Mag-log inธรณ์พยักหน้าเบา ๆ บอกเสียงเป็นการเป็นงานว่า “ผมฝากป่านดูแลด้วยก็แล้วกัน”
เขาจากไปแล้ว และไม่เคยพูดจาเล่นหัวอะไรกับพนักงานในนี้เลยสักคน สายป่านได้แต่ยืนมองอยู่อย่างนั้นเป็นนาน ค่อยหันหลังกลับไปจัดแจงงานของตัวเอง
เช้าวันนี้อาการของพรรณวษาค่อยดีขึ้น แต่ไอลดากลับมีอาการคลื่นเหียนอาเจียนแทนที่เธอ
“สงสัยเมื่อคืนลองเมนูของพี่ธรณ์จานนั้นแน่ ๆ เลย” ไอลดาบ่นถึงเรื่องที่นั่งกินอะไรกันตรงระเบียงจนดึก ธรณ์หายไปยังห้องครัวกลับมาพร้อมหมึกที่คนงานได้มาสด ๆ จากทะเล แล่เป็นชิ้น จิ้มน้ำจิ้มซีฟู้ดและวาซาบิส่งให้ แล้วไอลดาก็บ้าจี้กินกับเขาไปด้วย
“ท้องเสียไหมด้า” พรรณวษาบ่น พอนึกออกว่าเป็นจานไหน เพราะเธอยังจำหนวดหมึกที่ม้วนพันนิ้วธรณ์ตอนหยิบขึ้นมาโชว์ได้อยู่เลย
“ไม่เสียหรอก เคยแพ้อาหารคราวก่อนก็ไม่ท้องเสียนะพรรณ มีแค่อาเจียนอย่างเดียว”
“พรรณว่าเรากลับกันวันนี้ดีไหม จะได้ไปหาหมอด้วย”
ไอลดาที่ยังอยู่ในห้องน้ำ เปิดน้ำล้างหน้าจนเรียบร้อย ค่อยหันมายิ้มสดใสให้ บอกอย่างฝืน ๆ ว่า “ไม่เป็นอะไรมากหรอกน่า นี่ก็ดีขึ้นแล้ว อยู่อีกวันเหอะนะพรรณ นะ นะ”
พรรณวษาร้องรับในคอสั้น ๆ พยางค์เดียว ก่อนจะพากันออกไปกินมื้อเช้าตอนเกือบ ๆ จะสิบโมง กินข้าวแล้วก็นั่งตากลมที่บาร์ต่อ กลางวันแบบนี้ไม่มีแขกคนไหนออกมานั่งเลยแม้แต่คนเดียว ธรณ์แวะมาหาคุยด้วยตอนพวกเธอนั่งรับประทานอาหาร เขาบอกว่ามีประชุมกับพนักงาน อาจไม่ได้อยู่ดูแลในช่วงเช้า ไม่มีใครรั้งเขาอยู่แล้ว พรรณวษาโล่งใจไม่น้อยที่ไม่ต้องนั่งร่วมโต๊ะกับธรณ์ให้นานไปกว่านั้น
ไอลดาไถหน้าจอไปมาแล้วค่อยวางลง เมื่อแอบเข้าไปส่องดูไอจีของธรณ์ ภาพวิวสวย ๆ พร้อมแฮชแท็ก #Iamalreadytorn บาดใจเธอเหลือเกิน
“พี่ธรณ์ยังลืมด้าไม่ได้เลย ไม่อยากเชื่อเลยเนอะพรรณ”
ได้ยินเพื่อนรำพึงรำพันออกมาแบบนั้น ก็ถอนลมหายใจเบา ๆ ถามตรง ๆ “ลืมไม่ได้แล้วยังไง ด้าจะเลิกกับคุณเอสแล้วกลับไปหาเขาอย่างนั้นหรือ”
ไอลดาลดโทรศัพท์ลง มองเพื่อนอย่างเคือง ๆ บางทีพรรณวษาก็ชอบพูดตรง ๆ แบบนี้เสมอ แต่ไอลดาไม่เคยมองว่าไม่ดี เพราะที่พูดมานั้นจี้ใจดำเธอนัก
“ยังไม่ใช่ตอนนี้หรอก” คนที่พัวพันกับรักสองสามคน บอกแบ่งรับแบ่งสู้
“พรรณไม่ห้ามด้านะ เรื่องแบบนี้ห้ามกันไม่ได้พรรณรู้ ที่พรรณจะทำก็แค่อยากเตือนสติด้า ว่ามันเหมาะสมไหม แล้วแฟนเก่าด้า เขาจะไม่มีใครไปแล้วหรือป่านนี้ ไม่ใช่ว่าทำตัวอกหัก คอยรักจากด้า แต่ที่จริงก็ฟาดผู้หญิงไปทั่ว”
“หูย แรงอะพรรณ” ไอลดาบ่นหน้าม่อยลงเลยคราวนี้ แววตามั่นอกมั่นใจหายวับไปด้วย
“เท่านี้ไม่แรงหรอกด้า พรรณพูดในอีกมุมให้ด้าคิดตามเท่านั้น บอกแล้วไงว่าพรรณจะไม่ห้ามเรื่องส่วนตัวของด้า แค่อยากให้ด้าคิดดูให้ดี ๆ ก่อน”
“พูดขนาดนี้ ไม่ห้ามเลยหรือคะคุณแม่ขา” ไอลดาแกล้งเย้ากลับ
สองสาวเต็มอิ่มกับบรรยากาศแล้ว ค่อยพากันเข้าห้องเพื่อพักผ่อน ไอลดาหลับยาวตั้งแต่บ่าย พรรณวษาเปิดประตูรับธรณ์สองรอบแล้ว แต่ไอลดาก็ยังไม่ตื่น จนเย็นนู่นเลยกว่าไอลดาจะลืมตาขึ้นได้
“สบายดีแน่นะ” ร้องทักเพื่อนเป็นประโยคแรกด้วยน้ำเสียงห่วง ๆ เมื่อเห็นว่าไอลดาขยับตัว ลืมตาขึ้นแล้ว
“แค่ง่วง ๆ น่ะพรรณ สงสัยกินเยอะเกินไป แล้วนี่พี่ธรณ์เลิกประชุมหรือยังไม่รู้เนอะ”
“เดินมาตามตั้งสองรอบแล้ว แต่ด้าหลับลึกมาก เสียงเขาถามที ดังคับห้องจะตาย ดีแล้วที่ด้าไม่สะดุ้งตื่น” พรรณวษาบ่นอย่างไม่พอใจเท่าไรนักกับความไร้มารยาทของธรณ์
“จริงหรือ งั้นเราออกไปเดินเล่นกัน ไม่ต้องรอพี่ธรณ์มาตามหรอก”
พรรณวษาคล้อยตามแล้วพากันออกไปที่หาด ที่ตอนนี้มีคนบางตาลงกว่าเมื่อวานเล็กน้อย ไอลดามองนิ่งที่ทะเลเบื้องหน้า พบว่าวันนี้คลื่นสูงกว่าทุกวัน แล้วก้าวเท้าไว ๆ ไปยืนป้องปากตะโกนเรียกตรงด้านหน้า
“วู้ว พี่ธรณ์คะ”
เลยมองตามสายตาของเพื่อนไปยังทะเล พบธรณ์กำลังเล่นเซิร์ฟบอร์ดโชว์อยู่ เขาไม่ได้สวมเสื้อ มีแต่กางเกงสีดำตัวเดียว เลยได้เห็นแผงอกที่ทั้งขาว ทั้งแน่น เด่นหราดึงสายตาของใครต่อใคร
พรรณวษาเลิกสนใจมอง แล้วเลือกที่นั่งใกล้ ๆ หยิบโทรศัพท์ขึ้นกดดูอะไรในนั้น จึงไม่เห็นว่าธรณ์หยุดเล่นและเดินขึ้นมาถึงตรงที่พวกเธออยู่กันแล้ว ไอลดายิ้มร่า ยืนรอจนอีกฝ่ายเดินเข้ามาสมทบก็ว่ายิ้ม ๆ
“กล้ามแน่นกว่าเดิมอีกนะคะเนี่ย ไม่รู้จะอ่อยกันไปถึงไหน เดี๋ยวกลับไปนี่นะ ด้าจะหย่ากับสามีเสียเลยให้รู้แล้วรู้รอดไปเลย”
พรรณวษาอดไม่ไหว ต้องเงยหน้าจากโทรศัพท์ขึ้นมองคนทั้งคู่ ถึงได้เห็นสายตาของธรณ์หมองหม่นลง พร้อมเสียงเอ่ยแบบซึม ๆ
“ด้าพูดอะไรไม่นึกถึงใจพี่เลย”
ธรณ์บ่นจบ โยนบอร์ดเก็บเข้าที่ของมัน ไอลดายิ้มค้าง ถามพร้อมออกอาการงงงันเล็กน้อย
“อ้าว ด้าพูดอะไรผิดหรือคะ”
“เราพูดเล่น แต่ถ้าพี่เอาจริงขึ้นมา จะทำยังไง”
“ด้าก็เลิกจริง”
“พี่จะไม่โดนสามีด้ายิงแสกหัวใช่ไหม”
“ใครควรจะกลัวใครกันแน่ แชมป์ยิงปืนน่ะ ไม่ใช่ยืนอยู่ตรงหน้าด้านี่หรอกหรือยังไงคะ”
“อวยเก่งนะเรา”
พรรณวษาส่ายหน้าเบา ๆ เอือมและเอียน เลิกสนใจชายหญิงตรงหน้า ตามองแต่จอโทรศัพท์อย่างเดิม หยอดกันไปมาแบบนี้ ประเดี๋ยวก็ได้เรื่องจนได้ แล้วถึงได้ยินเสียงเรียกของคนที่ตามหลังมาจากทะเล
“สวัสดีครับด้า”
ธรณ์พยักหน้าให้เพื่อนที่แวะมาเล่นเซิร์ฟด้วยกัน ทั้งสามพอคุ้นเคยกันมาก่อน เพราะเมื่อเห็นไอลดาอยู่ที่นั่นด้วย อีกฝ่ายก็มองธรณ์ด้วยสายตาอย่างที่รู้อะไร ๆ กันเป็นอย่างดี
“สวัสดีค่ะพี่แจ็ค”
ไอลดาทักเพื่อนสนิทของธรณ์ด้วยรอยยิ้มสดใสน่ารัก
“นี่ใช่ถ่านไฟเก่ายังร้อน รอวันรื้อฟื้นหรือเปล่าครับ ว่ายังไงคุณธรณ์ อย่างนี้ก็ไม่ ‘ออลเลดี้’ ทอน แล้วดิวะ” แจ็คถามยิ้ม ๆ ธรณ์รีบแก้ต่างให้หญิงสาวอดีตคนรัก
“ใช่ที่ไหน ด้าเขาแวะมาเที่ยวกับเพื่อนเขา”
“อ้อ อย่างนั้นหรอกหรือ แล้วข่าวที่เขาลือกันก็คงไม่จริง เอ๊ะ! หรือว่าจริง”
ธรณ์รู้ว่าเพื่อนปากมากกำลังจะพล่ามเรื่องอะไร ข่าวของไอลดากับหัสดินทร์ลือกันหนาหูมาก เขาเองก็ยังได้ยินข่าวนั้น เลยตบไหล่เพื่อนแรง ๆ อย่างต้องการเตือนให้ระวังปากเอาไว้ คนถูกเตือนเอียงหน้าคุยอีกที
“อย่างนั้นผมเชียร์คุณนะธรณ์ คนเพื่อนจะได้ว่าง”
คนพูดชำเลืองตาไปทางคนที่นั่งเงียบ ไม่ได้เข้าร่วมสนทนาด้วย ธรณ์มองตามสายตาแจ็ค ก็พูดเสียงลอดไรฟันกับเพื่อน
“น้ำแข็งขนาดนั้น ใครจะกะเทาะเปลือกออกได้”
“คุณธรณ์ นี่มึงพูดกั๊กหรือเปล่าครับ”
“กูจะทำแบบนั้นเพื่อ?”
“ก็เพื่อที่มึงจะได้เอาไว้เองไงวะทั้งสองคน” แจ็คชูนิ้วขึ้นสองนิ้วประกอบคำตอบของตัวเอง ธรณ์ส่ายหัวเบา ๆ กับความคิดของเพื่อน กระนั้นก็นิ่งไป ไม่ได้ปฏิเสธ แล้วผลักไหล่แจ็ค ไล่สำทับ
“กลับได้แล้ว เมียมึงมาตามแล้วนู่น”
แจ็คหุบยิ้มฉับลงแทบทันที เมื่อหันไปเห็นแฟนสาวยืนกอดอกมองมา “เออ งั้นกูกลับก่อน ไหนมึงบอกว่ารีสอร์ตจะเจ๊ง”
“ช่วงนี้ทัวร์ลงพอดี เลยไม่ว่าง มึงพักที่โรงแรมพี่ย้อยน่ะดีแล้ว พรุ่งนี้เช้าก่อนกลับแวะมาเอาของฝากให้แม่กับป้ามึงด้วย กูซื้อจากคนบนเกาะไว้ให้แล้ว อย่าลืมล่ะ”
ธรณ์ไม่ลืมย้ำเพื่อน เวลาไปไหนธรณ์จะต้องหอบของไปฝากผู้ใหญ่เสมอ ทั้งรู้จักพูดรู้จักอ้อน จนแม่และป้าของแจ็คหลงธรณ์ เอ็นดูธรณ์กันแทบทั้งนั้น ชมไม่ขาดปากว่าอัธยาศัยดี มีน้ำใจ เข้ากับผู้ใหญ่เก่ง
ตั้งแต่แต่งงานกันจนวันนี้ พรรณวษายังไม่วี่แววจะมีลูกให้เขาได้ชื่นชมเลย ธรณ์พยายามจะไม่เร่ง แต่ก็อดคาดหวังอยู่ในใจลึก ๆ ไม่ได้ พรรณวษาไม่ได้คุมกำเนิด ร่างกายตรวจเช็กดูแล้ว แพทย์บอกว่าแข็งแรงดีทั้งสองคน แต่หากยังไม่ถึงเวลาลูกก็ยังไม่มาก็เท่านั้น เรื่องนี้ทั้งเธอและเขาคอยปลอบใจกันมาตลอด “ไม่รีบครับ จะรีบไปทำไมล่ะเนอะ” บอกแล้วก็เหมือนกับจะปลอบใจตัวเอง ยี่สิบสองเดือนแล้วที่เขากับพรรณวษาแต่งงาน ใช้ชีวิตด้วยกันมา ขยันทุกวัน แต่กระนั้นก็ยังไม่ติดลูกสักที ย่อตัวลงไปลูบเจ้าเหมียวตัวหนึ่งที่เข้ามาคลอเคลียขาแบบอ้อน ๆ “เลี้ยงสาว ๆ พวกนี้แทนก็ดีเหมือนกัน” “คุณอยากมีลูกมากขนาดนั้นเลยหรือคะ” “อยากสิ อยากมาก ๆ เลยล่ะ ผมพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อคุณ แล้วถ้ามีลูก ผมก็พร้อมจะทำทุกอย่างให้ลูก ๆ ของผม” ธรณ์ยอมรับตามตรง “แต่ถ้ายังไม่มา หรือคุณยังไม่พร้อม ผมก็ยอมรับได้ทั้งนั้น” ยิ้มบาง ๆ เดินไปหยิบแท่งตรวจครรภ์ที่แสดงผลเรียบร้อยส่งให้เขา ธรณ์รับมาดูอย่างงง ๆ ในทีแรก พอรู้แล้วว่าเป็นผลตรวจครรภ์ ก็โห่ร้
เธอร้องอย่างตกใจ ตาปิดลง ใบหน้าแดงจัด ขนกายลุกชันไปทั้งร่าง สะโพกบิดส่ายไปมากับสัมผัสแปลกใหม่ที่ไม่เคยได้รับมาก่อนเลยในชีวิตของหญิงสาว และเพราะมัวแต่ปิดการรับรู้อยู่นั่นเอง จึงไม่ทันเห็นว่าธรณ์ผละออกจากเธอแล้ว เขาถอดเสื้อของเขาออกบ้าง ตามด้วยกางเกงอย่างไม่รีบร้อนเท่ากับตอนถอดชุดของเธอ “เรามีเวลาอีกทั้งคืน แล้วก็อีกหลายวันเลยทูนหัว” เขาบอกเสียงพร่า ก่อนจะตามลงมาจูบที่ริมฝีปากของเธออีกครั้ง พรรณวษาถึงได้ลิ้มรสชาติของตัวเองผ่านลิ้นร้อนของเขา ตอนนั้นเองที่ท่อนกายแข็งขึงเบียดบดอยู่กับหน้าท้องของเธอธรณ์ใช้ขาของเขาดันขาของเธอให้แยกออกช้า ๆ พร้อมกับแตะต้องเนื้อส่วนที่บอบบางที่สุดตรงแกนกายด้วยท่อนเนื้อแข็งและร้อนของเขา มือที่ร้อนพอ ๆ กับส่วนนั้น โลมลูบปลุกเร้าไปกับทุกจุด ผ่านจุดไหนก็ปลุกสัมผัสให้เสียดซ่านตรงจุดนั้น รู้สึกได้ถึงความเปียกชื้นที่ซึมออกมาทีละนิดจนต้องเปล่งเสียงร้องเรียกเขา “ธรณ์คะ” เธอมองเขาด้วยสายตาอ้อนวอนไม่รู้ตัว ธรณ์ไม่ตอบรับด้วยเสียง เขาก้มลงจูบปากเธอพร้อมกับสอดท่อ
ตอบสั้น ๆ แต่เต็มไปด้วยความสุขว่า “ค่ะ” “ผมถามได้ไหม” พยักหน้าให้เขาว่ามา “ทำไมคุณถึง…” ธรณ์พูดมาถึงตอนนี้ก็อึกอักหน่อยหนึ่ง “...ยอมใจอ่อนตอบตกลงแต่งงานกับผมแล้วล่ะ” “ก็คุณเล่นพาฉันไปงานถี่ จนอยากแต่งเลยน่ะสิคะ” “เอาดี ๆ น่า” ธรณ์เร่งเร้า ไม่อยากเชื่อว่านั่นจะเป็นเหตุผลที่แท้จริงของเธอ “นี่ไงคะ” ชูให้เขาดูของชำร่วยในมือ ‘เวลามีแต่จะสั้นลงทุกวัน’ ‘เรามีเวลาไม่มาก ไม่รู้ว่าพรุ่งนี้จะเป็นอย่างไร’ “แล้วก็นี่ค่ะ ‘อยากทำอะไรก็ให้ทำ ก่อนที่วันพรุ่งนี้จะมาไม่ถึง’ ” “เลยรีบแต่งงานกับผมน่ะหรือ” “ฉันอยากใช้เวลาที่เหลือให้คุ้มค่าที่สุดกับคนที่ฉันรักต่างหากล่ะคะ” บอกเขาออกไปแล้วก็เงียบไป ธรณ์เป่าลมออกจากปาก ถามเสียงลอย ๆ“นี่เรื่องจริงใช่ไหมเนี่ย” “ไม่ใช่หรอกค่ะ คุณกำลังฝันอยู่ต่างหาก” ธรณ์ไม่ยอมถูกอำคนเดียวแน่ “ฝันใช่ไหม อย่างนั้นผมจะได้ทำแบบนี้” แล้วรวบมือเธอไว้ ยื่นหน้าเข้ามา จะปล้นจูบเธอให้ไ
“ไม่เชื่อ” พยักหน้าด้วยความอายว่าใช่ เขาคือจูบแรกของเธอ เลยได้ยินเสียงธรณ์ร้องเยสดังลั่นห้อง หมั่นไส้เลยไล่เขาโดยไม่มองหน้า “กลับห้องได้แล้วค่ะ” “อะไรล่ะ ไล่ผมทำไม” “อยู่แล้วชอบทำแบบนี้ ไม่ให้อยู่” “ผมแค่สอนคุณจูบนิดเดียวเอง ไม่ทำอะไรมากกว่านี้หรอก สัญญาเลย” เลยหน้าตูมไม่พูดอะไรอีก ธรณ์เลยลุกขึ้นยืนยอมแต่โดยดี “โอเคครับ กลับก็ได้” ที่ยอมออกมา เพราะธรณ์เองก็แทบคุมตัวเองไม่อยู่แล้วเช่นกัน ถ้ายังไปวนไปเวียนอยู่ใกล้พรรณวษาแบบนี้ต่อ อาจมือไม้ไว แล้วก็อาจทำมากกว่านี้ก็ได้ ออกจากห้องพักของพรรณวษา ธรณ์ลงไปยังลานจอด พารถขับมุ่งหน้าไปยังจุดหมายที่เป็นจุดนัดพบของพี่ ๆ และน้องชายร่วมสายเลือด ลงรถได้เดินหน้าตึงไปนั่งทอดอารมณ์คนเดียวข้างสระว่ายน้ำในรั้วบ้าน เสียงพี่ชายคนโตถามแหวกเสียงเพลงมาที่เขา “กลับมาเมื่อไร” “สองวันแล้วครับ” “ยังคบกันอยู่อีกหรือวะ” “ทำไมถามแบบนั้นล่ะครับ” “ก
“พี่ธรณ์รอจนเหี่ยวแน่งานนี้”ธรณ์มองแล้วนึกเคือง แต่ไม่ได้พูดอะไร หัสดินทร์ยกมือขอตัวรับสาย ทั้งสามคนเลยหันมาคุยกันต่อ โดยไอลดาเป็นคนเปิดเรื่องขึ้นว่า “ดีแล้วพรรณ แต่งไปก็จะเป็นแบบด้า อยู่แบบนี้ดีแล้ว” “อย่ายุแยงเพื่อนแบบนั้นสิ คู่แต่งงานเขาจะเป็นเหมือนเรากันหมดเลยหรือไง เดี๋ยวเขาก็กลัว ยืดเวลาออกไปอีก พี่จะทำยังไงล่ะ” “พี่ธรณ์ไม่เก่งเองนี่นา ช่วยไม่ได้” “เราเก่งตายละ ยัยคนท้อง” “ว่าด้าหรือ นี่แน่ะ ๆ” ไอลดาหยิบทิชชูตีแขนธรณ์ ธรณ์ทำเป็นร้องโวยวาย ชี้มือไปอีกทาง บอก “นู่น ๆ สามีแวะคุยกับสาวอีกแล้ว” ไอลดาหันไปมองทันที แล้วค่อยกลับมาคุยด้วย ตอนที่เธอเอ่ยถาม “ปกติดีใช่ไหม ด้ากับคุณเอสน่ะ” “อือ ก็ดีกันบ้าง ทะเลาะกันบ้าง” ไอลดาเงียบไปเดี๋ยวเดียวก็พเยิดหน้าไปทางหัสดินทร์ บอกอย่างฉุน ๆ “นั่นน่ะ เพื่อนในกลุ่มฮี แล้วก็เป็นเพื่อนนอนฮีด้วย” พรรณวษามองตามก็ได้แค่ถอนใจ “แต่ทำไงได้ล่ะ ด้ารักเขานี่ หลัง ๆ เลยทำเป็นเอาหูไปนาเอาตาไร่แล้ว บอกให้เขาไปปรามนังพวกนั้นว่าห้ามมากวนประ
“คบยังไม่ถึงปีเลยก็จะแต่งกันแล้วหรือวะ” ธรณ์ถามเสียงดัง พรรณวษาช้อนตาขึ้นมองเขา เห็นธรณ์ทำทีเป็นยุ่งกับงานเอกสารตรงหน้าเขา ก็ค่อยลดสายตาลงที่งานตรงหน้าอย่างเดิม “ไม่ไปได้ไง เพื่อนรักกูแต่งงานทั้งที กระชั้นไปนะ กูเตรียมตัวไม่ทัน ได้ ไว้เจอกัน” เขาวางสายแล้วก็ทำเงียบ ไม่คุยอะไรกับเธอ ตั้งแต่เมื่อคืนถึงตอนนี้ธรณ์ก็ยังไม่คุยอะไรกับเธอเลย ที่แท้เพราะรอจังหวะอยู่นั่นเอง พอมีเหตุให้ชวนคุย ธรณ์ก็ค่อยเอ่ยว่า “อาทิตย์หน้านี้ผมจะเข้ากรุงเทพฯ” ขีดสัญลักษณ์บนกระดาษแล้วค่อยพยักหน้าตอบรับเขา “ค่ะ” ค่อยก้มหน้าทำงานต่อ “ไปด้วยกันไหมครับ” “ไปทำไมคะ” “ก็...” คนชวนทำอึกอัก ก่อนจะนึกเหตุผลได้ว่า “ก็ไปดูแบบผ้าม่านกันไง เห็นคุณบ่นว่าอยากเปลี่ยนใหม่ไม่ใช่หรือ” “คุณให้ร้านมาดูแล้วนี่คะ” “ไปงานแต่งเป็นเพื่อนผมหน่อยสิ คนอื่นเขาพาแฟนไปกันทั้งนั้นเลย” “เพื่อนคุณ แก๊งไฮโซนั่นน่ะหรือ” “ใช่ที่ไหน เพื่อนผมก็คนธรรมดาทั้งนั้น มีหมดแหละ ท


![พิศวาสรักลูกหนี้ [ซีรีส์ พิศวาสรัก 1/4]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)




