Masuk‘คุณจารุพงษ์เพิ่งเข้ามาตอนบ่ายค่ะ แล้วก็กำลังจะออกไปทานข้าวเพราะยังไม่ได้ทาน อารยาไม่กล้าขัดน่ะค่ะ นภาเองก็หาทางถ่วงเวลา พาน้องที่มารอสัมภาษณ์ไปทานข้าวก่อน เพราะฝ่ายบุคคลส่งมารอตั้งแต่สิบเอ็ดโมง บ่ายแล้วก็ยังไม่ได้สัมภาษณ์สักที นภาจนใจจริงๆ ค่ะ’
รถคันโตแบบขับเคลื่อนสี่ล้อของเพชรหยุดลงหน้ารีสอร์ตในตำแหน่งของตัวเองอย่างแรง รู้ว่ากำลังถูกจารุพงษ์เล่นแง่ ด้วยความที่เป็นไม้เบื่อ
ไม้เมากันมาตั้งแต่กลับมาช่วยผู้เป็นป้าบริหารงานเต็มตัว เพราะเหมือนไปดับฝันจารุพงษ์เข้า อีกฝ่ายจึงมักจะคอยขัดเขาทุกเรื่อง ครั้งนี้ก็คงอีกเช่นกัน
ความจริงเพชรไม่คิดจะเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับงานของจารุพงษ์ แต่ด้วยญาติสาวขอร้องมา เขาเองก็ขอกับทางผู้เป็นป้าไปแล้วว่าวาสิฐีฝากฝังเพื่อนมา ป้าเขาก็อนุญาตอย่างไม่มีปัญหา
ร่างสูงก้าวอย่างรวดเร็วผ่านตึกหลักไปจนถึงอาคารของผู้บริหาร แล้วก็พุ่งผ่านประตูโดยมีนภามายืนรอรับหน้าอยู่
“คุณพงษ์ออกไปหรือยังครับ”
“ยังค่ะ นภาหาเอกสารด่วนให้อารยาเอาเข้าไปให้เซ็นก่อนน่ะค่ะ”
ชายหนุ่มพยักหน้าเล็กน้อย แต่ยังไม่ทันได้พูดอะไรมากกว่านั้น ประตูห้องก็เปิดออก เพชรหันหน้าไปมองก็เห็นร่างสูงที่เตี้ยกว่าตนเองประมาณหนึ่งคืบของจารุพงษ์ออกมา ใบหน้าหล่อเข้มด้วยผิวสีแทนชะงักเมื่อเห็นเขาก่อนจะยกคิ้วขึ้นข้างหนึ่งอย่างถือดี พร้อมพาร่างกำยำล่ำสันเดินมาหา แต่แล้วก็ผ่านเลยไปที่ประตูทางออกจนเพชรต้องหยุดเอาไว้ก่อน
“เดี๋ยวก่อน”
เสียงเข้มทำให้อารยาที่ตามเจ้านายของตนออกมาด้วยใบหน้าจ๋อยสะดุ้งนิดๆ ทว่าคนถูกเรียกกลับเฉยไม่หยุดเท้าด้วยซ้ำ
เพชรพยายามระงับอารมณ์จากการถูกกวนให้ขุ่นขณะพูดกับอีกฝ่าย
“ถ้าคุณจะออกไปข้างนอก ผมคิดว่าคุณควรจะทำงานในหน้าที่ของตัวเองให้เรียบร้อยก่อนนะคุณจารุพงษ์”
คนที่ถูกเอ่ยชื่อหยุดกึก หันกลับมายกยิ้มมุมปากให้กับเพชรอย่างหยันๆ
“หน้าที่ผมเหรอ แน่ใจเหรอครับท่านรอง เพราะผมจำได้ว่าคนที่สั่งให้รับพนักงานต้อนรับคนใหม่คือท่านรอง ไม่ใช่ผม...”
จารุพงษ์เดินกลับเข้ามาใกล้เพชรก่อนจะพูดต่อ
“ใครรับ คนนั้นก็สัมภาษณ์สิ”
“คุณเป็นผู้จัดการฝ่าย”
“พูดแบบนี้เท่ากับท่านรองก็รู้ดีนี่ แล้วทำไมถึงก้าวก่ายหน้าที่คนอื่นไม่ทราบ”
คนที่ตั้งใจจะก่อกวนสวนขึ้นมาทันควันทำเอาดวงตาคู่คมของเพชรลุกวาบ ปกติเขามักไม่เปิดช่องว่างให้จารุพงษ์เล่นงานได้ เป็นครั้งแรกที่โดนอีกฝ่ายฉีกหน้า ชายหนุ่มขบกรามแน่น ไม่อยากให้อีกฝ่ายเห็นว่ายั่วให้เขาขุ่นเคืองได้สำเร็จ
“คุณจารุพงษ์ อย่าโยกโย้ให้มันมากนัก กลับเข้าไปในห้องของคุณซะ คุณอารยา เรียกตัวคนที่คุณจารุพงษ์ต้องสัมภาษณ์ตามเข้าไป”
เพชรไม่อยากต่อปากต่อคำให้มากความ ขณะที่อารยากำลังจะเอ่ยปากบอกบางอย่าง จารุพงษ์ก็สวนขึ้นเสียงดัง
“ขอโทษครับท่านรอง ผมหิว ยังไม่ได้ทานข้าวเที่ยง ถ้าใครอยากจะสัมภาษณ์ก็คงต้องรอไปก่อน”
“เขามารอคุณนานแล้ว ถ้าคุณหัดมาทำงานให้ตรงเวลา ก็สามารถออกไปทานข้าวได้ตรงเวลา แต่นี่คุณมาช้า เพราะฉะนั้นคุณต้องสัมภาษณ์ก่อน”
ผู้ที่มีอำนาจเหนือกว่าสั่งอย่างเด็ดขาด ทำให้จารุพงษ์ฉุนเฉียวขึ้นหลังจากตั้งใจหาเรื่องจนกลายเป็นต้องมานั่งรับคำสั่งจากอีกฝ่าย
“ผมคนนะครับ คนมันหิว จะห้ามไม่ให้ไปกินข้าว มันจะไม่ใช้อำนาจในทางที่ผิดไปหน่อยเหรอท่านรอง คิดว่าตัวเองใหญ่จะยัดเด็กเส้นก๋วยจั๊บคนไหนเข้ามาก็ได้หรือไง ถ้าคิดแบบนี้ ผมก็คงไม่ต้องสัมภาษณ์แล้วล่ะคร้าบ ท่านรองสั่งคำเดียว คนของท่านก็ไปยืนเชิดหน้าอยู่หน้าฟรอนท์ได้วันนี้พรุ่งนี้อยู่แล้วไม่ใช่เหรอ...”
ครืดดด
เสียงเปิดประตูกระจกขัดขึ้นในช่วงที่อารมณ์ของชายหนุ่มสองคนกำลังพุ่งสูงขึ้น และก็สามารถดึงสายตาทุกคู่ให้หันไปมองได้เช่นกัน
คนเข้ามาใหม่ปิดประตูอย่างเบามือแล้วหันมาเผชิญหน้าจึงเห็นว่าทุกคนต่างมองเธอกันเป็นตาเดียว ระหว่างที่เธอขอตัวไปเข้าห้องน้ำคนที่จะสัมภาษณ์เธอคงมาแล้ว
ศศิทำตัวไม่ถูกเมื่อถูกจ้องแต่แล้วดวงตาคู่สวยก็โตขึ้นเล็กน้อย เมื่อใบหน้าคมขาวที่มีไรเคราจางๆ ของชายหนุ่มคนหนึ่งเป็นใบหน้าที่เธอเคยพบเจอมาก่อน
‘ใช่เขาจริงๆ ด้วย’
เมื่อสองสามชั่วโมงก่อนเธอรู้สึกว่าคลับคล้ายคลับคลาผู้ชายที่เดินผ่านตรงหน้าฟรอนท์ และชื่อที่เขาเรียกขณะคุยโทรศัพท์ก็ทำให้เธอหันมองตาม ทว่าชายหนุ่มห่างออกไปประมาณหนึ่งจึงเห็นหน้าไม่ชัด
วาสิฐีฝากฝังเธอกับคนที่นี่ ซึ่งศศิเข้าใจว่าเป็นคุณนภาเพราะเธอเคยคุยโทรศัพท์ด้วย แต่ทำไมเพื่อนรุ่นน้องของเธอถึงโทรหาผู้ชายคนนี้?
“เอ่อ นี่...น้องศศิ คนที่รอสัมภาษณ์กับคุณจารุพงษ์น่ะค่ะ”
นภาเป็นคนเอ่ยแทรกความเงียบขึ้นมา อารยารีบเดินมาจับมือของศศิแล้วพาเข้าไปใกล้สองหนุ่มในระยะที่เหมาะสมแล้วเอ่ยแนะนำกับ
หญิงสาว
“คุณเพชร...เป็นรองประธานกรรมการของที่นี่จ้ะ ส่วนท่านนี้คือคุณจารุพงษ์ผู้จัดการฝ่ายประชาสัมพันธ์และบริการจ้ะ”
ศศิยกมือไหว้ทั้งสองคนตามลำดับที่อารยาบอก ขณะสบสายตาคู่คมของหนุ่มใบหน้าขาวคมเธอรู้สึกภายในใจวูบโหวง ทั้งที่เขาไม่มีท่าทางใดแสดงออกว่ารู้จักเธอมาก่อน แต่เมื่อสบกับแววตาวาววามของผู้ชายอีกคนกลับรู้สึกขนท้ายทอยลุก เพราะเขามองเหมือนกับผู้ชายหลายคนที่เธอพบเจอมา แม้จะหวั่นใจแต่มาถึงขั้นนี้แล้วก็ต้องพยายามทำให้ดีที่สุด คิดดังนั้นหญิงสาวจึงยิ้มน้อยๆ อย่างมีมารยาทให้กับทั้งสองหนุ่ม
จารุพงษ์ยิ้มกว้างตอบเจ้าของใบหน้าสวยจับใจในทันที ความคิดอยากหาเรื่องขัดคนที่เขาหมั่นไส้หมดลงเมื่อเห็นว่าผู้ถูกส่งมาน่าพิสมัยกว่าที่เขาคิดเอาไว้มาก ชายหนุ่มรีบผายมือเชิญหญิงสาวอย่างกระตือรือร้น
“มาสัมภาษณ์ งั้นเชิญทางนี้เลยครับ ผมกำลังรออยู่พอดี เชิญเลยเชิญ”
นภากับอารยาแอบเหลือบมองหน้ากันอย่างรู้ทัน ส่วนเพชรยกมุมปากหยันอีกฝ่าย ทว่าจารุพงษ์ไม่สนใจใครนอกจากสาวสวยถูกใจคนเดียว
ศศิมองคนที่ทำหน้าระรื่นอย่างหนักใจ แต่ก็ยอมก้าวตามเมื่อนภากับอารยาพยักหน้าให้ โดยอารยาผายมือให้เธอเดินตามเจ้านายของตนเข้าไปในห้อง
ดวงตาคู่คมมองตามประตูที่ปิดลงด้วยสายตาที่ไม่มีใครอ่านออก ก่อนเจ้าตัวจะหันกลับมาบอกกับเลขาของผู้เป็นป้า
“ถ้าเขาสัมภาษณ์กันเสร็จแล้ว ก็ฝากคุณนภาช่วยดูแลอีกทีนะครับ ผมขอตัวก่อน ยังไม่ได้ทานมื้อเที่ยงเหมือนกัน”
เสียงเข้มนั้นดูราบเรียบ ก่อนจะเหลือบไปยังประตูห้องของจารุพงษ์อีกครั้ง เมื่อเห็นอารยาก้าวออกมายิ้มอย่างโล่งอกให้นภาแล้วร่างสูงใหญ่ก็หมุนตัวเดินออกประตูไปเหมือนไม่ใส่ใจอะไรอีก โดยไม่มีใครรู้ว่า การที่
จารุพงษ์ยอมสัมภาษณ์คนที่เขาส่งไปง่ายๆ ทันทีที่เจอหน้าทำให้ชายหนุ่มกลับหนักใจขึ้นมาเสียมากกว่า
=====
ร่างสูงใหญ่ขยับเปลี่ยนเป็นนอนหงายแล้วดึงเธอเข้าไปกอดแทน“มันจำเป็นน่ะครับ จริงๆ รสสุคนธ์เป็นคนทำ ส่วนผมก็ดูอีกที ผ่านหูผ่านตากันสองคนดีกว่าปล่อยให้เขาปวดหัวอยู่คนเดียว เขาเป็นผู้จัดการไร่แต่ต้องมาทำหน้าที่เลขาแล้วก็ดูบัญชีให้ผมด้วย”พราวขมวดคิ้วมุ่น หญิงสาวขยับหน้าขึ้นมาวางคางบนแผงอกอีกฝ่ายแล้วถาม“ทำไมไม่หาเลขาหรือบัญชีล่ะ”ปนทจ้องตาคู่สวยนิ่งพร้อมกับตอบ“เลขาคนเก่าคือแม่น้องมิ้ม พอเขาไปแล้วผมอยากให้น้องสาวกลับมาทำ แต่ศศิก็เลือกไปทำงานที่เกาะแทน ตอนนี้ยังไม่แน่ใจว่าจะหาใหม่ดีไหม”หญิงสาวถึงกับอึ้งไปเมื่ออีกฝ่ายบอกมาแบบนั้น“เขาใช้ยากับผมแล้วท้อง ผมรับผิดชอบเพราะเด็กยังไงก็เป็นลูกผม แต่ไม่ได้รักแล้วก็ไม่ได้ยุ่งกับเขา สุดท้ายเขาก็ไม่อยากอยู่ที่นี่ แล้วไปอยู่กับคนใหม่ของเขา”ท่าทางที่ดูสนใจของพราวทำให้ปนทเล่าต่อ เพราะคิดว่าให้เธอฟังจากเขาเองดีกว่าปากอิ่มเผยอขึ้นอย่างคาดไม่ถึง ที่เขาบอกเธอว่า ‘ไม่ใช่ความรัก’ เพราะถูกมอมยานี่เอง“เขาไม่ได้รักคุณกับลูกเลยเหรอ ทำไมถึงจากไปง่ายจัง อย่างน้อยก็ต้องคิดถึงน้องมิ้มบ้าง”ชายหนุ่มยักไหล่ แล้วตอบแบบไม่ใส่ใจมาก“เขาก็พูดว่ารักผมต่างๆ นานา รู้ว่าผมจ
คุณสุพรรณีเป็นแม่งานจัดการเรื่องระหว่างเพชรกับศศิ นับตั้งแต่บอกกับสองหนุ่มสาวว่าควรจะทำทุกอย่างให้เป็นทางการได้แล้ว และยังบอกกับพ่อแม่ของเพชรเองด้วยว่าชายหนุ่มมีคนรักที่คบหากันแล้ว ซึ่งท่านก็ดูแล้วเห็นว่าเหมาะสมดี อยากให้จัดการสู่ขอกันเป็นเรื่องเป็นราวเมื่อคุณพจน์สอบถามกับลูกชายก็ได้รู้ว่าหญิงสาวคือศศิ น้องสาวของปนทท่านก็แปลกใจ แล้วบอกให้เขาพาหญิงสาวมาพบที่กรุงเทพฯ จะได้พูดคุยกันอย่างจริงจัง นั่นทำให้ชายหนุ่มพาทั้งคุณสุพรรณีและศศิเดินทางมาพร้อมกัน แล้วก็ทำให้เพชรกับศศิได้รู้เรื่องของปนทกับพราวด้วยเช่นกันและแล้วก็มีงานหมั้นภายในเล็กๆ และแพลนการแต่งงานในปีหน้า โดยงานจัดที่ไร่ภูวดล พชรและนลินก็กลับมาร่วมงานด้วยเพราะเป็นช่วงปิดภาคเรียนพอดี พิธีค่อนข้างเรียบง่ายเพราะเป็นคนกันเอง และป้าบัวเป็นผู้ใหญ่ของศศิโดยมีปนทนั่งข้างๆหลังจากสวมแหวนแล้วศศิก้มลงกราบเพชรพอดวงหน้าสวยเงยขึ้นมาชายหนุ่มก็เห็นน้ำเอ่อคลอในตาคู่สวย เขากุมมือบางด้วยมือทั้งสองข้าง ยิ้มให้พร้อมสายตารักใคร่ระหว่างถ่ายรูปเพชรโอบเอวบางลูบปลอบเบาๆ ตลอดเวลาทว่าก็ไม่ได้ทำอะไรที่ชวนให้ประเจิดประเจ้อจนเกินงามพราวเปลี่ยนมานั่งข้างปนทมี
“มาเริ่มจูบกันก่อนก็แล้วกัน”เมื่อใบหน้าหล่อเข้ามาใกล้นลินก็กลืนน้ำลาย กลั้นหายใจรอคอยอีกฝ่าย กระทั่งพชรแนบปากจนสนิทกับปากตนเอง ประจุไฟฟ้าช็อตปราดไปทั่วร่างเล็กในทันที ตาที่โตอยู่แล้วค่อยๆ ขยายเพิ่มขึ้นตามการขยับราวปีกผีเสื้อของริมฝีปากอุ่น ใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกนอกอก สมองเบลอไปแล้วเรียบร้อยจากสัมผัสที่ไม่เคยรู้จักพชรผละออกมามองหญิงสาว เห็นว่าเธอมองเขาแต่ก็ตาลอยราวกับไม่ได้มองทำให้เขาอดแซวไม่ได้“อย่าเพิ่งหัวใจวายไปก่อนล่ะ นี่แค่บทเริ่มต้น”นลินกะพริบตาเพราะเสียงทุ้มกระซิบใกล้ๆ แล้วชายหนุ่มก็กลับมาหาปากจิ้มลิ้มสีหวานอีกครั้ง คราวนี้หญิงสาวลดสายตาลงมองตามก่อนจะหลับตาลงปล่อยให้ใจจดจ่ออยู่กับปากอุ่นชายหนุ่มเม้มกลีบปากเล็กให้อีกฝ่ายเผยอขึ้นก่อนจะส่งปลายลิ้นทักทาย ได้ยินเสียงเบาอึกอักจากคนตัวเล็กทว่ามือของเขาเคลื่อนไปล็อกท้ายทอยอีกฝ่ายเอาไว้ ต้องการให้แหงนเงยรับจูบจากเขาอย่างเต็มที่ ร่างบางเริ่มอ่อนระทวยทำให้พชรโอบอีกฝ่ายเข้ามาใกล้เพื่อให้อิงแอบตนมากขึ้นลิ้นอุ่นลูบโลมเคล้าคลอกับลิ้นของเธอเนิ่นนานจนนลินตัวอ่อนไร้เรี่ยวแรงขึ้นมาดื้อๆ ได้แต่ยอมให้ชายหนุ่มหยอกล้อคลอเคลียอยู่อย่างนั้นลมหา
หนึ่งปีต่อมาพชรและนลินต่างก็ยุ่งกับการเรียนของตัวเอง ชายหนุ่มเรียนปริญญาโทด้านวิศกรรมและเริ่มฝึกงาน การเรียนจะมีงานให้เข้ากลุ่มทำโปรเจกต์โดยตลอดทว่าการสอบไม่ค่อยยากนักสำหรับพชร แต่พอฝึกงานเขาก็แทบจะไม่ได้เจอนลินเลย ส่วนความสัมพันธ์ของทั้งสองคนก็เรียกได้ว่าแทบไม่คืบหน้าอะไร นลินยอมให้พชรกอดเพียงเท่านั้นซึ่งก็แทบนับครั้งได้คนสองคนที่กอดกันหน้าอพาร์ตเมนต์ก่อนฝ่ายหญิงจะขึ้นแท็กซี่ไปทำให้คนตัวเล็กชะงักกึก ใบหน้าร้อนวูบทว่าตัวเย็นวาบ เสียงของเนตรกมลเพื่อนสนิทที่มักจะคุยกันทุกเรื่องรวมถึงพชรแล่นเข้ามาในหัว‘ผู้ชายก็แบบนี้แหละ เล่นตัวมากๆ ระวังเถอะเขาจะเบื่อแล้วไปหาคนอื่น’นลินบ่นเรื่องพชรชอบมายุ่มย่ามใกล้ๆ รบกวนสมาธิให้อีกฝ่ายฟัง‘แกยังไม่เคยจูบอีกเหรอไอ้ลิน ไม่น่าเชื่อว่านายพีคจะปล่อยแกลอยนวลมานานขนาดนี้’เนตรกมลบ่นเธอในวันหนึ่งที่ทั้งสองคนคุยกัน ปกติจะคุยกันเรื่องเรียนจบแล้วก็จะตามด้วยพชร เพราะเพื่อนสาวมักจะอยากรู้และถามความเป็นไประหว่างทั้งคู่‘แกควรหาทางมัดใจเขาให้อยู่หมัด ดีกว่าทำตัวจืดชืดอย่างทุกวันนี้’นลินคิดถึงสิ่งที่เพื่อนพูดกระทั่งมาถึงห้อง ตอนนี้เธอเคืองที่พชรพาผู้หญิงคนอื่นมา
“อย่าบอกนะว่า...”ชายหนุ่มพยักหน้าให้เธอถี่ๆ พร้อมกับยิ้มมุมปาก ทว่าหญิงสาวส่ายหน้าอย่างไม่อยากเชื่อ“เป็นไปได้ไง”“ก็เราเคยบอกแล้วไงว่าเธอเซ็กซี่”“แค่เนี้ยอ่ะนะ”พชรยิ้มขำคนที่ขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่เข้าใจสถานการณ์“ก็ไม่ใช่อย่างเดียวหรอก หลายๆ อย่างที่รวมกันเป็นเธอ”“เลี่ยนอ่ะ”นลินทำหน้าตาขนลุกขนพอง จนชายหนุ่มถึงกับถอนหายใจกับท่าทางไม่อินของอีกฝ่าย“นี่ไม่คิดจะเขินหรือดีใจอะไรเลยหรือไง”“ฉันไม่ได้สนใจนายแบบนั้นสักหน่อย ทำไมต้องดีใจ”คนได้ยินถึงกับเหวอไปกับคำตอบหน้าตาเฉยของหญิงสาว แถมเธอยังสั่งตามมาอีก“ปล่อยมือฉันได้แล้ว”“นลิน...เรา...”“ฉันต้องเรียน ไม่มีเวลามาสนใจเรื่องนี้หรอก”เธอไม่ได้หลบตาเขาตอนพูด มันเป็นความมุ่งมั่นตั้งใจอย่างจริงจังจนคนเห็นเองก็อดชื่นชมไม่ได้“เราจะไม่ทำให้เธอมีปัญหาเรื่องเรียนเด็ดขาด สัญญาเลย”พชรคิดว่าการมีแฟนระหว่างเรียนไม่ได้มีผลกระทบอะไร เขาคบผู้หญิงด้วยเรียนด้วยตั้งแต่มัธยมและไม่เคยมีปัญหาเรื่องเกรด ถึงจะไม่เข้าใจนลินแต่เขาก็ให้เกียรติในความตั้งใจของเธอ“งั้นปล่อยฉันก่อนสิ แล้วก็ถอยออกไปด้วย”หญิงสาวต่อรอง แต่พชรก็ต่อรองกลับ“ได้ แต่เธอห้ามลุกหนีเด็ดขา
การเล่นเกมกลายเป็นกิจกรรมประจำค่ำวันศุกร์ของพชรกับนลินไปแล้ว เพราะชายหนุ่มมักจะขอร้องให้หญิงสาวเล่นกับเขาด้วยมุกต่างๆ นานาและลงเอยที่นลินก็ยอมเล่นด้วย ซึ่งบางครั้งเธอก็สามารถชนะชายหนุ่มได้โดยที่เขาไม่ได้อ่อนข้อให้อย่างเช่นครั้งนี้“เย้! ชนะแล้ว!”คนตัวเล็กชูมือชูไม้ดีใจขณะที่ชายหนุ่มถอนหายใจเซ็ง“เล่นอีกเกม”เขาบอกแต่หญิงส่ายหน้า“ไม่ วันนี้จบแค่ตรงนี้ ฉันชนะย่ะ”นลินยื่นหน้ามาพูดใกล้เขาอย่างเยาะเย้ยแล้วสะบัดหน้าใส่ ก่อนจะลุกขึ้นเดินผ่านเขาไปด้วยท่าทางเชิดหน้าสบายอกสบายใจ โดยไม่รู้ว่าตาคู่คมวาววับนึกอยากคว้าคนตัวเล็กมากอดแล้วจูบปากช่างเยาะนั่นเสียให้เข็ดมันเป็นความรู้สึกที่เกิดขึ้นมาพักหนึ่งแล้วสำหรับพชร แต่เขาพยายามไม่แสดงออกให้หญิงสาวรู้ตัว เขาเริ่มสนใจในตัวนลินจนแอบมองบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นเวลาทำอาหาร ทำงานบ้าน ทานข้าว เล่นเกม อ่านหนังสือ เมื่ออีกฝ่ายมาอยู่ในระยะสายตาเขาก็มักจะลอบมองเสมอดวงหน้าเล็กสวยใสไร้สิวฝ้า ปากนิด จมูกหน่อย ดูไม่ได้คมคายเหมือนพี่ชายกับพี่สาวของเธอ ทว่าก็สวยน่ารักน่ามองในแบบของตัวเอง ยิ่งเวลาที่มุ่งมั่นทำอะไรสักอย่าง คิ้วเรียวก็จะขมวดมุ่น ปากยื่นหน่อยๆ อย่างจดจ่อ







