LOGINเจ้าเอยตื่นตั้งแต่ตีสี่ครึ่งเพื่ออาบน้ำล้างหน้า พอตีห้า รุ้งพรายมาเคาะประตู บอกว่าอรพลินยังไม่ตื่น แต่ตัวเธอนั้นแต่งตัวรอแล้ว เหลือทำผมกับแต่งหน้านิดหน่อย เลยจะมาช่วยกันแต่งในห้อง ภายหลัง น้องสาวอย่างเจ้านางก็เข้ามาช่วยอีกคน
เจ้านางตามเข้ามาทีหลังพร้อมกับอาหารเช้าง่าย ๆ ที่โรงแรมจัดเตรียมให้ ไม่นานนักเจ้าเอยก็สวมชุดไทยเสร็จเรียบร้อย ระหว่างที่น้องสาวแต่งตัว เธอหยิบแซนด์วิชกินไปพลาง จากนั้นก็ลงมือแต่งหน้าตัวเอง พอเห็นว่าใกล้หกโมง เพื่อนสนิทอีกคนยังไม่มาเลยเป็นห่วง
“ยัยอรเป็นอะไรหรือเปล่า ฉันว่าไม่โอเคแล้วนะ”
“นั่นสิ เดี๋ยวฉันไปเคาะห้อง” รุ้งพรายหยิบมือถือแล้วรีบเดินออกจากห้อง ไม่นานก็กลับมาแล้วบอกว่าเคาะแล้วไม่เปิด พอโทรศัพท์ก็ติด แต่ไม่รับ หญิงสาวเลยเดินกลับมาบอก
“ท้องไม่ดีหรือเปล่า” เจ้าเอยเป็นห่วงเพื่อน เพราะตั้งแต่หย่าร้างกับสามีเก่า อรพลินมีปัญหาเครียดลงกระเพาะ บางทีกินอะไรผิดสำแดงนิดเดียวก็ได้เข้าห้องน้ำ “เมื่อวานดูหน้าไม่ค่อยดี”
“อืม เดี๋ยวฉันไปดูอีกที แกลองถามเจ้าบ่าวว่าเป็นไงบ้าง” เพื่อนเจ้าสาวเตือน
ทว่าพวกเธอก็ไม่รู้ว่าฝั่งเพื่อนเจ้าบ่าวกำลังหัวหมุนยิ่งกว่า
พนักงานโรงแรมใช้คีย์การ์ดเปิดเข้าห้องของเดชคุณหลังจากเคาะเท่าไรก็ไม่ตอบ โทรไปก็ไม่รับ ทิวเขาพาเพื่อนอีกสองคน นั่นคือภีมกับริชาร์ดเข้าไปด้วยกัน แต่ทั้งสองกลับตกตะลึงเมื่อพบว่าห้องว่างเปล่า
“ไอ้เหี้ย มันไปไหนของมัน” หนุ่มหน้าฝรั่งแต่พูดภาษาไทยชัดถ้อยชัดคำถึงกับสบถ ขณะที่เพื่อนทั้งหมดแต่งหล่อเสร็จกันหมด เจ้าบ่าวดันหายหัว
ฝ่ายผู้ชายไม่ได้ตื่นเช้ามาเตรียมตัวเยอะแบบผู้หญิง แต่เพราะเป็นชุดไทย เดชคุณได้จ้างช่างมาแต่งตัว ช่างไม่อาจติดต่อได้เพราะเจ้าตัวไม่รับสาย พวกเพื่อนเจ้าบ่าวจึงวุ่นเลยทีนี้
“มันหายไปไหนวะ” ภีมถามเขา “ขี้แตกหรือเปล่าวะ”
“ห้องน้ำไม่มี” ริชาร์ดลองเปิดประตูห้องน้ำดู “ไม่มีกลิ่นขี้”
“ไอ้เวร”
ทิวเขาพึมพำ ด่าไปกังวลไป พวกเขาต่างรื้อค้น พบเพียงว่ากระเป๋าสตางค์กับมือถือของเพื่อนหายไป แต่ข้าวของที่เตรียมไว้ยังอยู่ครบหมด
ช่างแต่งตัวก็ยืนถือชุดไทยรอ “เจ้าบ่าวไปไหนนะฮ้า”
ทั้งสามมองหน้ากันแล้วรีบวิ่งออกไป
เริ่มจากพ่อแม่ของเดชคุณที่ตื่นแล้ว ทั้งสองต่างตกใจเช่นกัน จนเมื่อทิวเขาวิ่งไปยังห้องของเจ้าสาว ก็เจอกับรุ้งพรายที่ออกมาอีกครั้ง
“เออ พี่ทิวคะ” รุ้งพรายได้โอกาสจึงถาม “ฝั่งเจ้าบ่าวเป็นอย่างไรบ้างเอ่ย ยัยเอยโทรแล้วเห็นไม่รับสายเลย”
“เอ่อ” เขากลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก
“ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ” แม่ของเดชคุณรีบบอก “แค่มาดูเจ้าสาวเฉย ๆ ทางนี้เป็นไง”
“คุณแม่?” เขาหันไปมองแม่เพื่อน แต่เธอเล่นหูเล่นตาให้เขาเงียบ
“แต่...”
“ว่าไงจ๊ะ เจ้าสาวเป็นไง”
“ราบรื่นดีค่ะ จะมีเพื่อนคนหนึ่งน่าจะไม่สบาย นี่รุ้งว่าจะไปดูทั้งเพื่อนทั้งฝั่งเจ้าบ่าวพอดี”
“น้องอรใช่ไหม” ทิวเขาถามทันที เพราะเพื่อนเจ้าสาวมีเพียงเจ้านาง รุ้งพราย กับอรพลิน “น้องอรเป็นอะไร”
“อาจจะท้องไม่ดีน่ะค่ะ ยังไม่ออกจากห้องเลย ไม่รับสายด้วย นี่ว่าถ้าไม่เปิดห้องจะขอพนักงานเปิด กลัวเป็นลมจะเรื่องใหญ่”
“คุณพาไปเปิดห้องเพื่อนเจ้าสาวเลย” เขาสั่งออร์แกไนเซอร์ที่ตามมา ซึ่งก็เป็นพนักงานโรงแรมด้วย
“เอางั้นเหรอคะ”
“ไปเร็ว” เขาสั่งเสียงเฉียบ
รุ้งพรายยังมึนงง แต่ก็ตามไปแต่โดยดี ทว่าเมื่อพนักงานเปิดคีย์การ์ด พอเข้าไปแล้วกลับไม่พบอรพลินเช่นกัน ข้าวของที่เตรียมมาก็ยังอยู่ ยกเว้นเจ้าตัว
“ยัยอรไปไหนเนี่ย” รุ้งพรายงง เข้าไปดูในห้องน้ำก็แล้ว ว่างเปล่า
“เฮ้ย ไอ้ทิว...” ริชาร์ด หนุ่มฝรั่งหัวใจไทยแท้สะกิด “เจ้าบ่าวกับเพื่อนเจ้าสาวหายไปแบบนี้ กูว่าแปลก ๆ นะ มันบังเอิญเกินไป มึงรู้อะไรหรือเปล่า ทิว?”
“ไม่รู้โว้ย” ตัวเขาก็สับสนอยู่เช่นกัน “กูก็มึนเหมือนพวกมึงนี่แหละ”
“นี่...” รุ้งพรายมองเพื่อนเจ้าบ่าวแล้วยกมือปิดปาก “...เป็นไปไม่ได้”
“แต่พี่ว่ามันแปลก” หนุ่มฝรั่งยืนกรานทฤษฎีของตัวเอง
เธอส่ายหน้า “อรไม่ทำแบบนั้นหรอกค่ะ” เนื่องจากเป็นเพื่อนกันมานาน ไม่มีทางเกิดเรื่องฉาวหรอก “อาจจะบังเอิญ ว่าแต่เจ้าบ่าวหายไปจริง ๆ หรือคะ”
“ใช่จ้ะ เป็นไปไม่ได้” แม่ของเดชคุณกอดไหล่เธอ ส่วนคุณพ่อนั้นมีสีหน้าเคร่งเครียด “เดชคุณไม่มีทางทำแบบนั้นแน่ อย่างไรเดี๋ยวแม่โทรหาลูกชายเอง หนูอย่าเพิ่งพูดไปนะ”
“แต่...” เธอสบตากับทิวเขา “...ถ้าไม่ทันจะทำไงคะ”
“ผมว่าเราควรบอกน้องเอยแล้วเลื่อนงานก่อนนะครับ” ทิวเขาเตือน จากมาดหนุ่มนักบิด บัดนี้อยู่ในชุดไทย หล่อเหลาแต่หน้าเครียดไม่ต่างกับเพื่อนอีกสองคน
“จริงครับ” ภีมสนับสนุน
“นี่มันหกโมงครึ่งแล้ว ควรจะลงไปไหว้พระแล้วด้วย เราไม่มีทางดำเนินการทันตามเวลา”
“ไม่ได้จ้ะ ไม่ได้ มหาฤกษ์แบบนี้เลื่อนไม่ได้เด็ดขาด เดชคุณอาจมีธุระที่ยังจัดการไม่ได้ เดี๋ยวแม่ตามให้เอง ไม่ต้องห่วงนะทุกคน หนูไปดูเจ้าสาวเถอะจ้ะ”
คนเชื่อเรื่องดวงอย่างแม่ของเดชคุณไม่ยอมเด็ดขาด ดวงของเจ้าเอยเสริมลูกชายให้ดีในทุกด้าน หมอดูประจำเน้นย้ำว่าห้ามปล่อยไปเด็ดขาด
“แต่ผมว่า...”
“เดี๋ยวแม่ไปคุยกับเจ้าสาวเอง วันนี้ลูกชายแม่ต้องได้แต่งงานแน่ นี่มันงานของทิวหรือลูก!”
เจอไม้นี้เข้าไป เขาพูดไม่ออกเลย
หญิงสูงวัยชิงเดินออกจากห้องก่อน ส่วนทิวเขานั้นเร่งกดมือถือกระหน่ำโทรหาเจ้าบ่าวตัวดี
“ไอ้คุณ ไอ้เหี้ยเอ๊ย รับสิวะ”
เด็กชายวัยหกขวบ นัยน์ตาคมแบบผู้เป็นพ่อชูมือขึ้น ด้วยความเป็นเด็ก วงหน้าจะยังกลมมน แก้มยุ้ยน่ารัก สายตาของเขาจับจ้องเด็กหญิงวัยอ่อนกว่าสองปี เธอมีผมสีดำหยักศกเล็กน้อย ดวงตาสีน้ำตาลแบบคุณพ่อ แต่รูปตาเรียวดั่งอัลมอนด์แบบคุณแม่ เด็กหญิงรีรอดูลังเลที่จะสไลด์ลงมา“ลงมาเลย พี่รอรับน้องอยู่ ไม่ต้องกลัวนะ”“ตะ แต่น้องกลัวนี่นา”“ไม่ต้องกลัว พี่อยู่นี่ไง”“พี่ต้องรับน้องนะ”“รับสิ”เด็กหญิงพยักหน้าแล้วกลั้นใจสไลด์ลงมา “ว้าว” แป๊บเดียวพี่ชายก็จับตัวให้หยุด เธอหัวเราะคิกคักเสียงน่ารัก “สนุกจัง”“ใช่ม้า งั้นไปเล่นอีกรอบ พี่ลงก่อนนะ” เด็กชายจับมือน้องสาวพาปีนขึ้นเครื่องเล่นผู้เป็นพ่อเป็นแม่นั่งมองลูกทั้งสองเล่นด้วยกัน ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่กันสองคน เด็กชายมีชื่อว่าทิวไผ่ ส่วนเด็กหญิงชื่อขวัญเอย ทั้งสองนามสกุลพรพันรบ เป็นลูกของทิวเขากับเจ้าเอย“หกปีแล้ว ไม่นึกว่าเวลาจะผ่านมาไวขนาดนี้” เจ้าเอยคุยกับสามี มือของเขาจับมือเธอแน่นเสมอมา แม้แต่ตอนนี้ ตอนคลอดทิวไผ่ ทั้งสองหัวยุ่งกันเลยทีเดียว แถมยิ่งโตยิ่งเหมือนพ่อ ขนาดที่ว่าพ่อแม่ของทิวเขาบ่นว่าทำไมไม่ได้อุปนิสัยมารดา พอเริ่มคลาน เริ่มวิ่งได้ ทีนี้ได้ตัว
แสงตะวันสาดส่องเข้าหน้าต่างในห้องแต่งตัว หากเดินออกมาชมทิวทัศน์ด้านนอกริมระเบียง จะเห็นขุนเขาเป็นเนินสีเขียว ด้านล่างมีสวนดอกไม้อวดสีสันสดใสงดงาม ลมเย็นเบาสบายพัดผ่านจนม่านโปร่งปลิวไสว เจ้าเอยเดินออกจากห้องแต่งตัวมายืนยังจุดนี้ ก่อนจะหันไปยิ้มให้กับตากล้องที่มาเก็บรูปก่อนเริ่มงานชุดเจ้าสาวสีขาวตัวนี้ต่างจากตัวแรกที่เธอสวมใส่ อีกทั้งยังเป็นชุดเย็บใหม่ที่เจ้าบ่าวซื้อให้เลย เป็นกระโปรงยาวเรียบ ๆ แต่ปักเย็บประณีต หากเทียบกับกำลังทรัพย์ของเจ้าบ่าวแล้ว ทิวเขานั้นมีฐานะมากกว่าเดชคุณแน่นอน ถึงอย่างนั้น ฝ่ายครอบครัวศิลาคำไม่ได้ขอสินสอดเลย แต่ทางบ้านพรพันรบก็มอบของขวัญให้มากมายเพื่อต้อนรับสะใภ้พวกเขาดีกับเธอมาก ดีจนเหมือนฝัน ดีจนที่เมื่อเธอแต่งตัวเสร็จ เจ้าเอยแอบหยิกตัวเองอยู่หลายทีพิธีในงานจัดเรียบง่าย วันก่อนทำบุญตักบาตรแล้วกราบไหว้บิดามารดา วันนี้เป็นวันเลี้ยงฉลอง เมื่อประตูอีกบานเปิด เจ้าบ่าวในชุดสีดำสูงสง่ายืนตะลึง จากที่มักมีผมยุ่งตลอด วันนี้พอปัดเสยขึ้น ทิวเขาดูหล่อเหลาราวกับราชนิกุล สายตาคมไม่ได้หลุกหลิกแม้แต่น้อย กลับจับจ้องเพียงแต่เจ้าสาวในชุดขาวจะไม่ให้เขาตะลึงได้อย่างไร
นับถอยหลังวันแต่งงานที่แท้จริง กระชั้นชิดเข้ามาเรื่อย ๆ เพื่อนร่วมงานร่วมอวยพรและขอให้งานผ่านไปอย่างราบรื่น เธอขออภัยที่ไม่อาจชวนได้ทุกคน“โธ่ ๆ ถ้าเกิดจบไม่ดีเหมือนครั้งก่อนก็แย่ เข้าใจนะ” พัชราเข้ามาจับไม้จับมือ “หวังว่าจะผ่านไปด้วยดี ไม่มีเจ้าบ่าวตัวแทนอีกนะจ๊ะ”เจ้าเอยฉีกยิ้มเสแสร้งอย่างเป็นงาน ถึงอย่างนั้น ร่องรอยริษยาปรากฏผ่านดวงตาของเพื่อนร่วมงาน เธอจึงไม่ได้ตอบโต้ ปล่อยให้อีกฝ่ายจมอยู่กับไฟอิจฉาต่อไป“เกรงใจทุกคนน่ะค่ะ งานจัดที่เขาใหญ่ด้วย เอยเข้าใจว่าไม่ใช่ทุกคนที่จะสะดวก”“ครั้งนี้ไปฮันนีมูนเลยนี่ พี่ว่าสมบูรณ์แล้วล่ะ” รุ่นพี่ในที่ทำงานเอ่ยเข้าข้าง “ครั้งนี้ได้แต่งกับคู่ตัวจริง ไม่มีทางเหมือนครั้งก่อนแน่นอน โชคดีแล้วล่ะเจ้าเอย”“ขอบคุณนะคะ”“บางคนปากไม่ดี อิจฉาน่ะแหละ เห็นเจ้าเอยมีคนดามใจไวไม่พอ ยังหล่ออย่างกับเจ้าชาย”พัชราร้อนตัวแทรกทันที “เจ้าชายเลยเหรอคะ ลุคแบบนั้น”“ลุคแบด ๆ พวกนี้เผ็ดนะคะคุณน้อง” พี่สอง รุ่นพี่ที่เจ้าเอยฝากให้ช่วยเลือกชุดไบเกอร์สาวมาให้ตอบโต้ ทั้งยังขยิบตารู้กัน“ฮอตเนิร์ดก็ร้อนแรงค่ะ” พัชราเถียง“จะว่างั้นก็ได้ค่ะ ใครจะไปรู้เนอะ” พี่สองหันมาพยั
ตอนกลางคืน หลังจากทิวเขาเดินสวมผ้าขนหนูเดินออกจากห้องน้ำ กำลังเช็ดที่ยังเปียกหมาด ๆ กลับพบเจ้าเอยยืนรอในชุดนอนสีดำซีทรูสุดวาบหวิว มีสายรัดลูกไม้ตรงเอวกับต้นขา“ของขวัญสุดท้ายค่ะ” เธอยืนเอียงคอเอามือไพล่หลังแค่นี้เขาคำรามในคอ “น้องเอย พี่ชอบมากเลยครับ เพราะงั้น...”สามีสุดหื่นเตรียมพร้อมจะจับคุณภรรยากินให้หนำใจในทันที แต่เจ้าเอยคล้ายรู้ทัน หยิบไม้แขวนเสื้อดันออกอกยืนอยู่ เขาได้แต่ทำเสียงครางหงิง“ไม่เอาสิคะ ยังไม่ได้ให้เลย”“ก็พี่กำลังจะแกะ”“จุ๊ ๆ” เธอยกนิ้วขึ้น เจ้าเอยแอบไปศึกษาจากบทความ รวมถึงกรุ๊ปที่เขาเม้ามอยกันเรื่องบนเตียง ว่าผู้ชายชอบอะไรบ้าง อย่างทิวเขานั้น ไม่รู้ว่าเขาชอบเห็นภรรยาแต่งตัวคอสตูมหรือไม่ จึงเลือกชุดนอนแบบไม่ได้นอนแทน ทั้งยังจะลองทำสิ่งตัวเองยังไม่เคยทำให้เขาด้วยเจ้าเอยเดินไปหา ลูบมือจากหน้าอกของเขาจึงมาถึงผ้าขนหนู เห็นลูกกระเดือกของทิวเขาขยับ“น้องเอย อย่าทดสอบความอดทนของพี่นะ”เขาเหมือนกับเสือร้ายที่พร้อมขย้ำ โดนยั่วยวนขนาดนี้ เขาอยากจะอุ้มเธอแล้วปล้ำบนเตียงจนถึงเช้าเลย คอยดูเถิด“ต้องใจเย็นสิคะ” เธอบอกแล้วกระตุกผ้าขนหนูของเขาจนมันหล่นกองกับพื้น อวดร่าง
หลังจากนั้นวันนั้น ทิวเขากับเจ้าเอยได้ไปจดทะเบียนสมรสที่เขตอย่างเป็นทางการ เหลืองานแต่งที่จะจัดขึ้นที่เขาใหญ่เจ้าเอยรู้สึกว่าทิวเขาทำตัวเป็นแมวน้อยมากกว่าโกลเด้นมากขึ้นทุกวัน ทั้งอ้อนทั้งเข้ามากอดรัดออเซาะตลอด อย่างไรก็ตาม เธอไม่ได้ขัดใจหรอก กลับชอบใจด้วยซ้ำ ไม่รู้ว่าภีมคุยกับจูเน่ถึงไหนกันแน่ แต่ได้ยินว่าหญิงสาวบินกลับไปออสเตรเลียเรียบร้อยแล้ว“จะว่าไป พี่ภีมกับพี่ริชาร์ดไม่มีแฟนเหรอคะ” เธอถามทิวเขาขณะเขามาส่งเธอไปทำงาน“ริชาร์ดมี แต่แฟนเรียนป.เอกอยู่เมืองนอก”“อ้อ คนไทยหรือคะ”“คนไทยสิ” เขาค่อย ๆ เปลี่ยนเกียร์จอด “ส่วนภีม มันปิ๊งสาวอยู่ แต่ยังไม่กล้าจีบ”“ทำไมคะ”“ไม่รู้มัน” เขายักไหล่แล้วหอมแก้มเธอ “ตอนเย็นมารับเหมือนเดิมนะครับ”“ขอบคุณค่ะ” เธอยิ้ม “วันนี้เอยมีของจะเซอร์ไพรส์ด้วยนะ” บอกแล้วเปิดประตูลงไปเลย ทิวเขาที่รอฟังเลยได้แต่รอเก้อ“แบบนี้ค้างสิครับ น้องเอย” เขาตะโกนผ่านกระจก แต่เจ้าเอยเพียงโบกมือ ยิ้มหวานอย่างเดียวแท้จริงแล้ว เจ้าเอยอยากเป็นฝ่ายให้บ้าง เธอคิดว่ารับจากทิวเขามาเยอะ ทั้งแรงสนับสนุนทางกายและทางอารมณ์ เสียงนินทาซุบซิบเกี่ยวกับวันงานแสนโกลาหลเบาลง เมื่อ
ทิวเขาถูกประคองออกมาจนถึงลอบบีโรงแรม เดชคุณกับริชาร์ดวางตัวเพื่อนลง เขาแสร้งร้องโอดโอยอยากให้เจ้าเอยเอาใจ“โอย พี่เหมือนเดินไม่ไหวเลย”“งั้นหรือคะ นี่พี่จูเน่ทำอะไรกันแน่เนี่ย”“มันสำออย” ริชาร์ดชี้ “ตอนเดินลงมา มันก็ยังเดินได้ กะอีแค่แผลถลอกนิดเดียว น้องเอยอย่าตกหลุมพราง”“แม่ง” พลันก็ยกเท้าเตะเพื่อน“นั่นไง”เจ้าเอยยิ้ม เธอนั่งลงข้าง ๆ สามี ดีที่จับใส่เสื้อผ้าคลุมแล้วแต่ยังไม่เรียบร้อย จึงช่วยติดกระดุมให้“ทำไมพี่จูเน่เล่นแรงขนาดนี้คะ ต้องถึงกับชอร์ตไฟฟ้าเลยเหรอ พี่จะแจ้งความไหม”เขานิ่งไปนิดหนึ่ง ก่อนจะส่ายหน้า “พี่ว่าภีมคงทำให้เธอเข้าใจแล้วล่ะ แล้วทำไมถึงมากันหมดได้”“น้องเอยโทรไปหาไอ้ภีม พวกเราก็เลยโดนเรียกมาด้วย พอเห็นรูป พอดีไอ้ริชาร์ดจำได้ว่าที่ไหน” เดชคุณเล่าให้ฟัง ชั่วแวบหนึ่งที่เขาสบตากับเจ้าเอย ก่อนจะละสายตาไปทางอื่น “นั่นแหละ พวกเราก็เลยรีบมา ไม่รู้ว่าจูเน่จะบ้าขนาดนี้”“เฮ้ย ทำไมแกจำได้วะ ไอ้ริช เคยมากับใคร” ทิวเขายังมีอารมณ์แซวเพื่อน เลยโดนริชาร์ดเตะเบา ๆ“เงียบไปเลย คุณมึง”“แล้วทำไมต้องขนาดนี้ด้วย เอยฟังแล้ว ไม่ว่ายังไงก็ไม่เข้าใจ”“จูเน่น่ะ ไม่เคยโดนปฏิเสธ
บนเวทีนั้น เจ้าเอยใช่ว่าจะไม่รู้สึกว่าทุกอย่างพิลึกพิกลไปเสียหมด บรรยากาศปราศจากความสุขจนเธอยิ้มไม่ออกแล้ว เมื่อถึงช่วงเซ็นเอกสาร ตัวเธอเซ็นไปก่อน แต่เดชคุณกลับกำปากกาแน่น ไม่รู้เพราะอะไรถึงไม่ยอมจรดนามลงไปสักทีเพราะเหตุใดหัวใจของเธอถึงได้เต้นเร็วนัก หวาดกลัวกับบางสิ่ง แค่เห็นสายตาแขกมอ
เพราะแม่ของเดชคุณกลัวคนทำลายฤกษ์แต่งงานของลูกชาย เธอจึงจัดการทั้งโทรทั้งส่งข้อความขู่ ไม่นานนัก เดชคุณโทรกลับมาบอกสั้น ๆ ว่ากำลังกลับไป เธอเลยสบายใจ บอกเพื่อนเจ้าบ่าวว่าเดชคุณกำลังกลับมา พอพูดแบบนี้ ก็หาข้ออ้างเลื่อนไม่ได้“เดชคุณอาจตื่นเต้นน่ะ” พ่อของเขากล่าว “เจ้าหมอนี่ไม่เคยคิดเรื่อ
ไม่นาน แม่ของเดชคุณไปถึงห้องเจ้าสาว เดินเข้ามาในห้องอย่างมั่นใจ พร้อมทั้งส่งสายตาดุดันไม่ให้รุ้งพรายพูดอะไร พอเห็นเจ้าเอยหันมาก็รีบเดินไปจับมือ ด้านข้างมีเจ้านางที่แต่งตัวเป็นเพื่อนเจ้าสาวเสร็จแล้วเช่นกัน งามละมุนด้วยกันทั้งพี่ทั้งน้อง“ลูกเอย ลูกเอยของแม
ดึกคืนนั้น เจ้าเอยนั่งอยู่ในห้องนอน โดยมีพี่ชายกับน้องสาวนั่งอยู่เป็นเพื่อน ทั้งสองต่างพูดคุยเรื่องครอบครัว รวมไปถึงเรื่องของพ่อกับแม่ที่ผ่านไปแล้วด้วย“ถึงแม้พ่อจะเป็นแบบนี้ แต่ตอนนางแต่งงาน พ่อก็เข้ามาสวมกอดแล้วบอกยินดีด้วยนะลูก” เจ้านางเล่าประสบการณ์ของตัวเอง “ชั่วเวลานั้น เหมือนได้พ่อกลับคืนมา




![[NL]ปฏิญาณร้าย ทลายใจอัลฟ่า](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


