LOGIN“เป็นอะไรไป”
เธอมองมือสีเข้มม้วนเส้นพาสต้าขึ้นเข้าปาก คนตัวโตตรงหน้าแม้ว่าจะร่างสูงใหญ่แกร่งดั่งชายชาตรี แต่เมื่อคราวรับประทานอาหารเขากลับเรียบร้อยและสะอาดอย่างไม่น่าเชื่อ เธอมักชอบแอบมองเขาเสมอเวลาเขาหยิบจับของบนโต๊ะ
“เปล่าค่ะ”
เสียงหวานเข้มกว่าทุกวันดวงตากลมโตยังจ้องมองมือ นิ้วเรียวยาวจับส้อมคล้ายแน่นแต่ก็ไม่ ดูราวกับว่าเขาทำทุกสิ่งแผ่วเบาและทะนุถนอม
“แล้วทำไมหน้าตึง”
คราวนี้ปากกระจับเม้มแน่น นอกจากไม่พอใจปนหงุดหงิดแล้ว เธอเริ่มรู้สึกปวดท้องน้อยขึ้นมากะทันหัน อาการประจำเดือนมากำลังเริ่มขึ้น
มิคาอิลวางส้อมลงหยิบผ้าขึ้นเช็ดปากแล้วค่อยหันมองสาวร่างระหงที่ยังยืนนิ่ง สังเกตเหงื่อผลุดซึมชื้นตามไรผม มือเล็กกำแน่นข้างลำตัว
“แพรี่ เป็นอะไร?”
“เปล่าคะ คุณทานเสร็จแล้วใช่ไหมคะ”
ตาคมเข้มมองสาวร่างเล็กกว่าเดินเข้ามาใกล้เพื่อเก็บจาน จึงคว้าข้อมือเล็กไว้
“คุณเหงื่อออก?”
“ปล่อยได้แล้วคุณมิคาอิล ฉันจะได้เก็บจาน”
เขาเพ่งมองปากกระจับสั่นเล็กน้อยจึงลุกขึ้นยืนใช้ฝ่ามือทาบบนหน้าผาก
“ไม่มีไข้นี่”
“ปล่อย! บ้าจริง มิคาอิล”
เสียงหวานสบถออกมายิ่งทำให้บอสหนุ่มสงสัย ดึงมือเธออกจากจานพาสต้า
“คุณสบถ?”
“ใช่ ปล่อยได้แล้ว”
น้ำเสียงบุษบาดูไม่ค่อยดีเท่าไร คิ้วเรียวยังขมวดซ้ำเหงื่อผลุดออกมามากกว่าเดิม
“คุณเป็นอะไร? แพรี่”
“ปล่อย ให้ตายเถอะ! มิคาอิล! ปล่อยฉัน!”
เธอดึงรั้งข้อมือออกจากมือสีเข้มแต่เขาไม่ยอมปล่อย ท้องน้อยปวดหนักขึ้น เธอรู้ว่าอาการปวดประจำเดือนของเธอมักรุนแรงจนต้องนอนพักสองสามชั่วโมงถึงค่อยดีขึ้น
“ไม่ คุณไม่สบาย”
“ฉันสบาย บ้าจริง ต้องรู้ให้ได้ใช่ไหม ได้! มิคาอิล ฉันปวดท้อง”
“ปวดท้อง? ไปกินอะไรมา”
“ฉันปวดท้องก็คือปวดท้อง รู้แล้วก็ปล่อย!!”
มิคาอิลยังก้มมองหน้าหวาน เสียงที่เคยนุ่มนวลกลายเป็นเสียงตวาดแว้ด มือเล็กสั่นเทามากขึ้นและร่างเล็กงอตัวลง
“ไปห้องพยาบาล”
“ไม่ ไม่ต้อง แค่ต้องนอน ปล่อยฉันเถอะมิคาอิล”
เขาดึงรั้งเธอไปทานโซฟาดันไหล่ให้นั่งลงก่อนจะนั่งลงตาม
“ปวดท้องเป็นอะไร ผมจะเรียกหมอมาที่ห้องแล้วกัน”
“ไม่ต้อง ฉัน ฉัน แค่เป็นประจำเดือน”
เสียงแผ่วเบาคล้ายเสียงกระซิบพร้อมใบหน้าแดงก่ำขัดเขิน เขาขยับใบหน้าไปใกล้
“คุณว่าอะไรนะ ผมไม่ได้ยิน”
“ฉันปวดท้องเป็นประจำเดือน”
มือเล็กกุมหน้าท้องไว้ตัวงอลงเล็กน้อย อาการปวดท้องบิดจนเธอไม่อาจนั่งตัวตรงได้ ตากลมโตหรี่ลง สังเกตว่าคนร่างโตด้านข้างนั่งนิ่งขึงไปครู่ก่อนจะลุกขึ้น
“แซค แซค!!”
“คุณจะเรียกแซคมาทำไมคะ โอ้ย!”
คราวนี้บุษบาไม่อาจรั้งร่างให้นั่งตรงได้ล้มลงนอนตะแคงบนโซฟา มือกุมท้องแน่น
“แพรี่!!”
มิคาอิลตาโตคุกเข่าบนพื้นลูบเหงื่อออกจากกรอบหน้ารูปไข่
“อย่าเสียงดังสิ ฉันขอถุงน้ำร้อน ยาแก้ปวด และผ้าอนามัย ได้ไหมคะ”
หนุ่มรัสเซียพยักหน้ารีบเดินออกจากห้องโผล่หน้าออกไปตามโถงเมื่อแซคยังไม่เข้ามาตามเสียงเรียก กวาดตามองไม่เห็นใคร หันกลับไปคนร่างเล็กยังนอนนิ่งบนโซฟา จึงตัดสินใจเดินไปห้องพยาบาลด้วยตัวเอง
“บอสว่ายังไงนะคะ”
แพทย์หญิงประจำเรือที่ห้องพยาบาลตกใจแทบสิ้นสติเมื่อเงยหน้าขึ้นจากโต๊ะทำงาน
“ฮะ แฮ่ม ผมต้องการยาแก้ปวดท้อง ถุงน้ำร้อน และ และ ผ้าอนามัย”
แม้ว่าเขาจะผิวสีเข้มกว่าชายต่างชาติทั่วไปเพราะรสนิยมเล่นกีฬากลางแจ้ง แต่ยังมองเห็นว่าบอสใหญ่ยืนหน้าแดงก่ำ
“ค่ะ ค่ะ”
แพทย์หญิงรีบรับคำหันมองหน้าพยาบาลสาวอีกคนหน้าตื่นพอกัน พลางลุกขึ้นจากโต๊ะเพื่อไปเตรียมของ แต่ด้วยอารามตกใจจึงใช้เวลาหาของนานกว่าปกติจนคนร่างโตต้องเอ่ยถาม
“ทำไมยังไม่ได้อีก? เร็วหน่อยสิ!”
เขาเร่งขึ้นนึกไปถึงคนร่างเล็กป่านนี้ไม่รู้ว่าจะปวดมากขนาดไหน หน้าเข้มเริ่มบึ้งตึงเมื่อสองคนในห้องพยาบาลชักช้า เท้าเคาะเป็นจังหวะที่พื้น
“ได้แล้วค่ะ”
บอสใหญ่ยังยืนนิ่งอยู่กับที่ก้มมองของในมือของแพทย์หญิง
“คุณไม่มีถุงใส่หรืออะไรที่ เออ ปิดหน่อยเหรอ”
เขามองห่อผ้าอนามัยจำนวนหนึ่งแม้ไม่มาก แต่พวกเธอทั้งสองคนไม่ได้ใส่ถุงหรือห่อให้มิดชิด
“ไม่มีค่ะ ปกติที่ห้องพยาบาลเราไม่มีถุงใส่ยาให้คนไข้อยู่แล้ว เพราะส่วนใหญ่มักป่วยเล็ก ๆ น้อย ๆ จึงใช้ยาไม่มาก”
มิคาอิลพยักหน้ารับจำใจยื่นมือออกไปรับของแล้วกลับออกไปโดยเร็ว ขาแกร่งยาวรีบสาวเท้าเร็วรี่กลับไปยังห้องโดยตลอดทางมีพนักงานมองบ้างประปราย
หน้าเข้มยังแดงก่ำมือกำห่อผ้าอนามัยไว้ในอุ้งมือใหญ่ รีบรุดเข้าห้องพักตรงไปยังบุษบาที่ยังนอนอยู่บนโซฟา
‘ว่าพลางโอบอุ้มอรไท ขึ้นไว้เหนื่อยนักสะพักชม
เอ็นองค์ลงแอบแนบน้อง เชยปรางพลางประคองสองสม
คลึงเคล้าเย้ายวนสํารวลรมย์ เกลียวกลมสมสวาทไม่คลาดคลาย
กรกอดประทับแล้วรับขวัญ อย่าตระหนกอกสั่นนะโฉมฉาย
ฤดีดาลซ่านจับเนตรพราย ดังสายสุนีวาบปลาบตา’[1]
“แพรี่ เป็นยังไงบ้าง”
ตาหวานกลมค่อยปรือลืมขึ้นมอง เห็นมิคาอิลนั่งลงบนโซฟาตัวเดียวกับที่เธอกำลังนอนอยู่
“อื้อ ปวดท้องค่ะ”
“กินยาก่อนนะ”
เขาค่อยประคองร่างระหงขึ้นนั่งก่อนจะส่งยาแก้ปวดให้ ล้วงผ้าเช็ดหน้าของตัวเองออกมาเช็ดเหงื่อที่ยังผลุดซึมตามไรผม
“แพรี่ขอผ้าอนามัย”
เสียงเบาดั่งเสียงกระซิบค่อยบอกชำเลืองมองผ้าอนามัยในมือสีเข้มพลันหน้าแดงซ่าน รีบหยิบออกมาแล้วค่อยลุกออกจากโซฟา
“จะไปไหน? คุณยังปวดท้องอยู่นะ”
บุษบาเอียงหน้ามองมือยังกำผ้าอนามัยอีกข้างกุมท้องน้อย แม้ว่ายังปวดท้องอยู่มากแต่จำต้องลุกไปเข้าห้องน้ำ
“ไปห้องน้ำค่ะ”
เธอขยับชูผ้าอนามัยขึ้นตรงหน้าแล้วรีบลุกขึ้นเดินไปเข้าห้องน้ำ ทันเห็นสีหน้าของคนร่างสูงแดงซ่านขึ้นต่อหน้าต่อตา
อายเหมือนคนอื่นก็เป็น
บุษบาจัดการตัวเองจนเรียบร้อยค่อยโล่งใจว่าประจำเดือนยังไม่ทันมา ตาเริ่มปรือเพราะฤทธิ์ยาแก้ปวดเฉพาะที่
แอ๊ด
“ไปนอนก่อนไหม”
ร่างเล็กสะดุ้งสุดตัวเมื่อเสียงทุ้มดังขึ้นหน้าประตูหันมองมิคาอิล เขามายืนรออยู่ด้านข้างหน้าห้องน้ำ
“ตกใจหมดเลยค่ะ เดี๋ยวแพรี่กลับห้องก่อนนะคะ”
“ไม่ต้องหรอก นอนที่นี่ เดี๋ยวไปเป็นลมระหว่างทาง”
มิคาอิลตวัดแขนอุ้มร่างบอบบางของบุษบาขึ้นพาเดินไปห้องนอน
“ให้ฉันนอนโซฟาก็ได้ นอนสักชั่วโมงก็ดีขึ้นเองค่ะ”
“นอนไม่สบายหรอก นอนบนเตียง ตื่นค่อยกลับห้อง”
บุษบาคร้านจะเถียงเพราะฤทธิ์ยาแก้ปวดทำให้เธอมึนศีรษะง่วงนอน รู้เพียงว่าร่างของเธอจมหายไปในเตียงนุ่ม กระเป๋าน้ำร้อนถูกนำมาวางไว้บนหน้าท้อง มือเล็กจับกระเป๋าบนหน้าท้องพลิกร่างนอนตะแคงแล้วหลับไป
เสียงลมหายใจสม่ำเสมอของบุษบาทำให้ชายร่างสูงใหญ่ที่ยังนั่งขอบเตียงรู้ว่าเธอหลับไปแล้วจึงค่อยห่มผ้าให้ก่อนจะเดินออกจากห้องไป
“นายไปไหนมา”
มิคาอิลถามแซคทันทีเมื่อเดินออกมาจากห้องแล้วเห็นบอดี้การ์ดเดินเข้ามาพร้อมถุงในมือ
“ไปทานข้าวเที่ยงครับบอส มีอะไรหรือเปล่าครับ”
“ไม่มีอะไรแล้ว ไปบอกรูมเมทของแพรี่ให้เก็บเสื้อผ้าของใช้ส่วนตัวมาให้หมด”
“บอสครับ! แต่ว่า เธอแต่งงานแล้ว”
มิคาอิลเดินเลยเข้าไปในครัวกดกาแฟร้อน คำถามของแซคยังดังก้องข้างใน แม้ว่าบอดี้การ์ดจะเดินออกจากห้องไปแล้วตามคำสั่งหลังจากที่ตัวเขาเองไม่ตอบคำถาม
ร่างเล็กพลิกตัวนอนหงายพลันรู้สึกถึงร่างอุ่นจนร้อนจัดของใครสักคนด้านหลัง อาการปวดท้องทุเลาลงแล้วจนเกือบหายมีเพียงปวดหน่วงไม่มาก กระพริบตามองไปรอบห้องบ่ายคล้อยมากแล้วจนแสงอาทิตย์ทอสีส้ม
“แพรี่ตื่นแล้ว” เสียงทุ้มดังข้างหูมือสีเข้มโอบรัดแน่นเข้า
“ค่ะ ปล่อยเถอะค่ะ แพรี่จะลุก”
“หายปวดท้องแล้วเหรอ”
“ค่ะ”
เธอขยับตัวไปด้านข้างเพื่อจะลุกแต่เขารัดเธอไว้แน่นรั้งจนร่างเธอแนบไปกับกายชาย
“ย้ายมาอยู่ห้องนี้นะ”
มิคาอิลกระซิบเสียงพร่า มือลูบหน้าท้องแบนราบของบุษบาคล้ายนวดคลึงเบา ๆ
“ไม่ได้ค่ะ ปล่อยเถอะคะ แพรี่อยากกลับห้อง”
บุษบาขยับตัวสะท้านกายเมื่อคนร่างสูงใหญ่ยังรัดแน่น ลมหายใจโรยรินซอกคอ กลิ่นซิการ์ กลิ่นฟีโรโมนเพศชายทำเธอปั่นป่วน มือบนหน้าท้องลูบไล้ไปทั่วเลื่อนขึ้นทรวงอก
“มิคาอิล”
“ผมต้านไม่อยู่แล้วแพรี่”
“อย่าค่ะ อ่า”
[1] อิเหนา หน้า 526-527
เสียงเปิดประตูกระทันหันทำให้สองหนุ่มสาวที่นั่งกอดกันมองไปทางประตูเป็นตาเดียว ร่างสาวสวยสูงโปร่งในชุดทันสมัยกระโปรงสั้นรองเท้าส้นสูงราคาแพง เดินอาด ๆ เข้ามาในห้อง กวาดตามองโดยรอบจนเห็นคนทั้งคู่“มิคาอิล!! คุณไล่ฉันกลับ”ผู้หญิงคนนั้นเปิดฉากส่งเสียงหวานแหลมสูงใส่ทันทีเมื่อมองเห็นถนัดตา บุษบาผละตัวออกยืดแผ่นหลังตรงสังเกตได้ว่ามิคาอิลเองก็ยืดตัวตรงเช่นกันนางแบบสาวผมดำสนิทเช่นเดียวกับเธอเดินส่ายสะโพกน้อย ๆ มาทางโซฟามองเหยียดหญิงสาวที่นั่งตักมิคาอิล สวมชุดหลวมโพรกคล้ายคนท้องใบหน้าซีดเซียว“เดี๋ยวนี้คุณเลือกผู้หญิงแบบนี้เหรอคะมิคาอิล”“โรซี่!!”“ทำไมคะ ถึงฉันเป็นนางแบบ แต่ฉันก็มีศักดิ์ศรี จู่ ๆ คุณเรียกตัวฉันมา ฉันก็ทิ้งงานบินมาเพื่ออยู่เป็นเพื่อนคุณ แล้วพอคุณมีคนใหม่ คุณก็เฉดหัวฉันกลับ ไม่ง่ายไปหน่อยเหรอคะ”ดวงหน้าหวานซึ้งเอี้ยวกลับไปมองคนร่างโตที่นั่งขยุกขยิกไม่อยู่สุขอย่างผิดสังเกต ก่อนที่คำพูดของผู้หญิงคนนั้นจะซึมซาบเข้าไปสู่สมองแล้วประมวลผลจนเข้าใจ“มิคาอิล คุณมีคนใหม่แล้ว?”เสียงหวานนุ่มของคนบนตักทำให้มิคาอิลหน้าเปลี่ยนส
แซคสะดุ้งตกใจทันทีเมื่อเห็นเจ้านายประคองหญิงสาวที่หายไปหน้านานหลายเดือน สีหน้าของทั้งคู่ตึงเครียด ทั้งหน้าหวานซึ้งยังเปื้อนคราบน้ำตาเป็นทาง“บอส”บอดี้การ์ดทักด้วยเสียงเข้มก้มมองเธอแปลกประหลาดใจก่อนจะถอยห่างจากประตูเพื่อให้คนทั้งสองเข้าไป“บอสครับ แล้ว แล้ว”“ให้เธอกลับไปสะ”“ครับ บอส”บุษบามองตามแซคคิ้วขมวดสงสัย ห้องพักเดิมเหมือนเดิมอย่างที่เธอจำได้ เพียงแค่กลิ่นซิการ์อบอวลมากกว่าเดิมจนเธอกระแอมไอออกมา“กลิ่นซิการ์”แว่วเสียงสบถจากคนร่างสูงก่อนจะเห็นเขาเดินไปเปิดหน้าต่างออกหมดทุกบานรวมไปถึงประตูออกระเบียง“นั่งสิแพรี่ หวังว่าคุณจะชื่อแพรี่นะ”บุษบาหน้าม้านเฝือดเผือดสีลงทันตา แต่เธอไม่อาจว่าเขาได้ในเมื่อมันคือเรื่องจริง“ค่ะ ฉันชื่อแพร หรือ แพรี่ ชื่อจริงบุษบา”“บุษบา?”“เป็นชื่อนางในวรรณคดีค่ะ”มิคาอิลเดินเข้าห้องครัวรินน้ำเปล่าก่อนจะเปิดตู้เย็นซึ่งพบเพียงความว่างเปล่า ก็แน่ล่ะหลายเดือนที่ผ่านมาเขาแทบไม่ค่อยกินอะไรนอกจากเหล้า ชายร่างสูงถอนหายใจก่อนจะหยิบโทรศัพท์ออกมา“แ
ภาพในความทรงจำหลั่งไหลดั่งสายน้ำกระแทกเข้าใส่เธอจนตั้งตัวไม่ติดถอยหลังแต่มือของอัคคีช่วยรั้งไว้ดวงตาเข้มข้นล้ำลึกของมิคาอิลมองกลับมา ตวัดตาลงมองหน้าท้องที่ยังแบนราบ เธอมองเห็นความเจ็บปวดรวดร้าวในแววตาก่อนที่เขาจะสะบัดกลับไปก้าวเท้าออกจากลานเมอร์ไลออน“บอส!!”เสียงอุณากรรณตะโกนลั่นพร้อมกับวิ่งแทรกคนไปตามชายร่างสูงใหญ่ไปยืนขวางตรงหน้า ใช้มือกางกั้นไว้ไม่ให้เขาหนีไป บุษบารีบเดินตามไปทันที“บอสจะยังไปไหนไม่ได้ทั้งนั้น”มิคาอิลก้มลงมองหญิงสาวร่างระหงอีกคนผมสีดำยาวสยายดัดลอนเล็กน้อย ดวงตากลมโตดั่งกวาง ริมฝีปากกระจับ พ่วงแก้มสีชมพูระเรื่อด้วยเครื่องสำอาง แต่งตัวแบรนด์เนมหรูหราราคาแพง นัยน์ตาเหยี่ยวเบิกกว้าง“เลน่า!!”“ใช่บอส นี่เลน่า ส่วนคนโน้น”มือเล็กจับต้นแขนบอสใหญ่ให้หันไปทางบุษบาที่เดินเข้ามาใกล้ก่อนที่ร่างในชุดคลุมท้องจะหยุดลงทิ้งห่างพอสมควร“คนนั้น แพรี่ พี่สาวของเลน่าเอง”มือแกร่งสั่นเทาเมื่อยกขึ้นลูบหน้าเปิดตาขึ้นมองอีกครั้งสลับกันไปมา“พวกคุณเป็นแฝด”“ใช่บอส ฉันเป็นน้องสาว ส่วนแพรี่เกิดก่อนเป็นพี
ชายร่างสูงใหญ่ยืนนิ่งมองท้องทะเลยามเย็น เรือสำราญเดินสมุทรขนาดใหญ่เฮฟเว่นครูซกำลังเดินทางใกล้ถึงสิงคโปร์อีกครั้ง“มิคาอิลคะ”เสียงหวานนุ่มดังขึ้นด้านหลัง เขาหันกลับไปมองนางแบบสาวซึ่งเขาเรียกตัวมา เธอเคยทำให้เขาใจเต้นแรงด้วยท่วงท่าการเดิน ผมดำยาวปล่อยสยายราวกับแพรไหมแพรี่ในช่วงเวลาหลายเดือนนับจากหญิงสาวคนนั้นจากไปเขาเปลี่ยนคู่ควงใหม่ราวกับเปลี่ยนถุงเท้า แต่มันไม่มีคู่ไหนที่ใช่เลยสำหรับเขา“คุณไม่ต้องรอผมก็ได้ ออกไปทานก่อนได้เลย”“ค่ะ”เขาผ่านพ้นวันนรกแตกมาแล้ว เจ็ดวันเสมือนเขาไปเยือนเทพเฮดิส ร้อนดั่งไฟเผา ทุรนทุรายจนไม่อาจทนลืมตาได้ต้องใช้แอลกอฮอล์กำจัดภาพเหล่านั้นออกไปจากใจให้หมด จนทุกวันนี้เขาเองยังไม่แน่ใจว่าเขาได้ขจัดหมดไปหรือยังแอ๊ด!เสียงเปิดประตูทำให้เขาหันไปมองอีกครั้งก่อนจะนั่งลงตรงเก้าอี้เล็กตรงระเบียงห้องด้านนอก ยกเท้าพาดโต๊ะหยิบซิการ์ขึ้นจุดรอมารดาบังเกิดเกล้าเดินออกมาเทศนาอีกครั้งในรอบสามสิบห้าปี ซึ่งดูราวกับว่าเธอกลายเป็นมารดาอย่างแท้จริงเสียทีหลังจากทิ้ง ๆ ขว้าง ๆ เขามาตลอดตั้ง
“ลูกลองขึ้นไปพูดกับแพรให้ไปหาหมอ และถ้าแพรท้องจริง ๆ แม่กับพ่อก็ไม่ว่า ดีสะอีกจะมีเด็ก ๆ วิ่งเล่นในบ้าน”อุณากรรณพยักหน้ารับสะท้อนในใจ รีบเดินขึ้นบ้านไปหาพี่สาวฝาแฝดก๊อก ก๊อก “แพร”บุษบาพลิกตัวกลับมาเมื่อได้ยินเสียงน้องสาวฝาแฝดเอ่ยเรียก ค่อยพยุงร่างขึ้นนั่งหลังจากเอนหลังนอนกลางวัน“พลอย”“เป็นไงบ้าง”อุณากรรณนั่งลงขอบเตียงขยับตัวไปใกล้ จับมือแพรขึ้นมากุมไว้แน่น พี่สาวฝาแฝดของเธอดูซูบผอมลงไปมาก ทั้ง ๆ ที่กลับมาจากเดินทางได้สองเดือนแล้ว แต่ท่าทียังไม่ดีขึ้น“แพรสบายดี”“แม่บอกว่าแพรไม่สบาย”“ก็แค่คลื่นไส้ อาจจะอาหารเป็นพิษ”“แล้วไปหาหมอหรือยัง”“ไม่ต้องหรอก เดี๋ยวก็หาย ช่วงนี้เป็นทุกเช้าเลย ไม่รู้เป็นอะไร สงสัยแพรเปลี่ยนที่บ่อยมั้ง”อุณากรรณนิ่งงันก้มหน้าลงมองหน้าท้องของพี่สาวยังแบนราบก่อนจะมองหน้าหวานซึ้งที่เหมือนเธอ“แพร ประจำเดือนมาหรือยัง”เสียงคำถามจากน้องสาวฝาแฝดทำให้บุษบาแหงนหน้าขึ้นทันที ดวงตากลมโตหวานซึ้งจ้องเข้าไปในดวงตาเดียวกันกับเธอ แต่อุณากรรณเจิดจ้าเปล่งประ
ร่างระหงบอบบางดูซูบซีดลงอีกทั้ง ๆ ที่เพิ่งผ่านมาไม่กี่วัน ป้าเมย์ยืนมองหลานสาวจากในครัวขณะที่บุษบาเผลอนั่งเหม่อออกไปนอกหน้าต่างใบหน้าป้าเมย์เครียดกังวลเรื่องหลานสาวแต่จนปัญญาจะช่วยเหลือ เรื่องของหัวใจมีทางเดียวที่จะรักษาได้คือ เวลา“แพร”บุษบาผินหน้ากลับมาตามเสียงเรียก ดูเหมือนนัยน์กลมหวานซึ้งจะรื้นชื้นด้วยน้ำตาจนป้าเมย์ถอนหายใจ“ทานผลไม้หน่อยนะลูก”“ขอบคุณค่ะ”“แล้วนี่จะกลับบ้านเมื่อไร”“คงต้องกลับเลยค่ะ แพรถือวีซ่าทำงานบนเรือ ถ้าขืนอยู่ต่อจะมีปัญหา”“แล้วบอกที่บ้านหรือยัง”“ยังเลยค่ะ”ป้าเมย์วางจานผลไม้ลงบนโต๊ะเล็กก่อนจะนั่งลงข้างหลานสาว“แล้วพลอยว่ายังไงบ้าง”“แพรยังไม่ได้คุยกับพลอยเลยค่ะ”“แพร”“คะ”“อย่าหาว่าป้ายุ่งเรื่องส่วนตัวเลยนะ แพรมีปัญหากับมิคาอิลใช่ไหมลูก”บุษบาเบือนหน้าหนีดวงตาค้นหาของป้าเมย์ แสร้งจิ้มผลไม้เข้าปากค่อยเคี้ยวเชื่องช้า“ค่ะ”“เรื่องอะไร บอกป้าได้ไหม”“เขากำลังจะแต่งงานค่ะ”“คุณพระช่วย!”







