Masukหวังฉีได้รับการแต่งตั้งจากหลี่เฉิงเฉียนให้ดำรงตำแหน่ง เสนาบดีกรมปศุสัตว์ มีหน้าที่ดูแลโรงเลี้ยงหมู โรงเลี้ยงไก่ และโรงเลี้ยงเป็ด มีผู้เฒ่าหลิว และหลิวเย่ลูกชายผู้เฒ่าหลิวเป็นผู้ช่วยโรงเลี้ยงหมู มีขนาดกว้าง 1.5 จั้ง ยาว 3 จั้ง หลังคา 2 ชั้นสำหรับระบายอากาศ ในโรงเลี้ยงหมูหลี่เฉิงเฉียนให้ หวังฉีซื้อลูกหมูเพศผู้ 1 ตัว และลูกหมูเพศเมีย 9 ตัว ขณะนี้พวกมันกำลังวิ่งเล่นกันอย่างสนุกสนาน ลูกหมูเพศผู้วิ่งไล่งับหางลูกหมูเพศเมียหลี่เฉิงเฉียนกลัวลูกหมูเพศเมียจะตกใจตาย จึงปรามเสียงดัง“ หลี่ไท่เจ้าจะวิ่งไล่ตัวอื่นทำไม่ เจ้าจะคึกไปไหน…!!! ”“ ฮ่า ฮ่า ฮ่า ”เมื่อได้ยินหลี่เฉิงเฉียนเรียกเจ้าหมูพริ้ว ฉินหวายอวีหัวเราะก๊าก ตัวบิดตัวงอ เขาไม่คิดว่าหลี่เฉิงเฉียนจะเอาชื่อของหลี่ไท่ไปตั้งชื่อให้กับหมูเพศผู้ ยิ่งคิดยิ่งขำเหมือนมันจะรู้ความ เมื่อถูกหลี่เฉิงเฉียนเอ็ด เจ้าหมูน้อยทำตาละห้อยเดินมานั
การต้องออกมาผจญภัยด้านนอกสามารถสร้างมิตรภาพที่ดีต่อกันได้ อนาคตหากมี 2 ตระกลูนี้คอยช่วยเหลือภายภาคหน้าหลี่เฉิงเฉียนจะไม่มีวันอับจนสองวันหลังจากได้รับราชโองการ หลี่เฉิงเฉียนนำพาขบวนเดินทางซึ่งมี ไท่ซ่างหวง หวังอี้ป๋อ หลี่นาจา ฉินหวายอวี และองครักษ์อีก 90 นายเดินทางไปชายแดนซีเจียงตลอดการเดินทางหลี่เฉิงเฉียนพาไท่ซ่างหวงพำนักสถานที่ต่าง ๆ ที่น่าสนใจ บ้างแวะดูงิ้ว เดินชมตลาดสัมผัสชีวิตชาวต้าถัง การเดินทางครั้งนี้ทำให้ไท่ซ่างหวงมีความสุขยิ่งนัก หัวเราะตลอดทาง หลี่เฉิงเฉียนช่วยคลายความเหงาที่เกาะอยู่ในใจของไท่ซ่างหวง ไปได้ไม่น้อยหลี่เฉิงเฉียนให้ช่างไม้ทำไพ่ชนิดหนึ่ง มีชื่อว่า อูโน่ ทำขึ้นมาเพื่อถวายการเล่นไพ่นี้ให้แก่ไท่ซ่างหวงไว้สำหรับเล่นแก้เหงา ระหว่างการเดินทางหลี่เฉิงเฉียน ไท่ซ่างหวง หวังอี้ป๋อ และฉินหวายอวี นั่งเล่นไพ่ฆ่าเวลายามค่ำคืน หวังอี้ป๋อไม่เคยเห็นไพ่แบบนี้มาก่อน แต่การเล่นก็ทำให้พวกเขาสนุนสนานดีไม่น้อยการเดินทางที่มีไท่ซ่างหวงเดินทางมาด้วยนั้
“ เจิ้นให้เวลาเจ้า 7 วันหาคำตอบมาให้ได้ มิเช่นนั้นเจ้าต้องรับโทษ ”หลี่ไท่รีบโขกศีรษะกับพื้นแรง ๆ เพื่อแสดงความจริงใจหลี่จิ้ง ก้าวออกมารายงาน ชนเผ่าถู่ปัวบนที่ราบสูงทิเบตกำลังขยายอาณาเขตกินพื้นที่ทางตะวันตกของต้าถัง ขณะนี้มีชนเผ่าถู่ปัวกำลังป้วนเปี้ยนอยู่ชายแดนเจี้ยนหนาน หม่อนฉันคิดว่าควรป้องกันไว้ก่อนจะดีที่สุดพะยะค่ะสวี จิ้งจง เสนาบดีกรมการคลัง ออกมาคัดค้านเนื่องจากต้าถังพึ่งผ่านการสู่รบมาได้ไม่นานราษฏรยังคงบอบช้ำทั้งกายใจ ช่วงเวลานี้ต้าถังกำลังเข้าสู่ความสงบ หม่อนฉันเห็นว่าควรเจรจากันก่อนถ้าหากต้องทำศึกจริง ๆ การแต่งงานเชื่อมสัมพันธไมตรีจะเป็นทางออกที่ดีที่สุดพะยะค่ะ“ เหลวไหลสิ้นดี…!!! ”ขุนพลเฉิงตวาดก้องท้องพระโรง ก่อนจะป้องมือขึ้นเหนือหัว องค์หญิงคือหญิงสูงศักดิ์เป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของโอรสสวรรค์ มิใช่สิ่งแลกเปลี่ยนใด ๆ ขุนพลเฉิงหันไปมองฝ่าบาทก่อนจะอาสาปกป้องชายแดนแท
สายฝนเริ่มโหมกระหน่ำแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย หวังอี้ป๋อแหงนมองท้องฟ้าที่บัดนี้เมฆทมิฬเคลื่อนตัวปกคลุมน่านฟ้าเมืองซานโจว แสงวชิระแปลบปลาบส่งเสียงกระหึ่มก้องซานโจว เด็กน้อยหวาดผวาเสียงคำรามจากฟากฟ้า ร้องไห้้ระงมขณะเดียวกัน หลี่นาจานำทางฉินหวายอวีและเหล่าองครักษ์ เดินทางไปหาหลี่เฉิงเฉียน ห่าฝนตกลงมาไม่ให้พวกเขาได้ทันตั้งตัว ทั้งหมดจำต้องเดินทางฝ่าสายฝนเมื่อเดินทางถึงที่หมาย ณ ที่พักผู้แทนพระองค์หลี่นาจาถามหาหลี่เฉิงเฉียน จิ้นจื่ออี้ชี้ไปทางผนังกั้นน้ำในยามเช่นนี้หลี่เฉิงเฉียนต้องอยู่ที่นั้นแน่นอน จิ้นจื่ออี้นำทางหลี่นาจาและคณะไปยังที่ที่หลี่เฉิงเฉียนยืนอยู่ประจำพวกเขามองเห็นเงาคนราง ๆ ยืนอยู่เหนือผนังกั้นน้ำสูง สายฝนไม่มีทีท่าว่าจะทุเลา หลี่เฉิงเฉียนยืนมองแม่น้ำเหลืองที่กำลังเชี่ยวกราก ข้างกายของเขาก็คือหวังฉีที่บัดนี้กลายเป็นผู้ติดตามใกล้ชิดหลี่เฉิงเฉียนไปแล้ว ฉินหวายอวีรีบเข้าไปหาหลี่เฉิงเฉียน เขาตะคอกเสียงดังแข่งกับเสียงฝน“ ที่นี้อันตรายเกินไปทำไมเจ
ณ ห้องทรงพระอักษร หลี่ซื่อหมินในมือถือรายงานจากซานโจว พระองค์ทรงทอดพระเนตรทุกตัวอักษร หลี่ซื่อหมินรับรู้ได้ถึงความยากลำบากของชาวซานโจวผ่านจดหมายโลหินฉบับนี้ หลี่ซื่อหมินทรงพิโรธยิ่งนักเมื่อได้รู้ความจริงว่า ซานโจวประสบอุทกภัยมาแล้ว 2-3 เดือน และแอบชื่นชมหลี่เฉิงเฉียนที่สามารถแก้ไขปัญหาเบื้องต้นได้ดี หลี่ซื่อหมินมีรับสั่งให้จับตัวเจ้าเมืองซานโจวให้ได้ แล้วนำไปประหารชีวิตต่อหน้าชาวเมืองซานโจว เพื่อเป็นการระบายความเจ็บแค้นของชาวประชาขณะเดียวกัน หลี่เฉิงเฉียนติดตามจิ้นฟู่ เดินทางออกสำรวจแนวกั้นแม่น้ำเหลือง จิ้นฟู่ทำให้หลี่เฉิงเฉียนเลื่อมใสเป็นอย่างมาก เขาอธิบายถึงวิธีการรับมือกับภัยน้ำท่วมได้เป็นอย่างดี เพียงแต่สิ่งที่พวกเขาทำนั้นเป็นการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ หากจะแก้ที่ต้นเหตุจำเป็นที่จะต้องสร้างเขื่อนกั้นน้ำ และปรับผนังตลิ่งให้สูงขึ้น จิ้นฟู่เห็นด้วยกับแนวคิดของหลี่เฉิงเฉียนตอนนี้ทั้งสองได้มายืนอยู่แนวโค้งของแม่น้ำแล้ว จุดนี้คาดว่าจะเป็นจุดที่อ่อนไหวต่อการพังทลายที่สุด หากจะเปรียบที่นี้เป็นสมรภูมิรบก็ไม่เกินเลย หากแต่ข้าศึกที่หลี่เฉิงเฉียนต้องโรมรันด้วยในครั้งนี้ กับเป็นความพิโรธจากธรรม
หวังฉีพาหลี่เฉิงเฉียนเดินมาหยุดอยู่หน้าบ้านที่สร้างด้วยดินหลังหนึ่ง สภาพซอมซ่อท้ายหมู่บ้าน พวกเขากำลังจะเข้าไปแต่ก็ต้องหยุดชะงักเมื่อมีสตรีนางหนึ่งกำลังเปิดประตูออกมา เมื่อนางเห็นหวังฉีนางจึงรีบเข้ามาทักทายพร้อมกับทำความเคารพทั้งสองคุยกันสักพัก หวังฉีแนะนำสุ่ยอันให้หลี่เฉิงเฉียนรู้จัก นางคือคู่หมั้นคู่หมายของหวังฉีปีหน้ามีกำหนดจะแต่งงานกัน หลี่เฉิงเฉียนแสดงความยินดีต่อทั้งสองคนล่วงหน้า สุ่ยอันพาหวังฉีและหลี่เฉิงเฉียน เข้าเยี่ยมแม่เฒ่าหวังมารดาของหวังฉี ซึ่งตอนนี้ป่วยหนักทำได้แค่นอนอยู่บนเตียงเดินเหินไม่สะดวกหวังฉีเมื่อเห็นมารดาของตนก็โผเข้ากอดทั้งน้ำตา เขานั้นรู้สึกผิดต่อมารดายิ่งนักที่ไม่สามารถดูแลมารดายามเจ็บป่วยได้ หลี่เฉิงเฉียนรู้สึกเวทนาหวังฉียิ่งนัก มารดาของหวังฉีเห็นแขกมาเยื่อนก็รีบให้หวังฉีเตรียมเก้าอี้พร้อมชาที่ดีที่สุดในบ้านให้หลี่เฉิงเฉียนดื่มหลี่เฉิงเฉียนให้หมอมารักษาอาการมารดาของหวังฉี หมอตรวจดูแล้วอาการไม่หนักมากหากกินยาตามที่หมอจัดให้ภายใน 1 เดือนก็หายเป็นปกติ หวังฉีได้ยินดังนั้นจึงก้มลงกราบหลี่เฉิงเฉียนอยู่







