FAZER LOGIN“ทำไมพรรณรู้”
“ได้ยินน้องที่ทำงานคุยกัน”
“อยากร้องไห้นะพรรณ แต่ด้าร้องไม่ออก” ไอลดานั่งเอนหลังพิงพนักอย่างคนหมดแรง เอ่ยเสียงสั่นเล็กน้อย
“มีเหล้าแรง ๆ ไหมพรรณ เบียร์ก็ได้”
พรรณวษาลุกไปเปิดตู้เย็นที่มีทุกอย่างแช่อยู่ในนั้น รวมถึงเครื่องดื่มมึนเมาที่มีแช่ไว้ด้วย นานครั้งที่นึกเบื่อก็จะหยิบมาดื่มสักที ส่งให้ไอลดา
คนมาเยือนรับมา แล้วก็ดื่มพรวดทีเดียวครึ่งขวด นิ่งไปเป็นนาที แล้วถึงได้พูดระบายความอึดอัดไม่สบายใจออกมาเสียยาวเหยียด “พรรณรู้ไหมว่าคุณเอสเขานอนกับเลขาของเขาที่ชื่อนังณีอะไรนั่น ยัง พรรณอย่าเพิ่งพูด อย่าเพิ่งเข้าข้างเขา”
ไอลดายกนิ้วชี้ขึ้นมานิ้วเดียว ส่งสัญญาณให้เธอหยุดก่อน เพราะอารมณ์ของตัวเองกำลังขึ้น “ก่อนหน้านั้น เขาก็นอนกับคนอื่น ๆ มาแล้ว รู้ได้ยังไงใช่ไหม ด้าจ้างนักสืบไง แล้วแม่พวกนั้นก็พร้อมจะแสดงตัวอยู่ตลอด เวลาเจอหน้าด้า ว่าได้งาบคุณเอสแล้ว มีนังคนหนึ่ง ลับหลังคุณเอส มันบอกให้ด้าไปตรวจเลือดด้วยนะ เกลียด! ด้าเกลียด แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงดีอะพรรณ ด้าคิดไม่ออก”
พรรณวษาถอนหายใจเบา ๆ นึกห่วงเพื่อนขึ้นกว่าเมื่อแรกที่เห็นรถของเพื่อนจอดที่หน้าบ้านเสียอีก
“แม่ล่ะ ได้เล่าให้แกฟังบ้างไหมเรื่องนี้”
“เล่าแล้ว” ไอลดาเสียงฉุนเล็กน้อย คล้ายกับแม่ของตัวเองก็ยังไม่เข้าพวกกับตน “แม่บอกให้ทนเอา แกว่าผู้ชายมันก็ต้องมีบ้างเรื่องแบบนี้ แต่คือก่อนแต่งคุณเอสไม่ใช่แบบนี้เลยไง พรรณก็เห็นใช่ไหม จำได้ใช่ไหม”
พรรณวษาได้แต่พยักหน้าคล้อยตาม ไม่อยากออกความเห็นกับเรื่องนี้ เพราะเธอยังไม่มีข้อมูลมากพอจะวิจารณ์ใครได้เต็มปากขนาดนั้น ได้แต่ถามออกไปให้อีกฝ่ายพูดสิ่งที่อัดอั้นออกมาให้หมด จะได้สบายใจขึ้น
“แล้วด้าจะเอายังไง”
“อยากหย่า ด้าไม่อยากทนแบบนี้อีกแล้วพรรณ”
ได้ยินการตัดสินใจของเพื่อน พรรณวษาเริ่มขยับตัวนั่งใหม่ คิดว่าเรื่องไม่ใหญ่ไม่โต ตอนนี้ทำท่าจะลุกลามมากกว่าที่คิดแต่แรกเสียแล้ว
“ใจเย็น ๆ ก่อน อย่าเพิ่งคิดไปถึงขั้นนั้น ด้านึกถึงวันที่รักกันมาก ๆ ไว้ก่อนสิ พรรณว่าด้าลองเปิดอกคุยกับคุณเอสไปเลยตรง ๆ ดีไหม แบบคุยกันจริงจังเลย ให้เขาพูดออกมาว่าความจริงเป็นยังไง แล้วลองหาทางปรับดู ว่าเขาจะทำยังไง แก้ปัญหาเรื่องแบบนี้ยังไง บางทีเขาอาจไม่ได้ทำแบบนั้นจริง ๆ ก็ได้ หรือถ้าเป็นเรื่องจริง ก็บอกเขาว่าด้าทนเรื่องนี้ไม่ได้ เขาอดทนเพื่อด้าได้ไหม เลิกพฤติกรรมนอกลู่นอกทางเพื่อด้าได้หรือเปล่า”
ไอลดาลดสายตาลงมองจานเปล่า ซากกระป๋องน้ำอัดลมตรงหน้า ถามเสียงเลื่อนลอย “ถ้าเขาบอกว่าไม่ได้ล่ะพรรณ”
พรรณวษาทอดเสียงปลอบอย่างอ่อนโอนให้รู้ว่าเธออยู่ขางเพื่อนเสมอ “ด้าอย่าเพิ่งคิดไปก่อน เชื่อพรรณสิ”
ไอลดาเหม่อลอยเป็นครู่ แล้วหันมองเธอด้วยสายตาตรอมตรม ทุกข์ใจอย่างที่ซุกซ่อนไม่มิด เอื้อมจับมือเธอไว้อย่างคนต้องการที่พึ่ง
“ไม่มีใครหวังดีกับด้าแบบพรรณอีกแล้ว”
“ก็เราเป็นเพื่อนกันนี่ ไม่ดีกับเพื่อนจะให้ไปดีกับใคร”
ไอลดากะพริบตาปริบ ๆ แล้วใช้ลูกอ้อนกับเธอ
“งั้น... คืนนี้ขอนอนด้วยนะ”
พรรณวษายิ้มอย่างยินดี บอกว่าได้อยู่แล้ว ค่อยลุกไปหาชุดมาให้เพื่อนใส่นอน ไอลดาอาบน้ำ นอนหลับไปไล่ ๆ กันกับเธอ นึกแปลกใจที่เพื่อนหลับอย่างง่ายดาย ทีแรกคิดว่าจะนอนคุยกันทั้งคืนแล้วเสียอีก เครียดแต่ก็นอนหลับอยู่นี่นา อดยิ้มแล้วขยับผ้าห่มคลุมให้อีกฝ่ายไม่ได้ ก่อนปิดตาลงนอน หลับตามหลังไปติด ๆ
“อยากไปเที่ยว”
เสียงไอลดาดังออกมาก่อนตัวในตอนสาย หลังตื่นนอนแล้วก็ลุกมาหาเจ้าของบ้าน ที่กำลังยืนใช้ช้อนคนแก้วกาแฟหอมกรุ่นอยู่ในครัว
“ที่ไหน” ถามเพื่อนออกไปสั้น ๆ ชูแก้วว่าเอาไหม เห็นอีกฝ่ายพยักหน้าตอบว่าเอาด้วย ค่อยเดินไปเปิดตู้เก็บของ หยิบแก้วมารินกาแฟส่งให้
“ใกล้ ๆ นี่ดีไหมพรรณ พรรณได้หยุดกี่วันนะ”
“ห้าวัน” พรรณวษาเลือกตอบคำถามหลังก่อน แล้วมองหน้าเพื่อนอึดใจหนึ่ง นึกทบทวนว่าตนมีธุระที่ไหนหรือไม่ในห้าวันหยุดยาวแบบนี้ ได้คำตอบว่าไม่มี จึงบอกสั้น ๆ ว่า “ไปสิ”
ไอลดายิ้มออก กระนั้นแววตาก็พอมองเห็นร่องรอยไม่สบายใจข้างในนั้นอยู่ แล้วถึงได้เข้าห้องแพ็กกระเป๋า จับโยนขึ้นรถคันหรูของไอลดา ที่เธอแทบไม่ค่อยได้ขึ้นนั่งบนนั้นเท่าไรนัก มุ่งหน้าสู่จังหวัดติดทะเลใกล้ ๆ อย่างที่ไอลดาปรารถนาในเวลาต่อมา
“ไหนว่าไปใกล้ ๆ นี่ไง”
พรรณวษาถามด้วยเสียงงุนงงนิด ๆ เมื่อเห็นว่าเพื่อนเบนรถไปอีกทางที่ป้ายชี้บอก แทนที่จะเป็นจังหวัดชายทะเลติดกรุงเทพฯ อย่างที่ว่าในคราแรก
“อยากไปไกล ๆ แล้วอะ พรรณดูรถเข้าพัทยาดิ ติดยาวขนาดนี้ เราไปทะเลแถบจันทบุรีไม่ก็ตราดดีกว่า เงียบดี สงบด้วย”
มองเพื่อนด้วยสายตาเอือม ๆ อดบ่นไม่ได้
“ตลอดเลยด้าน่ะ เปลี่ยนแผนตลอด”
จังหวัดที่ไอลดาเลือกขับรถมาเรื่อย ๆ มีเกาะที่ต้องนั่งเรือเฟอร์รีข้ามฟากไป เจ้าตัวจึงเหยียบคันเร่งมาตลอดทาง จนทำเวลาทันในที่สุด พ่นลมหายใจหันมายิ้มใส่ตาเธอ
“ทันเรือข้ามฟากเที่ยวสุดท้ายพอดีเลยพรรณ”
พรรณวษาไม่ได้เอ่ยอะไร สองสาวพารถขึ้นเรือเฟอร์รีข้ามไปยังเกาะที่เป็นจุดหมาย พารถขับออกจากท่าเรือจนไปถึงเกือบท้ายเกาะ ก็จอดแล้วมองเข้าไปที่ด้านในของรีสอร์ต หันมาหาเธอ คล้ายถามไปอย่างนั้นเอง
“เราพักที่นี่กันไหมพรรณ”
พรรณวษายังไม่ทันเอ่ยอะไร เพื่อนพารถเข้าไปจอดด้านในนั้นแล้ว รอจนอีกฝ่ายดับเครื่องยนต์ ก็ค่อยเก็บซากขยะลงไปทิ้งที่ถังใกล้ ๆ นั้น ขณะรวบรวมเก็บจนหมดแล้ว พบว่าไอลดายืนมองนิ่งไปทางด้านหลังของรีสอร์ต เลยตามลงมายืนบ้าง แล้วถามด้วยความสงสัย
“มีอะไรหรือด้า”
ไอลดายิ้มอย่างดีใจปนตื่นเต้น ก่อนจะสาวเท้าออกเดินเร็ว ๆ ไปยังจุดที่สายตาทอดมองค้างเป็นนาทีเมื่อครู่นี้ โดยไม่ได้ตอบคำถามของเธอ ว่ามัวมองอะไรอยู่เป็นนาน
พรรณวษาจึงต้องออกเดินตามเพื่อนไป ปากก็ร้องถามอีกฝ่ายว่า “ด้าจะไปไหน”
“ด้าว่า ด้าเจอคนรู้จักแหละ”
พรรรณวษาสาวเท้าตามจนทัน ถามสั้น ๆ กลับไปว่า “ใคร”
“พี่ธรณ์” ไอลดาตอบโดยไม่หันมองที่เธอเลยสักนิด
พรรณวษาชะลอฝีเท้าลง ตามองตามหลังเพื่อน ที่กำลังเดินตรงไปยังทางที่เป็นตรอกเล็ก ๆ ตามไฟเอาไว้แค่พอให้มันไม่มืดเพียงเท่านั้น
เจ้าตัวมั่นใจได้อย่างไร ว่าที่เห็นเพียงไกล ๆ จะใช่ธรณ์ อัศวหาญญ์วรกุล อดีตคนรักที่เลิกรากันไปเมื่อสี่ปีก่อน
ธรณ์เดินตามช่างเทคนิคของรีสอร์ตเข้าไปดูรายการซ่อมด้านในด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอยู่ไม่น้อย รายการซ่อมของที่นี่เยอะมากจริง ๆ และหากเป็นเวลางานหรืออยู่กับบุคคลที่ไม่ใช่สมาชิกในครอบครัว ธรณ์จะมีสีหน้าจริงจังแบบนี้เสมอ
ธรณ์เดินตามช่างเทคนิคของรีสอร์ตเข้าไปดูรายการซ่อมด้านในด้วยสีหน้าเคร่งเครียดอยู่ไม่น้อย รายการซ่อมของที่นี่เยอะมากจริง ๆ และหากเป็นเวลางานหรืออยู่กับบุคคลที่ไม่ใช่สมาชิกในครอบครัว ธรณ์จะมีสีหน้าจริงจังแบบนี้เสมอยิ่งเมื่อช่างที่มีเพียงคนเดียวในรีสอร์ตแจ้งรายการซ่อมให้ดูยาวเป็นหางว่าว ก็ยิ่งเครียดหนัก ดูท่าคงต้องลงทุนอีกมากกับรีสอร์ตแห่งนี้จนออกจากห้องช่างมาได้ ถึงแว่วเสียงเรียกชื่อของเขาเอง ดังแหวกอากาศเข้ามากระทบหู เสียงนั้นทำเอาธรณ์ชะงักงันไปเป็นครู่ ก่อนจะหันกลับไปมองยังต้นตอของเสียงช้า ๆ เกือบครึ่งนาที ถึงได้ผุดรอยยิ้มให้อีกฝ่าย “โลกกลมจังเลยนะคะพี่ธรณ์” ไอลดาทักเสียงสดใส เมื่อพบอดีตคนรักในที่ที่คาดไม่ถึงเช่นนี้ ธรณ์ยิ้มสุภาพ มองหญิงสาวตรงหน้าด้วยสายตาที่แฝงแววคิดถึงอยู่ไม่น้อย ตั้งแต่เลิกกันไป เขาทำตัวเหมือนไอ้งั่ง ตามง้อเธอ ตามไปเฝ้าเธออยู่เป็นปี ๆ ยอมทิ้งศักดิ์ศรี ยอมลดอีโก้ที่เคยมีลง ขอเพียงให้ได้เธอกลับคืนมา ขนาดวันที่เธอแต่งงาน เขาก็ยังบากหน้าไปร่วมงานด้วยเลย และเมื่อเห็นว่าเธอยิ้มอย่างมีความสุขข้างผู้ชายที่เธอเลือกแล้ว ธรณ์ก็ทำได้เพียงแค่ถอย
“ทำไมพรรณรู้” “ได้ยินน้องที่ทำงานคุยกัน” “อยากร้องไห้นะพรรณ แต่ด้าร้องไม่ออก” ไอลดานั่งเอนหลังพิงพนักอย่างคนหมดแรง เอ่ยเสียงสั่นเล็กน้อย“มีเหล้าแรง ๆ ไหมพรรณ เบียร์ก็ได้”พรรณวษาลุกไปเปิดตู้เย็นที่มีทุกอย่างแช่อยู่ในนั้น รวมถึงเครื่องดื่มมึนเมาที่มีแช่ไว้ด้วย นานครั้งที่นึกเบื่อก็จะหยิบมาดื่มสักที ส่งให้ไอลดาคนมาเยือนรับมา แล้วก็ดื่มพรวดทีเดียวครึ่งขวด นิ่งไปเป็นนาที แล้วถึงได้พูดระบายความอึดอัดไม่สบายใจออกมาเสียยาวเหยียด “พรรณรู้ไหมว่าคุณเอสเขานอนกับเลขาของเขาที่ชื่อนังณีอะไรนั่น ยัง พรรณอย่าเพิ่งพูด อย่าเพิ่งเข้าข้างเขา”ไอลดายกนิ้วชี้ขึ้นมานิ้วเดียว ส่งสัญญาณให้เธอหยุดก่อน เพราะอารมณ์ของตัวเองกำลังขึ้น “ก่อนหน้านั้น เขาก็นอนกับคนอื่น ๆ มาแล้ว รู้ได้ยังไงใช่ไหม ด้าจ้างนักสืบไง แล้วแม่พวกนั้นก็พร้อมจะแสดงตัวอยู่ตลอด เวลาเจอหน้าด้า ว่าได้งาบคุณเอสแล้ว มีนังคนหนึ่ง ลับหลังคุณเอส มันบอกให้ด้าไปตรวจเลือดด้วยนะ เกลียด! ด้าเกลียด แต่ก็ไม่รู้จะทำยังไงดีอะพรรณ ด้าคิดไม่ออก”พรรณวษาถอนหายใจเบา ๆ นึกห่วงเพื่อนขึ้นกว่าเมื่อแรกที่เห็นรถของเพื่อนจอดที่หน้าบ้านเส
ร้านอาหารของป้าหนุ่นไม่ใช่ร้านใหญ่ ตั้งอยู่ในเขตบ้านของแกเอง ที่มีพื้นที่ค่อนข้างเยอะที่กันไว้เป็นสวนผักและสวนผลไม้ บริเวณร้านสร้างเป็นอาคารสองชั้นรองรับลูกค้า รอบบ้านเป็นต้นไม้ใหญ่จำพวกก้ามปู หางนกยูง พะยอม ตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้ขนาดเล็กอีกหลากสายพันธุ์ ให้ความร่มรื่น สบายตาอยู่ไม่น้อยที่นี่ไม่ไกลจากออฟฟิศเท่าไรนัก พรรณวษานั่งรถมาพร้อมเอื้อมพร ส่วนคนอื่น ๆ มีรถเป็นของตัวเอง ไม่ก็เกาะติดกันมาเป็นกลุ่มก้อน เสียงคุยจอแจครึกครื้นทีเดียว ภายในร้านมีโต๊ะของพวกเธอเป็นกลุ่มใหญ่สุด เจ้าของร้านคือป้าหนุ่นเอง สนิทสนมกับกลุ่มของพวกเธอไม่น้อย ท่านเห็นว่ายกกลุ่มกันมา จึงแยกที่นั่งให้ตรงมุมสวน บรรยากาศตรงนั้นดีทีเดียว ค่อนข้างส่วนตัว มีโทรทัศน์ให้รับชมรายการหรือละครตามแต่จะเลือกดู ที่สำคัญไม่รบกวนแขกโต๊ะอื่นอีกด้วยสั่งอาหารกันไปแล้ว สาวรุ่นน้องสามสี่คนข้าง ๆ พรรณวษาตามองข่าวในโทรทัศน์อยู่ครู่หนึ่ง ก็ก้มหน้าลงคุยกันด้วยเสียงที่ไม่เบาเท่าไรนัก“ดูข่าวนี้แล้วฉันกลัวเลยอะ ลุงข้างบ้านก็เคยถูกหลอกแบบนี้เหมือนกัน”“หลอกยังไงหรือ แล้วทำไมถึงได้ยอมขนเงินไปให้เขาแบบนั้นอะ ฉันไม่เข้าใจ”“เท่าที่ฟังมานะ เห็นว
พรรณวษากดอ่านข้อความที่มีการแจ้งเตือนเข้ามา ก่อนตอบกลับไปสั้น ๆ แล้วคว่ำโทรศัพท์ลงบนโต๊ะอย่างเดิม เมื่อผู้จัดการแผนกเดินเข้ามาพร้อมแก้วกาแฟในมือ หญิงสาววัยเฉียดห้าสิบเจ้าของชื่อเอื้อมพรหยิบช้อนกาแฟออกมาเคาะแก้วในมือเสียงดังติดกันสี่ห้าครั้งเห็นจะได้ พร้อมแจ้งให้พนักงานสิบกว่าชีวิตได้รับรู้ข่าวสารที่ตนเองกำลังจะนำมาบอกกล่าว“เอเวอรี่บาดี้จ๋า ฟังพี่หน่อยลูก” “อะไรหรือคะพี่เอื้อม” “พี่มีเรื่องแจ้งให้ทราบสองเรื่องนะคะ คือทางผู้ใหญ่จะปรับผังผู้บริหารกับหัวหน้าฝ่ายนิดหน่อย แล้วก็..." เอื้อมพรหันไปสบตากับไก่ ก่อนเอ่ย "หัวหน้าฝ่ายการเงินกำลังจะทิ้งพวกเราไปด้วยน่ะจ้ะ เรื่องนี้รู้กันหรือยัง” ทันทีที่ได้ฟังข่าว บางคนร้องขึ้นอย่างแปลกใจ บางคนหันไปซุบซิบคุยกัน มีเพียงพรรณวษาที่ยังนั่งนิ่ง ๆ ตามองปฏิทินบนหน้าจอตรงหน้า หูฟังต่อว่าอีกฝ่ายจะพูดเรื่องอะไรเพิ่มเติมหรือไม่ “ใช่จ้ะ หัวหน้าพวกเราน่ะเขายื่นใบลาออกแล้ว บอกน้อง ๆ หน่อยไก่ จะไปไหน ไปทำอะไร” ท้ายประโยคเอื้อมพรหันไปคุยกับไก่ หัวหน้าแผนกการเงินที่ยื่นใบลาออกไว้แล้ว ไก่ หัวหน้าแผนกลุกขึ







