Masukออฟฟิศชั่วคราวเขตก่อสร้าง | เวลา 06:30 น.หยางเป่ยก้าวเท้าเข้ามาภายในห้องออฟฟิศชั่วคราวด้วยท่าทางทะมัดทะแมงและทรงพลังดั่งพยัคฆ์ร้ายตามปกติ วันนี้คือวันสุดท้ายที่เขาจะต้องลงไปคลุกคลีทนดมกลิ่นซีเมนต์อยู่ในอุโมงค์ใต้ดินนั่นเสียที ตลอดครึ่งเดือนที่ผ่านมา ภาระอันหนักอึ้งที่ต้องแบกรับทำเอามาเฟียหนุ่มแทบจะบ้าคลั่งงานในส่วนลับนี้จำเป็นต้องใช้ความละเอียดรอบคอบระเบียบสูงเป็นพิเศษ ทั้งขั้นตอนเทเหล็กเทปูนที่ไม่สามารถใช้กำลังคนจำนวนมากได้ เพราะความลับของสิ่งก่อสร้างนี้ต้องถูกฝังกลบให้มิดชิดและเงียบเชียบที่สุด สี่พี่น้องตระกูลหยางจึงต้องร่วมแรงร่วมใจลงแรงกันเองอย่างบ้าดีเดือด แม้จะมีลูกน้องฝีมือดีคอยช่วยอยู่บ้าง แต่พวกนั้นก็ทำงานไปตามคำสั่งโดยที่ไม่มีใครรู้เลยว่า สิ่งที่พวกเขากำลังสร้างขึ้นมาด้วยหยาดเหงื่อนั้นคืออะไร และสร้างไว้เพื่อจุดประสงค์ใดกันแน่“ต้าเกอ... ช่วงนี้ฉันหลับตาฝันเห็นแต่อุโมงค์จริงๆ ว่ะ แทบจะอ้วกออกมาเป็นบล็อกอุโมงค์อยู่แล้ว” หยางหนานเอ่ยขึ้นพร้อมกับถอนหายใจยาวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยหน่ายระอาใจ“กูนึกว่าพวกนักตักทรายคว่ำกรวยแบบพวกมึงจะชอบมุดรูมุดอุโมงค์ซะอีก” หยางตงต
ห้องพักชั่วคราวเขตก่อสร้าง ต่อ...“นอนต่อเถอะ แต่มึงต้องนอนคว่ำหน้าแบบนี้ไปอีกสักอาทิตย์หนึ่งนะ” หยางเป่ยหันไปกำชับภรรยาเสียงเข้ม ก่อนจะสาวเท้าอย่างมั่นคง ตรงไปยังห้องน้ำ เพื่อจัดการธุระส่วนตัวในยามเช้าชิงหลีที่ยังนั่งเหม่ออยู่บนเตียง นัยน์ตาเทาคู่สวยมองตามแผ่นหลังของสามีที่เดินเข้าห้องน้ำไปอย่างมั่นคง โดยไม่แสดงอาการเหน็บชาหรือเจ็บปวดให้เห็นเลยแม้แต่นิดเดียว เธอไม่เข้าใจเลยจริงๆ ว่าสามีของเธอยังเป็นมนุษย์อยู่หรือเปล่า ทำไมถึงได้อึดและทนทานขนาดนี้ เมื่อคิดไปก็ไร้คำตอบ ร่าบางจึงตัดสินใจทิ้งตัวนอนคว่ำหน้าลงกับที่นอนนุ่มๆ อีกครั้ง เธอสูดกลิ่นกายจางๆ ของหยางเป่ยที่ยังหลงเหลืออยู่บนหมอนด้วยความรู้สึกปลอดภัย ก่อนจะผล็อยหลับไปอีกรอบในที่สุด*+*+*ออฟฟิศชั่วคราวเขตก่อสร้าง | เวลา 06:30 น.หยางเป่ยเดินเข้ามาในออฟฟิศด้วยใบหน้าบึ้งตึงและอารมณ์คุกรุ่นด้วยความปวดเมื่อย เขารู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวไปทั้งตัว ตั้งแต่ช่วงเอว ลามไปถึงแผ่นหลังและไหล่ ถึงแม้เขาจะยอมรับว่าตัวเองอายุเริ่มเยอะขึ้น แต่ก็ไม่คิดว่าร่างกายมันจะประท้วงหนักขนาดนี้ เกิดมาเกือบจะสี่สิบปี อาการสังขารพังแบบนี้เขาเพิ่งจะเคยเจอเป็นครั้งแร
ห้องพักชั่วคราว ไซต์งานก่อสร้าง | เวลา 19:20 น.ต่อ...“ชิงหลี... กูรักมึงจนจะบ้า อย่าระแวงกูอีกเลย” เขาพูดพลางเอนหลังพิงโซฟา คอยจัดท่าทางประคองแผ่นหลังบอบช้ำให้แนบชิดกับอก เพื่อให้เธอไม่ต้องเจ็บปวดจากพิษแผล ดูท่าแล้วคืนนี้เขาคงต้องให้เธอนอนในท่านี้ทั้งคืน“ฉันรู้ แต่...” ชิงหลีตอบรับเสียงอู้อี้อยู่กับอกแกร่ง“กูแค่เดินออกมาหลังจากคุยงานเสร็จ กูไม่ได้สังเกตด้วยซ้ำว่ามีคนเปิดประตูก่อนกู หรือตามหลังเพราะกูไม่ใส่ใจ กูเป็นห่วงมึงจนจะบ้าอยู่แล้วชิงหลี กูกลัวไข้มึงจะขึ้นจนชักอีกรอบ กูกระวนกระวายจนแทบคลั่ง เร่งงานทุกอย่างเพียงเพื่อจะกลับมาหาเมีย ชิงหลีมึงเชื่อกูเถอะ” หยางเป่ยลูบผมเธออย่างปลอบโยน ฝ่ามือหนาอีกข้างประคองสะโพกมนไว้มั่นอย่างหวงแหน“หิวแล้ว...” ชิงหลีพึมพำออกมา เธอไม่ได้แตะอาหารเลยทั้งวันเพราะความเจ็บระบมราวกับถูกไฟลวกที่แผ่นหลังมันรบกวนจนไร้ความอยากอาหาร“กูก็เคยบอกแล้วว่ามันเจ็บ” หยางเป่ยถอนหายใจด้วยความสงสาร เขายื่นมือไปเคาะผนังเหล็กเป็นจังหวะหนักแน่นเรียกคนสนิทปานันเปิดประตูเข้ามาอย่างรวดเร็ว เมื่อเห็นสภาพนายหญิงที่ดูอ่อนแรงเขาก็อดสงสารไม่ได้ เขาจึงลองเสนอข้อคิดเห็น “นายหญิง
ออฟฟิศชั่วคราว เขตก่อสร้างต่อ...“ชิงหลี มึงฟังกูนะ... หลังแต่งงานกับมึง กูไม่เคยคิดจะไปนอนกับคนอื่นนอกจากมึงคนเดียว มึงลองคิดดู กูไปลากมึงมานอนห้องกูทุกคืน ไม่เว้นแม้แต่วันที่มึงมีประจำเดือนกูก็ยังลากมึงมานอนกอด ถึงแม้กูจะสร้างห้องนอนส่วนตัวให้มึง กูก็ยังนอนกับมึงชิงหลี มึงเชื่อกูสิ... กูไม่ได้ยุ่งกับอีนั่น หนังหน้ามันเป็นยังไงกูยังจำไม่ได้เลยด้วยซ้ำ เพราะกูไม่สนใจจะมอง กูห่วงแต่มึงคนเดียว! โธ่เว้ย! ชิงหลี... มึงจะให้กูทำยังไงถึงจะเชื่อใจกูได้” หยางเป่ยจับไหล่เธอแน่นพลางระบายความในใจชิงหลีปล่อยโฮออกมาท่ามกลางสายตาทุกคน ในใจของเธอระแวงไปหมด แม้จะเชื่อคำพูดเขา แต่ความหวาดกลัวว่าจะกลายเป็นเพียงของเล่นชิ้นโปรดที่วันหนึ่งก็ต้องถูกเขี่ยทิ้งทิ้งเหมือนที่เจิ้งยวนทำกับแม่เธอ“มึงคือเมียกูนะชิงหลี มึงเชื่อกูเถอะ กูเป็นผัวของมึงคนเดี่ยว” หยางเป่ยอยากจะกอดเธอใจจะขาด แต่สภาพเขาตอนนี้เปื้อนไปทั้งตัว มีแต่จะทำร้ายเธอ“ชิงหลี เฮียว่าพาซื่อตี้ไปอาบน้ำเถอะ เมื่อคืนมันเฝ้าเธอยังไม่ได้พักผ่อนเลย มันไม่มีอะไรทั้งนั้นจริงๆ ถ้ามันมีขึ้นมาเมื่อไหร่ เฮียจะเรียกกองทัพสะใภ้ตระกูลหยางมาจัดการถล่มมันให้ อีกอย่
ออฟฟิศชั่วคราว เขตก่อสร้าง | เวลา 18:30 น.ต่อ... “มึงตามกูมา!” หยางเป่ยไม่ยอมปล่อยมือ เขาออกแรงดึงร่างบางให้ถลาเข้าไปข้างในออฟฟิศตู้คอนเทนเนอร์ทันทีโดยไม่สนแรงขัดขืนทันทีที่หยางเป่ยกระชากแขนชิงหลีที่อาบไปด้วยน้ำตาเข้ามาในห้อง ทุกคนภายในออฟฟิศต่างชะงักค้างด้วยความตกตะลึง พี่ชายทั้งสามคนอยู่ในสภาพมอมแมมไม่ต่างจากหยางเป่ยหากชิงหลีไม่มัวแต่สะอึกสะอื้นจนตาพร่า เธอคงจะสังเกตเห็นว่าตามเนื้อตัวของพวกเขาทุกคนมีแต่เศษฝุ่นและดินโคลนเกาะหนาเตอะ“มึงดู! แล้วมึงมองสภาพกูด้วย!” หยางเป่ยจับไหล่ชิงหลีแน่น พลางบังคับให้เธอสังเกตสภาพอันแสนมอมแมมที่ผ่านการตรากตรำทำงานหนักมาด้วยกัน “มึงลองเช็ดน้ำตาแล้วมองดูพวกกูดีๆ กูขอนะชิงหลี อย่าเพิ่งโกรธกูตอนนี้”พยัคฆ์ร้ายขบกรามแน่นจนขึ้นสันนูนด้วยความอดกลั้นอย่างที่สุด ถ้าตัวเขาไม่สกปรก และแผ่นหลังของเธอไม่เพิ่งผ่านการสักมาเมื่อเช้า เขาคงรวบตัวเธอเข้ามากอดปลอบไปนานแล้ว “เช็ดน้ำตาของมึงก่อน มือของกูสกปรก แล้วมองดูรอบตัวมึงหน่อย”“แล้วทำไมคุณถึงเดินออกมาพร้อมผู้หญิงคนนั้นล่ะ! ไอ้คนโกหก! ไปให้พ้น!” ชิงหลีแผดเสียงสู้ เธอปิดกั้นการรับรู้ทุกอย่างด้วยกำแพงแห่งความน้อยเ
ห้องพักชั่วคราว ไซต์งานก่อสร้างต่อ...“เฮีย... ผมจัดการส่งตัวช่างสักออกไปพ้นเขตไซต์งานเรียบร้อยแล้ว ส่วนอุปกรณ์ที่จัดซื้อมาเพิ่มผมยกให้มันไปเลย เพราะยังไงเราก็ไม่ได้ใช้อีกแล้ว” ปานันรายงานพลางลอบมองสภาพนายหญิง“เออ ให้มันไปเถอะ” หยางเป่ยตอบปัดอย่างไม่ใส่ใจ เขาประคองแก้วน้ำให้ชิงหลีดื่มยาขณะที่เธอยังนั่งซบกายอยู่บนตักแกร่งไม่ยอมห่างแม้แต่เพียงนิ้วเดียว “กินยาชะ แล้วไปนอนที่เตียง กูต้องออกไปดูงานต่ออีกนิด”ชิงหลีฝืนร่างกายที่หนักอึ้ง ผละออกมามองสามีด้วยแววตาคู่สวยที่สั่นระริกและหม่นแสงลงด้วยพิษไข้ “แค่งานใช่ไหม... ไม่ได้จะไปหานักศึกษาคนไหนอีกใช่ไหมคะ?”หยางเป่ยพ่นลมหายใจออกมาอย่างแรงด้วยความเหนื่อยหน่ายที่ปนไปกับความเอ็นดู “กูจะบ้าตายกับมึงจริงๆ ชิงหลี! กูจะเอาเวลาไหนไปสนใจคนอื่น? กูนั่งเฝ้ามึงแทบจะสิงร่างตลอดยี่สิบชั่วโมง มึงยังไม่เข้าใจอีกหรือไง!” เขารั้งศีรษะทุยสวยเข้าแนบกับอกแกร่งด้วยความหมั่นเขี้ยว แต่ก็ไม่กล้าสัมผัสแผ่นหลังเพราะกลัวเธอเจ็บ “มึงไปนอนพักได้แล้ว อย่าเพิ่งปั่นประสาทกูตอนนี้”ชิงหลีพยักหน้ารับคำสั่งอย่างว่าง่าย ทว่าในใจกลับยังคงจดจ้องกับแผนการติดตามความเคลื่อนไหว แม้จ







