LOGINร้าน CherAn Cafe'
22 กุมภาพันธ์ 256x เวลา 06.30 น.
"เฌอสบายดีค่ะแม่ ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ"
[ดูแลตัวเองด้วยนะลูก รักลูกนะ] เสียงปลายสายจากมารดาเอ่ยบอกด้วยความเป็นห่วง
"รักพ่อกับแม่เหมือนกันค่ะ"
[อย่ากลับมืดๆ คนเดียวนะลูกมันอันตราย คนสมัยนี้ไม่น่าไว้ใจ ถ้าปิดร้านดึกเกินก็นอนที่ร้านเลยนะ] บิดาเอ่ยเสียงเข้มกำชับบุตรสาว
"รับทราบค่ะ เฌอจะดูแลตัวเองดี ๆ"
[อย่างนั้นแค่นี้ก่อนนะลูก พ่อกับแม่ไม่กวนแล้ว]
"เอาไว้เฌอมีเวลาว่างจะกลับไปหานะคะ"
[จ้ะลูก]
เจ้าของร้านอย่างเฌอลินกดวางสาย ริมฝีปากบางอมยิ้มเล็กน้อยอย่างมีความสุขหลังจากได้พูดคุยกับพ่อแม่เสร็จเรียบร้อยเหมือนดั่งทุก ๆ วัน ร่างบางเดินไปล้างมือในห้องอบขนม ก่อนจะเริ่มลงมือทำขนมสำหรับเปิดร้านในเช้าวันนี้
ครอบครัวของเฌอลินนั้นไม่ได้ร่ำรวยมากมาย แค่พออยู่พอกินไม่ต้องลำบากตรากตรำทำงานหนัก พ่อแม่ของเธออาศัยอยู่ที่บ้านเกิดในจังหวัดอยุธยา ซึ่งเป็นบ้านสวนเล็กๆ ปลูกผักปลูกผลไม้ขายบ้างพอให้ได้เงิน ส่วนเธอนั้นเรียนจบก็ออกมาร่วมหุ้นกับเพื่อนสนิทเปิดร้านขนมอยู่ในกรุงเทพฯ มาหลายปีแล้ว
กรุ๊งกริ๊ง!
"สวัสดีจ้า มีอะไรให้ช่วยไหม"
"มาทันพอดีเลย ช่วยยกขนมออกไปใส่ตู้ให้หน่อย"
"ได้ ๆ เดี๋ยวเข้าไปช่วย"
เฌอลินเดินออกมาจากด้านในร้านเอ่ยตอบเพื่อนสาวคนสนิทที่ชื่ออัญชัน และเธอยังมีเพื่อนสนิทอีกสองคนคือ ส้มโอและมังกร ทั้งสี่คนรู้จักกันตั้งแต่เด็กๆ เนื่องจากอยู่บ้านใกล้กัน สอบเข้ามหาลัยเดียวกัน แต่มีแค่อัญชันกับเธอที่เรียนคณะเดียวกัน ส่วนอีกสองคนนั้นเรียนออกแบบ ซึ่งตอนนี้กำลังทำงานอยู่ที่บริษัทส่งออก-นำเข้าเครื่องประดับและอัญมณี ซึ่งเป็นบริษัทชื่อดังของตระกูลภูวรินทร์เมที หรือที่หมู่นักธุรกิจมันเรียกว่า บริษัทในเครือ PM Group
"เฌอ หลายวันมานี้ ไอ้พี่ทัพฟ้าได้ติดต่อมาหาบ้างไหม" อัญชันที่เข้ามาด้านในห้องอบขนมเพื่อช่วยกันทำขนมเอ่ยถามเฌอลิน
"ไม่เลย เฌอส่งข้อความไปตั้งหลายข้อความก็ยังไม่อ่าน"
"เฮ้อ ทำไมไม่เลิกๆ ไปสักทีอะ" อัญชันพูดอย่างอารมณ์เสียเมื่อนึกถึงแฟนของเพื่อนสนิท "ตอนมาจีบใหม่ๆ ก็ดี คอยมารับมาส่ง ซื้อของนู้นนี่นั่นให้ แต่พอนานๆ ไปก็เปลี่ยนจากหน้ามือเป็นหลังตีน"
"หลังตีนเลยเหรอ ฮ่า ๆ" เฌอลินหัวเราะเสียงใสก่อนจะเตือนเพื่อนอย่างไม่จริงจังนัก "พูดไม่เพราะเลยนะ"
"ก็มันจริงหนิ เฌอไม่คิดอย่างนั้นเหรอ?" อัญชันหันมามองเธอ
"พี่ทัพอาจจะงานยุ่งอยู่ก็ได้"
"ให้มันงานยุ่งจริงเถอะ ไม่ใช่นอกใจแอบไปมีคนอื่น ถ้าทำแบบนั้นนะ แม่จะตบให้หน้าแหกเลยคอยดู"
"โหดจริง ๆ แม่คุณ"
เฌอลินเอ่ยแซวพลางยิ้มเล็กๆ มองเพื่อนที่กำลังตบแป้งโดอย่างแรงด้วยอารมณ์หงุดหงิด ทำไมเธอจะไม่รู้ละว่าทัพฟ้าน่ะเปลี่ยนไป แต่แค่เธอยังจับไม่ได้และยังไม่รู้ว่าสาเหตุอะไรที่ทำให้ทัพฟ้าไม่เหมือนเดิม
ทัพฟ้าและเฌอลินรู้จักกันตอนที่เธอเพิ่งเข้ามหาลัยใหม่ๆ ตอนนั้นเธออายุ 18 ย่าง 19 ปีแล้ว ทัพฟ้า เป็นหนุ่มหล่อหน้าตาดี อายุมากกว่าเธอ 2 ปี เรียนอยู่คณะบริหาร เทียวไล้เทียวขื่อตามจีบเธออยู่นานหลายเดือนเลยจนเธอใจอ่อนยอมตกลงคบหากับเขา จนเมื่อเขาเรียนจบออกไปได้ประมาณปีเดียว ทัพฟ้าก็เริ่มใส่ใจเธอน้อยลง จากที่คุยกันทุกวันก็เปลี่ยนเป็นอาทิตย์หนึ่งได้คุยกันแค่สองสามวันเท่านั้น
แต่ก่อนที่อะไรจะเลยเถิดไปมากกว่านี้ สัมผัสเย็นที่ปลายนิ้วข้างซ้ายก็เรียกสติของเฌอลินให้กลับมา กำปั้นเล็ก ๆ ทุบลงบนอกอย่างไม่แรงนักเพื่อให้ร่างสูงนั้นผละออกพูม่าถอนจูบออกอย่างอ้อยอิ่ง เส้นน้ำลายสีใสยืดออกก่อนจะขาดลงจากกัน ปลายนิ้วเกลี่ยคราบน้ำลายตามมุมปากบางออกให้อย่างไม่นึกรังเกียจ กดมือลงบดคลึงปากบวมเจ่อ สายตาทอดมองด้วยความรักใคร่เฌอลินหอบเอาอากาศเข้าปอดก่อนจะยกมือข้างซ้ายของตนขึ้นมาดู ก็พบกับแหวนเพชรวงสวยที่นิ้วนางข้างซ้าย แสงไฟตกกระทบเพชรจนมันสะท้อนแสงระยิบระยับสวยงาม"อะ อะไรคะเนี่ย?!"หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวอย่างแรงจนกระทบแผ่นอกดังตึกตักท่ามกลางความเงียบ ใบหน้าหวานเห่อร้อนไปทั่วหน้าจนแก้มขึ้นสีแดง ดวงตาหวานสั่นระริกเงยขึ้นสบสายตาคมที่จ้องมองอยู่"เราหมั้นกันไว้ก่อน เอาไว้ถ้าเราพร้อมเมื่อไหร่ค่อยแต่งงานกันนะครับ""...""เฌอจะยอมเป็นคู่หมั้นของเฮียได้หรือเปล่าคะ"น้ำเสียงทุ้มเอ่ยถามอย่างนุ่มนวลพร้อมกับคำลงท้ายที่เปลี่ยนจาก 'ครับ' เป็น 'คะ' ยิ่งส่งผลให้หัวใจของเฌอลินเต้นเร็วและแรงขึ้นพูม่าแนบฝ่ามือบนแก้มนิ่มพลางลูบไล้ไปมา เจ้าของใบหน้าคมส่งสายตาหวานซึ้งให้อย่างไม่ปิดบัง ริมฝีปากปาก
ห้องนอนของพูม่า"เป็นอย่างไรบ้างครับ ยังกลัวอยู่หรือเปล่า""ไม่แล้วค่ะ ป๊ากับแม่ของเฮียท่านน่ารักกับเฌอมาก ๆ เลย"หลังจากมื้อเย็นจบลง เมขลาก็ได้พาลูกสะใภ้ขึ้นไปบนห้อง พูดคุยทำความรู้จักกันมากขึ้นตามประสาสาว ๆ และยังนำอัลบั้มรูปภาพของทั้งสามเสือตอนเด็ก ๆ ออกมาให้เธอดูด้วยส่วนด้านหนุ่ม ๆ นั้นต่างนั่งดื่มกันอยู่ที่สวนหลังบ้านที่ประจำของเจ้าเสือทั้งสี่ จวบจนฟ้ามืดเลยได้แยกย้ายกันมาพักผ่อนภายในห้องนอนของพูม่า บนเตียงขนาดใหญ่สีดำล้วนมีร่างของทั้งสองที่กำลังนอนกอดกันอยู่ใต้ผ้าห่มผืนใหญ่เฌอลินที่เพิ่งอาบน้ำเสร็จแล้วโดยเธอได้เปลี่ยนไปใส่ชุดนอนของเมขลาที่เอามาให้เมื่อสักครู่ ชุดนอนผ้าซาตินสีน้ำเงินเข้มพร้อมกางเกงขาสั้นสีเดียวกัน กำลังนอนซบจนแก้มนุ่มนิ่มบดเบียดอกแกร่งของพูม่า แขนเรียววางพาดเอวสอบเอาไว้หลวม ๆ เช่นเดียวกับท่อนแขนแกร่งโอบรัดเอวบางของเธอ"เอาไว้เดี๋ยวเฌอจะพาเฮียไปหาพ่อแม่เฌอด้วยนะคะ""พ่อแม่เฌอจะยอมรับเฮียได้หรือเปล่าครับ ท่านคงจะรู้ว่าตระกูลภูวรินทร์เมทีไม่ได้ทำธุรกิจที่ขาวสะอาดอย่างเดียว เรียกได้ว่าครอบครัวเฮียค่อนไปทางสีเทาไม่ก็ดำเลยนะ""พ่อแม่เฌอทราบอยู่แล้วค่ะ ท่านต้องยอมรับ
พูม่ายืนกอดอกมองคุณแม่คนสวยและเฌอลินที่ต่างช่วยกันเตรียมอาหาร บรรยากาศรอบตัวดีขึ้นเมื่อเฌอลินเริ่มรู้สึกผ่อนคลายลง ไม่ได้ตึงเครียดหรือเกร็งเท่าก่อนหน้านี้ ก่อนที่เขาจะเดินขึ้นไปด้านบนเพื่อพบผู้เป็นพ่อและพี่ชายฝาแฝดมื้อเย็นในวันนี้ประกอบด้วยอาหารมากมายเต็มโต๊ะไม่ว่าจะเป็นต้มยำกุ้ง ปลาสามรส กุ้งผัดบรอกโคลี กะเพราหมูสับ ปลานึ่งมะนาว ผัดผักบุ้ง ไข่ตุ๋น ปูผัดผงกะหรี่ ซึ่งทั้งหมดต่างเป็นเมนูโปรดของสมาชิกในครอบครัวทั้งนั้นสมาชิกในครอบครัวต่างจับจองประจำที่นั่งของตัวเอง อาจจะต่างออกไปสักนิดเมื่อเมลขาให้เฌอลินมานั่งข้างเธอแทนที่พูม่าที่ขยับออกไปอีกตัวหนึ่ง หัวโต๊ะก็ยังเป็นพยัคฆ์บดินทร์หัวหน้าครอบครัวเหมือนเดิม"น่าทานทั้งนั้นเลยครับ" จากัวร์พูดพลางมองอาหารที่เรียงรายอยู่บนโต๊ะ เจ้าตัวเพิ่งมาถึงไทยได้ไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้"มาเฟียฮ่องกงนี่มันหิวโหยมาจากไหน ลูกน้องเลี้ยงมึงไม่ดีเหรอ" ไทเกอร์แซวน้องชายที่กำลังตักอาหารใส่จานตัวเองด้วยความหิวโหย"ที่นู้นมีปัญหาอะไรหรือเปล่า" เสียงทุ้มเข้มของหัวหน้าครอบครัวดังขึ้นเจือด้วยน้ำเสียงห่วงใย"ก็แค่พวกปลายแถวที่มักใหญ่ใฝ่สูงอยากขึ้นมาเป็นผู้นำคนใหม่ครั
ช่วงเย็นของวันรถยนต์คันหรูขับแล่นเข้ามาในหมู่บ้านจัดสรรของเครือ PM พูม่าขับเข้ามาเรื่อย ๆ อย่างไม่เร่งรีบมากนัก ภายในรถมีเพียงเสียงเพลงที่เปิดคลอเบา ๆ เฌอลินนั่งกุมมือเล็กประสานไว้บนตัก นิ้วมือขยับไปมา ริมฝีปากเม้มเข้าหากันเมื่อรถเคลื่อนเข้าใกล้บ้านของพูม่า ใบหน้าหวานก็ยิ่งฉายแววกังวลระคนประหม่าออกมาตลอดช่วงบ่ายหลังจากที่ทานข้าวกับพูม่าเสร็จเฌอลินก็ขอตัวออกไปหาดูของฝากที่ห้างสรรพสินค้าเพื่อซื้อของไปฝากผู้ใหญ่ทั้งสองที่ใจดีเชิญเธอมาทานอาหารเย็นด้วยกันแม้พูม่าจะเอ่ยห้ามแล้วว่าไม่ต้องซื้อของฝากป๊ากับแม่ของเขาก็ได้ พวกท่านเป็นคนสบาย ๆ ไม่เอาเรื่องอะไรเล็กน้อยเหล่านี้มาคิดให้ปวดหัว ทว่าเฌอลินก็ยังยืนยันที่จะหาซื้อของฝากติดไม้ติดมือไปฝากท่านทั้งสองอยู่ดีและในที่สุดรถยนต์คันหรูก็แล่นมาถึงหน้าบ้านใหญ่หลังหนึ่ง ก่อนจะมีหญิงสาวที่คงเป็นคนรับใช้ของบ้านวิ่งออกมาเปิดประตูให้ รถหรูขับเข้ามาจอดภายในบ้านเรียบร้อยแล้ว พูม่าหันไปมองแฟนสาวคนสวยของเขาที่นั่งตัวเกร็งอยู่ด้านข้าง มือหนาเลื่อนไปคว้ามือเล็กของอีกฝ่ายพลางใช้หัวแม่มือลูบไล้เบา ๆ"ถึงบ้านเฮียแล้วครับ เฌอไม่ต้องกลัว ป๊ากับแม่ใจดี" น้ำเสียงทุ
ครืดดโทรศัพท์เครื่องหรูของพูม่าที่วางบนโต๊ะส่งเสียงเรียกให้เจ้าของสนใจมัน พูม่าจึงวางกล่องข้าวในมือลงก่อนจะยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม มือหนาคว้าโทรศัพท์มาดูเมื่อเห็นว่าปลายสายเป็นใครเขาก็กดรับทันที"สวัสดีครับคนสวย" น้ำเสียงทุ้มพูดขึ้นทันทีที่กดรับสาย ก่อนจะเอ่ยถามปลายสาย "ว่าแต่คนสวยโทรมาหาผมมีอะไรรึเปล่าครับ"[แม่จะโทรมาถามว่าวันนี้ลูกจะกลับมาทานข้าวเย็นที่บ้านหรือเปล่า]"ขอผมดูก่อนได้ไหมครับ ไม่แน่ใจว่าจะเคลียร์งานได้ทันหรือเปล่า"[งานเยอะมากเหรอลูก อย่าหักโหมมากนะ ว่าแต่แม่โทรมากวนลูกหรือเปล่า]"เปล่าครับ ผมกำลังทานข้าวกับเฌอลินอยู่ แล้วคนสวยทานข้าวหรือยังครับ ต้องทานให้ตรงเวลานะครับเดี๋ยวจะปวดท้องเอา" น้ำเสียงทุ้มบอกด้วยความเป็นห่วงเฌอลินนั้นที่ได้ยินชื่อตัวเองในบทสนทนา แผ่นหลังบางก็ตั้งตรงแน่ว ตัวเกร็งขึ้นมาเล็กน้อย มือเล็ก ๆ กุมเข้าหาด้วยความประหม่าที่เริ่มก่อตัวขึ้นมาทีละนิดเธอไม่เคยเจอป๊ากับแม่ของพูม่าเลย แม้จะรู้ว่าท่านทั้งสองรู้จักตนแล้วก็ตาม แต่มันก็อดประหม่าไม่ได้เลย ทำไงดี ๆพูม่าที่เห็นอย่างนั้นจึงเอื้อมมือไปกอบกุมมือเล็กพลางบีบเบา ๆ แล้วขยับปากบอกกับเธอว่าจะไม่เป็นไร ก่อนที่
เวลาล่วงเลยผ่านมาหลายสัปดาห์แล้วนับตั้งแต่วันที่พวกเขาไปฉลองกันที่ผับสาขาพัทยาของพูม่าและได้เจอกับโรสแฟนเก่าของเขา ในเช้าวันรุ่งขึ้นเฌอลินก็ต้องตื่นขึ้นมาด้วยอาการปวดหัวและปวดเมื่อยไปทั่วทั้งร่างโดยเฉพาะบริเวณสะโพกกับกลางกายสาวที่บวมแดงเล็กน้อย เราทั้งคู่ต่างพูดคุยกัน ซึ่งพูม่าเองก็เล่าเรื่องเกี่ยวกับแฟนเก่าคนนั้นให้เฌอลินฟังจนหมดและยืนยันด้วยน้ำเสียงหนักแน่นอีกว่า เขาไม่มีทางกลับไปหาโรสอีกแน่นอนหลังจากวันนั้นร้าน CherAn ของเฌอลินต่างมีผู้คนมากมายหลั่งไหลตบเท้าเข้ามาอุดหนุนขนมและเครื่องดื่มกันอย่างหนาแน่น เธอนึกขอบคุณพูม่าอยู่ในใจที่ทำให้ร้านของเธอมีคนรู้จักและชื่นชอบมากขึ้นแม้จะยุ่งวุ่นวายกับการที่ต้องทำขนมเพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ทว่าเฌอลินก็มีความสุขและตอนนี้เธอได้ย้ายไปอยู่ห้องเดียวกับพูม่าในคอนโดหรูของตระกูลตามคำรบเร้าของเขาที่เอ่ยอ้อนวอนเธอจนเธอใจอ่อนยอมย้ายมาอยู่ด้วยกันเราสองคนต่างปรับตัวเข้าหากัน ศึกษากันและกันมากขึ้นจนความสัมพันธ์ของเราเริ่มแน่นแฟ้นและช่วงเที่ยงของวันนี้เฌอลินกำลังเตรียมอาหารใส่กล่องเพื่อเอาไปให้พูม่าที่บริษัทตามปกติ ซึ่งเต็มไปด้วยอาหารที่ร่างสูงบ่นอยากกินเมื







