LOGINเพราะแม่ของเดชคุณกลัวคนทำลายฤกษ์แต่งงานของลูกชาย เธอจึงจัดการทั้งโทรทั้งส่งข้อความขู่ ไม่นานนัก เดชคุณโทรกลับมาบอกสั้น ๆ ว่ากำลังกลับไป เธอเลยสบายใจ บอกเพื่อนเจ้าบ่าวว่าเดชคุณกำลังกลับมา พอพูดแบบนี้ ก็หาข้ออ้างเลื่อนไม่ได้
“เดชคุณอาจตื่นเต้นน่ะ” พ่อของเขากล่าว “เจ้าหมอนี่ไม่เคยคิดเรื่องแต่งงานมาก่อน พอวันจริงคงเกิดนึกหวงความโสด พวกลูกก็ตบ ๆ มันหน่อย”
แต่ฝั่งเพื่อนเจ้าบ่าวฟังแล้วลำบากใจที่สุด ไม่ได้ตลกไปด้วยเลย
“จะดีเหรอวะ” ภีมถาม “น้องเอยเข้าพิธีคนเดียวเนี่ย”
ทิวเขาขมวดคิ้วแน่น เครียดแทน แต่ไม่ทันแล้ว เพราะเมื่อถึงเวลา เจ้าสาวก็ถูกว่าที่แม่สามีพาไหว้พระไหว้พ่อแม่โดยไม่มีเจ้าบ่าวอยู่ด้วยจริง ๆ
พวกเขาเห็นเจ้าเอยกับครอบครัวงุนงง ต่างตกอยู่ในอาการกลืนไม่เข้าคายไม่ออกถ้วนหน้า เพราะแม่ของเดชคุณกำกับแทนหมด รุ้งพรายเองก็โดนขู่ เพราะรู้ว่าหากพ่อแม่ฝั่งเจ้าบ่าวไม่รับผิดชอบค่างาน เพื่อนรักได้เป็นหนี้บานแน่
“เจ้าบ่าวไปไหนเนี่ย” ศรถาม เมื่อไม่เห็นลูกเขยอยู่กับลูกสาว “ถ้ายังไม่หายดีน่าจะเลื่อนนะ มันไม่ได้เรียกว่าฤกษ์ดี เพื่อนยัยเอยก็ป่วยอีกคน ผมว่าเลื่อนดีไหม”
“ใช่ครับ” เจ้าเหนือเอ่ย
“เราไหว้พระกันแล้วนะคะ” แม่ของเดชคุณสู้ เธอเป็นแนวภรรยาเป็นใหญ่ สามีจึงไม่ว่าอะไร คล้อยตามภรรยาเสียหมด
ฝั่งเจ้าสาวที่เพิ่งไหว้พ่อแม่ต่างมองหน้ากัน สีหน้าไม่ค่อยสู้ดี เพราะพอเจ้าบ่าวไม่อยู่ พิธีการเปลี่ยนจนสับสนไม่พอ เจ้าเอยต้องรับหน้าคนเดียว ต่อมา เจ้าเอยก็ถูกพาไปเปลี่ยนชุด แม่เดชคุณกันรุ้งพรายออกมา โดยไล่ให้ไปรอเจ้าบ่าวกลับมา เธอก็รีบไปรอตามคำสั่ง
“ไม่ได้ว่ะ มันยังไม่มา” ทิวเขากำหมัดแน่น ดูเวลาบนหน้าจอมือถือ พอทนไม่ไหวจึงเดินตรงไปหาแม่เพื่อนรัก “คุณแม่ครับ คุณจะกลับมาจริงหรือครับ งานเลี้ยงจะเริ่มแล้ว เจ้าหน้าที่เขตก็มาแล้ว”
“กลับมาจ้ะ เมื่อกี้คุยกัน แม่ไม่ได้โกหก เพิ่งให้หนูรุ้งไปดู” เธอเปิดมือถือให้ดู เห็นว่ามีเวลาโทรออกและพูดคุยกันจริง ๆ “คุณแค่ตื่นกลัว นึกถึงตอนเด็ก ๆ เลย เวลาจะมีสอบก็มักเป็นแบบนี้”
เฉไฉไปเรื่อย
ทิวเขาชำเลืองมองฝั่งเจ้าสาวที่เริ่มคุยกัน สีหน้าเคร่งเครียด เขาไม่รู้จะทำอย่างไร เพราะนี่ก็ไม่ใช่งานของตัวเอง ควรหยุดกลางคันดีหรือไม่ แต่เขามีสิทธิ์หรือ?
ถึงอย่างนั้น เวลาสิบโมงที่เจ้าเอยสวมชุดขาวยืนรอ แม่ของเดชคุณได้จูงแขนลูกชายที่เพิ่งแต่งตัวชุดทักซิโด้มาจริง ๆ แม้เดชคุณจะดูหล่อเหลาในชุดขาวเคียงคู่เจ้าสาม แต่ใบหน้ากลับซีดเซียวราวกับกระดาษ เหงื่อแตกพลั่ก ๆ
“พี่คุณ” เจ้าเอยยิ้มโล่งอก “แล้วอรล่ะคะ เข้าโรงพยาบาลกับพี่ใช่ไหม ทำไมไม่บอกกันล่ะคะ จริง ๆ เราเลื่อนงานได้นะ มันเป็นอุบัติเหตุ”
“เอ่อ...” คนทำผิดกระอักกระอ่วน เพราะมารดาขู่ว่าถ้าไม่โผล่มา จะตัดแม่ตัดลูก
เขาคิดว่าพอเจ้าบ่าวหายไป ทางนี้คงล้มเลิกงานไปเอง ลืมไปว่าแม่ของตัวเองเชื่อเรื่องดวงมาก พอกลับมาเห็นงานดำเนินต่อ ถึงกับเหงื่อแตกแทบอยากจะมุดดินหนี ส่วนอรพลินนั้นไม่กล้ากลับมาด้วย
รุ้งพรายที่มองอาการของเดชคุณก็แน่ใจว่าไม่ได้เข้าใจผิด แม้ยังไม่อยากจะเชื่อว่าอรพลินหนีไปกับเจ้าบ่าว แต่เธอจะทำอย่างไรดี จะหยุดงานอย่างไร
คนที่ตระหนักในความจริงต่างสับสน ทำตัวไม่ถูก
“มึงหายไปไหนมา” ทิวเขากระซิบถามเพื่อนทั้งที่ยังกรอดฟัน “แม่มึงไม่ยอมเลื่อนงาน อย่าบอกนะว่าออกไปน้องอร”
“เอ่อ...” คนทำผิดยังคงบ้าใบ้ เพราะถูกกดดันจากทุกทาง เมื่อแขกเริ่มมางาน ก็ยกมือรับไหว้ข้างเจ้าสาว เจ้าเอยก็คอยหยิบทิชชูซับเหงื่อให้
“ถ้าไม่ไหวไปนั่งไหมคะ งานกันเองอยู่แล้ว” เธอบอกว่าที่สามีอย่างใจดี หากแต่ในใจกำลังระทม เพราะแขกยังสังเกตว่าบรรยากาศในงานไม่เหมือนฝันเลย
แท้จริงแล้ว เดชคุณนั้นแม้จะก่อปัญหาเพียงใด แต่เรื่องยากที่สุดสำหรับเขาคือการพูดความจริง เก่งที่สุดคงเป็นการหนีปัญหา
“เอย คือว่า...”
“เจ้าบ่าวเจ้าสาว ได้เวลาขึ้นบนเวที” เจ้าเหนือมาบอก ก่อนตัดเค้กจะมีการจดทะเบียนก่อน อย่างที่บอกว่าบ้านเดชคุณเชื่อเรื่องฤกษ์ยาม จึงพาเจ้าหน้าที่เขตนำใบจดทะเบียนมาให้จดต่อหน้า
มือของเดชคุณเย็นเยียบ เพราะตัวเขาก่อเรื่องไม่พอ ฝั่งมารดาก็ลากเรื่องยาวมาขนาดนี้ แถมแขกเต็มงาน อรพลินที่เขารักก็รออยู่ที่คอนโด กำมือจึงเย็นเยียบ เปียกชื้นไปหมด
พัชราและกลุ่มเพื่อนร่วมงานของเจ้าเอยมาร่วมงาน เห็นงานเล็ก ๆ แต่จัดประดับดอกไม้น่ารักก็บึนปากเล็กน้อย ไม่คิดว่าจะดูมีรสนิยมกว่าที่คิด พอเธอเห็นเจ้าบ่าวเหงื่อแตก เลยซุบซิบกับเพื่อนชี้ให้ดู
“เจ้าบ่าวดูกดดันมากเลยนะ”
“แต่เขาขอเจ้าเอยแต่งงานไม่ใช่หรือ”
“ฝั่งเพื่อนเจ้าบ่าวก็หน้าเครียดกันหมดเลย”
“หรือท้องก่อนแต่ง?”
“บ้า ไม่มีทางหรอก”
พัชราเป็นคนสุมไฟแรก พอคนช่วยกระพือก็ยิ้มพอใจ เธอน่ะหมั่นไส้เจ้าเอยที่ดันได้สามีหล่อและรวย เห็นท่าทางเจ้าบ่าวแบบนี้ สงสัยชีวิตการแต่งงานคงไม่ได้สวยงามอย่างที่บอกเพื่อนน่ะสิ
คอยดูเถอะ จะนินทาให้สนุกเลยเชียว
เด็กชายวัยหกขวบ นัยน์ตาคมแบบผู้เป็นพ่อชูมือขึ้น ด้วยความเป็นเด็ก วงหน้าจะยังกลมมน แก้มยุ้ยน่ารัก สายตาของเขาจับจ้องเด็กหญิงวัยอ่อนกว่าสองปี เธอมีผมสีดำหยักศกเล็กน้อย ดวงตาสีน้ำตาลแบบคุณพ่อ แต่รูปตาเรียวดั่งอัลมอนด์แบบคุณแม่ เด็กหญิงรีรอดูลังเลที่จะสไลด์ลงมา“ลงมาเลย พี่รอรับน้องอยู่ ไม่ต้องกลัวนะ”“ตะ แต่น้องกลัวนี่นา”“ไม่ต้องกลัว พี่อยู่นี่ไง”“พี่ต้องรับน้องนะ”“รับสิ”เด็กหญิงพยักหน้าแล้วกลั้นใจสไลด์ลงมา “ว้าว” แป๊บเดียวพี่ชายก็จับตัวให้หยุด เธอหัวเราะคิกคักเสียงน่ารัก “สนุกจัง”“ใช่ม้า งั้นไปเล่นอีกรอบ พี่ลงก่อนนะ” เด็กชายจับมือน้องสาวพาปีนขึ้นเครื่องเล่นผู้เป็นพ่อเป็นแม่นั่งมองลูกทั้งสองเล่นด้วยกัน ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กันสองคน เด็กชายมีชื่อว่าทิวไผ่ ส่วนเด็กหญิงชื่อขวัญเอย ทั้งสองนามสกุลพรพันรบ เป็นลูกของทิวเขากับเจ้าเอย“หกปีแล้ว ไม่นึกว่าเวลาจะผ่านมาไวขนาดนี้” เจ้าเอยคุยกับสามี มือของเขาจับมือเธอแน่นเสมอมา แม้แต่ตอนนี้ ตอนคลอดทิวไผ่ ทั้งสองหัวยุ่งกันเลยทีเดียว แถมยิ่งโตยิ่งเหมือนพ่อ ขนาดที่ว่าพ่อแม่ของทิวเขาบ่นว่าทำไมไม่ได้อุปนิสัยมารดา พอเริ่มคลาน เริ่มวิ่งได้ ทีนี้ได้ตัว
แสงตะวันสาดส่องเข้าหน้าต่างในห้องแต่งตัว หากเดินออกมาชมทิวทัศน์ด้านนอกริมระเบียง จะเห็นขุนเขาเป็นเนินสีเขียว ด้านล่างมีสวนดอกไม้อวดสีสันสดใสงดงาม ลมเย็นเบาสบายพัดผ่านจนม่านโปร่งปลิวไสว เจ้าเอยเดินออกจากห้องแต่งตัวมายืนยังจุดนี้ ก่อนจะหันไปยิ้มให้กับตากล้องที่มาเก็บรูปก่อนเริ่มงานชุดเจ้าสาวสีขาวตัวนี้ต่างจากตัวแรกที่เธอสวมใส่ อีกทั้งยังเป็นชุดเย็บใหม่ที่เจ้าบ่าวซื้อให้เลย เป็นกระโปรงยาวเรียบ ๆ แต่ปักเย็บประณีต หากเทียบกับกำลังทรัพย์ของเจ้าบ่าวแล้ว ทิวเขานั้นมีฐานะมากกว่าเดชคุณแน่นอน ถึงอย่างนั้น ฝ่ายครอบครัวศิลาคำไม่ได้ขอสินสอดเลย แต่ทางบ้านพรพันรบก็มอบของขวัญให้มากมายเพื่อต้อนรับสะใภ้พวกเขาดีกับเธอมาก ดีจนเหมือนฝัน ดีจนที่เมื่อเธอแต่งตัวเสร็จ เจ้าเอยแอบหยิกตัวเองอยู่หลายทีพิธีในงานจัดเรียบง่าย วันก่อนทำบุญตักบาตรแล้วกราบไหว้บิดามารดา วันนี้เป็นวันเลี้ยงฉลอง เมื่อประตูอีกบานเปิด เจ้าบ่าวในชุดสีดำสูงสง่ายืนตะลึง จากที่มักมีผมยุ่งตลอด วันนี้พอปัดเสยขึ้น ทิวเขาดูหล่อเหลาราวกับราชนิกุล สายตาคมไม่ได้หลุกหลิกแม้แต่น้อย กลับจับจ้องเพียงแต่เจ้าสาวในชุดขาวจะไม่ให้เขาตะลึงได้อย่างไร
นับถอยหลังวันแต่งงานที่แท้จริง กระชั้นชิดเข้ามาเรื่อย ๆ เพื่อนร่วมงานร่วมอวยพรและขอให้งานผ่านไปอย่างราบรื่น เธอขออภัยที่ไม่อาจชวนได้ทุกคน“โธ่ ๆ ถ้าเกิดจบไม่ดีเหมือนครั้งก่อนก็แย่ เข้าใจนะ” พัชราเข้ามาจับไม้จับมือ “หวังว่าจะผ่านไปด้วยดี ไม่มีเจ้าบ่าวตัวแทนอีกนะจ๊ะ”เจ้าเอยฉีกยิ้มเสแสร้งอย่างเป็นงาน ถึงอย่างนั้น ร่องรอยริษยาปรากฏผ่านดวงตาของเพื่อนร่วมงาน เธอจึงไม่ได้ตอบโต้ ปล่อยให้อีกฝ่ายจมอยู่กับไฟอิจฉาต่อไป“เกรงใจทุกคนน่ะค่ะ งานจัดที่เขาใหญ่ด้วย เอยเข้าใจว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะสะดวก”“ครั้งนี้ไปฮันนีมูนเลยนี่ พี่ว่าสมบูรณ์แล้วล่ะ” รุ่นพี่ในที่ทำงานเอ่ยเข้าข้าง “ครั้งนี้ได้แต่งกับคู่ตัวจริง ไม่มีทางเหมือนครั้งก่อนแน่นอน โชคดีแล้วล่ะเจ้าเอย”“ขอบคุณนะคะ”“บางคนปากไม่ดี อิจฉาน่ะแหละ เห็นเจ้าเอยมีคนดามใจไวไม่พอ ยังหล่ออย่างกับเจ้าชาย”พัชราร้อนตัวแทรกทันที “เจ้าชายเลยเหรอคะ ลุคแบบนั้น”“ลุคแบด ๆ พวกนี้เผ็ดนะคะคุณน้อง” พี่สอง รุ่นพี่ที่เจ้าเอยฝากให้ช่วยเลือกชุดไบเกอร์สาวมาให้ตอบโต้ ทั้งยังขยิบตารู้กัน“ฮอตเนิร์ดก็ร้อนแรงค่ะ” พัชราเถียง“จะว่างั้นก็ได้ค่ะ ใครจะไปรู้เนอะ” พี่สองหันมาพยั
ตอนกลางคืน หลังจากทิวเขาเดินสวมผ้าขนหนูเดินออกจากห้องน้ำ กำลังเช็ดที่ยังเปียกหมาด ๆ กลับพบเจ้าเอยยืนรอในชุดนอนสีดำซีทรูสุดวาบหวิว มีสายรัดลูกไม้ตรงเอวกับต้นขา“ของขวัญสุดท้ายค่ะ” เธอยืนเอียงคอเอามือไพล่หลังแค่นี้เขาคำรามในคอ “น้องเอย พี่ชอบมากเลยครับ เพราะงั้น...”สามีสุดหื่นเตรียมพร้อมจะจับคุณภรรยากินให้หนำใจในทันที แต่เจ้าเอยคล้ายรู้ทัน หยิบไม้แขวนเสื้อดันออกอกยืนอยู่ เขาได้แต่ทำเสียงครางหงิง“ไม่เอาสิคะ ยังไม่ได้ให้เลย”“ก็พี่กำลังจะแกะ”“จุ๊ ๆ” เธอยกนิ้วขึ้น เจ้าเอยแอบไปศึกษาจากบทความ รวมถึงกรุ๊ปที่เขาเม้ามอยกันเรื่องบนเตียง ว่าผู้ชายชอบอะไรบ้าง อย่างทิวเขานั้น ไม่รู้ว่าเขาชอบเห็นภรรยาแต่งตัวคอสตูมหรือไม่ จึงเลือกชุดนอนแบบไม่ได้นอนแทน ทั้งยังจะลองทำสิ่งตัวเองยังไม่เคยทำให้เขาด้วยเจ้าเอยเดินไปหา ลูบมือจากหน้าอกของเขาจึงมาถึงผ้าขนหนู เห็นลูกกระเดือกของทิวเขาขยับ“น้องเอย อย่าทดสอบความอดทนของพี่นะ”เขาเหมือนกับเสือร้ายที่พร้อมขย้ำ โดนยั่วยวนขนาดนี้ เขาอยากจะอุ้มเธอแล้วปล้ำบนเตียงจนถึงเช้าเลย คอยดูเถิด“ต้องใจเย็นสิคะ” เธอบอกแล้วกระตุกผ้าขนหนูของเขาจนมันหล่นกองกับพื้น อวดร่าง
หลังจากนั้นวันนั้น ทิวเขากับเจ้าเอยได้ไปจดทะเบียนสมรสที่เขตอย่างเป็นทางการ เหลืองานแต่งที่จะจัดขึ้นที่เขาใหญ่เจ้าเอยรู้สึกว่าทิวเขาทำตัวเป็นแมวน้อยมากกว่าโกลเด้นมากขึ้นทุกวัน ทั้งอ้อนทั้งเข้ามากอดรัดออเซาะตลอด อย่างไรก็ตาม เธอไม่ได้ขัดใจหรอก กลับชอบใจด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าภีมคุยกับจูเน่ถึงไหนกันแน่ แต่ได้ยินว่าหญิงสาวบินกลับไปออสเตรเลียเรียบร้อยแล้ว“จะว่าไป พี่ภีมกับพี่ริชาร์ดไม่มีแฟนเหรอคะ” เธอถามทิวเขาขณะเขามาส่งเธอไปทำงาน“ริชาร์ดมี แต่แฟนเรียนป.เอกอยู่เมืองนอก”“อ้อ คนไทยหรือคะ”“คนไทยสิ” เขาค่อย ๆ เปลี่ยนเกียร์จอด “ส่วนภีม มันปิ๊งสาวอยู่ แต่ยังไม่กล้าจีบ”“ทำไมคะ”“ไม่รู้มัน” เขายักไหล่แล้วหอมแก้มเธอ “ตอนเย็นมารับเหมือนเดิมนะครับ”“ขอบคุณค่ะ” เธอยิ้ม “วันนี้เอยมีของจะเซอร์ไพรส์ด้วยนะ” บอกแล้วเปิดประตูลงไปเลย ทิวเขาที่รอฟังเลยได้แต่รอเก้อ“แบบนี้ค้างสิครับ น้องเอย” เขาตะโกนผ่านกระจก แต่เจ้าเอยเพียงโบกมือ ยิ้มหวานอย่างเดียวแท้จริงแล้ว เจ้าเอยอยากเป็นฝ่ายให้บ้าง เธอคิดว่ารับจากทิวเขามาเยอะ ทั้งแรงสนับสนุนทางกายและทางอารมณ์ เสียงนินทาซุบซิบเกี่ยวกับวันงานแสนโกลาหลเบาลง เมื่อ
ทิวเขาถูกประคองออกมาจนถึงลอบบีโรงแรม เดชคุณกับริชาร์ดวางตัวเพื่อนลง เขาแสร้งร้องโอดโอยอยากให้เจ้าเอยเอาใจ“โอย พี่เหมือนเดินไม่ไหวเลย”“งั้นหรือคะ นี่พี่จูเน่ทำอะไรกันแน่เนี่ย”“มันสำออย” ริชาร์ดชี้ “ตอนเดินลงมา มันก็ยังเดินได้ กะอีแค่แผลถลอกนิดเดียว น้องเอยอย่าตกหลุมพราง”“แม่ง” พลันก็ยกเท้าเตะเพื่อน“นั่นไง”เจ้าเอยยิ้ม เธอนั่งลงข้าง ๆ สามี ดีที่จับใส่เสื้อผ้าคลุมแล้วแต่ยังไม่เรียบร้อย จึงช่วยติดกระดุมให้“ทำไมพี่จูเน่เล่นแรงขนาดนี้คะ ต้องถึงกับชอร์ตไฟฟ้าเลยเหรอ พี่จะแจ้งความไหม”เขานิ่งไปนิดหนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้า “พี่ว่าภีมคงทำให้เธอเข้าใจแล้วล่ะ แล้วทำไมถึงมากันหมดได้”“น้องเอยโทรไปหาไอ้ภีม พวกเราก็เลยโดนเรียกมาด้วย พอเห็นรูป พอดีไอ้ริชาร์ดจำได้ว่าที่ไหน” เดชคุณเล่าให้ฟัง ชั่วแวบหนึ่งที่เขาสบตากับเจ้าเอย ก่อนจะละสายตาไปทางอื่น “นั่นแหละ พวกเราก็เลยรีบมา ไม่รู้ว่าจูเน่จะบ้าขนาดนี้”“เฮ้ย ทำไมแกจำได้วะ ไอ้ริช เคยมากับใคร” ทิวเขายังมีอารมณ์แซวเพื่อน เลยโดนริชาร์ดเตะเบา ๆ“เงียบไปเลย คุณมึง”“แล้วทำไมต้องขนาดนี้ด้วย เอยฟังแล้ว ไม่ว่ายังไงก็ไม่เข้าใจ”“จูเน่น่ะ ไม่เคยโดนปฏิเสธ
บนเวทีนั้น เจ้าเอยใช่ว่าจะไม่รู้สึกว่าทุกอย่างพิลึกพิกลไปเสียหมด บรรยากาศปราศจากความสุขจนเธอยิ้มไม่ออกแล้ว เมื่อถึงช่วงเซ็นเอกสาร ตัวเธอเซ็นไปก่อน แต่เดชคุณกลับกำปากกาแน่น ไม่รู้เพราะอะไรถึงไม่ยอมจรดนามลงไปสักทีเพราะเหตุใดหัวใจของเธอถึงได้เต้นเร็วนัก หวาดกลัวกับบางสิ่ง แค่เห็นสายตาแขกมอ
ไม่นาน แม่ของเดชคุณไปถึงห้องเจ้าสาว เดินเข้ามาในห้องอย่างมั่นใจ พร้อมทั้งส่งสายตาดุดันไม่ให้รุ้งพรายพูดอะไร พอเห็นเจ้าเอยหันมาก็รีบเดินไปจับมือ ด้านข้างมีเจ้านางที่แต่งตัวเป็นเพื่อนเจ้าสาวเสร็จแล้วเช่นกัน งามละมุนด้วยกันทั้งพี่ทั้งน้อง“ลูกเอย ลูกเอยของแม
เจ้าเอยตื่นตั้งแต่ตีสี่ครึ่งเพื่ออาบน้ำล้างหน้า พอตีห้า รุ้งพรายมาเคาะประตู บอกว่าอรพลินยังไม่ตื่น แต่ตัวเธอนั้นแต่งตัวรอแล้ว เหลือทำผมกับแต่งหน้านิดหน่อย เลยจะมาช่วยกันแต่งในห้อง ภายหลัง น้องสาวอย่างเจ้านางก็เข้ามาช่วยอีกคนเจ้านางตามเข้ามาทีหลังพร้อมกับอาหารเช้าง่าย ๆ ที่โรงแรมจัดเตรี
ดึกคืนนั้น เจ้าเอยนั่งอยู่ในห้องนอน โดยมีพี่ชายกับน้องสาวนั่งอยู่เป็นเพื่อน ทั้งสองต่างพูดคุยเรื่องครอบครัว รวมไปถึงเรื่องของพ่อกับแม่ที่ผ่านไปแล้วด้วย“ถึงแม้พ่อจะเป็นแบบนี้ แต่ตอนนางแต่งงาน พ่อก็เข้ามาสวมกอดแล้วบอกยินดีด้วยนะลูก” เจ้านางเล่าประสบการณ์ของตัวเอง “ชั่วเวลานั้น เหมือนได้พ่อกลับคืนมา







