Masukคำตอบของภามดังฟังชัด และเมื่อพูดจบก็ก้าวเท้าออกไปทันที ไม่คิดที่จะเหล่ตาไปมองคนป่วยบนเตียง
บุญหมดซึ่งคำพูด ในเมื่ออีกฝ่ายพูดชัดเสียขนาดนี้ เขาก็ได้ถอนลมหายใจกับความเย็นชาที่ไม่เคยเปลี่ยนแปรของชายคนนี้ ก่อนจะคอตกเนื่องจากสงสารหญิงสาวบนเตียง นี่หากตื่นขึ้นมาได้ยินคงจะเสียใจ โดยที่บุญไม่รู้เลยว่ากีรกานได้ยินทุกถ้อยคำคนป่วยรู้สึกเจ็บไปทั่วหัวใจและน้ำตามันก็พานไหล แม้วันที่เธอป่วยเขาก็ยังไม่คิดจะห่วงใยเธอเลยหรือ จะใจร้ายมากไปแล้ว แม้จะบริภาษเขาในใจ แต่กีรกานก็ไม่เคยที่จะโกรธการกระทำของภาม เพราะรู้ว่าสาเหตุของเรื่องราวทั้งหมดมันเป็นเพราะครอบครัวของเธอ แถมเขายังต้องสูญเสียมากกว่าเธอ
ทว่าในตอนนี้น้ำตาเม็ดร้อนมันกลับไหลออกมาและกลิ้งตกไปจากหางตา ความน้อยใจอัดแน่นอยู่เต็มอกจวนจะระเบิดออกมา
ตลอดมาเธอพยายามเข้มแข็งและไม่ร้องไห้ เพราะมันเปล่าประโยชน์ แต่ในวันที่ทั้งร่างกายและจิตใจอ่อนล้าขนาดนี้ หล่อนก็ห้ามมันไม่อยู่ และไม่นานสติก็เลือนรางเพราะฤทธิ์ของยาอีกครั้งกีรกานมาได้สติอีกครั้งก็ตอนเช้าของวันใหม่ แต่หญิงสาวยังไม่สามารถออกจากโรงพยาบาลได้ เพราะไข้ยังลดไม่มากและจะต้องอยู่โรงพยาบาลเพื่อดูอาการต่อ
ในวันนี้เธอไม่ได้โทร.ไปหาลูกแม้จะคิดถึงใจจะขาด นี่เป็นครั้งแรกที่เธอและลูกต้องห่างกัน นั่นก็เพราะอยากให้ลูกได้อยู่ใกล้บิดา ได้รับความอบอุ่นจากอ้อมกอดของผู้เป็นพ่อให้มากที่สุด และที่สำคัญเธอรู้ว่าถึงโทร.ไปเขาก็อาจจะไม่รับช่วงเช้าของวันต่อมาคุณหมอได้เข้ามาตรวจและมันก็ทำให้กีรกานมีรอยยิ้ม เพราะไข้ลดลงจนเกือบจะปกติแล้ว และพรุ่งนี้มีแนวโน้มที่จะกลับไปพักที่บ้านได้
หลังจากทานข้าวกลางวันที่ทางโรงพยาบาลจัดมาให้แล้ว ร่างระหงก็ทนความคิดถึงลูกไม่ไหว เมื่อคืนเธอต้องพยายามข่มตาลงให้หลับ เพราะยิ่งพักผ่อนมาก อาการมันก็จะยิ่งหายไวขึ้น
มือคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วต่อสายไปหาผู้ที่ได้ชื่อว่าเป็นสามี แต่รอจนแล้วจนรอดก็ไม่มีผู้รับสาย จนต้องวางสายแล้วกดโทร.ไปใหม่อีกครั้ง แต่ผลลัพธ์ก็ไม่ต่างจากครั้งแรก
“คุณภามไม่ยอมรับหรือครับ” บุญร้องถามเพราะรู้ว่ากีรกานโทร.หาผู้ใด พร้อมขยับเท้าเข้าไปใกล้ และก็ได้คำตอบด้วยการพยักหน้ารับ
“ให้ลุงโทร.ให้ไหมครับ”
“อย่าเลยค่ะ กั้งไม่อยากจะลุงโดนดุ พรุ่งนี้กั้งก็จะออกจากโรงพยาบาลแล้ว กั้งจะขับรถไปรับลูกเองค่ะ” เธอคงทนให้ภามพาลูกสาวมาส่งเองไม่ได้ เพราะความคิดถึงและอยากจะกอดลูกน้อยมันเต็มอกแล้ว แม้จะต้องขับรถไปไกลมากก็ตาม
“จะไหวหรือครับ เพิ่งจะดีขึ้นเองหนูกั้ง” บุญร้องถามด้วยความเป็นห่วงและกังวล
“ไหวค่ะ กั้งอยากจะเจอลูก และก็อยากจะเจอเขา” เสียงนั้นเบาลงที่ปลายประโยค ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาจะดีใจหรือไม่ที่ได้เห็นหน้าของเธอ
“กั้งฝากงานที่ไร่ด้วยนะคะ กั้งคงไปค้างสักวันหนึ่งค่ะ”
“ถ้าขับกลับมาไม่ไหวบอกลุงนะครับ เดี๋ยวลุงไปรับเอง” ตนเอ็นดูกีรกานเปรียบเสมือนลูก เพราะในครั้งหนึ่งเขาและภรรยาก็อยากจะมีลูก แต่ไม่สำเร็จ แถมภรรยาก็ด่วนจากไปเมื่อห้าปีก่อน
“ขอบคุณค่ะลุงบุญ”
เสียงเล็กกล่าวขอบคุณก่อนจะพนมมือไหว้อย่างอ่อนน้อม ก่อนจะเหลือบไปมองนาฬิกาที่ผนังห้อง เธออยากจะให้เวลามันเดินเร็วกว่านี้ เนื่องจากอยากจะพบหน้าลูกสาวแล้วเช้าของวันใหม่...
“ขับรถดี ๆ นะครับหนูกั้ง”
ลุงบุญส่งกุญแจรถคู่ตัวของกีรกานให้ โดยช่วงก่อนตั้งครรภ์หญิงสาวขับรถไม่เป็น และหลังจากเกิดเหตุการณ์นั้นขึ้นเจ้าหล่อนก็เกิดความกลัวไม่น้อยเพราะต้องสูญเสียลูกสาวไป แต่กีรกานก็เรียกขวัญที่แตกกระเจิงให้กลับมาพร้อมกับทำใจกล้าขอให้ลุงบุญสอนขับรถ เหตุผลเพราะหากในยามวิกาลเกิดลูกสาวป่วยขึ้นมา เธอจะได้พาลูกสาวไปโรงพยาบาลได้ทันท่วงที และไม่อยากจะเป็นภาระของบุญไปตลอดรถที่หล่อนซื้อมาก็เป็นรถกระบะมือสอง กีรกานไม่เคยเอ่ยปากขอเงินจากภามสักครั้ง ซึ่งไร่กุหลาบที่ทำให้มีเงินเก็บไว้ให้ลูกน้อยมันก็เป็นของเขา หล่อนไม่อยากได้อะไรจากเขาเพราะละอายแก่ใจในเรื่องที่มารดาได้ทำไว้
“ค่ะลุงบุญ ไว้ถึงแล้วกั้งจะโทร.หานะคะ” เพราะรู้ดีว่าชายวัยกลางคนเป็นห่วง เธอก็เคารพบุญเหมือนพ่อคนหนึ่ง
เครื่องยนต์ถูกสตาร์ตขึ้นก่อนจะเคลื่อนรถออกแล้วมุ่งตรงไปยังกรุงเทพมหานคร เมืองใหญ่อันวุ่นวายและรถคลาคล่ำเต็มท้องถนน จุดหมายปลายทางของกีรกานคือบ้านธีรวานนท์
ในตอนนี้เวลาประมาณบ่ายโมงตรงและเวลาคร่าว ๆ ที่จะเดินทางไปถึงก็น่าจะประมาณไม่เกินบ่ายสี่โมงเย็น และในเวลานี้คนตัวเล็กก็เดินทางมาถึงที่หมายเรียบร้อยแล้ว กำลังเลี้ยวรถเข้ามาในบ้าน ซึ่งก็พบว่ารถของภามจอดอยู่ ใบหน้านวลมีรอยยิ้มขึ้นมา
ก่อนเท้าคู่เล็กจะก้าวออกจากรถแล้วเดินเข้าไปในบ้าน หัวใจดวงน้อยก็เต้นตึกตัก และเมื่อเข้ามาใกล้ขึ้นก็ได้ยินเสียงของเขา แต่ชั่วประเดี๋ยวเดียวเท่านั้นหูทั้งสองข้างก็ได้ยินเสียงหนึ่งซึ่งทำให้หัวใจเต้นระส่ำ ริมฝีปากเม้มแน่น แถมเมื่อฟังประโยคสนทนาแล้ว มันยิ่งทำให้หัวใจเจ็บแปลบแทบทนไม่ได้
“แกน่ารักนะคะ หน้าจิ้มลิ้มแล้วเหมือนคุณภามมากเลยค่ะ” เสียงใสบอกพร้อมกับยื่นมือไปจับใบหน้าของลักษณ์นารา แถมยังเดินเข้าไปใกล้แล้วหอมแก้มยุ้ยอีกต่างหาก
“ขอบคุณครับ” ภามกล่าวและยิ้มให้
“ถ้าสองได้เป็นแม่ของแกก็คงจะดี คุณยายท่านจะได้ดีใจ และสองก็ดีใจ” หล่อนบอกน้ำเสียงระคนเศร้าพลางเหลือบมองใบหน้าของเจ้าของบ้านนี้
“สองครับ” ชายหนุ่มเรียกชื่อของผู้หญิงตรงหน้าเสียงอ่อน เพราะตลอดเวลาสามปีที่ผ่านมา เขาก็ชัดเจนมาเสมอในเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างเขาและสรัลชนา
“สองขอโทษค่ะ สองไม่น่าทำให้คุณลำบากใจ ผู้หญิงอย่างสองคงเป็นแม่คนไม่ได้ ไม่งั้นคุณคงจะเลือกสองแล้ว” ได้แต่ตั้งคำถามกับตัวเองมาโดยตลอดว่าทำไมภามถึงไม่เลือกเธอ ทั้งที่เขาเคยมีโอกาสเลือกแล้ว และภามก็รู้มาโดยตลอดว่าเธอหลงรักเขาตั้งแต่เด็ก
ความสุขอีกอย่างหนึ่งของเขานอกจากจะได้นอนกอดภรรยาแล้ว ก็คือการนอนกอดลูกสาวตัวน้อย เจ็ดคืนที่ผ่านมาเขามีความสุขมาก และคงไม่มีวันลืมคืนแรกที่ได้นอนกอดทั้งลูกและเมียตลอดทั้งคืนโดยไม่ต้องระวังอะไรอีกแล้ว ด้านกีรกานก็ยิ้มรับคำของเขาก่อนจะเข้าไปสวมกอดและแนบใบหน้ากับอกแกร่ง หล่อนดีใจที่เขาให้โอกาสเธอได้รักและทำหน้าที่ภรรยาของเขา ด้านภามก็ตอบรับด้วยการกดจมูกลงที่ศีรษะทุย ก่อนจะบอกรักให้กีรกานได้ยิ้มและมีความสุข ซึ่งภามสัญญาว่าเขาจะบอกรักเธอทุกวันไม่มีวันขาด รวมถึงจะกอดกีรกานไว้แน่น ๆ แบบนี้ไปตลอดกาลบทพิเศษ ผ่านมาแล้วร่วมสามเดือนจา
“ใช่ครับ” “ขอบคุณนะคะ ที่ทำให้กั้งขนาดนี้ กั้งรักคุณกับลูก” “ฉันก็รักกั้งกับลูกนะ และอีกเรื่องที่ฉันอยากจะขอโทษ ขอโทษที่ปกป้องลูกอีกคนของเราเอาไว้ไม่ได้” แล้วคนตัวโตก็ปลดปล่อยเสียงร้องไห้ต่อหน้าภรรยาออกมาอย่างไม่อาย แถมยังกอดเอวคอดไว้ เขายอมรับว่าระมัดระวังเรื่องนี้แล้ว แต่สุดท้ายมันก็ยังไม่ดีพอ หัวอกของผู้เป็นพ่อทุกข์ระทม เขาเสียน้ำตาแต่ก็แสดงออกให้ใครรู้ไม่ได้ และแม้อยากจะดึงกีรกานมาปลุกปลอบให้คลายความเศร้าก็ทำไม่ได้ เพราะรู้ว่าคนของคุณยายจับตาดูกีรกานอยู่ที่โรงพยาบาล กีรกานเองก็สะอื้น แต่ก็พยายามเรียกน้ำตาให้กลับคืน เพราะไม่อยากจะทำให้สามีรู้สึกแย่และโทษตัวเอง เนื่องจากเขาไม่ใช่คนผิด แต่เขาคือคน
“ผมจะจัดการศพของคุณยายเองครับ ไม่ต้องห่วง” เขาบอกเสียงเข้มก่อนจะพยักหน้าให้ลูกน้องสองคนพาคนที่เขารักทั้งคู่ไปโรงพยาบาล ภามทิ้งตัวลงต่อหน้าศพของเขมจิราและปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา เขาคงเป็นหลานที่แย่มากที่สุดและท่านคงจะเกลียดเขามาก แต่หากเขาไม่เลือกทำแบบนี้ก็เท่ากับจะปล่อยให้ท่านสร้างบาปไปเรื่อย ๆ และคงทนไม่ได้ที่จะปล่อยให้ท่านพรากลมหายใจของคนที่รักไป เพียงแค่อัยย์ญาดา ตอนนั้นเขาก็เจ็บหนักแล้ว และรู้ว่าคนที่เจ็บหนักกว่าเขานั้นคงไม่พ้นกีรกาน ก่อนภามจะก้มลงกราบที่เท้าท่าน และกล่าวขออโหสิกรรมน้ำเสียงสั่นเทา “ผมรักคุณย
ซึ่งขณะเดียวกันชายทั้งสามคนที่ถูกจ้างมาด้วยเงินก้อนโตก็ตากันล่อกแล่ก เพราะความกลัวและวิตก เนื่องจากรักชีวิตมากกว่าเงินทองอยู่แล้ว ไม่คิดที่จะเอาชีวิตมาเสี่ยง ทั้งสามมองหาทางรอดพ้นจากตำรวจและกำลังคิดจะถอย “ใช่ครับ ผมรักกั้ง แต่เหตุผลที่ผมเลือกทำแบบนี้ก็เพราะคุณยายไม่หยุด คุณยายยังคิดแค้น ถึงสั่งให้ฆ่ากั้งกับลูกอีก” ใจมันเจ็บปวด และเสียงของชายหนุ่มก็สั่นเครือ ในคอรู้สึกมีรสปร่า ดวงตาเกิดการวูบไหว “แล้วแกตบตาฉันมาตลอดเลยใช่ไหมว่าเกลียดนังกั้ง แต่ที่จริงแกรักมันและต้องการปกป้องมัน” หล่อนเริ่มกระจ่างในสิ่งที่สงสัยแล้ว เพราะมันไม่มีทางเป็นอย่างอื่นไปได้ “ใช่ครับ ผมตบตาคุณยายว่าเกลียดกั้งเพื่อให้กั้งปลอดภัย เพราะยิ่งผมแสดงว่ารักกั้ง คุณย่าก็ยิ่งจะแค้นกั้ง แล้วตอนนี้ผมจับสุรชัชได้แล้ว และมันก็ยอมสารภาพทั้งหมดแล้วว่าคุณยายสั่งให้ไปฆ่าใครบ้าง ตอนนี้ผมก็ส่งมันให้ตำรวจแล้ว” แบบนี้สินะ เธอถึงติดต่อสุรชัช มือปืนของเธอไม่ได้ “แกคิดจะจับฉันเข้าคุกหรือ แกมันเนรคุณ” ดวงตาของท่านวาววับราวกับปีศาจ “ผมเลือกไม่
แล้วก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิด เพราะเธอรู้ว่าเขมจิรารักลูกสาวมากเพียงใด คงจะหาคำมาเปรียบเปรยไม่ได้ เรื่องนี้ไม่มีใครอยากจะให้เกิดขึ้น “ฉันไม่รับ” คนโกรธจนคลั่งตะคอกเสียงบอกและแววตาก็ยังเปล่งประกายว่ามีเปลวไฟลูกใหญ่เต้นระริกอยู่ในนั้น “กั้งขอโทษแทนแม่มลด้วยค่ะ” กีรกานก้มลงไปกราบที่พื้นพร้อมกับสะอื้นอย่างเสียใจ เธอรู้ว่าสิ่งที่มารดาทำให้มันทำให้ใครต่อใครหลายคนต้องเป็นทุกข์และเสียน้ำตา โดนเฉพาะกัลยกร ซึ่งท่านดีกับเธอมาตลอด เธอจึงละอายแก่ใจยิ่งนัก “ฉันไม่รับ วันนี้แกสองคนต้องตาย อ้อ แต่ฉันจะบอกอะไรไว้ให้แกรู้ก่อนตายนะนังกั้ง แม่แกตายเพราะฝีมือฉัน” แล้วก็เห็นรอยยิ้มแห่งความสะใจแต่งแต้มอยู่บนใบหน้าของคนพูด ก่อนท่านจะหัวเราะลั่นคล้ายคนคลั่ง&nb
แม้จะรู้สึกปวดหัวจนต้องยกมือขึ้นมากุม แต่อัครัฐก็ยังฝืนคุยกับน้องชาย เพราะใจกำลังเป็นห่วงและรู้สึกผิดที่ไม่สามารถปกป้องผู้มีพระคุณได้ “ผมไม่รู้ แต่กลัวว่าจะใช้เป็นวิธีล่อกั้งให้ออกมา” ไม่คิดว่าจะเป็นคนอื่น นอกจากยายของเขา ก็เพราะย่าของเขาไม่ได้มีศัตรูที่ไหน แต่ก็คิดเหตุผลที่ท่านจับตัวของย่าของเขาไปไม่ได้นอกจากเหตุผลนี้ ท่านคงทำตามที่พูดแล้วว่าจะไม่ยอมปล่อยกีรกานและจะรังควานคนที่กีรกานรัก หญิงสาวก็ทั้งรักและเคารพขวัญเกล้า “แกรีบไปดูกั้ง ฉันใจคอไม่ดี นี่มันเกือบจะห้าชั่วโมงแล้วที่ฉันสลบไป”







