Beranda / รักโบราณ / ณ อนันต์ / ท่านลุงคนนี้คือแขกของจวน

Share

ท่านลุงคนนี้คือแขกของจวน

last update Terakhir Diperbarui: 2026-01-23 19:31:53

“ปกติแล้วชิงซางจะไปหาใต้เท้าซือเดือนละสองครั้งขอรับ” หลิวจว

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi
Bab Terkunci

Bab terbaru

  • ณ อนันต์    คนฉลาดนักมักพลาดพลั้ง

    “ใจเย็นก่อนใต้เท้า” รัชทายาทเอ่ยปรามขุนนางที่มีทีท่าไม่พอใจเขาด้วยรอยยิ้ม “ข้าก็แค่มีเรื่องสงสัยเท่านั้น แต่ว่ามีเพียงท่านและฮูหยินที่จะไขความกระจ่างนี้ได้ หากท่านยังไม่อยากจะบอกข้าในตอนนี้ก็ไม่เป็นไร เรายังมีเรื่องอีกมากที่ต้องกระทำ”ซุนเจิงหันมองหน้าเหอลี่อิงพร้อมทั้งถอนหายใจออกมายาวเหยียด ส่วนเหอลี่อิงก็ได้แต่ส่ายศีรษะไม่ให้เอาความจากเว่ยหลาง“มีเรื่องมากมายที่มนุษย์อย่างเรานั้นไม่สามารถเข้าใจหรืออธิบายได้” เหอลี่อิงเป็นฝ่ายพูดขึ้นบ้าง มองไปยังเด็กหนุ่มที่เธอทราบแล้วว่าฉลาดเฉลียวเพียงใด “แต่หากพูดไป ดีไม่ดีข้าและใต้เท้าอาจกลายเป็นคนวิกลจริตไปเสีย อย่างไรเรื่องนี้ก็คนละเรื่องกับงานของรัชทายาทและใต้เท้า เช่นนั้นก็อย่าหยิบยกมาใส่ใจกันเลย”“ข้ามิได้นำเรื่องนั้นมาเพื่อตั้งข้อบาดหมางแต่ประการใด ข้าเพียงอยากรู้จักพวกท่านเหมือนที่ท่านรู้จักข้าก็เท่านั้น เอ่ยตามตรง นอกจากพวกท่านแล้ว ก็คงจะไม่มีใครรู้จักตัวตนของข้าเลยแม้สักคนเดียว”ซุนเจิงที่ได้ยินก็มิได้คลายใบหน้าที่เคร่งขรึมลง กลับกันเขามองใบหน้าที่สลดลงถนัดตาด้วยความรู้สึกต่างออกไปจากเมื่อครู่นี้ “เอาเถอะ สนใจเรื่องของวันนี้จะดีกว่า”“วัน

  • ณ อนันต์    ท่านยัดตำแหน่งให้ข้าเสียออกหน้าออกตาเลยทีเดียว

    วังบูรพาที่ไม่เคยเปิดต้อนรับคนนอก กลับเปิดกว้างรับแขกมากมายที่หอบเอาทั้งคำครหา ข้อถกเถียงต่างๆ นานามาสนทนากันเสียจนเจ้าของตำหนักเริ่มเวียนหัว แต่ก็ทำได้แค่ยิ้มอย่างคนเขลาเบาปัญญาและฟังเสียงสนทนาที่ลอยมาตามลมเท่านั้น‘ที่ซุนจ้าวเฟิงไม่รับตำแหน่งเสนาบดีกรมคลังอาจเพราะเรื่องนี้ก็เป็นได้!’เปล่าเลย ข้าเพิ่งจะจับเขานั่งตำแหน่งอัครเสนาบดีเมื่อสองวันก่อน...รัชทายาทที่นั่งจิบชาตอบเสียงสนทนาทั้งหลายที่ลอยมาตามลมภายในใจ แต่กลับยิ้มย่องด้วยความพอใจ และนั่งเงี่ยหูฟังต่อไป‘เช่นนี้แล้วรัชทายาทถือหางเขาอย่างนั้นรึ หรือว่าเขาถือหางรัชทายาทกันเล่า’ข้อนี้ข้าก็ไม่ทราบ แต่หากพวกเจ้าพูดต่อ ข้าอาจถือดาบไปฟันพวกเจ้าก็เป็นได้...เว่ยหลางแสยะยิ้มในใจ มือข้างหนึ่งโบกพัดเพื่อดับโทสะที่เหมือนจะเริ่มก่อตัวขึ้นมาเสียแล้ว“รัชทายาท”เว่ยหลางดึงสติกลับมาอยู่กับตนอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงเรียก มองชายสูงวัยที่เข้ามาหาเขาด้วยรอยยิ้ม และมองสิ่งของในมือที่อีกฝ่ายหอบหิ้วมาให้แก่เขา “กระหม่อมนำสุราชั้นดีมาถวายแก่รัชทายาท โปรดทรงรับไว้ด้วยเถิด”“ไม่เห็นใต้เท้าต้องลำบากเลย งานวันนี้เป็นของใต้เท้าซุน แต่กลับมีคนเอาของมาให้ข

  • ณ อนันต์    อัครเสนาบดี

    “ยังไม่เตรียมตัวอีกหรือขอรับ” แขกที่ซุนเจิงเชื้อเชิญให้นั่งเอ่ยถามด้วยรอยยิ้ม“ประเดี๋ยวค่อยไปเปลี่ยนชุดก็ได้ ชุดของบุรุษมิได้ยุ่งยากอะไร”“รัชทายาทให้ข้ามารับใต้เท้ากับฮูหยินด้วยตนเอง”ซุนเจิงพยักหน้ารับ แม้ว่ารัชทายาทจะกระทำกับเขาเหมือนเด็กน้อยที่เดินเข้าตำหนักบูรพาไม่ถูก“งานวันนี้คงลือไปทั่วเมืองหลวงกระมัง”“ขอรับ ความจริงไม่มีใครคิดด้วยซ้ำไปว่ารัชทายาทจะใช้พระราชอำนาจที่จักรพรรดิมอบให้ก่อนหน้านี้ นำตัวท่านเข้ามาอยู่ในสำนักตรวจสอบ”“คงจะอย่างนั้น แต่มีอำนาจแล้วไม่ใช้ ก็จะมีไปทำไมกัน”“เรื่องนี้มิใช่เรื่องเล็ก อัครเสนาบดีแห่งต้าเว่ยมีเพียงสามคน และท่านกำลังเป็นหนึ่งในนั้น”“ฮะ! อัครเสนาบดี!” คนที่ได้ยินชื่อตำแหน่งของตนทำตาโต เอ่ยถามราชองครักษ์ด้วยความฉงนสนเท่ห์“ขอรับ ตำแหน่งที่รัชทายาทจะแต่งตั้งให้แก่ท่านคืออัครเสนาบดี ทั้งแผ่นดินนี้มีเพียงสามคน คุมทั้งสามสำนัก และดูแลทั้งหกกรม ก่อนหน้านี้ตำแหน่งนี้ร้างราเพราะจักรพรรดิแต่งตั้งให้รัชทายาทเข้ามาควบคุม แต่บัดนี้รัชทายาทกลับแต่งตั้งใต้เท้าขึ้นมาแทน”“ไหนรัชทายาทเอ่ยว่าเอาข้าไปแทนที่ชายชราอย่างไรเล่า”“เกรงว่าที่สำนักตรวจสอบจะไม่มีชายช

  • ณ อนันต์    เรื่องนั้นบางทีก็ต้องพึ่งบุญวาสนา

    ซุนเจิงมองใบหน้าที่ยับยู่ราวกับใคร่ครวญสิ่งที่ยากเหลือหลาย อีกทั้งยังพูดสิ่งใดออกมาไม่ได้ศัพท์ราวกับวิกลจริตพูดกับอากาศธาตุ หรือไม่ก็กำลังสนทนากับเง็กเซียนฮ่องเต้บนสวรรค์ชั้นฟ้า จนท้ายที่สุดชายชราที่เขาเฝ้ารอเอาคำตอบก็พลันลืมตาพร้อมกับเสียงร้องประหนึ่งตกใจนักหนา และหันมายิ้มแฉ่งให้เขา“ใต้เท้าแข็งแรงดีทุกอย่าง ไม่มีสิ่งใดต้องกังวล”“อย่างนั้นหรือ” ซุนเจิงชักมือกลับเมื่อได้ยินคำตอบจากหมอชราที่เขาดั้นด้นมาหา “แล้วเหตุใดฮูหยินข้าจึงไม่ตั้งครรภ์เสียที”“โธ่ ใต้เท้า เรื่องนั้นบางทีก็ต้องพึ่งบุญวาสนา ดูอย่างตระกูลสวีที่อยู่ตรงหัวมุมถนน พวกเขาแต่งงานกันมาเป็นสิบปี ฮูหยินของเขาเพิ่งจะตั้งครรภ์เอาตอนอายุสามสิบ”“แต่ข้าก็รอมานานแล้ว” นานมากเสียด้วย เหตุใดหนอบุญวาสนาที่ว่านั้นจึงไม่บังเกิดแก่เขาเสียที“ใจเย็นก่อนใต้เท้า หากท่านกังวลใจเรื่องนี้ ข้าจะจัดเทียบยาบำรุงให้ดีหรือไม่”“ไม่ต้อง ข้าจะรอบุญวาสนาต่อไปก็แล้วกัน” ซุนเจิงเอ่ยตัดบท ส่งเงินจำนวนหนึ่งให้แก่หมอชรา และกลับออกมาจากบ้านไม้เก่าที่พักอาศัยของหมอผู้นี้เมื่อออกมายืนอยู่ด้านหน้าก็บิดขี้เกียจอย่างคนเกียจคร้าน มองไปรอบกายก็เห็นแต่ผู้คนวิ่ง

  • ณ อนันต์    ไม่ว่ากับใครก็หวงทั้งนั้น

    “ออกมาแค่นี้ต้องพกดาบมาด้วยหรือ” เหอลี่อิงเอ่ยถามบุรุษที่เดินกุมมือของเธอไปตามถนนที่เรียงรายด้วยร้านรวงมากมาย วันนี้ซุนเจิงทำตามสัญญาที่ให้ไว้แก่เธอเมื่อช่วงเช้า เขาจึงมาเดินกุมมือเธอเดินไปตามทาง แต่สิ่งที่แปลกออกไปคือวันนี้เขาเหน็บดาบเล่มยาวไว้ข้างเอวอย่างที่ไม่ใคร่จะทำ หรือว่าออกมาข้างนอกเพียงลำพังสองคนจึงทำให้เขาต้องระแวดระวังถึงเพียงนี้“กันไว้ก่อน คราวที่แล้วฉันโดนลอบทำร้ายไปหนหนึ่ง คราวนี้หากโดนอีก ฉันจะฟันมันให้ขาดเป็นสองท่อนเลยเชียว”“โหดปานนั้นเลยหรือคุณน่ะ”“เธอไม่รู้อะไรเสียแล้วเหอลี่อิง ฉันน่ะเคยทำมากกว่านั้นอีก”เหอลี่อิงมองบุรุษที่วางมาดคุยโวใส่เธอก็ได้แต่โคลงศีรษะ เบ้ปากในความขี้โม้ของอีกฝ่าย แต่ใช่ว่าเธอจะนึกเถียงเขาแต่อย่างใด เพราะเรื่องหน้าที่การงานในส่วนนั้นเธอเองก็ไม่ได้รับรู้เช่นกัน ด้วยทุกอย่างเป็นความลับมาโดยตลอด“ไปโรงเตี๊ยมข้างหน้านี่ไหม ฉันเห็นพวกขุนนางพุงพลุ้ยชอบเข้าไปกันนัก”“ขุนนางพุงพลุ้ยอย่างนั้นหรือ”“ใช่ ยิ่งพุงพลุ้ยเท่าไหร่ นั่นก็หมายความว่าร้านนั้นรสชาติดี”เหอลี่อิงเลิกคิ้วสงสัยในมาตรวัดความอร่อยที่ซุนเจิงหยิบยกขึ้นมาใช้อย่างภาคภูมิใจ แต่ก็ยินยอมเดิ

  • ณ อนันต์    สุนัขลอบกัด เลี้ยงอย่างไรก็ไม่เชื่อง

    “หนทางข้างหน้าของท่านคงสดใสไม่น้อย หากคนที่เป็นปรปักษ์กับท่านเขลาถึงเพียงนี้ มีอย่างที่ไหนเดินมาสาวไส้ของตนให้คนอื่นรู้ หรือเขาคิดว่าข้าไม่รู้ว่าคนที่คิดทำร้ายข้าคือเขา หรือเขาไม่รู้ว่าคนที่ทำร้ายข้าคือคนของ...” ซุนเจิงชะงักไม่ได้เอ่ยสิ่งใดออกมา แต่นั่นกลับกลายเป็นว่าทำให้เว่ยหลางที่หัวเราะชอบใจก่อนหน้าพลันเปลี่ยนสีหน้ามาเป็นนิ่งงัน และทบทวนสิ่งที่ขุนนางคนสนิทเอ่ยขึ้น“สุนัขลอบกัด เลี้ยงอย่างไรก็ไม่เชื่อง”“ระวังให้ดี คนตำหนักนี้เป็นคนของท่านจริงหรือไม่ต้องตรองให้ถี่ถ้วน ใช่ว่าเขาชักจูงคนของท่านได้แล้วหรือ”“ไม่ใช่อย่างแน่นอน ข้าทราบเรื่องมาพักหนึ่งแล้ว เขาพยายามชักจูงคนของข้าจริงอย่างที่ท่านพูดมา แต่ทำไม่ได้ โชคดีที่คนของข้ามิได้อยู่เพราะลาภยศเช่นเดียวกับท่าน พวกเราแค่ต้องการความเปลี่ยนแปลงและความหวังว่าต้าเว่ยจะดีขึ้นกว่านี้เท่านั้น”“เปล่าเลย ข้ามิได้ปรารถนาในสิ่งที่ท่านกล่าวมาแม้แต่น้อย ข้าอยู่ที่นี่ก็เพราะท่าน” ซุนเจิงไม่ได้เอ่ยสิ่งใดที่ชัดเจนไปกว่านี้ คนฟังจะตีความไปว่าอย่างไร เขาเองก็ไม่ได้ใส่ใจ “ข้าช่วยให้เขามีหน้ามีตา ไม่ถูกดูแคลน และหวังให้เป็นกำลังสำคัญให้แก่ท่านในอนาคต แต่

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status