LOGIN“ผู้หญิงที่ผมให้มาดูล่ะ หายไปไหน" พินันท์หิ้วถุงกระดาษที่ในนั้นมีอุปกรณ์สำหรับทำแผล แต่คนเจ็บกลับหายไปเสียแล้ว อุตส่าห์ยึดตำราเรียนไว้เป็นตัวประกันเพราะกลัวเธอจะหนีไปก่อนจะได้ทำความรู้จัก อยู่มหาวิทยาลัยเดียวกันมาตั้งสี่ปี ผู้หญิงน่ารัก ตรงสเปกแบบนี้รอดหูรอดตาไปได้อย่างไรกัน
"มีโทรศัพท์เข้ามา น้องเขายื่นใบสมัครไว้ แล้วก็รีบไปค่ะ เห็นว่าที่บ้านมารับ" พนักงานสาวรีบรายงานให้เจ้านายในอนาคตทราบ คิดจะยื่นเอกสารส่วนตัวให้พินันท์ด้วยซ้ำ แต่ชายหนุ่มวิ่งแจ้นไปที่มอเตอร์ไซค์บีเอ็มดับเบิ้ลยูคันโต บิดไปข้างหน้าชนิดที่ใครก็รั้งไว้ไม่ทัน
พินันท์ตามมาทันหญิงสาวที่เขารู้แค่ว่าชื่อ "ดาว" บริเวณป้อมยามประตูหน้ามหาวิทยาลัย
"ได้ที่ฝึกงาน ก็ไม่เอาหนังสือซะแล้วม้าง" ชายหนุ่มเปิดกระจกด้านหน้าของหมวกกันน็อคเพื่อพูดด้วย โดยที่ตัวเขายังคร่อมอยู่บนเบาะรถ
"พอดีรีบค่ะ" มือที่ยังมีรอยแผลยื่นออกไปรับหนังสือของตัวเอง แต่ชายหนุ่มกลับส่งถุงกระดาษสีน้ำตาลเข้มมาให้ด้วย
"ยา" เขาบอกสั้นๆ
"ขอบคุณมากนะคะ"
พินันท์หัวเราะเบาอยู่ในอก ผู้หญิงคนนี้ขอบคุณเขาอีกแล้ว ทั้งที่ได้แผล ก็มาจากฝีมือเขา คนแบบนี้โตมายังไง พ่อแม่คงเด็ดดอกลาเวนเดอร์มาต้มให้กินแทนข้าว ต่อมความโกรธแบบคนปกติถึงหลบใน
"ผมชื่อพินันท์นะ"
ดาวนิลไม่ได้แนะนำตัวกลับไป ทำแค่รับหนังสือและถุงยาจากเขา แล้วรีบเดินไปขึ้นรถยุโรปที่ตบไฟเลี้ยวซ้าย เข้ามาจอดเทียบฟุตบาท
“เมื่อกี้ใคร” ได้ยินเสียงแข็งทันทีที่ก้นถึงเบาะ แท้จริงมันเหมือนเธอนั่งบนเข็มปลายแหลมคมมากกว่าเบาะหนังชั้นดีที่พร้อมจะทิ่มแทงเนื้อหนังให้เหวอะหวะหากเจ้าของรถไม่พอใจขึ้นมา
"ดาวทำหนังสือตก เขาเลยเก็บมาคืน" เธอไม่ได้โกหกนะ เพราะหนังสือมันตกจริง ๆ และผู้ชายคนนั้นก็ตามเอาหนังสือมาคืน หญิงสาวเหลือบมองซีกหน้าด้านข้างของคนขับ จมูกโด่งเป็นสันแบบเห็นได้ชัด ปากสีคล้ำบางเฉียบ ดาวนิลเคยได้ยินมาว่ารูปปากแบบนี้คือคนปากจัด ติณถือว่าปากจัดหรือเปล่าไม่แน่ใจ เพราะเขาไม่ค่อยพูด แต่ถ้าเมื่อไรอยากจะทำร้ายเธอ คำพูดจากริมฝีปากของเขาก็คมกริบ กรีดแทงหัวใจจนเลือดซิบ
"ทำอะไรไม่ระวัง เดี๋ยวผู้ชายก็เข้าใจผิดว่า "ให้ท่า" เข้าหรอก" คำว่าให้ท่าถูกเน้นเสียงอย่างจงใจ ติณไม่เห็นหน้าตานักศึกษาที่ขี่บิ๊กไบค์มายื่นหนังสือคืนให้กับดาวนิล แต่ถึงขนาดสืบเสาะขี่รถตามเอาของมาคืน คงสนอกสนใจอยู่มาก
ยายเด็กนี่ก็ช่าง…อืม ควรใช้คำว่าอะไรดี ยากจะมองผ่านใช่ไหม ขนาดเขาได้มาครอบครองในอุ้งมือยังละสายตาไปไม่ได้ แล้วผู้ชายคนอื่นมีหรือจะไม่น้ำลายหก
"หรือไอ้เด็กนั่นมันเข้าใจถูกว่าเธอให้ท่า" ติณทั้งโมโหทั้งพาล
"คุณติณ พอเถอะค่ะ" ดาวนิลเบือนหน้าหนีไปอีกทาง สองมือกำขอบหนังสือที่วางไว้บนตักแน่น แสบมาก…ไม่รู้ว่าจากแผลที่ฝ่ามือหรือหัวใจที่ถลอกปอกเปิกและกับคำพูดของเขากันแน่ ติณอาจจะไม่ได้ถนอมเธอจนราวกับคนพิเศษ แต่เขาก็ไม่ได้ตั้งท่าหาเรื่องเธอแบบนี้ หรือเป็นเพราะผู้หญิงในดวงใจของเขากลับมาแล้ว ตัวแทนอย่างเธอก็เลยขัดหูขัดตาไปหมด
ชายหนุ่มหัวเสียจึงขับรถเร็วและกระชากกว่าปกติ บอกไม่ถูกว่าโมโหตัวเองหรือคนอื่น เขาตั้งใจมารับดาวนิลเพราะอยากให้บรรยากาศระหว่างกันมันดีกว่านี้ สงสารหรอกนะ เพราะเมื่อเช้าเด็กนี่หน้าซีดหน้าเซียวที่เห็นพี่สาวคนดีมายืนหัวโด่ เหมือนกลัวจะโดนเขาไล่ออกจากบ้าน ที่ไหนได้…ตกบ่ายก็มาระริกระรี้กับผู้ชายคนอื่นตาใสแจ๋ว
เห๊อะ!! …แล้วกูจะหนีประชุมมาทำไม ในเมื่อตอนนี้หน้าเขา เด็กนี่ก็ยังไม่ยอมหันมามอง ในเมื่อไม่อยากพูดกัน ไปพูดกับคนอื่นก็ได้วะ ติณต่อสายถึงมือขวาในจังหวะที่รถเข้ามาจอดในโรงรถทันที
"ไอ้เอก ประชุมเสร็จแล้ว เอารายงานสรุปมาให้ที่บ้านเล็กด้วย" “บ้านเล็ก” ก็คือบ้านที่เขาให้ดาวนิลอยู่ เรียกแบบนี้เพราะขนาดของบ้านมันเล็กเพียงสองห้องนอน
ดาวนิลก้าวลงจากรถไปก่อนโดยไม่ชำเลืองกลับมายังคนช่างหาเรื่อง ติณถอนหายใจเบา ๆ อย่างหนักอก ขยับตัวจะเรียกหญิงสาวไว้ก่อนเพราะเห็นสิ่งของบางอย่างร่วงออกจากตักเธอ แต่ก็เรียกไว้ไม่ทัน
"ทำของหล่นอีกแล้วยายเบ๊อะ"
ติณคว้ากระดาษใบเล็ก ๆ ที่ว่างเปล่า ตัดสินใจพลิกอีกด้าน…
“ยินดีที่ได้รู้จัก นันท์ 084 672××××”
ชายหนุ่มอ่านข้อความนั้นเสียงเยือกเย็น ต่างกับดวงตาที่วาววับราวกับถูกไฟสุม กำปั้นหนัก ๆ ทุบลงที่พวงมาลัย ข้างในกำมือมีกระดาษถูกขยำจนยับเยิน!
จากตัวแทนสู่ที่หนึ่งในหัวใจท้องฟ้าภายนอกยังเป็นสีดำอยู่ทั้งที่เป็นเวลาใกล้รุ่งสางแล้ว ติณหยิบรีโมทแอร์มาปรับอุณหภูมิให้สูงขึ้นเล็กน้อยเพราะหญิงสาวซุกตัวลงกับอกของเขาอย่างหาความอบอุ่นติณกระชับร่างภรรยาให้แนบชิด สูดกลิ่นหอมอ่อนหวานอันคุ้นเคยที่ทำให้เขาหลงใหลมิรู้คลาย ผ่านมาจนถึงวันนี้ที่ดาวนิลมีตาหนูตะวันและอีกไม่นานก็จะคลอดลูกสาวให้เขาอีกหนึ่งคน ผู้หญิงคนนี้เป็นความมหัศจรรย์ในชีวิตของเขา ติณย้อนกลับไปนึกถึงวันแรกที่เขาพบดาวนิล ทุกสิ่งทุกอย่างกระจ่างชัดราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน…“อายุเท่าไร”คำพูดแรกที่ติณพูดกับเด็กสาวที่ถูกพามาให้เขาถึงที่ พอเดือนพราวเชิดเงินหนีไปออสเตรเลีย ทิ้งงานแต่งงานเรียบ ๆ ที่เขาตั้งใจเตรียมไว้ให้เธออย่างไม่ไยดี เดิมที ‘รักร้อย’ มารดาของเดือนพราวและดาวนิลก็ตั้งใจจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ แต่พอเจอกับความโกรธและอิทธิพลของติณ รักร้อยก็แก้ปัญหาง่าย ๆ ด้วยการโยนลูกสาวคนเล็กที่เขาไม่เคยเจอมาก่อนให้ถึงเตียง“สิบแปดค่ะ”ชายหนุ่มขมวดคิ้ว นึกขัดใจท่าทางตื่น ๆ และน้ำเสียงที่เบาจนจับใจความไม่ได้ เขาต้องถามซ้ำอีกครั้งจึงจะได้ยินว่าเด็กสาวตรงหน้าอายุสิบแปดปีแล้ว โตพอที่เขาจะไม่
ดาวนิลเป็นคนท้องที่สวยมาก ทั้งที่ปกติมักจะมีคนบอกว่าถ้าแม่ผิวพรรณเปล่งปลั่งจะได้ลูกสาว แต่จากการตรวจหมอยืนยันว่าเธอตั้งท้องลูกชาย ติณเห่อหนักถึงขนาดเตรียมหาชื่อมงคลออกมาเป็นหางว่าว ของเล่นต่างก็ขนซื้อจนเต็มห้องเด็กที่จัดไว้รอลูกชายคนนี้ หนักเข้าดาวนิลต้องดุให้เขาเพลา ๆ ลงบ้าง ไม่อย่างนั้นบ้านจะกลายเป็นโชว์รูมของเล่นเอาส่วนคุณย่าต้องตากับคุณป้าตุลยาก็ปรึกษาซินแสประจำตระกูลเรื่องฤกษ์ยาม ตอนแรกติณเหมือนจะไม่สนใจ ลูกชายเขามาเกิดวันไหน เวลาไหน นั่นคือฤกษ์ซูเปอร์มงคล แต่พอถูกผู้เป็นย่าและป้าชักจูงโน้มน้าวบ่อย ๆ รวมถึงหัวใจคนเป็นพ่อที่อยากจะเลือกสิ่งที่ดีที่สุดเพื่อลูกโดยไม่มีข้อแม้ คนมั่นใจในตนเองอย่างติณก็เขวไปเหมือนกัน ถึงขนาดระดมหาซินแสชื่อดังมาช่วยดูเวลาคลอดให้ดาวนิลได้แต่ส่ายหัวให้กับหลาย ๆ อย่างที่เธอไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นจากชายหนุ่มที่แสนจองหองและดื้อรั้น เชื่อแค่ตนเองแบบติณ ถือว่าลูกชายคนนี้ช่วยให้เธอได้เปิดหูเปิดตาจนเห็นอีกด้านของบ้านตระการเกียรติเช่นกัน“ดาวมาดื่มนมหน่อยครับ” ชายหนุ่มเตรียมนมอุ่น ๆ มาให้ภรรยาดื่มก่อนนอนทุกคืน ตั้งแต่อ่านข้อมูลว่าคนท้องจะถูกดึงแคลเซียมไปให้กับลูกเ
เสียงอาเจียนที่ดังขึ้นแทบทุกเช้าเป็นเวลาเกือบเดือนแล้ว ชายหนุ่มร่างสูงที่เคยดูกร้าวแกร่งไปทั้งตัวตามลักษณะของชายวัยฉกรรจ์ที่ดูแลตนเองอย่างดีมาตลอดกลับมีสภาพคอพับคออ่อน นั่งแปะลงไปบนพื้นห้องน้ำ กอดโถชักโครกไว้แน่นเหมือนเป็นของสำคัญดาวนิลตามเข้ามาในห้องน้ำ ค่อย ๆ ลูบแผ่นหลังเปลือยเปล่าของติณจากบนลงล่าง หวังว่ามันจะช่วยบรรเทาอาการอาเจียนอย่างเอาเป็นเอาตายของสามีลงได้บ้าง จากที่ในช่วงแรกตัวเธอเองก็ขำและแอบสมน้ำหน้าที่ชายหนุ่มมีอาการแพ้ท้องแทนเมียแบบที่คนอื่น ๆ บอก ตอนนั้นยังนึกไปว่าติณคงเห่อและตื่นเต้น สักพักอาการแพ้ท้องเหล่านี้ก็คงหายไป ที่ไหนได้ ผ่านมาเป็นเดือนแล้วติณก็ยังไม่ดีขึ้น แถมดูจะยิ่งแย่ลงกว่าเดิมอีกต่างหาก ในขณะที่ตัวเธอเองกลับกินได้นอนหลับ อ้วนท้วนสมบูรณ์จนน่าแปลกใจ“บ้วนปากหน่อยนะคะ คุณติณ” หญิงสาวส่งแก้วน้ำให้ชายหนุ่มกลั้วคอ ใช้ผ้าเย็นที่มีกลิ่นหอมอ่อนเช็ดหน้าที่ซีดเหมือนไก่ต้มของเขา“ดาวจ๋า ผมเวียนหัว ทรมานจังเลยครับที่รัก” ติณย้ายมือจากการกอดโถชักโครกโผเข้ามาสวมกอดหญิงสาวตัวนุ่มนิ่มหอมกรุ่นแทน ซุกหน้ากับซอกคอของดาวนิล ถูไถไปมาเหมือนลูกแมวตัวโตจอมขี้อ้อน ตั้งแต่ภรรยาสาวตั
กลับมาที่วงเหล้าอันครื้นเครงอีกครั้ง คราวนี้สีหน้าสีตาของติณดูผ่อนคลายขึ้นมาก จนถึงขนาดที่ไม่ดุหรือหัวเสียยามที่ปู่เชยรินเหล้าน้ำผึ้งให้หญิงสาวอีกจอกซึ่ง ๆ หน้า“ให้อีกแก้วเดียวนะ จะพากลับไปนอนแล้ว” หญิงสาวหน้าแดง ตาฉ่ำชวนให้มันเขี้ยว ติณมาทรุดนั่งลงข้างตัวคนขี้เมา ไหล่เกยไหล่จนคนอื่นอมยิ้มไปตาม ๆ กันตั้งแต่ติณมาอยู่ที่เกาะหยกคราม เขาสงบจนเงียบขรึม คนงานต่างสัมผัสถึงความเศร้าโศกจนดูอ้างว้าง กระทั้งวันนี้ทุกคนได้เห็นหญิงสาวที่นายน้อยเคยพามาด้วยกันครั้งก่อน ต่างมีความหวังว่าสาวน้อยคนนี้จะทำให้ติณยิ้มออก แม้ว่าตั้งแต่เย็นจนค่ำ เขาจะหน้าบูดบึ้ง ไม่พูดไม่จา“งั้นกลับดีกว่าค่ะ ดาวมึน ๆ แล้วเหมือนกัน” หญิงสาวดื่มไปแค่สองจอกเล็ก ๆ เพราะเธออยากคุยกับเขาให้รู้เรื่องเสียที เห็นหน้าจ๋อยคอตก ดาวนิลเองก็สงสาร“แต่ผมยังอยากดื่มต่ออยู่เลย ติดใจเหล้าน้ำผึ้ง” พินันท์บอกเบา ๆ“มึงอยู่ต่อแล้วกัน เดี๋ยวกูไปส่งดาวนิลแล้วค่อยกลับมา”“เหรอ อ่า ๆ” พินันท์เลิกคิ้ว เหมือนไม่อยากเชื่อ ดูตาแล้วพี่ชายคงไม่มีทางทิ้งเนื้อสาวมานั่งให้ยุงกัด ข้ออ้างที่เอ่ยปากก็เห็นไปถึงลิ้นไก่ ยิ่งมองตามหลังพี่ชายที่โอบเอวบางประคองไป
ติณนั่งมองปู่เชยที่หัวเราะกับดาวนิลและพินันท์โดยไม่ใส่ใจหรือเหลือบแลนายน้อยคนโปรดอย่างเขา อาหารทะเลหลายอย่างที่วางอยู่เริ่มพร่องไปบ้าง แต่ครู่เดียวก็ถูกยกมาเติมราวกับไม่มีวันหมดดาวนิลเหลือบมองชายหนุ่มที่นั่งหน้าบูดบึ้ง ไม่พูดไม่จา แต่ก็ยังยอมมาด้วยกัน หญิงสาวอยากจะหยิกแก้มคนที่ฟอร์มจัดแล้วทุบอีกสักหลายปึก รู้ว่าเขาแอบมองเธออยู่ตลอด พอเธอจับได้ เขาก็สะบัดหน้าหนีไปทางอื่นเหมือนสาวน้อยแสนงอนไม่มีผิด“ปู่เชยขา ดาวอยากดื่มเหล้าน้ำผึ้ง”“ไม่ได้” คราวนี้คนที่ไม่พูดกับใคร ขวางขึ้นทันที“ปู่ขาดาวจะดื่ม คุณพินันท์ก็อยากลองด้วย ใช่ไหมคะ” หญิงสาวหาพวก พอพินันท์พยักหน้า เหล้าน้ำผึ้งโหลใหญ่ก็ยกมาวางทันที“มาครับพี่ติณ มาดื่มด้วยกัน” พินันท์ยกเหล้าจอกแรกให้พี่ชาย แล้วส่งอีกจอกให้หญิงสาว พอกระดกของตนเองลงคอ เหล้าแรงก็ร้อนวาบ รสชาติแบบนี้ ดีกรีแรงไม่กี่จอกก็หัวทิ่มชัวร์“พอแล้วนะ จำครั้งที่แล้วไม่ได้เหรอว่าดื่มเหล้านี่แล้วเป็นยังไง” ติณยึดจอกเหล้าเล็ก ๆ ที่ว่างเปล่าของหญิงสาวไว้ เพราะเธอก็เพิ่งกระดกลงไปในทีเดียว“ก็เมาไงคะ” หญิงสาวลอยหน้าตอบ นัยน์ตาพราว มีหรือว่าเธอจะจำไม่ได้ ยิ่งเห็นหน้าคร้ามดูดซับส
กว่าจะข่มตาหลับลงได้ก็เกือบสว่าง กลิ่นหอมอ่อนๆ ของหญิงสาวปั่นป่วนจนเขาต้องควักบทสวดสารพัดขึ้นมาภาวนาอยู่ในใจ ดังนั้นตอนที่ดวงตาดำขลับงัวเงียลืมตาอีกครั้งก็สายโด่ง พลิกตัวมองที่นอนด้านข้าง เหลือแต่ความว่างเปล่า ดาวนิลคงลุกออกไปนานแล้วเพราะใช้มือลูบคลำ ไม่หลงเหลือไออุ่นจากร่างของเธออยู่ติณรีบผุดลุกขึ้นอาบน้ำแต่งตัว เมื่อคืนมัวแต่ตกตะลึงจนทำตัวไม่ถูก เช้านี้เขาต้องรีบหาคนงานผู้หญิงที่ไว้ใจได้มานอนเป็นเพื่อนหญิงสาว ก่อนที่เลือดกำเดาเขาจะไหลหมดตัว นี่มันเรื่องบ้าบออะไรกัน ไอ้พินันท์ส่งดาวนิลมาทำงานที่นี่ทำไม แขกเหรื่อเขาไม่ได้เปิดให้เข้ามาพัก มีแค่กลุ่มเพื่อนหรือวีไอพีที่ต้องการพักผ่อนซึ่งต้องให้เขาอนุญาตก่อน หรือไอ้พินันท์มันคิดว่าเขาเป็นพระโพธิสัตว์ที่ตัดกิเลส เลิกยุ่งเกี่ยวข้องแวะกับผู้หญิงที่อยู่ในหัวใจได้เด็ดขาดแล้วจริง ๆชายหนุ่มจัดการธุระส่วนตัวและตรงไปที่ตัวรีสอร์ตซึ่งอยู่ไม่ไกล มีพนักงานต้อนรับซึ่งก็เป็นลูกหลานคนงานในเกาะนั่นแหละที่ประจำการอยู่“ดาวนิลล่ะ”“คุณดาวทานอาหารเช้าอยู่ที่ห้องอาหารค่ะ คุณติณจะรับพร้อมกันเลยไหมคะ” ติณพยักหน้ารับ กินเสียพร้อมกัน พนักงานจะได้ไม่ลำบากและมัว







