LOGIN“สองทำไมคิดแบบนั้นครับ ผมรู้ว่าหากสองได้เป็นแม่คน คุณต้องเป็นแม่ที่ดีแน่”
“หากวันหนึ่งในอนาคตมีหนทางให้เลือกและคุณเลือกได้ คุณจะเลือกสองได้ไหม” เมื่อพูดประโยคนี้จบ สรัลชนาก็เงยหน้าขึ้นมองชายหนุ่มอย่างต้องการคำตอบและหวังให้ตัวเองยังมีความหวัง เพราะหากเป็นเช่นนั้น เธอก็พร้อมจะทำทุกอย่างให้มันเป็นจริง
คำถามนี้ทำให้สีหน้าของภามเปลี่ยนไป มันหนักไปทางใจ ก่อนริมฝีปากหยักจะอ้าออกเพื่อตอบคำถาม แต่ทว่ายังไม่ทันที่จะได้ตอบ ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นทำให้ทั้งภามและสรัลชนาหันไปมอง
“กั้งมารับลูกค่ะ”
กีรกานไม่อาจทนฟังคำตอบได้ เพราะหัวใจอาจจะแหลกเหลวไม่มีชิ้นดี แค่เพียงต้องมาเจอคนทั้งคู่อยู่ด้วยกันมันก็เล่นงานหัวใจเธออย่างหนักหน่วงแล้วถ้อยคำที่ได้รับตอบคืนมาจากปากของผู้ชายที่ได้ชื่อว่าเป็นสามีทำให้เธอแทบล้มทั้งยืน
“กลับไปซะ ฉันไม่ได้บอกให้เธอมา” น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปไม่ได้อ่อนโยนเหมือนเช่นที่สนทนากับสรัลชนาสักนิด
“แต่กั้งจะมารับยัยกี้กลับ ส่งลูกมาให้กั้งเถอะค่ะ” กีรกานสาวเท้าเข้าไปใกล้ แต่ภามกลับไม่ยินยอมและขยับหนี
“ลูกต้องกลับกับฉัน ส่วนเธอกลับไปซะ ฉันจะไปส่งลูกเอง” เขาว่าและทำสีหน้าดุกระด้าง เพราะไม่พอใจกับการมาของกีรกาน เนื่องด้วยมีเหตุผล
เพราะทั้งที่เขาพยายามหลีกเลี่ยงภัยให้ แต่กีรกานกลับคิดจะวิ่งมาหาภัยเสียอีก“ไม่ต้องห่วงนะคะคุณกั้ง สองจะช่วยดูแกเองค่ะ สองรักแกเหมือนลูกของสองเอง” สรัลชนาจงใจพูดและยิ้มหวาน แต่มันช่างเป็นรอยยิ้มและคำพูดที่เชือดหัวใจคนฟังได้เป็นอย่างดี เพราะรู้ดีว่าสรัลชนาหมายปองสิ่งใด
“ป้อ…แม่กัง…” หนูน้อยที่เห็นหน้ามารดาก็ยิ้มจนตาหยี ก่อนจะทำมือคล้ายอยากจะไปหาแม่
“กลับไปซะ” เมื่อพูดจบภามก็เดินหนีขึ้นไปบนห้องทันที โดยไม่เปิดโอกาสให้กีรกานได้กอดลูกสาวสักครั้งหนึ่ง ด้านสรัลชนาก็ยิ้มมุมปากอย่างชอบใจแล้วเดินตามเจ้าของบ้านไป
“ไอ้คนใจร้าย”
กีรกานบริภาษคนไร้หัวใจเสียงดัง หวังให้มันกระทบหัวใจของเขาบ้าง แต่เขาไม่มีแม้แต่จะหันมามองสักนิดกีรกานน้ำตาปริ่มและหล่อนก็ยืนเคว้งคว้างอยู่คนเดียวกลางบ้าน ผ่านมาเกือบห้านาทีแล้ว ทว่ากีรกานยังไม่ได้ขยับฝีเท้าไปไหน ริมฝีปากบางยังคงเม้มแน่นเพราะความเจ็บปวดจากท่าทีที่ใจดำของเจ้าของบ้านนี้ เขาไม่ต้อนรับเธอสักนิด แถมยังขับไล่
หญิงสาวหลับตาลงและกำมือเป็นก้อนกลม ระงับความระทมทุกข์ที่ก่อเกิดในใจ นานหลายนาทีกว่าหญิงสาวจะก้าวเท้าออก
ถูกไล่เสียขนาดนี้แล้ว เธอจะทนหน้าด้านอยู่ได้อย่างไร แม้จะคิดถึงลูกสาว แต่ดูจากสถานการณ์แล้วเขาคงไม่มีทางปล่อยให้ลูกกลับกับเธอแน่ และต่อให้ยืนจนขาแข็งหรือหมดแรงไป เขาก็คงจะไม่มอบความเมตตาให้เธอ
ทันทีที่ขึ้นมาบนรถ น้ำตามันก็หยดแหมะลงสองข้างแก้ม แม้จะพยายามปาดมันออกไปเท่าไร แต่มันก็ไหลทะลักออกมาอีก ทั้งที่พยายามจะเอาความเข้มแข็งเข้ามาสุมในอก มันก็ทำไม่ได้ เพราะหัวใจดวงนี้มันอ่อนแอเสียเหลือเกิน
ในเวลานี้เข็มนาฬิกาบอกเวลาสิบเก้านาฬิกาแล้ว แต่กีรกานเพิ่งจะขับรถออกมาได้ถึงเพียงครึ่งทางเท่านั้น ที่จริงหล่อนสมควรใกล้จะถึงแล้ว แต่มันก็เป็นเพราะขับ ๆ หยุด ๆ เพราะความอ่อนแอมันถาโถมจนบางครั้งหล่อนต้องหยุดรถเพื่อสะอื้นไห้และก็ขับมันไปต่ออีกครั้งหลังจากตั้งสติได้แล้ว
กว่ากีรกานจะขับมาถึงไร่กุหลาบซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดนครราชสีมาก็ปาไปเกือบจะยี่สิบเอ็ดนาฬิกาทั้งที่จริงระยะทางจากกรุงเทพมหานครมายังที่นี่ก็ใช้เวลาเพียงสามชั่วโมงเศษเท่านั้น
ฟากลุงบุญก็ชะเง้อคอคอยดูการมาของหญิงสาว เพราะทราบถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นจากปากของกีรกานเอง เขาอดเป็นห่วงไม่ได้ และทันทีที่เห็นรถของกีรกาน บุญก็โล่งอก แต่คิ้วเข้มกลับต้องขมวดเข้าหากันด้วยความแปลกใจ เพราะนอกจากจะเห็นรถของกีรกานแล้ว ตนยังเห็นว่ามีรถคันหนึ่งขับตามเข้ามา แต่ทิ้งระยะห่างพอสมควรจนบุญต้องขยับเท้าเพื่อออกไปมองดู เพราะในยามวิกาลขนาดนี้ ใครมันจะขับรถเข้ามากัน คงไม่มีใครมาติดต่อธุระแน่
ป้ายทะเบียนก็มองไม่ชัด เพราะสายตาที่เริ่มแย่ลงและรถคันนั้นก็อยู่ไกล แต่ชั่วประเดี๋ยวเดียวก็หยุดฝีเท้า เพราะรถคันนั้นถอยรถกลับออกไปแล้ว พานให้คิดไปว่าอาจจะขับรถหลงมาได้ก่อนชายวัยกลางคนจะสาวเท้ากลับเข้าไปในบ้าน แต่เมื่อถึงหน้าประตูบ้านก็หันไปมองทางบ้านของกีรกานอีกหน ได้แต่นึกสงสารผู้หญิงตัวเล็ก ๆ คนนี้ที่ต้องมาเจอแต่เรื่องที่เจ็บปวดหัวใจ เพราะเขาคิดว่าแค่เรื่องที่ต้องมาสูญเสียลูกไป มันก็หนักหน่วงหัวใจมากพอแล้ว
บทที่ 2
หัวใจที่ทรมาน
สองวันต่อมากีรกานก็ได้รับข้อความจากภาม
‘ฉันกำลังจะไปส่งลูก เตรียมห้องให้ด้วย ฉันจะค้าง’
ทุกครั้งที่เขามาและต้องการจะค้างคืน เธอก็มักจะได้รับข้อความในลักษณะนี้ และบ่งบอกถึงความต้องการ เขาเลือกที่จะส่งข้อความมากกว่าจะโทรศัพท์มาหา ไม่ต้องบอกเหตุผลกีรกานก็ทราบว่าเพราะอะไรเขาถึงเลือกแบบนี้ ก็คงเป็นเพราะภามไม่ได้อยากจะได้ยินเสียงของเธอ
บ้านหลังเล็กหลังนี้มีเพียงสองห้องนอนเท่านั้น และทุกครั้งที่เขามาเขาก็จะใช้ห้องนอนอีกห้องเป็นประจำ โดยที่เธอและสามีไม่เคยนอนร่วมเตียงกันเลย และในบางครั้งเขาก็จะเอาเจ้าตัวเล็กไปนอนด้วย
วันนี้แล้วสินะที่จะได้ลูกคืนสู่อ้อมอก ใบหน้านวลของกีรกานมีรอยยิ้มขึ้นมาหลังจากสองวันที่ผ่านมามีแต่ความเศร้า
ทว่าเพียงชั่วครู่ต่อมาใบหน้านี้ก็แปรเปลี่ยนไป เพราะการที่ได้เจอลูกก็ต้องเจอสามีด้วย และคงจะต้องเจอความเย็นชาที่ทำให้หัวใจเกิดรอยแผลอีกด้วยเช่นกัน ก่อนกีรกานจะหมุนตัวกลับเพื่อไปจัดการตามที่เขาบอกเมื่อเสร็จแล้วก็ลงมานั่งรอการมาของเขาที่โต๊ะไม้หน้าบ้าน และคิดว่าอีกไม่นานเขาก็คงจะถึง เพราะภามมักจะมาถึงเวลาประมาณเที่ยงหรือสิบสามนาฬิกาตรงเป็นประจำ
รอไปได้อีกไม่ถึงสามสิบนาที ดวงตาคู่เล็กก็เป็นประกายเพราะเห็นรถของเขากำลังแล่นตรงมายังบ้านพัก กีรกานมีรอยยิ้มกว้าง เธออยากจะกอดลูกน้อยแล้ว
เพียงรถแล่นเข้ามาใกล้และจอดสนิท สีหน้าและแววตาของเจ้าของบ้านก็แปรเปลี่ยนไปเพราะภามไม่ได้มากับลูกเพียงสองคนเท่านั้น แต่เขากลับพาสรัลชนามาด้วย ซึ่งเจ้าหล่อนก็ลงจากรถแล้วมายืนต่อหน้าเธอแล้วในเวลานี้
“สองอยากจะมาเที่ยวไร่ของคุณกั้งด้วย คุณกั้งคงจะอนุญาตนะคะ ไม่ว่ากันนะคะ” สรัลชนาจีบปากจีบคอพูดขณะกำลังอุ้มลูกสาวของเธอไว้แนบอก
“เข้าไปด้านในเถอะครับ ผมจะยกกระเป๋าให้สองเอง” ภามว่าและเดินไปหลังรถเพื่อทำตามคำที่พูด สรัลชนาก็ยิ้มหวานให้แล้วเดินเข้าไปในบ้าน ใบหน้าของเจ้าหล่อนนั้นยังกระหยิ่มยิ้มย่องราวกับนางพญา
กีรกานกัดกลีบปากล่างแน่น พลันสาวเท้าวตรงไปหาภามที่หลังรถพร้อมกับตั้งคำถาม
“ห้องนอนมีแค่สองห้อง จะให้คุณสองนอนห้องไหนคะ หรือจะต้องให้กั้งย้ายไปนอนที่อื่น”
ท้ายประโยคมีแต่ความน้อยใจและตัดพ้อ เขาไม่ได้บอกหล่อนสักคำว่าจะพาสรัลชนามาด้วย และอยากรู้เสียจริงว่าเขาจะตอบเรื่องนี้อย่างไร เธอเชื่อว่าเขาคงจะไม่มีทางนอนห้องเดียวกับเธอแน่ ในเมื่อตลอดมาชายหนุ่มไม่เคยทำมัน และอยากจะรู้ว่าอีกฝ่ายจะไล่เธอไปนอนที่อื่นหรือไม่“มีแค่สองห้องก็นอนได้”
เขาตอบเสียงเข้มและรู้อยู่แล้วว่าการมาของสรัลชนาจะสร้างรอยร้าวในใจให้กีรกาน แต่มันก็ยังดีกว่าปล่อยให้ใครอีกคนหนึ่งมาแทน ก่อนจะยกกระเป๋าลงจากรถและเอาเข้าไปในบ้าน แม้จะได้คำตอบแล้วแต่มันก็ไม่กระจ่างแก่หัวใจอยู่ดี ใช่ มีสองห้องก็นอนได้ แล้วเขาจะนอนห้องไหนล่ะ ห้องของเธอหรือผู้หญิงคนนั้น เขาจะรู้ไหมว่าในตอนนี้หล่อนรู้สึกอึดอัดและรู้สึกปวดแปลบไปทั่วอก แต่รู้ว่าภามก็คงจะไม่ไยดีมันกีรกานตัดสินใจเดินตามเข้าไปในบ้าน เพราะตอนนี้มีสิ่งหนึ่งที่หล่อนโหยหามากที่สุด
“กั้งขอลูกของกั้งค่ะ” บอกกับสรัลชนาที่ยังอุ้มลูกสาว และในตอนนี้หนูน้อยก็ตื่นขึ้นมาแล้วและกำลังส่งยิ้มหวานมาให้
“หา…แม่…กัง…หา ๆ” ลักษณ์นารายิ้มตาหยีที่ได้เจอมารดาแถมยังตบมือแปะ ๆ อย่างดีใจ ก่อนจะชูมือขึ้นทั้งสองข้าง ร้องจะไปหามารดา
สรัลชนาจำต้องส่งลักษณ์นาราไปให้ ทั้งที่จริงแล้วยังอยากจะอุ้มและดูแลต่อ เนื่องจากตนจะได้รับความใส่ใจและเป็นที่สนใจจากภาม
ความสุขอีกอย่างหนึ่งของเขานอกจากจะได้นอนกอดภรรยาแล้ว ก็คือการนอนกอดลูกสาวตัวน้อย เจ็ดคืนที่ผ่านมาเขามีความสุขมาก และคงไม่มีวันลืมคืนแรกที่ได้นอนกอดทั้งลูกและเมียตลอดทั้งคืนโดยไม่ต้องระวังอะไรอีกแล้ว ด้านกีรกานก็ยิ้มรับคำของเขาก่อนจะเข้าไปสวมกอดและแนบใบหน้ากับอกแกร่ง หล่อนดีใจที่เขาให้โอกาสเธอได้รักและทำหน้าที่ภรรยาของเขา ด้านภามก็ตอบรับด้วยการกดจมูกลงที่ศีรษะทุย ก่อนจะบอกรักให้กีรกานได้ยิ้มและมีความสุข ซึ่งภามสัญญาว่าเขาจะบอกรักเธอทุกวันไม่มีวันขาด รวมถึงจะกอดกีรกานไว้แน่น ๆ แบบนี้ไปตลอดกาลบทพิเศษ ผ่านมาแล้วร่วมสามเดือนจา
“ใช่ครับ” “ขอบคุณนะคะ ที่ทำให้กั้งขนาดนี้ กั้งรักคุณกับลูก” “ฉันก็รักกั้งกับลูกนะ และอีกเรื่องที่ฉันอยากจะขอโทษ ขอโทษที่ปกป้องลูกอีกคนของเราเอาไว้ไม่ได้” แล้วคนตัวโตก็ปลดปล่อยเสียงร้องไห้ต่อหน้าภรรยาออกมาอย่างไม่อาย แถมยังกอดเอวคอดไว้ เขายอมรับว่าระมัดระวังเรื่องนี้แล้ว แต่สุดท้ายมันก็ยังไม่ดีพอ หัวอกของผู้เป็นพ่อทุกข์ระทม เขาเสียน้ำตาแต่ก็แสดงออกให้ใครรู้ไม่ได้ และแม้อยากจะดึงกีรกานมาปลุกปลอบให้คลายความเศร้าก็ทำไม่ได้ เพราะรู้ว่าคนของคุณยายจับตาดูกีรกานอยู่ที่โรงพยาบาล กีรกานเองก็สะอื้น แต่ก็พยายามเรียกน้ำตาให้กลับคืน เพราะไม่อยากจะทำให้สามีรู้สึกแย่และโทษตัวเอง เนื่องจากเขาไม่ใช่คนผิด แต่เขาคือคน
“ผมจะจัดการศพของคุณยายเองครับ ไม่ต้องห่วง” เขาบอกเสียงเข้มก่อนจะพยักหน้าให้ลูกน้องสองคนพาคนที่เขารักทั้งคู่ไปโรงพยาบาล ภามทิ้งตัวลงต่อหน้าศพของเขมจิราและปล่อยให้น้ำตาไหลออกมา เขาคงเป็นหลานที่แย่มากที่สุดและท่านคงจะเกลียดเขามาก แต่หากเขาไม่เลือกทำแบบนี้ก็เท่ากับจะปล่อยให้ท่านสร้างบาปไปเรื่อย ๆ และคงทนไม่ได้ที่จะปล่อยให้ท่านพรากลมหายใจของคนที่รักไป เพียงแค่อัยย์ญาดา ตอนนั้นเขาก็เจ็บหนักแล้ว และรู้ว่าคนที่เจ็บหนักกว่าเขานั้นคงไม่พ้นกีรกาน ก่อนภามจะก้มลงกราบที่เท้าท่าน และกล่าวขออโหสิกรรมน้ำเสียงสั่นเทา “ผมรักคุณย
ซึ่งขณะเดียวกันชายทั้งสามคนที่ถูกจ้างมาด้วยเงินก้อนโตก็ตากันล่อกแล่ก เพราะความกลัวและวิตก เนื่องจากรักชีวิตมากกว่าเงินทองอยู่แล้ว ไม่คิดที่จะเอาชีวิตมาเสี่ยง ทั้งสามมองหาทางรอดพ้นจากตำรวจและกำลังคิดจะถอย “ใช่ครับ ผมรักกั้ง แต่เหตุผลที่ผมเลือกทำแบบนี้ก็เพราะคุณยายไม่หยุด คุณยายยังคิดแค้น ถึงสั่งให้ฆ่ากั้งกับลูกอีก” ใจมันเจ็บปวด และเสียงของชายหนุ่มก็สั่นเครือ ในคอรู้สึกมีรสปร่า ดวงตาเกิดการวูบไหว “แล้วแกตบตาฉันมาตลอดเลยใช่ไหมว่าเกลียดนังกั้ง แต่ที่จริงแกรักมันและต้องการปกป้องมัน” หล่อนเริ่มกระจ่างในสิ่งที่สงสัยแล้ว เพราะมันไม่มีทางเป็นอย่างอื่นไปได้ “ใช่ครับ ผมตบตาคุณยายว่าเกลียดกั้งเพื่อให้กั้งปลอดภัย เพราะยิ่งผมแสดงว่ารักกั้ง คุณย่าก็ยิ่งจะแค้นกั้ง แล้วตอนนี้ผมจับสุรชัชได้แล้ว และมันก็ยอมสารภาพทั้งหมดแล้วว่าคุณยายสั่งให้ไปฆ่าใครบ้าง ตอนนี้ผมก็ส่งมันให้ตำรวจแล้ว” แบบนี้สินะ เธอถึงติดต่อสุรชัช มือปืนของเธอไม่ได้ “แกคิดจะจับฉันเข้าคุกหรือ แกมันเนรคุณ” ดวงตาของท่านวาววับราวกับปีศาจ “ผมเลือกไม่
แล้วก้มหน้าลงอย่างรู้สึกผิด เพราะเธอรู้ว่าเขมจิรารักลูกสาวมากเพียงใด คงจะหาคำมาเปรียบเปรยไม่ได้ เรื่องนี้ไม่มีใครอยากจะให้เกิดขึ้น “ฉันไม่รับ” คนโกรธจนคลั่งตะคอกเสียงบอกและแววตาก็ยังเปล่งประกายว่ามีเปลวไฟลูกใหญ่เต้นระริกอยู่ในนั้น “กั้งขอโทษแทนแม่มลด้วยค่ะ” กีรกานก้มลงไปกราบที่พื้นพร้อมกับสะอื้นอย่างเสียใจ เธอรู้ว่าสิ่งที่มารดาทำให้มันทำให้ใครต่อใครหลายคนต้องเป็นทุกข์และเสียน้ำตา โดนเฉพาะกัลยกร ซึ่งท่านดีกับเธอมาตลอด เธอจึงละอายแก่ใจยิ่งนัก “ฉันไม่รับ วันนี้แกสองคนต้องตาย อ้อ แต่ฉันจะบอกอะไรไว้ให้แกรู้ก่อนตายนะนังกั้ง แม่แกตายเพราะฝีมือฉัน” แล้วก็เห็นรอยยิ้มแห่งความสะใจแต่งแต้มอยู่บนใบหน้าของคนพูด ก่อนท่านจะหัวเราะลั่นคล้ายคนคลั่ง&nb
แม้จะรู้สึกปวดหัวจนต้องยกมือขึ้นมากุม แต่อัครัฐก็ยังฝืนคุยกับน้องชาย เพราะใจกำลังเป็นห่วงและรู้สึกผิดที่ไม่สามารถปกป้องผู้มีพระคุณได้ “ผมไม่รู้ แต่กลัวว่าจะใช้เป็นวิธีล่อกั้งให้ออกมา” ไม่คิดว่าจะเป็นคนอื่น นอกจากยายของเขา ก็เพราะย่าของเขาไม่ได้มีศัตรูที่ไหน แต่ก็คิดเหตุผลที่ท่านจับตัวของย่าของเขาไปไม่ได้นอกจากเหตุผลนี้ ท่านคงทำตามที่พูดแล้วว่าจะไม่ยอมปล่อยกีรกานและจะรังควานคนที่กีรกานรัก หญิงสาวก็ทั้งรักและเคารพขวัญเกล้า “แกรีบไปดูกั้ง ฉันใจคอไม่ดี นี่มันเกือบจะห้าชั่วโมงแล้วที่ฉันสลบไป”







