่งทานอาหาร ใบหน้าของเขาแม้จะดูอิดโรยจากการทำงานหนักตลอดหลายวันแต่แววตาเต็มไปด้วยความสุข“อร่อยมาก ๆ เลยครับ” เขาทานไปยิ้มไป“อร่อยจริงหรือเพราะไม่ได้กินอาหารไทยมาหลายวันกันแน่คะ”“อร่อยจริง ๆ นะรสชาติแบบนี้ถูกปากผมมากเลย พายรู้ใจผมนะ ใส่ใบขึ้นฉ่ายแทนต้นหอมผักชี”“ก็พายไปกินข้าวกับบอสตั้งไม่รู้กี่ครั้ง ถ้าไม่รู้ว่าบอสชอบกินอะไรก็คงจะเป็นผู้ช่วยที่ใช้ไม่ได้แล้วล่ะค่ะ”“แต่ตอนนี้พายไม่ใช่ผู้ช่วยผมอย่างเดียวนะ พายยังเป็นแฟนผมด้วย เราใช้ชีวิตด้วยกันกินข้าวด้วยกันมานานเกือบปีแล้ว รายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ ของผมพายใส่ใจมาตลอด ผมเสียอีกที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับพายเลย แต่ผ
เช้าวันรุ่งขึ้นศุภิสราตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกที่แตกต่างจากเมื่อวานอย่างสิ้นเชิง ความโศกเศร้าและน้อยใจถูกแทนที่ด้วยความมุ่งมั่นที่จะเอาคืน หญิงสาวบรรจงแต่งหน้าแต่งตัวให้ดูดีที่สุดในชุดพนักงานที่เน้นรูปร่างเพรียวบาง ก่อนจะหยิบขวดน้ำหอมแบรนด์หรูราคาแพงระยับกลิ่นที่เป็นเอกลักษณ์ประจำตัวของเธอขึ้นมาหญ
ก๊อก ก๊อก ก๊อกศุภิสราเคาะประตูเป็นสัญญาณก่อนจะเปิดเข้าไป“คุณโยษิตากลับไปแล้วเหรอพาย เธอว่ายังไงบ้าง” พัทธดนย์เงยหน้าจากหน้าจอแล็บท็อปที่เปิดค้างไว้ ดวงตาคมจ้องมองผู้ช่วยสาวที่ก้าวเดินเข้ามาหยุดตรงหน้าโต๊ะทำงานของเขา ใจหนึ่งเขาก็รอฟังผลสรุปของโปรเจกต์สำคัญ แต่อีกใจกลับมีความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยา
เสียงลิฟต์ของชั้นผู้บริหารดังขึ้นในเวลา 11.00 น. ศุภิสราเงยหน้ามองแล้วก็ต้องตกใจเมื่อเห็นว่าตอนนี้ใครกำลังเดินมาทางห้องของท่านประธาน“สวัสดีค่ะคุณโยษิตา คุณลลิตา” หญิงสาวทักทายก่อนจะส่งยิ้มแห้ง ๆ ให้กับทั้งสองคนวันนี้โยษิตาไม่ได้มีนัดกับพัทธดนย์แต่ศุภิสราก็พอจะเดาออกว่าเธอมาที่นี่ทำไม“สวัสดีค่ะคุ
เรื่องที่มริษาพูดใช่ว่าศุภิสราจะไม่คิดแต่ที่ผ่านมาพัทธดนย์ก็ไม่เคยทำให้เธอรู้สึกถึงความสัมพันธ์แบบนี้มาก่อนแต่เธอก็พยายามจะปลอบใจตัวเองว่าเขาคงไม่ทำอะไรเธออีก“ถ้าเขาจะทำแบบนั้นกับฉันจริง ๆ เขาก็น่าจะทำไปนานแล้วนะมัดหมี่เพราะฉันไปทำงานกับเขาตามลำพังตั้งไม่รู้กี่ครั้ง” แม้จะพลาดท่าไปแล้วแต่เธอก็คิดว







