เข้าสู่ระบบหากพรหมลิขิตทำให้เราพบกัน ได้โปรดทำให้ฉันรักเขาได้เต็มหัวใจ +++++ เพราะไม่แน่ใจในความเป็นชายของคู่หมั้น ‘ศิศิรา’ จึงต้องพิสูจน์ แต่นั่นกลับกลายเป็นจุดเริ่มต้นแห่งความสูญเสีย ‘ปรมะ’ นักเขียนและจิตรกรหนุ่ม ปลีกวิเวกมาหาโลเคชันเขียนนิยายอยู่ชายทะเล แต่โชคดีที่สวรรค์ส่งนางฟ้าแสนบริสุทธิ์ผุดผ่องมาให้ ทว่า ‘นางฟ้าคืนเดียว’ กลับจากไปก่อนรุ่งสาง ทิ้งไว้เพียงความรู้สึกผิดที่เกิดขึ้นในใจ ปรมะต้องหาเธอให้พบ เบาะแสเดียวมีเพียงชื่อ ‘น้ำค้าง’
ดูเพิ่มเติมดวงตาหวานจ้องจับหน้าประตูไม้สีขาวอย่างชั่งใจ แววหวานหวั่นไหวกับบางสิ่งบางอย่างที่ครุ่นคิดมาตลอดทั้งคืน ความกลัวที่จะทำมีมากก็จริงแต่ก็ไม่เท่าความใคร่รู้ที่ยิ่งเร่งเร้าให้เธอทำตามในสิ่งที่ตัดสินใจและวางแผนจนทำให้ร่างบางสมส่วนมาหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าประตูห้องนี้
‘น้ำค้าง..แกต้องพิสูจน์ ถ้าแกอยากรู้ว่าที่พวกยายพัชรพูดกันมันจริงหรือเปล่า’
‘แต่..ฉันไม่กล้าหรอกดา อยู่ๆ แกจะให้ฉันไปทำอะไรอย่างนั้นได้ไง ฉันเป็นผู้หญิงนะ’
‘ฉันก็ไม่ได้ให้แกไปปล้ำพี่เขาเสียหน่อย แค่ใส่จริตเล็กๆ น้อยๆ มีมารยาหน่อยๆ ให้พี่เขาให้ปึ๋งปั๋งบ้างน่ะ แกทำเป็นไหม ให้พี่เขาแสดงความเป็นแมนๆ ให้แกเห็นน่ะ แค่เขาตื่นตัวหรือจุ๊บๆ แกนิดหน่อยก็โอแล้ว แกต้องสัมผัสได้แน่ว่าเขาโอหรือไม่โอ.. OK!..’
‘จะทำอย่างนั้นได้ไงดา พี่ชัฎเขาจะหาว่าฉันเป็นผู้หญิงแบบไหนที่ เอ่อ..เอ่อ..ไปให้ท่าเขาน่ะ’
‘อ้าว! แล้วแกจะเอายังไง มีอย่างที่ไหนคบกันมา 4 ปีไม่เคยแม้แต่จะจับมือถือแขน เป็นคนอื่นน่ะเขาไปถึงไหนต่อไหนกันแล้ว ไม่งั้นแกก็ถามพี่ชัฎเขาไปตรงๆ เลยว่า..เป็นหรือไม่เป็น ไอ้ที่สงสัยจะได้หายเสียที ฉันเป็นเพื่อนแกนะค้าง ฉันไม่อยากให้แกตัดสินใจผิดๆ นี่ยังไม่ได้แต่งงานกันก็ถือว่าดีไป แต่คุณหญิงแม่ของพี่แกเล่นลงข่าวว่าลูกชายเขาจะแต่งงานต้นปีหน้า โดยที่ไม่ถามแกสักคำ แล้วแกจะยังยอมเรอะ เป็นฉัน..ไม่อ่ะ ไม่รู้พี่นพยอมได้ไง พี่นพนะพี่นพ เฮ้อ!..’
กิริยาทอดถอนหายใจของนิดาทำให้ ‘น้ำค้าง หรือ ศิศิรา’ นั่งยิ้มแหยๆ อย่างไม่รู้ว่าจะพูดต่อได้ยังไงว่าคนที่ทำให้เธอต้องคิดหนักนั้นไม่ใช่ ‘ชัฎพงษ์’ ที่เป็นคนรัก แต่ทว่ากับเป็น ‘นพนิตย์’ ผู้เป็นพี่ชายของเธอต่างหากเล่าคำพูดของนิดาเหมือนจะยังก้องอยู่ในสมอง ที่ตอนนี้เหมือนจะอื้อๆ ตึงๆ กับหลายความคิดที่ประเดประดังกันเข้ามา มือบางยกขึ้นหมายจะเคาะให้เสียง ก็เธอตัดสินใจแล้วนี่ อุตส่าห์ช่วยกันวางแผนจนได้อยู่ด้วยกัน 2 ต่อ 2 ในบังกะโลริมทะเลหลังนี้ หาดส่วนตัวที่เงียบสงบไม่ได้มีผู้คนพลุกพล่าน หากพลาดพลั้งไปคงจะไม่มีใครคาบข่าวไปถึงหัวหนังสือได้
ประตูห้องด้านหน้าถูกเปิดออกก่อนที่เธอจะทันได้เคาะเรียกทำให้ใบหน้าสวยหวานต้องยิ้มเก้อๆ กับกิริยายกมือค้างของตัวเอง
“อ้าว! น้ำค้าง ว่าไงจ๊ะ หิวข้าวแล้วใช่ไหม มา..พี่จะพาไปหาอะไรอร่อยๆ ทานกัน”
เจ้าของห้องที่เปิดประตูออกมาจัดได้ว่าเป็นชายหนุ่มที่หน้าตาดีมากคนหนึ่ง เรือนร่างสูงโปร่งออกจะผอมบางไปสักนิดแต่ด้วยมาดหนุ่มออฟฟิตจึงทำให้เขาดูดีไปอีกแบบหนึ่ง ผิวกายที่ขาวนวลอมชมพูกับริมฝีปากแดงระเรื่อที่เธออดจะสงสัยทุกครั้งไม่ได้ว่ามันเป็นสีที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติหรือเป็นสีที่เขาปรุงแต่งขึ้นมาให้ดูดียิ่งขึ้น แต่วันนี้เธอจะต้องรู้ให้ได้
“น้ำค้างจะมาชวนพี่ชัฎไปทานอาหารน่ะค่ะ แต่ไม่ต้องออกไปข้างนอก เพราะว่า..นางฟ้าเตรียมไว้ให้พร้อมสรรพแล้วค่ะ”
“หือ..เหรอจ๊ะ เอ..แต่ว่านางฟ้าของพี่เตรียมอะไรไว้ให้พี่ทานบ้างล่ะ” ชัฎพงษ์พูดพลางเอียงหน้ายิ้มเก๋ ก่อนที่จะแทรกตัวออกมาจากประตู โดยที่ไม่มีส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายที่จะถูกร่างของศิศิราที่ยืนขวางอยู่เลยสักนิด
ศิศิราปรายตามองกิริยาของชายหนุ่มที่ได้ชื่อว่าเป็นคู่หมั้น แววคลางแคลงใจบ่งบอก ‘นางฟ้า’ คำเรียกขานที่พี่ชายและคู่หมั้นหนุ่มมักจะใช้เรียกเธออยู่เสมอ เพราะว่านพนิตย์..พี่ชายเพียงคนเดียวของเธอ
นับจากพ่อและแม่ของเธอเสียชีวิตเพราะเครื่องบินตกเมื่อหลายปีก่อนทำให้มีเพียงนพนิตย์คนเดียวเท่านั้นที่ดูแลเธอมาตลอด และนพนิตย์มักจะพูดเสมอว่าเธอเป็น ‘นางฟ้าน้อยๆ ที่พี่นพต้องดูแลปกป้อง’ ทำให้คู่หมั้นหนุ่มก็เลยเรียกเธอว่า ‘นางฟ้า’ ตามไปอีกคน แต่ในยามนี้ไม่มีใครสักคนที่จะรู้ว่า หัวใจของนางฟ้ามันบอบช้ำแค่ไหน ดวงตาหวานฉายแววเศร้าแต่เพียงครู่เดียวก็กลับเปลี่ยนเป็นแย้มยิ้มเหมือนเดิมอย่างไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“พี่ชัฎคะ งั้นเราไปดินเนอร์กันเถอะค่ะ น้ำค้างขอฉลองความสำเร็จโปรเจคใหม่ของพี่ชัฎล่วงหน้าเลยละกัน”
ร่างบางก้าวประชิดตัว มือบางคล้องต้นแขนชายหนุ่มในลักษณะกึ่งชวนให้เดินไปข้างหน้า
“โอ๊ะ! จ้ะ น้ำค้างเดินไปก่อนเถอะนะ ขอให้องครักษ์พิทักษ์นางฟ้าเดินตามละกัน เดี๋ยวนางฟ้าของพี่หกล้มหกลุกไป พี่ชายนางฟ้าจะได้มาเอาพี่ตายกันพอดี” ชัฎพงษ์เบี่ยงตัวหลบอย่างสุภาพพร้อมผายมือไปด้านหน้า
“ค่ะ” ใบหน้างามยิ้มหวานอย่างเขินอายในคำพูดที่คู่หมั้นหนุ่มสัพยอกก่อนสีหน้าจะฉายแววเจ็บปวดกับความสงสัยที่ใคร่รู้คำตอบออกมา ดวงตาหวานงดงามร้อนผ่าวแพขนตางอนหนากะพริบถี่ขับไล่หยาดน้ำตาที่พาลจะไหล
‘น้ำค้าง ที่ฉันมาบอกเธอน่ะเพราะไม่ต้องการให้เธอโดนเขาสนสะพายนะ ถ้าเขาแมนเต็มร้อยน่ะเขาไม่ไปเดินเฉิดฉายอยู่ในบาร์เกย์ที่ฮ่องกงหรอก เธอเชื่อฉันดิ ถ้าเธอยังไม่อยากช้ำใจ’
นิทรรศการภาพวาดแห่งรักที่ศิลปินสร้างสรรค์ผลงานและจัดแสดง เต็มไปด้วยกรุ่นอายบรรยากาศแห่งรักที่โอบล้อม เหล่าศิลปิน สื่อมวลชน และแขกผู้มีเกียรติที่ได้รับบัตรเชิญให้เข้าร่วมงานต่างจับกลุ่มวิจารย์ภาพวาดที่แสดงออกถึงความรักมากล้นที่ศิลปินมีต่อผู้หญิงในภาพ แต่แล้วทุกสายตาก็เหมือนถูกสะกดด้วยหญิงสาวคนหนึ่งที่เดินเข้ามาในงานน้ำตาไหลลงอาบสองแก้มขณะที่มือบางปิดกลั้นเสียงสะอื้นไม่ให้เล็ดลอดออกมา ทุกภาพที่ก้าวผ่านนั้นเธอได้เห็นแล้ว ภาพหญิงสาวคนหนึ่งในอิริยาบทต่างๆ กันออกไป ภาพที่แสดงออกทั้งความสุข ความเศร้าที่เธอคนนั้นเป็น และอีกภาพหนึ่งที่ไม่เคยเห็นทว่ากลับจดจำทุกเหตุการณ์นั้นได้อย่างชัดเจนชายหนุ่มในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวพับแขนแค่ศอก เส้นด้ายบางเบาบริเวณกระดุมที่เกิดจากการกระชากให้หลุดออกเผยให้เห็นช่วงอกกว้าง ช่วงขาเรียวนั้นกางเกงขายาวก็ถูกพับทบขึ้นมาจนถึงเข่า สองเท้ากำลังก้าวละริมชายทะเล ทว่าท่อนแขนแกร่งกลับกระชับต้นขาเรียวที่โอบกระชับเบื้องหลังนั้นไว้หญิงสาวในภาพเอนใบหน้าลงซบที่หัวไหล่ ฝ่ามือบางแตะประทับบนไหล่หนา ดวงตาคู่หวานนั้นปิดสนิทหลับพริ้ม เขาในภาพชำเลืองมองใบหน้างดงามที่ห่างกันแค่คืบอย่างแ
ร่างที่นอนเหยียดยาวอยู่บนเตียงผู้ป่วยสีขาวสะอาดตาดูซูบซีดลงไปมาก ดวงตาที่เคยเจิดจ้าไปด้วยแรงโทสะทอแสงอ่อนลง สายตาจับจ้องมองดูร่างเล็กที่ก้มๆ เงยๆ ขีดเขียนอะไรบางอย่างอยู่ข้างเตียงก่อนที่เจ้าตัวน้อยจะเงยหน้าขึ้นมองเขาและยิ้มให้ทั้งดวงหน้าดวงตาและหัวใจ ภาพที่เห็นคงติดตรึงใจไปอีกนาน“พ่อครับ ปีโป้ให้”ภาพที่ยื่นมาตรงหน้าหมายถึงให้เขารับ แต่มือที่ไร้แรงแม้แต่จะกระดิกนิ้วนั้นไม่สามารถรับไว้ได้ เจ้าตัวน้อยมีสีหน้าสลดลงก่อนจะขอโทษที่ลืมตัว“ปีโป้ขอโทษครับพ่อ มานี่เดี๋ยวปีโป้เอาให้ดูเอง ภาพครอบครัวของเราครับพ่อ”เจ้าตัวน้อยพยายามปีนขึ้นมานอนข้างๆ ก่อนจะชูภาพในมือที่เจ้าตัวตั้งใจวาด ภาพวาดสีเทียนที่ไร้เดียงสาไร้จริตมารยาใดๆ ทั้งสิ้น ภาพวาดที่มีค่าแก่จิตใจของเขามากมายจนไม่มีคำพูดใดที่จะเปรียบเทียบ ภาพวาดมุมหนึ่งเป็นภาพครอบครัวพ่อแม่ลูก ที่นั่งเล่นกันอยู่ที่สนามหญ้า และไม่ไกลกันนักมีผู้ชาย 2 คน และผู้หญิงอีก 1 คนที่ยืนอยู่“นี่พ่อ แม่ และก็ปีโป้ครับ ส่วนตรงนี้ก็เป็นพ่อปอนด์ ลุงนพ และก็ป้ามิเชลครับ ปีโป้ให้พ่อนะครับ แม่บอกว่าพ่ออาจจะคิดถึงปีโป้มากถ้าปีโป้ไม่อยู่ และปีโป้ก็จะคิดถึงพ่อมากๆ เช่นกันค
ปรมะทอดสายตามองมาพร้อมขยับเข้าใกล้ศิศิราพลางโอบกอดร่างบางไว้อย่างปกป้อง ทว่าแววตาที่เขามองตรงมามันหมายถึงอยากจะฆ่าให้ตาย ทั้งน้ำคำเชือดเฉือนนั่นอีกเล่า ผู้ชายที่เคยแสนดีคนนั้น ไม่น่าเชื่อว่าปรมะจะเพียงเล่นละครตบตา เขาแค่แกล้งทำดี เขาแค่แกล้งทำเหมือนคนแบบเดียวกัน ทั้งที่จริงแล้ว‘เขา..รักมัน นังน้ำค้าง เขารักนังน้ำค้าง’“หึ! คุณปอนด์รู้อย่างนี้แล้วยังจะเอามันอีกรึ หรือคุณปอนด์อยากจะโง่เป็นควายกินของเหลือเดนคนอื่นรึไง นังน้ำค้างฉันถามจริงๆ แกใช้เล่ห์เหลี่ยมอะไรหลอกล่อให้คุณปอนด์ทำแบบนี้ แกใช้มารยาอะไร สำออย คนอย่างแกก็ดีแต่สำออย อีร่าน! แกทำอะไรให้คุณปอนด์หลงรักแกจนโงหัวไม่ขึ้นอย่างนี้ อีเลว! แกใช้มารยาอะไร!”ชัฎพงษ์ระงับอารมณ์ไม่อยู่กระโจนเข้าใส่ศิศิรา ทว่าบอดี้การ์ดร่างยักษ์ของมิเชลยังรั้งไว้ได้ทัน ศิศิราลุกขึ้นยืนประจันหน้า ดวงตาหวานพรั่งพรูไปด้วยหยาดน้ำตามากมาย ในชีวิตนี้ไม่เคยคิดจะมีศัตรูแต่ทำไมคนที่คิดร้ายอยากฆ่าเธอให้ตายนั้นกลับได้ชื่อว่าเป็นเขา..ชัฎพงษ์แม้จะเป็นเพียงสามีแต่ในนาม แต่วันเวลาดีๆ ที่เคยใช้ชีวิตอยู่เป็นครอบครัวที่ต่างประเทศมันไม่ทำให้เกิดความผูกพันธ์ เกิดความรู้สึกด
“มิเชลจะใส่ร้ายคุณชัฎทำไมคะ ไม่เห็นมีประโยชน์อะไรเลย แต่มิเชลมีของขวัญมาเซอร์ไพรส์คุณชัฎด้วยล่ะค่ะ เพราะมิเชลรู้ว่าคุณชัฎชอบอะไรที่มันเซอร์ไพรส์ๆ”บอดี้การ์ดคนสนิทโค้งคำนับก่อนจะให้สัญญาณคนที่อยู่ข้างนอกให้เข้ามา และคนที่ก้าวเข้ามาใหม่นั้นถึงกับทำให้แข็งขาอ่อนแรงจนบอดี้การ์ดร่างยักษ์ต้องเข้ามาหิ้วปีกสองข้างบังคับให้มองตรงไปนายตำรวจ 6 นายที่เดินเข้ามาพร้อมๆ กับกลุ่มชายหน้าเหี้ยมที่ไม่มีทางที่จะลืมได้เพราะหนึ่งในนั้นคือ..ไอ้ยิ่ง คนรับงานที่ทรยศ“คุณชัฎพงษ์ผมขอจับคุณในข้อหาจ้างวานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนาและไตร่ตรองไว้ก่อน ขอความร่วมมือยอมมอบตัวเสียดีๆ ครับ” ท่านสารวัตรที่เดินนำเข้ามาเป็นผู้แจ้งข้อหา“อะไรกับครับ คุณตำรวจพวกคุณพูดเรื่องอะไรกัน ผมไม่เห็นเข้าใจ ใครจ้างวานฆ่าใครผมไม่รู้เรื่อง พวกคุณรวมหัวกันใส่ร้ายผมใช่ไหม ผมจะฟ้องพวกคุณทุกคน คุณเตรียมตัวย้าย 24 ชั่วโมงได้เลย คุณเตี่ยผมไม่มีทางยอมแน่ๆ ผมจะฟ้องพวกคุณทุกคน!” ชัฎพงษ์ปฏิเสธเสียงแข็ง ไม่มีทางเสียล่ะที่จะยอมรับ เงินจะสามารถปกปิดทุกอย่างได้“แต่ฉันยอม”เสียงทรงอำนาจที่ดังมาจากด้านหลังของกลุ่มนายตำรวจสร้างความหนาวสะท้านวิ่งไปถึงหนังศีรษะ
“อีมิเชล! กูโชคดีที่ไม่เอามึงทำเมีย ผู้หญิงอย่างมึง..จัญไร”“ไม่เหนื่อยบ้างหรือไง คุณชัฎ แหกปากให้ใครได้ยินไม่ทราบ รู้อยู่แล้วไม่ใช่รึว่าคง..ไม่มีใครได้ยิน หึหึหึ.. มิเชลก็ต้องขอบคุณคุณชัฎมากเลยนะคะ ที่ไม่เอามิเชลทำเมีย มิเชลเลยกลายเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลกเลยอ่ะ ก็..นพ..เขา.. หึหึหึ..”
ไอ้ยอดมองตรงไปยังแสงไฟจากกระท่อมที่อยู่ไม่ไกลนั้นฟันกรามขบกันแน่นจนเป็นสันทั้งโกรธทั้งแค้นที่ไม่สามารถทำอะไรเวคินได้ ทั้งยังถูกผู้ใหญ่บ้านและนายตำรวจท้องที่หมายหัวว่าหากมันและพรรคพวกทำอะไรที่เป็นการผิดหรือเสี่ยงต่อการผิดกฏหมายอีกละก็ เหตุการณ์ในวันนี้จะถูกรื้อฟื้นขึ้นและทั้งหมดจะให้การเป็นพยานให้กั
ความต้องการรุนแรง ใช่..เป็นสิ่งที่เธอชอบและเธอก็สามารถรับมันได้คืนละหลายๆ ครั้ง ทว่า..การร่วมรักกับเขานั้นเหมือนคนที่จูนกันติด ความรุนแรงที่เขาถาโถมความสอดรับที่เธอประสานมันทำให้เธอเหนื่อยอ่อนจริงๆ แต่กระนั้นหากได้พักสักครู่เธอก็พร้อมที่จะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง แต่เขาสิ..ยังแรงอีกเหลือเฟือ
“คุณปรมะ..ดิฉันขอคุยอะไรด้วยหน่อยค่ะ”ศิศิราเอ่ยขึ้นในทันทีที่เจ้าตัวน้อยเหมือนจะนอนหลับปุ๋ยอยู่บนเตียง กว่าครึ่งชั่วโมงที่เธอทนรอคอยตั้งแต่เจ้าตัวน้อยทานยาหลังอาหารเข้าไป เธอก็รอเวลาที่จะได้พูดในสิ่งที่ค้างคาให้จบ“ครับ..ว่าไงล่ะครับ น้ำค้าง”เขาตอบพลางผายมือให้เธอนั่งด้านข้าง แต่เธอก็ยังคงยืนกอดอ