Masuk“ฉันเตรียมมาส์กหน้ามา เลือกของดี ของแพง บูสต์หน้าเร่งด่วน” รุ้งพรายหยิบข้าวของออกมาอวดให้มั่นใจได้ ว่าเป็นเพื่อนเจ้าสาวมืออาชีพ “ไหน เครื่องสำอางของเจ้าเอยเป็นไง”
ฝ่ายอรพลินดูกระเป๋าเครื่องสำอาง ปกติเจ้าเอยแต่งหน้าน้อย อุปกรณ์ไม่เยอะ เมื่อเห็นของข้างใน จึงรู้ว่าเพื่อนรักยอมลงทุนซื้อเอง แต่ไม่ยอมจ้างช่าง แม่ม่ายสาวถึงกับกอดอก
“นี่แก รวมกันได้ค่าทำผมแต่งหน้าเลยนะ”
“แต่ซื้อเอง ยังเอาไปใช้ต่อได้นี่นา” เจ้าเอยตอบเสียงอ่อน เวลาทำแก้มพองหน้าอ้อน อรพลินถึงได้ถอนหายใจ เอ็นดูยายขี้งก
“แล้วครอบครัวของแกมาแล้วยัง”
“มาแล้ว พักผ่อนกันอยู่”
ครอบครัวของเจ้าเอย นอกจากพ่อศร ศิลาคำแล้ว ยังมีเจ้าเหนือผู้เป็นพี่ชาย พ่วงด้วยภรรยากับลูกชาย และน้องสาวชื่อเจ้านางและสามี
“พ่อแม่ของพี่คุณก็มาแล้ว ฮื้อ” เธอดึงแขนเพื่อนทั้งสองมากอด “ขอบคุณพวกแกมากเลยนะ”
สองสาวอมยิ้ม ก่อนจะสวมกอดเจ้าเอย
“ดีใจกับแกจริง ๆ นะ ยัยเอย” รุ้งพรายยิ้มดีใจ ขณะนั้นอรพลินมองเพื่อนทั้งสอง รอยยิ้มค่อย ๆ หุบลง สีหน้าเต็มไปด้วยความเศร้าและรู้สึกผิด
เย็นวันนั้น สองครอบครัวต่างรับประทานอาหารกันพร้อมหน้า ค่ำคืนที่มีแต่เสียงหัวเราะและความสุข ส่วนเพื่อนเจ้าบ่าวของเดชคุณมาดึกกันหมด เลยไม่ได้ร่วมโต๊ะด้วยกัน
บรรยากาศราบรื่น ทุกอย่างผ่านไปด้วยดี แม้ศรผู้เป็นพ่อของเจ้าสาวจะใช้วาจากดดูแคลนลูกสาวตัวเองบ้าง สลับกับอวยชมตามอาการป่วยที่ทำให้บุคลิกเปลี่ยนไปมา แต่เนื่องจากฝั่งเดชคุณพอรู้ปม ว่าตั้งแต่ทราบข่าวภรรยาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุพร้อมกับชายชู้ จากพ่อที่น่ารักก็มาลงกับลูกสาวที่หน้าละม้ายคล้ายมารดาทั้งคู่ พวกเขาเลยไม่ใส่ใจนัก
เจ้าเอยกับเจ้านางมีช่วงเวลาที่ยากลำบาก เพราะพ่อเคยรักและดูแลพวกเธอดีมาก เมื่อคุณพ่อเปลี่ยนไปเป็นคนละคน เอาแน่เอานอนไม่ได้ จึงเสียใจถึงที่สุด พอโตขึ้น พี่ชายได้พาคุณพ่อไปพบจิตแพทย์ ซึ่งคุณหมอได้บอกว่าศรคงสะเทือนใจมาก ความผิดหวังเสียใจอย่างรุนแรงส่งผลให้มีอาการทรอม่า บิดเบือนความจริง หนทางระบายความโกรธแค้นเกลียดชังภรรยาที่จากไปจึงไปลงที่ลูกสาว
พอนึกขึ้นได้ก็จะกลายเป็นพ่อคนเดิม เป็นปมในใจที่ขจัดยาก หากเจ้าตัวไม่แก้เอง ทางออกที่ดีคือ พวกเธอควรดูแลพ่อห่าง ๆ นั่นทำให้พี่ชายดูแลใกล้ชิดที่สุด ตั้งแต่นั้นสองสาวลงมาเรียนที่กรุงเทพ
“ถึงแม้จะเป็นลูกสาว แต่ก็มีเชื้อของนังผู้หญิงคนนั้น หากลูกสาวผมทำอะไรผิด พวกคุณจะดุด่าต่อว่าสั่งสอนอย่างไรก็ได้เลยครับ” ศรกล่าวไปเคี้ยวไป เจ้าเอยที่นั่งฟังได้แต่ก้มหน้า อีกนาทีต่อมา เขาก็เอ่ยชม “เอยเป็นเด็กดีมาตลอด เธอจะไม่ทำให้พวกคุณอับอายแน่”
สามพี่น้องต่างมองหน้ากัน ปลงกับอาการของคุณพ่อ ตอนนั้นเอง เดชคุณแอบจับมือเธอใต้โต๊ะ เขาพยักหน้าอย่างเข้าอกเข้าใจ
“เอยเป็นผู้หญิงที่ดีมาก ผมคิดว่าคุณพ่อเลี้ยงน้องเอยมาดีมากเลยนะครับ”
ศรได้ยินแล้วพยักหน้า มุมปากกระตุกยิ้มคล้ายภูมิใจ
“พ่อกับแม่ก็ดีใจ กลัวเหลือเกินว่าจะลูกคุณจะไม่แต่งงาน พอเห็นหนูเอย พ่อค่อยโล่งใจที่ลูกชายตาถึง” บิดาของเจ้าบ่าวกล่าว “สุภาพเรียบร้อย กิริยามารยาทน่ารัก พอเห็นทั้งครอบครัวพานไปยังเพื่อนฝูง อ้อ เข้าใจเลย”
บรรยากาศเลยกลับมาอบอุ่นอีกครั้ง เหล่าสองสาวที่มานั่งรับประทานด้วยต่างยิ้มเขิน ถึงอย่างนั้น เดชคุณปรายตามองไปยังอรพลินที่นั่งริมสุด น่าแปลกนัก ทั้งโต๊ะกลับไม่มีผู้ใดสังเกต
เมื่อรับประทานอาหารเสร็จเรียบร้อย เดชคุณหลบมาสูบบุหรี่ริมสระน้ำของโรงแรม เนื่องจากดึกแล้ว ไม่มีแขก จึงไม่มีใครต่อว่า
“เฮ้ย เลิกแล้วไม่ใช่เหรอวะ”
“อ้าว ไอ้ทิว” เขาหันไปโอบไหล่เพื่อนที่เดินมา “คนอื่นล่ะ”
“ถึงแล้ว กูถึงเดินตามหามึงเนี่ย” ทิวเขาคว้าบุหรี่ในมือไปดับเอง “มึงจะแต่งงาน ทำไมมาหลบแล้วทำหน้าแบบนั้นวะ สูบบุหรี่อีก”
“เปล่า ก็จะสละโสดไง มันเลยหวิว ๆ” เขายังคงโกหกเพื่อน ทั้งที่ในใจคิดถึงอีกคน
จุดเริ่มต้นของเขากับเจ้าเอยเกิดจากความรัก เขาชอบพอหน้าตาของเธอก่อน หลงรักมากขึ้นที่นิสัย ด้วยความที่เปิดร้านเหล้า เจอแต่ผู้คนยามราตรี เจ้าเอยจึงเปรียบเสมือนแสงสว่างอันอบอุ่น ตัวแทนของชีวิตยามกลางวันเช่นคนปกติ แม้เธอไม่ได้มีฐานะร่ำรวย แต่ก็ไม่ใช่ผู้หญิงจำพวกพึ่งพาแต่ผู้ชาย พอรู้ว่าเขาเป็นเจ้าของร้านก็ไม่เคยขอเงินขอให้ซื้ออะไรให้เลย สำหรับเดชคุณ เขาเชื่อว่าผู้ชายควรเป็นช้างเท้าหน้า เมื่อตัดสินใจขอเธอแต่งงาน หวังสร้างครอบครัวเสียที จึงใจป้ำให้ชื่อเรือนหอเป็นชื่อของว่าที่ภรรยา
แต่ความฝันที่วางไว้เสียดิบดีกลับพลิกผันเมื่อเขาเพิ่งมารู้ใจตัวเองเมื่อตอนสาย หลังจากเขาขอแต่งงานเจ้าเอย ทั้งสองวางแผนหลายอย่าง และใช้เวลานานกว่าจะหาฤกษ์ได้ ช่วงนั้นเองเหมือนจุดทดสอบในชีวิต
เขาเคยเจอเพื่อนของเธออยู่หลายครั้ง แต่สองสามเดือนมานี้ อรพลินกลายเป็นลูกค้าประจำร้าน ทุกคืนวันศุกร์กับวันเสาร์ เธอจะมาที่บาร์แล้วนั่งดื่มเงียบ ๆ มีผู้ชายเข้าหาเธอเยอะ ทั้งดีและไม่ดี เขาเห็นว่าเป็นเพื่อนของเจ้าเอยเลยคอยมองคอยดูแลให้
ต้องยอมรับว่าสวยของอรพลินนั้นดึงดูดสายตาด้วย ภายหลังเขาทำตัวประหนึ่งเป็นบาร์เทนเดอร์เฉพาะกับเธอ เป็นที่ปรึกษาพ่วงไปอีก ทั้งชงเครื่องดื่มและพูดคุย ใจก็เตลิดกันทั้งสองคน
ไม่มีใครอยากให้เรื่องนี้เกิดขึ้น แต่นับวัน อรพลินกลับแย่งที่เจ้าเอยในใจเรื่อยมา ยิ่งจวนวันจะแต่งงาน เดชคุณยิ่งรู้สึกขัดแย้งในใจ แฟนสาวไม่ได้ทำอะไรผิดเลย คนที่ผิดคือเขา ทั้งสองพยายามหักห้ามใจเพื่อเจ้าเอย แต่หัวใจเจ้ากรรมไม่ได้คล้อยตาม
“มึงเป็นอะไรกันแน่” ทิวเขาถาม “มีอะไรก็บอกได้”
เขามองหน้าเพื่อนสนิทของตัวเอง กระดากอายเกินกว่าจะสารภาพ
แม้แต่กลุ่มเพื่อนของคนทั้งสองยังไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น เขาไม่เคยระบายความผิดของตัวเองให้ใครฟังเลย พอคิดว่าจะสารภาพ ก็คิดว่าพวกเพื่อนไม่เห็นด้วยแน่นอน เพราะในสายตาของพวกเขา เจ้าเอยเป็นแฟนที่ดีตลอดมา ความเขลาขลาดพาให้เขาเลือกตกนรก นั่นคือปล่อยไปตามยถากรรม เขาต้องรับผิดชอบสิ ตัวเขาที่ขอเจ้าเอยแต่งงานเอง แล้วพรุ่งนี้ก็จะแต่งแล้ว จะให้ทำอย่างไร
เธอเป็นผู้หญิงที่เขาอยากได้มาเป็นแม่ของลูก เขาต้องยอมรับ
“ไม่มีอะไร เขาเรียกว่า ความตื่นกลัวของผู้ชาย” เดชคุณเฉไฉ
ทิวเขาตบบ่าแรง ๆ “เออ จะแต่งงานแล้ว จะสร้างครอบครัว มึงเลือกแล้วต้องรับผิดชอบให้ดี แฟนมึงเป็นผู้หญิงที่ดีนะ”
“เออ กูรู้” เขาเหลือบตามองทิวเขาที่ก้มหน้ามองวิวข้างล่าง รู้แก่ใจว่าทิวเขาชอบเจ้าเอย แม้ไม่เคยสารภาพ แต่พอมองออก “แก...ถ้าแก...”
“อะไร” เพื่อนถาม “พูดมาเลย กูพร้อมฟัง”
ลำคอของเขาแห้งผาก
“ไม่มีอะไร”
“อ้าว ไอ้นี่ เดี๋ยวปั๊ด” ทิวเขายกกำปั้นแล้วเดินออกไป “รีบนอนด้วยล่ะ”
“เออ ไอ้พ่อ”
ถึงอย่างนั้น ได้แต่มองตามหลังเพื่อน
เด็กชายวัยหกขวบ นัยน์ตาคมแบบผู้เป็นพ่อชูมือขึ้น ด้วยความเป็นเด็ก วงหน้าจะยังกลมมน แก้มยุ้ยน่ารัก สายตาของเขาจับจ้องเด็กหญิงวัยอ่อนกว่าสองปี เธอมีผมสีดำหยักศกเล็กน้อย ดวงตาสีน้ำตาลแบบคุณพ่อ แต่รูปตาเรียวดั่งอัลมอนด์แบบคุณแม่ เด็กหญิงรีรอดูลังเลที่จะสไลด์ลงมา“ลงมาเลย พี่รอรับน้องอยู่ ไม่ต้องกลัวนะ”“ตะ แต่น้องกลัวนี่นา”“ไม่ต้องกลัว พี่อยู่นี่ไง”“พี่ต้องรับน้องนะ”“รับสิ”เด็กหญิงพยักหน้าแล้วกลั้นใจสไลด์ลงมา “ว้าว” แป๊บเดียวพี่ชายก็จับตัวให้หยุด เธอหัวเราะคิกคักเสียงน่ารัก “สนุกจัง”“ใช่ม้า งั้นไปเล่นอีกรอบ พี่ลงก่อนนะ” เด็กชายจับมือน้องสาวพาปีนขึ้นเครื่องเล่นผู้เป็นพ่อเป็นแม่นั่งมองลูกทั้งสองเล่นด้วยกัน ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กันสองคน เด็กชายมีชื่อว่าทิวไผ่ ส่วนเด็กหญิงชื่อขวัญเอย ทั้งสองนามสกุลพรพันรบ เป็นลูกของทิวเขากับเจ้าเอย“หกปีแล้ว ไม่นึกว่าเวลาจะผ่านมาไวขนาดนี้” เจ้าเอยคุยกับสามี มือของเขาจับมือเธอแน่นเสมอมา แม้แต่ตอนนี้ ตอนคลอดทิวไผ่ ทั้งสองหัวยุ่งกันเลยทีเดียว แถมยิ่งโตยิ่งเหมือนพ่อ ขนาดที่ว่าพ่อแม่ของทิวเขาบ่นว่าทำไมไม่ได้อุปนิสัยมารดา พอเริ่มคลาน เริ่มวิ่งได้ ทีนี้ได้ตัว
แสงตะวันสาดส่องเข้าหน้าต่างในห้องแต่งตัว หากเดินออกมาชมทิวทัศน์ด้านนอกริมระเบียง จะเห็นขุนเขาเป็นเนินสีเขียว ด้านล่างมีสวนดอกไม้อวดสีสันสดใสงดงาม ลมเย็นเบาสบายพัดผ่านจนม่านโปร่งปลิวไสว เจ้าเอยเดินออกจากห้องแต่งตัวมายืนยังจุดนี้ ก่อนจะหันไปยิ้มให้กับตากล้องที่มาเก็บรูปก่อนเริ่มงานชุดเจ้าสาวสีขาวตัวนี้ต่างจากตัวแรกที่เธอสวมใส่ อีกทั้งยังเป็นชุดเย็บใหม่ที่เจ้าบ่าวซื้อให้เลย เป็นกระโปรงยาวเรียบ ๆ แต่ปักเย็บประณีต หากเทียบกับกำลังทรัพย์ของเจ้าบ่าวแล้ว ทิวเขานั้นมีฐานะมากกว่าเดชคุณแน่นอน ถึงอย่างนั้น ฝ่ายครอบครัวศิลาคำไม่ได้ขอสินสอดเลย แต่ทางบ้านพรพันรบก็มอบของขวัญให้มากมายเพื่อต้อนรับสะใภ้พวกเขาดีกับเธอมาก ดีจนเหมือนฝัน ดีจนที่เมื่อเธอแต่งตัวเสร็จ เจ้าเอยแอบหยิกตัวเองอยู่หลายทีพิธีในงานจัดเรียบง่าย วันก่อนทำบุญตักบาตรแล้วกราบไหว้บิดามารดา วันนี้เป็นวันเลี้ยงฉลอง เมื่อประตูอีกบานเปิด เจ้าบ่าวในชุดสีดำสูงสง่ายืนตะลึง จากที่มักมีผมยุ่งตลอด วันนี้พอปัดเสยขึ้น ทิวเขาดูหล่อเหลาราวกับราชนิกุล สายตาคมไม่ได้หลุกหลิกแม้แต่น้อย กลับจับจ้องเพียงแต่เจ้าสาวในชุดขาวจะไม่ให้เขาตะลึงได้อย่างไร
นับถอยหลังวันแต่งงานที่แท้จริง กระชั้นชิดเข้ามาเรื่อย ๆ เพื่อนร่วมงานร่วมอวยพรและขอให้งานผ่านไปอย่างราบรื่น เธอขออภัยที่ไม่อาจชวนได้ทุกคน“โธ่ ๆ ถ้าเกิดจบไม่ดีเหมือนครั้งก่อนก็แย่ เข้าใจนะ” พัชราเข้ามาจับไม้จับมือ “หวังว่าจะผ่านไปด้วยดี ไม่มีเจ้าบ่าวตัวแทนอีกนะจ๊ะ”เจ้าเอยฉีกยิ้มเสแสร้งอย่างเป็นงาน ถึงอย่างนั้น ร่องรอยริษยาปรากฏผ่านดวงตาของเพื่อนร่วมงาน เธอจึงไม่ได้ตอบโต้ ปล่อยให้อีกฝ่ายจมอยู่กับไฟอิจฉาต่อไป“เกรงใจทุกคนน่ะค่ะ งานจัดที่เขาใหญ่ด้วย เอยเข้าใจว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะสะดวก”“ครั้งนี้ไปฮันนีมูนเลยนี่ พี่ว่าสมบูรณ์แล้วล่ะ” รุ่นพี่ในที่ทำงานเอ่ยเข้าข้าง “ครั้งนี้ได้แต่งกับคู่ตัวจริง ไม่มีทางเหมือนครั้งก่อนแน่นอน โชคดีแล้วล่ะเจ้าเอย”“ขอบคุณนะคะ”“บางคนปากไม่ดี อิจฉาน่ะแหละ เห็นเจ้าเอยมีคนดามใจไวไม่พอ ยังหล่ออย่างกับเจ้าชาย”พัชราร้อนตัวแทรกทันที “เจ้าชายเลยเหรอคะ ลุคแบบนั้น”“ลุคแบด ๆ พวกนี้เผ็ดนะคะคุณน้อง” พี่สอง รุ่นพี่ที่เจ้าเอยฝากให้ช่วยเลือกชุดไบเกอร์สาวมาให้ตอบโต้ ทั้งยังขยิบตารู้กัน“ฮอตเนิร์ดก็ร้อนแรงค่ะ” พัชราเถียง“จะว่างั้นก็ได้ค่ะ ใครจะไปรู้เนอะ” พี่สองหันมาพยั
ตอนกลางคืน หลังจากทิวเขาเดินสวมผ้าขนหนูเดินออกจากห้องน้ำ กำลังเช็ดที่ยังเปียกหมาด ๆ กลับพบเจ้าเอยยืนรอในชุดนอนสีดำซีทรูสุดวาบหวิว มีสายรัดลูกไม้ตรงเอวกับต้นขา“ของขวัญสุดท้ายค่ะ” เธอยืนเอียงคอเอามือไพล่หลังแค่นี้เขาคำรามในคอ “น้องเอย พี่ชอบมากเลยครับ เพราะงั้น...”สามีสุดหื่นเตรียมพร้อมจะจับคุณภรรยากินให้หนำใจในทันที แต่เจ้าเอยคล้ายรู้ทัน หยิบไม้แขวนเสื้อดันออกอกยืนอยู่ เขาได้แต่ทำเสียงครางหงิง“ไม่เอาสิคะ ยังไม่ได้ให้เลย”“ก็พี่กำลังจะแกะ”“จุ๊ ๆ” เธอยกนิ้วขึ้น เจ้าเอยแอบไปศึกษาจากบทความ รวมถึงกรุ๊ปที่เขาเม้ามอยกันเรื่องบนเตียง ว่าผู้ชายชอบอะไรบ้าง อย่างทิวเขานั้น ไม่รู้ว่าเขาชอบเห็นภรรยาแต่งตัวคอสตูมหรือไม่ จึงเลือกชุดนอนแบบไม่ได้นอนแทน ทั้งยังจะลองทำสิ่งตัวเองยังไม่เคยทำให้เขาด้วยเจ้าเอยเดินไปหา ลูบมือจากหน้าอกของเขาจึงมาถึงผ้าขนหนู เห็นลูกกระเดือกของทิวเขาขยับ“น้องเอย อย่าทดสอบความอดทนของพี่นะ”เขาเหมือนกับเสือร้ายที่พร้อมขย้ำ โดนยั่วยวนขนาดนี้ เขาอยากจะอุ้มเธอแล้วปล้ำบนเตียงจนถึงเช้าเลย คอยดูเถิด“ต้องใจเย็นสิคะ” เธอบอกแล้วกระตุกผ้าขนหนูของเขาจนมันหล่นกองกับพื้น อวดร่าง
หลังจากนั้นวันนั้น ทิวเขากับเจ้าเอยได้ไปจดทะเบียนสมรสที่เขตอย่างเป็นทางการ เหลืองานแต่งที่จะจัดขึ้นที่เขาใหญ่เจ้าเอยรู้สึกว่าทิวเขาทำตัวเป็นแมวน้อยมากกว่าโกลเด้นมากขึ้นทุกวัน ทั้งอ้อนทั้งเข้ามากอดรัดออเซาะตลอด อย่างไรก็ตาม เธอไม่ได้ขัดใจหรอก กลับชอบใจด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าภีมคุยกับจูเน่ถึงไหนกันแน่ แต่ได้ยินว่าหญิงสาวบินกลับไปออสเตรเลียเรียบร้อยแล้ว“จะว่าไป พี่ภีมกับพี่ริชาร์ดไม่มีแฟนเหรอคะ” เธอถามทิวเขาขณะเขามาส่งเธอไปทำงาน“ริชาร์ดมี แต่แฟนเรียนป.เอกอยู่เมืองนอก”“อ้อ คนไทยหรือคะ”“คนไทยสิ” เขาค่อย ๆ เปลี่ยนเกียร์จอด “ส่วนภีม มันปิ๊งสาวอยู่ แต่ยังไม่กล้าจีบ”“ทำไมคะ”“ไม่รู้มัน” เขายักไหล่แล้วหอมแก้มเธอ “ตอนเย็นมารับเหมือนเดิมนะครับ”“ขอบคุณค่ะ” เธอยิ้ม “วันนี้เอยมีของจะเซอร์ไพรส์ด้วยนะ” บอกแล้วเปิดประตูลงไปเลย ทิวเขาที่รอฟังเลยได้แต่รอเก้อ“แบบนี้ค้างสิครับ น้องเอย” เขาตะโกนผ่านกระจก แต่เจ้าเอยเพียงโบกมือ ยิ้มหวานอย่างเดียวแท้จริงแล้ว เจ้าเอยอยากเป็นฝ่ายให้บ้าง เธอคิดว่ารับจากทิวเขามาเยอะ ทั้งแรงสนับสนุนทางกายและทางอารมณ์ เสียงนินทาซุบซิบเกี่ยวกับวันงานแสนโกลาหลเบาลง เมื่อ
ทิวเขาถูกประคองออกมาจนถึงลอบบีโรงแรม เดชคุณกับริชาร์ดวางตัวเพื่อนลง เขาแสร้งร้องโอดโอยอยากให้เจ้าเอยเอาใจ“โอย พี่เหมือนเดินไม่ไหวเลย”“งั้นหรือคะ นี่พี่จูเน่ทำอะไรกันแน่เนี่ย”“มันสำออย” ริชาร์ดชี้ “ตอนเดินลงมา มันก็ยังเดินได้ กะอีแค่แผลถลอกนิดเดียว น้องเอยอย่าตกหลุมพราง”“แม่ง” พลันก็ยกเท้าเตะเพื่อน“นั่นไง”เจ้าเอยยิ้ม เธอนั่งลงข้าง ๆ สามี ดีที่จับใส่เสื้อผ้าคลุมแล้วแต่ยังไม่เรียบร้อย จึงช่วยติดกระดุมให้“ทำไมพี่จูเน่เล่นแรงขนาดนี้คะ ต้องถึงกับชอร์ตไฟฟ้าเลยเหรอ พี่จะแจ้งความไหม”เขานิ่งไปนิดหนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้า “พี่ว่าภีมคงทำให้เธอเข้าใจแล้วล่ะ แล้วทำไมถึงมากันหมดได้”“น้องเอยโทรไปหาไอ้ภีม พวกเราก็เลยโดนเรียกมาด้วย พอเห็นรูป พอดีไอ้ริชาร์ดจำได้ว่าที่ไหน” เดชคุณเล่าให้ฟัง ชั่วแวบหนึ่งที่เขาสบตากับเจ้าเอย ก่อนจะละสายตาไปทางอื่น “นั่นแหละ พวกเราก็เลยรีบมา ไม่รู้ว่าจูเน่จะบ้าขนาดนี้”“เฮ้ย ทำไมแกจำได้วะ ไอ้ริช เคยมากับใคร” ทิวเขายังมีอารมณ์แซวเพื่อน เลยโดนริชาร์ดเตะเบา ๆ“เงียบไปเลย คุณมึง”“แล้วทำไมต้องขนาดนี้ด้วย เอยฟังแล้ว ไม่ว่ายังไงก็ไม่เข้าใจ”“จูเน่น่ะ ไม่เคยโดนปฏิเสธ
บนเวทีนั้น เจ้าเอยใช่ว่าจะไม่รู้สึกว่าทุกอย่างพิลึกพิกลไปเสียหมด บรรยากาศปราศจากความสุขจนเธอยิ้มไม่ออกแล้ว เมื่อถึงช่วงเซ็นเอกสาร ตัวเธอเซ็นไปก่อน แต่เดชคุณกลับกำปากกาแน่น ไม่รู้เพราะอะไรถึงไม่ยอมจรดนามลงไปสักทีเพราะเหตุใดหัวใจของเธอถึงได้เต้นเร็วนัก หวาดกลัวกับบางสิ่ง แค่เห็นสายตาแขกมอ
เพราะแม่ของเดชคุณกลัวคนทำลายฤกษ์แต่งงานของลูกชาย เธอจึงจัดการทั้งโทรทั้งส่งข้อความขู่ ไม่นานนัก เดชคุณโทรกลับมาบอกสั้น ๆ ว่ากำลังกลับไป เธอเลยสบายใจ บอกเพื่อนเจ้าบ่าวว่าเดชคุณกำลังกลับมา พอพูดแบบนี้ ก็หาข้ออ้างเลื่อนไม่ได้“เดชคุณอาจตื่นเต้นน่ะ” พ่อของเขากล่าว “เจ้าหมอนี่ไม่เคยคิดเรื่อ
ไม่นาน แม่ของเดชคุณไปถึงห้องเจ้าสาว เดินเข้ามาในห้องอย่างมั่นใจ พร้อมทั้งส่งสายตาดุดันไม่ให้รุ้งพรายพูดอะไร พอเห็นเจ้าเอยหันมาก็รีบเดินไปจับมือ ด้านข้างมีเจ้านางที่แต่งตัวเป็นเพื่อนเจ้าสาวเสร็จแล้วเช่นกัน งามละมุนด้วยกันทั้งพี่ทั้งน้อง“ลูกเอย ลูกเอยของแม
เจ้าเอยตื่นตั้งแต่ตีสี่ครึ่งเพื่ออาบน้ำล้างหน้า พอตีห้า รุ้งพรายมาเคาะประตู บอกว่าอรพลินยังไม่ตื่น แต่ตัวเธอนั้นแต่งตัวรอแล้ว เหลือทำผมกับแต่งหน้านิดหน่อย เลยจะมาช่วยกันแต่งในห้อง ภายหลัง น้องสาวอย่างเจ้านางก็เข้ามาช่วยอีกคนเจ้านางตามเข้ามาทีหลังพร้อมกับอาหารเช้าง่าย ๆ ที่โรงแรมจัดเตรี







