นางเอกเช่นข้าขอเกี้ยวท่านตัวร้ายผู้นี้

นางเอกเช่นข้าขอเกี้ยวท่านตัวร้ายผู้นี้

last updateLast Updated : 2026-07-31
Language: Thai
goodnovel18goodnovel
Not enough ratings
10Chapters
60views
Read
Add to library

Share:  

Report
Overview
Catalog
SCAN CODE TO READ ON APP

จู่ ๆ ก็ดันทะลุมิติมาอยู่ในร่างของนางเอกที่แสนอ่อนแอ แถมพระเอกก็โคตรโง่เง่า หูเบา เชื่อคำสตรีอื่นมากกว่าคนรักตน แล้วไยนางต้องทนเล่า? เกี้ยวท่านตัวร้ายที่ซิกแพกซ์แน่นเยี่ยงก้อนขนมปังผู้นี้มิดีกว่าหรือ

View More

Chapter 1

1

ประเทศไทย , พุทธศักราช ๒๕๖๖

กรุงเทพมหานคร ดินแดนแห่งความวุ่นวาย รถราวิ่งสัญจรไปมาเต็มท้องถนน แออัดไปด้วยผู้คนนับแสน นับล้านชีวิตที่จากบ้านจากเมืองเข้ามาหางานทำประทังชีวิตด้วยเป็นแดนศิวิไลซ์ ใจกลางกรุง เมืองหลวงแห่งประเทศไทย

“ไปตลาดน้ำตลิ่งชันจ้าพี่” หญิงสาววัยสามสิบปีที่ต้องจำใจโบกมือลาคนทางบ้านไกลห่างกว่าร้อยกิโลเมตรเข้ามาหางานทำเป็นพนักงานตัวน้อย ๆ ในบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่งกำลังยืนคุยกับวินมอเตอร์ไซค์หน้าปากซอยห้องพักราคาถูก

“จากนี่กว่าจะไปถึงตลาดน้ำตลิ่งชันใช้เวลาร่วมชั่วโมง ขืนให้คนอ้วนอย่างกับช้างน้ำแบบมึงนั่งซ้อนท้ายเนี่ย ยางแบนตายห่า” พูดจบวินมอเตอร์ไซค์คนนั้นก็หันไปหัวเราะกับเพื่อนร่วมอาชีพสนุกปาก

“…”

“ถามหน่อยเหอะว่ะยายหมูหวาน ตอนเด็ก ๆ แม่มึงให้แดกอะไรเข้าไปวะ ทำไมโตมาถึงได้อ๊วนอ้วนอย่างกะช้าง ชาตินี้คงขึ้นคาน แก่ตาย เพราะหาผัวไม่ได้”

ผลั๊วะ!!!! หมัดหนัก ๆ ของหมูหวานซัดเข้าไปที่เบ้าหน้าของวินคนนั้นอย่างแรง ด้วยขนาดตัวที่ค่อนข้างอวบอั๋น เนื้อเน้น ๆ พละกำลังเกินร้อย จึงทำให้ร่างบางผอมแห้งหงายหลังตึงร่วงหล่นจากเบาะมอเตอร์ไซค์โดยไม่ทันตั้งตัว

“ฉันอ้วนแล้วไปหนักหัวพ่องใครไม่ทราบ!!! ถ้าเกิดมาพูดจาหมา ๆ แบบนี้ให้ได้ยินอีก รับรอบเลยว่าขาอีหมูหวานคนนี้จะฟาดให้คอหักตายเลย เอาไหม! เอาไหม!!” หมูหวานกระฟัดกระเฟียด หมดอารมณ์จะไปเดินหาขนมกินเล่นที่ตลาดน้ำตลิ่งชันแล้วจึงหมุนตัวกลับไปห้องเช่าตนเอง

@ห้องเช่า

“หน็อย! คำก็อ้วน สองคำก็อีอ้วน สามคำก็อีช้าง อีหมูหวานอยากกรี๊ด! นี่มันยุคไหนสมัยไหนแล้ว ทำไมยังไม่หยุดบูลลี่กันสักที” หมูหวานทิ้งตัวลงบนฟูกเตียงขนาดเล็กพร้อมถอนหายใจเฮือกฮากอย่างนึกหงุดหงิดไม่หาย

หมูหวานถูกเพื่อน ถูกคนรอบตัวบูลลี่เรื่องรูปร่างหน้าตาที่ค่อนข้างอ้วนท้วนอุดมสมบูรณ์ตั้งแต่เล็กจนโต เพียงเพราะเธอไม่ใช่ผู้หญิงที่ตรงตามบิวตี้สแตนดาร์ดค่านิยมของคนไทยก็เท่านั้น

ช่วยไม่ได้นี่นะ ทำงานประจำเป็นพนักงานตัวน้อย ๆ ในบริษัท นั่ง ๆ นอน ๆ บนเก้าอี้ พอหิวก็หยิบขนมคุกกี้ เบเกอรี่ที่ตัวเองทำขายเป็นอาชีพเสริมเอามากินเคี้ยวเข้าปาก จะเอาเวลาที่ไหนไปย่อยทันกัน

“อ่านนิยายดีกว่า” หมูหวานเอื้อมแขนหยิบหนังสือนิยายจีนโบราณบนหัวเตียงที่เธออ่านค้างเอาไว้เมื่อคืนนี้ขึ้นมาอ่านต่อเพราะอยากรู้ว่าแม่นางร้าย และแม่ผัวตัวยุแยงตะแคงรั่วให้บ้านแตกสาแหรกขาดจะมีจุดจบอย่างไร

“โหหห!!!!! ควาย เล่อเยี่ยนเฉิน นายเป็นพระเอกภาษาอะไรเนี่ยทำไมหูเบา โง่ดักดานขนาดนี้” อ่านไป หมูหวานก็ด่าพระเอกนิยายจีนโบราณไปอย่างกัดเขี้ยวกัดฟัน หมั่นไส้เต็มที “ถามจริง ปากบอกว่ารักลูกสาวชั้น ไป๋หลานนักหนา กำลังเข้าพิธีสมรสด้วยกันแล้วแท้ ๆ แต่แค่แม่นี่พูดหน่อยเดียวก็เชื่อแล้วเนี่ยนะ ย้อนแย้งโคตร! เลิกเป็นพระเอกเถอะ โอ๊ย อีหมูหวานหนหวยเด้”

“ลูกสาวชั้นนี่ก็เหมือนกัน จะเป็นคนดีอะไรขนาดน้านน อ่อนแอ ยอมคน หัวอ่อน เจ้าน้ำตา ร้องไห้ทั้งเรื่องตามแบบฉบับนางเอกไทยเป๊ะ!” ทันทีที่หยิบหนังสือจีนโบราณเรื่องนี้ขึ้นมาอ่าน หมูหวานต้องเอามือนวดขมับรอบที่ล้าน! ไม่รู้ว่าจะทนอ่านต่อจนจบเล่มโดยที่ไมเกรนไม่กินหัวก่อนได้หรือไม่

"โห นี่นางเอกเหรอ สู้สิไป๋หลาน! เอาแต่ร้องไห้ให้มันได้อะไรขึ้นมาห๊ะ"

บทนางเอกของนวนิยายจีนโบราณเรื่องนี้ช่างน่ารันทด เวทนาเหลือล้น ถึงแม้โฉมสะคราญจะมีหน้าตา ผิวพรรณสวยสดหมดจดไร้ตำหนิติเตียนจนชื่อเสียงเรียงนามเลื่องลือกันไปทั่วหัวเมืองท้ายเมืองกลายเป็นที่หมายตาของบุรุษมากมาย ทว่าโชคร้าย เลือกเกิดไม่ได้ บิดามารดาเป็นเพียงคนหาบฟืน พ่อค้าขายเร่ธรรมดา ๆ จึงโดนว่าที่แม่สามีอคติ พยายามหาหนทางเขี่ยนางให้ออกไปจากชีวิตพระเอกอย่างเล่อเยี่ยนเฉิน ที่เป็นถึงแม่ทัพฝ่ายประจำการทางทิศใต้

มิหนำซ้ำ! คนที่บอกว่ารักนาง เชื่อมั่นในตัวนางอย่างเล่อเยี่ยนเฉิน พอโดนมารดาและหลินฟางเหมย ว่าที่คู่หมั้นคู่หมายพูดจาปั่นหัวเข้าหน่อยก็หูเบา หลงเชื่อ โดยไม่ฟังความอะไรจากนางเลย เอาแต่ผลักไสไล่ส่ง เหยียบย่ำหัวใจสารพัด

"โอ๊ย อีหมูหวานคนนี้ล่ะอยากเข้าไปสิงร่างนางเอกเหลือเกิน!" ว่าแล้วก็ตบเข่าฉาดเสียงดัง 'เพี๊ยะ' ลั่นสนั่น "คันไม้คันมือนัก หงุดหงิด ไม่องไม่อ่านมันละ"

หมูหวานปิดหนังสือเก็บอย่างแรง ก่อนจะโยนใส่ลิ้นชักเคาน์เตอร์ข้าง ๆ เตียงนอนนุ่ม นี่อ่านเพียงครึ่งเล่ม ก็เล่นเอาไมเกรนขึ้นแปล๊บ ๆ ปวดหัวกับชีวิตอันน่ารันทดของไป๋หลานยังทรหดรันทน โดนกระชำจนบอบช้ำแต่ทว่าเลือกที่จะนิ่งเงียบ ไม่คิดตอบโต้กลับไปราวกับกลัวดอกพิกุลทองร่วงหล่นจากปาก

ความอดทนในการอ่านหมูหวานขาดสะบั้น! ก็ตอนคืนเข้าหอหลังพิธีมงคลสมรส กุ้ยไป๋หลานดันโง่เง่ารับน้ำชาที่มียาสลบของหลินฟางเหมยขึ้นมาดื่ม จากนั้นก็ให้ 'เล่อหยางหลง' ท่านผู้ร้ายกาจที่สุดของเรื่อง ซึ่งมีศักดิ์เป็นบุตรชายคนโตของเสนาบดีกรมกลาโหมมาลักพาตัวไปหมายให้มีมลทิน แล้วพูดเป่าหูเยี่ยนเฉินคนรักนางว่านางลักลอบหนีตามไปกับชายชู้และทิ้งจดหมายร่ำลาไว้หนึ่งฉบับ!

แน่นอนว่าพระเอกหูเบาคนนั้น เชื่อคำหลินฟางเหมย และ อี้หนิงเหอ มารดาของตนจนพาลโกรธเกลียดชังน้ำหน้ากุ้ยไป๋หลาน จากคำโปรยด้านหลังบวกกับคำรีวิวของนักอ่าน นางได้อ่านคร่าว ๆ ว่า วันหนึ่งที่ผ่านไปนานกว่าสามเดือนเล่อเยี่ยนเฉินบุกเข้าไปที่จวนแม่ทัพเล่อหยางหลงเพราะอีกฝ่ายส่งคนไปลอบทำร้ายมารดาตนระหว่างการเดินทางไปเยี่ยนท่านยายที่บ้านเกิดจึงได้พบเจอกับกุ้ยไป๋หลานที่กำลังหาบน้ำอยู่เข้า

แม่นางไป๋หลานบอกว่านางโดนแม่ทัพหยางหลงลักพาตัวมา ครานั้นเกิดการต่อสู้ระหว่างสองพี่น้องร่วมสายเลือด และเยี่ยนเฉินก็สามารถพาตัวคนรักกลับไป แต่กลับมิอาจทำใจร่วมรักหลับนอนกับนางได้เต็มตาเลยสักคืนเพราะไม่มั่นใจว่านางตกต้องเป็นของพี่ชายตนแล้วหรือไม่ด้วยฟังคำยุแยงจากหลินฟางเหมย อี้หนิงเหอ และแม่ทัพหยางหลงที่พูดจาเยาะเย้ยปั่นประสาทเล่น

แม้นกระทั่งตอนที่กุ้ยไป๋หลานตั้งท้อง เขายังไม่มั่นใจเลยว่า เด็กในครรภ์ คือ บุตรของตนเองหรือไม่!! หลงเชื่อคำแม่นางหลินฟางเหมยจนหลวมตัวได้เสียกับนางอีกคน บัดซบ!! ไอ้สามีเฮงซวย พระเอกโง่เง่า

"กินขนมดีกว่า เยียวยาจิตใจ" หญิงสาวหยิบขนมเบเกอรี่ ทั้งเค้กช็อคโกแลต คุกกี้ โอริโอ้ เเพนเค้ก มัฟฟินออกมาจากตู้เย็น แล้วนั่งกินอยู่ตรงนั้นจนหมดเกลี้ยง "ฝีมือสุดยอดเลยหมูหวาน!" เธอเก่งทั้งของคาว ของหวานทุกอย่าง เพราะตั้งแต่ตัดสินใจเข้ามาทำงานในเมืองหลวงก็ต้องพึ่งพาสองแขนสองขาของตน และประหยัดอดออม ลดค่าใช้จ่ายให้ได้มากที่สุดด้วยการเข้าครัวเอง เนื่องด้วยเรทราคาที่นี่ค่อนข้างสูงลิ่ว!

"อิ่มแปล้!" พอหนังท้องตึง หนังตาก็เริ่มหย่อนยาน หญิงสาวค่อย ๆ พริ้มตาปิดลงอย่างเชื่องช้าและเข้าสู่ภวังค์นิทราในท้ายที่สุด

...

"!!!!" หมูหวานสะดุ้งตัวโยนราวกับฝันร้าย เมื่อจู่ ๆ ก็ดันสัมผัสได้ถึงแรงสั่นไหวเป็นจังหวะเท่า ๆ กันเฉกเช่นขณะนั่งบนหลังม้าที่กำลังวิ่งควบด้วยความเร็ว ซ้ำทัศนวิสัยยังมืดมิด ดำสนิท มองไม่เห็นอะไรเลย

นางกำลังรู้สึกเวียนหัว เพราะศีรษะห้อยโตงเตงอยู่บนหลังของใครสักคน!

สายลมหนาวเหน็บพัดโกรกผิวกายจนเย็นยะเยือก บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่า ที่นี่คงไม่ใช่เตียงนอนกระด้าง ๆ ในห้องเช่าราคาถูกที่มีเพียงพัดลมเพดานเก่า ๆ ของเธออย่างแน่นอน

หรือเธอจะโดนผีอำ!

"อื้อ!! อ่อย อ๊วย อ้วยย" หมูหวานพยายามขยับเขยื้อนดิ้นพล่าน ส่งเสียงร้อง เพื่อให้ตัวเองตื่นขึ้นมาพ้นจากอาการผีอำ ที่เคยเป็นสมัยเด็ก

"อยู่นิ่ง ๆ ซะ ถ้าไม่อยากตาย!" สุ้มเสียงโหดเหี้ยม แลดูน่าหวาดกลัวจนเธอรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัวเอ่ยขึ้นมาอย่างมีน้ำโหเล็กน้อย

"อ๋อยย!!!" หมูหวานที่นึกว่าตนเองคงโดนผีอำจึงพยายามดิ้น พยายามแหกปากโวยวายเช่นเดิม

"ข้าบอกว่าให้เจ้าหุบปากอย่างไรเล่าไป๋หลาน! หรือจะให้ข้าใช้คมดาบตัดลิ้นเจ้าทิ้งจะได้เลิกสร้างความรำคาญใจแก่ข้าเสียที" ถุงที่ครอบใบหน้างดงามอยู่เมื่อครู่ถูกกระชากออกจนศีรษะเล็กแทบหลุดออกจากบ่าไปด้วย

วินาทีนี้ทำให้ หมูหวาน ในร่างของกุ้ยไป๋หลาน นางเอกนิยายจีนโบราณสุดแสนจะโง่เง่า ได้เพ่งสายตามองเจ้าของเสียงน่ากลัวชัด ๆ

ใบหน้าหล่อเหลา คิ้วโก่งราวกับใช้พู่กันแต้มวาด ปลายจมูกสันโด่งอย่างกับผ่านมีดหมอมาร้อยครั้ง ริมฝีปากหยักแฝงความหยาบกระด้างเอาไว้ ส่วนดวงตาคู่นั้นเฉี่ยวคมน่าดึงดูดใจทว่ากลับเต็มไปด้วยความน่าหวาดกลัวจนต้องหลบหลีกหนี

แต่!

รอยคมดาบบนพวงแก้มข้างซ้าย

เล่อหยางหลง!!!

พรึ่บ! ภาพดับไป เขาใช้ท่อนแขนใหญ่นั่นทุบเข้ามาที่ท้ายทอยของนาง

Expand
Next Chapter
Download

Latest chapter

More Chapters
No Comments
10 Chapters
1
ประเทศไทย , พุทธศักราช ๒๕๖๖ กรุงเทพมหานคร ดินแดนแห่งความวุ่นวาย รถราวิ่งสัญจรไปมาเต็มท้องถนน แออัดไปด้วยผู้คนนับแสน นับล้านชีวิตที่จากบ้านจากเมืองเข้ามาหางานทำประทังชีวิตด้วยเป็นแดนศิวิไลซ์ ใจกลางกรุง เมืองหลวงแห่งประเทศไทย “ไปตลาดน้ำตลิ่งชันจ้าพี่” หญิงสาววัยสามสิบปีที่ต้องจำใจโบกมือลาคนทางบ้านไกลห่างกว่าร้อยกิโลเมตรเข้ามาหางานทำเป็นพนักงานตัวน้อย ๆ ในบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่งกำลังยืนคุยกับวินมอเตอร์ไซค์หน้าปากซอยห้องพักราคาถูก “จากนี่กว่าจะไปถึงตลาดน้ำตลิ่งชันใช้เวลาร่วมชั่วโมง ขืนให้คนอ้วนอย่างกับช้างน้ำแบบมึงนั่งซ้อนท้ายเนี่ย ยางแบนตายห่า” พูดจบวินมอเตอร์ไซค์คนนั้นก็หันไปหัวเราะกับเพื่อนร่วมอาชีพสนุกปาก “…” “ถามหน่อยเหอะว่ะยายหมูหวาน ตอนเด็ก ๆ แม่มึงให้แดกอะไรเข้าไปวะ ทำไมโตมาถึงได้อ๊วนอ้วนอย่างกะช้าง ชาตินี้คงขึ้นคาน แก่ตาย เพราะหาผัวไม่ได้” ผลั๊วะ!!!! หมัดหนัก ๆ ของหมูหวานซัดเข้าไปที่เบ้าหน้าของวินคนนั้นอย่างแรง ด้วยขนาดตัวที่ค่อนข้างอวบอั๋น เนื้อเน้น ๆ พละกำลังเกินร้อย จึงทำให้ร่างบางผอมแห้งหงายหลังตึงร่วงหล่นจากเบาะมอเตอร์ไซค์โดยไม่ทันตั้งตัว “ฉันอ้วนแล้วไปหนักหัวพ่องใครไม่ท
last updateLast Updated : 2026-07-31
Read more
2
ซ่า!!! หมูหวาน ในร่างของ กุ้ยไป๋หลาน สะดุ้งแล้วดีดตัวลุกขึ้นจากห้วงภวังค์นิทราก่อนจะค่อย ๆ ปรือตาจับจ้องไปยังเรือนร่างแกร่งกำยำของบุรุษซึ่งยืนอยู่ตรงหน้าด้วยความประหม่าไม่ใช่น้อย "ข้าหาได้ลักพาตัวเจ้ามาเพื่อให้เจ้านอนสุขสบายอยู่บนเตียงไม่ไป๋หลาน!" เจ้าของเสียงขุ่นเคืองนี้ คือ เล่อหยางหลง แม่ทัพฝ่ายใต้ บุตรชายคนโตของเสนาบดีกรมกลาโหมตระกูลเล่อ และ อี้หนิงลี่ อดีตภรรยาเอกผู้ล่วงลับไปแล้ว เพล๊ง! บุรุษเขวี้ยงถังน้ำเช็ดพื้นที่เขาใช้สาดใส่เพื่อปลุกสตรีเกียจคร้านเมื่อครู่ลงบนพื้นอย่างแรงจนนางสะดุ้งตัวโยนอีกครั้ง "หึ" ใบหน้าเจ้าเล่ห์กระตุกยิ้มมุมปากอย่างมีเลศนัยราวกับสุนัขจิ้กจอกเจ้าเล่ห์ ก่อนจะเคลื่อนตัวเข้าไปหาเรือนร่างแบบบางของกุ้ยไป๋หลานหญิงงามที่เคยทำให้บุรุษมากมายต่อยตีผิดใจกันเพียงเพราะแย่งนาง จากนั้นจึงใช้ฝ่ามือหยาบกร้านด้วยจับ ฝึกหัดฟันดาบมาตั้งแต่เด็ก ๆ ช้อนปลายคางมนให้เงยหน้าขึ้นสบสายตาดุกร้าวคู่นั้น "เวลานี้เยี่ยนเฉินคนรักของเจ้าคงกระอักเลือดตายเสียแล้วกระมัง เพราะจู่ ๆ เจ้าสาวที่เพิ่งยกน้ำชากราบไหว้ฟ้าดินกันไปหมาด ๆ หายตัวออกมาเช่นนี้" "..." นางนิ่งเงียบ กำลังช็อคไม่หาย ด้วยเ
last updateLast Updated : 2026-07-31
Read more
3
นางเพิ่งตระหนักคิดได้เมื่อครู่ว่าที่เขารู้สึกขุ่นเคืองใจด้วยเพียงทัศนคติตามประสาบุรุษในยุคสมัยโบราณ ซ้ำยังเป็นถึงตัวร้ายของเรื่องที่ขึ้นชื่อด้านความโหดเหี้ยมอำมหิต แม้นฮ่องเต้ยังคงต้องยำเกรง แต่ทว่าเมื่อครู่นางกลับเมินเฉยต่อคำพูดข่มขู่ หาได้หวาดกลัวตัวสั่นงันงกอย่างที่ควรจะเป็นยามเผชิญหน้ากับเขาไม่ จึงรีบกลับลำ แสดงอาการออกมาให้บุรุษประจักษ์แจ้งแก่สองสายตาว่านางหวาดกลัวในความเหี้ยมโหดของเขามากมายถึงเพียงใดจนต้องกอดเข่าอ้อนวอนขอความเมตตาให้เขาอย่าถือโทษโกรธเคืองนางเช่นนี้ เพราะหากมัวแต่ชักช้าลีลา ไม่เร็วนางอาจต้องไปนอนกองอยู่ใต้โคนรากมะม่วงอย่างแท้จริงเป็นแน่ “เหอะ! เจ้าคิดได้เช่นนี้ก็ดีแล้วแม่นาง” เล่อหยางหลงได้ยินไป๋หลานกล่าวออกมาเช่นนั้นก็กระตุกยิ้มมุมปากอย่างพึงพอใจ ก่อนจะยกแขนแกร่งกำยำขึ้นมาใช้ฝ่ามือลูบปลายคางเบา ๆ "เพราะหากเจ้ายังถือดี เพียงคิดว่ามีศักดิ์เป็นน้องสะใภ้ของข้า ข้าอาจอดใจไม่ไหวที่จะห่ำหั่นเจ้าเป็นชิ้นเล็ก ๆ แล้วส่งเศษเนื้อให้สามีเจ้ากระอักเลือดตายก็เป็นได้” "มิใช่เจ้าค่ะ ข้าหาได้ถือดีเพียงคิดว่าข้าคือน้องสะใภ้ท่านไม่เจ้าค่ะ ข้าทราบดีว่าตัวข้าต่ำต้อยด้อยค่า ซ้ำยัง
last updateLast Updated : 2026-07-31
Read more
4
"ออกไป!!! ขัดใจข้ายิ่งนัก" เล่อหยางหลงปัดมือเล็ก ๆ ของกุ้ยไป๋หลานออกห่างกาย สตรีหน้าตายผู้นี้เพียงย่างกรายเข้ามาอยู่ในจวนได้ไม่ถึงครึ่งค่อนวันกลับทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดยิ่งนัก! เขาตั้งใจจะเอนหลังให้นางบีบนวดผ่อนคลายความปวดเมื่อยแล้วผล็อยพริ้มตาหลับสักชั่วครู่ แต่นางนั้นอิดออด จับ ๆ นวด ๆ เบาหวิวเหมือนคนไร้เรี่ยวแรง คล้ายสุนัขใช้เท้าสะกิดจนเขานึกรำคาญใจเสียก่อนกุ้ยไป๋หลานสะดุ้งตัวโยนด้วยความตกใจ เมื่อจู่ ๆ เขาก็เล่นตะเบ็งเสียงคำรามขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย "เจ้าค่ะ""ไปเตรียมน้ำให้ข้า" "เจ้าคะ?" "โง่เขลาจนกระทั่งฟังภาษาคนที่ข้าพูดไม่รู้ความหรืออย่างไร!" เล่อหยางหลงพูดถึงเพียงนี้แล้ว แม้นนางหาได้เอื้อนเอ่ยถามไถ่ออกมาทว่านางกลับนั่งตาใส หัวคิ้วเรียวยาวขมวดมุ่นเข้าหากันเล็กน้อย "เหตุใดเจ้าถึงได้ทำให้ข้ารู้สึกหงุดหงิดอยู่เรื่อยเล่าไป๋หลาน" "..." "ข้าต้องการแช่น้ำอุ่น ๆ รีบไปทำหน้าที่สาวรับใช้ของเจ้าเสีย" บุรุษกอดอกจ้องเขม็งมองใบหน้านางอย่างคาดโทษ "หากเจ้ายังไม่รู้ความ ข้าจะใช้ดาบเบะศีรษะเจ้าออกสองซีก แล้วดูว่าภายในสมองเจ้ายังมีเส้นหยักบ้างหรือไม่ เหตุใดถึงได้โง่เขลาเยี่ยงนี้" วาจาท
last updateLast Updated : 2026-07-31
Read more
5
แต่บุรุษผู้นี้ไร้หัวใจ! รักใครไม่เป็น เขาไม่เคยชายตาหรือผูกสัมพันธ์กับผู้ใดเลยสักครั้งแม้นสตรีนางนั้นจะเป็นถึงองค์หญิง พระราชธิดาของเจ้าเมืองที่หากเป็นชายอื่นคงรีบตะครุบคว้าเอาไว้ ต่างจากเล่อหยางหลงที่ปฏิเสธค้านหัวชนฝาแล้วขับไล่ไสส่งพวกนางเยี่ยงหมูเยี่ยงหมาจนมีบางช่วงคนเขาร่ำลือกันว่า เขาอาจเป็นพวก 'ชายตัดแขนเสื้อ' (พวกรักร่วมเพศชายรักชาย มาจากสำนวนจีนที่ว่า "ต้วนซิ่วจือผี่” แปลว่า "พิศวาสจนตัดแขนเสื้อ”) หรือไม่ ท้ายสุดข่าวลือก็ต้องเงียบหายไป ด้วยเหตุการณ์ในวันนั้น คณิกาหญิงนางโลมที่งามที่สุดเปรียบเสมือนนางฟ้าประจำโรงเตี้ยมซึ่งเหล่าบุรุษต้องทุ่มเงินหลายตำลึงเพื่อยื้อแย่งชิงตัวนางมาปรนเปรอกาม ทว่านางดันต้องตาเล่อหยางหลงที่เข้ามานั่งร่ำสุรากับสหายคนสนิทเข้า จึงพยายามยวนยั่วให้ท่าพร้อมเสนอราคาที่ค่อนข้างต่ำเตี้ยเรี่ยดิน เขาปฏิเสธไปหลายครา ทว่านางหาได้ฟังภาษาคนรู้ความไม่! ถือดีว่ามารยาสตรีออดอ้อนสักนิด บุรุษใดเล่าจะจิตใจแข็งทื่อได้! ผิดคาด นั่นกลับทำให้เล่อหยางหลงทั้งรำคาญ ทั้งหงุดหงิด จึงด่าทอนางไปสารพัด ซ้ำยังสั่งปิดโรงเตี้ยมเป็นเวลาร่วมเดือนอีกด้วย ทำให้มีชายหนุ่มเจ้าสำราญบางคนรู้สึ
last updateLast Updated : 2026-07-31
Read more
6
แม้นประโยคคำถามที่ถูกเปล่งออกมาจากริมฝีปากของกุ้ยไป๋หลาน จะดูคล้ายว่านางสำเหนียก เจียมเนื้อเจียมตัวหดเหลือเพียงครึ่งคืบสยบให้แก่แม่นางซือเหย่ที่ตอนนี้กำลังวางตัวเยี่ยงเป็นฮูหยินของแม่ทัพเล่อหยางหลง แต่เหตุใดยามฟังคำพูดนางพร้อมกับท่าทาง เท้าสะเอวเลิกคิ้วถามอย่างไม่เกรงกลัวนั่นกลับตีความออกไปในทางประชดประชันแกมท้าทายเสียมากกว่าเล่า ซือเหย่ แม้ไม่ใช่บุตรสาวขุนนาง หรือเกิดในจวนเศรษฐีฐานะดีที่มีทรัพย์สินเงินทองล้นหลามสามารถส่งเสียให้นางร่ำเรียนเยี่ยงสตรีชนชั้นสูงได้ ทว่ามารดานางคือ ซือเหยา แม่นมผู้ที่เป็นคนคอยเลี้ยงดู อุ้มชูเล่อหยางหลงหลังจากที่ฮูหยินใหญ่สิ้นใจมาโดยตลอดจนเขารัก เคารพ และนับถือเสมือนเลือดเนื้อเชื้อไขเดียวกันอีกจึงได้รับความเมตตามีโอกาสศึกษาหาความรู้กับท่านอาจารย์ฉะนั้นนางก็มิได้โง่เขลาจนกระทั่งไม่สามารถมองออกว่าแท้จริงแล้ว สตรีเชลยศึก ตรงหน้าผู้นี้หาได้มีความยำเกรงตนเลยสักน้อยนิด “เจ้า! นางสตรีอวดดี เจ้าคิดว่าเจ้าเป็นผู้ใด ถึงได้กล้าแสดงกิริยาท่าทางเหิมเกริมกับข้าเช่นนี้!!” ซือเหย่กำหมัดแน่น พร้อมร่างกายที่สั่นไหวโยกขึ้นลงคล้ายลูกคลื่นเพราะกำลังพ่นลมหายใจเข้าออกอย่างแรงแ
last updateLast Updated : 2026-07-31
Read more
7
"..." สองสาวใช้หวาดกลัวจนตัวสั่นงันงก พวกนางนิ่งเงียบมิยอมปริปากพูดเพียงลอบสบตากันเล็กน้อยเพราะไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นใดดี ถ้าพูดความจริงออกไปก็ย่อมกลายเป็นศัตรูของซือเหย่สตรีที่วางอำนาจบาตรใหญ่คับจวนซึ่งทุกคนรวมถึงตัวพวกนางเองต่างทราบดีว่าหากผู้ใดที่ทำให้อีกฝ่ายมิพึงพอใจเข้าจะโดนตามรังควานและมีจุดจบไม่สวยนัก แต่หากท่านให้การเท็จ ขานรับเรื่องโป้ปดเหล่านั้นแล้วท่านแม่ทัพจับได้เล่ามิน่าหวาดกลัวกว่าหรือ พวกนางหาได้อยากโดนตัดลิ้นจนกลายเป็นใบ้หรือจับไข้หัวโกร๋น เสียสติไปเหมือนคนอื่น ๆ ที่ผ่านมาไม่ "ว่าอย่างไรเล่า! จะอ้ำอึ้งอีกนานหรือไม่" ซือเหย่กดเสียงทุ้มต่ำ ขบเขี้ยวขบฟันบดเบียดเสียดสีกันจนดังกรอดเล็ดลอดออกมาแฝงรอยบีบบังคับอยู่ในที หากท่านเขาคิดไม่หลับหูหลับตาหมายมั่นจะหาเรื่องหาราวกุ้ยไป๋หลานให้จนได้ก็คงพอเข้าใจว่าคนของตนกำลังข่มขู่บีบบังคับสาวใช้สองนางนั้นโป้ปดเป็นพรรคเป็นพวกตน แต่อย่างไร! นั่นมันสิทธิของเขา "เอ่อ...คะ...คือ" "พวกนางเห็นทีท่าของไป๋หลานเมื่อครู่แล้วคงหวาดกลัวกระมังเจ้าคะท่านพี่หยาง ข้ามิแปลกใจหากพวกนางจะรู้สึกหวาดกลัวจนตัวสั่นงันงกถึงเพียงนี้ ดูเถิด ขนาดข้าที่ท่านพี่เป
last updateLast Updated : 2026-07-31
Read more
8
แล้วเหตุใด เหตุใดกุ้ยไป๋หลานซึ่งกำลังยืนเถียงคำไม่ตกฟากอยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้กลับไม่เหมือนกุ้ยไป๋หลานคนเดิมเล่า? นางเพ่งสายตามั่นคงจ้องมองมาทางเขาโดยไม่คิดหลบหลีก หนำซ้ำคำพูดคำจานั้นไซร้ช่างเฉียบคมแฝงรอยเหน็บแนมลึกซึ้งคล้ายกับคนที่รู้หนังสือ อ่านตำราในหออักษรมาพอสมควรเนื้อแท้แล้วนางเป็นคนเช่นใดกันแน่?"ถ้าหากมันไม่เป็นความจริงอย่างที่ข้าว่า ข้าก็ขอให้ท่านแม่ทัพได้โปรดพิจารณาไต่สวนโทษตามความถูกต้องด้วยเถิดเจ้าค่ะ" กุ้ยไป๋หลานลอบอมยิ้มเล็กน้อยอย่างนึกพึงพอใจกับผลลัพธ์ที่นางได้รับกลับมาจากเล่อหยางหลง ไม่เสียแรงในระหว่างเดินที่นางทำอืดอาดเชื่องช้าประวิงเวลาเพื่อใช้สมองอันชาญฉลาดขบคิดแผนการกลวิธีเอาตัวรอดจากบุรุษไร้เหตุผลผู้นี้ ซึ่งดูท่าตอนนี้ขาของนางก้าวเหยียบคำว่า 'สำเร็จ!' ไปเกือบครึ่งค่อนตัวแล้ว จริงอยู่ที่ "เล่อหยางหลง" นั้นขึ้นชื่อเรื่องความร้ายกาจ โหดเหี้ยมอำมหิต เหนือกว่าผู้ใดในแผ่นดิน แม้นโจรปล้นราคะยังคงต้องยอมสยบแทบเท้ากราบไหว้นับถือเขาว่าเป็นปรมาจารย์ด้านความชั่วช้าสามานย์ แต่จะสู้นางที่เคยถือเล่มนิยายซึ่งเขียนบันทึกเรื่องราวอุปลักษณ์นิสัยใจคอ ตีแผ่จุดแข็ง จุดอ่อนของเขาจวบจน
last updateLast Updated : 2026-07-31
Read more
9
เสียงอาละวาดเอะอะโวยวายและเสียงเข้าของถูกปาตกแตกดังสนั่นออกไปถึงด้านนอกจวน ทำให้จินเกอ จินเฉอถือวิสาสะพุ่งตัวเข้ามาด้วยใจเป็นห่วงความปลอดภัยของเจ้านายตนเกรงว่าจะมีผู้มิประสงค์ดีที่เล่อหยางหลงเคยไปขัดแข้งขัดขาหรือทำตัวอันธพาลใส่บุกเข้ามาลอบทำร้ายเอาคืนเยี่ยงคราก่อน ๆ “เกิดอันใดขึ้นขอรับท่านแม่ทัพ” “นาง! นางสตรีชาติชั่วผู้นั้นกล้าดีอย่างไรมาต่อปากต่อคำกับข้าโดยมิมีเกรงกลัว!” แม่ทัพเล่อหยางหลงเมื่อเห็นทหารคนสนิททั้งสองคนของตนโผล่พรวดพราดเข้ามาในห้องก็ค่อย ๆ เก็บซ่อนไฟโทสะที่มันสุมอยู่กลางอกให้มิดด้วยไม่อยากรู้สึกเสียหน้าหากเรื่องที่เขาจนปัญญาจะต่อปากต่อคำกับแม่นางกุ้ยไป๋หลานผู้นั้นกระทั่งยินยอมไม่ไต่สวนเอาความรีบขับไล่ไสส่งนางออกไปให้พ้น ๆ ถูกแพร่งพรายเข้าหูผู้อื่นเข้า จากนั้นจึงค่อย ๆ หันหน้าออกด้านนอกหน้าต่างแล้วใช้แขนแกร่งไขว้ประสานฝ่ามือกันเอาไว้ที่บริเวณบั้นเอว “พวกเจ้าเข้ามาด้วยเหตุอันใด” “พวกข้าได้ยินเสียงคล้ายข้าวของตกแตก ซ้ำยังได้ยินท่านแม่ทัพเอะอะโวยวายเสียงดังขอรับ พวกข้าเลยคิดว่าจะมีพวกโจรหรือศัตรูลักลอบเข้ามาทำร้ายท่านแม่ทัพอีกขอรับ” จินเกอและจินเฉอสองสหายคนสนิทของเล่อหยา
last updateLast Updated : 2026-07-31
Read more
10
“พี่ชาย” บุรุษผู้นั้นเหลียวซ้ายมองว่าเพื่อดูว่านางพูดคุยกับผู้ใด ใช่ตนหรือไม่ "พี่ชายรูปงาม" "แม่นางเรียกข้าเช่นนั้นหรือ" บุรุษเลิกคิ้วถามอย่างนึกแปลกใจพร้อมกับใช้ปลายนิ้วเรียวยาวประกอบท่าทางชี้เข้าหาหน้าอกล่ำสั่นของตนเอง"เจ้าค่ะ ข้าเรียกพี่ชายนั่นแหละเจ้าค่ะ ตรงนี้หาได้มีผู้อื่นนอกจากพี่ชายไม่ แล้วข้าจะคุยกับผีสางนางไม้ตนใดเล่าเจ้าคะ" กุ้ยไป๋หลานส่งยิ้มหวานหยาดย้อยให้บุรุษผู้นี้ ก่อนจะแสดงกิริยาชะม้อยชะม้ายเล่นหูเล่นตา ยกมือขึ้นจับเส้นผมทัดหูแล้วหย่อนสะโพกลงนั่งถัดจากอีกฝ่าย "ขอรับ" “พี่ชายอาศัยอยู่ที่จวนนี้หรือเจ้าคะ?” “ขอรับ” “แล้วเหตุใดพี่ชายถึงได้นั่งอยู่คนเดียวเล่าเจ้าคะ อ้อ! ข้าเสียมารยาทไป ข้ามีนามว่าไป๋หลานเจ้าค่ะ แล้วพี่ชาย…” แม้ทราบว่าผู้คนในจวนคงจะรู้จักชื่อเสียงเรียงนามและฐานะความเป็นอยู่ของนางแล้ว มิเช่นนั้นยามที่นางเข้าไปทักทายด้วยสีหน้าท่าทางหมายผูกมิตรไมตรีด้วยคงไม่โดนพวกเขาปฏิบัติตอบกลับมาอย่างต่อต้านเช่นนั้นก็ตาม“ข้าจินเกอขอรับ” กุ้ยไป๋หลานแทบสำลักน้ำลายออกมา ‘จินเกอ’ ชื่อนี้หูนางฟังมิผิดเพี้ยนแน่ หมายจะใข้ความงดงามมารยาของสตรียวนยั่วหลอกล่อบุรุษให้ติดกับใช้
last updateLast Updated : 2026-07-31
Read more
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status