LOGINร่างเล็กเดินหนีคนที่เหมือนต้องการหลอกล่อเธอทุกครั้งที่เจอกลับมายังจุดเดิม สายตาของเพื่อนมองอย่างเป็นห่วง ทันทีที่
นั่งลงบนเก้าอี้ปอร์เช่ก็รีบถาม“ฌาไปไหนมา”
“เจอแมวน่ะ ก็เลยเล่นกับน้องแป๊บนึง”
เป็นอีกครั้งที่ฌานินรู้สึกไม่ชอบเลย หลังจากนั่งลงได้ไม่นาน สายตาก็พลันเหลือบไปเห็นร่างสูงของคนที่ทำให้กลางใจ
ของเธอปั่นป่วน เดินออกมาจากทางเดียวกันราวกับตั้งใจให้ ใครต่อใครสงสัย ความอึดอัดก่อตัวในอกจนต้องกำมือแน่น ไว้บนตักเมื่อเขาเดินมาหยุดภายในเต็นท์“พวกไอ้นิคซ์มาแล้ว”
เสียงของคูเปอร์ดังขึ้น เรียกความสนใจของทุกคนให้มอง
ไปยังรถสปอร์ตหรูที่แล่นเข้ามาพร้อมกันสามคัน ก่อนจะ ชะลอความเร็วแล้วจอดสนิทเรียงรายอยู่ข้างสนามนิคซ์เปิดประตูลงจากรถพร้อมเด็กในทีมของเขาแล้วเดิน
เข้าไปทักทายคนกลุ่มใหญ่ที่กำลังยืนอยู่ในเต็นท์ ทว่าสายตา กลับสะดุดเข้ากับผู้หญิงตัวเล็กที่กำลังนั่งอยู่ ความสวยของเธอเหมือนแม่เหล็กดึงดูดความสนใจของเขาไปทั้งหมด“ว้าว สาวสวยคนนี้เป็นของใคร” เสียงแซวหยอกปนหยาบ
ดังขึ้นท่ามกลางกลุ่มผู้ชายที่ยืนกันอยู่“มาซ้อมก็สนใจซ้อมไม่ใช่อย่างอื่น” คูเปอร์บอก ก่อนจะ
ขยับตัวมายืนขวางอยู่ตรงหน้าเพื่อนสนิทของน้องชาย“อยากเดิมพันว่ะ เอามาแลกเปลี่ยนกันหน่อยดีไหม”
“ผู้หญิงไม่ใช่สิ่งของที่มึงควรเอามาเป็นเดิมพัน”
เสียงทุ้มเข้มของคลื่นดังขึ้นอย่างเย็นชา ประโยคนั้นฉุดให้
ทุกอย่างตกอยู่ในความเงียบ แม้เขาจะร้ายยังไงแต่ไม่เคยคิด ลดค่าผู้หญิงด้วยการนำไปพนันหรือแลกเปลี่ยนเลยสักครั้งและประโยคนั้นก็ทำให้กลางใจของฌานินเต้นรัว ดวงตากลมมองแผ่นหลังกว้างของร่างสูงราวกับถูกมนตร์สะกด เพราะเธอเอง เคยถูกพ่อจะขายให้เสี่ยสรุจมาก่อน พอได้ยินเขาพูดคำนั้น
มันเหมือนถูกคนอื่นเห็นค่ามากกว่าคนในสายเลือด แถมยังเป็น คนที่เธอคิดว่าร้ายกาจ“ฮู้ว ไม่คิดว่าจะได้ยินคำนี้จากปากเสือตัวร้ายอย่างมึง”
เสียงแซวลอดออกมาจากปากนิคซ์พร้อมหัวเราะเบา ๆ“พาเด็กมึงลงสนามอย่าปากดีให้มันมากนัก”
“คนสวย”
นิคซ์จงใจลากเสียงเรียก พลางเหลือบมองไปทางสาวสวยเพียงคนเดียวในกลุ่มผู้ชาย รอยยิ้มมุมปากของเขาแฝงความ
น่ากลัวจนเธอรีบก้มหลบ“ไอ้นิคซ์” คูเปอร์กดเสียงแข็งตวาด ทำให้อีกฝ่ายแสดงแววตาไม่พอใจเท่าไร แต่สุดท้ายก็ยอมเดินไปยังสนามที่มีรถจอดรออยู่
คลื่นปรายตามองด้วยสีหน้าเคร่งขรึม ก่อนจะหันมาสั่ง
“พาเพื่อนมึงไปห้องรับรอง ถ้าเกิดอะไรขึ้นกูไม่รับผิดชอบ”เมื่อได้ยินคำสั่งกร้าวจากเจ้าของสนาม ปอร์เช่รีบพยักหน้า ก่อนจะพาเพื่อนตัวเล็กไปยังห้องรับรองทันที เขาเคยมาที่นี่จึงรู้ว่าต้องไปทางไหน ฌานินเองก็รู้สึกโล่งใจที่ถูกแยกออกจากตรงนั้น เธอไม่ชอบเสียงรถเอาซะเลย และที่สำคัญการเห็นคนตัวสูง
ยืนในระยะสายตามันมักจะทำให้หายใจไม่ทั่วท้องทุกครั้งภายในห้องรับรองค่อนข้างโล่งไร้การตกแต่ง สิ่งที่สะดุดตา
มีเพียงทีวีจอใหญ่ติดผนัง และโซฟาชุดหนึ่งวางตั้งอยู่กลางห้องครืด~ สายเรียกเข้าจากโทรศัพท์ที่วางบนตักของร่างเล็ก
ดังขึ้น เมื่อก้มดูก็เห็นเป็นเบอร์เพื่อนสนิท เธอจึงรีบหยิบมากดรับ“ว่าไงขวัญ” เสียงหวานเอ่ยถามปลายสาย ยกโทรศัพท์ขึ้น
ให้เห็นใบหน้าของตัวเองในสายวิดีโอคอล(สบายใจขึ้นหรือยังแก เดี๋ยวฉันไปนอนเป็นเพื่อน)
“ไม่เป็นไร คงไม่มีอะไรแล้ว”
(ไม่เอา ฉันห่วง เดี๋ยวขนเสื้อผ้าไปนอนด้วยสามวัน)
“เอาไว้ถ้ามีคนตามอีก ฌาจะย้ายห้อง ขวัญอยู่กับแม่เถอะ แม่อยู่บ้านคนเดียวอันตรายเหมือนกันนะ”
(เฮ้อ แกดื้อจริง ๆ เลย แต่ฉันดีใจที่ได้ยินว่าจะย้ายห้อง)
ที่เพื่อนบอกแบบนั้นก็เพราะเคยพูดหลายครั้งแล้วเรื่อง
อยากให้เธอย้าย ที่หอพักค่อนข้างอันตราย แต่ฌานินก็ปฏิเสธ โดยให้เหตุผลว่าที่นั่นค่าเช่าถูก เธอไม่อยากฟุ่มเฟือย(ไหนบอกว่าไปสนาม ตอนนี้แกอยู่ห้องใคร)
“อยู่ห้องรับรองที่สนาม”
(รู้สึกถึงความวีไอพีจัง พี่คลื่นก็ไปใช่ไหม อิจฉาสุด ๆ
อยากเจอบ้าง)“อื้อ เขามา” ร่างเล็กตอบเสียงเบา ก่อนเสียงของเพื่อนอีกคนที่อยู่ด้วยกันจะดังขึ้น
“บ้าผู้ชาย”
(แล้วไงยะ! เออนี่เช่ ฉันสงสัย พี่คลื่นเลี้ยงเด็กไหม)
ปอร์เช่ขมวดคิ้วเหมือนกำลังคิด ไม่นานเขาก็โพล่งคำตอบออกมา “จากที่ไอ้เปอร์เคยเล่า พี่คลื่นไม่เคยเลี้ยงเด็กนะ
พวกเสือผู้หญิงไม่ชอบผูกมัด”(เสียดาย อยากสมัครเป็นเด็กเลี้ยงเขาจัง)
ฌานินหันจอโทรศัพท์ไปทางเพื่อนที่นั่งข้างกัน ไม่ได้
ร่วมพูดคุยถึงเขาคนนั้น แต่เธอกลับฟังทุกประโยค จู่ ๆ ก็ร้อน วูบวาบที่ใบหน้าขึ้นมาอย่างไร้สาเหตุ“ยาก เห็นแบบนั้น พี่มันเลือกกิน”
(ถ้าใครได้เป็นเด็กเลี้ยงเขาคงโชคดีเนอะ ทั้งหล่อทั้งรวย
แบบนั้น ใครจะกล้ามายุ่งกับเด็กพี่คลื่น)“ฌา”
“อะ อื้อ ว่าไงเช่” เพราะมัวแต่เหม่อกับความคิด เมื่อถูกเพื่อนสะกิดเธอถึงกับสะดุ้งแรงจนเกือบทำโทรศัพท์หล่นจากมือ
“เดี๋ยวเช่มานะ ออกไปข้างนอกแป๊บ”
“อื้อโอเค”
เมื่อปอร์เช่ออกไปแล้ว ฌานินคุยกับขวัญใจต่อพักใหญ่ กระทั่งเพื่อนขอวางสาย ดวงตากลมมองเวลาบนหน้าจอโทรศัพท์พร้อมถอนหายใจออกมาเบา ๆ นึกถึงเหตุการณ์เมื่อช่วงสาย
ก็รู้สึกกลัวขึ้นมา ผู้คนสมัยนี้น่ากลัวหากยังเจอชายคนเดิมอีก เธอคงต้องย้ายห้องจริง ๆเวลา 19:00 น.
ฌานินกลับมาถึงที่พัก โดยมีปอร์เช่ขึ้นมาส่งถึงบนห้อง
เพื่อความปลอดภัย ก่อนกลับเขาสั่งให้เธอล็อกประตูให้ดี ถ้ามี คนเคาะห้ามเปิดเด็ดขาดและให้รีบโทรหาเมื่อเพื่อนกลับไปแล้ว เสียงถอนหายใจก็หลุดออกจากอก
แรง ๆ เฮือกหนึ่งอย่างไม่เข้าใจ ว่าทำไมชีวิตของเธอมักจะเจอ แต่เรื่องราวร้าย ๆ ตลอด ตั้งแต่แม่เสียฌานินไม่เคยมีความสุข อีกเลยกระทั่งถึงวันนี้หลังอาบน้ำแต่งตัวเสร็จกำลังจะเอนตัวลงนอน ทว่า
เสียงเคาะประตูดังขึ้นแทรกความเงียบในห้อง ฌานินชะงัก หัวใจดวงน้อยสั่นไหว ดวงตากลมเบนมองไปยังบานประตู ที่ถูกเคาะซ้ำ ๆ ไม่หยุด มือเรียวรีบคว้าโทรศัพท์ขึ้นมา ตั้งใจ จะพิมพ์บอกเพื่อน แต่แล้วกลับมีเสียงหนึ่งแว่วในความคิดราวกับเขากำลังเอ่ยกระซิบพูดข้างหู‘ปลดบล็อกสิ ถ้ายอมอ้อนวอน พี่ยินดีช่วยหนูทุกอย่าง’
เขี้ยวเล็กกัดริมฝีปากแรง ๆ ขับไล่ความคิดบ้าบอนั้นออกไป เธอเปิดช่องแชตของเพื่อนสนิท นิ้วเรียวกำลังพิมพ์ข้อความ
ทว่ากลับหยุดค้างไปดื้อ ๆ เวลานี้มันเลยเที่ยงคืนมาแล้ว หากส่งไปเพื่อนคงต้องตกใจและพากันเป็นห่วงสุดท้ายเธอก็เลือกวางโทรศัพท์ลงช้า ๆ ปล่อยให้เสียงเคาะ
ดังก้องอยู่ในความมืดแล้วข่มตานอนแสงแดดของเช้าวันใหม่สาดกระทบมายังเจ้าของ
ใบหน้าหวานที่กำลังเหยียดแขนออกจากผ้าห่ม เปลือกตาสีอ่อนเปิดขึ้นช้า ๆ และก็อย่างทุกวันที่เธอจะมองเพดานห้องราวห้านาที ก่อนจะลุกขึ้นไปอาบน้ำล้างหน้า เมื่อเสร็จแล้วก็ทำมื้อเช้าง่าย ๆ กินก็อก ๆ ก็อก ๆ เสียงเคาะห้องดังขึ้นขณะคนตัวเล็ก
กำลังยกจานข้าวไปล้างเก็บ ฌานินวางของในมือลง ก่อนจะ เดินไปยังประตูแล้วส่องตรงรูเล็ก ๆ เพื่อดู การที่เธออยู่ลำพัง ตัวคนเดียวอย่างนี้ทำให้ต้องระวัง และเมื่อส่องดูไม่เจอใคร นั่นยิ่งทำให้ความหวาดระแวงก่อตัวขึ้นขาเรียวรีบก้าวผละห่างจากประตู เดินกลับมาหยิบโทรศัพท์กดเข้าไปยังกลุ่มแชตของเพื่อนสนิท ความหวั่นกลัวทำให้
เธอตัดสินใจได้ทันทีว่าไม่ควรอยู่ที่นี่แล้วแชตกลุ่ม
ฌานิน: @ปอร์เช่
ฌานิน: ที่พี่เปอร์บอกว่าจะช่วยหาห้องใหม่ให้ มีแบบราคา
ไม่แพงมากหรือเปล่า เช่ช่วยถามให้ฌาได้ไหมปอร์เช่: เดี๋ยวถามให้ ฌาจะย้ายใช่ไหม
ฌานิน: อื้อ เมื่อคืนก็มีคนเคาะห้อง ตอนนี้อีก ฌาไม่อยากอยู่ที่นี่แล้ว
ปอร์เช่: ทำไมเมื่อคืนไม่ยอมบอก
ขวัญใจ: ทำไมไม่บอกตั้งแต่เมื่อคืน
เพื่อนทั้งสองคนของเธอพิมพ์คำถามส่งมาพร้อมกัน ฌานินจึงตอบกลับตามตรงว่ามันดึกมากแล้วไม่อยากรบกวน
อีกอย่างเธอไม่ได้เปิดประตูให้ใคร แต่ถึงจะอธิบายทั้งขวัญใจและปอร์เช่ก็บ่นด้วยความเป็นห่วงอยู่ดีปอร์เช่: คราวหลังไม่เอาแบบนี้นะฌา
ขวัญใจ: ใช่ ถ้าเกิดอะไรขึ้นมาจะทำยังไง
ฌานิน: สองคนไม่บ่นได้ไหม นี่ไง กำลังจะย้ายห้องแล้ว
ปอร์เช่: เดี๋ยวคุยกับไอ้เปอร์ให้
ฌานินถอนหายใจเบา ๆ ละสายตาจากจอมือถือเหม่อมองไปตรงหน้า เธอคิดว่าอาจจะต้องเข้าวัดทำบุญบ้างเพราะช่วงนี้ชีวิตเจอแต่อะไรก็ไม่รู้ คล้ายกำลังมีเคราะห์
… ทางฝั่งของคลื่น
สนามแข่งไร้ผู้คนวันนี้เขามาแค่เช็กของเดิมพัน เพราะพี่ชายสองคนต่างแต่งงานมีครอบครัวไปแล้ว เขาจึงต้องรับหน้าที่ดูแลสนามเต็มตัวหลังเรียนจบ
“เออเดี๋ยวกูช่วยดูให้ น้องย้ายออกก็ดีเหมือนกัน โซนนั้นอันตรายจะตาย ผู้หญิงตัวคนเดียวไปอยู่ได้ยังไง”
คูเปอร์วางสายจากน้องชาย เก็บโทรศัพท์ลงกระเป๋ากางเกง ก่อนหันไปถามเพื่อน “เช็กเสร็จยังวะ”
“มึงคุยกับใคร”
“ไอ้เช่ มันให้ช่วยหาห้องให้เพื่อน”
แม้ไม่ได้บอกชื่อว่าเพื่อนคนนั้นคือใคร แต่คลื่นกลับรู้ทันที ก่อนจะเสนอ “กูรู้จักหลายที่ให้ช่วยไหม”
“ถุ้ย จุดประสงค์มึงอะนะไอ้คลื่น” คูเปอร์รีบตอบกลับ
เหมือนรู้ทันความคิดของเพื่อนทุกอย่างคลื่นหัวเราะเบา ๆ เมื่อเพื่อนรู้ทันความคิดซึ่งเขาก็ไม่ได้เถียง “… แค่เอ็นดูน้อง”
“อย่ายุ่งกับฌานินเลย น้องไม่เหมือนกับที่มึงเคยเจอมา”
คูเปอร์รีบปราม ถึงจะรู้อยู่แล้วว่าเพื่อนดูสนใจผู้หญิงคนนั้นไม่น้อย แต่ตอนนี้คล้ายเริ่มจะหมกมุ่นขึ้นทุกที“ไม่คิดเหมือนกันหรือไง” คลื่นพูดช้า ๆ พร้อมรอยยิ้มมุมปาก “ยิ่งแตกต่าง มันยิ่งน่าสนใจ”
“รีบไปเช็กของ” คูเปอร์กลอกตา ถอนหายใจยาว ๆ อย่างเหนื่อยหน่าย เขารู้ดีว่าเพื่อนคนนี้ไม่ค่อยฟังใคร และตั้งแต่รู้จัก
กันมาไม่เคยเห็นคลื่นให้ความสนใจผู้หญิงคนไหนเลย จะมีก็แค่ครั้งนั้นที่ไปแอบชอบคนมีเจ้าของสุดท้ายก็ผิดหวัง แต่มันผ่านมานานแล้ว“แต่ถ้าเธอสนใจกู แบบนี้ก็ไม่ผิดอะไรจริงไหม เพราะกูไม่ได้เริ่ม” คลื่นแสยะยิ้ม สายตาคมกริบฉายแววเจ้าเล่ห์ รอยยิ้ม
ที่ยกขึ้นเต็มไปด้วยความอันตรายที่แม้แต่คูเปอร์เองยังรู้สึกได้ ริมฝีปากหยักขยับพูดต่อด้วยน้ำเสียงทุ้มเย็น “ในเมื่อลูกแมว อยากมาวิ่งเล่นในกรงเสือเอง”“หยุดเลยมึง” คูเปอร์มองตาขว้างตวาดเตือนเสียงเข้ม
ไม่ได้เอาด้วยกับเกมบิดเบี้ยวของเพื่อน แต่คลื่นเพียงแค่ยักไหล่“เรื่องห้อง กูอยากช่วย” เสียงทุ้มต่ำเอ่ย พลางล้วงหยิบบุหรี่ออกจากกระเป๋า “ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ แบบนั้น จะปล่อยให้อยู่
ที่อันตรายได้ยังไง”“ความหวังดีของมึง มันน่ากลัวแปลก ๆ นะ” ดวงตาหรี่ลงอย่างจับผิดความหวังดีนั้น “คนอย่างมึง คงไม่ช่วยใครฟรี”
“แล้วใครบ้าง ทำดีไม่หวังผลตอบแทน” ใบหน้าหล่อก้มลง
จุดไฟแช็กในมือ ก่อนจะพ่นควันสีขาวคลุ้งกระจายรอบตัว พลันตวัดสายตาจ้องเพื่อนสนิทแล้วเอ่ยเสียงเรียบ “บอกไป มีคอนโดปล่อยเช่า เดือนละพัน”คูเปอร์ถึงกับขมวดคิ้วเข้ม เพราะนี่มันยุคสมัยไหนแล้ว
ห้องเช่าราคานั้นจะไปมีได้ยังไง เขาจึงถามกลับอย่างแปลกใจ “คอนโดไหนวะ เดือนละพัน”“โซนที่กูอยู่”
“ย่านที่มึงอยู่ ค่าห้องไม่ต่ำกว่าสิบล้าน”
“กูแค่… อยากช่วย”
คลื่นยิ้มบาง ๆ ท่าทางเจ้าเล่ห์ทำให้เพื่อนสนิทถึงกับส่ายหน้าอย่างเหนื่อยใจอีกครั้ง เพราะเหมือนสิ่งที่ปรามไปก่อนหน้า
จะไม่ได้ทะลุเข้าไปในโสตประสาทของเขาเลย“ของขาดหรือไงช่วงนี้ มึงดูหิวน้องมากเป็นพิเศษเลยนะ”
“คงงั้น ดูเหมือนจะพิเศษจริง ๆ” เสียงหัวเราะต่ำหลุดจากลำคอของคนตัวสูง ก่อนจะสูบดึงบุหรี่เข้าหนัก ๆ แล้วเคาะนิ้ว
เบา ๆ ตรงปลายมวนให้เศษเถ้าหล่นลงพื้น“พิเศษกับมึง แปลว่าน้องซวยแน่”
“… โชคดีมากกว่า” คลื่นตอบกลับทันที รอยยิ้มบนมุมปากของเขาในตอนนี้ ดูไม่ปลอดภัยเลยสักนิด
เวลากระชั้นชิดเข้ามาทุกที หากไม่สามารถถ่ายให้ทันช่วงพระอาทิตย์ตกดินได้ ก็จำเป็นต้องเลื่อนถ่ายในวันถัดไป นั่นหมายความว่าแพลนทั้งหมดที่เตรียมเอาไว้ตั้งแต่ต้น จะต้องถูกขยับและปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมดมือหนาล้วงโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋ากางเกง จากนั้นก็กดโทรไปยังเบอร์ของร้านที่จัดการเรื่องชุด ฌานินได้แต่ยืนตัวแข็งทื่ออยู่ข้าง ๆ ฟังประโยคคำขู่ที่คลื่นพูดกดดันปลายสายเขาบอกว่า หากไม่อยากให้ร้านต้องถูกปิดถาวร ก็ต้องหาชุดใหม่มาให้ได้ภายในยี่สิบนาที และก่อนจะกดวางสาย คลื่นก็ปิดท้ายด้วยประโยคที่ทำให้บรรยากาศรอบตัวเย็นวาบ ด้วยคำว่า รู้ใช่ไหม ว่าตระกูลทรัพย์หิรัญสกุลทำอะไรได้บ้างฌานินกลืนน้ำลายอึกใหญ่ มือเรียวค่อย ๆ สอดเข้ามากุมมือหนา เพื่อกล่อมให้เขาเย็นลง ทว่าจู่ ๆ คลื่นก็ไล่ทุกคนให้ออกไปข้างนอกรถบ้าน เหลือไว้เพียงเธอและเขาแค่สองคน“ทำไมไล่คนอื่นออกไปแบบนั้นคะ”“พี่อารมณ์ไม่ดี”“ฌารู้แล้ว”“ช่วยทำให้อารมณ์ดีขึ้นหน่อยได้ไหม”มือเรียวคลายออกจากมือหนา จากนั้นก็ยกขึ้นมาวางประคองบนแก้มของคนหัวเสีย แล้วถามเสียงหวาน“บอกมาสิคะ ฌาต้องทำยังไง”“ว่าที่ภรรยาคนสวย น่าจะรู้ใจสามีที่สุด ว่าต้องทำยังไง”“แต่ตอนนี
… วันต่อมาบรรยากาศช่วงเช้าค่อนข้างวุ่นวายเป็นพิเศษ เพราะต้องเตรียมตัวทำผมแต่งหน้า เพื่อจะไปถ่ายพรีเวดดิ้งยังโลเคชันแรกให้ทัน“ว่าที่เจ้าสาวสวยมากเลยค่ะ”“ชมแบบนี้ เขินนะคะ”ฌานินยิ้มเขินเมื่อได้ยินช่างแต่งหน้าเอ่ยปากชม ตอนนี้เธออยู่ในชุดพร้อมสำหรับถ่าย โลเคชันแรกเริ่มต้นที่ด้านหน้าหาดของโรงแรม เบื้องหน้าคือผืนทะเลกว้างทอดยาวสุดสายตา และฉากหลังเป็นแนวเขาที่ซ้อนทับกันอย่างงดงามคลื่นก้าวออกจากห้องเปลี่ยนชุดมาหาคนรัก สายตาคลั่งรักมองจ้องไม่กะพริบ ราวกับในห้องนี้มีเพียงเธอคนเดียว ทำเอาฌานินรับมือไม่ไหว จึงต้องก้มหลบอย่างเคอะเขิน ใบหน้าหวานขึ้นสีระเรื่อบรรยากาศรอบข้างเต็มไปด้วยรอยยิ้ม กลุ่มทีมช่างแต่งหน้าและทำผมที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ต่างพากันอมยิ้ม กึ่งแซว กับอาการของว่าที่เจ้าบ่าวสุดหล่อที่ทอดสายตาหวานเยิ้ม ส่วนคนเป็นเจ้าสาวก็เขินอายอย่างน่าเอ็นดู ในสายตาคนอื่น ทั้งคู่เหมาะสมกันอย่างไร้ที่ติ“เสร็จแล้วใช่ไหมครับ” สายตาคมละจากร่างเล็กมาถามกับทีมช่างที่กำลังยิ้มกรุ้มกริ่มกันอยู่“เสร็จแล้วค่ะ เดี๋ยวเราจะส่งคนในทีมตามไปช่วยดูเรื่องหน้ากับผมนะคะ อีกส่วนจะนั่งรถไปสแตนด์บายรออีกโลเคชันหนึ่ง”
ว่ากันว่า เวลามักเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วจนบางทีเราก็ไม่รู้ตัว มันคงจะจริง เพราะงานแต่งใกล้เข้ามาทุกที ตอนนี้ฌานินและคลื่นกำลังเตรียมถ่ายพรีเวดดิ้ง ทั้งสองเดินทางล่วงหน้ามาก่อนถ่ายจริงหนึ่งวัน เพื่อเตรียมตัว และพักผ่อน“วิวสวยจังเลยค่ะ” ร่างเล็กยืนทอดสายตาอยู่ริมระเบียงห้องเพรสซิเดนเชียล สวีท ชั้นบนสุดของโรงแรม จัดไว้สำหรับเครือหุ้นส่วนโดยเฉพาะ ภาพตรงหน้าคือผืนน้ำสีฟ้าครามของทะเลกว้างใหญ่“ตอนเย็น ไปเดินเล่นริมหาดกันนะคะ”หาดบริเวณนี้ถูกสงวนไว้สำหรับแขกที่เข้าพักในโรงแรมเท่านั้น ผู้คนจึงบางตา ให้บรรยากาศเงียบสงบเป็นส่วนตัว และเหมาะกับการชมพระอาทิตย์ตกดิน“ได้อยู่แล้ว พี่ตามใจเมียจะตายไป”คลื่นเดินมาสวมกอดร่างเล็ก ทั้งคู่ยืนรับลมอยู่ริมระเบียงนานพักใหญ่ ก่อนจะชวนกันกลับเข้าห้อง และเริ่มกิจกรรมบนเตียงที่ทำอย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย… เสียงคลื่นกระทบชายฝั่งเป็นระลอก สองคนเดินย่ำเท้าเปลือยท่ามกลางหาดทรายสีขาวละเอียด บรรยากาศที่ควรจะโรแมนติก แต่ตอนนี้ฌานินกำลังบ่นคนรักชุดใหญ่“เพราะพี่คลื่นคนเดียวเลย” ดวงตากลมมองค้อนคนข้างกัน อยากจะหยิกแรง ๆ สักครั้ง เพราะเขามัวแต่ทำเรื่องอย่างว่ากับเธอไ
ระหว่างก้าวไปตามทางเดิน คลื่นสังเกตเห็นสีหน้าของคนตัวเล็กเปลี่ยนไป เธอเงียบผิดปกติ ดวงตากลมก้มต่ำตลอดเวลา เหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง เขาชะลอฝีเท้าให้ช้าลง ก่อนจะเอ่ยถามออกมาอย่างอดไม่ได้“เป็นอะไรครับ”“ทำไมพนักงานคนนั้นต้องมองแฟนฌาเหมือนอยากได้ด้วย”ใบหน้าสวยบึ้งตึงหันมามองคนตัวสูง กลางอกของฌานินยังร้อนผ่าวไม่หาย ทั้งที่พนักงานคนนั้นรู้ว่าเขามีเจ้าของ เห็นว่าเขามากับใคร แต่ใช้สายตาทอดสะพาน เหมือนพร้อมจะเสนอตัวเข้ามาเป็นส่วนเกินในความสัมพันธ์ของคนอื่น และนี่ไม่ใช่คนแรกที่มีผู้หญิงมองคลื่นแบบพร้อมเปลื้องผ้าให้ ที่ผ่านมามีมากมายจนนับไม่ถ้วน“ไม่ชอบเลย ฌาหงุดหงิด”“เวลาถูกหวง ใจพี่มันเต้นแรงตลอดเลยนะรู้ไหม”“ทั้งที่ฌาอารมณ์ไม่ดี ยังจะใจเต้นแรงอีกเหรอคะ”“พี่ผิดหรือไงที่เกิดมาหล่อ”ฌานินสะอึกกับคำตอบนั้น ราวกับคลื่นกำลังภูมิใจ ทั้งการถูกหวงและการที่เขาเกิดมาหน้าตาดี สวนทางกับอารมณ์ของเธอลิบลับ“ไม่คุยด้วยแล้วค่ะ”“จำที่พี่เคยบอกได้ไหม” มือหนาสอดประสานจับมือเรียวไม่ให้เธอเดินหนี จากนั้นก็ค่อย ๆ กุมเอาไว้แบบหลวม ๆ“สายจูงอยู่ในมือหนูนะ”ท่ามกลางผู้คนมากมายที่กำลังเดินไปมา และสายตาของผู
หลังเลิกเรียน คลื่นมารับคนรักที่มหาวิทยาลัย ก่อนจะพาแวะห้างสรรพสินค้าเพื่อกินไอศกรีมตามสัญญาที่บอกไว้เมื่อวาน ทันทีที่มาถึง ร่างเล็กก็รีบจูงมือเขาเข้าไปในร้านโปรดวันนี้เธอดูสดใสเป็นพิเศษ ใบหน้าหวานเปื้อนรอยยิ้มและแววตาเป็นประกาย เพราะไม่ได้มีโอกาสออกมาใช้เวลาด้วยกันแบบนี้นานพักใหญ่แล้วหลังสั่งเมนูกับพนักงานเรียบร้อย ร่างเล็กหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาคุยกับเพื่อนตามประสาคนอารมณ์ดี ขณะสายตาคมของคนที่นั่งอยู่ข้าง ๆ แอบชำเลืองมองเป็นระยะ ด้วยความหวง กลัวจะมีใครมาจีบว่าที่ภรรยาของเขา“พี่คลื่นไม่เคยกินกับฌาเลย” นิ้วเรียวกดปิดจอมือถือแล้วหันมาทำหน้าบึ้งใส่คนข้างกัน เพราะเวลามากินไอศกรีมทีไร คลื่นไม่เคยกินกับเธอเลยสักครั้ง“แค่เห็นฌากินพี่ก็อิ่มแล้ว”“ออกจะเลี่ยนไปนิดนะคะ”“เลี่ยนแล้วรักไหม”“ถ้าไม่รัก ฌาไม่แต่งงานกับพี่คลื่นหรอก”แขนแกร่งสอดมาทางด้านหลังแล้วโอบเอวบางดึงร่างเล็กมาแนบชิดกับตัวเอง จากนั้นก็กดปลายจมูกแนบ ฝังจูบหนัก ๆ ลงบนพวงแก้มนุ่มจนเสียงหวานหลุดประท้วงออกมา“อื้อ!! พอแล้ว อายคนอื่นบ้างสิ”“ไม่เห็นจะมีใครสักคน”“อย่ากัดแก้ม อื้อ~” ฌานินร้องออกมาเมื่อเขี้ยวคมงับบนแก้มของเธอ เขามักจะก
เวลา 20:00 น.จากนัดเอาไว้ว่าจะเที่ยวรอบเมืองด้วยกัน แต่ตอนนี้ร่างเล็กและคลื่นกำลังนั่งอยู่ท่ามกลางสวนสาธารณะตรงข้ามกับคอนโด ในมือถือถุงลูกชิ้นแล้วสลับป้อนกันไปมา เพียงสบตาทั้งสองคนก็ปล่อยเสียงหัวเราะเบา ๆ“อารมณ์ดีขึ้นแล้วใช่ไหมคนสวย”“อื้อ ขอโทษที่ฌาหงุดหงิดใส่นะคะ”“ไม่เห็นต้องขอโทษ หนูผิดอะไร คนที่ผิดคือพี่”“แต่พี่คลื่นไถ่โทษให้ฌาแล้วนี่นา” ร่างเล็กยิ้มหวาน เผยแววตาซุกซน พอเธอพูดอย่างนั้นก็เข้าทางคนหื่นกาม คลื่นรีบส่ายหน้าสวนกลับทันควัน“ยังครับ ยังไถ่โทษไม่ครบทุกท่า”“ซื้อถุงยางเผื่อด้วยนะคะ”“หืม?”“ก็… ฌาเห็นว่ามันใกล้จะหมดแล้ว”“ฌานิน” ใบหน้าหล่อขยับมาใกล้ ๆ ดึงเอาไม้ลูกชิ้นออกจากมือเรียว แล้วกดริมฝีปากแตะเบา ๆ บนปลายจมูกเล็ก“รู้ตัวไหม ช่วงนี้หนูชอบให้พี่ทำสดมากกว่าใส่ถุงอีกนะ”เจ้าของใบหน้าหวานเขินอายไม่เป็นท่า พอคนตัวสูงเห็นพวงแก้มสีระเรื่อ เขาก็โน้มมาใกล้ ๆ กดปลายจมูกโด่งแนบหอมแก้มฟอดใหญ่ ไม่ทันได้ออดอ้อนมากกว่านั้นเสียงแชตก็ดังขึ้นมาขั้นกลาง คนถูกขัดจังหวะเผยแววตาหงุดหงิด พลางล้วงเอาโทรศัพท์ออกมาจากกระเป๋าแชต: ธันวาธันวา: ชุดสำหรับถ่ายพรีเวดดิ้งพร้อมแล้ว จะให้ทางร้านส่
แชต: xxxx: บล็อกเก่งจริง ๆ เลยนะหนูxx: เสี่ยชักจะหมดความอดทน ไม่อยากเล่นเกมซ่อนหากับหนูแล้วดวงตากลมสั่นวูบก่อนจะยื่นโทรศัพท์ไปให้เพื่อนดู เมื่อขวัญใจรับมาอ่านแล้ว เธอตกใจจนเบิกตาโพลง รีบเงยขึ้นมองฌานินที่ตอนนี้ทำท่าคล้ายกำลังจะร้องไห้“เดี๋ยวฉันบล็อกให้นะ”“พรุ่งนี้ เดี๋ยวก็มีข้อความส่งมาอีกอยู่
ความร้อนใจจากบทสนทนาในช่องแชต ทำให้ขวัญใจรีบนั่งรถมาหาฌานินยังคอนโดเพื่อฟังชัด ๆ อีกทีว่าสิ่งที่พิมพ์คุยก่อนหน้า มันคือความรู้สึกจริง ๆ ที่อยากทำและเธอก็ไม่สบายใจเลย เหมือนเป็นเพราะความคิดบ้า ๆ ของตัวเอง ทำให้เพื่อนคล้อยตามอย่างนี้“แกคิดใหม่คิดดี ๆ สิฌา”“ไม่เห็นต้องแตกตื่นขนาดนี้เลยขวัญใจ” ฌานินห
ร่างเล็กยังยืนนิ่งมองคนที่เพิ่งทำตัวอันตรายใส่ค่อย ๆ เดินหายไปจากสายตา คล้ายโผล่มาทำให้ว้าวุ่นกลางใจก็เท่านั้นเสียงถอนหายใจหลุดจากอกก่อนเธอจะเดินกลับขึ้นห้องของตัวเอง ข้าวของที่ซื้อมาถูกจัดเรียงเอาไว้บนชั้นและในครัวหลังวุ่นกับการเอาของเก็บเกือบครึ่งชั่วโมง คนตัวเล็กก็เดินมานั่งบนโซฟาอย่างหมดแร
สามวันต่อมาฌานินกำลังเก็บข้าวของภายในห้อง จนตอนนี้เธอยังแทบไม่อยากจะเชื่อว่ามีคนปล่อยเช่าคอนโดในราคาหนึ่งพันบาทจริง ๆ ห้องที่เธออยู่ตอนนี้ว่าถูกแล้ว แต่มันตั้งสี่พันแถมยังไม่รวมค่าน้ำค่าไฟครืด~ เสียงสายเรียกเข้าดังแทรกความเงียบภายในห้อง ฌานินที่กำลังนั่งพับผ้าเก็บลงกระเป๋าเอื้อมมือหยิบโทรศัพท์







