LOGINจู่ ๆ ก็ดันทะลุมิติมาอยู่ในร่างของนางเอกที่แสนอ่อนแอ แถมพระเอกก็โคตรโง่เง่า หูเบา เชื่อคำสตรีอื่นมากกว่าคนรักตน แล้วไยนางต้องทนเล่า? เกี้ยวท่านตัวร้ายที่ซิกแพกซ์แน่นเยี่ยงก้อนขนมปังผู้นี้มิดีกว่าหรือ
View Moreประเทศไทย , พุทธศักราช ๒๕๖๖
กรุงเทพมหานคร ดินแดนแห่งความวุ่นวาย รถราวิ่งสัญจรไปมาเต็มท้องถนน แออัดไปด้วยผู้คนนับแสน นับล้านชีวิตที่จากบ้านจากเมืองเข้ามาหางานทำประทังชีวิตด้วยเป็นแดนศิวิไลซ์ ใจกลางกรุง เมืองหลวงแห่งประเทศไทย “ไปตลาดน้ำตลิ่งชันจ้าพี่” หญิงสาววัยสามสิบปีที่ต้องจำใจโบกมือลาคนทางบ้านไกลห่างกว่าร้อยกิโลเมตรเข้ามาหางานทำเป็นพนักงานตัวน้อย ๆ ในบริษัทโฆษณาแห่งหนึ่งกำลังยืนคุยกับวินมอเตอร์ไซค์หน้าปากซอยห้องพักราคาถูก “จากนี่กว่าจะไปถึงตลาดน้ำตลิ่งชันใช้เวลาร่วมชั่วโมง ขืนให้คนอ้วนอย่างกับช้างน้ำแบบมึงนั่งซ้อนท้ายเนี่ย ยางแบนตายห่า” พูดจบวินมอเตอร์ไซค์คนนั้นก็หันไปหัวเราะกับเพื่อนร่วมอาชีพสนุกปาก “…” “ถามหน่อยเหอะว่ะยายหมูหวาน ตอนเด็ก ๆ แม่มึงให้แดกอะไรเข้าไปวะ ทำไมโตมาถึงได้อ๊วนอ้วนอย่างกะช้าง ชาตินี้คงขึ้นคาน แก่ตาย เพราะหาผัวไม่ได้” ผลั๊วะ!!!! หมัดหนัก ๆ ของหมูหวานซัดเข้าไปที่เบ้าหน้าของวินคนนั้นอย่างแรง ด้วยขนาดตัวที่ค่อนข้างอวบอั๋น เนื้อเน้น ๆ พละกำลังเกินร้อย จึงทำให้ร่างบางผอมแห้งหงายหลังตึงร่วงหล่นจากเบาะมอเตอร์ไซค์โดยไม่ทันตั้งตัว “ฉันอ้วนแล้วไปหนักหัวพ่องใครไม่ทราบ!!! ถ้าเกิดมาพูดจาหมา ๆ แบบนี้ให้ได้ยินอีก รับรอบเลยว่าขาอีหมูหวานคนนี้จะฟาดให้คอหักตายเลย เอาไหม! เอาไหม!!” หมูหวานกระฟัดกระเฟียด หมดอารมณ์จะไปเดินหาขนมกินเล่นที่ตลาดน้ำตลิ่งชันแล้วจึงหมุนตัวกลับไปห้องเช่าตนเอง @ห้องเช่า “หน็อย! คำก็อ้วน สองคำก็อีอ้วน สามคำก็อีช้าง อีหมูหวานอยากกรี๊ด! นี่มันยุคไหนสมัยไหนแล้ว ทำไมยังไม่หยุดบูลลี่กันสักที” หมูหวานทิ้งตัวลงบนฟูกเตียงขนาดเล็กพร้อมถอนหายใจเฮือกฮากอย่างนึกหงุดหงิดไม่หาย หมูหวานถูกเพื่อน ถูกคนรอบตัวบูลลี่เรื่องรูปร่างหน้าตาที่ค่อนข้างอ้วนท้วนอุดมสมบูรณ์ตั้งแต่เล็กจนโต เพียงเพราะเธอไม่ใช่ผู้หญิงที่ตรงตามบิวตี้สแตนดาร์ดค่านิยมของคนไทยก็เท่านั้น ช่วยไม่ได้นี่นะ ทำงานประจำเป็นพนักงานตัวน้อย ๆ ในบริษัท นั่ง ๆ นอน ๆ บนเก้าอี้ พอหิวก็หยิบขนมคุกกี้ เบเกอรี่ที่ตัวเองทำขายเป็นอาชีพเสริมเอามากินเคี้ยวเข้าปาก จะเอาเวลาที่ไหนไปย่อยทันกัน “อ่านนิยายดีกว่า” หมูหวานเอื้อมแขนหยิบหนังสือนิยายจีนโบราณบนหัวเตียงที่เธออ่านค้างเอาไว้เมื่อคืนนี้ขึ้นมาอ่านต่อเพราะอยากรู้ว่าแม่นางร้าย และแม่ผัวตัวยุแยงตะแคงรั่วให้บ้านแตกสาแหรกขาดจะมีจุดจบอย่างไร “โหหห!!!!! ควาย เล่อเยี่ยนเฉิน นายเป็นพระเอกภาษาอะไรเนี่ยทำไมหูเบา โง่ดักดานขนาดนี้” อ่านไป หมูหวานก็ด่าพระเอกนิยายจีนโบราณไปอย่างกัดเขี้ยวกัดฟัน หมั่นไส้เต็มที “ถามจริง ปากบอกว่ารักลูกสาวชั้น ไป๋หลานนักหนา กำลังเข้าพิธีสมรสด้วยกันแล้วแท้ ๆ แต่แค่แม่นี่พูดหน่อยเดียวก็เชื่อแล้วเนี่ยนะ ย้อนแย้งโคตร! เลิกเป็นพระเอกเถอะ โอ๊ย อีหมูหวานหนหวยเด้” “ลูกสาวชั้นนี่ก็เหมือนกัน จะเป็นคนดีอะไรขนาดน้านน อ่อนแอ ยอมคน หัวอ่อน เจ้าน้ำตา ร้องไห้ทั้งเรื่องตามแบบฉบับนางเอกไทยเป๊ะ!” ทันทีที่หยิบหนังสือจีนโบราณเรื่องนี้ขึ้นมาอ่าน หมูหวานต้องเอามือนวดขมับรอบที่ล้าน! ไม่รู้ว่าจะทนอ่านต่อจนจบเล่มโดยที่ไมเกรนไม่กินหัวก่อนได้หรือไม่ "โห นี่นางเอกเหรอ สู้สิไป๋หลาน! เอาแต่ร้องไห้ให้มันได้อะไรขึ้นมาห๊ะ" บทนางเอกของนวนิยายจีนโบราณเรื่องนี้ช่างน่ารันทด เวทนาเหลือล้น ถึงแม้โฉมสะคราญจะมีหน้าตา ผิวพรรณสวยสดหมดจดไร้ตำหนิติเตียนจนชื่อเสียงเรียงนามเลื่องลือกันไปทั่วหัวเมืองท้ายเมืองกลายเป็นที่หมายตาของบุรุษมากมาย ทว่าโชคร้าย เลือกเกิดไม่ได้ บิดามารดาเป็นเพียงคนหาบฟืน พ่อค้าขายเร่ธรรมดา ๆ จึงโดนว่าที่แม่สามีอคติ พยายามหาหนทางเขี่ยนางให้ออกไปจากชีวิตพระเอกอย่างเล่อเยี่ยนเฉิน ที่เป็นถึงแม่ทัพฝ่ายประจำการทางทิศใต้ มิหนำซ้ำ! คนที่บอกว่ารักนาง เชื่อมั่นในตัวนางอย่างเล่อเยี่ยนเฉิน พอโดนมารดาและหลินฟางเหมย ว่าที่คู่หมั้นคู่หมายพูดจาปั่นหัวเข้าหน่อยก็หูเบา หลงเชื่อ โดยไม่ฟังความอะไรจากนางเลย เอาแต่ผลักไสไล่ส่ง เหยียบย่ำหัวใจสารพัด "โอ๊ย อีหมูหวานคนนี้ล่ะอยากเข้าไปสิงร่างนางเอกเหลือเกิน!" ว่าแล้วก็ตบเข่าฉาดเสียงดัง 'เพี๊ยะ' ลั่นสนั่น "คันไม้คันมือนัก หงุดหงิด ไม่องไม่อ่านมันละ" หมูหวานปิดหนังสือเก็บอย่างแรง ก่อนจะโยนใส่ลิ้นชักเคาน์เตอร์ข้าง ๆ เตียงนอนนุ่ม นี่อ่านเพียงครึ่งเล่ม ก็เล่นเอาไมเกรนขึ้นแปล๊บ ๆ ปวดหัวกับชีวิตอันน่ารันทดของไป๋หลานยังทรหดรันทน โดนกระชำจนบอบช้ำแต่ทว่าเลือกที่จะนิ่งเงียบ ไม่คิดตอบโต้กลับไปราวกับกลัวดอกพิกุลทองร่วงหล่นจากปาก ความอดทนในการอ่านหมูหวานขาดสะบั้น! ก็ตอนคืนเข้าหอหลังพิธีมงคลสมรส กุ้ยไป๋หลานดันโง่เง่ารับน้ำชาที่มียาสลบของหลินฟางเหมยขึ้นมาดื่ม จากนั้นก็ให้ 'เล่อหยางหลง' ท่านผู้ร้ายกาจที่สุดของเรื่อง ซึ่งมีศักดิ์เป็นบุตรชายคนโตของเสนาบดีกรมกลาโหมมาลักพาตัวไปหมายให้มีมลทิน แล้วพูดเป่าหูเยี่ยนเฉินคนรักนางว่านางลักลอบหนีตามไปกับชายชู้และทิ้งจดหมายร่ำลาไว้หนึ่งฉบับ! แน่นอนว่าพระเอกหูเบาคนนั้น เชื่อคำหลินฟางเหมย และ อี้หนิงเหอ มารดาของตนจนพาลโกรธเกลียดชังน้ำหน้ากุ้ยไป๋หลาน จากคำโปรยด้านหลังบวกกับคำรีวิวของนักอ่าน นางได้อ่านคร่าว ๆ ว่า วันหนึ่งที่ผ่านไปนานกว่าสามเดือนเล่อเยี่ยนเฉินบุกเข้าไปที่จวนแม่ทัพเล่อหยางหลงเพราะอีกฝ่ายส่งคนไปลอบทำร้ายมารดาตนระหว่างการเดินทางไปเยี่ยนท่านยายที่บ้านเกิดจึงได้พบเจอกับกุ้ยไป๋หลานที่กำลังหาบน้ำอยู่เข้า แม่นางไป๋หลานบอกว่านางโดนแม่ทัพหยางหลงลักพาตัวมา ครานั้นเกิดการต่อสู้ระหว่างสองพี่น้องร่วมสายเลือด และเยี่ยนเฉินก็สามารถพาตัวคนรักกลับไป แต่กลับมิอาจทำใจร่วมรักหลับนอนกับนางได้เต็มตาเลยสักคืนเพราะไม่มั่นใจว่านางตกต้องเป็นของพี่ชายตนแล้วหรือไม่ด้วยฟังคำยุแยงจากหลินฟางเหมย อี้หนิงเหอ และแม่ทัพหยางหลงที่พูดจาเยาะเย้ยปั่นประสาทเล่น แม้นกระทั่งตอนที่กุ้ยไป๋หลานตั้งท้อง เขายังไม่มั่นใจเลยว่า เด็กในครรภ์ คือ บุตรของตนเองหรือไม่!! หลงเชื่อคำแม่นางหลินฟางเหมยจนหลวมตัวได้เสียกับนางอีกคน บัดซบ!! ไอ้สามีเฮงซวย พระเอกโง่เง่า "กินขนมดีกว่า เยียวยาจิตใจ" หญิงสาวหยิบขนมเบเกอรี่ ทั้งเค้กช็อคโกแลต คุกกี้ โอริโอ้ เเพนเค้ก มัฟฟินออกมาจากตู้เย็น แล้วนั่งกินอยู่ตรงนั้นจนหมดเกลี้ยง "ฝีมือสุดยอดเลยหมูหวาน!" เธอเก่งทั้งของคาว ของหวานทุกอย่าง เพราะตั้งแต่ตัดสินใจเข้ามาทำงานในเมืองหลวงก็ต้องพึ่งพาสองแขนสองขาของตน และประหยัดอดออม ลดค่าใช้จ่ายให้ได้มากที่สุดด้วยการเข้าครัวเอง เนื่องด้วยเรทราคาที่นี่ค่อนข้างสูงลิ่ว! "อิ่มแปล้!" พอหนังท้องตึง หนังตาก็เริ่มหย่อนยาน หญิงสาวค่อย ๆ พริ้มตาปิดลงอย่างเชื่องช้าและเข้าสู่ภวังค์นิทราในท้ายที่สุด ... "!!!!" หมูหวานสะดุ้งตัวโยนราวกับฝันร้าย เมื่อจู่ ๆ ก็ดันสัมผัสได้ถึงแรงสั่นไหวเป็นจังหวะเท่า ๆ กันเฉกเช่นขณะนั่งบนหลังม้าที่กำลังวิ่งควบด้วยความเร็ว ซ้ำทัศนวิสัยยังมืดมิด ดำสนิท มองไม่เห็นอะไรเลย นางกำลังรู้สึกเวียนหัว เพราะศีรษะห้อยโตงเตงอยู่บนหลังของใครสักคน! สายลมหนาวเหน็บพัดโกรกผิวกายจนเย็นยะเยือก บ่งบอกได้เป็นอย่างดีว่า ที่นี่คงไม่ใช่เตียงนอนกระด้าง ๆ ในห้องเช่าราคาถูกที่มีเพียงพัดลมเพดานเก่า ๆ ของเธออย่างแน่นอน หรือเธอจะโดนผีอำ! "อื้อ!! อ่อย อ๊วย อ้วยย" หมูหวานพยายามขยับเขยื้อนดิ้นพล่าน ส่งเสียงร้อง เพื่อให้ตัวเองตื่นขึ้นมาพ้นจากอาการผีอำ ที่เคยเป็นสมัยเด็ก "อยู่นิ่ง ๆ ซะ ถ้าไม่อยากตาย!" สุ้มเสียงโหดเหี้ยม แลดูน่าหวาดกลัวจนเธอรู้สึกขนลุกซู่ไปทั้งตัวเอ่ยขึ้นมาอย่างมีน้ำโหเล็กน้อย "อ๋อยย!!!" หมูหวานที่นึกว่าตนเองคงโดนผีอำจึงพยายามดิ้น พยายามแหกปากโวยวายเช่นเดิม "ข้าบอกว่าให้เจ้าหุบปากอย่างไรเล่าไป๋หลาน! หรือจะให้ข้าใช้คมดาบตัดลิ้นเจ้าทิ้งจะได้เลิกสร้างความรำคาญใจแก่ข้าเสียที" ถุงที่ครอบใบหน้างดงามอยู่เมื่อครู่ถูกกระชากออกจนศีรษะเล็กแทบหลุดออกจากบ่าไปด้วย วินาทีนี้ทำให้ หมูหวาน ในร่างของกุ้ยไป๋หลาน นางเอกนิยายจีนโบราณสุดแสนจะโง่เง่า ได้เพ่งสายตามองเจ้าของเสียงน่ากลัวชัด ๆ ใบหน้าหล่อเหลา คิ้วโก่งราวกับใช้พู่กันแต้มวาด ปลายจมูกสันโด่งอย่างกับผ่านมีดหมอมาร้อยครั้ง ริมฝีปากหยักแฝงความหยาบกระด้างเอาไว้ ส่วนดวงตาคู่นั้นเฉี่ยวคมน่าดึงดูดใจทว่ากลับเต็มไปด้วยความน่าหวาดกลัวจนต้องหลบหลีกหนี แต่! รอยคมดาบบนพวงแก้มข้างซ้าย เล่อหยางหลง!!! พรึ่บ! ภาพดับไป เขาใช้ท่อนแขนใหญ่นั่นทุบเข้ามาที่ท้ายทอยของนาง“พี่ชาย” บุรุษผู้นั้นเหลียวซ้ายมองว่าเพื่อดูว่านางพูดคุยกับผู้ใด ใช่ตนหรือไม่ "พี่ชายรูปงาม" "แม่นางเรียกข้าเช่นนั้นหรือ" บุรุษเลิกคิ้วถามอย่างนึกแปลกใจพร้อมกับใช้ปลายนิ้วเรียวยาวประกอบท่าทางชี้เข้าหาหน้าอกล่ำสั่นของตนเอง"เจ้าค่ะ ข้าเรียกพี่ชายนั่นแหละเจ้าค่ะ ตรงนี้หาได้มีผู้อื่นนอกจากพี่ชายไม่ แล้วข้าจะคุยกับผีสางนางไม้ตนใดเล่าเจ้าคะ" กุ้ยไป๋หลานส่งยิ้มหวานหยาดย้อยให้บุรุษผู้นี้ ก่อนจะแสดงกิริยาชะม้อยชะม้ายเล่นหูเล่นตา ยกมือขึ้นจับเส้นผมทัดหูแล้วหย่อนสะโพกลงนั่งถัดจากอีกฝ่าย "ขอรับ" “พี่ชายอาศัยอยู่ที่จวนนี้หรือเจ้าคะ?” “ขอรับ” “แล้วเหตุใดพี่ชายถึงได้นั่งอยู่คนเดียวเล่าเจ้าคะ อ้อ! ข้าเสียมารยาทไป ข้ามีนามว่าไป๋หลานเจ้าค่ะ แล้วพี่ชาย…” แม้ทราบว่าผู้คนในจวนคงจะรู้จักชื่อเสียงเรียงนามและฐานะความเป็นอยู่ของนางแล้ว มิเช่นนั้นยามที่นางเข้าไปทักทายด้วยสีหน้าท่าทางหมายผูกมิตรไมตรีด้วยคงไม่โดนพวกเขาปฏิบัติตอบกลับมาอย่างต่อต้านเช่นนั้นก็ตาม“ข้าจินเกอขอรับ” กุ้ยไป๋หลานแทบสำลักน้ำลายออกมา ‘จินเกอ’ ชื่อนี้หูนางฟังมิผิดเพี้ยนแน่ หมายจะใข้ความงดงามมารยาของสตรียวนยั่วหลอกล่อบุรุษให้ติดกับใช้
เสียงอาละวาดเอะอะโวยวายและเสียงเข้าของถูกปาตกแตกดังสนั่นออกไปถึงด้านนอกจวน ทำให้จินเกอ จินเฉอถือวิสาสะพุ่งตัวเข้ามาด้วยใจเป็นห่วงความปลอดภัยของเจ้านายตนเกรงว่าจะมีผู้มิประสงค์ดีที่เล่อหยางหลงเคยไปขัดแข้งขัดขาหรือทำตัวอันธพาลใส่บุกเข้ามาลอบทำร้ายเอาคืนเยี่ยงคราก่อน ๆ “เกิดอันใดขึ้นขอรับท่านแม่ทัพ” “นาง! นางสตรีชาติชั่วผู้นั้นกล้าดีอย่างไรมาต่อปากต่อคำกับข้าโดยมิมีเกรงกลัว!” แม่ทัพเล่อหยางหลงเมื่อเห็นทหารคนสนิททั้งสองคนของตนโผล่พรวดพราดเข้ามาในห้องก็ค่อย ๆ เก็บซ่อนไฟโทสะที่มันสุมอยู่กลางอกให้มิดด้วยไม่อยากรู้สึกเสียหน้าหากเรื่องที่เขาจนปัญญาจะต่อปากต่อคำกับแม่นางกุ้ยไป๋หลานผู้นั้นกระทั่งยินยอมไม่ไต่สวนเอาความรีบขับไล่ไสส่งนางออกไปให้พ้น ๆ ถูกแพร่งพรายเข้าหูผู้อื่นเข้า จากนั้นจึงค่อย ๆ หันหน้าออกด้านนอกหน้าต่างแล้วใช้แขนแกร่งไขว้ประสานฝ่ามือกันเอาไว้ที่บริเวณบั้นเอว “พวกเจ้าเข้ามาด้วยเหตุอันใด” “พวกข้าได้ยินเสียงคล้ายข้าวของตกแตก ซ้ำยังได้ยินท่านแม่ทัพเอะอะโวยวายเสียงดังขอรับ พวกข้าเลยคิดว่าจะมีพวกโจรหรือศัตรูลักลอบเข้ามาทำร้ายท่านแม่ทัพอีกขอรับ” จินเกอและจินเฉอสองสหายคนสนิทของเล่อหยา
แล้วเหตุใด เหตุใดกุ้ยไป๋หลานซึ่งกำลังยืนเถียงคำไม่ตกฟากอยู่ตรงหน้าเขาในตอนนี้กลับไม่เหมือนกุ้ยไป๋หลานคนเดิมเล่า? นางเพ่งสายตามั่นคงจ้องมองมาทางเขาโดยไม่คิดหลบหลีก หนำซ้ำคำพูดคำจานั้นไซร้ช่างเฉียบคมแฝงรอยเหน็บแนมลึกซึ้งคล้ายกับคนที่รู้หนังสือ อ่านตำราในหออักษรมาพอสมควรเนื้อแท้แล้วนางเป็นคนเช่นใดกันแน่?"ถ้าหากมันไม่เป็นความจริงอย่างที่ข้าว่า ข้าก็ขอให้ท่านแม่ทัพได้โปรดพิจารณาไต่สวนโทษตามความถูกต้องด้วยเถิดเจ้าค่ะ" กุ้ยไป๋หลานลอบอมยิ้มเล็กน้อยอย่างนึกพึงพอใจกับผลลัพธ์ที่นางได้รับกลับมาจากเล่อหยางหลง ไม่เสียแรงในระหว่างเดินที่นางทำอืดอาดเชื่องช้าประวิงเวลาเพื่อใช้สมองอันชาญฉลาดขบคิดแผนการกลวิธีเอาตัวรอดจากบุรุษไร้เหตุผลผู้นี้ ซึ่งดูท่าตอนนี้ขาของนางก้าวเหยียบคำว่า 'สำเร็จ!' ไปเกือบครึ่งค่อนตัวแล้ว จริงอยู่ที่ "เล่อหยางหลง" นั้นขึ้นชื่อเรื่องความร้ายกาจ โหดเหี้ยมอำมหิต เหนือกว่าผู้ใดในแผ่นดิน แม้นโจรปล้นราคะยังคงต้องยอมสยบแทบเท้ากราบไหว้นับถือเขาว่าเป็นปรมาจารย์ด้านความชั่วช้าสามานย์ แต่จะสู้นางที่เคยถือเล่มนิยายซึ่งเขียนบันทึกเรื่องราวอุปลักษณ์นิสัยใจคอ ตีแผ่จุดแข็ง จุดอ่อนของเขาจวบจน
"..." สองสาวใช้หวาดกลัวจนตัวสั่นงันงก พวกนางนิ่งเงียบมิยอมปริปากพูดเพียงลอบสบตากันเล็กน้อยเพราะไม่รู้ว่าควรจะทำเช่นใดดี ถ้าพูดความจริงออกไปก็ย่อมกลายเป็นศัตรูของซือเหย่สตรีที่วางอำนาจบาตรใหญ่คับจวนซึ่งทุกคนรวมถึงตัวพวกนางเองต่างทราบดีว่าหากผู้ใดที่ทำให้อีกฝ่ายมิพึงพอใจเข้าจะโดนตามรังควานและมีจุดจบไม่สวยนัก แต่หากท่านให้การเท็จ ขานรับเรื่องโป้ปดเหล่านั้นแล้วท่านแม่ทัพจับได้เล่ามิน่าหวาดกลัวกว่าหรือ พวกนางหาได้อยากโดนตัดลิ้นจนกลายเป็นใบ้หรือจับไข้หัวโกร๋น เสียสติไปเหมือนคนอื่น ๆ ที่ผ่านมาไม่ "ว่าอย่างไรเล่า! จะอ้ำอึ้งอีกนานหรือไม่" ซือเหย่กดเสียงทุ้มต่ำ ขบเขี้ยวขบฟันบดเบียดเสียดสีกันจนดังกรอดเล็ดลอดออกมาแฝงรอยบีบบังคับอยู่ในที หากท่านเขาคิดไม่หลับหูหลับตาหมายมั่นจะหาเรื่องหาราวกุ้ยไป๋หลานให้จนได้ก็คงพอเข้าใจว่าคนของตนกำลังข่มขู่บีบบังคับสาวใช้สองนางนั้นโป้ปดเป็นพรรคเป็นพวกตน แต่อย่างไร! นั่นมันสิทธิของเขา "เอ่อ...คะ...คือ" "พวกนางเห็นทีท่าของไป๋หลานเมื่อครู่แล้วคงหวาดกลัวกระมังเจ้าคะท่านพี่หยาง ข้ามิแปลกใจหากพวกนางจะรู้สึกหวาดกลัวจนตัวสั่นงันงกถึงเพียงนี้ ดูเถิด ขนาดข้าที่ท่านพี่เป











