LOGINได้ยินดังนั้น เธอถอนหายใจ “หิวน้ำไหมคะ เดี๋ยวเอยไปหยิบขวดน้ำให้”
เขาส่ายหน้า โบกมือที่สวมถุงมืออยู่ เพราะปกติทิวเขาจะขี่บิ๊กไบก์คันแพง จึงมักเห็นเขาแต่งตัวแบบนี้ เครื่องแบบเสมอต้นเสมอปลายนั่นคือสวมแจ็กเกตกันลม กางเกงยีนบ้าง กางเกงหนังบ้าง รองเท้าบูตหนังไม่ก็ผ้าใบ เธอได้ยินว่าเขาเคยแข่งรถด้วย แต่นานมาแล้ว
ทิวเขากับเดชคุณเป็นลูกคนรวยทั้งคู่ แต่อาชีพของทิวเขาทำอะไรนั้น เธอไม่เคยรู้เลย เดชคุณบอกว่าเขามีธุรกิจของตัวเอง และมักไป ๆ มา ๆ แบบนี้ เจ้าเอยได้แต่สงสัยว่าเป็นพวกลงทุนคริปโตหรือเปล่า
“ไม่เอา พี่รีบ เอยเข้าไปเถอะ หรือเอยอยากไปหาไอ้คุณไหมล่ะ พี่จะพาไป” เขาถาม “เดี๋ยวนี้ไม่เห็นมาร้านหมอนั่นเลย”
“พี่คุณทำงานนี่คะ เอยจะไปกวนทำไม”
“แฟนไปหาแล้วจะทำไมล่ะ น้องก็ใจดีแบบนี้ ไปเฝ้ามันบ้างดิ ลูกค้าสาว ๆ เยอะแยะ”
“พี่คุณไม่ใช่คนแบบนั้นหรอกค่ะ” ก่อนจะปรายตาตำหนิเล็กน้อย อยากจะบอกว่าไม่ใช่พี่สักหน่อย
เพราะเขาไม่เปิดหน้า เลยได้ยินเสียงดังเฮอะเบา ๆ
“ให้เอยไปเฝ้าคนทำงานทำไมล่ะคะ” เธอตอบพลางหัวเราะขำขัน “พี่คุณไม่ใช่คนเจ้าชู้สักหน่อย”
สุดท้ายได้ส่งสายตามองคนตรงหน้าเป็นเชิงตำหนิมากกว่า
“หรือพี่รู้อะไรมา”
เขาได้แต่ส่ายหน้า “แค่เห็นไม่ได้ไปเฉย ๆ งั้นรีบเข้าไปสิ” ทั้งยังดันไหล่เธอ
เจ้าเอยพยักหน้าเล็กน้อย ก่อนไขกุญแจเปิดประตูห้อง เธอยกมือไหว้อีกที เขารับไหว้แล้วยังคงรอ จนปิดประตูล็อก ได้ยินเสียงคนเดินไป เจ้าเอยมองตามตาแมวเห็นว่าเขาไปแล้วเลยถอนหายใจ
อาจเป็นเพราะทิวเขามักพูดจาไม่ค่อยอ่อนหวานแบบเดชคุณ พูดสั้น ๆ ไม่ค่อยชวนคุย เธอเลยไม่รู้ว่าเขาคิดอย่างไร อาจจะไม่ค่อยชอบเธอเท่าไรหรือเปล่าก็ไม่รู้ แต่แฟนก็บอกว่าเขาเป็นคนเช่นนี้ อันที่จริงไม่มีอะไรเลย
ส่วนความรักของเธอกับเดชคุณเริ่มต้นอย่างไรงั้นหรือ
ขอเล่าหน่อย
เมื่อสองปีก่อน เพื่อนในแผนกคนหนึ่งลาออก หัวหน้าจึงเลี้ยงอำลาโดยการพาไปร้านเหล้าบรรยากาศดี ที่นั่น เธอได้เจอกับเดชคุณ ตอนแรกเขาออกมารับออร์เดอร์ ไม่มีใครรู้ว่าเจ้าของร้านมาเอง แต่ซุบซิบว่าเด็กเสิร์ฟหล๊อหล่อ เธอเห็นเขามองอยู่ตลอด จนเมื่อเจ้าเอยรับหน้าที่ไปเช็กบิลเบิกบริษัทตามนิสัยเบ๊ประจำแผนก ถึงได้พูดคุยกัน เดชคุณเลยรู้ว่าเธอทำงานที่ไหน
เชื่อไหมว่าหลังจากวันนั้น เขาไปดักรอว่าเธอจะเดินออกจากตึกตอนไหน ตอนเจออีกครั้ง แน่นอนว่าเจ้าเอยตกใจ แต่เขาก็รีบบอกว่าไม่ได้จะพยายามเป็นสตอลก์เกอร์ แค่อยากรู้จักและขอติดต่อ รวมทั้งให้นามบัตร เธอจึงรู้ว่าเขาเป็นเจ้าร้านเหล้านั้นเอง
ทั้งอาชีพและธุรกิจที่ข้องเกี่ยวนั้นต่างกันมาก เดชคุณสารภาพว่าเห็นเธอนั่งตาปรือคล้ายจะหลับ ไม่ดื่มเหล้าอยู่คนเดียว แต่ก็พยายามคอยดูแลทุกคน เขาเลยประทับใจ เมื่อลองคบหา เธอพบว่าแม้เขาทำร้านเหล้าก็จริง แต่นิสัยสุภาพอ่อนหวานมาก ดูแลเอาใจใส่ดี ให้เกียรติ ที่บ้านเขาก็ชอบ เพราะคุณแม่ของเดชคุณบอกว่าดวงเธอสนับสนุนเขา
พอเธอเล่าเรื่องที่บ้านให้ฟัง รวมถึงให้เขาไตร่ตรองเรื่องฐานะ เขาก็บอกว่าครอบครัวไม่ได้ไฮโซอะไร ก็แค่มีเงินลงทุนทำธุรกิจ ไม่ถึงกับเป็นเศรษฐีร้อยล้านหรอก พ่อเขาก็เป็นนายพลมาก่อน ส่วนมารดาเป็นเจ้าของร้านทอง แค่มรดกเยอะ
กลุ่มเพื่อนของเขาก็ต่างจากเธอ เพราะแม้เดชคุณจะบอกว่าไม่ใช่ไฮโซ แต่เหล่าเพื่อนฝูงก็นับว่าเป็นพวกชนชั้นกลางไปทางสูงทั้งนั้น จบนอกกันทั้งกลุ่ม ลูกหลานเจ้าของร้านอัญมณีบ้าง เจ้าของโรงเรียนอินเตอร์บ้าง เพื่อนสาวบางคนก็เน้นลงทุนในหุ้น แต่งงานกับคนสถานะเดียวกัน กลายเป็นแม่บ้านสวย ๆ เดินชอปปิงเก๋ ๆ นั่งรอเงินปันผลหลักล้านในแต่ละปี
ส่วนเจ้าเอยนั้นมาจากน่าน ครอบครัวชนชั้นกลางธรรมดา พ่อเปิดร้านทำกรอบรูปที่ยังขายดีจนถึงวันนี้ เพราะงานของพ่อนั้นเรียบร้อย ราคากำลังดี สมัยนี้หาร้านยากด้วย ต่อมาพี่ชายก็มาช่วยทำงานต่อ จนแต่งงานก็มาทำเต็มตัว ส่วนภรรยาตั้งแผงขายขนมหวานข้างหน้าเสริมอีก เรียกได้ว่าไม่ลำบากนัก แต่ก็ไม่ได้อนุญาตให้ใช้ชีวิตฟุ้งเฟ้อ
จะมีเจ้าเอยที่หนักหน่อย น้องสาวอย่างเจ้านางรับราชการครู พอแต่งงานกับครูด้วยกันก็ประจำอยู่จังหวัดเดียวกัน ค่าครองชีพไม่สูงมากนัก ส่วนเจ้าเอยยังคงทำงานในกรุงเทพ ค่าครองชีพค่อนข้างแพง
ใครจะนึกว่าวันหนึ่งเดชคุณจะมาหลงรัก ทั้งที่มีชีวิตต่างกัน เธอทำงานเช้า เขาทำงานดึก เผลอ ๆ คบกันจนสองปีก็พร้อมเข้าประตูวิวาห์ เรียกได้ว่าเหมือนฝัน
พอตอนดึก เธอโทรหาแฟนหนุ่มอีกครั้งเพื่อพูดคุยเรื่องงานแต่ง เพราะอีกแค่สามวันเท่านั้น เดชคุณก็รับคำว่าจะเคลียร์งานมาตรวจสอบความเรียบร้อยก่อนถึงวันงานแน่นอน
ซึ่งเขาก็มาหาทันที
แล้วแบบนี้จะให้เธอสังหรณ์อะไรได้อีก
เห็นคำว่าสัญชาตญาณผู้หญิงมันแรง อาจใช้ไม่ได้กับเจ้าเอย เพราะเธอไม่อาจสัมผัสได้เลย หรือเป็นเพราะความรักบังตา เธออยากเป็นเจ้าสาวมากจนมองข้ามรายละเอียดเล็กน้อยไปทั้งหมดกันแน่?
กลิ่นหอมจากสบู่และโลชั่นที่เธอทาไปทั่วตัวหอมละมุนฟุ้งไปทั่ว ทุกจังหวะที่ริมฝีปากของเขาจูบไปตามซอกคอ วนมาจูบริมฝีปาก จูบหน้าผาก สันจมูก สองข้างแก้ม ทุกอย่างที่เป็นที่ว่างให้ได้จูบ ทิวเขาแตะหมดทุกอย่าง ราวกับจับจองว่าผู้หญิงคนนี้เป็นของตัวเองทั้งตัว ทุกสัดส่วน ทุกพื้นที่ ไม่เว้นว่างให้ผู้ใดอีก เสียงลมหายใจของเธอขาดหายเป็นห้วง ริมฝีปากเผยออ้าส่งเสียงครางหวานไปกับบทเล้าโลม ไม่มีห้าม ไม่มีรั้งเขารู้ว่าค่ำคืนนี้จะดำเนินไปอย่างหวานฉ่ำโคมไฟข้างหัวเตียงยังเปิดอยู่ ทำให้เขามองเห็นใบหน้าและเรือนร่างของเธอชัดเจน กระดุมที่ถูกดึงแยกออกเผยให้เห็นเนินอกฟู เจ้าเอยของเขาซ่อนรูปไม่น้อย ทั้งนิ่มทั้งหอมเธอเป็นของเขาทิวเขาลุกขึ้นนั่งคร่อมเพื่อถอดเสื้อยืดตัวบางออก อวดแผงกล้ามแน่น จากนั้นก้มตัวลง ฝ่ามือร้อนลูบข้างเอวของเธอก่อนช้อนพยุงยามเธอแอ่นตัวขึ้นมา บทเกริ่นก่อนเริงรักนั้นอ้อยอิ่ง เพราะเขารู้ว่ามันเป็นครั้งแรกของเจ้าเอย ฝ่ามือของเขาไล้ไปตามผิวนุ่มนิ่ม เนียนละเอียด เมื่อเขาดึงเปิดให้ชุดท่อนบนแหกออก ทิวเขาใช้มือขวากอบกุมหน้าอกข้างหนึ่ง จากนั้นเขยิบตัวเลื่อนลงไปจูบครอบ
สายน้ำบนฝักบัวไหลผ่านเรือนร่าง แม้ถูสบู่ขัดเนื้อตัวจนสะอาด แต่เจ้าเอยกลับยังยืนแช่อยู่แบบนั้น เพราะกำลังคิดถึงชีวิตที่ผ่านมา สองเดือนนี้ชีวิตเปลี่ยนไปจากก่อนแต่งงานมากเพียงใดอย่างแรก เธอได้แต่งงานกับคนที่ไม่ได้คบกันมาก่อน แม้ทะเบียนจะยังไม่ได้รับการรับรองก็ตามอย่างที่สอง เจ้าบ่าวตัวแทนกลายเป็นสามีที่เยียวยาหัวใจมากถึงที่สุด แต่ลึก ๆ เธอยังคงหวาดกลัวการสาดเทความรักมากมายแล้วจะเปลี่ยนเป็นคนละคนเหมือนกันอย่างสุดท้าย เธอกำลังจะได้แต่งงานใหม่อีกครั้งแม้แต่เพื่อนและคนรอบกายแทบไม่อยากจะเชื่อ ว่าเธอใช้ชีวิตกับเจ้าบ่าวที่มาสวมรอยแต่งแทนมาถึงตอนนี้ แล้วยังเข้าประตูวิวาห์อีกรอบในเวลาใกล้กันเพราะเอาแต่จมอยู่กับกระแสความคิด จึงไม่ได้ฟังเสียงประตูห้องน้ำถูกใครคนหนึ่งเปิดเข้ามาอย่างถือวิสาสะ ทิวเขาเห็นเจ้าเอยอาบน้ำนานจึงเป็นห่วง แต่ความเจ้าเล่ห์กว่านั้นคือ เขาไม่เรียกเข้ามาเลยพอเห็นเรือนร่างคุณภรรยาผ่านกระจกราง ๆ เขาก็ถอดเสื้อทีละชิ้นจนเปลือยหมด กว่าเจ้าเอยจะรู้ตัวกว่ามีคนตัวสูงใหญ่มาโอบอยู่ด้านหลัง ท่อนแขนแกร่งทั้งสองข้างวางเท้ากับฝาผนัง
ภายในห้องวีไอพีแบบส่วนตัวจะจัดบนชั้นลอย เห็นวิวตอนกลางคืน โดยเฉพาะแสงไฟในสวนด้านข้างที่เดชคุณตั้งใจจัดเพื่อสร้างทัศนียภาพ สองเดือนหลังจากวันงานแต่งงานสุดวินาศสันตะโร ดูเหมือนชีวิตแต่ละคนจะกลับมาเป็นปกติ เสียงนินทา เรื่องเล่าปากต่อปากก็ยังคงมีอยู่บ้างหนุ่มหน้าฝรั่งหัวใจไทยแท้อย่างริชาร์ดนั่งจิบบรั่นดีเงียบ ๆ เขามีเสี้ยวไทยนิดเดียว หน้าตาจึงออกไปทางตะวันตกมากกว่า เป็นถึงทายาทเจ้าของโรงเรียนานาชาติ ซึ่งปัจจุบันเป็นรองประธานผู้บริหารตอนเรียนเมืองนอก ทิวเขากับภีมอยู่เมืองเดียวกัน ส่วนเขาอยู่เมืองเดียวกับเดชคุณ เลยจับคู่กันเช่าอพาร์ตเมนต์ ดังนั้นหากเป็นเรื่องลับมาก ๆ เดชคุณจะเปิดใจกับเขามากกว่า แต่ครั้งนี้เขาผิดหวังที่ตัวเองไม่รู้เรื่องนอกใจเลย หากเขารู้ก่อน หรือเดชคุณแง้มให้สงสัยบ้าง เขาคงจะห้ามเพื่อนได้ทัน“รอนานไหม” เจ้าของบาร์เดินเข้ามา“ไม่นาน” ริชาร์ดชูมือถือ เปิดภาพพี่สาวสุดสวยทั้งสามคนของทิวเขาถ่ายรูปร่วมเฟรมเดียวกับเจ้าเอย ดูท่าหญิงสาวจะถูกลากไปเป็นตุ๊กตา โดนจับแต่งตัวเสียแล้ว “เหลือครอบครัวทั้งหมดแล้วล่ะ”เขาเห็นเพื่อนรักกลืนน้ำลาย “งั้
หลังจากกลับจากงานวัด ทิวเขากับเจ้าเอยแยกย้ายไปจัดการตัวเอง ถึงแม้เธอจะร้องไห้วันนี้ แต่เขามีความสุขที่เป็นคนปลอบ และยังทำให้เธอยิ้มได้หลังจากนั้นทิวเขาอาบน้ำล้างหน้าจนเสร็จก็มานั่งอยู่บนโซฟาที่เป็นเตียงของตัวเองชั่วคราว ถึงเดชคุณขนของออกไปแล้ว แต่เขายังไม่ได้ขนย้ายของตัวเองเข้ามา ไม่เป็นไรหรอก ชายหนุ่มคิดอย่างใจเย็น แค่นี้ก็ถือว่ารุกจีบแบบขึ้นทางด่วนแล้วเขานั่งดูรูปที่ถ่ายกับเจ้าเอยในงานวัดแล้วยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว นั่งมองคนที่ตัวเองแอบรักไม่มีเบื่อ ดวงตาแสนเศร้าแต่ยังยิ้มได้ของเจ้าเอยงดงาม รอยยิ้มน่ารักที่หวังจะกลบความเศร้าลงไป เมื่อไรเขาจะทำให้ไอเศร้าโศกหายไปได้ทั้งหมดพลันมีข้อความโผล่ขึ้นบนหน้าจอพาแม่บ้านของพี่ไปดูแลสาวหรือยะเขารีบเปิดอ่านแล้วตอบวันเดียวเองใครยะ แกมีสาวใหม่ตอนไหนมีคนเดียว เจ้าเอยเล่าให้พี่ฟังเดี๋ยวนี้ ทีกับพี่ดินยังเล่าให้ฟัง ทำไมไม่เล่าให้พี่ฟังบ้างถามป้าสายดิ!จากนั้นกลับมาดูรูปงานวัดใหม่ ไม่สนข้อความ
หลังฉากโต๊ะของทั้งสองจะเห็นพระปรางค์สีออกส้มอยู่ฝั่งตรงข้าม ท่าทางพูดคุยกะหนุงกะหนิงสะท้อนให้เห็นความสัมพันธ์ที่คืบหน้าไปมาก ใบหน้าของทิวเขาผ่อนคลายถึงที่สุดผู้ที่มองคนทั้งสองอยู่ห่าง ๆ อมยิ้ม ต่างถ่ายรูปเก็บหลักฐานไว้ส่งให้พ่อแม่พวกเธอมีกันถึงสามคน เมื่อหันหน้ามาสบตากัน สามสาวสุดเปรี้ยว ที่แม้ต่างแต่งตัวคนละแนว แต่ดูดีเหมาะกับบุคลิกต่างลุกขึ้น เดินสับส้นสูงตรงไปหาคนทั้งสองทิวเขาที่กำลังรอเจ้าเอยแกะเนื้อปูให้สังหรณ์ใจแปลก ๆ จึงหันไปแวบหนึ่ง แล้วต้องหันหน้าไปอีกรอบ “เฮ้ย!”เพราะเขาร้องลั่นตกใจนิสัย เจ้าเอยเลยมองตามผู้หญิงทั้งสามคนเดินมาหยุดที่โต๊ะคนทั้งสอง คนหนึ่งตัดผมซอยสั้นสวมชุดเกาะอกจัมป์ซูตเท้าแขนลงกับโต๊ะ หุ่นแต่ละคนสวยเซ็กซี่เหมือนดูแลตัวเองมาอย่างดี“ไอ้น้องเล็ก เมื่อไรจะพาสาวมาแนะนำยะ ต้องให้พวกเราแนะนำตัวเองใช่ไหม”เสียงของเธอคล้ายเย็นชา แต่ดูจะปั้นแต่งมากกว่า เจ้าเอยมองหญิงสาวทั้งสามแล้วนึกออกทันทีเพราะเธอเคยเห็นทั้งสามควงแขนทิวเขาจนเข้าใจผิดว่าเขาคบซ้อนสามพี่สาวทั้งสามคน!“มาทำไม” ทิวเขาตอบ
อรพลินกลับถึงบ้าน จึงรีบขึ้นห้องเพื่อทิ้งตัวลงบนเตียงทันที จากที่สะกดกลั้นมาทั้งวัน สุดท้ายมีอันร้องไห้สะอึกสะอื้นออกมา แม้ทีแรกเดชคุณจะมารับ เธอห้ามไม่ให้เขามา ให้มาเจอกันที่บ้านนี้แทนพอได้ยินเสียงเปิดประตู เธอถอนหายใจหันไป แม่ของเธอเข้ามา มองแวบหนึ่งแล้วส่ายหน้า“ถ้าแม่จะซ้ำเติมอร แม่ออกไปเลย”“แกไปทำงานแล้วกลับมาร้องไห้ แสดงว่ามีคนนินทาใช่ไหม”เธอพยักหน้าปาดน้ำตา “มีเพื่อนรุ่นมหาลัยในนั้น พวกปากสว่างเอาไปพูดต่อ”“มันก็มาจากการกระทำของแก”“แม่!” เธอตบอกตัวเอง “อรไม่ได้อยากให้เกิดเรื่องแบบนี้ ไม่มีใครอยาก อรไม่ได้ตั้งใจ เอยเป็นเพื่อนกับอรมากี่ปี ทำไมอรถึงอยากจะทำร้ายเอย ไม่มีวัน”“ก็ใช่ไง ฉันถึงไม่เข้าใจแกไงล่ะ” แม่ของเธอชี้หน้า “ลูกก็มี ผัวก็เคยมี หย่ากันเพราะอะไรล่ะ แกน่ะ ถือว่าตัวเองสวย เก่ง พอผัวที่คบกันมานานแอบซุกกิ๊ก แกยังรับไม่ได้ ขนาดเขากอดขาอ้อนวอนไม่หย่า บอกขอโอกาส แกก็จะหย่าให้ได้ เจ็บแค้นที่สุด ไอ้เรื่องนี้แม่เข้าใจแก แต่แกเจอแบบนี้มา แล้วไปทำกับเพื่อนสนิทตัวเองได้ไง!”“แม่พอ”“ไม่พอ! วันที่แกร้องไห้ไปหาหน
คนที่ควรจะมีอาการหนักที่สุดกลับต้องยืนหยัด เจ้าเอยจำต้องส่งแขกทั้งที่น้ำตาไหลตลอดเวลา หลังจากนั้นต้องคอยดูว่าแม่ของเดชคุณกับพ่อของตัวเองที่เป็นลมล้มพับนั้นจะฟื้นเมื่อไร ทั้งยังต้องเจรจากับโรงแรมคนผิดเป็นเจ้าบ่าวแท้ ๆ เจ้าสาวกลับรับหน้าทุกเรื่อง งานไม่ราบรื่นเพราะเดชคุณหนีไปไม่พอ ศรยังป
บนเวทีนั้น เจ้าเอยใช่ว่าจะไม่รู้สึกว่าทุกอย่างพิลึกพิกลไปเสียหมด บรรยากาศปราศจากความสุขจนเธอยิ้มไม่ออกแล้ว เมื่อถึงช่วงเซ็นเอกสาร ตัวเธอเซ็นไปก่อน แต่เดชคุณกลับกำปากกาแน่น ไม่รู้เพราะอะไรถึงไม่ยอมจรดนามลงไปสักทีเพราะเหตุใดหัวใจของเธอถึงได้เต้นเร็วนัก หวาดกลัวกับบางสิ่ง แค่เห็นสายตาแขกมอ
เพราะแม่ของเดชคุณกลัวคนทำลายฤกษ์แต่งงานของลูกชาย เธอจึงจัดการทั้งโทรทั้งส่งข้อความขู่ ไม่นานนัก เดชคุณโทรกลับมาบอกสั้น ๆ ว่ากำลังกลับไป เธอเลยสบายใจ บอกเพื่อนเจ้าบ่าวว่าเดชคุณกำลังกลับมา พอพูดแบบนี้ ก็หาข้ออ้างเลื่อนไม่ได้“เดชคุณอาจตื่นเต้นน่ะ” พ่อของเขากล่าว “เจ้าหมอนี่ไม่เคยคิดเรื่อ
ไม่นาน แม่ของเดชคุณไปถึงห้องเจ้าสาว เดินเข้ามาในห้องอย่างมั่นใจ พร้อมทั้งส่งสายตาดุดันไม่ให้รุ้งพรายพูดอะไร พอเห็นเจ้าเอยหันมาก็รีบเดินไปจับมือ ด้านข้างมีเจ้านางที่แต่งตัวเป็นเพื่อนเจ้าสาวเสร็จแล้วเช่นกัน งามละมุนด้วยกันทั้งพี่ทั้งน้อง“ลูกเอย ลูกเอยของแม







