Masukริมฝีปากแตะต้องสัมผัสกันโดยความตั้งใจของศิศิราแต่เป็นความตกใจของอีกฝ่าย ริมฝีปากบางพยายามบดเบียดริมฝีปากอ่อนนุ่มเกินบุรุษของอีกฝ่ายตามที่เคยพบเห็นในละครทีวี โดยไม่สนใจแรงดิ้นหนีของชัฎพงษ์ที่พยายามแกะมือที่โอบกอดรอบต้นคออย่างสติแตก
“ปล่อย!!!! นังบ้า! แกมันบ้า! ไปแล้ว อีนังบ้า! นังร่าน! อดยากปากแห้งนักนะแก อีนางฟ้าจอมปลอม อีนางมารของจริง แหว๊ะ!.. อ๊วก!.. อีบ้า! อีเลว! แก..ฉันหมดความอดทนกับแกแล้ว อีบ้า! อี..อี..อีเรยา ฉันไม่รู้จะด่าจะเปรียบเปรยแกกับอะไรดี แค่ฉันลดตัวลงไปเกลือกกลั้วกับแกก็มากพอแล้ว ยังจะมาทำทุเรศให้ฉันสมเพชความบ้าความปัญญาอ่อนของแกมากเข้าไปอีก อีร่าน! รู้ไว้ด้วยว่าฉันอยากจะอาเจียนทุกครั้งที่เรียกแก..นางฟ้า อยากจะเรียกว่า..นางมาร ซะมากกว่า ฉันจะกลับกรุงเทพฯ แกอยากจะร่านอยู่ต่อ หรือจะไปร่านระริกกับใครก็เรื่องของแก อีบ้า!”
เสียงเดินลงส้นด้วยความโมโหจากออกไปจนไม่ได้ยินอะไรอีก แต่ก็ไม่ทำให้ร่างบอบบางที่นั่งนิ่งอยู่บนเตียงมีปฏิกิริยาอะไร ท้องฟ้าข้างหน้าที่มืดมนไม่เท่ากับใจที่มองไม่เห็นแสงสว่างใดหลงเหลือ น้ำตาที่ไหลลงอาบสองแก้มยังคงไหลต่อดังก๊อกรั่วแต่ไม่มีแม้เสียงสะอื้นเพียงนิดที่จะเล็ดลอดออกมา
ฝ่ามือบางยกขึ้นเช็ดริมฝีปากที่เจือสีชมพูระเรื่อ กลิ่นสตอร์เบอรี่ที่เคลือบริมฝีปากอยู่ คือคำตอบที่เธอเพียรถาม ทั้งกิริยาต่างๆ ที่เขาทำ ไม่มีเลยตรงไหนที่จะบอกว่าสิ่งที่คิด..ไม่จริง
คำด่าทอแสนเจ็บแสบเหมือนจะวิ่งวนเวียนไปมาอยู่ในหัวสมอง ‘ร่าน!’ สมควรแล้วใช่ไหมที่ถูกเรียกขานแบบนั้น สิ่งที่เธอทำอยู่มันสมควรที่เขาจะเรียกเธอแบบนั้นใช่ไหม ภาพใบหน้าพี่ชายผ่านเข้ามาในความคิด สิ่งที่เธอรู้แต่พัชราไม่รู้
“พี่นพ... ทำไมทำกับน้ำค้างแบบนี้...”
.
.
‘เขาบรรจงถอดเสื้อผ้ารุ่มร่ามที่เธอสวมใส่ออก มือหยาบที่ไวกว่าหนวดปลาหมึกลูบไล้ไปทั่ว ทรวงอกนุ่มหยุ่นมือคือที่หมายไปถึง ทันทีที่ความหยาบสัมผัสถูกผิวละเอียดเนียนนุ่ม หญิงสาวก็ต้องสะท้านเฮือกไปทั้งกาย ร่างบางสั่นสะท้านเสียจนเหมือนอยู่ในฤดูมรสุม อกอวบใหญ่แอ่นเข้าเสียดสีแผงอกแกร่งดั่งจะยั่วเย้า...อา...’
เสียงแป้นพิมพ์รัวเร็วตามอารมณ์ที่เหมือนจะถูกปลุกปั่นไปพร้อมๆ กับข้อความที่บรรจงสรรสร้าง นิ้วมือที่พยายามจะสัมผัสแป้นพิมพ์เหมือนจะชะงักเป็นช่วงๆ ลมหายใจเหมือนจะติดขัดไปกับความรู้สึกที่ถูกเร่งเร้า
“เฮ้อ!...”
กายแกร่งหงายตัวลงบนที่นอนขนาดเล็ก ฝ่ามือหนาปิดกระชับใบหน้าและดวงตาด้วยความเหนื่อยล้า ก่อนจะถอนหายใจออกมาอีกครั้ง สัมผัสที่รัดรึงอยู่กึ่งกลางลำตัวยังคงผงาดขึ้นอย่างกล้าหาญ เรียวคิ้วเข้มขมวดเข้าหากันในขณะที่ดวงตายังคงปิดสนิท แม้จะพยายามยับยั้งแต่ก็ไม่วายที่จะตื่นตัวทุกครั้งที่เขียนถึง.. กายแกร่งพลิกตัวนอนคว่ำคงมีเพียงวิธีนี้ที่เขาจะสะกดกลั้นไว้ได้
“โอ๊ย! บัดซบ! จริงๆ เลย” ฝ่ามือหนาทุบลงบนที่นอนเพราะไม่ได้ในสิ่งที่ตั้งใจ ดวงตาคมเข้มเปิดกว้างขึ้นอย่างเจ็บปวด
‘จุก..’ เพราะไม่ได้รับการปลดเปลื้องก็เลยต้องมีสภาพเยี่ยงนี้ กรามแกร่งกัดกันแน่นจนเป็นสัน ความปลดเปลื้อง..ใช่ว่าเขาไม่อยากทำ แต่..ทำบ่อยมันก็ไม่ดีกับสุขภาพ ยิ่งเวลาเขียนบทแบบนี้ทีไรเขายิ่งจะทนไม่ได้มากขึ้น แต่คนอย่าง ‘ปรมะ’ อะไรที่ไม่รั้นไม่ตะแบงก็คงไม่ใช่ ไม่เว้นแม้แต่ร่างกายตัวเอง ถ้าตามใจมากก็คงไม่ดี
‘คนเราต้องรู้จักขัดใจตัวเองบ้าง ไม่งั้นก็อาจจะเป็นคนหมกมุ่นครุ่นคิดแต่เรื่องอย่างว่าร่ำไป’
ใครจะเป็นยังไงเขาไม่รู้ แต่สำหรับเขานั้นหากต้อง ‘จัดการ’ ตัวเอง ทุกครั้งไปเมื่อถึงบทเลิฟซีน อาชีพนักเขียนอย่างเขามีหวังต้องจบเห่เพราะเจ้าหนูดันเป็นหมันหรือไม่ก็อาจตายด้านไปเสียก่อนจะเจอของจริงแน่ๆ ก็ไรเตอร์หนุ่มอย่างเขาการเขียนบทอย่างว่าดูเหมือนจะเป็นงานถนัดเฉพาะตัว
‘..please..’ คือนามปากกา ซึ่งเอกลักษณ์เฉพาะตัวของเขาก็คือ ทุกเรื่องนางเอกจะต้องร่ำร้องคำนี้ออกมายามโดนปลุกเร้าจากริมฝีปากร้อนๆ ไปทั่วทั้งกาย ‘..please..’ จึงกลายเป็นโลโก้ของเขาที่จะบ่งบอกถึงตัวตน
คิ้วเข้มยังคงขมวดเข้าหากันอย่างสะกดกลั้นอารมณ์ ในยามนี้เขากลับรู้สึกอยากจะร้อง ‘..please..’ ให้ใครสักคนได้ยิน ยิ่งได้ยินเสียงคลื่นลมด้านนอก ยิ่งเหมือนเสียงเรียกร้องสะท้านไหวของใครบางคน แรงโยกไหวของเรือหาปลาขนาดกลางที่เขาเช่าเหมาลำมากว่า 1 อาทิตย์สำหรับเอาไว้ทำโลเคชั่นในนิยายเรื่องล่าสุดของเขา มันยิ่งรุกเร้าร่างกายช่วงล่างของเขายามคิดว่าลำเรือไหวโยกเพราะแรงกระแทกกระทั้นรุนแรง ร่างสูงลุกขึ้นนั่งอย่างรวดเร็วพลางปิดคอมพิวเตอร์ขนาดกะทัดรัดยัดลงในกระเป๋า พร้อมทั้งกวาดข้าวของที่พอจะหาติดตัวได้ใส่ย่ามใบตุ่น
“พี่หมึก! พี่หมึก!” ร่างสูงมาหยุดอยู่หน้ากระท่อมหลังหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากเรือหาปลาที่เขาไม่กล้าจะอยู่คนเดียวเพื่อสร้างบรรยากาศเป็นใจไว้รอใครอีกแล้ว
“ครับ คุณปอนด์ รอเดี๋ยวครับ ผมแต่งตัวอยู่”
นิทรรศการภาพวาดแห่งรักที่ศิลปินสร้างสรรค์ผลงานและจัดแสดง เต็มไปด้วยกรุ่นอายบรรยากาศแห่งรักที่โอบล้อม เหล่าศิลปิน สื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติที่ได้รับบัตรเชิญให้เข้าร่วมงานต่างจับกลุ่มวิจารย์ภาพวาดที่แสดงออกถึงความรักมากล้นที่ศิลปินมีต่อผู้หญิงในภาพ แต่แล้วทุกสายตาก็เหมือนถูกสะกดด้วยหญิงสาวคนหนึ่งที่เดินเข้ามาในงานน้ำตาไหลลงอาบสองแก้มขณะที่มือบางปิดกลั้นเสียงสะอื้นไม่ให้เล็ดลอดออกมา ทุกภาพที่ก้าวผ่านนั้นเธอได้เห็นแล้ว ภาพหญิงสาวคนหนึ่งในอิริยาบทต่างๆ กันออกไป ภาพที่แสดงออกทั้งความสุข ความเศร้าที่เธอคนนั้นเป็น และอีกภาพหนึ่งที่ไม่เคยเห็นทว่ากลับจดจำทุกเหตุการณ์นั้นได้อย่างชัดเจนชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนแค่ศอก เส้นด้ายบางเบาบริเวณกระดุมที่เกิดจากการกระชากให้หลุดออกเผยให้เห็นช่วงอกกว้าง ช่วงขาเรียวนั้นกางเกงขายาวก็ถูกพับทบขึ้นมาจนถึงเข่า สองเท้ากำลังก้าวละริมชายทะเล ทว่าท่อนแขนแกร่งกลับกระชับต้นขาเรียวที่โอบกระชับเบื้องหลังนั้นไว้หญิงสาวในภาพเอนใบหน้าลงซบที่หัวไหล่ ฝ่ามือบางแตะประทับบนไหล่หนา ดวงตาคู่หวานนั้นปิดสนิทหลับพริ้ม เขาในภาพชำเลืองมองใบหน้างดงามที่ห่างกันแค่คืบอย่างแ
ร่างที่นอนเหยียดยาวอยู่บนเตียงผู้ป่วยสีขาวสะอาดตาดูซูบซีดลงไปมาก ดวงตาที่เคยเจิดจ้าไปด้วยแรงโทสะทอแสงอ่อนลง สายตาจับจ้องมองดูร่างเล็กที่ก้มๆ เงยๆ ขีดเขียนอะไรบางอย่างอยู่ข้างเตียงก่อนที่เจ้าตัวน้อยจะเงยหน้าขึ้นมองเขาและยิ้มให้ทั้งดวงหน้าดวงตาและหัวใจ ภาพที่เห็นคงติดตรึงใจไปอีกนาน“พ่อครับ ปีโป้ให้”ภาพที่ยื่นมาตรงหน้าหมายถึงให้เขารับ แต่มือที่ไร้แรงแม้แต่จะกระดิกนิ้วนั้นไม่สามารถรับไว้ได้ เจ้าตัวน้อยมีสีหน้าสลดลงก่อนจะขอโทษที่ลืมตัว“ปีโป้ขอโทษครับพ่อ มานี่เดี๋ยวปีโป้เอาให้ดูเอง ภาพครอบครัวของเราครับพ่อ”เจ้าตัวน้อยพยายามปีนขึ้นมานอนข้างๆ ก่อนจะชูภาพในมือที่เจ้าตัวตั้งใจวาด ภาพวาดสีเทียนที่ไร้เดียงสาไร้จริตมารยาใดๆ ทั้งสิ้น ภาพวาดที่มีค่าแก่จิตใจของเขามากมายจนไม่มีคำพูดใดที่จะเปรียบเทียบ ภาพวาดมุมหนึ่งเป็นภาพครอบครัวพ่อแม่ลูก ที่นั่งเล่นกันอยู่ที่สนามหญ้า และไม่ไกลกันนักมีผู้ชาย 2 คน และผู้หญิงอีก 1 คนที่ยืนอยู่“นี่พ่อ แม่ และก็ปีโป้ครับ ส่วนตรงนี้ก็เป็นพ่อปอนด์ ลุงนพ และก็ป้ามิเชลครับ ปีโป้ให้พ่อนะครับ แม่บอกว่าพ่ออาจจะคิดถึงปีโป้มากถ้าปีโป้ไม่อยู่ และปีโป้ก็จะคิดถึงพ่อมากๆ เช่นกันค
ปรมะทอดสายตามองมาพร้อมขยับเข้าใกล้ศิศิราพลางโอบกอดร่างบางไว้อย่างปกป้อง ทว่าแววตาที่เขามองตรงมามันหมายถึงอยากจะฆ่าให้ตาย ทั้งน้ำคำเชือดเฉือนนั่นอีกเล่า ผู้ชายที่เคยแสนดีคนนั้น ไม่น่าเชื่อว่าปรมะจะเพียงเล่นละครตบตา เขาแค่แกล้งทำดี เขาแค่แกล้งทำเหมือนคนแบบเดียวกัน ทั้งที่จริงแล้ว‘เขา..รักมัน นังน้ำค้าง เขารักนังน้ำค้าง’“หึ! คุณปอนด์รู้อย่างนี้แล้วยังจะเอามันอีกรึ หรือคุณปอนด์อยากจะโง่เป็นควายกินของเหลือเดนคนอื่นรึไง นังน้ำค้างฉันถามจริงๆ แกใช้เล่ห์เหลี่ยมอะไรหลอกล่อให้คุณปอนด์ทำแบบนี้ แกใช้มารยาอะไร สำออย คนอย่างแกก็ดีแต่สำออย อีร่าน! แกทำอะไรให้คุณปอนด์หลงรักแกจนโงหัวไม่ขึ้นอย่างนี้ อีเลว! แกใช้มารยาอะไร!”ชัฎพงษ์ระงับอารมณ์ไม่อยู่กระโจนเข้าใส่ศิศิรา ทว่าบอดี้การ์ดร่างยักษ์ของมิเชลยังรั้งไว้ได้ทัน ศิศิราลุกขึ้นยืนประจันหน้า ดวงตาหวานพรั่งพรูไปด้วยหยาดน้ำตามากมาย ในชีวิตนี้ไม่เคยคิดจะมีศัตรูแต่ทำไมคนที่คิดร้ายอยากฆ่าเธอให้ตายนั้นกลับได้ชื่อว่าเป็นเขา..ชัฎพงษ์แม้จะเป็นเพียงสามีแต่ในนาม แต่วันเวลาดีๆ ที่เคยใช้ชีวิตอยู่เป็นครอบครัวที่ต่างประเทศมันไม่ทำให้เกิดความผูกพันธ์ เกิดความรู้สึกด
“มิเชลจะใส่ร้ายคุณชัฎทำไมคะ ไม่เห็นมีประโยชน์อะไรเลย แต่มิเชลมีของขวัญมาเซอร์ไพรส์คุณชัฎด้วยล่ะค่ะ เพราะมิเชลรู้ว่าคุณชัฎชอบอะไรที่มันเซอร์ไพรส์ๆ”บอดี้การ์ดคนสนิทโค้งคำนับก่อนจะให้สัญญาณคนที่อยู่ข้างนอกให้เข้ามา และคนที่ก้าวเข้ามาใหม่นั้นถึงกับทำให้แข็งขาอ่อนแรงจนบอดี้การ์ดร่างยักษ์ต้องเข้ามาหิ้วปีกสองข้างบังคับให้มองตรงไปนายตำรวจ 6 นายที่เดินเข้ามาพร้อมๆ กับกลุ่มชายหน้าเหี้ยมที่ไม่มีทางที่จะลืมได้เพราะหนึ่งในนั้นคือ..ไอ้ยิ่ง คนรับงานที่ทรยศ“คุณชัฎพงษ์ผมขอจับคุณในข้อหาจ้างวานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน ขอความร่วมมือยอมมอบตัวเสียดีๆ ครับ” ท่านสารวัตรที่เดินนำเข้ามาเป็นผู้แจ้งข้อหา“อะไรกับครับ คุณตำรวจพวกคุณพูดเรื่องอะไรกัน ผมไม่เห็นเข้าใจ ใครจ้างวานฆ่าใครผมไม่รู้เรื่อง พวกคุณรวมหัวกันใส่ร้ายผมใช่ไหม ผมจะฟ้องพวกคุณทุกคน คุณเตรียมตัวย้าย 24 ชั่วโมงได้เลย คุณเตี่ยผมไม่มีทางยอมแน่ๆ ผมจะฟ้องพวกคุณทุกคน!” ชัฎพงษ์ปฏิเสธเสียงแข็ง ไม่มีทางเสียล่ะที่จะยอมรับ เงินจะสามารถปกปิดทุกอย่างได้“แต่ฉันยอม”เสียงทรงอำนาจที่ดังมาจากด้านหลังของกลุ่มนายตำรวจสร้างความหนาวสะท้านวิ่งไปถึงหนังศีรษะ
“อีมิเชล! กูโชคดีที่ไม่เอามึงทำเมีย ผู้หญิงอย่างมึง..จัญไร”“ไม่เหนื่อยบ้างหรือไง คุณชัฎ แหกปากให้ใครได้ยินไม่ทราบ รู้อยู่แล้วไม่ใช่รึว่าคง..ไม่มีใครได้ยิน หึหึหึ.. มิเชลก็ต้องขอบคุณคุณชัฎมากเลยนะคะ ที่ไม่เอามิเชลทำเมีย มิเชลเลยกลายเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลกเลยอ่ะ ก็..นพ..เขา.. หึหึหึ..” “อีมิเชล! อี-อก อีร่าน..” “ไม่ต้องสรรเสริญเยินยอกันมากหรอกค่ะ อีกแป๊บนึงก็จะจบแล้วล่ะ มิเชลก็เบื่อที่จะเล่นเกมกับคน..ไร้ค่าแล้วอ่ะ เดี๋ยวคนมีค่าทั้งหลายก็จะมาถึงกันแล้ว เก็บแรงไว้ร้องตอนนั้นก็ยังไม่สาย จำไว้นะจ๊ะ”มือบางตบลงที่ข้างแก้มเนียนนุ่มเหมือนสตรีอย่างหยอกเย้าก่อนจะหันไปสั่งความกับบอดี้การ์ดด้วยน้ำเสียงหวานแต่คนที่ฟังนั้นรู้สึกหนาวสะท้านไปถึงอก “แต่งตัวคุณชัฎให้หล่อๆ นะจ๊ะ เวลาออกสื่อจะได้ไม่ขายหน้าเขา..ทายาทอิสระบารมีวางแผนฆ่าเจ้าสาวหมาดๆ ของตัวเองเพราะหึงหวงที่ชายหนุ่มที่ตัวเองพอใจดันไปหลงรักเจ้าสาวแสนสวย หึหึหึ.. ตรงเป้ารัดให้แน่นๆ นะจ๊ะ เผื่อคุณชัฎจะคันจนทนไม่ได้ หึหึหึ...” ร่างบางเดินกรีดกรายออกไปดั่งนางพญาไม่สนใจเสียงร้องโหยหวนพร้อมคำด่าที่ตามมา
สัมผัสอุ่นกำซาบรดรินบริเวณหน้าผากกับแรงกอดรัดรอบเอวทำให้ศิศิรารับรู้ว่าตัวเองยังอยู่ ความรู้สึกรับรู้ได้ด้วยกายเนื้อใช่เพียงร่างโปร่งใสของดวงวิญญาณ ‘ทว่า..ใครกันล่ะ’ จะรับรู้หรือไม่รับรู้จะต่างอะไรกันในเมื่อสิ่งที่หวังและคนที่เฝ้ารอไม่มีทางเป็นไปได้“น้ำค้าง..ลืมตาขึ้นสิ มองผม”เสียงทุ้มดังชิดอยู่ข้างใบหูขณะที่อ้อมแขนแกร่งกอดกระชับร่างน้อยแนบชิดมากขึ้น ประสาทสัมผัสทุกส่วนตื่นตัว เสียงที่ได้ยินนี้..ใช่หรือไม่ หรือขวัญที่โบยบินไปทำให้ได้ยินได้ฟังผิดเพี้ยนหยาดน้ำตารินรดสองแก้มทว่าดวงตาหวานยังคงหลับพริ้ม ศิศิราสะอื้นไห้จนหอบตัวโยน หากจะเป็นเพียงฝันละเมอก็อย่าได้ตื่นขึ้นเลย ขอเพียงได้ซึมซับความรักที่หัวใจยอมรับแล้วว่าใช่..เท่านั้น“น้ำค้าง..มองผม”เสียงทุ้มย้ำเตือนชัดเจน หัวใจเต้นรัวเร็วกับสิ่งที่มองเห็น แม้ดวงตาจะพร่างพราวไปด้วยหยาดน้ำตาเอ่อล้นทั้งความสลัวรายรอบกาย ทว่าภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้านี้ไม่ใช่ฝัน..ใช่ไหม“คุณปอนด์..คุณปอนด์..”ศิศิราโอบกระชับต้นคอของเขาแน่น ทั้งสัมผัสกอดรัด ทั้งความรู้สึกหรือแม้กระทั่งกลิ่นลมหายใจ เป็นเขาจริงๆ ร่างบางสั่นสะท้านตามแรงสะอื้นยามแอบอิงภาพฝันที่มีตัวตนข
“ข้อแม้..พี่จ๋า..ต้องรักน้ำค้าง พี่จ๋า..ทำได้ไหม รักน้ำค้าง..ได้ไหม ได้โปรด..น้ำค้างอยากให้พี่จ๋า..รัก..อุ๊บ!..อึม..”ข้อแม้ที่เอื้อนเอ่ยพร้อมลมหายใจหอมแอลกอฮอล์อ่อนๆ ขาดห้วงไปเพราะรสสัมผัสอุ่นวาบที่จาบจ้วงล่วงเกิน ความอุ่นวาบทาบทับริมฝีปากบอบบางช่างจำนรรจา เรียวลิ้นสากชื้นตวัดไล่ลิ้นเรียวเล็กหยอกเ
“คู๊ณ!.. ได้ยินข้าเจ้าบ่ ได้ยินแล้วตอบด้วยยยยย...”น้ำเสียงเมาได้ที่ที่ได้ยินเรียกรอยวาบขึ้นในดวงตาคมเข้ม“ผู้หญิงอย่างว่า เฮอะ!” ปรมะสะบัดเสียงอย่างสมเพช“นางแมวออกมาหาเหยื่อถึงที่ เมืองไทยนี่บริการดีจริงจริ๊ง.. อยู่ไกลขนาดนี้ยังตามมาบริการได้ ให้มันได้อย่างนี้สิโว้ย! ไม่ต้องเก็บต้องกดมันแล้ว ไหนๆ
‘พี่นาเขาจำคนผิดหรือเปล่าพัชร ก็วันที่เธอบอกน่ะ พี่ชัฎเขาไปภูเก็ตกับฉัน แล้วพี่ชัฎเขาจะไปโผล่อยู่ที่ฮ่องกงได้ยังไง’‘เฮ้ย! แต่พี่นาบอกว่าเป็นคุณชัฎจริงๆ นะ พี่นาจะจำคนผิดได้ไง หน้าแบบพี่ชัฎนี่..โหยเธอ เห็น 500 เมตรยังจำได้เลย’‘แต่ก็ฝากขอบคุณพี่นากับเธอด้วยนะที่เป็นห่วง ยังไงฉันก็จะระวังไว้ ถ้าพี่ช
ดวงตาหวานจ้องจับหน้าประตูไม้สีขาวอย่างชั่งใจ แววหวานหวั่นไหวกับบางสิ่งบางอย่างที่ครุ่นคิดมาตลอดทั้งคืน ความกลัวที่จะทำมีมากก็จริงแต่ก็ไม่เท่าความใคร่รู้ที่ยิ่งเร่งเร้าให้เธอทำตามในสิ่งที่ตัดสินใจและวางแผนจนทำให้ร่างบางสมส่วนมาหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าประตูห้องนี้ ‘น้ำค้าง..แกต้องพิสูจ







