FAZER LOGIN2 ปีก่อน
เมื่อครั้งที่เดชคุณพาเจ้าเอยมาเปิดตัวให้เพื่อนในกลุ่มได้รู้จัก ทิวเขานึกเกลียด
เมื่อเปิดประตู ทิวเขาแทรกตัวเข้ามาในห้องทันที พอมองเสื้อผ้าของเพื่อนรักแล้ว เขาได้แต่กัดกรามแน่น “สามวันที่ไม่ยอมรับผิดชอบ วัน ๆ มึงเอาแต่นอนกกกันเหรอวะ ไอ้เวรนี่”ชักอยากชกให้ได้สติสักทีคนผิดไม่แก้ตัว “กู...อยากลืมทุกอย่าง”“แล้ว?”“กูไม่รู้ กู...รักน้องอร กูรู้ทำผิด กูแค่ขอเวลา”“สามวันแล้วไอ้เหี้ย” เขาด่าเพื่อน “มึงทิ้งเจ้าสาวของมึง คนที่มึงขอแต่งงาน มึงทิ้งเขาให้รับหน้าทุกอย่าง แทนที่มึงจะกลับไปอธิบาย เคลียร์ให้รู้เรื่อง มึงกลับปลีกวิเวกอยู่พลอดรักกัน ทำไมมึงเหี้ยขนาดนี้ กูผิดหวังฉิบหาย”“กูไม่มีข้อแก้ตัว” เดชคุณตอบเสียงอ่อน “กูคิดไม่ถึง ว่าแม่คงไม่ยอมให้เลิกงานง่าย ๆ แม่กูบอกว่าดวงน้องเอยเสริมกู มึงก็รู้จักแม่ กูผิดเอง กูควรรู้ว่าแม่กูรั้น”“ใช่ แม่มึงทำให้เรื่องไปใหญ่ก็ส่วนหนึ่ง แต่มึงคือตัวปัญหาหลัก มันไม่ใช่แค่น้องเอยที่ต้องเผชิญหน้ากับแขกเพียงลำพัง แต่ทั้งคนที่เหลือ กู เพื่อนเจ้าบ่าว เพื่อนเจ้าสาว พ่อแม่มึง พ่อแม่น้องเอย ครอบครัวทั้งสองฝ่ายต้องแบกหน้าเผชิญกับสิ่งที่มึงทำระยำ ไม่พอ ยังมีค่าจัดงาน ค่าเรือนหอ สามวันที่มึงหลบท
สามหนุ่มอย่างทิวเขา ภีม และริชาร์ดนั่งคุยกันในร้านอาหารกลางห้าง แท้จริงแล้ว อีกสองคนที่ไปตามหาเพื่อนเจอเดชคุณตั้งแต่วันอาทิตย์“มันอยู่คอนโดเดิมนั่นแหละ ส่วนเพื่อนเจ้าเอยก็อยู่ในนั้น ฝากลูกกับแม่ไว้” หนุ่มหน้าฝรั่งเล่า “โคตรเหี้ยกันทั้งคู่ ไม่อยากจะเชื่อว่าเป็นมันที่ทำเรื่องนี้ กูอยากทุบมันจริง ๆ”“มันคิดอะไรของมันไม่รู้ แม่ง โคตรไม่เข้าใจ” ภีมระบาย “กูถามมันว่า ถ้ารู้ใจตัวเอง ทำไมไม่เคลียร์แต่แรก ทำไมต้องเป็นวันงาน ไม่เห็นใจน้องเอยหรือไง มันก็เอาแต่เงียบ กูผิดหวังฉิบหาย ไอ้คุณเป็นคนสุดท้ายบนโลกที่กูจะคิดว่าทำเรื่องแบบนี้”“แล้วน้องอรล่ะ” ทิวเขาถาม“ไม่กล้าออกไปไหน ไม่กล้าเจอใคร ไม่ยอมรับสายเพื่อน ไม่ยอมรับสายแม่ตัวเอง ขลุกแต่กับไอ้คุณ ไอ้คุณบอกว่า น้องเขารู้สึกผิดมาก แต่กูไม่เห็นใจว่ะ ถ้ารู้สึกผิดยิ่งต้องมาคุยไหม ดันเอาแต่อยู่ในรังรักนอนด้วยกัน แม่ง ไอ้คุณมันไม่เคยเจอผู้หญิงหรือไงวะ แล้วแกทำไงล่ะ พ่อแม่ไอ้คุณแม่งปัดความรับผิดชอบแล้ว”“กู...กูจะดูแลน้องเอยเอง” ทิวเขาตอบไปตามตรง “กูบอกน้องเอยว่ากูรู้สึกอย่างไร มัน...โคตรฉวยโอกาสใช่ไหมวะ”
อาจเป็นเพราะคำขู่ของทิวเขากับรุ้งพราย ทำให้ไม่มีรูปหรือวิดีโอตอนเกิดเรื่องหลุดออกไปเลย ถึงอย่างนั้น อันคำว่านินทาเปรียบดั่งไฟลามทุ่ง ไม่มีทางระงับหรือห้ามได้เลย กลุ่มแขกที่ไป มีเพื่อนที่ทำงานของเจ้าบ่าวเจ้าสาว เพื่อนร่วมชั้นโรงเรียน และเพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยจำนวนไม่มากนัก กับญาติมิตรสหาย กระนั้นถ้อยคำบอกเล่ากันเป็นทอดแผ่เป็นวงกว้าง ยิ่งสมัยนี้มีสื่อโซเชียลเข้าถึงง่าย การกระจายข่าวสารจึงยิ่งทั่วถึงเจ้าเอยเดินเข้าตึกออฟฟิศด้วยใจห่อเหี่ยว เมื่อออกจากรถ เธอรู้สึกเหมือนตัวเองเดินตัวเปลือยเข้าตึก ไม่ได้สวมเสื้อผ้า ผู้คนต่างมองเธอ ทั้งที่เธอไม่รู้จัก แต่พวกเขากลับรู้จักเธอ“คนนั้นไง”“เจ้าสาวที่แต่งงานเมื่อวันเสาร์”หญิงสาวรีบก้มหน้าเดินเข้าออฟฟิศ ไม่ได้ร่าเริงเช่นเคย เธอไม่แม้แต่อ่านไลน์ด้วยซ้ำ เมื่อมาถึงแผนกวิเคราะห์ข้อมูล เพื่อนร่วมงานที่มาถึงก่อนต่างเงยหน้ามอง“เอยจ๊ะ เป็นอย่างไรบ้าง” พัชราตรงเข้ามากอดแขนทันที “ไม่เห็นอ่านไลน์กลุ่มไลน์เดี่ยวเลย ถ้าเป็นแบบนี้ไม่มาทำงานก็ได้ พี่หัวหน้ายังพูดอยู่เลย ว่าถ้าลากะทันหันก็จะอนุญาต”ปกติแล้วเจ้าเอยจ
เช้าวันจันทร์ เจ้าเอยตกใจมากที่เผลอหลับนานข้ามวัน ตื่นมาอีกทีตอนนาฬิกาปลุกเพราะต้องไปทำงาน เธอไม่ได้ลาไปฮันนีมูน เพราะกะว่าจะไปช่วงหยุดยาว จะได้ใช้วันลาทีเดียว แต่วันนี้กลับไม่อยากไปทำงานเลย เธอกลัวสายตาคน ทว่าวิธีที่จะรับมือได้ดีที่สุดคืออยู่กับมันให้ได้ เธอลุกขึ้นก็พบว่ามีผ้าวางบนหน้าผาก ชุดเมื่อวานถูกเปลี่ยนเป็นชุดนอน หญิงสาวใจหายวาบลุกขึ้นพรวด แต่เพราะหลับยาว ไม่ได้กินอะไรเลยจึงเซเล็กน้อยเธอเดินออกจากห้องลงไปข้างล่าง เห็นทิวเขากำลังคุยกับใครสักคนในห้องครัว กลิ่นข้าวต้มหอมฉุยลอยเข้าจมูก เข้าตั้งใจจะอยู่กับเธอจริงสินะ พอคิดว่าเขาล่วงล้ำห้องส่วนตัว ดูแลเกินเหตุจึงรีบเดินไป ก่อนจะอ้าปากก็พบว่ามีคุณป้าคนหนึ่งกำลังทำกับข้าวอยู่ โดยที่ทิวเขานั้นยืนเท้ามือพิงกับเคาน์เตอร์ พอเจ้าของดวงตาคมเห็นหญิงสาวก็ยืดตัวขึ้น“น้องเอยตื่นแล้วหรือครับ”“พี่ทิว เมื่อคืน...” เธอไม่อยากพูดออกมา และสายตามองคุณป้าที่หันมายิ้มให้ “...เมื่อคืน”“ป้าเปลี่ยนเสื้อให้คุณเองล่ะค่ะ” แขกที่ไม่ได้รับเชิญตอบ เหมือนรู้ว่าเธอกังวลเรื่องอะไร “คุณทิวโทรตามป้าตั้งแต่เมื่อคืน พอเช้าป้าก็มาทำก
หลังจากนั้น ทิวเขาออกจากบ้านเพื่อขนของมาอยู่ด้วย รวมถึงเจ้าบิ๊กไบก์คันเก่ง เขาจัดการทุกอย่างดังที่พูด โดยที่เธอไม่ได้อนุญาต และไม่ได้ค้านเจ้าเอยเปลี่ยนเสื้อผ้าอย่างใจลอย ไร้วิญญาณ มีหลายเรื่องให้เธอคิดจนไม่คิดอะไรเลย ทิ้งมันทุกอย่าง และนอนบนเตียง เธอหลับยาวมาก ทั้งฝันร้ายที่วนลูปไปมา ภาพเดชคุณวิ่งหนีออกไปจากงานโดยที่เธอเอาแต่ร้องให้เขากลับมา กระนั้นกลับเหน็ดเหนื่อยจนไม่อาจตื่น และที่สำคัญ เธอไม่รู้ตัวว่ามีไข้อ่อน ๆทิวเขารออยู่จนกระทั่งครอบครัวของเธอมาถึง คนที่มาอีกคนคือรุ้งพราย ที่รีบเพราะเป็นห่วงเพื่อนเพื่อนของเจ้าเอยถามทิวเขาว่าได้เจอเดชคุณบ้างหรือไม่ เขาบอกว่าภีมกับริชาร์ดยังหาไม่เจอ ทั้งเดชคุณและอรพลินไม่ได้อยู่ในกรุงเทพ ส่วนพ่อแม่ของเดชคุณเดินทางกลับเมืองกาญทันที พวกท่านยังฝากขอโทษเจ้าเอย แต่ไม่ได้พูดถึงเรื่องค่าใช้จ่าย บอกแต่เพียงว่าให้ลูกชายมาจัดการสะสางเอง เพราะแม่ของเขาใจสลายที่ไม่ได้ลูกสะใภ้ดวงผลักดันสามี ไม่มีอารมณ์จะเจรจาอะไรอีกพิธีขึ้นบ้านใหม่นั้นจัดอย่างเรียบง่าย และค่อนข้างเงียบ เพราะเรื่องวุ่นวาย ไม่มีใครคุยกันเท่าไรเ
บ้านเรือนหอของเจ้าเอยเป็นบ้านเดี๋ยวขนาดเล็ก อยู่กันสองคนนับว่าสบาย ที่ตั้งอยู่แถวชานเมืองแต่ใกล้รถไฟฟ้า ที่เลือกในเมืองไม่ได้เพราะราคาแพง แต่เพราะเธอกับเดชคุณลองประเมินดูแล้ว เห็นว่าสถานที่สะดวกสบายกับการเดินทาง อีกทั้งยังสามารถผ่อนไหวโดยไม่ตึงมือ พวกเขาจึงเลือกที่นี่เมื่อเปิดประตูลงจากรถ เจ้าเอยต้องกลั้นน้ำตาต่อไป เพราะทุกอย่างในบ้านล้วนตกแต่งด้วยกันสองคน แต่ในวันนี้เธอกลับต้องพาสามีอีกคนมาแทนที่“นี่ค่ะพ่อ บ้านของเราสองคน” เธอจูงแขนพยุงบิดาเข้ามาดูในบ้าน โดยมีน้องสาวถือพวงมาลัยไว้ไหว้ผู้ใหญ่ตามมา เจ้านางก็น้ำตาคลอตลอด เพราะสงสารพี่สาว รุ้งพรายก็อีกคน ขอบตาแดงกันหมดศรมองรอบบ้านแล้วพยักหน้า “อืม แต่งได้น่ารัก อบอุ่นดี แล้วพ่อแม่ฝ่ายชายล่ะ”“คุณพ่อคุณแม่ฝากอวยพร เพราะมาไม่ไหวน่ะครับ” ทิวเขาตอบแทนศรที่ปรับเปลี่ยนความทรงจำตัวเองโดยไม่ได้ตั้งใจ เพราะรับเรื่องสะเทือนใจไม่ไหวเลือกรับเอาคำตอบนี้ เจ้าเหนือบอกให้เจ้านางส่งพวงมาลัยให้พี่สาว จากนั้นคนที่เหลือรออยู่หน้าประตูห้องนอนทิวเขาพยุงศรมานั่งบนเตียง ส่วนเจ้าเอยก็ส่งพวงมาลัยพวงใหญ่ ทั







