แชร์

บทที่ 13 หนีเที่ยว

ผู้เขียน: พริมริน
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-12-04 19:14:51

บทที่ 13 หนีเที่ยว

พลอย จะออกไปข้างนอกเหรอ”

บุษบาที่นั่งอยู่ตรงโซฟาห้องนั่งเล่นเงยหน้าขึ้นจากโทรศัพท์มือถือ เอ่ยทักเมื่อเห็นอุณากรรณแต่งตัวจัดเต็มในชุดรัดรูปสีดำตัวสั้น ตัวเสื้อควานลึกยังดีที่มีเสื้อคลุมตัวเล็กพอให้ปกปิดบ้าง รองเท้าส้นสูงสีดำสานไขว้ประดับคริสตัลคู่เก่งราคาแพง ดัดผมลอนเล็กน้อยเป็นคลื่นสยายลงกลางหลัง แต่งหน้าสโมคกี้อายแต่ไม่เข้มมาก ริมฝีปากสีแดงสด

“ใช่แล้ว นุ้ยกับติซ่าชวนไปเที่ยวผับเปิดใหม่”

“ใครกัน?”

“โธ่เอ้ย! แพร ก็เพื่อนร่วมงานยังไงล่ะ แพรไปทำงานเป็นอาทิตย์นี่ไม่รู้จักใครเลยเหรอไง”

อุณากรรณพูดพรางหมุนดูตัวเองในกระจกหน้าต่างบานใหญ่ที่สะท้อนหน้าหวานซึ้งเพื่อสำรวจความเรียบร้อยอีกครั้ง

“แล้วนี่พี่เพลิงรู้หรือเปล่า”

“เกี่ยวอะไรกับพี่เพลิงด้วยแพร”

อุณากรรณคว้ากระเป๋าหนังแกะสีดำทรงสี่เหลี่ยมขนาดเก้านิ้วขึ้นสะพายไหล่ เอี้ยวหน้ามองบุษบาฝาแฝดที่เหมือนตัวเองดั่งเงาในกระจก แต่นิสัยผิดแผกแตกต่างราวฟ้ากับดิน

“อ้าว ก็พี่เพลิงเขาโทรหาทุกวันไม่ใช่เหรอ ถ้าพี่เพลิงโทรมาหาจะทำยังไง”

นึกไปถึงอัคคี อย่างที่บุษบาบอกเขาโทรศัพท์มาจากสิงคโปร์ทุกวันจริง ๆ แต่โทรไม่นาน แค่ถามว่าทำอะไร กินข้าวหรือยัง น้องสาวฝาแฝดยักไหล่ ยิ้มหวานให้บุษบาก่อนจะก้มลงหอมแก้ม

“ฟอด! ช่างเขาสิ เขายังไม่กลับมาสักหน่อย เห็นว่ากลับวันจันทร์ นี่วันเสาร์นะแพร วันเสาร์ใครเขาอยู่บ้านกัน อ้อ คงยกเว้นแพรคนเดียว”

“จ้า คงมีแต่แพรที่ชอบอยู่บ้าน แล้วนี่คุยกับแม่หรือยัง ทางนั้นส่งฤกษ์แต่งงานมาแล้วนะ”

“ชิ ก็ส่งไปสิ พลอยไม่ได้จะแต่ง แพรก็ไม่แต่ง ให้เจ้าบ่าวแต่งไปคนเดียว”

“พลอยจะบ้าเหรอ ถ้าไม่แต่งก็รีบพูดบอกพี่เพลิงสิ”

“แพรก็บอกเองสิ”

“พลอย!! แพรจะไปพูดได้ยังไงในเมื่อพลอยยังปลอมตัวเป็นแพรอยู่นะ”

“รู้แล้ว ๆ ล่ะน่า เดี๋ยวรอพี่เพลิงกลับมาก่อนแล้วพลอยจะพูด  พลอยไปแล้วเดี๋ยวจะดึก”

“ระวังตัวด้วยล่ะ แล้วอย่าดึกมากนะ”

“จ้าพี่สาวคนสวย ไปนะ”

บุษบามองตามหลังน้องสาวที่เดินออกไปจากห้องพัก ส่ายหน้าถอนใจ นี่ยังไม่รู้ตัวอีกว่ากำลังโดนอัคคีตะล่อมอยู่ทั้ง ๆ ที่เป็นคนคิดช่างแผนการเอง ไม่รู้ว่าอุณากรรณไปทำท่าไหนถึงทำให้อัคคีเร่งงานแต่งขนาดนี้ ถึงแม้ว่าตัวเธอเองจะมีส่วนทำให้เกิดเรื่องขึ้นด้วยการเรียกตัวของอุณากรรณกลับมาจากสิงคโปร์

ถ้าเป็นเรื่องเอาตัวรอดในการชีวิต อุณากรรณนับว่าเป็นผู้หญิงเก่งคนหนึ่ง แต่พอเป็นเรื่องชายหญิงทำไมถึงกลายเป็นอ่อนหัดไม่ทันอัคคีไปได้

เอาเถอะ! ปล่อยให้ทั้งอุณากรรณและอัคคีจัดการด้วยตัวเองจะดีกว่า ส่วนเธอจะขออยู่เงียบ ๆ มองคนทั้งคู่เดินเข้าสู่ประตูวิวาห์

กรี๊ด!!

เสียงผู้คน เสียงดนตรีอึกทึกดังกระหึ่มในผับหรูย่านถนนชั้นนำของเมืองหลวง อุณากรรณพาร่างสูงโปร่งในชุดรัดรูปเดินผ่านโต๊ะแล้วโต๊ะเล่ากระทั่งถึงโต๊ะของติซ่าและนุ้ยที่นัดกันไว้

“มาแล้วจ้า”

“แพรมาแล้ว โอ้โฮ้! นี่แต่งตัวกะจะฆ่าคนอื่นในผับให้ตายไปเลยหรือไง”

“บ้าน่าติซ่า แต่งปกติ แล้วนี่เปิดขวดหรือยัง”

“ยัง รออยู่”

“จะมีคนอื่นมาอีกไหม”

“ไม่มีแล้ว มากันแค่นี้ล่ะ คนอื่นเขาไม่ว่าง”

นุ้ยในชุดเดรสพอดีตัวในร่างอวบเล็กน้อยพอน่ารักเอ่ยตอบ ทั้งสามคนต้องตะโกนคุยกันเพราะเสียงในผับค่อนข้างดัง

“งั้นเปิดขวดเลย”

อุณากรรณขยับร่างขึ้นนั่งเก้าอี้ทรงสูงที่ผับมักนิยมใช้กันเพื่อประหยัดพื้นที่ โต๊ะกลมเล็กแค่พอว่างเครื่องดื่มหนึ่งชุดคือเหล้าหนึ่งขวด ถังน้ำแข็งและแก้วเท่านั้น

“คนเยอะเหมือนกันนะ”

อุณากรรณตะโกนคุยกับติซ่าขณะที่เด็กพนักงานในร้านกำลังชงเหล้า มองไปรอบ ๆ ดูแล้วส่วนใหญ่เป็นพนักงานออฟฟิศ

“วันนี้วันเสาร์ก็เยอะเป็นธรรมดา โอ้ย! โน้น คนอะไรหล่อชะมัด”

อุณากรรณหันไปมองตามมือของติซ่าสบตาเข้ากับชายหนุ่มร่างสูงโปร่งหน้าตาดีมีรสนิยม เสื้อผ้าตลอดทั้งตัวเป็นแบรนด์เนมราคาแพง

“ก็พอได้นะ”

“แพร พอได้งั้นเหรอ นั่นต้องเรียกเทพบุตรแล้ว”

“ฮึ คนหล่อกว่านี้มีอีกเยอะนะติซ่า”

“ไหนใครหล่อกว่า พูดสิ”

“ก็ อย่างบอสไง”

“บอส! แพร อย่างบอสน่ะก็เทพบุตร แต่เป็นเทพบุตรซาตานนะ ดุขนาดนั้น ไม่เอาด้วยคนหรอก”

อุณากรรณหัวเราะร่าชอบใจพรางยกแก้วขึ้นขยับชนแก้วกับติซ่าและนุ้ย

“มาชนแก้ว แด่เพื่อนใหม่”

“แด่เพื่อนใหม่”

“แด่เพื่อนใหม่”

ทั้งติซ่าและนุ้ยพูดขึ้นพร้อมกันและพากันยกแก้วเหล้าขึ้นดื่มรวดเดียวหมด

“คอแข็งเหมือนนะแพร”

“เคยสะแล้วติซ่า”

“งั้นเราก็ไม่ต้องกลัวว่าจะต้องหิ้วปีกแพรกลับบ้านแล้ว ถ้างั้นขนอีกแก้ว”

อุณากรรณยกแก้วขึ้นชนเมื่อผสมเหล้าให้ตัวเองเสร็จเรียบร้อย กระดกรวดเดียวจนหมด

ทำงานบนเรือเธอก็มักโดนแขกบนเรือเรียกให้ดื่มตลอดจนคอแข็งประมาณหนึ่ง เมื่อดื่มไปสักสองแก้วฤทธิ์แอลกอฮอล์เริ่มไหลวนในกระแสเลือดจนอุณากรรณได้อารมณ์ครึกครื้น ลุกขึ้นเต้นตามติซ่า

เหล้าผสมน้ำแก้วแล้วแก้วเล่าที่เพื่อนใหม่ทั้งสามต่างยกชนไม่หยุด ทั้งเต้นทั้งร้องจนทั้งสามคนเริ่มไม่ไหว

“แพร เราว่าออกไปนั่งด้านหน้าในห้องโต๊ะพูลดีกว่า”

“ทำไมล่ะ กำลังมันเลย”

อุณากรรณชะโชกหน้าไปถามนุ้ย มือยังถือแก้วเหล้าในมือ

“เวียนหัวคนเยอะ ไปห้องโต๊ะพูลดีกว่า สบายด้วย”

“ก็ได้ตามใจ ไปช่วยกันถือ”

อุณากรรณหยิบแก้วเหล้าของตัวเองขึ้นมาและถังน้ำแข็ง ส่วนติซ่ารับหน้าทีถือขวดเหล้าขวดโซดา ส่วนนุ้ยตัวเล็กกว่าใครเพื่อนเลยอาสาถือขวดน้ำที่เหลือ

ทั้งสามคนค่อยเดินตะแคงตัวลีบแทรกคนในผับออกไปในส่วนสำหรับเล่นพูลซึ่งคนน้อยกว่ามาก

“โต๊ะนั้นว่าง”

อุณากรรณบุ้ยใบ้ไปทางโต๊ะว่างตัวหนึ่งติดมุมห้อง ติซ่าจึงเดินเร็วรี่เข้าไปก่อนเพื่อกันที่ให้ จากนั้นคนทั้งสามก็ได้นั่งพักหลังจากที่ยืนเต้นมานาน

“คนน้อยจริง ๆ ด้วย ดีเหมือนกันนะ ถ้าอยากเต้นก็เต้นได้ไม่มีใครว่า ถ้าอยากจะเล่นพลูก็เล่น”

อุณากรรณเอ่ยขึ้นพูดลอย ๆ

“เออ ใช่ แพรเล่นพูลเป็นไหม”

“ก็เป็นบ้างนะ”

“ไปงั้นเราไปเล่นกัน”

“โอ้ย! แต่นี่ตาเริ่มลายแล้ว จะเมาแล้ว เล่นไม่ไหวหรอก”

“ไป ไป ลองดู เร็วสิแพรลุกขึ้น”

ติซ่าดึงมือให้อุณากรรณลุกขึ้นจากเก้าอี้และดันหลังกระทั่งถึงโต๊ะพูลตัวที่ว่างอยู่

ด้วยฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ดื่มไปมากทำให้อุณากรรณถึงกับเซตามแรงเพื่อน ยืนไม่ตรงดีนัก

“ติซ่าจะไหวเหรอ เรามองเห็นลูกสีดำตรงนั้นมีสองลูก”

ติซ่ามองตามนิ้วมือของอุณากรรณที่ชี้ไปยังมุมโต๊ะ

“นั่นมันมีลูกเดียว แพรดูท่าจะเมาแล้วล่ะสิ”

“อืม ก็ดื่มไปหลายแก้ว แต่นั่งพักสักหน่อยก็คงหาย”

“ไม่ ไม่ เล่นก่อนเร็ว เราอยากเห็นแพรเล่น”

อุณากรรณหัวเราะออกมาหยิบไม้พลูขึ้นมา มองหาชอล์กสำหรับขัดหัวไม้คิว หันไปอีกโต๊ะจึงเห็นวางอยู่บนมุมโต๊ะอีกตัว จึงเดินเซเล็กน้อยถัดตัวไปชนขอบโต๊ะ ทั้งหัวเราะตัวเองที่เมาจนยืนอยู่ กำลังก้มลงไปหยิบแท่งชอล์กขัดหัวไม้ สายตาพลันเหลือบมองขึ้นไปเห็นบอสใหญ่เดินอยู่ด้านนอก จึงตกใจจนทำไม้คิวพูลตกพื้น

“แพร เป็นอะไรไป”

ติซ่าเองเมาไม่น้อยไปกว่ากัน เดินเซไปหาอุณากรรณแล้วก้มลงหยิบไม้คิวพูลขึ้นมาส่งให้

“ฉะ ฉัน เอื้อก ตายแน่ ๆ เอื้อก”

ติซ่ามองอย่างมึนงงเมื่ออุณากรรณเอาแต่จ้องไปยังนอกห้องทั้งพูดสะอึกตลอดเวลา

“ตายอะไรกัน นุ้ย แกมาดูเพื่อนสิ ยายแพรเป็นอะไรไปไม่รู้ ยืนนิ่งไม่ขยับเลย”

นุ้ยพาร่างอวบเดินเข้าไปหาเพื่อนทั้งสอง เพราะดื่มน้อยกว่านุ้ยเลยยังพอมีสติ

“แพรเป็นอะไร”

อุณากรรณได้สติเมื่อนุ้ยเขย่าแขน พยายามหาทางหลบชายร่างสูงบอสใหญ่ที่กำลังเดินขึ้นบันไดมา ตรงไปทางเข้าผับ

เขารู้ได้ยังไงว่ามานี่!

ร่างในชุดรัดรูปสีดำรีบหันหลังกลับ มองไปทางซ้ายมือเห็นชายหนุ่มรูปหล่อคนนั้นกำลังเล่นพูลกับเพื่อน รูปร่างส่วนสูงพอใช้ได้ จึงรีบเดินไปหาแต่เพราะฤทธิ์เหล้า เวลาเดินจึงเดินเป๋ไปเป๋มาน่าขัน

ดวงตากลมโตเหลียวมองด้านหลังเห็นอัคคีหยุดตรงหน้าผับรับโทรศัพท์ จากนั้นจึงหันมาทางห้องโต๊ะพูล

มีคนโทรรายงาน! นายอัคคีให้คนคอยตามเราเหรอ ตาบ้า

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ดอกไม้ในมืออัคคี   บทที่ 33 nc จบบริบริบูรณ์

    บทที่ 33 nc จบบริบริบูรณ์“สวัสดีครับ คุณนายบ้านภิชญ์ภัทรโสภา”อุณากรรณกระพริบตาลืมขึ้นเมื่อแสงยามสายของวันถัดมาสาดส่องเข้ามาในห้องนอนชั้นสองของบ้านนนทบุรีอัคคีชะโงกตัวหอมแก้มคนร่างเล็กก่อนจะพลิกตัวนอนหงายดึงร่างสาวมากอดไว้“สายแล้วเหรอคะเนี่ย น่าอายจัง พลอยแต่งวันแรกก็ตื่นสายเลย”มือเล็กปิดปากหาวหวอด ปากพูดแก้ตัวแต่ยังหลับตาคล้ายนอนต่อ“ไม่เป็นอะไรหรอกครับ ที่บ้านเข้าใจ เมื่อคืนเป็นคืนเข้าหอนะคนดี”“ยิ่งน่าอายไปใหญ่เลย”“อายทำไม นี่เมื่อคืนพี่ทะนุถนอมจะแย่ ไม่มีรุนแรงเลยนะครับ ไม่ทำรอยไว้ด้วย อีกอย่างที่พลอยเพลียน่าจะเกิดจากโหมงานแต่งมากกว่า”อุณากรรณยิ้มออกมากับอกกว้างเมื่อนึกภาพงานแต่งเมื่อวานนี้ ทุกอย่างวุ่นวายตั้งแต่เปลี่ยนตัวเจ้าสาวอุณากรรณจัดแจงจัดงานแต่งด้วยตัวเองทุกขั้นตอน เปลี่ยนบรรยากาศงานเสียใหม่จากเจ้าหญิงหวานแหววเป็นหรูหรา งบประมาณไม่เกี่ยงจากคนร่างโต“น่าจะใช่ พลอยปวดตัวจังเลย”“ไหน ๆ ปวดตรงไหน พี่นวดให้”“ไม่ต้องเลยค่ะ นวดให้พลอย มีหวังไม่ได้ลงบ้าน เราลุกกันเถอะค่ะ วันนี้ต้องดูเรื่องเก็บของอีก อีกอย่างพลอยหิวแล้ว หิวมากเลย”“ครับ งั้นไปอาบน้ำกัน”อัคคีลุกขึ้นดึงร่างเ

  • ดอกไม้ในมืออัคคี   บทที่ 32 แพร

    บทที่ 32 แพรบุษบายืนเหม่อตามองจานด้านล่างใต้มือแต่ใจกลับหวนคิดแต่เรื่องเมื่อคืน“แพร!!”“อุ๊ย! ว้าย! อะไรกันพลอยตกใจหมด”บุษบาร้องเสียงหลงรีบปิดก๊อกน้ำส่งดวงตาหวานดุใส่น้องสาวฝาแฝด“เรียกตั้งหลายรอบแล้ว”“เออ ไม่ได้ยิน”“แล้วนี่แพรเป็นอะไร ดูเหม่อ ๆ นะ”“เปล๊า! แค่เหนื่อย”“เมื่อคืนไปไหนมา”“เออ เราไปค้างโรงแรม”“ค้างโรงแรม? ทำไมไม่กลับห้อง”“แล้วพลอยเถอะ พี่เพลิงล่ะ”“นั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น”“สรุปบอกพี่เพลิงแล้ว”อุณากรรณเดินเข้าไปใกล้พี่สาวชะโงกหน้าไปใกล้“พี่เพลิงดูออกแต่แรกแล้ว นี่อะไร รอยอะไร”นิ้วชี้เรียวกดลงบนต้นคอบุษบา รอยจ้ำสีเขียวคล้ายรอยเดียวกับเธอ อุณากรรณเหลือบตามองสงสัยก่อนจะจ้องหน้านิ่ง“ยุงกัด”“อ้อ! ยุงกัด เออ จริงสิ บอสล่ะ เป็นไงบ้าง โทรมาตั้งหลายสาย แต่พลอยไม่ทันรับ กลัวพี่เพลิงจะว่า”“ไม่ ไม่ ไม่ต้องรับนะ ไม่ คือ แพรทิ้งบอสของพลอยไว้”“ทิ้งไว้? แล้วทำไมไม่ต้องรับ เกิดอะไรขึ้น”“ไม่มีอะไรจริง ๆ อ้อ พลอย เดี๋ยวแพรจะไปทำงานแทนพลอยเองนะ”“อาฮะ ต้องมีอะไรแน่ ๆ พลอยได้กลิ่นทะแม่ง ๆ”“เอาเถอะ เสร็จเรื่องแล้วแพรจะเล่าให้ฟังเอง ระหว่างนี้ไม่ต้องรับสายบอสของพลอยหรอก เออ ลืม

  • ดอกไม้ในมืออัคคี   บทที่ 31 พี่จะทำให้พลอยท้องเร็วที่สุด

    บทที่ 31 พี่จะทำให้พลอยท้องเร็วที่สุดมือเล็กวาดไปข้างตัวพบร่างแกร่งยังนอนอยู่จึงลืมตาโพลง หันมองคนด้านข้างเห็นอัคคียังนอนสบายซุกหน้าตรงซอกคอเธอ ดวงตาหวานซึ้งเหลือบมองนาฬิกาหัวเตียงแล้วสะดุ้งลุกพรวด“พี่เพลิง สายแล้วค่ะ พี่เพลิง!”เธอเขย่าตัวคนร่างโตที่ไม่มีทีท่าจะลุกขึ้นแต่อย่างใด ซ้ำยังซุกลงบั้นเอวคนร่างเล็กพึมพำในลำคอ“เดี๋ยวค่อยตื่น อีกนิดนะคนดี เมื่อคืนดึกมากเลย”คิ้วคันศรขมวดมุ่นเม้มริมฝีปากทันที ดึกที่ไหนเกือบเช้าต่างหาก แต่ยังไม่ทันพูดขึ้นพลันได้ยินเสียงประตูคอนโดมิเนียมเปิดเข้ามาแพร!!เธอมองนาฬิกาอีกครั้ง ตั้งแต่เมื่อคืนตอนแยกกันเธอลืมพี่สาวฝาแฝดเสียสนิท กระทั่งเช้าวันนี้บุษบาเพิ่งเข้าบ้าน!ด้วยความแปลกใจจึงลงจากเตียงหยิบเสื้อคลุมขึ้นสวมค่อยย่องออกไปปล่อยให้อัคคียังนอนต่อ“แพร!”พี่สาวฝาแฝดสะดุ้งเฮือกหน้าเจื่อนหันกลับมาเจอน้องสาวเดินออกมาจากห้องนอน ท่าทางอิดโรยพอกันกับเธอ“พลอย”“ทำไมเพิ่งกลับ”“แพร แพร”แอ๊ด! เสียงเปิดประตูห้องนอนอุณากรรณทำให้สองสาวสะดุ้งขึ้นมาพร้อมกัน เหลียวมองไปทางด้านหลังเห็นอัคคีเดินออกมามีเพียงผ้าเช็ดตัวพันกายผืนเดียว“อ้อ พี่หิวน้ำน่ะ”อุณากรรณอ้าปาก

  • ดอกไม้ในมืออัคคี   บทที่ 30*nc

    บทที่ 30*ncดวงตาหวานกลมรื้นหยาดน้ำด้วยแรงพิศวาสหรี่ปรือมองภาพสะท้อนในกระจก หน้าคมเข้มเปี่ยมแรงปรารถนา ดวงตาล้ำลึก เขาเสือกท่อนลำเข้าปลอดรัดจนสุดอัคคีย่อเข่าลงกระทุ้งสะโพกขึ้นอย่างแรงติดต่อกันจนร่างเล็กสะเทือน มือรวบวางบนโต๊ะหาที่จับเป็นหลักยึด“อื้อ อา อ่า พี่เพลิง”“ลืมตาดูพี่เลน่า”อุณากรรณมองกระจกอีกครั้ง อัคคีกระแทกไม่ยั้งจนเธอต้องหวีดร้องสุดเสียง“เอาแรง ๆ ชอบไหม ซี้ด”มือใหญ่ดันกลางแผ่นหลังกดต่ำมือคว้าผมจนหน้าเงยขึ้น“มองกระจกเลน่า”ดวงตากวางเหลือบมองพร่าเลือน แรงส่งด้านหลังต่อเนื่องรุนแรงเพิ่มมากขึ้น นัยน์ตาคมจ้องเธอผ่านกระจก ใบหน้าบิดเบี้ยวเนินสวาทเปียกฉ่ำชื้นน้ำหวานไหลอาบ เนื้อผ้ากางเกงยังไม่ได้ถอดสัมผัสแก้มก้น หัวซิปกระแทกไปพร้อมจังหวะ“พี่เพลิง อ่า อา”เสียงหวานแหลมขึ้นมือจิกบนเนื้อไม้โต๊ะเครื่องแป้ง ท้องหน่วงหนักใกล้สุขสม“ยัง ยังไม่ให้เสร็จ”เขาถอนกายแกร่งออก จับเนคไทดึงจูงให้ร่างเล็กเดินตาม เสียงรองเท้าส้นสูงสานไขว้ประดับคริสตัลกระทบพื้นเป็นจังหวะ เขาพาเดินมาถึงขอบเตียง“นั่งลงกับพื้น”ร่างเล็กทรุดฮวบเขาดึงมือเล็กขึ้นสูงจนร่างแอ่น อีกมือปลดกางเกงลงสะบัดออกจากกรอมเท้าจ

  • ดอกไม้ในมืออัคคี   บทที่ 29**nc

    บทที่ 29**ncปัง!!อัคคีกระแทกประตูรถแรงเมื่อดันให้อุณากรรณขึ้นไปบนรถเรียบร้อย อกหนุ่มแน่นด้วยไฟหึง ภาพหน้าหวานหัวเราะต่อกระซิกกับผู้ชายอื่นยังสลักแน่น“ไปส่งเลน่าที่ห้องนะ เลน่าไม่กลับไปกลับพี่เพลิง”“ทำไม นัดมันไว้ที่ห้องหรือไง”อัคคีกระชากออกตัวรถอย่างแรงจนคนร่างเล็กต้องจับคอนโซลหน้าไว้ สะบัดหน้าไปมองสีหน้าโกรธดั่งพายุ“ไม่ได้นัด แต่พี่เพลิงสัญญาแล้วว่าเราจะค้างกันแค่อาทิตย์ละครั้ง”ปัก!!อัคคียกกำปั้นทุบพ่วงมาลัยหาที่ระบายแรงอัดแน่นภายใน ตวัดตาดุดันมองสาวร่างเล็ก อุณากรรณหันหน้าไปทางอื่นไม่ได้มองมาที่เขาแม้แต่น้อย“บ้าฉิบ!!”เขาเปลี่ยนเส้นทางกลับไปยังคอนโดมิเนียมของอุณากรรณ ไม่กล้าพูดออกมาแม้แต่คำเดียวเพราะกลัวใจตัวเอง ใช้ความเงียบภายในรถสงบสัตว์ร้ายในตัวไม่นานรถหรูสีดำคันใหญ่ตวัดเลี้ยวเข้าลานจอดรถของคอนโดมิเนียม อัคคีนำรถเข้าจอดไม่นุ่มนวลนักปัง!!อุณากรรณกระแทกประตูปิดหน้าเง้าจ้ำเท้าไปทางหน้าโถงบันได คนตัวโตเดินตามมาติด ๆ“พี่เพลิงกลับไปได้แล้ว!”“ไม่ ในเมื่อเลน่าไม่ไปค้างห้องพี่ พี่เลยคิดว่าคืนนี้ค้างมันที่นี่แล้วกัน”“พี่เพลิง!!”“ขึ้นไปสิ”มือใหญ่คว้าต้นแขนดึงเข้าลิฟต์ หน้าแ

  • ดอกไม้ในมืออัคคี   บทที่ 28 มิคาอิล

    บทที่ 28 มิคาอิลโรงแรมหรูหราสูงเสียดฟ้าแหล่งท่องเที่ยวสุดฮิตของเหล่าท่องราตรี อุณากรรณพาร่างระหงในชุดย่ำราตรีตัวสั้นสีดำรองเท้าส้นสูงสานประดับคริสตัลคู่เก่งสะพายกระเป๋าหนังแบรนด์เนมเข้ามาในลานก่อนถึงพื้นลดต่ำทำลดระดับลงไปด้วยบันไดประมาณสามขั้น“เลือกได้ดีนะเลน่า”“ค่ะบอส แหมมื้อชั้นนี้แล้ว มาเถอะค่ะ เลน่าจองโต๊ะไว้แล้ว”อุณากรรณเดินนำต้องไปหาบริกรแจ้งชื่อ เธอสะบัดผมยาวสยาย ค่อยเดินระมัดระวังเพราะความมือของคลับแบบเปิดหลังคาสัมผัสอากาศเย็นของลมบนชั้นยอดตึก“บอสเดินระวังนะคะ”“ผมเป็นผู้ชายนะอย่าลืมสิ คุณควรห่วงตัวเองมากกว่าเลน่า”“ค่า ถึงโต๊ะแล้วค่ะ รับเป็นไวน์นะคะ”“เอาสิ จะได้ไม่เมามาก”เสียงเพลงดังจนกลบเสียงพูดคุย อุณากรรณคอยจับโทรศัพท์ในกระเป๋าไว้ตลอดเวลารอให้พี่สาวโทรเข้ามาเธอมองบอสใหญ่เจ้าของเรือเดินสมุทรเจ้าพ่อขนส่งชาวรัสเซีย มิคาอิล วอสเครสเชนสกี้ ชายร่างใหญ่กว่าอัคคีผมสีออกน้ำตาลแดง ใบหน้าแกร่งจมูกโด่งสันงุ้มปลาย ดวงตาสีน้ำตาลเข้มดุจเหยี่ยว ผมหวีเรียบดั่งนักธุรกิจในชุดลำลองกางเกงยีนส์เสื้อเชิ้ต“บอสคะ นี่ยำปลาหมึก ของขึ้นชื่อที่คลับค่ะ”มิคาอิลก้มมองจานสีจัดจ้าน ใบหน้า“เผ็ดไห

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status