Mag-log inเจ้าเอยตื่นตั้งแต่ตีสี่ครึ่งเพื่ออาบน้ำล้างหน้า พอตีห้า รุ้งพรายมาเคาะประตู บอกว่าอรพลินยังไม่ตื่น แต่ตัวเธอนั้นแต่งตัวรอแล้ว เหลือทำผมกับแต่งหน้านิดหน่อย เลยจะมาช่วยกันแต่งในห้อง ภายหลัง น้องสาวอย่างเจ้านางก็เข้ามาช่วยอีกคน
เจ้านางตามเข้ามาทีหลังพร้อมกับอาหารเช้าง่าย ๆ ที่โรงแรมจัดเตรียมให้ ไม่นานนักเจ้าเอยก็สวมชุดไทยเสร็จเรียบร้อย ระหว่างที่น้องสาวแต่งตัว เธอหยิบแซนด์วิชกินไปพลาง จากนั้นก็ลงมือแต่งหน้าตัวเอง พอเห็นว่าใกล้หกโมง เพื่อนสนิทอีกคนยังไม่มาเลยเป็นห่วง
“ยัยอรเป็นอะไรหรือเปล่า ฉันว่าไม่โอเคแล้วนะ”
“นั่นสิ เดี๋ยวฉันไปเคาะห้อง” รุ้งพรายหยิบมือถือแล้วรีบเดินออกจากห้อง ไม่นานก็กลับมาแล้วบอกว่าเคาะแล้วไม่เปิด พอโทรศัพท์ก็ติด แต่ไม่รับ หญิงสาวเลยเดินกลับมาบอก
“ท้องไม่ดีหรือเปล่า” เจ้าเอยเป็นห่วงเพื่อน เพราะตั้งแต่หย่าร้างกับสามีเก่า อรพลินมีปัญหาเครียดลงกระเพาะ บางทีกินอะไรผิดสำแดงนิดเดียวก็ได้เข้าห้องน้ำ “เมื่อวานดูหน้าไม่ค่อยดี”
“อืม เดี๋ยวฉันไปดูอีกที แกลองถามเจ้าบ่าวว่าเป็นไงบ้าง” เพื่อนเจ้าสาวเตือน
ทว่าพวกเธอก็ไม่รู้ว่าฝั่งเพื่อนเจ้าบ่าวกำลังหัวหมุนยิ่งกว่า
พนักงานโรงแรมใช้คีย์การ์ดเปิดเข้าห้องของเดชคุณหลังจากเคาะเท่าไรก็ไม่ตอบ โทรไปก็ไม่รับ ทิวเขาพาเพื่อนอีกสองคน นั่นคือภีมกับริชาร์ดเข้าไปด้วยกัน แต่ทั้งสองกลับตกตะลึงเมื่อพบว่าห้องว่างเปล่า
“ไอ้เหี้ย มันไปไหนของมัน” หนุ่มหน้าฝรั่งแต่พูดภาษาไทยชัดถ้อยชัดคำถึงกับสบถ ขณะที่เพื่อนทั้งหมดแต่งหล่อเสร็จกันหมด เจ้าบ่าวดันหายหัว
ฝ่ายผู้ชายไม่ได้ตื่นเช้ามาเตรียมตัวเยอะแบบผู้หญิง แต่เพราะเป็นชุดไทย เดชคุณได้จ้างช่างมาแต่งตัว ช่างไม่อาจติดต่อได้เพราะเจ้าตัวไม่รับสาย พวกเพื่อนเจ้าบ่าวจึงวุ่นเลยทีนี้
“มันหายไปไหนวะ” ภีมถามเขา “ขี้แตกหรือเปล่าวะ”
“ห้องน้ำไม่มี” ริชาร์ดลองเปิดประตูห้องน้ำดู “ไม่มีกลิ่นขี้”
“ไอ้เวร”
ทิวเขาพึมพำ ด่าไปกังวลไป พวกเขาต่างรื้อค้น พบเพียงว่ากระเป๋าสตางค์กับมือถือของเพื่อนหายไป แต่ข้าวของที่เตรียมไว้ยังอยู่ครบหมด
ช่างแต่งตัวก็ยืนถือชุดไทยรอ “เจ้าบ่าวไปไหนนะฮ้า”
ทั้งสามมองหน้ากันแล้วรีบวิ่งออกไป
เริ่มจากพ่อแม่ของเดชคุณที่ตื่นแล้ว ทั้งสองต่างตกใจเช่นกัน จนเมื่อทิวเขาวิ่งไปยังห้องของเจ้าสาว ก็เจอกับรุ้งพรายที่ออกมาอีกครั้ง
“เออ พี่ทิวคะ” รุ้งพรายได้โอกาสจึงถาม “ฝั่งเจ้าบ่าวเป็นอย่างไรบ้างเอ่ย ยัยเอยโทรแล้วเห็นไม่รับสายเลย”
“เอ่อ” เขากลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก
“ไม่มีอะไรหรอกจ้ะ” แม่ของเดชคุณรีบบอก “แค่มาดูเจ้าสาวเฉย ๆ ทางนี้เป็นไง”
“คุณแม่?” เขาหันไปมองแม่เพื่อน แต่เธอเล่นหูเล่นตาให้เขาเงียบ
“แต่...”
“ว่าไงจ๊ะ เจ้าสาวเป็นไง”
“ราบรื่นดีค่ะ จะมีเพื่อนคนหนึ่งน่าจะไม่สบาย นี่รุ้งว่าจะไปดูทั้งเพื่อนทั้งฝั่งเจ้าบ่าวพอดี”
“น้องอรใช่ไหม” ทิวเขาถามทันที เพราะเพื่อนเจ้าสาวมีเพียงเจ้านาง รุ้งพราย กับอรพลิน “น้องอรเป็นอะไร”
“อาจจะท้องไม่ดีน่ะค่ะ ยังไม่ออกจากห้องเลย ไม่รับสายด้วย นี่ว่าถ้าไม่เปิดห้องจะขอพนักงานเปิด กลัวเป็นลมจะเรื่องใหญ่”
“คุณพาไปเปิดห้องเพื่อนเจ้าสาวเลย” เขาสั่งออร์แกไนเซอร์ที่ตามมา ซึ่งก็เป็นพนักงานโรงแรมด้วย
“เอางั้นเหรอคะ”
“ไปเร็ว” เขาสั่งเสียงเฉียบ
รุ้งพรายยังมึนงง แต่ก็ตามไปแต่โดยดี ทว่าเมื่อพนักงานเปิดคีย์การ์ด พอเข้าไปแล้วกลับไม่พบอรพลินเช่นกัน ข้าวของที่เตรียมมาก็ยังอยู่ ยกเว้นเจ้าตัว
“ยัยอรไปไหนเนี่ย” รุ้งพรายงง เข้าไปดูในห้องน้ำก็แล้ว ว่างเปล่า
“เฮ้ย ไอ้ทิว...” ริชาร์ด หนุ่มฝรั่งหัวใจไทยแท้สะกิด “เจ้าบ่าวกับเพื่อนเจ้าสาวหายไปแบบนี้ กูว่าแปลก ๆ นะ มันบังเอิญเกินไป มึงรู้อะไรหรือเปล่า ทิว?”
“ไม่รู้โว้ย” ตัวเขาก็สับสนอยู่เช่นกัน “กูก็มึนเหมือนพวกมึงนี่แหละ”
“นี่...” รุ้งพรายมองเพื่อนเจ้าบ่าวแล้วยกมือปิดปาก “...เป็นไปไม่ได้”
“แต่พี่ว่ามันแปลก” หนุ่มฝรั่งยืนกรานทฤษฎีของตัวเอง
เธอส่ายหน้า “อรไม่ทำแบบนั้นหรอกค่ะ” เนื่องจากเป็นเพื่อนกันมานาน ไม่มีทางเกิดเรื่องฉาวหรอก “อาจจะบังเอิญ ว่าแต่เจ้าบ่าวหายไปจริง ๆ หรือคะ”
“ใช่จ้ะ เป็นไปไม่ได้” แม่ของเดชคุณกอดไหล่เธอ ส่วนคุณพ่อนั้นมีสีหน้าเคร่งเครียด “เดชคุณไม่มีทางทำแบบนั้นแน่ อย่างไรเดี๋ยวแม่โทรหาลูกชายเอง หนูอย่าเพิ่งพูดไปนะ”
“แต่...” เธอสบตากับทิวเขา “...ถ้าไม่ทันจะทำไงคะ”
“ผมว่าเราควรบอกน้องเอยแล้วเลื่อนงานก่อนนะครับ” ทิวเขาเตือน จากมาดหนุ่มนักบิด บัดนี้อยู่ในชุดไทย หล่อเหลาแต่หน้าเครียดไม่ต่างกับเพื่อนอีกสองคน
“จริงครับ” ภีมสนับสนุน
“นี่มันหกโมงครึ่งแล้ว ควรจะลงไปไหว้พระแล้วด้วย เราไม่มีทางดำเนินการทันตามเวลา”
“ไม่ได้จ้ะ ไม่ได้ มหาฤกษ์แบบนี้เลื่อนไม่ได้เด็ดขาด เดชคุณอาจมีธุระที่ยังจัดการไม่ได้ เดี๋ยวแม่ตามให้เอง ไม่ต้องห่วงนะทุกคน หนูไปดูเจ้าสาวเถอะจ้ะ”
คนเชื่อเรื่องดวงอย่างแม่ของเดชคุณไม่ยอมเด็ดขาด ดวงของเจ้าเอยเสริมลูกชายให้ดีในทุกด้าน หมอดูประจำเน้นย้ำว่าห้ามปล่อยไปเด็ดขาด
“แต่ผมว่า...”
“เดี๋ยวแม่ไปคุยกับเจ้าสาวเอง วันนี้ลูกชายแม่ต้องได้แต่งงานแน่ นี่มันงานของทิวหรือลูก!”
เจอไม้นี้เข้าไป เขาพูดไม่ออกเลย
หญิงสูงวัยชิงเดินออกจากห้องก่อน ส่วนทิวเขานั้นเร่งกดมือถือกระหน่ำโทรหาเจ้าบ่าวตัวดี
“ไอ้คุณ ไอ้เหี้ยเอ๊ย รับสิวะ”
กลิ่นหอมจากสบู่และโลชั่นที่เธอทาไปทั่วตัวหอมละมุนฟุ้งไปทั่ว ทุกจังหวะที่ริมฝีปากของเขาจูบไปตามซอกคอ วนมาจูบริมฝีปาก จูบหน้าผาก สันจมูก สองข้างแก้ม ทุกอย่างที่เป็นที่ว่างให้ได้จูบ ทิวเขาแตะหมดทุกอย่าง ราวกับจับจองว่าผู้หญิงคนนี้เป็นของตัวเองทั้งตัว ทุกสัดส่วน ทุกพื้นที่ ไม่เว้นว่างให้ผู้ใดอีก เสียงลมหายใจของเธอขาดหายเป็นห้วง ริมฝีปากเผยออ้าส่งเสียงครางหวานไปกับบทเล้าโลม ไม่มีห้าม ไม่มีรั้งเขารู้ว่าค่ำคืนนี้จะดำเนินไปอย่างหวานฉ่ำโคมไฟข้างหัวเตียงยังเปิดอยู่ ทำให้เขามองเห็นใบหน้าและเรือนร่างของเธอชัดเจน กระดุมที่ถูกดึงแยกออกเผยให้เห็นเนินอกฟู เจ้าเอยของเขาซ่อนรูปไม่น้อย ทั้งนิ่มทั้งหอมเธอเป็นของเขาทิวเขาลุกขึ้นนั่งคร่อมเพื่อถอดเสื้อยืดตัวบางออก อวดแผงกล้ามแน่น จากนั้นก้มตัวลง ฝ่ามือร้อนลูบข้างเอวของเธอก่อนช้อนพยุงยามเธอแอ่นตัวขึ้นมา บทเกริ่นก่อนเริงรักนั้นอ้อยอิ่ง เพราะเขารู้ว่ามันเป็นครั้งแรกของเจ้าเอย ฝ่ามือของเขาไล้ไปตามผิวนุ่มนิ่ม เนียนละเอียด เมื่อเขาดึงเปิดให้ชุดท่อนบนแหกออก ทิวเขาใช้มือขวากอบกุมหน้าอกข้างหนึ่ง จากนั้นเขยิบตัวเลื่อนลงไปจูบครอบ
สายน้ำบนฝักบัวไหลผ่านเรือนร่าง แม้ถูสบู่ขัดเนื้อตัวจนสะอาด แต่เจ้าเอยกลับยังยืนแช่อยู่แบบนั้น เพราะกำลังคิดถึงชีวิตที่ผ่านมา สองเดือนนี้ชีวิตเปลี่ยนไปจากก่อนแต่งงานมากเพียงใดอย่างแรก เธอได้แต่งงานกับคนที่ไม่ได้คบกันมาก่อน แม้ทะเบียนจะยังไม่ได้รับการรับรองก็ตามอย่างที่สอง เจ้าบ่าวตัวแทนกลายเป็นสามีที่เยียวยาหัวใจมากถึงที่สุด แต่ลึก ๆ เธอยังคงหวาดกลัวการสาดเทความรักมากมายแล้วจะเปลี่ยนเป็นคนละคนเหมือนกันอย่างสุดท้าย เธอกำลังจะได้แต่งงานใหม่อีกครั้งแม้แต่เพื่อนและคนรอบกายแทบไม่อยากจะเชื่อ ว่าเธอใช้ชีวิตกับเจ้าบ่าวที่มาสวมรอยแต่งแทนมาถึงตอนนี้ แล้วยังเข้าประตูวิวาห์อีกรอบในเวลาใกล้กันเพราะเอาแต่จมอยู่กับกระแสความคิด จึงไม่ได้ฟังเสียงประตูห้องน้ำถูกใครคนหนึ่งเปิดเข้ามาอย่างถือวิสาสะ ทิวเขาเห็นเจ้าเอยอาบน้ำนานจึงเป็นห่วง แต่ความเจ้าเล่ห์กว่านั้นคือ เขาไม่เรียกเข้ามาเลยพอเห็นเรือนร่างคุณภรรยาผ่านกระจกราง ๆ เขาก็ถอดเสื้อทีละชิ้นจนเปลือยหมด กว่าเจ้าเอยจะรู้ตัวกว่ามีคนตัวสูงใหญ่มาโอบอยู่ด้านหลัง ท่อนแขนแกร่งทั้งสองข้างวางเท้ากับฝาผนัง
ภายในห้องวีไอพีแบบส่วนตัวจะจัดบนชั้นลอย เห็นวิวตอนกลางคืน โดยเฉพาะแสงไฟในสวนด้านข้างที่เดชคุณตั้งใจจัดเพื่อสร้างทัศนียภาพ สองเดือนหลังจากวันงานแต่งงานสุดวินาศสันตะโร ดูเหมือนชีวิตแต่ละคนจะกลับมาเป็นปกติ เสียงนินทา เรื่องเล่าปากต่อปากก็ยังคงมีอยู่บ้างหนุ่มหน้าฝรั่งหัวใจไทยแท้อย่างริชาร์ดนั่งจิบบรั่นดีเงียบ ๆ เขามีเสี้ยวไทยนิดเดียว หน้าตาจึงออกไปทางตะวันตกมากกว่า เป็นถึงทายาทเจ้าของโรงเรียนานาชาติ ซึ่งปัจจุบันเป็นรองประธานผู้บริหารตอนเรียนเมืองนอก ทิวเขากับภีมอยู่เมืองเดียวกัน ส่วนเขาอยู่เมืองเดียวกับเดชคุณ เลยจับคู่กันเช่าอพาร์ตเมนต์ ดังนั้นหากเป็นเรื่องลับมาก ๆ เดชคุณจะเปิดใจกับเขามากกว่า แต่ครั้งนี้เขาผิดหวังที่ตัวเองไม่รู้เรื่องนอกใจเลย หากเขารู้ก่อน หรือเดชคุณแง้มให้สงสัยบ้าง เขาคงจะห้ามเพื่อนได้ทัน“รอนานไหม” เจ้าของบาร์เดินเข้ามา“ไม่นาน” ริชาร์ดชูมือถือ เปิดภาพพี่สาวสุดสวยทั้งสามคนของทิวเขาถ่ายรูปร่วมเฟรมเดียวกับเจ้าเอย ดูท่าหญิงสาวจะถูกลากไปเป็นตุ๊กตา โดนจับแต่งตัวเสียแล้ว “เหลือครอบครัวทั้งหมดแล้วล่ะ”เขาเห็นเพื่อนรักกลืนน้ำลาย “งั้
หลังจากกลับจากงานวัด ทิวเขากับเจ้าเอยแยกย้ายไปจัดการตัวเอง ถึงแม้เธอจะร้องไห้วันนี้ แต่เขามีความสุขที่เป็นคนปลอบ และยังทำให้เธอยิ้มได้หลังจากนั้นทิวเขาอาบน้ำล้างหน้าจนเสร็จก็มานั่งอยู่บนโซฟาที่เป็นเตียงของตัวเองชั่วคราว ถึงเดชคุณขนของออกไปแล้ว แต่เขายังไม่ได้ขนย้ายของตัวเองเข้ามา ไม่เป็นไรหรอก ชายหนุ่มคิดอย่างใจเย็น แค่นี้ก็ถือว่ารุกจีบแบบขึ้นทางด่วนแล้วเขานั่งดูรูปที่ถ่ายกับเจ้าเอยในงานวัดแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว นั่งมองคนที่ตัวเองแอบรักไม่มีเบื่อ ดวงตาแสนเศร้าแต่ยังยิ้มได้ของเจ้าเอยงดงาม รอยยิ้มน่ารักที่หวังจะกลบความเศร้าลงไป เมื่อไรเขาจะทำให้ไอเศร้าโศกหายไปได้ทั้งหมดพลันมีข้อความโผล่ขึ้นบนหน้าจอพาแม่บ้านของพี่ไปดูแลสาวหรือยะเขารีบเปิดอ่านแล้วตอบวันเดียวเองใครยะ แกมีสาวใหม่ตอนไหนมีคนเดียว เจ้าเอยเล่าให้พี่ฟังเดี๋ยวนี้ ทีกับพี่ดินยังเล่าให้ฟัง ทำไมไม่เล่าให้พี่ฟังบ้างถามป้าสายดิ!จากนั้นกลับมาดูรูปงานวัดใหม่ ไม่สนข้อความ
หลังฉากโต๊ะของทั้งสองจะเห็นพระปรางค์สีออกส้มอยู่ฝั่งตรงข้าม ท่าทางพูดคุยกะหนุงกะหนิงสะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ที่คืบหน้าไปมาก ใบหน้าของทิวเขาผ่อนคลายถึงที่สุดผู้ที่มองคนทั้งสองอยู่ห่าง ๆ อมยิ้ม ต่างถ่ายรูปเก็บหลักฐานไว้ส่งให้พ่อแม่พวกเธอมีกันถึงสามคน เมื่อหันหน้ามาสบตากัน สามสาวสุดเปรี้ยว ที่แม้ต่างแต่งตัวคนละแนว แต่ดูดีเหมาะกับบุคลิกต่างลุกขึ้น เดินสับส้นสูงตรงไปหาคนทั้งสองทิวเขาที่กำลังรอเจ้าเอยแกะเนื้อปูให้สังหรณ์ใจแปลก ๆ จึงหันไปแวบหนึ่ง แล้วต้องหันหน้าไปอีกรอบ “เฮ้ย!”เพราะเขาร้องลั่นตกใจนิสัย เจ้าเอยเลยมองตามผู้หญิงทั้งสามคนเดินมาหยุดที่โต๊ะคนทั้งสอง คนหนึ่งตัดผมซอยสั้นสวมชุดเกาะอกจัมป์ซูตเท้าแขนลงกับโต๊ะ หุ่นแต่ละคนสวยเซ็กซี่เหมือนดูแลตัวเองมาอย่างดี“ไอ้น้องเล็ก เมื่อไรจะพาสาวมาแนะนำยะ ต้องให้พวกเราแนะนำตัวเองใช่ไหม”เสียงของเธอคล้ายเย็นชา แต่ดูจะปั้นแต่งมากกว่า เจ้าเอยมองหญิงสาวทั้งสามแล้วนึกออกทันทีเพราะเธอเคยเห็นทั้งสามควงแขนทิวเขาจนเข้าใจผิดว่าเขาคบซ้อนสามพี่สาวทั้งสามคน!“มาทำไม” ทิวเขาตอบ
อรพลินกลับถึงบ้าน จึงรีบขึ้นห้องเพื่อทิ้งตัวลงบนเตียงทันที จากที่สะกดกลั้นมาทั้งวัน สุดท้ายมีอันร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมา แม้ทีแรกเดชคุณจะมารับ เธอห้ามไม่ให้เขามา ให้มาเจอกันที่บ้านนี้แทนพอได้ยินเสียงเปิดประตู เธอถอนหายใจหันไป แม่ของเธอเข้ามา มองแวบหนึ่งแล้วส่ายหน้า“ถ้าแม่จะซ้ำเติมอร แม่ออกไปเลย”“แกไปทำงานแล้วกลับมาร้องไห้ แสดงว่ามีคนนินทาใช่ไหม”เธอพยักหน้าปาดน้ำตา “มีเพื่อนรุ่นมหาลัยในนั้น พวกปากสว่างเอาไปพูดต่อ”“มันก็มาจากการกระทำของแก”“แม่!” เธอตบอกตัวเอง “อรไม่ได้อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ ไม่มีใครอยาก อรไม่ได้ตั้งใจ เอยเป็นเพื่อนกับอรมากี่ปี ทำไมอรถึงอยากจะทำร้ายเอย ไม่มีวัน”“ก็ใช่ไง ฉันถึงไม่เข้าใจแกไงล่ะ” แม่ของเธอชี้หน้า “ลูกก็มี ผัวก็เคยมี หย่ากันเพราะอะไรล่ะ แกน่ะ ถือว่าตัวเองสวย เก่ง พอผัวที่คบกันมานานแอบซุกกิ๊ก แกยังรับไม่ได้ ขนาดเขากอดขาอ้อนวอนไม่หย่า บอกขอโอกาส แกก็จะหย่าให้ได้ เจ็บแค้นที่สุด ไอ้เรื่องนี้แม่เข้าใจแก แต่แกเจอแบบนี้มา แล้วไปทำกับเพื่อนสนิทตัวเองได้ไง!”“แม่พอ”“ไม่พอ! วันที่แกร้องไห้ไปหาหน
สามวัน-ก่อนวันแต่งงานระหว่างเจ้าเอยกับเดชคุณหญิงสาวอายุสามสิบสองปี เจ้าเอย ศิลาคำ ทำงานอยู่ในแผนกวิเคราะห์ข้อมูลของบริษัทแห่งหนึ่ง ตอนเที่ยงของวัน เธอเดินเข้ามาพร้อมกับหิ้วแก้วกาแฟเต็มสองมือ“คาปูชิโน่เย็นของพี่สองค่ะ”“ขอบคุณนะเอย”“ลาเต้เย็นของรัตน์กับแต้วจ้า”“ขอบใจจ้าเอย”“ชาไทยเย็นมาแล้วจ้
ชุดแต่งงานสีขาวที่ผู้หญิงหลายคนเฝ้าฝันว่าจะได้สวม บัดนี้ กลับไปแขวนอยู่หน้าตู้ เจ้าเอยแสนตื่นเต้นนัก ไม่นึกว่า...มันจะเกิดขึ้นงานแต่งงานที่แฟนหนุ่มตามใจ อนุญาตให้เธอจัดการล้วนผิดแผนไปเสียหมด ทั้งที่ควรจะได้เริ่มต้นชีวิตใหม่กับผู้ชายที่เธอรัก ได้สร้างครอบครัวแสนสุขกับชายหนุ่มที่เธอหลงคิดว่าแสนดี เจ
อรพลินกลับไปทำงาน แต่บรรยากาศเป็นกันเองแบบเดิมเปลี่ยนไป กลับกลายเป็นน่าขนลุกเธอลืมไปว่ามีเพื่อนร่วมรุ่นมหาวิทยาลัยที่ไปร่วมงานของเดชคุณกับเจ้าเอยด้วย แม้จะไม่ได้อยู่แผนกเดียวกัน แต่เธอเป็นเซลล์สาวที่ได้รางวัลพนักงานดีเด่นตลอด แม้จะมีข่าวหย่าขาดสามี แต่ความสาว สวย เก่ง จึงค่อนข้างเป็นที่
ระหว่างรอรถไฟฟ้า เจ้าเอยคุยโทรศัพท์กับคนรักเรื่องงานแต่ง “ค่ะ พี่คุณ เอยจ่ายมัดจำไปหมดแล้ว ครึ่งหนึ่งค่ะ”“งั้นหรือ จ่ายแล้วใช่ไหม”เธอย่นคิ้วนิดหนึ่ง “พี่คุณ...เป็นอะไรหรือเปล่าคะ”“เปล่าจ้ะ เดี๋ยวที่เหลือพี่จัดการเอง เอยไม่ต้องกังวลนะ พี่จะสมทบที่เหลือ”“เอยไม่กังวลอยู่แล้วล่ะค่ะ” ก็เขาเป็นคนขอแ





![[NC30+] โบตั๋นผลิบานกลางใจคุณชายหยวน (ยุค 80s) [PWP]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

