LOGINเจ้าเอยตื่นตั้งแต่ตีสี่ครึ่งเพื่ออาบน้ำล้างหน้า พอตีห้า รุ้งพรายมาเคาะประตู บอกว่าอรพลินยังไม่ตื่น แต่ตัวเธอนั้นแต่งตัวรอแล้ว เหลือทำผมกับแต่งหน้านิดหน่อย เลยจะมาช่วยกันแต่งในห้อง ภายหลัง น้องสาวอย่างเจ้านางก็เข้ามาช่วยอีกคน
เจ้านางตามเข้ามาทีหลังพร้อมกับอาหารเช้าง่าย ๆ ที่โรงแรมจัดเตรียมให้ ไม่นานนักเจ้าเอยก็สวมชุดไทยเสร็จเรียบร้อย ระหว่างที่น้องสาวแต่งตัว เธอหยิบแซนด์วิชกินไปพลาง จากนั้นก็ลงมือแต่งหน้าตัวเอง พอเห็นว่าใกล้หกโมง เพื่อนสนิทอีกคนยังไม่มาเลยเป็นห่วง
“ยัยอรเป็นอะไรหรือเปล่า ฉันว่าไม่โอเคแล้วนะ”
“นั่นสิ เดี๋ยวฉันไปเคาะห้อง” รุ้งพรายหยิบมือถือแล้วรีบเดินออกจากห้อง ไม่นานก็กลับมาแล้วบอกว่าเคาะแล้วไม่เปิด พอโทรศัพท์ก็ติด แต่ไม่รับ หญิงสาวเลยเดินกลับมาบอก
“ท้องไม่ดีหรือเปล่า” เจ้าเอยเป็นห่วงเพื่อน เพราะตั้งแต่หย่าร้างกับสามีเก่า อรพลินมีปัญหาเครียดลงกระเพาะ บางทีกินอะไรผิดสำแดงนิดเดียวก็ได้เข้าห้องน้ำ “เมื่อวานดูหน้าไม่ค่อยดี”
“อืม เดี๋ยวฉันไปดูอีกที แกลองถามเจ้าบ่าวว่าเป็นไงบ้าง” เพื่อนเจ้าสาวเตือน
ทว่าพวกเธอก็ไม่รู้ว่าฝั่งเพื่อนเจ้าบ่าวกำลังหัวหมุนยิ่งกว่า
พนักงานโรงแรมใช้คีย์การ์ดเปิดเข้าห้องของเดชคุณหลังจากเคาะเท่าไรก็ไม่ตอบ โทรไปก็ไม่รับ ทิวเขาพาเพื่อนอีกสองคน นั่นคือภีมกับริชาร์ดเข้าไปด้วยกัน แต่ทั้งสองกลับตกตะลึงเมื่อพบว่าห้องว่างเปล่า
“ไอ้เหี้ย มันไปไหนของมัน” หนุ่มหน้าฝรั่งแต่พูดภาษาไทยชัดถ้อยชัดคำถึงกับสบถ ขณะที่เพื่อนทั้งหมดแต่งหล่อเสร็จกันหมด เจ้าบ่าวดันหายหัว
ฝ่ายผู้ชายไม่ได้ตื่นเช้ามาเตรียมตัวเยอะแบบผู้หญิง แต่เพราะเป็นชุดไทย เดชคุณได้จ้างช่างมาแต่งตัว ช่างไม่อาจติดต่อได้เพราะเจ้าตัวไม่รับสาย พวกเพื่อนเจ้าบ่าวจึงวุ่นเลยทีนี้
“มันหายไปไหนวะ” ภีมถามเขา “ขี้แตกหรือเปล่าวะ”
“ห้องน้ำไม่มี” ริชาร์ดลองเปิดประตูห้องน้ำดู “ไม่มีกลิ่นขี้”
“ไอ้เวร”
ทิวเขาพึมพำ ด่าไปกังวลไป พวกเขาต่างรื้อค้น พบเพียงว่ากระเป๋าสตางค์กับมือถือของเพื่อนหายไป แต่ข้าวของที่เตรียมไว้ยังอยู่ครบหมด
ช่างแต่งตัวก็ยืนถือชุดไทยรอ “เจ้าบ่าวไปไหนนะฮ้า”
ทั้งสามมองหน้ากันแล้วรีบวิ่งออกไป
เริ่มจากพ่อแม่ของเดชคุณที่ตื่นแล้ว ทั้งสองต่างตกใจเช่นกัน จนเมื่อทิวเขาวิ่งไปยังห้องของเจ้าสาว ก็เจอกับรุ้งพรายที่ออกมาอีกครั้ง
“เออ พี่ทิวคะ” รุ้งพรายได้โอกาสจึงถาม “ฝั่งเจ้าบ่าวเป็นอย่างไรบ้างเอ่ย ยัยเอยโทรแล้วเห็นไม่รับสายเลย”
“เอ่อ” เขากลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก
“ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ” แม่ของเดชคุณรีบบอก “แค่มาดูเจ้าสาวเฉย ๆ ทางนี้เป็นไง”
“คุณแม่?” เขาหันไปมองแม่เพื่อน แต่เธอเล่นหูเล่นตาให้เขาเงียบ
“แต่...”
“ว่าไงจ๊ะ เจ้าสาวเป็นไง”
“ราบรื่นดีค่ะ จะมีเพื่อนคนหนึ่งน่าจะไม่สบาย นี่รุ้งว่าจะไปดูทั้งเพื่อนทั้งฝั่งเจ้าบ่าวพอดี”
“น้องอรใช่ไหม” ทิวเขาถามทันที เพราะเพื่อนเจ้าสาวมีเพียงเจ้านาง รุ้งพราย กับอรพลิน “น้องอรเป็นอะไร”
“อาจจะท้องไม่ดีน่ะค่ะ ยังไม่ออกจากห้องเลย ไม่รับสายด้วย นี่ว่าถ้าไม่เปิดห้องจะขอพนักงานเปิด กลัวเป็นลมจะเรื่องใหญ่”
“คุณพาไปเปิดห้องเพื่อนเจ้าสาวเลย” เขาสั่งออร์แกไนเซอร์ที่ตามมา ซึ่งก็เป็นพนักงานโรงแรมด้วย
“เอางั้นเหรอคะ”
“ไปเร็ว” เขาสั่งเสียงเฉียบ
รุ้งพรายยังมึนงง แต่ก็ตามไปแต่โดยดี ทว่าเมื่อพนักงานเปิดคีย์การ์ด พอเข้าไปแล้วกลับไม่พบอรพลินเช่นกัน ข้าวของที่เตรียมมาก็ยังอยู่ ยกเว้นเจ้าตัว
“ยัยอรไปไหนเนี่ย” รุ้งพรายงง เข้าไปดูในห้องน้ำก็แล้ว ว่างเปล่า
“เฮ้ย ไอ้ทิว...” ริชาร์ด หนุ่มฝรั่งหัวใจไทยแท้สะกิด “เจ้าบ่าวกับเพื่อนเจ้าสาวหายไปแบบนี้ กูว่าแปลก ๆ นะ มันบังเอิญเกินไป มึงรู้อะไรหรือเปล่า ทิว?”
“ไม่รู้โว้ย” ตัวเขาก็สับสนอยู่เช่นกัน “กูก็มึนเหมือนพวกมึงนี่แหละ”
“นี่...” รุ้งพรายมองเพื่อนเจ้าบ่าวแล้วยกมือปิดปาก “...เป็นไปไม่ได้”
“แต่พี่ว่ามันแปลก” หนุ่มฝรั่งยืนกรานทฤษฎีของตัวเอง
เธอส่ายหน้า “อรไม่ทำแบบนั้นหรอกค่ะ” เนื่องจากเป็นเพื่อนกันมานาน ไม่มีทางเกิดเรื่องฉาวหรอก “อาจจะบังเอิญ ว่าแต่เจ้าบ่าวหายไปจริง ๆ หรือคะ”
“ใช่จ้ะ เป็นไปไม่ได้” แม่ของเดชคุณกอดไหล่เธอ ส่วนคุณพ่อนั้นมีสีหน้าเคร่งเครียด “เดชคุณไม่มีทางทำแบบนั้นแน่ อย่างไรเดี๋ยวแม่โทรหาลูกชายเอง หนูอย่าเพิ่งพูดไปนะ”
“แต่...” เธอสบตากับทิวเขา “...ถ้าไม่ทันจะทำไงคะ”
“ผมว่าเราควรบอกน้องเอยแล้วเลื่อนงานก่อนนะครับ” ทิวเขาเตือน จากมาดหนุ่มนักบิด บัดนี้อยู่ในชุดไทย หล่อเหลาแต่หน้าเครียดไม่ต่างกับเพื่อนอีกสองคน
“จริงครับ” ภีมสนับสนุน
“นี่มันหกโมงครึ่งแล้ว ควรจะลงไปไหว้พระแล้วด้วย เราไม่มีทางดำเนินการทันตามเวลา”
“ไม่ได้จ้ะ ไม่ได้ มหาฤกษ์แบบนี้เลื่อนไม่ได้เด็ดขาด เดชคุณอาจมีธุระที่ยังจัดการไม่ได้ เดี๋ยวแม่ตามให้เอง ไม่ต้องห่วงนะทุกคน หนูไปดูเจ้าสาวเถอะจ้ะ”
คนเชื่อเรื่องดวงอย่างแม่ของเดชคุณไม่ยอมเด็ดขาด ดวงของเจ้าเอยเสริมลูกชายให้ดีในทุกด้าน หมอดูประจำเน้นย้ำว่าห้ามปล่อยไปเด็ดขาด
“แต่ผมว่า...”
“เดี๋ยวแม่ไปคุยกับเจ้าสาวเอง วันนี้ลูกชายแม่ต้องได้แต่งงานแน่ นี่มันงานของทิวหรือลูก!”
เจอไม้นี้เข้าไป เขาพูดไม่ออกเลย
หญิงสูงวัยชิงเดินออกจากห้องก่อน ส่วนทิวเขานั้นเร่งกดมือถือกระหน่ำโทรหาเจ้าบ่าวตัวดี
“ไอ้คุณ ไอ้เหี้ยเอ๊ย รับสิวะ”
เจ้าเอยตื่นตั้งแต่ตีสี่ครึ่งเพื่ออาบน้ำล้างหน้า พอตีห้า รุ้งพรายมาเคาะประตู บอกว่าอรพลินยังไม่ตื่น แต่ตัวเธอนั้นแต่งตัวรอแล้ว เหลือทำผมกับแต่งหน้านิดหน่อย เลยจะมาช่วยกันแต่งในห้อง ภายหลัง น้องสาวอย่างเจ้านางก็เข้ามาช่วยอีกคนเจ้านางตามเข้ามาทีหลังพร้อมกับอาหารเช้าง่าย ๆ ที่โรงแรมจัดเตรียมให้ ไม่นานนักเจ้าเอยก็สวมชุดไทยเสร็จเรียบร้อย ระหว่างที่น้องสาวแต่งตัว เธอหยิบแซนด์วิชกินไปพลาง จากนั้นก็ลงมือแต่งหน้าตัวเอง พอเห็นว่าใกล้หกโมง เพื่อนสนิทอีกคนยังไม่มาเลยเป็นห่วง“ยัยอรเป็นอะไรหรือเปล่า ฉันว่าไม่โอเคแล้วนะ”“นั่นสิ เดี๋ยวฉันไปเคาะห้อง” รุ้งพรายหยิบมือถือแล้วรีบเดินออกจากห้อง ไม่นานก็กลับมาแล้วบอกว่าเคาะแล้วไม่เปิด พอโทรศัพท์ก็ติด แต่ไม่รับ หญิงสาวเลยเดินกลับมาบอก“ท้องไม่ดีหรือเปล่า” เจ้าเอยเป็นห่วงเพื่อน เพราะตั้งแต่หย่าร้างกับสามีเก่า อรพลินมีปัญหาเครียดลงกระเพาะ บางทีกินอะไรผิดสำแดงนิดเดียวก็ได้เข้าห้องน้ำ “เมื่อวานดูหน้าไม่ค่อยดี”“อืม เดี๋ยวฉันไปดูอีกที แกลองถามเจ้าบ่าวว่าเป็นไงบ้าง” เพื่อนเจ้าสาวเตือนทว่าพวกเธอก็ไม่รู้ว่าฝั่งเพื่
ดึกคืนนั้น เจ้าเอยนั่งอยู่ในห้องนอน โดยมีพี่ชายกับน้องสาวนั่งอยู่เป็นเพื่อน ทั้งสองต่างพูดคุยเรื่องครอบครัว รวมไปถึงเรื่องของพ่อกับแม่ที่ผ่านไปแล้วด้วย“ถึงแม้พ่อจะเป็นแบบนี้ แต่ตอนนางแต่งงาน พ่อก็เข้ามาสวมกอดแล้วบอกยินดีด้วยนะลูก” เจ้านางเล่าประสบการณ์ของตัวเอง “ชั่วเวลานั้น เหมือนได้พ่อกลับคืนมาเลย พรุ่งนี้...พี่ก็คงได้เจอพ่อในแบบที่เราคิดถึงนะพี่”เจ้าเอยน้ำตาซึม ส่วนพี่ชายนั้นเข้าใจความยากลำบากของน้องสาวจึงลูบหัวทั้งสองคน“บางครั้งเวลาพ่อรู้สึกตัว เขาก็ถามถึงเอยกับนาง ว่าเป็นอย่างไร สบายดีหรือเปล่า อยู่ไกลจากบ้านเป็นห่วง พี่อยากให้น้องทั้งสองรู้ไว้ว่า ถึงพ่อจะเป็นแบบที่เห็น ขึ้น ๆ ลง ๆ มันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้จริง ๆ สมองของมนุษย์นั้นซับซ้อน แต่จิตใจของพ่อน่ะ ยังรักพวกน้องเหมือนเดิม”“จ้ะ ฉันเชื่อ”“รีบนอนนะเอย เดี๋ยวต้องตื่นเช้ามาก พรุ่งนี้เอยจะสวยที่สุดแล้ว” เจ้าเหนือบอกน้อง สามพี่น้องกอดกันตัวกลม สายใยรักใคร่ผูกพันที่ถึงแม้เติบโตจะอยู่ห่างกัน แต่ทุกอย่างยังเหมือนเดิมพวกเขาไม่รู้เลยว่า งานแต่งงานในวันพรุ่งนี้จะโกลาหลเพียงใด8 ชั่วโมงก่อนพิธีแต่งงานตรงประตูหนีไฟของโรงแรม เดชค
“ฉันเตรียมมาส์กหน้ามา เลือกของดี ของแพง บูสต์หน้าเร่งด่วน” รุ้งพรายหยิบข้าวของออกมาอวดให้มั่นใจได้ ว่าเป็นเพื่อนเจ้าสาวมืออาชีพ “ไหน เครื่องสำอางของเจ้าเอยเป็นไง”ฝ่ายอรพลินดูกระเป๋าเครื่องสำอาง ปกติเจ้าเอยแต่งหน้าน้อย อุปกรณ์ไม่เยอะ เมื่อเห็นของข้างใน จึงรู้ว่าเพื่อนรักยอมลงทุนซื้อเอง แต่ไม่ยอมจ้างช่าง แม่ม่ายสาวถึงกับกอดอก“นี่แก รวมกันได้ค่าทำผมแต่งหน้าเลยนะ”“แต่ซื้อเอง ยังเอาไปใช้ต่อได้นี่นา” เจ้าเอยตอบเสียงอ่อน เวลาทำแก้มพองหน้าอ้อน อรพลินถึงได้ถอนหายใจ เอ็นดูยายขี้งก“แล้วครอบครัวของแกมาแล้วยัง”“มาแล้ว พักผ่อนกันอยู่”ครอบครัวของเจ้าเอย นอกจากพ่อศร ศิลาคำแล้ว ยังมีเจ้าเหนือผู้เป็นพี่ชาย พ่วงด้วยภรรยากับลูกชาย และน้องสาวชื่อเจ้านางและสามี“พ่อแม่ของพี่คุณก็มาแล้ว ฮื้อ” เธอดึงแขนเพื่อนทั้งสองมากอด “ขอบคุณพวกแกมากเลยนะ”สองสาวอมยิ้ม ก่อนจะสวมกอดเจ้าเอย“ดีใจกับแกจริง ๆ นะ ยัยเอย” รุ้งพรายยิ้มดีใจ ขณะนั้นอรพลินมองเพื่อนทั้งสอง รอยยิ้มค่อย ๆ หุบลง สีหน้าเต็มไปด้วยความเศร้าและรู้สึกผิดเย็นวันนั้น สองครอบครัวต่างรับประทานอาหารกันพร้อมหน้า ค่ำคืนที่มีแต่เสียงหัวเราะและความสุข ส
หนึ่งวันก่อนวันแต่งงานเดชคุณเป็นหนุ่มวัยสามสิบสี่ ตามสไตล์สายเลือดไทย-จีนและดูแลตัวเอง หมั่นเข้ายิม ดูแลผิวพรรณ ใครเห็นก็นับเป็นตัวอย่างของลำดับอายุแบบใหม่ ที่ว่าวัยนี้ยังวัยรุ่นอยู่ ถึงอย่างนั้น เขาก็ยังดูโตกว่าเจ้าเอยที่อายุสามสิบสอง ด้วยบุคลิกภูมิฐาน แต่งตัวแบบโอลด์มันนี่ พอเดินควงแขนกับสาวเหนือร่างบาง แต่งหน้าอ่อน ๆ สวมชุดหวาน ๆ อวดผมสีดำสลวยกับดวงตาสีนิล ดูเข้ากันราวกับกิ่งทองใบหยก“วันนี้เอยน่ารักจัง” เดชคุณจับแก้มเธอเบา ๆทันใดนั้น ออร์แกไนเซอร์ได้กลับมาสอบถามว่าทุกอย่างเรียบร้อยหรือไม่ เจ้าเอยรีบพยักหน้า ส่วนเดชคุณหัวเราะในลำคอ “เจ้าสาวว่าอย่างไรก็อย่างนั้นครับ”ก่อนวันงานซึ่งก็คือวันนี้ ครอบครัวของทั้งสองมาพักที่โรงแรม โดยจะมีเพื่อนเจ้าสาวกับเพื่อนเจ้าบ่าวด้วย ส่วนนี้เดชคุณจัดการให้ก่อน เพราะมีส่วนลดกับคนที่สนิทกัน ก่อนหน้านี้ทั้งสองพาครอบครัวขึ้นห้องแล้ว นี่ก็ลงมาตรวจสอบรายละเอียดพอออร์แกไนเซอร์ปิดแฟ้มก็แสดงความยินดีอีกรอบ เจ้าเอยยอมรับว่าตื่นเต้นมากเดชคุณจับมือเธอ ทว่ามือของเขากลับเย็น “เอยตื่นเต้นมากเลยใช่ไหม แต่คืนนี้ต้องนอนหลับนะคะ จะได้ตื่นมาสวย ๆ”“ค่ะ” เธอพ
ได้ยินดังนั้น เธอถอนหายใจ “หิวน้ำไหมคะ เดี๋ยวเอยไปหยิบขวดน้ำให้”เขาส่ายหน้า โบกมือที่สวมถุงมืออยู่ เพราะปกติทิวเขาจะขี่บิ๊กไบก์คันแพง จึงมักเห็นเขาแต่งตัวแบบนี้ เครื่องแบบเสมอต้นเสมอปลายนั่นคือสวมแจ็กเกตกันลม กางเกงยีนบ้าง กางเกงหนังบ้าง รองเท้าบูตหนังไม่ก็ผ้าใบ เธอได้ยินว่าเขาเคยแข่งรถด้วย แต่นานมาแล้วทิวเขากับเดชคุณเป็นลูกคนรวยทั้งคู่ แต่อาชีพของทิวเขาทำอะไรนั้น เธอไม่เคยรู้เลย เดชคุณบอกว่าเขามีธุรกิจของตัวเอง และมักไป ๆ มา ๆ แบบนี้ เจ้าเอยได้แต่สงสัยว่าเป็นพวกลงทุนคริปโตหรือเปล่า“ไม่เอา พี่รีบ เอยเข้าไปเถอะ หรือเอยอยากไปหาไอ้คุณไหมล่ะ พี่จะพาไป” เขาถาม “เดี๋ยวนี้ไม่เห็นมาร้านหมอนั่นเลย”“พี่คุณทำงานนี่คะ เอยจะไปกวนทำไม”“แฟนไปหาแล้วจะทำไมล่ะ น้องก็ใจดีแบบนี้ ไปเฝ้ามันบ้างดิ ลูกค้าสาว ๆ เยอะแยะ”“พี่คุณไม่ใช่คนแบบนั้นหรอกค่ะ” ก่อนจะปรายตาตำหนิเล็กน้อย อยากจะบอกว่าไม่ใช่พี่สักหน่อยเพราะเขาไม่เปิดหน้า เลยได้ยินเสียงดังเฮอะเบา ๆ“ให้เอยไปเฝ้าคนทำงานทำไมล่ะคะ” เธอตอบพลางหัวเราะขำขัน “พี่คุณไม่ใช่คนเจ้าชู้สักหน่อย”สุดท้ายได้ส่งสายตามองคนตรงหน้าเป็นเชิงตำหนิมากกว่า“หรือพี่รู้
ได้ยินดังนั้น เธอถอนหายใจ “หิวน้ำไหมคะ เดี๋ยวเอยไปหยิบขวดน้ำให้”เขาส่ายหน้า โบกมือที่สวมถุงมืออยู่ เพราะปกติทิวเขาจะขี่บิ๊กไบก์คันแพง จึงมักเห็นเขาแต่งตัวแบบนี้ เครื่องแบบเสมอต้นเสมอปลายนั่นคือสวมแจ็กเกตกันลม กางเกงยีนบ้าง กางเกงหนังบ้าง รองเท้าบูตหนังไม่ก็ผ้าใบ เธอได้ยินว่าเขาเคยแข่งรถด้วย แต่นานมาแล้วทิวเขากับเดชคุณเป็นลูกคนรวยทั้งคู่ แต่อาชีพของทิวเขาทำอะไรนั้น เธอไม่เคยรู้เลย เดชคุณบอกว่าเขามีธุรกิจของตัวเอง และมักไป ๆ มา ๆ แบบนี้ เจ้าเอยได้แต่สงสัยว่าเป็นพวกลงทุนคริปโตหรือเปล่า“ไม่เอา พี่รีบ เอยเข้าไปเถอะ หรือเอยอยากไปหาไอ้คุณไหมล่ะ พี่จะพาไป” เขาถาม “เดี๋ยวนี้ไม่เห็นมาร้านหมอนั่นเลย”“พี่คุณทำงานนี่คะ เอยจะไปกวนทำไม”“แฟนไปหาแล้วจะทำไมล่ะ น้องก็ใจดีแบบนี้ ไปเฝ้ามันบ้างดิ ลูกค้าสาว ๆ เยอะแยะ”“พี่คุณไม่ใช่คนแบบนั้นหรอกค่ะ” ก่อนจะปรายตาตำหนิเล็กน้อย อยากจะบอกว่าไม่ใช่พี่สักหน่อยเพราะเขาไม่เปิดหน้า เลยได้ยินเสียงดังเฮอะเบา ๆ“ให้เอยไปเฝ้าคนทำงานทำไมล่ะคะ” เธอตอบพลางหัวเราะขำขัน “พี่คุณไม่ใช่คนเจ้าชู้สักหน่อย”สุดท้ายได้ส่งสายตามองคนตรงหน้าเป็นเชิงตำหนิมากกว่า“หรือพี่รู้







