登入ไม่นาน แม่ของเดชคุณไปถึงห้องเจ้าสาว เดินเข้ามาในห้องอย่างมั่นใจ พร้อมทั้งส่งสายตาดุดันไม่ให้รุ้งพรายพูดอะไร พอเห็นเจ้าเอยหันมาก็รีบเดินไปจับมือ ด้านข้างมีเจ้านางที่แต่งตัวเป็นเพื่อนเจ้าสาวเสร็จแล้วเช่นกัน งามละมุนด้วยกันทั้งพี่ทั้งน้อง
“ลูกเอย ลูกเอยของแม่สวยจัง”
“ขอบคุณค่ะคุณแม่” เจ้าเอยยกมือไหว้งดงาม
บัดนี้เธอแต่งตัวชุดไทยเสร็จเรียบร้อย ผมเกล้าขึ้นแล้วติดดอกไม้ พอสวมสไบสีเงินแล้วงามอย่างกับนางในวรรณคดี ผิวขาวเปล่งปลั่งเนียนไปหมด ใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มก็ขับให้เธอโดดเด่นสมเป็นเจ้าสาวที่สมควรมีความสุขที่สุด
สิ่งที่เจ้าเอยรู้ แต่รู้ไม่สุด นั่นคือแม่ของเดชคุณเชื่อเรื่องฤกษ์ยามและดวงยิ่งกว่าสิ่งใดทั้งหมด ยิ่งหมอดูเจ้าประจำบอกว่าดวงของเจ้าเอยนั้นส่งเสริมสามี เป็นดวงนางแก้วแสนเลิศเลอ เธอยิ่งอยากได้ลูกสะใภ้ที่มาเสริมบารมีลูกชาย จึงรักและเอ็นดูแต่แรก พลอยให้เจ้าเอยโล่งใจที่ว่าที่แม่สามีต้อนรับ
ไม่มีใครคาดคิดว่าความเชื่อนี้ได้เสริมให้งานแต่งวันนี้เป็นหายนะยิ่งกว่าเดิม
เมื่อลูกชายหายไป เธอไม่ยอมให้ยกเลิก แต่จะต้องตามตัวปัญหากลับมาในงานให้ได้ จึงสวมกอดแล้วบอกเจ้าสาวดั่งให้คำมั่น ไม่ต่างจากหลอกลวงผลักไสให้เจ้าเอยเดินต่อไปยังเส้นทางแห่งความอับอาย
“ไม่ว่าอย่างไร ลูกเอยก็ต้องเป็นสะใภ้ของแม่”
หญิงสาวสับสน แต่ก็ยังไม่เอะใจ “พี่คุณเป็นอย่างไรบ้างคะ เดี๋ยวพวกเราต้องลงกันแล้ว”
“คือ...เอย...”
ว่าที่แม่สามีจับมือเจ้าสาว ขัดไม่ให้เพื่อนเจ้าสาวชิงพูด “ลูกเอยคงต้องทำพิธีเช้าไปก่อนน่ะจ้ะ เราสองคนก็เลือกจัดง่าย ๆ นี่เนอะ มีแต่คนกันเอง ช่วงเช้าคงไม่เป็นไรถ้าจะมีเจ้าสาวคนเดียว”
“เอ๊ะ จะดีหรือคะ” รอยยิ้มหายไปจากใบหน้าเจ้าเอยทันที “เกิดอะไรขึ้นคะ พี่คุณเป็นอะไร ทำไมเอยต้องทำคนเดียว ไหนว่าโอเคไงคะ”
“คือ...จริง ๆ คุณท้องเสียจ้ะ ท้องเสียหนักเลย เหมือนเพื่อนหนูก็ท้องเสียด้วย” เธอโกหกหน้าตาย “แต่เขาไม่ยอมเลิกงาน”
“คุณป้า!” รุ้งพรายตะลึง แต่ถูกผู้ใหญ่มองตาเขียว
“ฤกษ์นั้นสำคัญ อย่างไรช่วงไหว้พระมีแต่คนกันเอง ตอนมอบแหวนรับไหว้เนี่ย ก็...ไหว้กันเองก็ได้ ลูกเอยเข้าใจแม่เนอะ”
“เอา...งั้นหรือคะ” เจ้าเอยเริ่มหน่วงในท้อง สังหรณ์ประหลาดขึ้นมาอย่างไรไม่รู้ มีด้วยหรือให้เจ้าสาวไหว้เองไปก่อน แต่จะบอกว่ามีแต่คนกันเองก็ใช่ เพราะไม่มีแขกผู้ใหญ่อื่นอีก เหล่าเพื่อนฝูง เพื่อนร่วมงานวงนอกจะมาในงานเลี้ยงช่วงประมาณสิบโมงถึงบ่าย
“นะจ๊ะ แม่ไปดูลูกชายตัวดีก่อน อ่อนแอเหลือเกิน แต่ไม่ยอมล้มเลิกงานหรอก” เธอแสร้งหัวเราะแล้วจิกแขนรุ้งพรายลากออกไปด้วย “หนูมาด้วยจ้ะ”
“อ้าว คุณป้า”
เจ้านางมองหน้ากับพี่ “แปลกนะ”
“นั่นสิ ถ้าพี่คุณอาการหนัก พี่ว่าเราควรเลื่อนนะ”
“แต่คุณป้าไม่ยอมเลย ทำไงดี” ทั้งสองจับมือกัน แต่ออร์แกไนเซอร์สาวได้เร่งให้พวกเธอออกไปทำพิธีต่อเพียงลำพัง เพราะถูกแม่ฝ่ายชายกำชับไว้ ว่าถ้าไม่มีงานเกิดขึ้นก็จะไม่จ่ายส่วนที่เหลือ
เมื่อพ้นจากห้อง รุ้งพรายก็ถูกต่อว่าไม่หยุด “จะทำลายฤกษ์หรืออย่างไร เรื่องนี้ตกลงกันได้ งานสำคัญคือช่วงแขกภายนอก เดี๋ยวแม่ตามลูกชายมาแต่งด้วยแน่นอน ถ้าหนูพูดอะไรไป ค่าเสียหายวันนี้ ป้าไม่รับผิดชอบ เพื่อนของหนูจะจ่ายทั้งหมดไหวหรือจ๊ะ”
“แต่มันไม่ถูกนี่คะ เจ้าบ่าวไม่ได้ท้องเสีย เขาหายไปเลย ถ้าเกิดเริ่มงานแล้วไม่มีเจ้าบ่าว คนที่เสียคือเพื่อนของหนูนะคะ ยิ่งตอนนี้แขกยังไม่มา เรายังแก้ได้ทัน”
“ก็ทำตามป้านี่แหละ ยังไงเจ้าบ่าวก็จะต้องมา” หญิงชราบีบแขนย้ำแล้วเดินออกไป ไม่ลืมหมุนตัวชี้หน้า “ถ้างานสะดุด เธอต้องรับผิดชอบนะ”
“เชี่ยแล้วไง” รุ้งพรายกัดฟัน “อีอร อย่าให้เป็นอย่างที่คิดแล้วกัน”
เจ้าเอยหันไปมองพี่ชายกับน้องสาว พวกเขาต่างส่ายหน้าหลิ่วตา ประหนึ่งว่าไม่รู้ว่าพ่อเป็นอะไร“พ่อคะ เรื่องงาน...”“นี่ไง” เขามองทิวเขาแล้วกวักมือ “ลูกเขย นั่งลง ๆ ยืนเหนียมทำไมอยู่”ชายหนุ่มเบิกตากว้าง แต่ค่อย ๆ ย่อตัวคุกเข่านั่งข้างเจ้าเอย “คุณพ่อครับ คือตอนนั้น...”“นี่ไง” ศรหยิบทะเบียนสมรสออกมา “ทิวเขา ชื่อก็ดูแข็งแกร่ง พ่อทิวกับลูกเอย ขอโทษที่เป็นลมไปก่อน ไปเถอะ อย่าให้เสียฤกษ์ พ่ออยากอวยพรพวกเรานะ วันนี้เป็นวันของพวกลูกนี่”“คือ คุณพ่อครับ เรื่องทะเบียน...”“ทำไม!” ศรหวีดร้องขึ้นมาทันที มือจิกเกร็งขึ้นมาทันที “จะทิ้งลูกผมเหรอ ถ้าไม่รักแล้วจะขอลูกสาวผมทำไม จะทิ้งลูกผมเหรอ!”เห็นได้ชัดว่าพ่อของเธอจำสับสนหมดแล้ว สร้างเรื่องขึ้นใหม่ในหัว เขาปักใจว่าทิวเขาเป็นเจ้าบ่าวไปแล้ว“พ่อคะ พ่อฟังเอยนะ”“ฟังอะไร!” ชายชราเริ่มโวยวาย “บอกมาจะเอาไง ถ้าไม่รักแล้วขอเอยทำไม ให้จัดงานทำไม ทำกับลูกผมแบบนี้ได้ไง!”“พ่อ พ่อ...” เจ้านางช่วยพี่ชายจับตัวบิดาให้นั่งลง “...พี่เขาไม่ใช่...”“ครับ เราจะไปเรือนหอกัน” ทิวเขาตอบหนัก
คนที่ควรจะมีอาการหนักที่สุดกลับต้องยืนหยัด เจ้าเอยจำต้องส่งแขกทั้งที่น้ำตาไหลตลอดเวลา หลังจากนั้นต้องคอยดูว่าแม่ของเดชคุณกับพ่อของตัวเองที่เป็นลมล้มพับนั้นจะฟื้นเมื่อไร ทั้งยังต้องเจรจากับโรงแรมคนผิดเป็นเจ้าบ่าวแท้ ๆ เจ้าสาวกลับรับหน้าทุกเรื่อง งานไม่ราบรื่นเพราะเดชคุณหนีไปไม่พอ ศรยังประกาศหาเจ้าบ่าวคนใหม่ จนทิวเขามารับให้จบอาการคลั่งไปก่อน“เรื่องจดทะเบียน มันแค่กระดาษ เจ้าหน้าที่บอกไว้ว่าเป็นโมฆะได้เลย ถือเป็นกระดาษเสีย พ่อน้องเอยได้สติเมื่อไร เราค่อยคุยกัน” ทิวเขาอธิบาย ไม่อยากให้เธอคิดมาก “พี่ทำไปเพราะอยากให้พ่อของน้องสงบ ขอโทษนะครับ”เจ้าเอยพยักหน้านิ่ง น้ำตาแห้งไม่เท่าไรกลับคลอเบ้าขึ้นมาอีก ได้แต่กลืนน้ำตาลงคอ“เอยเข้าใจค่ะ ขอบคุณมากนะคะพี่ทิว”เหล่าเพื่อนของเดชคุณที่มีจำนวนเยอะกว่า บางส่วนกลับไป เหลือเพื่อนสนิทสามคน หลังจากนั้นเจ้าเอยถึงรู้รายละเอียดเสียทีจากภาพกล้องวงจรปิดสุดร้อนฉ่าที่คอนเฟิร์มความสัมพันธ์ของเจ้าบ่าวกับเพื่อนเจ้าสาว เดชคุณหนีไปกับอรพลินตั้งแต่เมื่อคืน พวกเพื่อนเจ้าบ่าวจะให้บอกเจ้าสาวแต่ต้น ทว่าโดนแม่เจ้าบ่
ลูกทั้งสามกับลูกเขยลูกสะใภ้ร้องออกมาพร้อมกัน เจ้าเหนือเป็นคนวิ่งไปจับตัวพ่อ แต่ศรนั้นเวลาอาการคลั่งกำเริบแรงเยอะ ไม่ได้คลั่งแบบคนบ้า แต่แสบสันสุด ๆ นั่นคือหันไปผลักลูกชายแล้วพูดใส่ไมค์ต่อ“ใครจะมาเป็นเจ้าบ่าว ผมให้สร้อยทองเลย”“คุณพ่อพูดจริงหรือเปล่า” หนึ่งในแขกที่มาช่วงเลี้ยงนั้น มีพาร์ทเนอร์ของเดชคุณที่มีนิสัยไม่ค่อยดีนัก นั่นคือ เจแปน หนุ่มนักเรียนนอกที่เรียนไม่จบ เลยมาร่วมหุ้นกับเดชคุณในธุรกิจร้านอาหาร แต่เจ้าปัญหาจนเดชคุณบ่นให้เพื่อนฟังบ่อย ๆ ดีที่มีหุ้นส่วนคนอื่นด้วย จึงยังไม่กระทบการบริหารพอเจแปนเห็นพ่อเจ้าบ่าวจะแจกทอง เขาไม่ได้สนใจจะแต่งหรอก แต่สนจะเอาทองไปใช้ต่างหาก เพราะเจ้าตัวติดพนันน่ะสิ!“มึงหยุด” ริชาร์ดที่วิ่งกลับเข้ามาจับไหล่เจแปนไว้ เขาตามเดชคุณไม่ทัน แต่ห้ามตัวสาระแนทัน“อะไรกันเล่า” เจแปนปัดมือออก เจ้าเอยนั้นช็อกแล้วช็อกอีก ทุกอย่างรอบกายเกิดขึ้นวุ่นวายไปหมดเสียด้วย ฝั่งเจ้าบ่าวก็ต้องมาพัดวีแม่ของเดชคุณ ฝั่งเธอก็ต้องจัดการทั้งเธอกับศร แขกก็เอาแต่คุยและมองเธออยากหายไป“พ่อคะ” เธอจะกวัก
บนเวทีนั้น เจ้าเอยใช่ว่าจะไม่รู้สึกว่าทุกอย่างพิลึกพิกลไปเสียหมด บรรยากาศปราศจากความสุขจนเธอยิ้มไม่ออกแล้ว เมื่อถึงช่วงเซ็นเอกสาร ตัวเธอเซ็นไปก่อน แต่เดชคุณกลับกำปากกาแน่น ไม่รู้เพราะอะไรถึงไม่ยอมจรดนามลงไปสักทีเพราะเหตุใดหัวใจของเธอถึงได้เต้นเร็วนัก หวาดกลัวกับบางสิ่ง แค่เห็นสายตาแขกมองเธอกับเจ้าบ่าว ใจเธอยิ่งทุกข์ระทม อยากจะหันไปตวาดถามว่าคนรักเป็นอะไรกันแน่ ทำไมมีสีหน้านี้ในงานแต่งของกันและกัน“คุณ เซ็นสิลูก” มารดาของเขากระซิบอยู่ข้างเวทีทันใดนั้น เดชคุณหลับตาแล้วโยนปากกาทิ้ง เขาหันไปหาเจ้าเอยแล้วคุกเข่าลง“พี่คุณ?” หัวใจเธอสั่น สังหรณ์ว่าวันนี้จะไม่ใช่อย่างที่เธอคิดอีกต่อไป แต่มันจะเลวร้ายที่สุดต่างหาก“พี่ขอโทษเอย พี่ทำไม่ได้” เขาบอกแล้วถอดเสื้อสูทออกต่อหน้าต่อตาพยานทั้งหมด เจ้าเอยเจอเจ้าบ่าวประกาศกลางงานได้แต่ยืนอึ้งตะลึงทำอะไรไม่ถูกศร เจ้าเหนือ กับเจ้านางก็ลุกขึ้นทันที“เฮ้ย อะไรวะ”เจ้าเอยมองแขกแล้วมองเดชคุณที่ลุกขึ้น “พี่ขอโทษ ผมขอโทษครับ” เขายกมือไหว้ครอบครัวเจ้าสาว จากนั้นกระโดดลงจากเวที วิ่งออกไปจากห้องจ
เพราะแม่ของเดชคุณกลัวคนทำลายฤกษ์แต่งงานของลูกชาย เธอจึงจัดการทั้งโทรทั้งส่งข้อความขู่ ไม่นานนัก เดชคุณโทรกลับมาบอกสั้น ๆ ว่ากำลังกลับไป เธอเลยสบายใจ บอกเพื่อนเจ้าบ่าวว่าเดชคุณกำลังกลับมา พอพูดแบบนี้ ก็หาข้ออ้างเลื่อนไม่ได้“เดชคุณอาจตื่นเต้นน่ะ” พ่อของเขากล่าว “เจ้าหมอนี่ไม่เคยคิดเรื่องแต่งงานมาก่อน พอวันจริงคงเกิดนึกหวงความโสด พวกลูกก็ตบ ๆ มันหน่อย”แต่ฝั่งเพื่อนเจ้าบ่าวฟังแล้วลำบากใจที่สุด ไม่ได้ตลกไปด้วยเลย“จะดีเหรอวะ” ภีมถาม “น้องเอยเข้าพิธีคนเดียวเนี่ย”ทิวเขาขมวดคิ้วแน่น เครียดแทน แต่ไม่ทันแล้ว เพราะเมื่อถึงเวลา เจ้าสาวก็ถูกว่าที่แม่สามีพาไหว้พระไหว้พ่อแม่โดยไม่มีเจ้าบ่าวอยู่ด้วยจริง ๆพวกเขาเห็นเจ้าเอยกับครอบครัวงุนงง ต่างตกอยู่ในอาการกลืนไม่เข้าคายไม่ออกถ้วนหน้า เพราะแม่ของเดชคุณกำกับแทนหมด รุ้งพรายเองก็โดนขู่ เพราะรู้ว่าหากพ่อแม่ฝั่งเจ้าบ่าวไม่รับผิดชอบค่างาน เพื่อนรักได้เป็นหนี้บานแน่“เจ้าบ่าวไปไหนเนี่ย” ศรถาม เมื่อไม่เห็นลูกเขยอยู่กับลูกสาว “ถ้ายังไม่หายดีน่าจะเลื่อนนะ มันไม่ได้เรียกว่าฤกษ์ดี เพื่อนยัยเอยก็ป่วยอีกคน ผมว่า
ไม่นาน แม่ของเดชคุณไปถึงห้องเจ้าสาว เดินเข้ามาในห้องอย่างมั่นใจ พร้อมทั้งส่งสายตาดุดันไม่ให้รุ้งพรายพูดอะไร พอเห็นเจ้าเอยหันมาก็รีบเดินไปจับมือ ด้านข้างมีเจ้านางที่แต่งตัวเป็นเพื่อนเจ้าสาวเสร็จแล้วเช่นกัน งามละมุนด้วยกันทั้งพี่ทั้งน้อง“ลูกเอย ลูกเอยของแม่สวยจัง”“ขอบคุณค่ะคุณแม่” เจ้าเอยยกมือไหว้งดงามบัดนี้เธอแต่งตัวชุดไทยเสร็จเรียบร้อย ผมเกล้าขึ้นแล้วติดดอกไม้ พอสวมสไบสีเงินแล้วงามอย่างกับนางในวรรณคดี ผิวขาวเปล่งปลั่งเนียนไปหมด ใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มก็ขับให้เธอโดดเด่นสมเป็นเจ้าสาวที่สมควรมีความสุขที่สุดสิ่งที่เจ้าเอยรู้ แต่รู้ไม่สุด นั่นคือแม่ของเดชคุณเชื่อเรื่องฤกษ์ยามและดวงยิ่งกว่าสิ่งใดทั้งหมด ยิ่งหมอดูเจ้าประจำบอกว่าดวงของเจ้าเอยนั้นส่งเสริมสามี เป็นดวงนางแก้วแสนเลิศเลอ เธอยิ่งอยากได้ลูกสะใภ้ที่มาเสริมบารมีลูกชาย จึงรักและเอ็นดูแต่แรก พลอยให้เจ้าเอยโล่งใจที่ว่าที่แม่สามีต้อนรับไม่มีใครคาดคิดว่าความเชื่อนี้ได้เสริมให้งานแต่งวันนี้เป็นหายนะยิ่งกว่าเดิมเ







