*** นิยายเรื่องนี้เขียนขึ้นจากจินตนาการของนักเขียนเท่านั้น ไม่ได้มีเจตนาก้าวล่วงความเชื่อ ขนบธรรมเนียม ประเพณี แต่อย่างใด และไม่อาจหาสาระ ความจริงอะไรได้ นอกจากอ่านเพื่อความบันเทิง ขอความเมตตาคุณนักอ่านที่รัก โปรดใช้วิจารณญาณในการอ่านนะคะ
ตอนที่ 1 เนื้อทอง
“พ่อ....พ่อ” เสียงยะเยือกลอยชัดสัมผัสผ่านเข้ามาในขอบเขตข่ายฌานแกร่ง กระดานไม้พื้นเรือนส่งเสียงเอี๊ยดอ๊าด สั่นร่างผู้คนซึ่งหมอบต่ำคว่ำหน้า ไม่มีใครกล้าเงยขึ้นมามองเสียงฝีเท้าอันไร้เงาของผู้มาเยือน
เรือนหมอคุ้ม ขึ้นชื่อลือเลื่องเรื่องการทำเสน่ห์ ยาแฝด รูปรอยหุ่นผี มีชื่อระบือข้ามไปไกลหลายหัวเมือง ผู้คนต่างหลั่งไหลมากราบไหว้ขอให้ช่วยไม่เว้นคืน ไม่เว้นวัน รอบรั้วบ้านนั้นมีผู้คนมาปักหลักปูเสื่อนอนรอขอรับขันธ์กราบไหว้จนเต็มลานดิน ริมฝีปากหนาดำคล้ำแสยะยิ้มหันไปมองยางไม้สีเลือดตรงโคนเสา
เปรี๊ยะ! เสาไม้กลางเรือนดีดลั่นดังเปรี๊ยะ คล้ายหม้อดินเผาหรือเครื่องแก้วปริแตก ตามมาด้วยเสียงน้ำไหลโจ๊กใหญ่ คล้ายยามฝนชะไหลละลงมาจากหลังคาตกรินใส่ตุ่ม หากแต่เสาเรือนต้นใหญ่นั้นมีเพียงยางไม้สีแดงเข้มข้นหยดไหลลงมา ตั้งแต่ปลายยอดเสาสูงสุดก่อนจะย้อยหยดลงบนใบพลูแก่จัด ซึ่งถูกนำมารองไว้ข้างใต้จนเปลี่ยนสีจากเขียวเข้มกลายเป็นสีเลือด
พลูแก่สามใบถูกนำมาห่อเศษขี้เถ้าสีขาวป่น มือหยาบยกพานทองเหลืองเก่าคร่ำคร่าเกรอะกรังไปด้วยคราบน้ำตาเทียนขึ้นจรดหน้าผาก ริมฝีปากคล้ำท่องบ่นมนต์ดำอัปรีย์อยู่งึมงำฟังไม่ได้ความ ฉับพลันมือเหี่ยวแห้งดำยื่นล้ำ ล้วงลงไปในพานเก่า หยิบเอาหมากพลูซึ่งผ่านการปลุกเสกขึ้นมายัดใส่ปากแดงคำหนึ่ง ร่างผอมเกร็งแห้งดำเหมือนซากผีนั่งยองอยู่บนหิ้งไม้ยกสูงเคี้ยวหมากหยับๆ นัยน์ตาสีขาวน้ำข้าวกวาดมองไปรอบเรือนไม้ เห็นเพียงหัวขาวบ้างดำบ้างนั่งตัวสั่นงันงกไม่มีใครสักคนหรือดวงตาสักคู่กล้าเงยขึ้นมาสบตากับตน
“เนื้อทอง” คำขานเหมือนหมอเสน่ห์เรียกหาใครสักคน ทำเอาขนบนหัวคนบนเรือนลุกชัน แขนขาสั่นพลันขยับมานั่งเบียดกันอยู่กลางเรือน
เนื้อทอง อดีตคือลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของหมอคุ้ม ชาวบ้านร้านตลาดเจ็ดคุ้งน้ำ สามหัวเมืองนั้นรู้จักชื่อนี้ดี เพราะเมื่อสิบปีที่แล้ว ก่อนหน้าน้ำหลาก ข่าวการตายของเนื้อทองดังกระฉ่อนไปข้ามเมือง เนื่องเพราะเด็กหนุ่มถูกฆ่าตายอย่างโหดเหี้ยมทารุณ ซ้ำทางการยังจับมือใครดมไม่ได้
ศพผีเนื้อทองในคราวนั้นถูกชาวบ้านร้องขอให้รีบเผาเนื่องเพราะตายอนาถหรืออาจเรียกว่าเป็นผีตายโหงสยดสยองน่ากลัว ขั้นตอนเผาผีมีชาวบ้านมายืนเฝ้ากองฟอนนอนเปลี่ยนกันอยู่สามวันสามคืน ศพผีเนื้อทองก็ไม่มีไหม้ไฟแม้แต่ปลายเล็บ เมื่อจนปัญญาในการเผาผีและชาวบ้านเริ่มหวาดกลัว ร่ำลือกันไปต่างๆ นานา ถึงความเฮี้ยนหนักหนาของผีเนื้อทอง พ่อเมืองและทางการจึงสั่งให้ฝังร่างรอให้เน่าเปื่อย ศพเนื้อทองไม่ทันได้ขึ้นอืดเน่าเหม็น เหล่าหมอพระ หมอผี จากทั่วทุกสารทิศ จ้ำเรือมาฉกชิงหั่นแล่เนื้อหนังของหนุ่มเนื้อทองผู้อาภัพ แทบไม่เหลือเป็นชิ้นเป็นอัน กระดูก ฟัน หน้าผาก กะโหลก และแขนขา ถูกปล้นชิงหายไปคนละทิศคนละทาง หลุมฝังศพถูกขุดถูกคุ้ยกระจุยกระจายน่าสังเวช แต่ใครเลยจะรู้ว่าพ้นผ่านไปเพียงราตรีเดียวกระดูกทุกท่อน เนื้อหนังทุกชิ้นมันกลับมากองคืนอยู่ในเสื่อไผ่ภายในหลุมผีอย่างไม่มีขาดหายไปแม้แต่เสี้ยวหนึ่ง
“แต่อีแววมันมีผัวอยู่แล้วนะพ่อ” ร่างดำเกรียมเอ่ยขัด ขาเรียวห้อยยาวจากคานลงมาวางฝ่าตีนเหยียบลงบนหัวของคนที่กำลังนั่งพนมมือไหว้หมอเสน่ห์อยู่ปลก ๆ
“ถ้าอย่างนั้น เอ็งก็ไปทำให้มันทิ้งผัวมันซะ” ฌานกล้าตบะแกร่งส่งกระแสจิตแข็งออกคำสั่งกับวิญญาณลูกชาย
“จ้ะพ่อ” หมากคำใหญ่ถูกคายคืนลงไปบนพานทองเหลือง พร้อมทั้งเสียงฮือของผู้คนที่นั่งจ้องพานรองนั้นแบบตาไม่กะพริบ เพราะเพียงชั่วพริบตา พลูแก่สามใบอันตรธานหายไปกลายเป็น ชานหมาก ก้อนกลมวางอยู่บนพานเก่า
“มึงเอานี่ไปให้มันกิน”
“นานเท่าใดหรือพ่อหมอ กว่าอีแววมันจะรักข้า”
“มันกลืนหมากคำนี้ลงคอเมื่อใด ก็เมื่อนั้นแหละ”
“ขอรับพ่อหมอ”
“มึงจำไว้ อย่าให้พ้นวันพระ” หมอคุ้มยื่นพานชานหมากส่งใส่ลงไปในมือสั่นของชายผิวคล้ำเบื้องหน้า
เรือนมุงแฝกกลางทุ่ง สตรีนางหนึ่งร่างผอมยืนอยู่หัวกระไดนัยน์ตาเหม่อลอย ด้านบนเรือนนั้นคือชายหาปลาผิวคล้ำ กำลังยืนยิ้มอย่างย่ามใจเดินลงมาจูงมือหญิงสาวผู้ทิ้งลูก ทิ้งผัวลงจากเรือนมาหาชายอื่นกลางดึก
"เอ็งมาหาข้าหรือแวว"
“ข้าคิดถึงพี่”
“เอ็งคิดถึงข้ามากหรือ”
“มาก...ข้าคิดถึงจวนเจียนจะขาดใจแล้ว”
ภายในมุ้งเก่าร่างบางขาวนอนราบแผ่ลงบนเสื่อขาด พาดทับคร่อมทาบไว้ด้วยร่างกำยำของชายหาปลาซึ่งกำลังโยกบดสะโพกกดใส่หญิงสาวซึ่งนอนตาลอยอยู่ข้างใต้ ซ้อนภูมิภพละเอียดเงาดำร่างผอมเกร็งน่าเกลียดนั่งยองคร่อมทับยกฝ่าตีนปิดตาคนคู่นั้นไว้
“รักมัน หลงมัน คิดถึงมัน ยกหัวใจให้มัน...แล้วเอาวิญญาณมึงให้กู”
เสียงแหบเครือสยดสยอง เปล่งออกมาจากริมฝีปากแดง ฝ่ามือเหี่ยวยกขึ้นไปปิดตาชายร่างหนาที่กำลังทำผิดศีลข้อสาม เมามันในกามารมณ์โยกขย่มร่างเปลือยเมียคนอื่นอย่างชื่นมื่นมีความสุข
“เสน่ห์เนื้อทองจะจองจำพวกมึง ให้ครองคู่รักกัน...ทุกชาติไป”
ด้ายแดงอันมิอาจมองเห็นด้วยตาเปล่าถูกคล้องลงไปรัดรอบร่างฉ่ำชุ่มเหงื่อไคล ริมฝีปากแดงขยับขึ้นลงท่องบ่นมนต์ดำอัปรีย์ นอกเรือนปรากฏเงาดำลอยต่ำคลานเตี้ย ละเลียดอยู่กับกระทงใบตองของเซ่นอันมีเลือดไก่สดกับเหล้าขาว ของคาวสามสิ่งพร้อมดอกไม้หอมปักด้วยธูปวางอยู่บนพื้นดินติดหัวกระไดเรือน พริบตาเดียวเลือดข้นเต็มกระทงมีอันเหือดจนแห้งขอด ของเซ่นเปิดทางให้ผีหายวับไปกับตาดอกไม้หอมแห้งกรอบเหมือนถูกไฟเผา เหลือเพียงกระทงแห้งกับธูปเปล่าเท่านั้นที่คงสภาพเดิม เงาดำเลื่อนผ่านกระไดเรือนแทรกผ่านเข้ามาในมุ้งใหญ่
“ฮือออออ” เสียงครางต่ำของเงาดำกำลังม้วนพันรัดรอบคนทั้งสอง
“กินอิ่มแล้วก็ทำงานของมึงให้ดี” เจ้าของด้ายอาคมสีแดงกระตุกมัดคนทั้งคู่เข้าหากัน จังหวะนั้นน้ำรักเหนียวข้นผสมกลิ่นคาวถูกหลั่งออกมาจากร่างหนุ่มใหญ่ ไกลออกไปบนเรือนหมอเสน่ห์ หม้อดินเผาปักล้อมด้วยเทียนแดงกลับมีน้ำล้นผุดขึ้นมาจากขอบหม้อ กระตุกยิ้มน่ารังเกียจจากมุมปาก
“ฮือออออ” เงาดำเปลี่ยนร่างกลายเป็นผีเน่าใบหน้าฟอนเฟะ แทรกกลางเข้าไปนอนระหว่างกายหยาบของคนทั้งสอง ร่วมนัวเนียหลับนอนสามคนเมียผัว
“กลับมาแล้วหรือ” หมอเสน่ห์ลือชื่อร้องทักออกมาทั้งที่ดวงตายังปิดสนิท
เด็กหนุ่มใบหน้างามละเมียดละไม ผิวพรรณวรรณะผ่องใสด้วยวัยไม่พ้นสิบหกปี อยู่ในชุดโจงกระเบนขาว ข้อแขน ข้อขา คล้องกำไลทองอันวิจิตรงดงาม กิริยาท่าทางอ่อนช้อยชวนมอง ราวกับเป็นลูกเจ้าขุนมูลนายในรั้วในวัง ร่างบางคลานเข้ามานั่งพับเพียบเรียบร้อยอยู่ต่อหน้าหมอเสน่ห์ผู้เป็นพ่อ ก่อนจะหมอบต่ำยื่นหน้าเข้าไปหา
“พรุ่งนี้วันพระ พ่อจะให้เอ็งไปเที่ยวเล่นได้หนึ่งวัน” นิ้วหัวแม่มือใหญ่กดประทับลงมากลางหน้าผากแคบ เกิดเป็นแสงสีแดงสว่างวาบขึ้นมาแล้วจางหายไป
“มิผูกด้ายแดง ไม่ได้หรือพ่อ” ดวงตากลมโตใสซื่อดั่งลูกโคเพิ่งคลอด มองผ่านไปยังข้อเท้าเล็ก เห็นด้ายอาคมสีแดงผูกติดไว้ทำให้มิอาจไปในบางที่บางสถานตามใจปรารถนา
“เอ็งอยากถูกเขาจับไปเป็นผีรับใช้ หรืออย่างไร”
“ไม่อยากจ้ะ”
“ตอนเป็นคน เอ็งขัดคำสั่งข้าจนต้องตายอย่างน่าอนาถ นี่เป็นผียังไม่เข็ดหลาบอีกหรือ ไป...อยากไปเที่ยวท่อง ล่องแห่งหนใดก็ไป”
อนิจจาดวงวิญญาณ เนื้อทอง แสนอาภัพจะได้กลับคืนร่างเดิมเพียงชั่วคราวในคืนวันพระ มีอิสระมิต้องไปเข่นฆ่าทำร้าย บดหู บังใจ ยุยง พรากผัว พรากเมียของใคร ให้เขาหมองหมางห่างใจรักต่อกัน ความสุขอันแสนสั้นที่ดวงวิญญาณน้อยนั้นเฝ้ารอคอยตลอดมา
บนยอดสุดของต้นโศกขนาดใหญ่ วิญญาณน้อยนั่งหย่อนขาหันหน้าไปทางเรือนไม้ทรงไทย พร้อมกับน้ำตาไหลลงมาอาบแก้ม ริมหน้าต่างบานหนึ่งบุรุษหนุ่มรูปงามกำลังยืนเหม่อทอดสายตามายังยอดไม้ หากแต่เพราะภพภูมิที่ต่างกัน ตาเนื้อของมนุษย์หนุ่มนั้นจึงมิอาจเห็นว่าสูงสุดของยอดไม้นี้ มีดวงวิญญาณของหนุ่มน้อยผู้อาภัพกำลังสะอื้นไห้เพราะกำลังคิดถึงชายที่ตนแอบรัก แอบคิดถึง
ดวงตาเศร้าก้มลงมองด้ายอาคมสีแดงตรงข้อเท้า มันผูกสะกดกายละเอียดนี้ไว้ ทำให้ไม่อาจก้าวข้ามเลยเขตที่พ่ออนุญาตไปเบื้องหน้าได้อีกแม้แต่ก้าวเดียว หูทิพย์ ตาทิพย์ อิทธิฤทธิ์ที่มีจะสูญสลายหายไป ไม่อาจใช้ได้นอกเขตอาคมของคนเป็นพ่อ แม้หูตาที่มีก็จะมืดบอด ดับสนิท มองไม่เห็น ฟังไม่ได้ยิน ร่างกายและวิญญาณร้อนรุ่มดังเพลิงผลาญได้รับทุกข์ทรมานหากฝืนคำสั่ง
“ข้าคิดถึงพี่เหลือเกิน...”
ตอนที่ 45 มีความสุขด้วยกันนะ (จบ)“พี่คณิณ ไม่กลับบ้านหรือครับ” เนื้อทองนั่งเอียงคอมองพรเทพพร้อมตั้งคำถามมาจากบนเตียง เมื่อพรเทพวางสายจากพี่รหัสเรียบร้อยแล้ว“เห็นบอกว่าจะนอนค้างกับดอกเตอร์กานต์น่ะ”“พี่คณิณบอกว่าดอกเตอร์กานต์ทำของใส่ ทำให้พี่คณิณคิดถึงดอกเตอร์ไม่หยุดเลย”“คณิณบอกทองอย่างนั้นหรือ” พรเทพขยับลงมานั่งลงลนเตียงนอนของนักศึกษาที่เขาไปขออนุญาตคุณปู่คุณย่าให้เข้ามาพักอยู่ที่บ้านของเขาแทนการออกไปเช่าหอพักข้างนอก“ครับ พี่คณิณบอกว่าคิดถึงดอกเตอร์กานต์มาก คิดถึงจนกินไม่ได้ นอนไม่หลับ ก็เลยต้องไปหาดอกเตอร์กานต์จะให้ดอกเตอร์กานต์ถอนคุณไสยให้”“อย่างนั้นหรือ” พรเทพพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ แล้วหย่อนตัวนั่งลงบนเตียงนุ่มซึ่งมีนักศึกษาปีหนึ่งหน้าตาน่ารัก น่าเอ็นดู นั่งแก้มชมพูมองเขาตาแป๋ว“คณิณเริ่มโตเป็นผู้ใหญ่แล้วสินะ”“พี่เทพหมายความว่า...พี่คณิณกับดอกเตอร์กานต์”“ดอกเตอร์กานต์น่ะ แต่ไหนแต่ไรมาเป็นคนค่อน
ตอนที่ 44 โดนของตั้งแต่กลับมากรุงเทพ คณิณรับรู้ได้ถึงบางอย่างที่เปลี่ยนไป สิ่งแรกเลยที่ขวางหู ขวางตาทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดของเขาสูงขึ้นและกระบอกตาร้อนผ่าวๆ นั่นคือพี่ชายกับน้องรหัสที่ขยันเติมความหวานใส่กันจนเขาแทบไม่อยากอยู่ใกล้ ตั้งแต่เด็กจนโตแม้คณิณจะรู้ว่าพี่ชายนั้นเป็นคนสุภาพอ่อนโยนและเอาใจใส่คนรอบข้างอยู่เสมอก็จริง แต่ไม่คิดว่าจะเป็นพวกคลั่งรักเด็กขนาดนี้เพราะเพียงเขาหันหลังให้เผลอหน่อยเป็นไม่ได้สองคนนี้แอบเอาแก้มมาชนกัน ป้อนขนม ป้อนน้ำให้ จนคณิณต้องทำใจยอมรับให้สิ่งเหล่านี้กลายเป็นเรื่องปกติในชีวิต ส่วนสิ่งที่สองที่คณิณรู้สึกร้อนรุ่มกลุ้มใจจนทำให้ตัวเองไม่มีความสุขคือตัวเขาเองที่รู้สึกจิตใจมันไม่ค่อยอยู่กับเนื้อกับตัวเท่าไหร่“พี่คณิณเป็นอะไร” เนื้อทองซึ่งนั่งมองไอ้อาการกระสับกระส่ายกับถอนหายใจทิ้งดังเฮือกๆ ของพี่รหัส ทุกสองสามนาทีคณิณจะถอนหายใจทิ้งแรงๆ ออกมาครั้งหนึ่งแล้วก็นั่งไม่ติดเก้าอี้ อาการหลุกหลิกๆ ดูร้อนรนจนผิดปกติ“ไม่รู้สิ พี่ว่า...พี่โดนของ”“หือ พี่คณิณโดนของอีกแล้วหรือ ไปกินอะไรของใคร
ตอนที่ 43 นอนด้วยกัน“ดื้อแบบนี้...แสดงว่าของยังออกไม่หมด” ดอกเตอร์หนุ่มซึ่งนอนคร่อมอยู่ด้านบนอมยิ้มพูด พรางใช้ข้อนิ้วเกลี่ยลงมาบนแก้มขาวของน้องชายเพื่อน“ฮะ อะไรนะครับ” คณิณเอียงแก้มขยับห่างออกมาแต่ฝ่ามืออีกข้างของดอกเตอร์กานต์กางกั้นพร้อมทั้งดันคร่อมข้อศอกล็อกต้นคอนั้นให้นอนอยู่นิ่งๆ“เดี๋ยวพี่เอาของออกให้”สัมผัสนุ่มหยุ่นๆ กดประทับลงมาบนกลีบปาก เรี่ยวแรงแขนขาของคนหนุ่มเหมือนจะถูกดอกเตอร์ผู้เป็นเพื่อนของพี่ชายสูบหายออกไปจากตัว คณิณนอนนิ่งไม่กล้าขยับเพราะยังสับสนอยู่ว่าไอ้ที่แขนขากำลังสั่นเกร็งอยู่นี่ มันเกิดจากฤทธิ์ยาที่หมอให้มา หรือว่าเกิดจาก “ของ” ที่ดอกเตอร์กานต์บอกว่ายังไม่หมด“คุณ...” คำถามและประโยคต่างๆ ที่เรียบเรียงอยู่ในหัว หลุดออกมาจากปากได้เพียงคำเรียกขานสั้นๆ เพราะนอกเหนือจากนั้นมันถูกดูดกลืนหายไปจากคนที่โตกว่า“นอนนิ่งๆ นะครับ” เสียงกระซิบเบาๆ เล่นทำเอาคณิณไม่กล้าขยับ“นี่..”“อย่าดื้อสิ”&ldq
ตอนที่ 42 เพื่อนพี่ชาย“เนื้อทอง” พรเทพคลี่ยิ้มออกมาอย่างโล่งใจเมื่อเห็นคนที่ตนนั่งเฝ้าไข้อยู่ข้างเตียงนานถึงสามวันสามคืนฟื้นขึ้นมาได้ ด้านหลังเยื้องห่างออกไปคือคุณปู่คุณย่า หลวงตาแก่น พร้อมด้วยพราหมณ์ชุดขาวซึ่งเนื้อทองเจอในภาพฝัน“พี่เทพ หลวงตา...นี่มันเกิดอะไรขึ้นครับ”“พี่กับหลวงตากลับมาจากบิณฑบาต พี่ยอดวิ่งมาบอกว่า ทองกับคณิณหายไปในป่าช้า ทั้งพระ ทั้งเณร ชาวบ้านช่วยกันออกตามหาทั้งวันทั้งคืนก็ไม่เจอ โชคดีได้พราหมณ์บุญเมตตา ท่านแวะมาเยี่ยม มาหาหลวงตาพอดี เลยบอกให้คนช่วยกันขุดศพในป่าช้าขึ้นมา ถึงเจอเนื้อทองกับคณิณถูกฝังรวมอยู่กับศพพวกนั้นด้วย” พรเทพเล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้ฟัง"ทองกับพี่คณิณ ถูกฝังอยู่ในหลุมศพอย่างนั้นหรือครับ"“หมดเคราะห์แล้วนะเนื้อทอง ต่อแต่นี้ไปไม่มีใครมาทำร้าย ทำลายเจ้าได้อีกแล้ว” พราหมณ์เฒ่าผมขาวสะอาดสะอ้านยิ้มน้อยๆ พยักหน้าให้ เนื้อทองมองไปยังย่ามขาวแล้วเงยหน้าขึ้นไปสบตาพราหมณ์ท่านนั้นแล้วก้มลงกราบท่านอยู่บนเตียงผู้ป่วยอีกครั้ง"พราหมณ์บุญ นา
ตอนที่ 41 อโหสิกรรม"แม่ช่วยด้วย" เสียงของไอ้รุ่งร้องโหยหวนออกมาอย่างน่าเวทนา ดวงตาเหลือกเหล่มองหาแม่ผู้เป็นที่พึ่งหนึ่งเดียวของมัน"ปล่อยลูกกู...ปล่อยลูกกู""มึงสองแม่ลูก สมควรตายแล้ว" ไอ้ทองเลาะมีดปลายแหลมกรีดลึกลงไปท่ามกลางความมืดดำของความทรงจำอันย้อนลึกถอยหลังไปไกลหลายชาติ หลายภพ เสียงร่ำไห้จากดวงใจของคนที่ได้ชื่อว่าแม่ แม้ลูกของตัวจะชั่วช้าสามานย์สักเพียงใด แต่อย่างไรเสียนั่นก็ถือว่าเป็นเลือดจากอก ตาประสานตาสองมือแม่ลูกที่พยายามไขว่คว้าเข้าหากัน ก่อนที่ชะตาชีวิตของไอ้รุ่งนั้นจะขาดสะบั้นดับหายไปก่อนที่มันจะได้สัมผัสความรัก ความห่วงใยจากแม่เป็นครั้งสุดท้าย หยดน้ำตาแห่งความขลาดกลัวรั่วไหลออกมาเป็นสายเลือดครืด แผ่นหนังเนื้อมนุษย์ลงอักขระสักยันต์เมตตามหามงคลทั่วทุกรูขุมขนถูกไอ้ทองถลกลอกออกมาอย่างง่ายดายถือชูขึ้นมา นังบัวล้มตัวลงไปนอนเกลือกกลิ้งดิ้นพล่านๆ เรียกหาลูกชายของมัน พร้อมทั้งตีอกชกหัวตัวเอง กรีดร้องราวกับคนบ้า สองมือคว้ามีด คว้าดาบพยายามเข่นฆ่าคร่าเอาชีวิตคนที่ฆ่าลูกชายมัน หากแต่มันไม่อาจทำได้อย่างใจเ
ตอนที่ 40 ศิษย์ทรยศ“พ่อครูจะให้ข้ากับแม่ ช่วยขโมยตำรานะเนื้อทอง จากพ่อครูทองกระนั้นหรือ” ไอ้รุ่งนั่งอยู่ต่อหน้าหมอขาม บนพานมีเบี้ยถุงใหญ่วางไว้ล่อตา สองแม่ลูกผู้ละโมบโลภในเงินทองมองตากันไปมา“ข้าไม่ได้ต้องการคัมภีร์ของไอ้ทองดอก ข้าก็แค่อยากรู้ว่ามันร่ายมนตร์ใดใส่มึง”"ร่ายมนตร์ใส่ข้า...พ่อครูหมายความว่าอย่างไร""ฮึ มึงดูเอาเถิด ว่าไอ้ทอง...มันลวงมึงว่าอย่างไร"หมอขาม เป่าคาถาถอนมนต์ครอบร่างของไอ้รุ่งออก ทำให้นังบัวและไอ้รุ่งซึ่งหลงลำพองใจคิดว่าร่างกายของมันกลับมาเป็นปกติได้รู้ความจริงว่าแท้จริงแล้วมันยังคงอยู่ในร่างเดิมคือไอ้รุ่งผู้พิกลพิการ หน้าตาอัปลักษณ์ ผิวกายดำคล้ำหยาบกร้านน่ารังเกียจ นังบัวโกรธเป็นฟืนเป็นไฟ ยกตีนขึ้นมากระทืบกระดานไม้อยู่โครมๆ ไอ้รุ่งนั่นทุบกำปั้นตบฝ่ามือแป ลงไปบนหัวเข่าหงิกงอ ออกปากด่าทอสาปแช่งคนที่มันก้มกราบเรียกหาว่าเป็นพ่อครูอยู่นานปี ดวงตาถลนปูดโปนเนื่องจากโกรธแค้นเคืองให้พ่อครูทอง และรังเกียจในความอัปลักษณ์ซึ่งฉายส่องมาให้มันเห็นผ่านกระจกเงา“ไอ้ทอง