Home / โรแมนติก / ดอกร่าน...บานฉ่ำ / เปิดบริสุทธิ์.!

Share

เปิดบริสุทธิ์.!

last update publish date: 2026-07-29 14:08:53

เสียงครางกระเส่าทุ้มต่ำของศักดิ์ดังระงมก้องไปทั่วร้านซ่อมรถที่ปิดสนิท แข่งกับเสียงจ้วบจ้าบของการดูดดึงที่เร่งเร้าถี่กระชั้นดุจจังหวะกลองรบที่ตีโหมโรมรัน มันเป็นท่วงทำนองที่ดิบเถื่อนทว่ากลับทรงพลังอย่างมหาศาลในการปลุกเร้าสัญชาตญาณสัตว์ป่าในกายสาว 

ดวงตากลมโตที่ปรือปรอยด้วยฤทธิ์เบียร์ของพิมพิกาบัดนี้เบิกกว้างขึ้นอย่างตื่นเต้น หัวใจดวงน้อยเต้นระรัวโครมครามจนแทบจะทะลุอกเสื้อ 

ภาพที่ปรากฏตรงหน้ามันช่างเร่าร้อน ท้าทาย และเย้ายวนใจเกินกว่าที่เด็กสาววัยใสอย่างเธอจะทานทนได้ เธอเพ่งมองดูการรุกรานในโพรงปากนั้นอย่างไม่รู้เบื่อ ราวกับมันเป็นฉากรักที่แสนหวานและรัญจวนใจที่สุดเท่าที่เธอเคยเห็นมาในชีวิต

“อูยยยย... ซี้ดดด...”

พิมพิกาเผลอครางออกมาอย่างลืมตัว เมื่อฝ่ามือหนาอันร้อนผ่าวของเมธีเริ่มบีบคลึงเต้างามที่กำลังเริ่มตั้งเต้าชูชันของเธออย่างหนักหน่วง ความเสียวซ่านที่แล่นริ้วจากยอดอกไปถึงกลางกายมันช่างถูกใจเธอเหลือหลาย มันเป็นความสุขสมที่ผ่อนคลายและรุนแรงยิ่งกว่าตอนที่เธอแอบทำเองในห้องนอนเป็นไหนๆ 

ยิ่งยามที่เมธีก้มลงใช้จมูกโด่งคมซุกไซ้ระดมจูบไปตามซอกคอขาวผ่องของเธอ มันช่างหวานล้ำจนเธอรู้สึกเหมือนตัวลอยเคลิ้มไปในอากาศ ริมฝีปากหนาที่ขบเม้มเบาๆ ตรงติ่งหูทำเอาเธอขนลุกซู่ไปทั้งตัวจนไม่อาจเอื้อนเอ่ยคำสั่งห้ามใดๆ ออกมาได้

“อูยยย... เฮียขา...” เสียงร้องครางที่หลุดรอดออกมาจากปากสวยนั้นเต็มไปด้วยความเว้าวอนและสยิวสะท้านอย่างสุดจะหักห้าม

“โอวววว... ซี้ดดดดด!”

เสียงซี้ดปากยาวของระรินดึงดูดให้พิมพิกาต้องเบือนหน้ากลับไปมองอีกครั้ง และภาพที่เห็นในตอนนี้แทบจะทำให้เธอคลั่งตายด้วยความรุ่มร้อนที่พุ่งพล่าน 

ระรินบัดนี้กลายเป็นฝ่ายนั่งทับอยู่บนตักของศักดิ์ที่เอนกายพิงพนักเก้าอี้แทนเธอ ท่อนล่างของระรินเปลือยเปล่าไร้สิ่งปกปิด เผยให้เห็นเนินเนื้อสาวสีสดที่กำลังอ้าอมท่อนเอ็นสีคล้ำยักษ์ที่ขรุขระไปด้วยตะปุ่มตะป่ำนั้นเข้าไปช้าๆ น้ำสีใสไหลอาบชโลมลำเอ็นที่น่ากลัวนั้นจนมันเลื่อมพรายสะท้อนแสงไฟนีออน

“อูยยยย... ซี้ดดดด ศักดิ์จ๋า... มุกมันครูดรูเจ๊ดีจัง... ซี้ดดด อาาาา” ระรินหน้าหงายเชิด กัดริมฝีปากตัวเองพลางซี้ดปากอย่างเผ็ดร้อนยามที่แคมสาวอ้าอมแท่งลุงค์ใหญ่ให้จมหายเข้าไปในกายเธอ 

พิมพิกาจ้องมองดูหนั่นเนื้อสะโพกงามของไอดอลสาวที่กระตุกเป็นระรอกเหมือนโดนไฟฟ้าช็อตเป็นระยะ นิ้วเรียวของระรินจิกลงบนไหล่ศักดิ์จนเนื้อบุ๋มตามรอยเล็บ

“อาาาา... ซี้ดดด เจ๊... รูเจ๊มันตอดควยผมแรงฉิบหาย... ซี้ดดด” ศักดิ์ครางระงมพลางตะบมบีบสะโพกอวบของเมียเจ้านายอย่างหื่นกามจนเนื้อมันปลิ้นออกตามง่ามมือ

พิมพิกาจ้องมองภาพการสอดประสานที่ดิบเถื่อนตรงหน้าตาไม่กะพริบ เลือดสาวในกายฉีดพล่านจนใบหน้าแดงก่ำ เธอหอบหายใจแรงด้วยความกระสันอยากที่พุ่งทะลุจุดเดือด 

ก่อนจะรู้ตัวอีกที เสื้อยืดที่เคยปกปิดร่างกายของเธอก็โดนเมธีดึงรั้งผ่านศีรษะออกไปจนพ้นตัว เธอรีบยกมือขึ้นปิดหน้าอกตามสัญชาตญาณ ทว่ามันกลับสายเกินไปเสียแล้ว 

เมธีไม่ปล่อยให้เธอได้ตั้งตัว เขาฝังจมูกลงที่ซอกคอขาวระหงอีกครั้ง ระดมจูบไซ้ไปทั่วทั้งลำคอและใบหน้าอย่างคนเจนศึก 

ความอุ่นชื้นและรุนแรงจากสัมผัสของชายรุ่นใหญ่ทำให้พิมพิกาถึงกับร่างระทวย อ่อนระทวยไปกับความซ่านสยิวที่โถมเข้าใส่จนเธอแทบจะหลอมละลายกลายเป็นเนื้อเดียวกับอากาศในร้านซ่อมรถแห่งนี้

ร่างกายของเธอสั่นสะท้านไปตามจังหวะการบีบคลึงของเมธี จิตใต้สำนึกที่เคยยึดถือศีลธรรมมอดไหม้ไปกับกองเพลิงแห่งราคะที่เมธีและระรินช่วยกันจุดขึ้น 

พิมพิกาหลับตาพริ้มรับสัมผัสที่จาบจ้วงนั้นอย่างเต็มอกเต็มใจ ปล่อยให้ความร่านร้อนนำทางเธอไปสู่ดินแดนที่เธอไม่เคยรู้จักมาก่อน ดินแดนที่ความเสียวซ่านคือความจริงเพียงหนึ่งเดียว

ภายในร้านซ่อมรถที่อบอวลไปด้วยกลิ่นน้ำมันและกลิ่นคาวกาม เมธีระดมจูบไซ้ซอกคอขาวผ่องนวลเนียนของพิมพิกาอย่างหื่นกระหาย ราวกับเสือโหยที่ได้พบเหยื่ออันโอชะ 

ความเจนจัดของชายรุ่นใหญ่ที่ผ่านสมรภูมิกามมานับครั้งไม่ถ้วน ทำให้เด็กสาววัยใสอย่างเธอเคลิบเคลิ้มจนไม่อาจหักห้ามใจจากความหวานแสนรัญจวนที่เขาปรนเปรอให้ได้

ร่างบอบบางที่กำลังสั่นสะท้านถูกเมธีอุ้มช้อนขึ้นไปนั่งบนโต๊ะไม้สนตัวเดิมที่เพิ่งใช้เป็นที่นั่งดื่มกิน เขาจัดการปัดป่ายข้าวของบนโต๊ะออกอย่างไม่ใยดี 

ในวินาทีนี้โลกทั้งใบของเขามีเพียงร่างกายที่ขาวเนียนตรงหน้าเท่านั้น บราสีขาวลายลูกไม้ตัวน้อยของพิมพิกาถูกมือหยาบใหญ่ปลดตะขอออกอย่างรวดเร็ว ก่อนจะถูกโยนทิ้งไว้ข้างโต๊ะอย่างไม่สนใจ

“โอววว... งามเหลือเกินน้องพิม” เมธีครางฮือในลำคอ สายตาจ้องมองเต้างามคู่สวยที่ตั้งรูปเด่นสะดุดตา เม็ดบัวสีชมพูระเรื่อที่ยังไม่เคยโดนชายใดกรายกล้ำ 

บัดนี้มันกลับชูชันแข็งเป็นเม็ดตุ่มไตด้วยความตื่นเต้นเร้าอารมณ์ ตุ่มไตเล็กๆ รอบฐานถันขยายตัวรับความเย็นของอากาศและไออ้อนของความใคร่ มันช่างเย้ายวนใจเสือหื่นอย่างเมธีจนเขาต้องกลืนน้ำลายลงคอเอื๊อกใหญ่ ก่อนจะก้มลงงับเอาเม็ดบัวงามนั้นไว้ในอุ้งปากอย่างนุ่มนวลทว่าหนักแน่น

“ซี้ดดด... อูยยยยย เฮียขา...!” พิมพิกาครางเสียงหลง แผ่นหลังของเธอแอ่นโค้งขึ้นรับสัมผัสจากปลายลิ้นร้อนที่ตวัดขยี้อยู่บนยอดอกอย่างถนัดถนี่ ใบหน้าหวานหงายเชิด ตาหลับพริ้มอย่างสุขสมจนลืมทุกสิ่งอย่างในโลกสีขาวที่เคยอยู่ 

เธอรู้สึกถึงความสยิวซ่านยิบๆ ที่แล่นริ้วขยายตัวเป็นระรอกอยู่ที่กลีบร่องแคมใจกลางกายที่กำลังฉ่ำเยิ้มไปด้วยน้ำหวานแห่งความกระสัน มันทรมานและคันยุบยิบจนเธออยากจะเอานิ้วน้อยๆ ล้วงกรีดลงไปให้ถึงแก่นเพื่อให้หายจากความคันที่แสนรัญจวนนี้เสียจริง

เมธีไม่ปล่อยให้เธอรอนาน เขาจับขาเรียวงามทั้งสองข้างแยกออกกว้าง กระโปรงตัวยาวถูกเขารั้งขึ้นไปกองไว้ที่เอว เผยให้เห็นกางเกงในสีขาวน่ารักลายการ์ตูนที่ปกปิดโคกเนินใหญ่เกินตัวเอาไว้เพียงหมิ่นเหม่ 

ความอวบอูมที่มีรอยเปียกเยิ้มเป็นแนวยาวตรงรอยแยกของกลีบสาวฟ้องชัดเจนว่า "เครื่องยนต์" ของเธอมันร้อนระอุจนแทบระเบิดแล้ว เมธิจ้องมองดูโคกเนินนั้นอย่างหลงใหล มือหยาบที่สั่นเทาค่อยๆ ลูบไล้ไปตามหลังเนินอูมนั้นเบาๆ

“อูยยยย... ซี้ดดด...” พิมพิกาสะดุ้งเฮือก เธอเผลอแอ่นโคกเนินขึ้นรับสัมผัสจากฝ่ามือนั้นอย่างเคลิบเคลิ้ม ก่อนที่นิ้วยาวใหญ่ของเมธีจะซุกซนซอกซอนเข้าไปใต้ขอบขากางเกงในสีขาว สัมผัสเข้ากับเนื้อพูใหญ่ที่สดใหม่และเปียกชื้นของเธออย่างอดใจไม่ไหว

“อูยยย...” พิมพิกาลืมตาขึ้นมองเมธีด้วยสายตาฉ่ำปรือไร้เดียงสาทว่าแฝงความร่านร้อน

“อ๋าาา... ซี้ดดดด ศักดิ์จ๋า... เจ๊ไม่ไหวแล้ว เจ๊จะแตกแล้ว! โอววว ซี้ดดด!”

เสียงร้องครางระงมของระรินเรียกความสนใจของพิมพิกาอีกครั้ง คราวนี้เด็กสาวได้เห็น "ฉากเผด็จศึก" แบบจะๆ ในระยะประชิด 

ระรินกระหน่ำสะโพกงามของเธอขึ้นลงบนตักศักดิ์อย่างเร็วรัวปานพายุ 

เสียงเนื้อกระทบกันดัง ตับ ตับ ตับ ผสมกับเสียงร้องที่ฟังไม่เป็นภาษา ก่อนที่ระรินจะกรีดร้องออกมาลากยาว ร่างกายของเธอกระตุกเกร็งค้างอย่างรุนแรง 

ใบหน้าเหยเกไปด้วยความสุขสมที่ถึงจุดสุดยอด โดยมีศักดิ์ช่วยประคองร่างที่อ่อนระทวยของเมียเจ้านายไว้บนตักอย่างมั่นคง แววตาของศักดิ์นั้นเต็มไปด้วยความหื่นกามและสะใจยามมองดูร่างที่ชักกระตุกของระริน

ภาพนั้นกระตุ้นมวลความต้องการในใจของพิมพิกาจนพุ่งทะลุขีดจำกัด เธอเห็นน้ำรักสีขาวขุ่นของศักดิ์ที่เปรอะเปื้อนอยู่ตรงรอยต่อของร่างกายทั้งคู่ มันช่างดิบและเถื่อนทว่ากลับทำให้ช่องรักของเธอขมิบตอบรับอย่างรุนแรง 

พิมพิกาหอบหายใจกระเส่า เธอหันกลับมามองหน้าเมธีที่บัดนี้เลื่อนมือลงไปสัมผัสจุดยุทธศาสตร์ของเธอผ่านเนื้อผ้าที่ชุ่มโชก

“เฮีย... ช่วยพิมด้วย พิมเสียวเหลือเกิน...”

น้ำเสียงอ้อนวอนของเด็กสาวทำให้เมธีแสยะยิ้มอย่างผู้ชนะ เขาไม่รอช้าที่จะใช้นิ้วแกร่งแหวกเข้าไปในรอยแยกที่แสนหวานนั้น 

ความเสียวซ่านมหาศาลจู่โจมพิมพิกาจนเธอแทบจะหลอมละลายลงไปบนโต๊ะไม้ 

ในวินาทีนี้ ศีลธรรมประจำใจหรือคำสัญญาที่ให่ไว้กับชลธีมอดไหม้หายไปในเปลวเพลิงแห่งราคะที่เมธีเป็นคนจุดขึ้นอย่างสมบูรณ์แบบแล้ว

พิมพิกากรีดร้องครางออกมาอย่างเสียวซ่านรัญจวนใจ เป็นความรู้สึกที่ลึกซึ้งและรุนแรงเกินกว่าที่สมองน้อยๆ ของเด็กสาวจะเคยจินตนาการถึง ร่างบอบบางที่ร้อนระอุราวกับมีกองไฟสุมอยู่ภายในกระตุกเกร็ง แผ่นหลังแอ่นโค้งขึ้นจากโต๊ะไม้สนตามจังหวะการกรีดล้วงอย่างชำนาญของนิ้วแกร่งที่เมธีจงใจมอบให้ เขารู้จุดอ่อนของเธอดี และเขากำลังขยี้มันอย่างไม่ปรานี

“อูยยย... ซี้ดดด... อาาา... เฮียขา พิมเสียวจัง... อูยยย... ซี้ดดดด!”

เสียงครางกระเส่าที่ดังระงมไปทั่วร้านซ่อมรถนั้น ไร้ซึ่งความกระดากอายใดๆ อีกต่อไป พิมพิกาในยามนี้ไม่ใช่เด็กสาวผู้เรียบร้อยในชุดนักเรียนอีกแล้ว แต่เธอคือเหยื่ออันโอชะที่กำลังดิ้นพล่านด้วยความต้องการที่พุ่งทะลุขีดจำกัด ร่างกายของเธอกระตุกเกร็งเป็นจังหวะตามแรงอัดสอดของนิ้วหนา ใบหน้าหวานแดงซ่านปานจะหยดเลือด ดวงตาคู่สวยปรือปรอยจนมองเห็นเพียงแต่ภาพพร่าเลือนของชายที่กำลังรุกรานเธออยู่

นิ้วของเมธีทำงานอย่างซื่อสัตย์ เขากดเน้นคลึงเคล้าอยู่ในร่องรักที่คับแน่นจนมันเปียกโชกไปทั่วทั้งเป้า น้ำหวานแห่งความกระสันหยาดเยิ้มออกมามากมายจนกางเกงในสีขาวผืนบางนั้นชุ่มฉ่ำจนกลายเป็นเนื้อผ้าโปร่งแสง มันแนบชิดติดโคกเนินอวบจนเผยให้เห็นเส้นขนอ่อนสีดำขลับที่ขึ้นเป็นระเบียบเรียบร้อยประดับอยู่บนเนินเนื้อสาวอย่างงดงามน่าหลงใหล

เมธิจ้องมองภาพที่แสนเย้ายวนนั้นด้วยสายตาที่ลุกโชนไปด้วยไฟราคะ มือหยาบใหญ่ที่สั่นเทาด้วยความตื่นเต้นค่อยๆ รั้งขอบกางเกงในลายการ์ตูนตัวสุดท้ายลงมาอย่างแผ่วเบาทว่ารวดเร็วตามความชำนาญของเสือผู้หญิง เขาเกี่ยวขอบผ้าทิ้งไว้ที่ข้อเท้าข้างหนึ่งของเธออย่างไม่แยแสสิ่งใดอีกต่อไป

ในที่สุด... เนินสงวนที่ซ่อนเร้นมาตลอดชีวิตของพิมพิกาก็เปิดเผยโฉมหน้าเด่นสง่าต่อหน้าเมธี โคกเนินที่อวบอูมใหญ่เกินตัวของเธอนั้นช่างหมดจดงดงามไร้ที่ติ 

ผิวพรรณส่วนลี้ลับนั้นขาวนวลผ่องตัดกับเส้นไหมสีเข้มที่ประดับอยู่อย่างประปราย ขอบแคมทั้งสองข้างยังคงเป็นสีชมพูเรื่อสดใส ปากถ้ำที่ปิดสนิทแนบแน่นฟ้องให้เขารู้แจ้งแก่ใจว่า เธอไม่เคยผ่านมือชายใดมาก่อนเลยจริงๆ ในชีวิต!

มันคือชัยชนะอันยิ่งใหญ่ของเสือหื่นอย่างเมธี เขาเหยียดยิ้มอย่างลำพองใจในโชคชะตาที่นำพาให้เขาได้กลายเป็น "คนแรก" ที่จะได้เปิดบริสุทธิ์เด็ดดมดอกไม้ที่แสนสวยและน่ารักสุดๆ คนนี้ เขาจ้องมองรอยแยกสีหวานที่กำลังสั่นระริกและขมิบตอบรับอากาศธาตุด้วยความกระหาย

‘กูจะทำให้มึงจำควยกูไปจนวันตาย...’ เมธีคิดในใจอย่างย่ามใจ เขาจะทำให้พิมพิกาไม่มีวันลืมเลือนสัมผัสอันร้อนแรงของเขา ต่อให้ในวันหน้าเธอจะแต่งงานมีครอบครัวไปกับใคร รสชาติความใคร่ที่เขาเป็นคนเริ่มจุดไฟนี้จะกลายเป็นรอยมลทินที่แสนหวานที่ฝังรากลึกอยู่ในกมลสันดานของเธอตลอดไป

เมธีค่อยๆ เลื่อนใบหน้าลงไปหาความงดงามตรงหน้า ลมหายใจร้อนผ่าวของเขาเป่ารดเข้าที่โคกเนินอวบจนพิมพิกาสะดุ้งสุดตัว

“อูยยย... เฮีย... อย่าทำตรงนั้น... พิม... พิม… อุ๊ย…”

เสียงร้องห้ามที่เบาหวิวกลับกลายเป็นการเชื้อเชิญอย่างดีเยี่ยม เมธีไม่ฟังคำทัดทาน เขาอ้าปากงับเข้าที่เนินเนื้ออิ่มน้ำนั้นอย่างหนักหน่วง ก่อนจะเริ่มบรรเลงบทเพลงสวาทด้วยเรียวลิ้นที่จัดจ้าน ทิ้งให้พิมพิกาต้องดิ้นเร่าๆ อยู่บนโต๊ะไม้ด้วยความเสียวซ่านที่รุนแรงจนเกินจะรับมือได้อีกต่อไป!

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ดอกร่าน...บานฉ่ำ   คืนที่ใจได้หลอมรวม! [ตอนจบ]

    หยาดเหงื่อที่ยังอุ่นชื้นบนผิวเนื้อของคนทั้งคู่ค่อยๆ ระเหยกลายเป็นไอเย็นตามแรงลมจากหน้าต่างที่พัดเอากลิ่นฝนเจือจางเข้ามาในห้อง ปรียานุชซบใบหน้าลงกับอกแกร่งที่ยังคงกระเพื่อมไหวตามจังหวะการหายใจที่เริ่มคงที่ รอยยิ้มละไมผุดพรายขึ้นบนริมฝีปากที่เพิ่งผ่านรสสัมผัสอันหอมหวาน นิ้วเรียวสวยค่อยๆ ลากไล้ผ่านมัดกล้ามหน้าอกที่แข็งตึง ก่อนจะหยุดเขี่ยวนเบาๆ ที่ยอดอกของชลธี สัมผัสสากระคายเล็กน้อยของผิวกายชายหนุ่มย้ำเตือนให้เธอรู้ว่านี่คือความจริงที่ไม่ใช่เพียงจินตนาการยามค่ำคืนชลธีระบายลมหายใจยาวด้วยความอิ่มเอม เขากระชับวงแขนโอบร่างบางที่นุ่มนิ่มประดุจปุยเมฆเข้ามาแนบชิดจนไร้ช่องว่าง ก่อนจะก้มลงกดจุมพิตหนักๆ ลงบนกลุ่มผมชื้นเหงื่อที่ส่งกลิ่นหอมดอกไม้อ่อนๆ อย่างรักใคร่เทิดทูน“ผมรักพี่นะครับ...”คำบอกรักที่ทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยพลังนั้นสั่นสะเทือนเข้าไปถึงขั้วหัวใจที่เคยแห้งเหี่ยวและแตกระแหง ปรียานุชรู้สึกเหมือนมีกระแสน้ำทิพย์อุ่นๆ หลั่งไหลมาชโลมหัวใจจนมันพองโตเต็มอก เธอเงยหน้าขึ้น สบตาคมที่ทอดมองมาด้วยความบูชา ก่อนจะขยับตัวขึ้นจุ๊บเบาๆ ที่ปลายคางซึ่งเริ่มมีไรเคราเขียวครึ้มของเขา สัมผัสที่สากระคายนั้น

  • ดอกร่าน...บานฉ่ำ   ความรัก ความโหยหา การเติมเต็มที่สมบูรณ์แบบ! [NC18+]

    ชลธีโถมกายกลับลงสู่ผืนเตียงที่ยวบยาบตามแรงอารมณ์ที่พุ่งพล่าน นิ้วหนาขยับปลดตะขอกระโปรงผ้าป่านด้วยจังหวะที่กะพริบถี่ ปรียานุชขยับสะโพกงามให้ความร่วมมืออย่างเป็นใจจนอาภรณ์ชิ้นสุดท้ายหลุดพ้นไปจากเรือนร่าง ความงามที่ไร้สิ่งขวางกั้นปรากฏชัดภายใต้แสงสลัวราง ช่างดูบริสุทธิ์และเย้ายวนใจจนเด็กหนุ่มถึงกับลืมหายใจ“อย่างห้ามผมเลยนะครับ... คนดีของผม พี่สวยเหลือเกิน”เสียงที่กระซิบข้างใบหูนั้นสั่นพร่าและแหบพร่าเต็มไปด้วยความเทิดทูน ก่อนที่มือหยาบใหญ่จะเชยจับข้อเท้างามแยกออกกว้างอย่างนุ่มนวลแต่แฝงไปด้วยความมั่นคง เขาซุกใบหน้าลงกับความหอมกรุ่นของโคกเนื้ออวบอูมที่ชุ่มชื่นไปด้วยละอองรักหยาดใส ปลายจมูกโด่งคมสูดดมกลิ่นอายสาวที่เขาถวิลหามาเนิ่นนานจนเต็มปอดลิ้นร้อนระอุเริ่มทำหน้าที่ของมันอย่างเนิบนาบ แตะไล้ลงบนรอยแยกของกลีบเนื้อสีหวานที่กำลังชุ่มฉ่ำ สัมผัสแรกนั้นแผ่วเบาราวกับขนนกนุ่มๆ ที่ปัดผ่าน แต่กลับสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งร่างของปรียานุช“อูย... ซี้ด... ยะ... อย่า... อย่าทำอย่างนั้น... อูย...”เสียงร้องห้ามนั้นแผ่วเบาจนเป็นเพียงลมหายใจที่ขาดช่วง ทว่าสะโพกงามกลับไม่ยอมถอยหนี เธอขยับแอ่นรับสัมผั

  • ดอกร่าน...บานฉ่ำ   เติมเต็มให้กันและกัน!

    ร่างบางของปรียานุชถูกวางลงบนที่นอนนุ่มอย่างแผ่วเบา ราวกับเขากำลังประคองกลีบดอกไม้ที่แสนบอบบาง แรงยุบตัวของฟูกและกลิ่นหอมสะอาดของผ้าปูที่ซักตากแดดจนแห้งสนิทโชยเข้าจมูก ทว่าแขนเรียวงามกลับยังคงโอบกระชับรอบลำคอแกร่งไว้มั่น ไม่ยอมปล่อยให้ระยะห่างเพิ่มขึ้นแม้แต่เซนติเมตรเดียว สายตาสองคู่ประสานกันในระยะที่ลมหายใจอุ่นจัดรดรินกันและกัน จนสัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนจากหัวใจที่เต้นรัวแรง“พี่ครับ... ผมรักพี่เหลือเกิน ผมห้ามใจไม่ไหวแล้ว”เสียงทุ้มต่ำที่พร่าสั่นกระซิบชิดริมฝีปาก ก่อนที่ชลธีจะโน้มลงมามอบจูบที่หยั่งลึกเข้าไปถึงก้นบึ้งของจิตวิญญาณ มันไม่ใช่เพียงความใคร่ แต่คือจูบที่เต็มไปด้วยความเทิดทูนและถวิลหาที่อัดอั้นมานานปี ปรียานุชเผยอริมฝีปากรับสัมผัสจากเด็กหนุ่มด้วยความเต็มใจ “อืออ… อุ๊ย… อาาา…”เสียงครางแผ่วในลำคอดังขึ้นอย่างลืมตัว รสจูบนั้นหวานล้ำเหมือนน้ำผึ้งรวงที่มาชโลมใจซึ่งเคยแห้งผากให้กลับมาชุ่มฉ่ำอีกครั้งเขาย้ายริมฝีปากหนาไปพรมจูบทั่วใบหน้าหวานอย่างทะนุถนอม ตั้งแต่หน้าผากมน ไล่มาที่เปลือกตาที่ปิดพริ้ม และพวงแก้มที่ร้อนผ่าวประดุจเปลวไฟสีกุหลาบ ความโหยหาที่ถูกปลดปล่อยทำให้อุณหภูมิใน

  • ดอกร่าน...บานฉ่ำ   ความโหยหาที่สุดจะกลั้น!

    สายลมยามบ่ายหอบเอาไอแดดและกลิ่นหอมของดอกหญ้าข้างทางลอยละล่องเข้าปะทะใบหน้าขณะที่รถมอเตอร์ไซค์คันเดิมแล่นลัดเลาะไปตามซอยแคบ ๆ จนเข้าสู่เส้นทางกลับบ้านที่แสนคุ้นตา ปรียานุชหลับตาลงพริ้ม ปล่อยให้ความกังวลทิ้งตัวลงบนแผ่นหลังแกร่งที่ซ่อนอยู่ใต้เสื้อผ้าเนื้อหนาของเด็กหนุ่ม ความอบอุ่นที่แผ่ซ่านออกมาจากร่างของเขาช่างมั่นคงจนหัวใจที่เคยอ้างว้างและแห้งแล้งประดุจผืนทรายที่ขาดน้ำมานานปี กลับมารู้สึกชุ่มฉ่ำและปลอดภัยอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนสองแขนเรียวที่โอบกระชับเอวหนาถูกพันธนาการไว้ด้วยมือหยาบใหญ่ของชลธี เขาละมือข้างหนึ่งลงมากุมมือเล็ก ๆ ของเธอไว้เหนือหน้าตัก บีบเบา ๆ ราวกับจะบอกผ่านสัมผัสว่าเขาพร้อมจะเป็นโล่กำบังและที่พักพิงให้เธอตลอดไป สัมผัสสากระคายแต่ทว่านุ่มนวลนั้นทำให้ปรียานุชขยับใบหน้าซบลงกับแผ่นหลังเขาแน่นขึ้นอีกนิด กลิ่นกายสะอาดสะอ้านผสมไอแดดอ่อน ๆ จากตัวเขาช่างเป็นน้ำหอมที่ปลอบประโลมใจได้ดีที่สุด“พี่ครับ... ถึงแล้วครับ”เสียงทุ้มต่ำที่สั่นพร่าเล็กน้อยดังขึ้นปลุกเธอจากภวังค์อันหวานล้ำ ปรียานุชเผยอเปลือกตาขึ้นช้า ๆ แสงแดดที่รำไรอยู่ใต้ชายคาบ้านไม้หลังเดิมทำให้เธอมึนงงไปครู่หนึ่ง“อืม.

  • ดอกร่าน...บานฉ่ำ   วันนี้พี่น่ารักจังเลยครับ!

    มือที่กำลังพับกางเกงสแล็กสีเข้มของชลธีชะงักลงครู่หนึ่ง กลิ่นอับจาง ๆ ของกระเป๋าเดินทางสีดำใบเก่าโชยเข้าจมูกสลับกับกลิ่นแป้งเย็นอ่อน ๆ จากตัวมารดาที่นั่งอยู่บนเสื่อกกผืนบาง แสงแดดยามบ่ายที่ลอดผ่านฝาบ้านไม้ออกมาเป็นลำ ฉายให้เห็นฝุ่นละอองที่เริงระบำอยู่ในอากาศเหมือนความวุ่นวายที่เขากำลังพยายามจัดระเบียบมันทิ้งไว้เบื้องหลัง“จะกลับวันพรุ่งนี้จริงๆ เหรอลูก ไม่ไปงานแต่งของหนูพิมพ์จริงๆ เหรอ?” หญิงสูงวัยเอ่ยถาม น้ำเสียงแหบพร่าเต็มไปด้วยความเสียดายซ่อนเร้น สายตาฝ้าฟางจ้องมองแผ่นหลังกว้างของลูกชายที่ดูองอาจขึ้นผิดหูผิดตาชลธีระบายลมหายใจออกมาเบา ๆ ก่อนจะยกยิ้มที่มุมปาก แต่มันช่างเป็นรอยยิ้มที่ดูราบเรียบจนน่าใจหาย “ครับแม่... ผมคงไม่ไปหรอกครับ”“คนที่เคยรักใคร่ชอบพอกัน จะไม่ไปร่วมแสดงความยินดีกับเขาหน่อยเหรอ?”คำถามของคนไม่รู้ความจริงกรีดผ่านหัวใจที่เพิ่งจะเริ่มตกสะเก็ดของชลธี เขาขยับกายเข้าไปหาบุพการี มือที่สากระคายจากการฝึกหนักกุมมือที่เหี่ยวหย่นของแม่เอาไว้ แผ่วเบาแต่หนักแน่น เขาจ้องมองดวงตาของแม่พร้อมรอยยิ้มที่เศร้าลึกอยู่ภายใน “ผมไม่ไปจะเป็นการดีที่สุดสำหรับพิมแล้วครับแม่...”หญิงชราถอนหา

  • ดอกร่าน...บานฉ่ำ   ชำระล้างหัวใจรัก!

    เสียงเครื่องยนต์ที่ครางกระหึ่มอย่างเหนื่อยอ่อนค่อยๆ สงบลง เมื่อรถหกล้อสองแถวสีน้ำเงินซีดประจำหมู่บ้านวิ่งเข้าจอดเทียบข้างถนนลูกรังหน้าตลาดชุมชน ฝุ่นดินแดงที่ถูกล้อรถบดขยี้จนละเอียดฟุ้งกระจายขึ้นเป็นม่านหนาตลบอบอวลไปทั่วบริเวณ พ่อค้าแม่ขายและชาวบ้านที่กำลังสาละวนกับการจับจ่ายต่างพากันยกมือขึ้นปิดจมูก พลางโบกมือหยอยๆ ขับไล่ฝุ่นละอองที่ลอยมากระทบผิวสัมผัสจนสากระคายทว่าในจังหวะที่ม่านฝุ่นสีแดงส้มนั้นยังไม่ทันจางหาย ปรากฏร่างสูงโปร่งก้าวลงมาจากท้ายรถหกล้อด้วยท่วงท่าที่มั่นคงและองอาจรองเท้าคัตชูหนังสีดำ กระทบลงบนพื้นดินลูกรังดัง “ปึ้ก” หนักแน่น แสงอาทิตย์ยามสายสะท้อนผ่านเงาวับของรองเท้าที่ขัดมาอย่างประณีตประดุจกระจกเงา ขัดแย้งกับพื้นดินขี้ฝุ่นรอบข้างอย่างสิ้นเชิง ชลธีใน ชุดเครื่องแบบปกติกากีแกมเขียวคอพับ ยืนตระหง่านอยู่กลางวงล้อมของม่านฝุ่น แผ่นอกที่กว้างขึ้นภายใต้เนื้อผ้าที่รีดจนตึงเปรี๊ยะเห็นจีบคมกริบ และหมวกทรงหม้อตาลที่วางระดับสายตาอย่างพอเหมาะพอดี ทำให้บรรยากาศรอบตัวเขาดูเหมือนมีอำนาจลึกลับที่สยบความวุ่นวายของตลาดลงได้ในพริบตาเสียงจอกแจกจอแจของแม่ค้าปลาสดและเสียงสับเขียงหมูพลันเงีย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status