Share

ดั่งทรายต้องลม
ดั่งทรายต้องลม
Author: อัญญาณี

Chapter1

last update Last Updated: 2025-10-01 02:59:33

Chapter1

เหมือนเป็นส่วนเกิน

                    เป็นความรู้สึกของพราวฟ้า หญิงสาววัยยี่สิบสี่ปี เธอยืนอยู่ในงานเลี้ยงฉลองวันคล้ายวันเกิดของยุรนันท์หรือเฮิร์ปไฮโซชื่อดัง เพื่อนสนิทของปรินทร์ คนรักที่อยู่กินกันฉันสามีภรรยา แต่ไร้งานวิวาห์แล้วดูเหมือนว่า ชาตินี้ทั้งชาติเธอจะไม่ได้สวมชุดเจ้าสาวยืนเคียงข้างเจ้าบ่าวที่รักสุดใจ

สถานที่จัดงานคือคือห้องสูทสุดหรูชั้นบนสุดของโรงแรมชื่อดังย่านฝั่งธน ห้องนี้เหล่าคนมีชื่อเสียง หรือไม่ก็ดารานักแสดง นิยมกันมาจัดงานปาร์ตี้ เนื่องจากมีระเบียงส่วนตัวพร้อมสะว่ายน้ำขนาดพอเหมาะ จึงเหมาะกับการจัดงานเลี้ยงสังสรร

แขกในวันนี้ส่วนใหญ่เป็นเพื่อนของยุรนันท์ที่มาร่วมงานมากกว่าสี่สิบคน เป็นเพื่อนสนิทและค่อนข้างสนิทสนม อีกทั้งยังมีเพื่อนร่วมรุ่นระดับมหาวิทยาลัยอีกราวสิบกว่าคน หนึ่งในสิบกว่าคนที่ว่านี้ เป็นสตรีสาวสวย นอกจากความสวย เธอยังมีบุคลิกภาพโดดเด่นที่สุดในงาน เธอได้รับความสนใจจากผู้คนทันทีที่ย่างก้าวเข้าในงาน รวมทั้งสามีของเธอ ที่พราวฟ้าเพิ่งมารู้ว่า สาวสวยคนนั้นคือคนรักเก่าของปรินทร์ ที่คบหากันมานานสิบสองปี

ตั้งแต่ทิวาทิพย์ปรากฏตัวขึ้นในงานพราวฟ้าก็เหมือนส่วนเกินของสถานที่แห่งนี้มากที่สุด เธอไม่ได้รับความสนใจจากทุกคนในงานที่กำลังครื้นเครงกับงานปาร์ตี้พราวฟ้าก็รู้สึกแย่มากแล้ว พอปรินทร์จับกลุ่มคุยกับเพื่อนสนิทอย่างออกรสโดยมีทิวาทิพย์อดีตคนรักนั่งอยู่เคียงข้างอย่างสนิทสนมแล้วนั้นพราวฟ้ายิ่งรู้สึกแย่กว่าเดิมเป็นสิบเท่า ที่ตรงนั้นควรเป็นเธอ คนที่ปรินทร์ควรหัวเราะด้วยอย่างมีความสุขก็คือเธอ

ไม่ใช่...ทิวาทิพย์

สองปีอีกหกเดือนที่อยู่กับปรินทร์ พราวฟ้าไม่เคยเห็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุขเช่นนี้ของเขามาก่อน ครั้งนี้เป็นครั้งแรก ชวนให้รู้สึกว่า การพบเจอใครบางคนในค่ำคืนนี้ทำให้ปรินทร์มีความสุขมาก และอาจเป็นคนที่เขาเฝ้ารอคอย คนๆ นั้นก็คือหญิงสาวที่นั่งข้างเขา ปรินทร์จึงไม่สนใจเธอสักนิดเดียว เขาปล่อยให้เธอนั่งอยู่ตรงนี้คนเดียวทั้งๆ ที่รู้ว่าเธอไม่ได้รู้จักใครเป็นพิเศษ

เท้าเล็กพยุงร่างบอบบางก้าวเดินออกจากงานทั้งน้ำตา พราวฟ้าไม่อาจทนนั่งเป็นส่วนเกินต่อไปได้ เธอไม่เหมาะกับที่นี่ ไม่เหมาะกับสังคมแบบนี้ และไม่ควรมาตั้งแต่แรก

ขณะที่พราวฟ้าเดินกลับเข้าไปห้องด้านใน ปรินทร์ไม่แม้จะสนใจมอง สายตาเขามองทิวาทิพย์ตลอดเวลา ราวกับว่าไม่อยากคลาดสายตาจากเธอแม้วินาทีเดียว

               5 เดือนต่อมา

               ประตูห้องนั่งเล่นเปิดออก พราวฟ้าเดินเข้ามาในห้องพร้อมเครื่องดื่มและของว่าง ที่วันนี้เป็นชามะลิร้อนกับสาคูไส้หมู เธอวางถาดลงโต๊ะตัวเตี้ย ก่อนหยิบของบนถาดวางลงตรงหน้าหญิงสูงวัยที่ปลายตามองเธอเพียงแวบเดียวก็หันไปสนใจทีวีต่อ

               “คุณย่าคะ ทรายได้ยินคุณย่าบ่นอยากกินสาคูไส้หมู เมื่อตอนเที่ยงทรายไปตลาดเลยแวะซื้อร้านเจ้าประจำให้คุณย่าค่ะ” พราวฟ้าบอกบุหงัน ย่าของปรินทร์ผู้เป็นสามี

               “ฉันอยากกินเมื่อวานนี้ ไม่ใช่วันนี้” น้ำเสียงไม่เป็นมิตรสักเท่าไหร่ มองหลานสะใภ้ที่ไม่ปรารถนาด้วยความรู้สึกสองทาง หนึ่งไม่ชอบหน้า สองคือสงสาร แต่ดูเหมือนว่า นางจะเปิดเผยความรู้สึกแรกมากกว่า

               “เมื่อวานคุณย่าบ่นอยากกินตอนค่ำ ทรายออกไปหาซื้อให้ไม่ได้ค่ะ เลยซื้อมาให้กินวันนี้ค่ะ” พราวฟ้าพยายามเอาใจบุหงันและทุกคนในบ้าน แต่ยิ่งทำก็เหมือนยิ่งไม่ถูกใจใครทั้งสิ้น “ทรายขอโทษค่ะที่ทำให้คุณย่าไม่พอใจ”

               บุหงันมองพราวฟ้าที่ยกมือไหว้แล้วถอนหายใจพรืดยาว จะว่าไปเรื่องนี้พราวฟ้าไม่ผิด เป็นนางเองที่ใส่อารมณ์กับหลานสะใภ้

               “มันก็ไม่ใช่ความผิดของแกหรอกนะ ฉันอารมณ์เสียไปเองแหละ” แล้วความสงสารก็วกเข้ามาในจิตใจ มือเหี่ยวย่นตามวัยหยิบส้อมอันเล็กจิ้มสาคูไส้หมูก่อนนำเข้าปาก ตามด้วยผักเครื่องเคียง พราวฟ้าหยิบถ้วยชาให้บุหงันที่รับขึ้นไปจิบ

               “ทรายนวดให้คุณย่านะคะ” เป็นปกติทุกวันที่พราวฟ้าจะเข้ามาบีบนวดบุหงัน หญิงสูงวัยที่คนในบ้านเคารพรัก เธอไม่ได้ทำดีเอาหน้า แต่เต็มใจทำเพราะคิดว่า บุหงันคือญาติผู้ใหญ่คนหนึ่งของตน แม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่ชอบหน้าตนก็ตาม

               ขณะที่พราวฟ้ากำลังนวดบุหงัน ประตูห้องนั่งเล่นเปิดออกอีกครั้ง คนที่เดินเข้ามาคืออรุณ ลูกสะใภ้บุหงันและเป็นแม่สามีพราวฟ้า นางทรุดตัวลงนั่งข้างบุหงัน

               “มาเสนอหน้าอยู่ที่นี่เอง ฉันตามหาซะทั่ว” อรุณเปิดฉากพูดใส่หน้าพราวฟ้า “ประจบประแจงล่ะเก่งนัก คิดเหรอว่าทำดีกับคุณแม่แล้วคุณแม่จะรักแก”

               “ทรายไม่ได้คิดอย่างนั้นค่ะ” ลูกสะใภ้ตอบกลับเสียงเบา

               “ก็ยังดีกว่าเธอก็แล้วกัน เป็นลูกสะใภ้ฉันมาสี่สิบปี เอามือแตะขาแตะแขนฉันยังไม่เคย ฉันก็ไม่เห็นจะพูดกระแหนะกระแหนเธอสักคำ”

บุหงันอดรนทนไม่ไหว พูดใส่หน้าลูกสะใภ้พอหอมปากหอมคอ

               “แหมคุณแม่ก็ คุณแม่ก็รู้นี่คะว่า อรุณแรงน้อย บีบนวดให้คุณแม่ คุณแม่ก็บอกว่ามือเบา ต้องอย่างมันค่ะ มือคนชั้นต่ำ แรงเยอะอย่างวัวอย่างควาย จับเส้นคุณแม่ได้ลึกถึงใจ” ไม่วายพูดกระทบพราวฟ้า คนถูกเปรียบเทียบไม่โต้เถียง ได้แต่ทำหน้าเศร้า

               “เผอิญฉันชอบแรงวัวแรงควายของมันมากกว่าแรงผู้ดีอย่างเธอ” บุหงันโต้แทนพราวฟ้า “แล้วตามหาตัวมันทำไม จะใช้มันทำอะไรอีกล่ะ”

                    “มื้อเย็นวันนี้ เปิ้ลจะมาทำกับข้าวให้เรากินค่ะ เปิ้ลบอกเมนูมาแล้วว่าจะทำอะไร อรุณเลยจะให้มันไปซื้ออาหารสดกับผักมาเตรียมไว้ให้เปิ้ลค่ะ”

พราวฟ้าใจร้าวทันใดเมื่อได้ยินชื่อเล่นชื่อนี้ ชื่อเต็มของนิกเนมว่าเปิ้ลคือ ทิวาทิพย์ อดีตคนรักของปรินทร์ ที่ดูเหมือนว่าจะเข้ามาในชีวิตของสามีเธออีกครั้ง

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ดั่งทรายต้องลม   ดั่งลมต้องรัก Chapter 17

    ดั่งลมต้องรัก Chapter 17“ขอบใจมากนะหยกที่เข้ามาเตือนพี่” พันลภไม่รู้ว่า เสียงและภาพใบหน้าสาวตัวแสบ เป็นการเตือนที่ทำให้เขารู้สึกตัว หรือว่าตอนนั้นในหัวใจคิดว่า จูบประภาวรรณอยู่ชายหนุ่มเอนตัวลงนอน เขานอนยิ้มยามนึกถึงสาวเอาแต่ใจ ที่เข้ามาป่วนหัวใจมากขึ้นทุกวัน แม้ปวดหัวกับเธอมาก ทว่าก็มีความสุขอย่างบอกไม่ถูก สงสัยคืนนี้พันลภคงนอนหลับฝันดีแน่กลิ่นข้าวต้มกระดูกหมูโชยออกมาจากห้องกินข้าว คนที่เดินลงมาจากชั้นบนถึงกับท้องร้อง ประภาวรรณเหมือนสุภาษิตที่ว่า เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง ไม่ชอบหน้าอัญชิสาแต่ก็กินอาหารฝีมือคนทำ “ฉันแยกแยะออกย่ะ คนเรากินเพื่ออยู่ ไม่ได้อยู่เพื่อกิน อีกอย่างฉันขี้เกียจสั่งอาหาร กว่าจะมา แสบท้องพอดี” ประภาวรรณให้เหตุผล เมื่ออรรุจีพูดสุภาษิตนี้ขึ้นมา พันลภมองคนที่เดินเข้ามาในห้องกินข้าว พรางนึกถึงความฝันเมื่อคืนนี้ คราแรกคิดว่าตนคงฝันดี ที่ไหนได้ ฝันร้ายแบบสุดๆ แม่เจ้าประคุณที่เดินเข้ามา คือคนในความฝัน นิมิตนั้นเขาถูกประภาวรรณนั่งคร่อมร่าง มือทั้งสองข้างกำเส้นผมเขาแน่น ก่อนดึงทึ้ง ดวงหน้าหวานสวยคล้ายโกรธเขามาเป็นแรมปี ‘คิดนอกใจหยกใช่ไหม พี่พีท

  • ดั่งทรายต้องลม   ดั่งลมต้องรัก Chapter 16

    ดั่งลมต้องรัก Chapter 16เมื่อพันลภรู้จากประภาวรรณว่า ชณาธิปว่ายน้ำไม่เป็น เขาจึงสอนให้เด็กชายว่ายน้ำ ชณาธิปดูมีความสุขมาก ยิ้มและหัวเราะ หน้าตาสดใส หลงลืมความเศร้าเรื่องพี่ชุ่มไปชั่วขณะประภาวรรณทำตามคำสัญญา ว่ายน้ำจนพอใจ ทั้งสามขึ้นจากสระ ประภาวรรณพาชณาธิปไปอาบน้ำที่ห้องนอนตน โดยให้ส้มเช้งนำชุดชณาธิปที่ตากอยู่หลังบ้านขึ้นมาให้หนึ่งชุด ตอนนี้เองทำให้เธอเห็นร่องรอยบนตัวเด็กชาย ที่นอกจากตรงก้นมีรอยฝ่ามือจางๆ ตรงช่วงเอวมีรอยจ้ำคล้ายถูกหยิกอีกสองที่ ประภาวรรณถ่ายรอยเหล่านั้นเก็บไว้ในมือถือ และไม่ถามถึงสาเหตุของการเกิดรอยจากชณาธิป เพราะเกรงว่า อาจทำให้ความสุขของชณาธิปจืดลงพันลภขันอาสาขับรถพาประภาวรรณกับชณาธิปเข้าไปในตัวเมือง เพื่อกินไก่ผู้พันตามที่หญิงสาวสัญญากับชณาธิปไว้ พันลภเลือกไปกินร้านดังกล่าวสาขาในห้าง ตั้งใจว่ากินอิ่มท้องเสร็จก็จะพาเด็กชายไปซื้อของเล่น และไปเที่ยวสวนสนุกในห้างนั้นด้วย ขณะพาชณาธิปเที่ยวตามโปรแกรมที่ว่ามา พันลภมองประภาวรรณดูแลเด็กชายราวกับว่า ชณาธิปเป็นลูก ตัดเนื้อไก่ให้ เช็ดปากให้ ยิ้มให้ชณาธิปตลอดเวลา เป็นการกระทำที่ดูก็รู้ว่า ไม่ใช่การเสแสร้าง ทำลายภาพ

  • ดั่งทรายต้องลม   ดั่งลมต้องรัก Chapter 15

    ดั่งลมต้องรัก Chapter 15 “นั่นจะเอาข้าวไปให้ใคร” ประภาวรรณถาม เมื่อเห็นส้มเช้งถือถาดไม้ บนนั้นมีข้าวสวยหนึ่ง แกงจืดใส่ในถ้วยขนาดกลางหนึ่งถ้วยและไข่เจียว “เอาไปให้น้องแชมป์ค่ะ” “อ้าว ไม่ได้ไปกับแม่เหรอ” “ไม่ค่ะ คุณไอซ์บอกว่า วันนี้วันพระที่วัดคนเยอะ เลยให้อยู่บ้านค่ะ ฝากส้มเช้งให้ดูแลแทนค่ะ” “แล้วน้องแชมป์อยู่ไหนล่ะ” “อยู่ตรงโต๊ะข้างสระน้ำค่ะ ดูหงอยๆ เหมือนคนเหงาๆ สงสัยคิดถึงแม่ ปกติตัวติดกับแม่ตลอด” “ถ้างั้นฉันเอาไปให้เอง กำลังเบื่อๆ เซ็งๆ เธอจะได้ไปทำอย่างอื่น” ประภาวรรณเดินมาจับถาดในมือส้มเช้งมาถือไว้ ก่อนเดินไปยังสระว่ายน้ำ ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกันว่า เหตุใดต้องทำเช่นนี้ด้วย “น้องแชมป์ครับ กินข้าวได้แล้ว” ประภาวรรณวางถาดไม้ลงบนเก้าอี้ มองเด็กชายที่ละสายตาจากสระว่ายน้ำ มามองคนพูด แววตาและสีหน้าชณาธิปที่ประภาวรรณเห็น ไม่เหมือนเด็กวัยสดใส ออกไปทางอมเศร้าอย่างไรบอกไม่ถูก “คิดถึงแม่หรือครับ” คำตอบคือ ชณาธิปส่ายหัว “คิดถึงพี่ชุ่มฮะ” “พี่ชุ่มคือใครครับ” “แม่บอกว่า พี่ชุ่

  • ดั่งทรายต้องลม   ดั่งลมต้องรัก Chapter 14

    ดั่งลมต้องรัก Chapter 14“ใช่ แม่เห็นด้วยกับพีทนะ และแม่ก็เข้าใจผู้หญิงยุคใหม่ แล้วแม่คิดว่า เราต้องหมุนไปตามโลก ไม่ใช่โลกหมุนตามเรา” ประไพแม้อายุหกสิบกว่า ทว่าความคิดนางกลับไปตามยุคสมัย ไม่ได้โบราณคร่ำครึ อัญชิสาหน้าตึงเล็กน้อย แต่ก็ฝืนยิ้มกับคำพูดสองแม่ลูกที่ฟังยังไง ชวนให้คิดว่า เข้าข้างคุณหนูผู้ร่ำรวย “ลงมือกินกันดีกว่า เห็นแล้วน้ำลายสอ”คำพูดประไพเป็นการหยุดการสนทนาไปในที ทั้งหมดลงมือกินอาหารที่อัญชิสาเป็นคนทำ แม้ว่าประภาวรรณไม่อยากกินอาหารฝีมืออดีตคนรักพันลภสักเท่าไหร่ ที่กินเพราะท้องร้องหิว และปฏิเสธไม่ได้ว่า รสชาติอาหารบนโต๊ะอร่อยมากปกติหากมีแกงเขียวหวานยอดมะพร้าวอ่อนเป็นสำรับ พันลภจะกินข้าวหลายจาน ทว่าวันนี้พันลภกลับกินแค่จานเดียว มันอิ่มตื้อ กลืนอะไรไม่คล่องคอนัก ยิ่งเห็นสายตาประภาวรรณ ขนแขนขนขาลุกไม่รู้ตัวนอกจากประภาวรรณมองอัญชิสาที่เอาใจพันลภ ด้วยการตักกับกับข้าวใส่จานพันลภและประไพเนืองๆ และนี่คือสาเหตุที่พันลภกินข้าวไม่ลง เธอยังมองไปยังเด็กชายอธิป ที่นั่งกินไก่ทอดและผักผัก เด็กชายดูซึม ก้มหน้าก้มตากิน ไม่สนใจคนรอบข้าง ออกแนวเหงาหงอย แววตายามชณาธิปเงยหน้ามองตน ประภาวรรณเ

  • ดั่งทรายต้องลม   ดั่งลมต้องรัก Chapter 13

    ดั่งลมต้องรัก Chapter 13 ใช่แล้ว...นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่อัญชิสาทำเช่นนี้ เวลาไม่พอใจใคร หรือไม่ได้ดั่งใจ สนามอารมณ์ของเธอคือ ลูกชาย ที่เอาแต่ร้องไห้ด้วยความเจ็บ “แกต้องเชื่อฟังฉันทุกอย่าง เข้าใจไหมว่าทุกอย่าง สั่งให้ทำอะไรก็ต้องทำ อย่าขัดใจฉัน ไม่งั้นแกเจอหนักกว่านี้แน่” อัญชิสาพูดใส่หน้าลูกชาย ชณาธิปร้องไห้ยกใหญ่ ไม่เข้าใจคำพูดมากนัก แต่ก็พยักหน้ารับคำ “ไป จะไปไหนก็ไป” ตีจนพอใจก็ผลักร่างลูกชายให้ออกห่าง อย่างไร้ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี หรือคิดสงสารลูกชาย ชณาธิปรีบวิ่งไปนั่งร้องไห้เงียบๆ ตรงมุมห้องทันที ตกเย็น อัญชิสาเป็นคนทำอาหารเก่ง เธอทำอาหารได้หลากหลายมาก ตั้งแต่มาอยู่ไร่พันลภ เธอยึดงานในครัวไปครอง ส้มเช้งแทบไม่ต้องทำกับข้าวให้เหนื่อย อัญชิสาเหมาทำสามเวลา เย็นนี้เธอทำกับข้าวสี่อย่าง ที่กินได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ และอาหารส่วนใหญ่คือ อาหารโปรดของพันลภ “แกงเขียวหวานไก่ใส่ยอดมะพร้าวอ่อน ป้าไม่ได้กินมานานมากแล้วนะ หน้าตาน่ากินมากเลย” เสียงประไพดังขึ้นเมื่อเห็นอาหาร “ไอซ์จำได้ว่า เป็นของโปรดพี่พีทค่ะ แต่ไม่รู้ว่า ตอนนี้จะ

  • ดั่งทรายต้องลม   ดั่งลมต้องรัก Chapter 12

    ดั่งลมต้องรัก Chapter 12 สองชั่วโมงต่อมา ประภาวรรณนั่งเล่นมือถืออยู่ตรงระเบียงนอกบ้าน จุดที่เธอชอบมานั่งรับลมและมองดูทุ่งกว้าง ที่มีม้าหลายตัวยืนแทะเล็มหญ้า เดิมทีตั้งใจจะเดินขึ้นไปนอนเอกเขนกในห้อง แต่ความขี้เกียจ อยากนั่งรับลมตรงนี้สักครู่ค่อยขึ้นไปชั้นบน ขณะกำลังนั่งแชทกับเพื่อนสนิทเพลินๆ ร่างใครคนหนึ่งทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้อีกตัว “ยาค่ะหยก” ประภาวรรณละสายตาจากมือถือ เงยหน้ามองคนพูด ก่อนขยับสายตามองตลับยาในมืออัญชิสา “พี่เห็นว่า หยกตกม้า ก้นกระแทกพื้น เลยเอายาแก้ฟกช้ำมาให้ทาน่ะ” “ขอบคุณค่ะ” ประภาวรรณรับไว้ แล้วรีบวางลงบนโต๊ะตัวเตี้ย ไม่สนใจยาตลับนั้น “เป็นไงบ้าง ยังเจ็บอยู่ไหม” “ถามเพราะเป็นห่วง หรือว่าถามเพราะต้องถาม” ประภาวรรณไม่ใช่นางเอกใสซื่อ เธอรู้ทันอัญชิสา เพียงแค่ว่า จะพูดออกไปหรือไม่ก็แค่นั้น “ก็นึกว่าเจ็บไง เห็นอ้อนพี่พีท ให้พี่พีทพยุงให้ ทั้งที่ด้วงช่วยพยุงก็ได้”อัญชิสาเปิดฉากต่อปากต่อคำ เธอเล่นกับคนผิดซะแล้ว ขนาดพันลภยังต้องถอย “ถ้าเธอแหกตาดูล่ะก็ จะเห็นว่า ฉันไม่ได้อ้อนใครทั้งนั้น แต่ที่พี่

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status