LOGINหนึ่งวันก่อนวันแต่งงาน
เดชคุณเป็นหนุ่มวัยสามสิบสี่ ตามสไตล์สายเลือดไทย-จีนและดูแลตัวเอง หมั่นเข้ายิม ดูแลผิวพรรณ ใครเห็นก็นับเป็นตัวอย่างของลำดับอายุแบบใหม่ ที่ว่าวัยนี้ยังวัยรุ่นอยู่ ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังดูโตกว่าเจ้าเอยที่อายุสามสิบสอง ด้วยบุคลิกภูมิฐาน แต่งตัวแบบโอลด์มันนี่ พอเดินควงแขนกับสาวเหนือร่างบาง แต่งหน้าอ่อน ๆ สวมชุดหวาน ๆ อวดผมสีดำสลวยกับดวงตาสีนิล ดูเข้ากันราวกับกิ่งทองใบหยก
“วันนี้เอยน่ารักจัง” เดชคุณจับแก้มเธอเบา ๆ
ทันใดนั้น ออร์แกไนเซอร์ได้กลับมาสอบถามว่าทุกอย่างเรียบร้อยหรือไม่ เจ้าเอยรีบพยักหน้า ส่วนเดชคุณหัวเราะในลำคอ “เจ้าสาวว่าอย่างไรก็อย่างนั้นครับ”
ก่อนวันงานซึ่งก็คือวันนี้ ครอบครัวของทั้งสองมาพักที่โรงแรม โดยจะมีเพื่อนเจ้าสาวกับเพื่อนเจ้าบ่าวด้วย ส่วนนี้เดชคุณจัดการให้ก่อน เพราะมีส่วนลดกับคนที่สนิทกัน ก่อนหน้านี้ทั้งสองพาครอบครัวขึ้นห้องแล้ว นี่ก็ลงมาตรวจสอบรายละเอียด
พอออร์แกไนเซอร์ปิดแฟ้มก็แสดงความยินดีอีกรอบ เจ้าเอยยอมรับว่าตื่นเต้นมาก
เดชคุณจับมือเธอ ทว่ามือของเขากลับเย็น “เอยตื่นเต้นมากเลยใช่ไหม แต่คืนนี้ต้องนอนหลับนะคะ จะได้ตื่นมาสวย ๆ”
“ค่ะ” เธอพยักหน้า “อย่างไรก็เตรียมมาส์กหน้ามาตั้งหลายห่อ”
เขายิ้มแล้วหอมหน้าผากเธอ “น่ารักจังเลย น่ารักจนพี่ไม่...”
“ทำไมคะ”
เขาส่ายหน้า “แล้วจะไม่จ้างช่างที่คุณวิเสนอหรือครับ จะแต่งหน้ากับทำผมเองเลยเหรอ”
เจ้าเอยพยักหน้า “ค่ะ ตอนรับปริญญาหรือไปงานไหน เอยก็ทำเองหมดเลย ไม่ต้องใช้ของแพงมากก็ได้ ตัดงบไปได้เยอะ เชื่อมือเอยนะคะ ยังมีรุ้งกับอรอีก โดยเฉพาะอร พี่ก็รู้ว่ามือวิเศษของอร คงเสกหน้าของเอยให้สวยได้”
เดชคุณลูบแก้มเธอ หากแต่รอยยิ้มดูเหน็ดเหนื่อย “เอยไม่ต้องกังวลนะครับ ไม่แต่งก็ยังสวย แต่ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น...พี่จะคืนให้หมด”
“คืนทำไมคะ” เธอย้อนถาม ไม่เข้าใจสิ่งที่เขาพูด ได้แต่จับมือของเขาแน่น อธิบายด้วยความเกรงใจ “เราจะสร้างครอบครัวด้วยกันนี่คะ ขนาดบ้าน...พี่ยังให้เป็นชื่อเอย เอยจะรับอย่างเดียวไม่ได้หรอกค่ะ”
ว่าที่สามีพยักหน้า กระทั่งสายตาของเขามองเลยไป เจ้าเอยหันไปมองตาม จากนั้นฉีกยิ้มทันทีเมื่อเห็นรุ้งพรายกับอรพลิน เพื่อนสนิทตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยมาถึงเสียที
รุ้งพรายแต่งงานแล้ว แม้จะคลอดลูกมาแล้วหนึ่งคน ช่วงนี้หุ่นเริ่มเข้าที่เข้าทางเพราะลูกชายเข้าอนุบาล แถมยังมีแม่สามีนิสัยน่ารัก พอมีเวลาว่างเลยเข้ายิมเตรียมพร้อมสวมชุดเพื่อนเจ้าสาวเต็มที่ ดูจากกระเป๋า คงหอบข้าวของมามากมาย คืนนี้คงได้เตรียมพอกหน้าพอกตัวตามสูตรแน่นอน
ส่วนอรพลินนั้นเป็นแม่ม่าย เธอแต่งงานไวที่สุดในรุ่น แต่ชีวิตรักจบไวเช่นกัน ปัจจุบันเพิ่งหย่าขาดสามีได้หกเดือน ถึงอย่างนั้น ในสายตาของเจ้าเอย อรพลินที่เคยเป็นดาวคณะก็ยังเป็นดาวเหมือนเดิม แถมสวยขึ้นทุกปี อายุทำอะไรไม่ได้เลย เจ้าเอยมักมองเพื่อนคนนี้ด้วยสายตาชื่นชม ถึงจะเป็นแม่เลี้ยงเดี่ยว แต่ก็จัดการชีวิตได้ดี อรพลินทำงานเก่ง เป็นเซลล์สาวที่ได้รางวัลทุกปี พอเลิกรากับสามี ก็ไม่ได้ทำให้เธออ่อนแอขึ้นเลย กับแกร่งขึ้นอีกต่างหาก
“รุ้ง อร” เธอลุกขึ้น สองสาวเดินเข้ามากอด
“ว่าไงจ๊ะ ว่าที่เจ้าสาว”
“ตื่นเต้นน่ะสิ” เจ้าเอยจับมือเพื่อนทั้งสอง
“พี่คุณตื่นเต้นไหมคะ” รุ้งพรายชะโงกหน้าถามว่าที่เจ้าบ่าว
“ตื่นเต้นสิครับ” เดชคุณตอบเขิน ๆ หากแต่เหลือบตามองหญิงสาวอีกคน ซึ่งเจ้าเอยกับรุ้งพรายไม่ได้สังเกตเลยสักนิด
ใบหน้าของอรพลินหมองลงเล็กน้อย เธอมีใบหน้าเล็ก ดวงตาโตงามดั่งกวาง จมูกโด่งรั้นธรรมชาติ ริมฝีปากเป็นกระจับ เรียกได้ว่าสวยน่ารักตั้งแต่เด็กยันโต ปราศจากร่องรอยศัลยกรรม พอเป็นสาวก็มีคนจีบมากมาย แม้เป็นม่ายก็ยังมีคนเข้าหาเรื่อยมา เพื่อนทั้งสองจึงค่อนข้างชินที่อรพลินได้รับความสนใจ จึงไม่ได้ใส่ใจว่าความสวยนี้ ยังดึงดูดว่าที่เจ้าบ่าวด้วย
“เดี๋ยวเราพาไปดูห้องนะ พี่คุณ” เจ้าเอยหันมามองอ้อน “เอยพาเพื่อนไปก่อนนะคะ”
“พาเพื่อนไปเถอะ เดี๋ยวพี่ไปเจอเพื่อนพี่ด้วย พวกนั้นคงมาช้ากว่า” เดชคุณอนุญาตอย่างใจดี
“ขอบคุณนะคะ” สาว ๆ ต่างยกมือไหว้ พอพวกเธอเดินออกไป เขากลับเดินไปยืนข้างหน้าต่าง ใจลอยด้วยความเหน็ดเหนื่อยใจ
เดชคุณพึมพำกับตัวเอง “ทำอย่างไรดี”
กลิ่นหอมจากสบู่และโลชั่นที่เธอทาไปทั่วตัวหอมละมุนฟุ้งไปทั่ว ทุกจังหวะที่ริมฝีปากของเขาจูบไปตามซอกคอ วนมาจูบริมฝีปาก จูบหน้าผาก สันจมูก สองข้างแก้ม ทุกอย่างที่เป็นที่ว่างให้ได้จูบ ทิวเขาแตะหมดทุกอย่าง ราวกับจับจองว่าผู้หญิงคนนี้เป็นของตัวเองทั้งตัว ทุกสัดส่วน ทุกพื้นที่ ไม่เว้นว่างให้ผู้ใดอีก เสียงลมหายใจของเธอขาดหายเป็นห้วง ริมฝีปากเผยออ้าส่งเสียงครางหวานไปกับบทเล้าโลม ไม่มีห้าม ไม่มีรั้งเขารู้ว่าค่ำคืนนี้จะดำเนินไปอย่างหวานฉ่ำโคมไฟข้างหัวเตียงยังเปิดอยู่ ทำให้เขามองเห็นใบหน้าและเรือนร่างของเธอชัดเจน กระดุมที่ถูกดึงแยกออกเผยให้เห็นเนินอกฟู เจ้าเอยของเขาซ่อนรูปไม่น้อย ทั้งนิ่มทั้งหอมเธอเป็นของเขาทิวเขาลุกขึ้นนั่งคร่อมเพื่อถอดเสื้อยืดตัวบางออก อวดแผงกล้ามแน่น จากนั้นก้มตัวลง ฝ่ามือร้อนลูบข้างเอวของเธอก่อนช้อนพยุงยามเธอแอ่นตัวขึ้นมา บทเกริ่นก่อนเริงรักนั้นอ้อยอิ่ง เพราะเขารู้ว่ามันเป็นครั้งแรกของเจ้าเอย ฝ่ามือของเขาไล้ไปตามผิวนุ่มนิ่ม เนียนละเอียด เมื่อเขาดึงเปิดให้ชุดท่อนบนแหกออก ทิวเขาใช้มือขวากอบกุมหน้าอกข้างหนึ่ง จากนั้นเขยิบตัวเลื่อนลงไปจูบครอบ
สายน้ำบนฝักบัวไหลผ่านเรือนร่าง แม้ถูสบู่ขัดเนื้อตัวจนสะอาด แต่เจ้าเอยกลับยังยืนแช่อยู่แบบนั้น เพราะกำลังคิดถึงชีวิตที่ผ่านมา สองเดือนนี้ชีวิตเปลี่ยนไปจากก่อนแต่งงานมากเพียงใดอย่างแรก เธอได้แต่งงานกับคนที่ไม่ได้คบกันมาก่อน แม้ทะเบียนจะยังไม่ได้รับการรับรองก็ตามอย่างที่สอง เจ้าบ่าวตัวแทนกลายเป็นสามีที่เยียวยาหัวใจมากถึงที่สุด แต่ลึก ๆ เธอยังคงหวาดกลัวการสาดเทความรักมากมายแล้วจะเปลี่ยนเป็นคนละคนเหมือนกันอย่างสุดท้าย เธอกำลังจะได้แต่งงานใหม่อีกครั้งแม้แต่เพื่อนและคนรอบกายแทบไม่อยากจะเชื่อ ว่าเธอใช้ชีวิตกับเจ้าบ่าวที่มาสวมรอยแต่งแทนมาถึงตอนนี้ แล้วยังเข้าประตูวิวาห์อีกรอบในเวลาใกล้กันเพราะเอาแต่จมอยู่กับกระแสความคิด จึงไม่ได้ฟังเสียงประตูห้องน้ำถูกใครคนหนึ่งเปิดเข้ามาอย่างถือวิสาสะ ทิวเขาเห็นเจ้าเอยอาบน้ำนานจึงเป็นห่วง แต่ความเจ้าเล่ห์กว่านั้นคือ เขาไม่เรียกเข้ามาเลยพอเห็นเรือนร่างคุณภรรยาผ่านกระจกราง ๆ เขาก็ถอดเสื้อทีละชิ้นจนเปลือยหมด กว่าเจ้าเอยจะรู้ตัวกว่ามีคนตัวสูงใหญ่มาโอบอยู่ด้านหลัง ท่อนแขนแกร่งทั้งสองข้างวางเท้ากับฝาผนัง
ภายในห้องวีไอพีแบบส่วนตัวจะจัดบนชั้นลอย เห็นวิวตอนกลางคืน โดยเฉพาะแสงไฟในสวนด้านข้างที่เดชคุณตั้งใจจัดเพื่อสร้างทัศนียภาพ สองเดือนหลังจากวันงานแต่งงานสุดวินาศสันตะโร ดูเหมือนชีวิตแต่ละคนจะกลับมาเป็นปกติ เสียงนินทา เรื่องเล่าปากต่อปากก็ยังคงมีอยู่บ้างหนุ่มหน้าฝรั่งหัวใจไทยแท้อย่างริชาร์ดนั่งจิบบรั่นดีเงียบ ๆ เขามีเสี้ยวไทยนิดเดียว หน้าตาจึงออกไปทางตะวันตกมากกว่า เป็นถึงทายาทเจ้าของโรงเรียนานาชาติ ซึ่งปัจจุบันเป็นรองประธานผู้บริหารตอนเรียนเมืองนอก ทิวเขากับภีมอยู่เมืองเดียวกัน ส่วนเขาอยู่เมืองเดียวกับเดชคุณ เลยจับคู่กันเช่าอพาร์ตเมนต์ ดังนั้นหากเป็นเรื่องลับมาก ๆ เดชคุณจะเปิดใจกับเขามากกว่า แต่ครั้งนี้เขาผิดหวังที่ตัวเองไม่รู้เรื่องนอกใจเลย หากเขารู้ก่อน หรือเดชคุณแง้มให้สงสัยบ้าง เขาคงจะห้ามเพื่อนได้ทัน“รอนานไหม” เจ้าของบาร์เดินเข้ามา“ไม่นาน” ริชาร์ดชูมือถือ เปิดภาพพี่สาวสุดสวยทั้งสามคนของทิวเขาถ่ายรูปร่วมเฟรมเดียวกับเจ้าเอย ดูท่าหญิงสาวจะถูกลากไปเป็นตุ๊กตา โดนจับแต่งตัวเสียแล้ว “เหลือครอบครัวทั้งหมดแล้วล่ะ”เขาเห็นเพื่อนรักกลืนน้ำลาย “งั้
หลังจากกลับจากงานวัด ทิวเขากับเจ้าเอยแยกย้ายไปจัดการตัวเอง ถึงแม้เธอจะร้องไห้วันนี้ แต่เขามีความสุขที่เป็นคนปลอบ และยังทำให้เธอยิ้มได้หลังจากนั้นทิวเขาอาบน้ำล้างหน้าจนเสร็จก็มานั่งอยู่บนโซฟาที่เป็นเตียงของตัวเองชั่วคราว ถึงเดชคุณขนของออกไปแล้ว แต่เขายังไม่ได้ขนย้ายของตัวเองเข้ามา ไม่เป็นไรหรอก ชายหนุ่มคิดอย่างใจเย็น แค่นี้ก็ถือว่ารุกจีบแบบขึ้นทางด่วนแล้วเขานั่งดูรูปที่ถ่ายกับเจ้าเอยในงานวัดแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว นั่งมองคนที่ตัวเองแอบรักไม่มีเบื่อ ดวงตาแสนเศร้าแต่ยังยิ้มได้ของเจ้าเอยงดงาม รอยยิ้มน่ารักที่หวังจะกลบความเศร้าลงไป เมื่อไรเขาจะทำให้ไอเศร้าโศกหายไปได้ทั้งหมดพลันมีข้อความโผล่ขึ้นบนหน้าจอพาแม่บ้านของพี่ไปดูแลสาวหรือยะเขารีบเปิดอ่านแล้วตอบวันเดียวเองใครยะ แกมีสาวใหม่ตอนไหนมีคนเดียว เจ้าเอยเล่าให้พี่ฟังเดี๋ยวนี้ ทีกับพี่ดินยังเล่าให้ฟัง ทำไมไม่เล่าให้พี่ฟังบ้างถามป้าสายดิ!จากนั้นกลับมาดูรูปงานวัดใหม่ ไม่สนข้อความ
หลังฉากโต๊ะของทั้งสองจะเห็นพระปรางค์สีออกส้มอยู่ฝั่งตรงข้าม ท่าทางพูดคุยกะหนุงกะหนิงสะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ที่คืบหน้าไปมาก ใบหน้าของทิวเขาผ่อนคลายถึงที่สุดผู้ที่มองคนทั้งสองอยู่ห่าง ๆ อมยิ้ม ต่างถ่ายรูปเก็บหลักฐานไว้ส่งให้พ่อแม่พวกเธอมีกันถึงสามคน เมื่อหันหน้ามาสบตากัน สามสาวสุดเปรี้ยว ที่แม้ต่างแต่งตัวคนละแนว แต่ดูดีเหมาะกับบุคลิกต่างลุกขึ้น เดินสับส้นสูงตรงไปหาคนทั้งสองทิวเขาที่กำลังรอเจ้าเอยแกะเนื้อปูให้สังหรณ์ใจแปลก ๆ จึงหันไปแวบหนึ่ง แล้วต้องหันหน้าไปอีกรอบ “เฮ้ย!”เพราะเขาร้องลั่นตกใจนิสัย เจ้าเอยเลยมองตามผู้หญิงทั้งสามคนเดินมาหยุดที่โต๊ะคนทั้งสอง คนหนึ่งตัดผมซอยสั้นสวมชุดเกาะอกจัมป์ซูตเท้าแขนลงกับโต๊ะ หุ่นแต่ละคนสวยเซ็กซี่เหมือนดูแลตัวเองมาอย่างดี“ไอ้น้องเล็ก เมื่อไรจะพาสาวมาแนะนำยะ ต้องให้พวกเราแนะนำตัวเองใช่ไหม”เสียงของเธอคล้ายเย็นชา แต่ดูจะปั้นแต่งมากกว่า เจ้าเอยมองหญิงสาวทั้งสามแล้วนึกออกทันทีเพราะเธอเคยเห็นทั้งสามควงแขนทิวเขาจนเข้าใจผิดว่าเขาคบซ้อนสามพี่สาวทั้งสามคน!“มาทำไม” ทิวเขาตอบ
อรพลินกลับถึงบ้าน จึงรีบขึ้นห้องเพื่อทิ้งตัวลงบนเตียงทันที จากที่สะกดกลั้นมาทั้งวัน สุดท้ายมีอันร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมา แม้ทีแรกเดชคุณจะมารับ เธอห้ามไม่ให้เขามา ให้มาเจอกันที่บ้านนี้แทนพอได้ยินเสียงเปิดประตู เธอถอนหายใจหันไป แม่ของเธอเข้ามา มองแวบหนึ่งแล้วส่ายหน้า“ถ้าแม่จะซ้ำเติมอร แม่ออกไปเลย”“แกไปทำงานแล้วกลับมาร้องไห้ แสดงว่ามีคนนินทาใช่ไหม”เธอพยักหน้าปาดน้ำตา “มีเพื่อนรุ่นมหาลัยในนั้น พวกปากสว่างเอาไปพูดต่อ”“มันก็มาจากการกระทำของแก”“แม่!” เธอตบอกตัวเอง “อรไม่ได้อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ ไม่มีใครอยาก อรไม่ได้ตั้งใจ เอยเป็นเพื่อนกับอรมากี่ปี ทำไมอรถึงอยากจะทำร้ายเอย ไม่มีวัน”“ก็ใช่ไง ฉันถึงไม่เข้าใจแกไงล่ะ” แม่ของเธอชี้หน้า “ลูกก็มี ผัวก็เคยมี หย่ากันเพราะอะไรล่ะ แกน่ะ ถือว่าตัวเองสวย เก่ง พอผัวที่คบกันมานานแอบซุกกิ๊ก แกยังรับไม่ได้ ขนาดเขากอดขาอ้อนวอนไม่หย่า บอกขอโอกาส แกก็จะหย่าให้ได้ เจ็บแค้นที่สุด ไอ้เรื่องนี้แม่เข้าใจแก แต่แกเจอแบบนี้มา แล้วไปทำกับเพื่อนสนิทตัวเองได้ไง!”“แม่พอ”“ไม่พอ! วันที่แกร้องไห้ไปหาหน
ไม่นาน แม่ของเดชคุณไปถึงห้องเจ้าสาว เดินเข้ามาในห้องอย่างมั่นใจ พร้อมทั้งส่งสายตาดุดันไม่ให้รุ้งพรายพูดอะไร พอเห็นเจ้าเอยหันมาก็รีบเดินไปจับมือ ด้านข้างมีเจ้านางที่แต่งตัวเป็นเพื่อนเจ้าสาวเสร็จแล้วเช่นกัน งามละมุนด้วยกันทั้งพี่ทั้งน้อง“ลูกเอย ลูกเอยของแม
เจ้าเอยตื่นตั้งแต่ตีสี่ครึ่งเพื่ออาบน้ำล้างหน้า พอตีห้า รุ้งพรายมาเคาะประตู บอกว่าอรพลินยังไม่ตื่น แต่ตัวเธอนั้นแต่งตัวรอแล้ว เหลือทำผมกับแต่งหน้านิดหน่อย เลยจะมาช่วยกันแต่งในห้อง ภายหลัง น้องสาวอย่างเจ้านางก็เข้ามาช่วยอีกคนเจ้านางตามเข้ามาทีหลังพร้อมกับอาหารเช้าง่าย ๆ ที่โรงแรมจัดเตรี
ดึกคืนนั้น เจ้าเอยนั่งอยู่ในห้องนอน โดยมีพี่ชายกับน้องสาวนั่งอยู่เป็นเพื่อน ทั้งสองต่างพูดคุยเรื่องครอบครัว รวมไปถึงเรื่องของพ่อกับแม่ที่ผ่านไปแล้วด้วย“ถึงแม้พ่อจะเป็นแบบนี้ แต่ตอนนางแต่งงาน พ่อก็เข้ามาสวมกอดแล้วบอกยินดีด้วยนะลูก” เจ้านางเล่าประสบการณ์ของตัวเอง “ชั่วเวลานั้น เหมือนได้พ่อกลับคืนมา
“ฉันเตรียมมาส์กหน้ามา เลือกของดี ของแพง บูสต์หน้าเร่งด่วน” รุ้งพรายหยิบข้าวของออกมาอวดให้มั่นใจได้ ว่าเป็นเพื่อนเจ้าสาวมืออาชีพ “ไหน เครื่องสำอางของเจ้าเอยเป็นไง”ฝ่ายอรพลินดูกระเป๋าเครื่องสำอาง ปกติเจ้าเอยแต่งหน้าน้อย อุปกรณ์ไม่เยอะ เมื่อเห็นของข้างใน จึงรู้ว่าเพื่อนรักยอมลงทุนซื้อเอง แต่ไม่ยอมจ้







